ทุกปีมีนักท่องเที่ยวหลายล้านคนเดินเข้า วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ถ่ายรูปกับพระอุโบสถ แล้วก็เดินออกไปโดยไม่รู้ว่าตัวเองเพิ่งเดินผ่านงานศิลปะชั้นสูงสุดของชาติไปหลายสิบชิ้น
นี่คือ 10 สิ่งที่ควรหยุดดูให้ละเอียดก่อนก้าวออกจากประตูวัด
1. จิตรกรรมรามเกียรติ์ 178 ห้อง ยาวที่สุดในโลก
จิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ เป็นภาพวาดบนฝาผนังอยู่บริเวณระเบียงคดรอบพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีจำนวนทั้งสิ้น 178 ห้อง สร้างขึ้นตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โดยมีการเขียนซ่อมแซมเพิ่มเติมในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ภาพวาดเหล่านี้บอกเล่าเรื่องราวรามเกียรติ์ตั้งแต่ต้นจนจบ ครอบคลุมระยะทางกว่า 1,000 เมตรโดยรอบ หากนับเป็นงานศิลปะชิ้นเดียวที่ต่อเนื่องกัน นี่คือหนึ่งในจิตรกรรมฝาผนังที่ยาวที่สุดในโลก

2. พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หยกที่ไม่ใช่หยก
เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2327 รัชกาลที่ 1 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรจากพระราชวัง เพื่อประดิษฐานเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง
พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรหรือ “พระแก้วมรกต” ไม่ได้ทำจากมรกตแต่อย่างใด แต่แกะสลักจากหยกสีเขียว (Nephrite Jade) ขนาดหน้าตักประมาณ 48.3 เซนติเมตร ประทับนั่งในท่าสมาธิ พระองค์มีชุดทรงสามฤดูที่เปลี่ยนถวายโดยพระมหากษัตริย์ทุกปี ได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว

3. ยักษ์ทวารบาล 12 ตน ผู้เฝ้าประตูที่คนมักเดินผ่าน
วัดพระศรีรัตนศาสดารามมีประตูทางเข้าหลักที่มีรูปปั้นยักษ์ขนาดใหญ่ตั้งเฝ้าอยู่รวม 12 ตน แบ่งเป็นยักษ์สีต่างกันตามความหมายและตำแหน่งที่ตั้ง
ยักษ์ทั้ง 12 ตนนั้นล้วนมีชื่อ มีลักษณะ และมีความหมายแตกต่างกัน บางตนเป็นยักษ์ฝ่ายธรรม บางตนเป็นฝ่ายอธรรม และการที่ยักษ์ทั้งสองฝ่ายยืนอยู่ด้วยกันสะท้อนแนวคิดทางพุทธศาสนาเรื่องของการมีอยู่ของทั้งความดีและความชั่วในโลก

4. พระมณฑป อาคารที่เก็บพระไตรปิฎกฉบับทอง
พระมณฑปทรงสี่เหลี่ยมประดับด้วยกระเบื้องโมเสกวิจิตรตระการตา ตั้งตระหง่านอยู่กลางลานวัดพระแก้ว เป็นที่ประดิษฐานพระไตรปิฎกฉบับทอง ซึ่งรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าให้จัดทำขึ้นพร้อมกับการสร้างวัด
การตกแต่งด้วยกระเบื้องมุกและเปลือกหอยที่ส่องแสงระยิบระยับในแสงแดด คือหนึ่งในภาพที่สวยที่สุดของวัดพระศรีรัตนศาสดารามแต่คนมักมองข้ามเพราะสนใจพระอุโบสถมากกว่า

5. ปราสาทพระเทพบิดร อาคารฝรั่งเศสกลางวัดไทย
ปราสาทพระเทพบิดรสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปของบูรพกษัตริย์รัตนโกสินทร์ รูปแบบสถาปัตยกรรมของอาคารนี้ผสมผสานศิลปะไทย-เขมร เข้ากับองค์ประกอบแบบยุโรป สะท้อนยุคสมัยที่สยามกำลังรับอิทธิพลจากต่างประเทศ
ภายในประดิษฐานพระบรมรูปหล่อรัชกาลที่ 1-8 ทำจากโลหะปิดทองทั้งหมด เปิดให้เข้าชมเพียงปีละ 1 ครั้งในวันจักรี 6 เมษายน เท่านั้น

6. หอระฆัง กับลายกนกที่สมบูรณ์แบบที่สุด
หอระฆังของวัดพระแก้วเป็นตัวอย่างของงานปูนปั้นลายกนกไทยที่ช่างในวัฒนธรรมรัตนโกสินทร์ยุคแรกสร้างไว้อย่างประณีต ลายกนกที่ม้วนโค้งออกจากก้านแต่ละชิ้นมีสัดส่วนและจังหวะที่บรรจงอย่างที่ช่างสมัยใหม่หลายคนยกย่องว่าเป็นต้นแบบที่ยังไม่มีใครทำได้สมบูรณ์กว่า

7. หอพระนาก ศาสนสถานที่เก่าแก่ที่สุดในบริเวณวัด
หอพระนากเป็นส่วนหนึ่งของวัดพระศรีรัตนศาสดารามที่มักไม่ค่อยถูกกล่าวถึง แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะที่ประดิษฐานพระอัฐิของพระบรมวงศ์และเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมสำคัญของราชวงศ์มาตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์
สถาปัตยกรรมที่นี่มีความเรียบง่ายกว่าอาคารอื่นในวัด ซึ่งบางคนมองว่าทำให้ดูโดดเด่นกว่าในแบบที่ต่างออกไป

8. พระเจดีย์ทองสามองค์ เพื่อนคู่พระมณฑป
รอบพระอุโบสถมีพระเจดีย์ตั้งอยู่หลายองค์ ล้วนมีความหมายเฉพาะตามตำแหน่งและยุคสมัยที่สร้าง
พระเจดีย์ทองสามองค์ที่ตั้งเรียงกันอยู่ในบริเวณวัดนั้นสร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชาในแต่ละรัชกาล ความแตกต่างด้านรูปแบบและสัดส่วนของแต่ละองค์คือหลักฐานทางสถาปัตยกรรมที่แสดงถึงพัฒนาการของศิลปะไทยในช่วงต้นรัตนโกสินทร์

9. โมเดลนครวัด จำลองโลกในขนาดย่อ
รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าให้สร้างโมเดลจำลองนครวัดไว้ในบริเวณวัด สะท้อนให้เห็นว่าในยุคนั้นสยามมองนครวัดว่าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรและมรดกทางวัฒนธรรมของตน
โมเดลนี้ไม่ใช่แค่ประดับตกแต่ง แต่คือคำประกาศทางการเมืองและวัฒนธรรมที่สลักไว้บนหินปูน

10. ภาพไตรภูมิบนผนังพระอุโบสถ จักรวาลทั้งหมดในห้องเดียว
ภายในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม บนผนังด้านหลังพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร มีภาพจิตรกรรมที่วาดแผนจักรวาลตามคติพุทธศาสนาหรือ “ไตรภูมิ” แสดงให้เห็นภาพของสวรรค์ มนุษยโลก และนรก ในภาษาภาพที่วิจิตรและมีรายละเอียดมากที่สุดในศิลปะรัตนโกสินทร์
การที่พระประธานประทับอยู่ต่อหน้าภาพจักรวาลนั้น คือการออกแบบที่มีความหมายลึกซึ้ง บอกว่าพระพุทธเจ้าทรงอยู่เหนือทั้งสามภูมิและทรงเป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ทั่วจักรวาล

ข้อมูลการเข้าชม: วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตั้งอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ถนนนาพระลาน เขตพระนคร กรุงเทพฯ เปิดทุกวัน 8.30–15.30 น. ค่าเข้าชมรวมพระบรมมหาราชวัง 500 บาทสำหรับชาวต่างชาติ คนไทยเข้าฟรี
