9 กรกฎาคม 2565
30 K

 ‘เอสเย็น’ กาแฟใส่น้ำแข็งที่บ่งบอกความเป็นไทยได้ดีที่สุด ดูจะเป็นคำตอบที่ได้รับความนิยมมายาวนาน ด้วยรสชาติเข้มข้น หวานมัน กลมกล่อม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่อร่อยไม่แพ้กาแฟนอก

ทำไมเมนูเอสเย็นถึงมีรสชาติลงตัวอย่างน่าประหลาดใจ ทาริค อัลฮูลี แชมป์ World Es Yenn Championship 2021 จะชวนมาทำความรู้จักเอสเย็นกันอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

สอนเทคนิคชงกาแฟเอสเย็นเองให้อร่อยขึ้นกว่าเดิม โดยแชมป์ World Es Yenn Championship 2021

“ผมมองว่าความเข้มข้น หวานมัน แต่ไม่หวานและไม่เข้มจนเกินไป คือหัวใจสำคัญของเอสเย็น” หากรสชาติขาดความสมดุลจาก 4 อย่างนี้ อาจไม่เรียกว่าเป็นเอสเย็นที่ดีในนิยามของเขา

“เอสเย็นเป็นเมนูที่ทำให้กาแฟคุณภาพไม่ถึงกับดีเยี่ยมอร่อยได้” ทาริคเล่าความประทับใจต่อเมนูนี้ เพราะเมล็ดกาแฟที่ใช้นั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นเมล็ดกาแฟนอกหรือเมล็ดกาแฟชั้นยอดเสมอไป เมล็ดกาแฟเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ต้องมาผสมกับอีกหลายอย่างถึงจะอร่อย

เอสเย็นมีส่วนผสมที่เรียบง่ายเพียง 4 อย่างเท่านั้น คือ กาแฟ นมข้นหวาน นมข้นจืด และนมสด แต่ความสำคัญคืออัตราส่วนที่พอดี ต้องมีการชั่ง ตวง วัด เพื่อให้เกิดความสมดุล

ทาริคคว้าแชมป์มาด้วยคอนเซ็ปต์กาแฟเอสเย็นที่ไม่ทำร้ายสุขภาพมากนัก เขาให้ความสำคัญกับส่วนผสมที่ใช้ และเคล็ดลับที่ทำให้เมนูของทาริคอร่อยไม่เหมือนใครจนคว้าแชมป์ คือ ‘นมข้นหวาน’ ที่ทาริคทำเองจากน้ำตาลทรายแดง นำมาเคี่ยวกับนมสด ให้รสชาติหวานหอมคล้ายคาราเมล เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและคุมความหวานได้ตามต้องการ

ไม่ต้องเสียเวลาทดลองหรือปรุงนมข้นหวานเอง เพราะแชมป์ World Es Yenn Championship 2021 ให้สูตรแบบละเอียด โดยใช้นมข้นหวานที่หาซื้อได้ทั่วไป เพียงเข้าใจความแตกต่างของส่วนผสม ชั่งตวงวัดตามอัตราส่วนต่อไปนี้ รับรองเลยว่าเอสเย็นของคุณจะอร่อยเหมือนมีแชมป์มาชงให้ดื่มถึงบ้าน

ส่วนผสม

  1. กาแฟคั่วเข้ม 44 กรัม (กาแฟ Cold Brew 60 มิลลิลิตร)
  2. นมข้นหวาน 25 กรัม
  3. นมข้นจืด 45 กรัม
  4. นมสด 45 กรัม
  5. น้ำแข็ง

วิธีทำ

สอนเทคนิคชงกาแฟเอสเย็นเองให้อร่อยขึ้นกว่าเดิม โดยแชมป์ World Es Yenn Championship 2021

1. โดสกาแฟในอัตราส่วน 22 กรัม ซึ่งอัตราส่วนนี้จะสกัดออกมาได้ทั้งหมด 44 กรัม ใช้เวลาสกัด 30 – 35 วินาที ถ้าหากบ้านใครไม่มีเครื่องชงเอสเปรสโซ แอบกระซิบว่าใช้ Cold Brew หรือกาแฟสกัดเย็นแทนได้ โดยใช้กาแฟอัตราส่วน 1 : 5 คือ กาแฟ 100 กรัม เติมน้ำ 500 มิลลิลิตร จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็น 24 ชั่วโมงแล้วเอาออกมากรอง สูตรนี้รับรองว่ากาแฟที่ได้จะไม่ขมจนเกินไป

สอนเทคนิคชงกาแฟเอสเย็นเองให้อร่อยขึ้นกว่าเดิม โดยแชมป์ World Es Yenn Championship 2021

2. ขั้นตอนนี้สำคัญ ให้นำกาแฟที่สกัดได้เทผสมกับนมข้นหวาน 25 กรัมที่ไม่ผ่านการแช่เย็น เพราะเมื่อแช่เย็นความหนาแน่นจะเพิ่มขึ้น และทำให้ความหวานไม่คงที่ ถ้าอยากทดลองความแตกต่างของนมข้นหวานแต่ละยี่ห้อ ให้ลองผสมกาแฟกับนมข้นหวานยี่ห้อต่าง ๆ ในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน ชอบความหวานและกลิ่นเมื่อผสมกับกาแฟยี่ห้อไหน ก็ใช้ส่วนผสมแก้วนั้นทำขั้นตอนต่อไป

เทคนิคสำคัญคือ ต้องเททันทีก่อนที่ Crema ด้านบนของช็อตกาแฟเอสเปรสโซจะแตกตัว (เวลาที่เหมาะสมคือภายใน 10 วินาที) แล้วคนให้เข้ากัน การชงเอสเย็นจึงต้องชั่งส่วนผสมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับขั้นตอนนี้

แจกเคล็ดลับแชมป์ World Es Yenn Championship 2021 ที่ทำให้ชงเอสเย็นอร่อยขึ้นได้ด้วยตัวเอง

3. เติมนมข้นจืด 45 กรัมที่ตวงไว้ลงไป แล้วคนให้เข้ากัน เทคนิคการเลือกใช้นมข้นจืดในแบบฉบับของคุณทาริคนั้นไม่มีอะไรมาก ขอแค่เป็นนมข้นจืดที่ให้ความมันและไม่มีกลิ่นแรง

แจกเคล็ดลับแชมป์ World Es Yenn Championship 2021 ที่ทำให้ชงเอสเย็นอร่อยขึ้นได้ด้วยตัวเอง

4. เติมนมสด 45 กรัมลงไปเป็นอย่างสุดท้าย แล้วคนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน เคล็ดลับการเลือกนมสดนั้นควรเป็นนมพาสเจอร์ไรซ์ เนื่องจากมีคุณภาพที่นิ่งกว่านมสดปกติ การคุมคุณภาพของนมค่อนข้างสำคัญ เพราะหากคุณภาพเปลี่ยน รสชาติของเอสเย็นก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย

แจกเคล็ดลับแชมป์ World Es Yenn Championship 2021 ที่ทำให้ชงเอสเย็นอร่อยขึ้นได้ด้วยตัวเอง

5. ตักน้ำแข็งเตรียมไว้แล้วเทกาแฟลงแก้ว คนให้เย็นทั่วถึงและนับ 1 ถึง 10 ไปด้วย เมื่อจับแก้วแล้วต้องไม่มีส่วนไหนที่ยังไม่เย็น เพราะเสน่ห์ของการดื่มเอสเย็นคือ เมื่อดูดขึ้นมาจะต้องเย็นซาบซ่าทั่วทั้งแก้ว

Writer

Avatar

ชัชชญา แสงสาคร

นักเขียนที่ชอบเที่ยวเชียงใหม่และรักแมวส้มเป็นชีวิตจิตใจ

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

24 ธันวาคม 2565
2 K

ในยุคที่ผู้คนเริ่มหันมาสนใจ Sustainable Fashion กันอย่างจริงจังมากขึ้น ใช้เวลาทำความรู้จักแบรนด์ที่ให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืน สืบหาประวัติและที่มาก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อของชิ้นหนึ่ง ตั้งใจเตรียมตัวและเดินทางไปงานแลกเสื้อผ้า รวมถึงสนับสนุนการสวมใส่เสื้อผ้ามือสอง

แต่นั่นคือทั้งหมดของแฟชั่นยั่งยืนแล้วหรือยัง 

อีกทางเลือกหนึ่งที่เริ่มลงมือทำเองได้ที่บ้าน คือ ‘การซ่อมแซมเสื้อผ้า’ ซึ่งลดกระบวนการผลิตจากทรัพยากรใหม่ต่าง ๆ และเสริมส่งให้อายุการใช้งานเสื้อผ้าของคุณ รวมไปถึงอายุของโลกของเรายาวขึ้นอีกนิด วิธีการซ่อมที่อยากแนะนำนั้นไม่ซับซ้อน เพียงใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วในบ้าน ผสานกับความสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในตัว เสกให้เสื้อผ้าเก่านั้นดูใหม่ขึ้นในพริบตา

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

ซ่อม กับ ผ้า

กว่าเสื้อผ้าสุดเก๋ตัวหนึ่งในตู้จะเดินทางมาอยู่บนตัวเรานั้น มันผจญภัยผ่านหลายกระบวนการแทบนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการสรรหาวัสดุ การผลิตในระบบอุตสาหกรรมผ่านแรงงานจำนวนมาก การบรรจุใส่หีบห่อและขนส่ง การวางขายในร้านหรือออนไลน์ ไปจนถึงการทำลายชิ้นส่วนที่ไม่ผ่านการควบคุมคุณภาพ

เสื้อผ้าแต่ละชิ้นจะอยู่กับผู้บริโภคนานที่สุดในช่วง ‘การใช้งาน’ เมื่อเสื้อผ้าเกิดร่องรอยขึ้น ผู้ใส่ก็อาจไม่อยากใช้งานเสื้อผ้านั้นอีกต่อไป เพราะรู้สึกว่า ‘มันเก่า ไม่สมบูรณ์ ดูไม่เรียบร้อย’ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันแนวคิดการซ่อมเสื้อผ้าเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น กลายเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจและกำลังถูกพูดถึงในหลายประเทศ นั่นคงเป็นเพราะทุกคนตระหนักเรื่องความยั่งยืน และร่วมอยากเป็นส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหว เพราะฉะนั้น เราลองลงมือเย็บปักพร้อมกันทีละขั้นตอน

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

ซ่อม กับ เข็ม

‘เย็บ ปัก ถัก ร้อย’ หลายคนแค่ฟังก็รู้สึกยาก เพราะนึกถึงวิธีการที่ละเอียดจนน่าปวดหัว อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็น่าจะใช้งานไม่ง่าย จะทำตามอย่างไรยังคิดไม่ออก ใจเย็นก่อน! เราคัดเลือกอุปกรณ์คู่ใจในการเริ่มลงมือซ่อมเสื้อผ้าครั้งแรกสำหรับมือใหม่มาให้แล้ว 

ไม่ต้องมีจักรเย็บผ้าอันใหญ่ ๆ เพราะการเย็บปักด้วยมือนั้นง่าย เริ่มต้นทำด้วยเข็ม ด้าย และอื่น ๆ อีกมากมายในวิชา กพอ.

1. เสื้อผ้าที่มีร่องรอย

2. เข็มเย็บผ้าหรือเข็มปักผ้า

3. ด้าย ไหมปัก หรือไหมพรม 

4. สะดึง

5. เข็มหมุด

6. กรรไกรก้ามปูหรือทั่วไป

7. ดินสอหรือชอล์กเขียนผ้า

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

ซ่อม กับ มือ

1. หยิบเสื้อผ้าที่มีร่องรอยซึ่งเก็บซ่อนไว้ไม่ยอมโยนทิ้งไปขึ้นมาสักหนึ่งชิ้น ร่องรอยดังกล่าวจะเป็นรูขาด รอยเลอะเปรอะเปื้อน หรือความไม่ตั้งใจใดก็ได้

2. สังเกตร่องรอย แล้วลองใช้เวลาทบทวนที่มาและเรื่องราวของเสื้อผ้าชิ้นนั้น

3. ขึงสะดึงให้ตึงรอบ ๆ ร่องรอย จะได้สะดวกต่อการทำงานเย็บปัก

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

4. ร่างลวดลายอย่างง่าย โดยอาจอิงกับจินตนาการหรือสิ่งที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงจากเรขาคณิต และเส้นสายจากธรรมชาติ

5. ในที่นี้เราเลือกเสื้อสีส้มตัวโปรดที่ไม่ได้หยิบมาซ่อมสักที เสื้อเชิ้ตนี้มีรอยขาดขนาดเล็กตรงด้านหลังของแขนขวา ร่องรอยไม่ได้ใหญ่มาก แต่เวลาใช้งานเพื่อนบางคนก็มักจะทักว่า “เสื้อขาดตรงนี้หรือเปล่า” ตอนนี้คงถึงเวลารักษารอยกันแล้วล่ะ

6. ขอหยิบรูปทรง ‘Sparkle’ ซึ่งมีลวดลายเหมือนประกายส่องแสงและขั้นตอนการเย็บไม่ซับซ้อนจนเกินไป ผนวกกับเรื่องราวในตอนนั้นที่ซื้อเสื้อตัวนี้จากตลาดที่อากาศร้อน และมีแสงแดดจากพระอาทิตย์ส่องเป็นประกาย 

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

7. นำรูปทรงที่เลือกสรรในจินตนาการหรือในอินเทอร์เน็ตมาลงมือร่างที่ร่องรอยบนผ้า โดยใช้ดินสอหรือชอล์กเขียนผ้า หากไม่มี ใช้ดินสอหรือสีธรรมดาเขียนลงไปอ่อน ๆ ก็ได้

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

8. เลือกสีด้ายที่เข้ากับผ้าในมุมมองของคุณ จะเป็นคู่สีตรงข้าม สีข้างเคียงกัน หรือสีที่โปรดปรานก็ย่อมได้ ในที่นี้ขอเลือกสีที่ชอบซึ่งเป็นสีส้ม อ่อนลงเล็กน้อยและไม่โดดจากสีเสื้อจนเกินไป จากนั้นจึงร้อยด้ายเข้าในเข็ม และมัดปมที่ปลายด้าย

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

9. ปักเข็มขึ้นมาบนผ้าจุดหนึ่งตามรอยดินสอ ให้ปมที่ผูกไว้อยู่ด้านในเสื้อผ้า และปักเข็มลงบนจุดต่อไปตามที่ร่างไว้ 

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

10. ปักขึ้นและลงเรื่อย ๆ โดยเริ่มจากสร้างกรอบให้รูปทรง จากนั้นปักขึ้นลงคล้ายการระบายสีให้เต็มพื้นที่ รูปทรงจะปรากฏขึ้นช้า ๆ ขั้นตอนนี้ขึ้นอยู่กับลวดลายที่เลือกว่าซับซ้อนมากน้อยเท่าไร ต้องใช้เวลาแค่ไหนในการรังสรรค์

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

11. ในระหว่างนี้เราเลือกใช้ด้ายมากกว่าหนึ่งสี เพื่อเพิ่มความสดใสให้กับเสื้อเชิ้ตที่มีอายุขัยตัวนี้ และตั้งใจสื่อสารว่านี่เป็นลวดลายที่มีมิติ สร้างขึ้นจากความละเมียดละไม ไม่ได้ต้องการลบร่องรอยให้กลืนหายไป

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

12. ซ่อมเสร็จแล้ว! เสื้อเชิ้ตตัวเก่านี้ดูใหม่ขึ้นเป็น ‘ประกาย’ จากพลังความตั้งใจและความสร้างสรรค์ พร้อมให้นำไปสวมใส่ต่อ

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

ซ่อม กับ ใส่

สวมใส่ไปกับรอยซ่อม ไม่ต้องเขินอาย! 

แม้เสื้อผ้าตัวแรกที่ผ่านการซ่อมแซมสำเร็จแล้ว อาจดูไม่สมบูรณ์และถูกใจสักทีเดียว ไม่เป็นไร นี่คือการเรียนรู้และลงมือทำจากฝีมือของเราที่พัฒนาต่อไปได้เรื่อย ๆ ขั้นตอนการเย็บปักถักซ่อมเบื้องต้นนี้ เป็นเพียงวิธีการพื้นฐานที่ทุกคนทดลองหาวิธีการที่เหมาะกับตัวเองได้โดยการลงมือทำต่อไป พอซ่อมเสร็จแล้ว อย่าลืมนำเสื้อผ้าที่มีร่องรอยและลวดลายไปสวมใส่เป็นประจำด้วยความภาคภูมิใจ เพราะความสร้างสรรค์ล้วนเกิดขึ้นด้วยความพยายามจากสองมือของเรา 

การซ่อมเสื้อผ้าเป็นอีกทางเลือก หากคุณอยากเริ่มลงมือทำอะไรง่าย ๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน การเย็บปักลวดลายให้ร่องรอยเหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะลดปริมาณการใช้จ่ายเพื่อซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่ สนับสนุนการบริโภคแฟชั่นอย่างยั่งยืน หรือทำให้อยากใช้งานเสื้อผ้าตัวนั้นต่อไป แต่ยังสร้างสมาธิระหว่างการเย็บปัก ความภูมิใจในการเริ่มต้นลงมือใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ แถมยังนำผลงานสร้างสรรค์ลวดลายต่าง ๆ ไปอวดเพื่อนได้ด้วยนะ 

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

วันไหนเสื้อผ้าเกิดร่องรอย ก็ซ่อมแซมวนไป จนกว่าจะสวมใส่ต่อไม่ได้!

หากอยากรู้แนวคิดและหลักการซ่อมแซมเสื้อผ้า เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการยืดอายุเสื้อตัวโปรดต่อไป ลองมาทำความรู้จักกับ Community ที่ส่งเสริมการซ่อมเสื้อผ้า ใช้งานซ้ำ และเล่าเรื่องราวแฟชั่นยั่งยืน ได้ที่

https://www.facebook.com/amore.amend

Writer

Avatar

วีณา พันธุ์ธีรานุรักษ์

นักออกแบบที่ชอบแอบบอกว่าตัวเองเป็นเป็ด สนใจเรื่องความยั่งยืนไปจนถึงการพบคนแปลกหน้า และสักวันจะเลี้ยงหมาที่ตั้งชื่อเผื่อเอาไว้ให้ได้

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load