มีร้านอาหารบางประเภทที่ยิ่งโลกเปลี่ยนเร็วเท่าไหร่ ยิ่งทำให้คนอยากกลับไปหามันมากขึ้น
และบัวลอยก็เป็นหนึ่งในนั้น
บัวลอย by จงเจริญ คือร้านบัวลอยสไตล์คาเฟ่ที่ครีเอตเมนูของหวานที่เราคุ้นเคยให้แตกต่างออกไปอย่างมีเอกลักษณ์ เริ่มต้นจาก “คุณเอาท์” เจ้าของร้าน ผู้เป็นลูกหลานของร้านขนมหวานยายเขียน ร้านขนมหวานในตำนานชื่อดังของหาดใหญ่ ทำให้ได้คลุกคลีกับการทำขนมหวานขายมาตั้งแต่เด็ก ช่วงวิกฤตโควิดเกิดตกงาน จึงปิ๊งไอเดียเปิดร้านบัวลอย by จงเจริญ สาขาแรกที่หัวหมาก กทม.
ยายเขียน รากฐานที่ไม่เคยหายไป
ก่อนจะเป็น บัวลอย by จงเจริญ ต้องเล่าถึงต้นกำเนิดก่อน
ร้านขนมหวานยายเขียนในหาดใหญ่คือชื่อที่คนรุ่นเก่าในสงขลาจำได้ดี มันไม่ใช่แค่ร้านขนมธรรมดา แต่คือสถาบันความหวานของย่านที่สะสมความไว้วางใจจากลูกค้ามาหลายทศวรรษ
สิ่งที่สำคัญในเรื่องราวของ บัวลอย by จงเจริญ คือการที่คุณเอาท์เติบโตมาในบรรยากาศนั้น ได้กลิ่นกะทิสด ได้เห็นกระบวนการทำขนมไทยตั้งแต่เด็ก และได้รับสิ่งที่ไม่มีโรงเรียนสอนได้คือ “ความรู้สึกว่าของหวานที่ดีเป็นยังไง”
ความรู้นั้นไม่ได้หายไปไหน มันรอวันที่เขาจะนำมันออกมาใช้
โควิด วิกฤตที่เปลี่ยนเป็นโอกาส
ช่วงวิกฤตโควิด เกิดตกงาน จึงปิ๊งไอเดียเปิดร้านบัวลอย by จงเจริญ สาขาแรกที่หัวหมาก กทม.
การสูญเสียงานในช่วงโควิดเป็นเรื่องเจ็บปวดสำหรับคนจำนวนมาก แต่สำหรับคุณเอาท์ มันคือสัญญาณว่าถึงเวลาแล้วที่จะหยิบสิ่งที่ตัวเองมีอยู่มาตลอดชีวิตออกมาใช้ประโยชน์
การเลือกเปิดสาขาแรกที่กรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันบอกว่าเขาไม่ได้แค่อยากทำร้านขนมหวานในบ้านเกิด แต่อยากให้ บัวลอย by จงเจริญ เดินทางไปไกลกว่านั้น
เมื่อบัวลอยกลายเป็นมากกว่าบัวลอย

สิ่งที่ทำให้ บัวลอยจงเจริญ ต่างจากร้านขนมหวานทั่วไปคือการที่มันไม่ได้หยุดแค่บัวลอยธรรมดา
เมนูซิกเนเจอร์ที่ขายดีและควรลองชิมสักครั้งคือ “บัวลอยจงเจริญ” เม็ดบัวลอยหนึบๆ ในน้ำกะทิคั้นสดวันต่อวัน ต้มจนหอมใบเตย ใส่เครื่องมาแบบแน่นๆ เหมาะจะกินสองคน และยังมี “บัวลอยไข่หวานชาไทย” ที่ชาไทยใต้แท้ๆ เจ้าของร้านตั้งใจเลือกชาใต้หลายชนิดที่คัดมาแล้วว่าดีเบลนรวมกันจนได้ชาไทยที่เข้มข้นละมุนลิ้น เข้ากันอย่างดีกับเม็ดบัวลอยนุ่มๆ
การที่ บัวลอย by จงเจริญ ใช้กะทิสดคั้นวันต่อวัน ไม่ใช้กะทิกล่อง ฟังดูเป็นรายละเอียดเล็กน้อย แต่คนที่กินบัวลอยมาตลอดชีวิตจะรู้ความแตกต่างทันที กะทิสดให้ความหอมและความมันที่กะทิกล่องให้ไม่ได้ และนั่นคือจุดที่รากฐานจากยายเขียนแสดงออกมา เพราะร้านขนมหวานในตำนานไม่เคยประนีประนอมกับวัตถุดิบ
เมนูที่ครีเอตจากของคุ้นเคย
สำหรับใครที่ชอบกินเมนูของหวานแบบเย็นๆ แนะนำให้สั่ง “ไอติมกะทิทรงเครื่อง” ไอศกรีมกะทิที่อัดแน่นด้วยเครื่องแบบไม่กั๊ก ทั้งบัวลอย ข้าวโพดและฝอยทอง ตามด้วยของหวานในน้ำแข็งป่นเย็นฉ่ำ
ร้านนี้มีเมนูของหวานหลากหลายที่ทุกคนคุ้นเคย ถูกนำเสนอในรูปแบบใหม่จนครองใจใครหลายคน
สูตรความสำเร็จของ บัวลอย by จงเจริญ ไม่ได้อยู่ที่การคิดเมนูแปลกใหม่ที่ไม่มีใครเคยกินมาก่อน แต่อยู่ที่การนำเมนูที่คนรู้จักดีอยู่แล้วมาทำให้ดีกว่าที่เคยกิน บัวลอยยังเป็นบัวลอย ชาไทยยังเป็นชาไทย ไอติมกะทิยังเป็นไอติมกะทิ แต่ทุกอย่างถูกยกระดับด้วยความใส่ใจในรายละเอียด
สไตล์คาเฟ่ที่ไม่ทิ้งรากร้านขนมเก่า

บรรยากาศของ บัวลอย by จงเจริญ คือการผสมผสานที่หาดูยาก สไตล์คาเฟ่ที่สะอาด โปร่ง สวยพอถ่ายรูป แต่ไม่รู้สึกว่าขอมให้คุณรีบกิน
บรรยากาศร้านกว้างขวาง น่านั่งมาก ร้านสะอาดสะอ้าน มีที่นั่งให้เลือกมากมาย
สิ่งนี้สำคัญมากสำหรับร้านขนมหวานในยุคนี้ เพราะคนไม่ได้แค่อยากกินขนม แต่อยากมีประสบการณ์ อยากนั่งสบาย อยากถ่ายรูปกับคนที่มาด้วยกัน บัวลอย by จงเจริญ เข้าใจสิ่งนี้โดยไม่ต้องให้ใครบอก
จากหัวหมากกลับหาดใหญ่ ขยายตัวโดยไม่ทิ้งตัวตน
เรื่องที่น่าสนใจของ บัวลอย by จงเจริญ คือการขยายสาขาที่เดินย้อนกลับ จากกรุงเทพฯ กลับสู่หาดใหญ่ บ้านเกิดของคุณเอาท์ และจากหาดใหญ่ขยายต่อไปอีก
ปัจจุบัน บัวลอย by จงเจริญ มีสาขาทั้งในกรุงเทพฯ หัวหมาก และในต่างจังหวัดอย่างหาดใหญ่ สงขลา และนครศรีธรรมราช
การที่ร้านที่เริ่มต้นในกรุงเทพฯ กลับมาเปิดในบ้านเกิดได้ประสบความสำเร็จ พิสูจน์ว่า ร้านขนมหวานหาดใหญ่ แห่งนี้ไม่ได้โตแค่ในกระแสโซเชียล แต่โตจากปากสู่ปากของคนที่กินแล้วอยากบอกต่อ
ราคาที่ยังเป็นมิตร หัวใจที่ยังเป็นร้านชุมชน
ราคาเมนูที่ร้านเริ่มต้นที่ 35 บาทขึ้นไป หากต้องการเพิ่มท็อปปิ้งที่ถูกใจ ราคาก็เริ่มต้นเพียงแค่ 5 บาทเท่านั้น
ในยุคที่ของหวานสไตล์คาเฟ่หลายร้านตั้งราคาในระดับที่คนธรรมดากินได้ไม่บ่อย บัวลอย by จงเจริญ เลือกที่จะรักษาราคาให้เข้าถึงได้ นั่นคือปรัชญาของร้านขนมหวานยายเขียนที่ส่งต่อมา ของดีไม่ได้หมายความว่าต้องแพง
ชาไทยใต้ที่ไม่ได้เอามาลอยๆ
หนึ่งในสิ่งที่คนมักพูดถึงเมื่อกิน บัวลอยไข่หวานชาไทย คือชาไทยที่ใช้ต่างจากร้านอื่น
ชาไทยของที่นี่เป็นชาใต้แท้ๆ เจ้าของร้านตั้งใจเลือกชาใต้หลายชนิดที่คัดมาแล้วว่าดี เบลนรวมกันจนได้ชาไทยที่เข้มข้นละมุนลิ้น
ความเอาใจใส่ในชาที่ต้องเบลนเองนั้นบอกว่า คุณเอาท์ไม่ได้มองบัวลอยเป็นแค่ขนมหวานที่ทำได้ทุกที่ แต่มองมันเป็นงานที่ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่แป้งบัวลอย น้ำกะทิ ไปจนถึงชาที่ใช้จุ่มลง
ขนมไทยที่ไม่เคยตกยุค แค่รอคนนำเสนอให้ดีพอ
เรื่องราวของ บัวลอย by จงเจริญ บอกสิ่งหนึ่งที่น่าคิดเกี่ยวกับขนมไทยโดยรวม บัวลอยไม่ใช่ขนมที่ “ตกยุค” และไม่ใช่ขนมที่ต้อง “ปรับ” ให้ทันสมัยด้วยการเปลี่ยนสูตรจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม
สิ่งที่ขนมไทยต้องการคือคนที่ทำมันด้วยวัตถุดิบที่ดี ใส่ใจในรายละเอียด และนำเสนอในพื้นที่ที่คนอยากนั่ง เพียงเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว
บัวลอย by จงเจริญ ทำสิ่งนั้น และผลลัพธ์คือแถวคนรอที่ยังคงยาวในหลายสาขา
