ฟุตบอลโลก 2026 | รอบ 32 ทีม | วันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2026 (08.00 น. ตามเวลาไทย) สนาม : Estadio BBVA มอนเตร์เรย์ เม็กซิโก ข่าวบอลโลกล่าสุด
เนเธอร์แลนด์ พบ โมร็อกโก สองทีมที่ฟอร์มดีที่สุดในรอบแบ่งกลุ่มเผชิญหน้ากันก่อนเวลาอันควร
Estadio BBVA จะกลายเป็นเวทีสำหรับดวลที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นนัดที่ดีเกินไปสำหรับรอบ 32 ทีม เพราะทั้งสองทีมต่างเป็นหนึ่งในทีมที่เล่นได้น่าประทับใจที่สุดในรอบแบ่งกลุ่ม
เนเธอร์แลนด์ vs โมร็อกโก คือเกมที่ออเรนเย่ผ่านมาในฐานะแชมป์กลุ่ม F หลังเริ่มต้นด้วยการเสมอญี่ปุ่น 2-2 ก่อนถล่มสวีเดน 5-1 และปิดท้ายด้วยชัยชนะเหนือตูนิเซีย 3-1 ขณะที่แอตลาส ไลออนส์ผ่านมาในฐานะอันดับ 2 ของกลุ่ม C ด้วยผลงานที่น่าประทับใจไม่แพ้กัน — เสมอบราซิล 1-1 ในนัดเปิดสนาม ก่อนเอาชนะสกอตแลนด์ 1-0 และปิดท้ายด้วยชัยชนะเหนือเฮติ 4-2
ทั้งสองทีมจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยคะแนนเท่ากันที่ 7 แต้ม และมีเพียงผลต่างประตูเท่านั้นที่ทำให้บราซิลได้เป็นแชมป์กลุ่ม C แทนโมร็อกโก — นั่นบอกได้ดีว่าแอตลาส ไลออนส์ไม่ใช่ทีมที่มาเล่นเป็นไม้ประดับในทัวร์นาเมนต์นี้
เนเธอร์แลนด์ (ออเรนเย่) : สามรองแชมป์โลก ทีมที่กำลังหาความสมบูรณ์แบบ
อันดับฟีฟ่า : 7 โลก

โรนัลด์ โคแมน นำทีมผ่านรอบแบ่งกลุ่มด้วยฟอร์มที่ดีขึ้นเรื่อยตามเกม จากการเสมอญี่ปุ่นที่สร้างความกังวลในนัดแรก สู่การถล่มสวีเดน 5-1 ที่เป็นหนึ่งในชัยชนะที่หนักหน่วงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของทีม และปิดท้ายด้วยการเอาชนะตูนิเซียอย่างมั่นใจ
โคแมนรับงานสมัยที่สองหลังจาก หลุยส์ ฟาน กัล เกษียณหลังกาตาร์ 2022 — ผู้เล่นในรุ่นนี้มีทั้งความลึกและคุณภาพที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นชุดที่ดีที่สุดของเนเธอร์แลนด์ในรอบหลายปี โดยเฉพาะแนวรับที่นำโดยกัปตันผู้มีประสบการณ์สูงสุดในทีม
แนวรบหลักออเรนเย่ :
- เวอร์กิล ฟาน ไดก์ (Liverpool) กัปตันและกองหลังที่ยังคงเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดของโลก ความเป็นผู้นำของเขาในห้องแต่งตัวสำคัญพอ ๆ กับฝีเท้าในสนาม ความสามารถในการขึ้นมาเล่นเกมสร้างจากแนวหลังทำให้ทีมมีความได้เปรียบทางโครงสร้างเมื่อเผชิญกับทีมที่กดดันสูง
- โคดี กักโป (Liverpool) ปีกที่อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดในชีวิตค้าแข้งช่วงนี้ ความสามารถในการเปิดความกว้างและตัดเข้าหาประตูทำให้เขาเป็นอาวุธหลักของแนวรุก
- เฟร์งกี เดอ ยอง (Barcelona) มิดฟิลด์ที่ควบคุมจังหวะทั้งเกมของทีม การส่งบอลและการอ่านเกมของเขาคือสิ่งที่ทำให้ออเรนเย่เปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้อย่างรวดเร็ว
- เมมฟิส เดอเปย์ ผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติที่ฟื้นตัวจากบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาทันเวลา จะเป็นตัวเลือกสำคัญในแนวรุกร่วมกับ กักโป และ มาเลน
- โดนเยลล์ มาเลน (AS Roma) กองหน้าฟอร์มดีที่ทำงานคู่กับ เดอเปย์ และ กักโป สร้างความหลากหลายในการจบสกอร์
โคแมนใช้ 4-3-3 ที่เน้นการครองบอลและการใช้ความกว้างของปีกทั้งสองข้าง จุดแข็งคือความลึกของสควอดที่สามารถหมุนเวียนผู้เล่นได้โดยไม่เสียคุณภาพ เนื่องจากไม่มีปัญหาบาดเจ็บที่สำคัญก่อนนัดนี้ ทำให้โคแมนสามารถส่งทีมที่แข็งแกร่งที่สุดลงสนาม
โมร็อกโก (แอตลาส ไลออนส์) : รุ่นใหม่ที่พิสูจน์ตัวว่าไม่ได้แค่โชคดีในกาตาร์ 2022
อันดับฟีฟ่า : 11 โลก

โมฮัมเหม็ด อูอาห์บี โค้ชที่เข้ามารับงานต่อจาก วาลิด เรกราคี พาทีมผ่านรอบแบ่งกลุ่มด้วยผลงานที่น่าประทับใจ — เสมอบราซิลในนัดเปิดสนาม ก่อนเอาชนะสกอตแลนด์และเฮติอย่างต่อเนื่อง ทำได้ 6 ประตูตลอดรอบแบ่งกลุ่มขณะที่ยังคงความแข็งแกร่งในแนวรับเมื่อเจอกับคู่แข่งที่มีคุณภาพสูง
อูอาห์บีปฏิวัติสควอดด้วยการเรียกนักเตะใหม่จำนวนมากเข้ามาแทนรุ่นที่เคยถึงรอบรองชนะเลิศกาตาร์ 2022 — การตัดสินใจที่กล้าหาญแต่ผลลัพธ์ในรอบแบ่งกลุ่มพิสูจน์แล้วว่าทีมยังคงรักษามาตรฐานสูงไว้ได้
แนวรบหลักแอตลาส ไลออนส์ :
- อัชราฟ ฮากิมี (PSG) กัปตันที่อยู่ในฟอร์มสูงสุดของอาชีพหลังคว้าแชมเปียนส์ลีกกับ PSG ฤดูกาลนี้ การบุกขึ้นจากแบ็กขวาและการครอสที่แม่นยำของเขาคืออาวุธที่อันตรายที่สุดในทีม
- บราฮิม ดิอาซ (Real Madrid) กองหน้า-ปีกที่รับภาระแนวรุกหลักหลังจากรุ่นเก่าหลายคนถูกตัดออกจากทีม ความคิดสร้างสรรค์และทักษะการดริบของเขาทำให้แนวรับทุกทีมต้องระวัง
- โซฟยาน อัมราบัต (Real Betis) มิดฟิลด์ตัวรับผู้มีประสบการณ์จากกาตาร์ 2022 ที่ยังคงเป็นเสาหลักของระบบกลางสนาม
- บิลัล เอล ข่านนูส (VfB Stuttgart) มิดฟิลด์-ปีกดาวรุ่งที่เป็นความสร้างสรรค์ใหม่ในแนวรุก ทำงานเชื่อมโยงระหว่างกองหลังและกองหน้า
- ยาซีน บูนู (Al-Hilal) ผู้รักษาประตูวีรบุรุษจากกาตาร์ 2022 ที่หยุดจุดโทษสเปนและโปรตุเกสได้ ยังคงเป็นด่านสุดท้ายที่น่าเชื่อถือที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้
อูอาห์บีใช้ 4-3-3 ที่เน้นความกว้างจาก ฮากิมี และความสร้างสรรค์จาก ดิอาซ และ เอล ข่านนูส จุดแข็งคือความสมดุลระหว่างความแข็งแกร่งในแนวรับและความคมในแนวรุกที่พิสูจน์มาแล้วว่าสามารถต้านทานทีมระดับโลกอย่างบราซิลได้
สถิติการพบกัน H2H
ก่อนนัดรอบ 32 ทีมที่ Estadio BBVA สองทีมนี้มีประวัติการพบกันในฟุตบอลโลกมาก่อนเพียงครั้งเดียว แม้จะนานมาแล้วก็ตาม
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| พบกันในฟุตบอลโลก | 1 ครั้ง (1994 ที่สหรัฐอเมริกา) |
| ผลฟุตบอลโลก 1994 | เนเธอร์แลนด์ชนะ 2-1 (29 มิถุนายน 1994 ที่ Citrus Bowl ออร์แลนโด) |
| บริบทนัด 1994 | นัดสุดท้ายของกลุ่ม F ที่ทั้งสองทีมเล่นพร้อมกันกับเบลเยียมและซาอุดีอาระเบีย — ไบรอัน รอย ทำประตูชัยให้เนเธอร์แลนด์ในนาทีที่ 78 |
| สถิติพบกันโดยรวมทุกรายการ | เนเธอร์แลนด์ชนะ 1 / โมร็อกโกชนะ 0 (จากข้อมูลที่ยืนยันได้) |
| อันดับฟีฟ่า เนเธอร์แลนด์ | 7 โลก |
| อันดับฟีฟ่า โมร็อกโก | 11 โลก — ห่างเพียง 4 อันดับ |
| ผลรอบแบ่งกลุ่ม เนเธอร์แลนด์ | เสมอญี่ปุ่น 2-2 / ชนะสวีเดน 5-1 / ชนะตูนิเซีย 3-1 — แชมป์กลุ่ม F ด้วย 7 แต้ม |
| ผลรอบแบ่งกลุ่ม โมร็อกโก | เสมอบราซิล 1-1 / ชนะสกอตแลนด์ 1-0 / ชนะเฮติ 4-2 — อันดับ 2 กลุ่ม C ด้วย 7 แต้ม |
| ผลงานดีที่สุดในฟุตบอลโลก เนเธอร์แลนด์ | รองแชมป์ 3 ครั้ง (1974, 1978, 2010) |
| ผลงานดีที่สุดในฟุตบอลโลก โมร็อกโก | อันดับ 4 (2022) — ทีมแอฟริกันที่ไกลที่สุดตลอดกาล |
ตัวเลขที่น่าสนใจที่สุดคือทั้งสองทีมจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยคะแนนเท่ากันพอดีที่ 7 แต้ม สะท้อนว่าระดับฟอร์มของทั้งสองชาตินี้ใกล้เคียงกันมากกว่าที่อันดับโลกจะบอก และการพบกันครั้งเดียวในประวัติศาสตร์เมื่อ 32 ปีก่อนก็จบด้วยชัยชนะที่ห่างกันเพียงประตูเดียว
วิเคราะห์เชิงยุทธวิธี : ความกว้างของปีกปะทะความคมในการโต้กลับ
ออเรนเย่จะวาง 4-3-3 ครองบอล ให้ เดอ ยอง ส่งบอลออกสองข้าง ก่อนปล่อยให้ กักโป และ มาเลน เปิดความกว้างเพื่อสร้างพื้นที่ให้ เดอเปย์ ทำงานในกล่องเขตโทษ ขณะที่แอตลาส ไลออนส์จะวาง 4-3-3 ที่ใช้ความกว้างจาก ฮากิมี บนปีกขวา และรอโอกาสจากการโต้กลับผ่าน ดิอาซ
จุดน่าจับตาคือ ฮากิมี vs แนวรับซ้ายเนเธอร์แลนด์ — ถ้ากัปตันโมร็อกโกหาช่องบุกขึ้นได้อย่างอิสระเหมือนที่ทำได้กับ PSG ตลอดฤดูกาล ออเรนเย่จะต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะเขาคือผู้เล่นที่สร้างทั้งประตูและแอสซิสต์ได้พร้อมกัน
อีกจุดคือ ฟาน ไดก์ vs ดิอาซ-เอล ข่านนูส — กัปตันเนเธอร์แลนด์ต้องรับมือกับความคิดสร้างสรรค์ของสองนักเตะที่เล่นในลีกสเปนและเยอรมนี ถ้าแนวรับเนเธอร์แลนด์เผลอเปิดช่องในช่วงเปลี่ยนเกม โมร็อกโกพิสูจน์มาแล้วในรอบแบ่งกลุ่มว่าสามารถลงโทษได้ทันที
ราคาต่อรองและทีเด็ด
ก่อนนัดรอบ 32 ทีมที่ Estadio BBVA ตลาดมองเกมนี้ว่าสูสีกว่าปกติสำหรับนัดในรอบนี้ เพราะทั้งสองทีมต่างจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยคะแนนเท่ากัน
| ผลการแข่งขัน | แนวโน้ม |
|---|---|
| เนเธอร์แลนด์ ชนะ | เต็งเล็กน้อยจากความลึกของสควอดและฟอร์มถล่มสวีเดน |
| เสมอ (ต้องตัดสินด้วยจุดโทษ) | มีความเป็นไปได้สูงเพราะทั้งสองทีมมีคุณภาพใกล้เคียงกัน |
| โมร็อกโก ชนะ | มีโอกาสจากระบบที่พิสูจน์แล้วว่าต้านทานบราซิลได้ |
ทีเด็ดแนะนำ : Both Teams to Score เพราะทั้งสองทีมมีแนวรุกที่คมและทำประตูได้สม่ำเสมอในรอบแบ่งกลุ่ม หากต้องการ value ลองพิจารณาราคาเสมอ เพราะคะแนนรอบแบ่งกลุ่มที่เท่ากันสะท้อนถึงความสูสีในระดับคุณภาพของทั้งสองทีม
ปัจจัยพิเศษที่ต้องจับตา
- ฮากิมีกับฤดูกาลที่ดีที่สุดในชีวิต — กัปตันโมร็อกโกที่เพิ่งคว้าแชมเปียนส์ลีกกับ PSG หากเขาเล่นได้ในระดับเดียวกับที่ทำในยุโรปฤดูกาลนี้ Estadio BBVA จะได้เห็นแบ็กขวาที่ดีที่สุดของโลกในวันที่ดีที่สุดของเขา
- โคแมนกับการบริหารความลึกของสควอด — ด้วยการไม่มีปัญหาบาดเจ็บสำคัญก่อนนัดนี้ การเลือกตัวจริงของโคแมนจะบอกได้มากเกี่ยวกับแผนระยะยาวของเขาในทัวร์นาเมนต์นี้
- บูนูกับโอกาสสร้างปาฏิหาริย์อีกครั้ง — ผู้รักษาประตูที่หยุดจุดโทษทีมใหญ่มาแล้วในกาตาร์ 2022 ถ้าเกมต้องตัดสินด้วยการยิงลูกโทษ เขาคือไพ่ตายที่ทำให้โมร็อกโกไม่มีทางแพ้ง่าย ๆ
เนเธอร์แลนด์ vs โมร็อกโก ที่ Estadio BBVA คือนัดรอบ 32 ทีมที่หลายฝ่ายมองว่าควรเกิดขึ้นในรอบที่ลึกกว่านี้ ทั้งสองทีมต่างมาพร้อมฟอร์มที่น่าประทับใจในรอบแบ่งกลุ่ม และคะแนนเท่ากันพอดีที่ 7 แต้มบอกได้ดีว่านี่คือดวลที่ไม่มีใครเป็นต่ออย่างชัดเจน
คำทำนายสุดท้าย : เนเธอร์แลนด์ชนะ 2-1 ด้วยประตูจาก กักโป และ เดอเปย์ ส่วนโมร็อกโกทำประตูกลับผ่าน ดิอาซ จากการโต้กลับในครึ่งหลัง บนเกมที่พิสูจน์ว่าแอตลาส ไลออนส์ยังคงเป็นทีมที่ทุกชาติในทัวร์นาเมนต์นี้ต้องระมัดระวัง แม้สุดท้ายความลึกของสควอดเนเธอร์แลนด์จะชี้ขาดในช่วงท้ายเกม อัปเดตผลบอลโลกล่าสุด
