ลอนโค้งคอนกรีตขนาดมหึมาเรียงรายติดกันเป็นหลังคาผืนใหญ่ หากเราผ่านไปแถวๆ นี้ในบางวันอาทิตย์ อาจจะได้เห็นกลุ่มคนผู้รักอาชาออกันแน่นขนัดด้านหน้าเพื่อทยอยกันเข้าไปในอาคาร ที่นี่คือสนามม้านางเลิ้ง หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

สนามม้านางเลิ้งนับเป็นสนามม้าแห่งที่ 2 ของประเทศไทย ถัดจากราชกรีฑาสโมสร ที่แรกนั้นสร้างและบริหารจัดการโดยชาวยุโรปจึงเรียกว่า สนามฝรั่ง หลังจากได้รับความนิยมจนไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนดู และการสมัครเข้าเป็นสมาชิกค่อนข้างเข้มงวดกว่า กลุ่มชนชั้นนำไทยนำโดยพระยาประดิพัทธภูบาลและพระยาอรรถการประสิทธิ์ จึงริเริ่มก่อตั้งสนามม้าแห่งที่ 2 ย่านนางเลิ้งแห่งนี้ และเรียกกันว่าติดปากว่า สนามไทย

สนามม้านางเลิ้ง สนามม้านางเลิ้ง สนามกีฬาขวัญใจคออาชาของไทยที่พูดได้ว่าสวยตั้งแต่หลังคา สนามม้านางเลิ้ง สนามกีฬาขวัญใจคออาชาของไทยที่พูดได้ว่าสวยตั้งแต่หลังคา สนามม้านางเลิ้ง สนามกีฬาขวัญใจคออาชาของไทยที่พูดได้ว่าสวยตั้งแต่หลังคา

สนามม้านางเลิ้งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 จนช่วงปลาย พ.ศ. 2459 จึงได้เปิดสนามเป็นครั้งแรก และเก็บค่าสมาชิกเพียงคนละ 1 บาทต่อเดือนเท่านั้น นับเป็นขวัญใจคออาชาแห่งใหม่ที่ดูเข้าถึงได้ง่ายกว่า

ทุกวันอาทิตย์เว้นอาทิตย์จะมีการจัดแข่งม้าสลับกันระหว่างสนามไทยและสนามฝรั่ง บรรยากาศก่อนเริ่มการแข่งม้า เราจะเห็นผู้คนจำนวนมากเตรียมตัวมาตั้งแต่รั้วทางเข้า มีทั้งแผงร้านค้าให้เช่ากล้องส่องทางไกล ทั้งคนเดินเร่ขายใบโปรแกรม คนเก่าคนแก่เล่าว่า มีแม่ค้าที่เปิดแผงให้เช่ารองเท้าด้วย เพราะที่นี่ไม่อนุญาตให้ลากรองเท้าแตะเข้ามา เพื่อความเป็นสุภาพชนนั่นเอง

สนามม้านางเลิ้ง สนามกีฬาขวัญใจคออาชาของไทยที่พูดได้ว่าสวยตั้งแต่หลังคา สนามม้านางเลิ้ง สนามกีฬาขวัญใจคออาชาของไทยที่พูดได้ว่าสวยตั้งแต่หลังคา

แต่ภาพความคึกคักนั้นคงจะกลายเป็นตำนาน อย่างที่ทราบกันว่าพื้นที่แห่งนี้ต้องส่งคืนให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ภายในปลายปี 2561 นี้

สนามม้านางเลิ้ง สนามกีฬาขวัญใจคออาชาของไทยที่พูดได้ว่าสวยตั้งแต่หลังคา สนามม้านางเลิ้ง สนามกีฬาขวัญใจคออาชาของไทยที่พูดได้ว่าสวยตั้งแต่หลังคา สนามม้านางเลิ้ง สนามกีฬาขวัญใจคออาชาของไทยที่พูดได้ว่าสวยตั้งแต่หลังคา สนามม้านางเลิ้ง สนามกีฬาขวัญใจคออาชาของไทยที่พูดได้ว่าสวยตั้งแต่หลังคา

เริ่มที่ด้านหลังอัฒจรรย์ ส่วนนี้จะเป็นพื้นที่ของม้าและบุคคลที่เกี่ยวข้องใช้เตรียมตัวก่อนและหลังการแข่งขัน อาคารคอกม้า 2 ชั้นนี้รองรับจำนวนม้าแข่งได้เยอะมาก กั้นเป็นคอกม้าหลายคอก และมีส่วนอาบน้ำของม้า ทำทางลาดขึ้นลงไว้เป็นระเบียบเรียบร้อยมาก ถัดไปใกล้ๆ ประตูที่ม้าจะลงสู่สนามหญ้า จะมีลานทรายเล็กที่มีอาคารรูปวงกลมตรงกลางเรียกว่า สนามเดินวน เพื่อให้ตรวจความพร้อมของม้าและจ๊อกกี้ เป็นอาคารที่สร้างอย่างเรียบง่ายแต่มีสัดส่วนที่สวยงามมีเสน่ห์ยิ่งนัก

สนามม้านางเลิ้ง สนามกีฬาขวัญใจคออาชาของไทยที่พูดได้ว่าสวยตั้งแต่หลังคา สนามม้านางเลิ้ง สนามกีฬาขวัญใจคออาชาของไทยที่พูดได้ว่าสวยตั้งแต่หลังคา

อัฒจรรย์ของสนามม้านางเลิ้งสวยงามตั้งแต่หลังคา สร้างจากคอนกรีตกินพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 8,000 ตารางเมตร ด้วยการออกแบบหลังคาให้โค้งเป็นลอนๆ จึงแข็งแรงมากและสามารถยื่นออกไปคลุมบริเวณที่นั่งได้หมด คานคอนกรีตที่ยื่นออกไป 40 เมตร ทำให้บนอัฒจรรย์มีร่มเงา ไม่ร้อน และไม่มีเสาใดๆ มาบังตา นอกเหนือจากนี้นี่เป็นหลังคาคอนกรีตเสริมแรง (Reinforced Concrete) ยุคแรกๆ ของเมืองไทย ที่นี่สร้างมาก่อนกรีฑาสถาน หรือสนามกีฬาแห่งชาติถึงยี่สิบกว่าปี แต่โครงสร้างทางวิศวกรรมนับว่ากินขาดนัก เป็นสถาปัตยกรรมที่สมควรมาดูด้วยตาตัวเองสักครั้ง

ภาพ: FOTO_MOMO

Writer & Photographer

วีระพล สิงห์น้อย

ช่างภาพสถาปัตยกรรม และเจ้าของเพจภาพถ่ายอาคารเปี่ยมเสน่ห์ชื่อ FOTO_MOMO

ก่อนที่สี่แยกเพลินจิตจะเต็มไปด้วยตึกระฟ้าอย่างเช่นทุกวันนี้ ผมเคยยืนอยู่บนชานชาลาสถานีรถไฟฟ้ามองอาคารรูปร่างแปลกประหลาดหลังหนึ่งเป็นเวลานาน ทัศนียภาพจากมุมสูงสามารถมองเห็นพื้นที่โล่งที่เคยเป็นอาคารพาณิชย์ธรรมดา 4 – 5 ชั้นซึ่งตอนนั้นเพิ่งถูกทุบทิ้งรื้อถอนออกไป กลายเป็นลานโล่งกว้าง มีแคมป์คนงานก่อสร้างเตรียมปรับที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคารสูงขนาดใหญ่ที่ต่อมาใช้ชื่อว่า ปาร์คเวนเจอร์

เวลานั้นผมมองเห็นอาคารคอนกรีตรูปทรงกระบอกสีน้ำตาลขาว ดูไม่เข้าพวกกับตึกกระจกวิบวับแบบสมัยนิยม รูปร่างของมันมีหน้าต่างกลมเต็มอาคารไปหมด ทำให้ดูหลงยุคหลงสมัย หลุดโลก เหมือนยานอวกาศจากหนังไซไฟ บางทีก็ดูคล้ายปลาหมึกยักษ์โบราณ อยู่ท่ามกลางดงต้นไม้ครึ้มๆ ที่เรามองจากระดับถนนปกติได้ยาก

สิริ อพาร์ตเมนต์

ผมยืนประทับอาคารนี้อยู่นาน ทำได้เพียงเก็บภาพตึกประหลาดนั้นไว้ เดาไม่ออกว่านี่คืออาคารสำนักงาน บ้าน หรืออะไรกันแน่ คิดในใจว่าถ้ามีโอกาสสักครั้งก็อยากจะเข้าไปเดินดูความงดงามใกล้ๆ เสียหน่อยแต่ก็นานจนลืมคิดถึงอาคารนี้ไปแล้ว

ผ่านไป 9 ปี โชคชะตาก็เข้าข้างด้วยคำเชิญชวนของสถาปนิกต่างชาติผู้เช่าห้องในอาคารแห่งนี้เป็นที่พักอาศัย ได้พาเราเข้าไปเยี่ยมชมตึกลึกลับที่ประทับใจมานานแสนนาน

สิริ อพาร์ตเมนต์

 

ผลงานสถาปนิกนักเรียนนอก ลูกศิษย์ Louis Kahn

เดิมทีอาคารหลังนี้มีชื่อว่า ‘เกษมสานต์แมนชั่น’ ออกแบบโดยสถาปนิก แดน วงศ์ประศาธน์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2513 (ค.ศ. 1970) แดน วงศ์ประศาธน์ เรียนจบสถาปัตย์จาก Cornell University และต่อมาก็ได้ปริญญาโทจาก University of Pennsylvania ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเรียนจบแล้วแดนได้เข้าทำงานกับ หลุยส์ คาห์น (Louis Kahn) ผู้เป็นทั้งอาจารย์และเจ้านายในโครงการออกแบบเมืองหลวงใหม่ที่ธากา (Dhaka) บังกลาเทศ และกลับมายังเมืองไทยเมื่อ พ.ศ. 2510

สิริ อพาร์ตเมนต์ สิริ อพาร์ตเมนต์

ผลงานออกแบบหลายๆ ชิ้นของแดน วงศ์ประศาธน์ มักจะปรากฏองค์ประกอบรูปวงกลมเสมอ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมฮอลิเดย์อินน์ สีลม หรือโรงแรมแอมบาสเดอร์ สุขุมวิท

เกษมสานต์แมนชั่นมีผังเป็นรูปวงกลมใหญ่แล้วรายล้อมด้วยแท่งทรงกระบอกเล็กอีก 12 แท่ง แต่ละแท่งทำหน้าที่ต่างกัน เช่น เป็นปล่องลิฟต์ ปล่องบันได เพื่อเป็นทางสัญจรหลักของผู้อยู่อาศัย บางแท่งที่แบ่งไปตามยูนิตต่างๆ ก็ทำเป็นห้องครัวหรือห้องน้ำ เพื่อให้งานระบบวางท่อทำได้ง่าย นอกจากนี้ผังอาคารยังเจาะศูนย์กลางวงเป็นคอร์ตภายในเชื่อมต่อกันตลอด 6 ชั้น ทำให้อากาศถ่ายเทและได้รับแสงสว่างทั่วถึงทุกยูนิต

สิริ อพาร์ตเมนต์ สิริ อพาร์ตเมนต์ สิริ อพาร์ตเมนต์

ถ้าศึกษางานออกแบบของหลุยส์ คาห์น หลายๆ ชิ้นนิยมรูปทรงเรขาคณิตเรียบง่าย หรือเป็นคอนกรีตทึบตัน แต่ให้ความสำคัญกับแสงสว่างภายใน วิธีคิดเช่นนี้คงส่งอิทธิพลต่อมายังแดนไม่มากก็น้อย

ปัจจุบันเกษมสานต์แมนชั่นเปลี่ยนชื่อเป็น สิริ อพาร์ตเมนต์ กลายเป็นอาคารยุคโมเดิร์นซ่อนตัวหลบอยู่หลังตึกระฟ้าขนาดใหญ่

Writer & Photographer

วีระพล สิงห์น้อย

ช่างภาพสถาปัตยกรรม และเจ้าของเพจภาพถ่ายอาคารเปี่ยมเสน่ห์ชื่อ FOTO_MOMO

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load