เยอรมนี พบ คูราเซา ทีมชาติเยอรมนีเปิดตัวในฟุตบอลโลก ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 ได้อย่างยิ่งใหญ่สมราคาทีมเต็ง ด้วยการถลุง คูราเซา ทีมน้องใหม่ที่ลงเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ไปด้วยสกอร์ขาดลอย 7-1 ที่สนามฮูสตัน สเตเดียม รัฐเท็กซัส ในนัดเปิดสนามของกลุ่ม E บอลโลกล่าสุด
เปิดเกมได้สวยภายในไม่ถึง 10 นาที
เยอรมนีเริ่มเกมได้อย่างดุดันตั้งแต่นาทีแรก โดย เฟลิกซ์ เอ็นเมชา ยิงเปิดสกอร์ได้ในนาทีที่ 6 จากการจ่ายบอลของฟลอเรียน เวิร์ตซ์ ซึ่งเป็นจังหวะที่เอ็นเมชาเล่นบอลสองต่อหนึ่งกับเวิร์ตซ์ ก่อนยิงด้วยลูกหมุนที่โค้งเข้าเสาไกลอย่างสวยงาม ถือเป็นการเปิดเกมที่งดงามภายในเวลาไม่ถึง 6 นาที และเป็นสัญญาณบอกเหตุถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา
คูราเซาทวงคืนหน้าประวัติศาสตร์ แต่อยู่ได้ไม่นาน

ท่ามกลางการรุกอย่างต่อเนื่องของเยอรมนี คูราเซา ก็สามารถสร้างโมเมนต์ประวัติศาสตร์ของตัวเองได้สำเร็จ เมื่อ ลิวาโน่ โคเมเนนเซีย ยิงตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จ ซึ่งกลายเป็นประตูแรกในฟุตบอลโลกของทีมชาติคูราเซา ทำให้แฟนบอลทีมบลูเวฟทั่วเกาะต่างปลื้มปีติกับช่วงเวลาประวัติศาสตร์นี้
แต่ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน เพราะหลังจากนั้นเยอรมนีก็กลับมาคุมเกมได้อีกครั้งและไม่ปล่อยให้คูราเซาได้กลับมาสร้างความหวังอีกเลย โดยทีมเสือเหลืองตอบโต้ด้วยการยิงเพิ่มอีกถึง 6 ประตูแบบรัวๆ เพื่อปิดเกมในครึ่งแรกของทัวร์นาเมนต์อย่างเหนือชั้น
ครึ่งแรกจบ 4-1 ก่อนถล่มเพิ่มในครึ่งหลัง
ก่อนจบครึ่งแรก เยอรมนียิงเพิ่มได้อีกสองประตูในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน โดยนิโก้ ชล็อตเตอร์เบ็ค ยิงประตูที่สามให้กับทีมในนาทีที่ 38 และในช่วงทดเวลาครึ่งแรก ไค ฮาแวร์ทซ์ ยิงประตูที่สี่จากจุดโทษได้สำเร็จในนาทีที่ 45+5 ทำให้เยอรมนีนำห่างไปก่อนเข้าพักครึ่งด้วยสกอร์ 4-1
เปิดมาในครึ่งหลังไม่นาน จามาล มูเซียลา ยิงประตูที่ห้าให้กับเยอรมนีในนาทีที่ 47 จากการจ่ายบอลของโจชัว คิมมิช ทำให้สกอร์ขยับเป็น 5-1 และตอกย้ำว่าคูราเซาไม่มีทางต้านทานพลังโจมตีของทีมแชมป์โลก 4 สมัยได้เลย
ฮาแวร์ทซ์ทำดับเบิ้ล สองตัวสำรองยิงทิ้งทวน

ในช่วงครึ่งหลัง โค้ชเยอรมนีเริ่มส่งตัวสำรองลงมาเสริมเกมรุก และทั้งสองคนก็ทำผลงานได้ทันที โดยนาธาเนียล บราวน์ ยิงประตูที่หกในนาทีที่ 68 จากการจ่ายบอลของเดนิส อุนดาฟ ตัวสำรองที่ลงมา และต่อมาอุนดาฟก็ทำประตูของตัวเองได้สำเร็จ ทำให้สกอร์ขยับเป็น 6-1 หลังจากที่เยอรมนีเจาะแนวรับของคูราเซาได้อย่างง่ายดายในกรอบเขตโทษ
สำหรับฮาแวร์ทซ์ ดาวยิงคนสำคัญของทีม ก็ยังไม่หยุดเพียงแค่ลูกจุดโทษในครึ่งแรก เพราะเขายังสามารถยิงประตูที่สองของตัวเองได้สำเร็จในช่วงท้ายเกม ทำให้ฮาแวร์ทซ์เป็นผู้ทำสองประตูในเกมนี้ พร้อมกับผู้เล่นหลายคนที่มีส่วนร่วมในการสร้างประตูต่างๆ ตลอดทั้งเกม และปิดท้ายด้วยสกอร์รวม 7-1 ในที่สุด
สถิติย้อนรอยปี 2014 ที่เคยใส่บราซิล
ผลการแข่งขัน 7-1 ในนัดนี้ถือเป็นตัวเลขที่มีความหมายเป็นพิเศษสำหรับแฟนบอลเยอรมนี เพราะเป็นสกอร์เดียวกับที่เยอรมนีเคยถลุงบราซิลในฟุตบอลโลก 2014 รอบรองชนะเลิศที่กลายเป็นหนึ่งในผลงานที่น่าจดจำที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก แม้ครั้งนี้คู่แข่งจะเป็นทีมที่มีศักยภาพต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ก็ยังเป็นการเริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ที่สร้างความฮึกเหิมให้กับทีมชาติเยอรมนีได้เป็นอย่างดี ผลการแข่นขัน
ความหมายต่อตารางคะแนนกลุ่ม E
เยอรมนี พบ คูราเซา ก่อนเกมนี้ เยอรมนีอยู่ในอันดับที่ 10 ของฟีฟ่าแรงค์กิ้ง และเข้าสู่เกมนี้ในฐานะทีมเต็งอย่างเหนือชั้น แม้ว่าในสองฟุตบอลโลกหลังสุดพวกเขาจะตกรอบแบ่งกลุ่มทั้งสองครั้งหลังจากคว้าแชมป์ในปี 2014 ส่วนคูราเซานั้นเป็นประเทศที่เล็กที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ และอยู่ในอันดับที่ 82 ของโลก
ด้วยผลต่างประตูที่ห่างกันถึง 6 ลูกในนัดเดียว ทำให้เยอรมนีแทบจะการันตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้แล้ว โดยแค่เก็บอีกเพียง 1 แต้มจากสองนัดที่เหลือก็เพียงพอสำหรับการผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่มเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่คว้าแชมป์โลก ในขณะที่คูราเซาแม้จะได้สัมผัสความทรงจำประวัติศาสตร์จากประตูแรกในฟุตบอลโลก แต่ด้วยผลต่างประตูที่ติดลบหนักเช่นนี้ คูราเซาจำเป็นต้องเอาชนะทั้งเอกวาดอร์และไอวอรีโคสต์ในสองนัดที่เหลือ เพื่อให้มีโอกาสลุ้นผ่านเข้ารอบต่อไป
ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 นัดต่อไปของกลุ่ม E จะยิ่งน่าติดตามมากขึ้น เมื่อเยอรมนีต้องเผชิญหน้ากับไอวอรีโคสต์และเอกวาดอร์ ซึ่งเป็นทีมที่หลายฝ่ายมองว่าจะเป็นบทพิสูจน์ที่แท้จริงของทีมเสือเหลืองในทัวร์นาเมนต์นี้ ติดตามข่าวบอลโลกที่นี่
