ใครล่ะจะไม่รู้จักแม่น้ำโขง เพราะวัฒนธรรม ประเพณี ตลอดจนวิถีชีวิตของผู้คนริมสองฟากฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรม ประมง ไปจนถึงท่องเที่ยว ทุกมิติของคนในภูมิภาคนี้ล้วนพึ่งพิงแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขาอีกนับพัน ที่เชื่อมโยงถึงกันเป็นโครงข่ายที่หล่อเลี้ยงผู้คนกว่า 60 ล้านชีวิต 

ต้นกำเนิดแม่น้ำโขงเริ่มต้นจากเทือกเขาหิมาลัยในทิเบต หิมะที่หลอมละลายค่อยๆ ไหลมารวมกัน จนกลายเป็นแม่น้ำไหลผ่านภูมิประเทศอันหลากหลายของประเทศจีน เมียนมา ไทย ลาว กัมพูชา และไหลลงสู่ทะเลจีนใต้ที่เวียดนาม รวมระยะทางทั้งสิ้นกว่า 5,000 กิโลเมตร 

แม่น้ำโขงจึงได้สมญานามว่า ‘เส้นเลือดใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้’

เจาะลึกภารกิจงานด้านเขตแดนไทย เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่อง ‘แม่น้ำโขง’ พรมแดนไทย-ลาว

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกบทบาทของแม่น้ำโขงที่ดำรงมานานกว่า 128 ปี นั่นคือการเป็นเส้นแบ่งเขตแดนประเทศไทยและ สปป.ลาว ซึ่งหลายครั้งถูกหยิบยกขึ้นเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ เพราะหลายคนมองว่าเรื่องเส้นแบ่งเขตแดนตามแนวแม่น้ำโขงนั้นซับซ้อน และยังมีความคลุมเครือระหว่างประเทศสองฝั่งน้ำ

เพื่อตอบข้อสงสัยเรื่องเขตแดนทางน้ำของไทยที่เกี่ยวโยงกับแม่น้ำโขง เราชวนคุณสนทนากับ คุณทรงชัย ชัยปฏิยุทธ ผู้อำนวยการกองเขตแดน กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ หนึ่งในทีมผู้ขับเคลื่อนภารกิจด้านเขตแดนไทย 

เจาะลึกภารกิจงานด้านเขตแดนไทย เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่อง ‘แม่น้ำโขง’ พรมแดนไทย-ลาว

ผู้จะมาบอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่สมัยโบราณ ที่เส้นแบ่งแต่ละเขตแดนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังพร่าเลือน สู่การทำสนธิสัญญาว่าด้วยเขตแดนสมัยใหม่กับฝรั่งเศส ประเทศเจ้าอาณานิคมของ สปป.ลาว เมื่อ ค.ศ. 1893 เรื่อยมาจนถึงความสำคัญของการปักหลักเขตแดนไทย-ลาว ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ ค.ศ. 1996

นี่คือวิวัฒนาการที่ไม่เคยหยุดนิ่งตลอดระยะเวลา 128 ปีของเส้นเขตแดนธรรมชาติ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ของภูมิภาคอย่างแม่น้ำโขง

01 เขตแดนโลกที่เพิ่งเกิดขึ้น

ในห้องทำงานของคุณทรงชัย มีแผนที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผืนใหญ่ปูจรดผนัง แผนที่ผืนนี้ไม่มีเส้นแบ่งประเทศ แต่มีรายละเอียดทางภูมิศาสตร์ละเอียดยิบ ละเอียดถึงขั้นนูนเป็น 3 มิติ ตามความสูงจริงของเทือกเขาต่างๆ ด้วย

เจาะลึกภารกิจงานด้านเขตแดนไทย เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่อง ‘แม่น้ำโขง’ พรมแดนไทย-ลาว

“เรื่องเขตแดนไม่ใช่แนวคิดที่มีมาดั้งเดิม ในอดีตเราไม่ได้แบ่งประเทศอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม อาณาเขตรับรู้กันคร่าวๆ ว่าข้ามเทือกเขาหรือพ้นแม่น้ำสายใด แนวความคิดเรื่องเขตแดนเป็นเพียงบริเวณไกลที่สุดที่รัฐสามารถใช้อำนาจปกครองไปถึง และพร้อมที่จะใช้กำลังป้องกันเมื่อมีผู้รุกราน ไม่ว่าจะเป็นสมัยสุโขทัยหรือกรุงศรีอยุธยา ล้วนอยู่ภายใต้แนวคิดแบบดั้งเดิมนี้” คุณทรงชัยเริ่มอธิบายด้วยการย้อนสู่อดีต

“ต่อมา ช่วงศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 นับเป็นยุคสมัยใหม่ที่เกิดคำนิยามของรัฐตามกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งระบุว่ารัฐจะต้องประกอบไปด้วยประชากร ดินแดนที่แน่ชัด รัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ และความสามารถในการก่อนิติสัมพันธ์”

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ความจำเป็นในการใช้ประโยชน์จากดินแดนก็เพิ่มมากขึ้น ทั่วโลกจึงมีแนวโน้มที่จะกำหนดเขตแดนระหว่างกันให้ชัดเจนยิ่งขึ้นเป็นลำดับ จนถึงปัจจุบัน เขตแดนนับเป็นเส้นแบ่งขอบเขตที่รัฐสามารถใช้อำนาจอธิปไตย และแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติได้ภายในขอบเขตนั้น

เจาะลึกภารกิจงานด้านเขตแดนไทย เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่อง ‘แม่น้ำโขง’ พรมแดนไทย-ลาว

การกำหนดเขตแดนมี 2 แบบ คือกำหนดโดยใช้วิธีทางเรขาคณิต และกำหนดโดยใช้สภาพภูมิประเทศ

การกำหนดโดยใช้วิธีทางเรขาคณิต ใช้การลากเส้นตรงจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือ เขตแดนของรัฐจำนวนมากในทวีปแอฟริกาและทวีปอเมริกา ที่เส้นแบ่งเขตแดนขีดเป๊ะเป็นเส้นตรง

ในขณะที่การกำหนดเขตแดนโดยใช้สภาพภูมิประเทศ เป็นแนวปฏิบัติที่นิยมมากกว่าในปัจจุบัน ใช้อุปสรรคธรรมชาติเป็นตัวแบ่งเขตแดน ที่นิยมใช้กันมากก็คือสันปันน้ำบนเทือกเขาและแม่น้ำ 

ฉันเหลือบตามองแผนที่ 3 มิติด้านหลัง พร้อมกับที่คุณทรงชัยเฉลยว่า ใช่แล้ว มันคือรูปแบบเขตแดนส่วนใหญ่ของไทยนั่นเอง 

02 เขตแดนไทยโดยสังเขป

ถ้าตั้งใจเรียนวิชาสังคมศึกษา น่าจะพอจำกันได้ว่า เขตแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านมีความยาวมากกว่า 5,000 กิโลเมตร 

แบ่งเป็นเขตแดนไทย-กัมพูชา ประมาณ 798 กิโลเมตร เขตแดนไทย-เมียนมา ประมาณ 2,401 กิโลเมตร เขตแดนไทย-มาเลเซีย ประมาณ 647 กิโลเมตร และเขตแดนไทย-ลาว ประมาณ 1,810 กิโลเมตร 

เจาะลึกภารกิจงานด้านเขตแดนไทย เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่อง ‘แม่น้ำโขง’ พรมแดนไทย-ลาว

เขตแดนของไทยทุกวันนี้ เป็นผลจากการทำสนธิสัญญากำหนดเขตแดนในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 และ 20 ระหว่างประเทศไทยกับอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจเจ้าอาณานิคมของเพื่อนบ้านเราทั้งหมดในเวลานั้น

“ย้อนกลับไปในอดีต เราเผชิญหน้ากับอิทธิพลของเจ้าอาณานิคม ทางทิศใต้และตะวันตกคือประเทศอังกฤษ ในขณะที่ทางตะวันออกคือประเทศฝรั่งเศส เพราะฉะนั้น เราจึงต้องทำข้อตกลงที่กำหนดโดยชาติมหาอำนาจเหล่านั้น เพื่อสร้างความชัดเจนเรื่องเขตแดน 

“เมื่อสยามมีเขตแดนของประเทศชัดเจน กลายเป็นรัฐสมัยใหม่ตามข้อกำหนดสากล เราจึงหยุดการขยายอำนาจของรัฐอาณานิคมที่เข้ามาจากทุกทิศทางได้” 

และอย่างที่ทราบกันดีว่า ในช่วงเวลานั้น สยามก็ต้องเสียอาณาเขตซึ่งเคยเป็นหัวเมืองประเทศราชมายาวนานให้แก่ประเทศเจ้าอาณานิคมทั้งสองไปเช่นกัน เพื่อรักษาความเป็นเอกราชและเพื่อคงอธิปไตยของรัฐที่จะทำกิจกรรมใดๆ ทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองภายในประเทศได้อย่างเป็นอิสระ

เจาะลึกภารกิจงานด้านเขตแดนไทย เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่อง ‘แม่น้ำโขง’ พรมแดนไทย-ลาว

“ผู้ที่มีความสำคัญในการเจรจาในเวลานั้น ท่านก็เป็นบรรพบุรุษของพวกเราในกระทรวงการต่างประเทศ และเมื่อเขตแดนทั้งหมดของไทยเกิดจากกฎหมายระหว่างประเทศ จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมงานด้านเขตแดนจึงตกทอดมาอยู่ภายใต้การดูแลของกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ

“ประเด็นเขตแดนเป็นเรื่องทางเทคนิคมาก หลายๆ หน่วยงานที่รับผิดชอบงานเขตแดนของประเทศไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงการต่างประเทศ อย่างประเทศมาเลเซีย งานเขตแดนจะอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือประเทศสิงคโปร์ ก็มีทั้งกระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานอัยการสูงสุดที่ดูแลเรื่องนี้”

03 แม่น้ำโขง เขตแดนไทย-ลาว

คุณทรงชัยชี้ให้เราหยิบหนังสือปกดำเล่มหนาที่ดูเก่าแก่และบอบบางขึ้นมาพลิกดู 

เจาะลึกภารกิจงานด้านเขตแดนไทย เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่อง ‘แม่น้ำโขง’ พรมแดนไทย-ลาว

“ในสมัยที่โลกยังอยู่ในสภาพความคลุมเครือของเขตแดน แม่น้ำโขง เส้นเลือดใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ใช่แม่น้ำระหว่างประเทศ แต่เป็นเสมือนแม่น้ำภายในภูมิภาคมากกว่า จนกระทั่งการเข้ามาของประเทศเจ้าอาณานิคม และกติกาสากลว่าด้วยการเป็นรัฐสมัยใหม่

“สนธิสัญญาที่ไทยทำไว้กับฝรั่งเศสเมื่อ ค.ศ. 1893 กำหนดให้สยามสละข้ออ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนฝั่งซ้าย รวมถึงเกาะทุกเกาะในแม่น้ำโขงให้ฝรั่งเศส อธิบายให้เห็นภาพ แม้จะยังไม่ค่อยชัดเจนว่าตกลงแม่น้ำเป็นของใคร ดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงและเกาะทั้งหมดต้องเป็นของฝรั่งเศสในเวลานั้น”

ต่อมาเกิดการเจรจาขึ้นอีกครั้ง กลายเป็นสนธิสัญญาฉบับ ค.ศ. 1926 ว่าด้วยการกำหนดเส้นแบ่งเขตแดนไทย-ลาว ในแม่น้ำโขงโดยเฉพาะ ซึ่งระบุว่าช่วงแม่น้ำโขงที่ไม่มีเกาะตั้งอยู่ ให้ถือร่องน้ำลึกของแม่น้ำเป็นเส้นแบ่งเขตแดน ส่วนช่วงแม่น้ำโขงที่มีการแยกออกเป็นหลายสาย เพราะมีเกาะให้ใช้ร่องน้ำลึกของสายแยกที่ใกล้ฝั่งไทยที่สุดเป็นเส้นแบ่งเขตแดน

“ร่องน้ำลึกคือจุดที่ลึกที่สุดในแม่น้ำ อยู่ใต้น้ำ จึงมองไม่เห็น ต้องเป็นคนเดินเรือ นักภูมิศาสตร์ หรือนักอุทกศาสตร์ ถึงจะรู้ว่าอยู่ตรงไหนของลำน้ำ อย่างไรก็ตาม ในสนธิสัญญา ค.ศ. 1926 เราได้เกาะที่อยู่ในแม่น้ำโขงมาแปดเกาะ จากเดิมที่เกาะทั้งหมดเป็นของฝรั่งเศส และบังเอิญในสนธิสัญญา ค.ศ. 1926 ระบุให้มีคณะกรรมการไปกำหนดเขตแดนลงในแผนที่แม่น้ำโขงด้วย”

แผนที่อายุร่วม 90 กว่าปีแล้ว สมัยยังไม่มีดาวเทียม ไม่มี GPS ทั้งหมดจัดทำขึ้นด้วยกระบวนการแอนะล็อก คือแผนที่ในหนังสือปกดำในมือเราเล่มนี้นี่เอง ซึ่งคุณทรงชัยบอกว่า เป็นเอกสารประวัติศาสตร์หนึ่งในหลายๆ เอกสารที่ใช้ประกอบการดำเนินการเขตแดน ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจา

เจาะลึกภารกิจงานด้านเขตแดนไทย เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่อง ‘แม่น้ำโขง’ พรมแดนไทย-ลาว

“กระบวนการทำแผนที่มีรายละเอียดและเทคนิคมากมาย ถ้าลงรายละเอียดคงคุยกันไม่จบวันนี้ ผมขอข้ามมาตอนที่ว่า พอคณะกรรมการกำหนดเขตแดนได้ทำงานแล้วเสร็จ เราได้เกาะในแม่น้ำโขงมาเพิ่มมาอีกสามสิบสี่เกาะ เท่ากับเราได้เกาะทั้งสิ้นสี่สิบสองเกาะ เพราะฉะนั้น จะเห็นว่าเรื่องเขตแดนของแม่น้ำโขงมีวิวัฒนาการมาเสมอ ไม่ได้หยุดนิ่ง”

คุณทรงชัยบอกว่า คนมักลืมนึกไปว่าเขตแดนไทย-ลาว ไม่ได้มีแค่แม่น้ำโขง แต่ยังมีเส้นเขตแดนตามร่องน้ำลึกของแม่น้ำเหือง รวมถึงเส้นเขตแดนตามสันปันน้ำของทิวเขาหลวงพระบาง และทิวเขาพนมดงรัก ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็มีความท้าท้ายในการทำงานที่แตกต่างกันไปตามบริบท

04 ภารกิจงานด้านเขตแดนที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

เราเดินทะลุไปยังห้องเก็บเอกสารสนธิสัญญาและแผนที่โบราณที่สว่างไสว ดูทันสมัยราวกับห้องแล็บวิทยาศาสตร์ แผ่นกระดาษอายุหลักร้อยปีที่วางเรียงซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบในห้องนี้ มีความสำคัญอย่างมากต่อภารกิจงานด้านเขตแดนไทย

โดยหลักการแล้ว ประเทศไทยเคารพสนธิสัญญาที่ได้จัดทำขึ้นในอดีต และยึดถือเส้นเขตแดนที่เป็นไปตามที่ได้ปักปันกันไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม เขตแดนส่วนใหญ่ของไทยเป็นไปตามสันปันน้ำและร่องน้ำลึก โดยเฉพาะแม่น้ำโขง ซึ่งตลอดเวลากว่า 100 ปีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ 

ดังนั้น แม้จะเคยสำรวจและปักปันเขตแดนกันทั้งหมดแล้วในอดีต แต่เทคโนโลยีทางภูมิศาสตร์ การสำรวจและจัดทำแผนที่ในอดีตยังไม่ก้าวหน้าพอที่จะทำให้ได้เส้นเขตแดนที่แน่ชัดเท่าที่ควร หนึ่งในภารกิจหลักของกองเขตแดน กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ จึงเป็นการดำเนินการเพื่อให้ทราบเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านที่แน่ชัดนั่นเอง

“เราต้องการทำให้สิ่งที่อาจจะมีความเป็นนามธรรมมากหน่อยในอดีตเป็นรูปธรรมขึ้นมา เช่น ตามสนธิสัญญาระบุเขตแดนไทยกับลาวเป็นไปตามสันปันน้ำ ถามว่าวันนี้เราไปเดินบนภูเขา เขตแดนนั้นอยู่ตรงไหน เราไม่รู้หรอกครับ จึงต้องใช้วิทยาศาสตร์เข้าช่วย ด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน ซึ่งด้านลาวดำเนินมาตั้งแต่ ค.ศ. 1996

วิวัฒนาการตลอดระยะเวลา 128 ปี ของเขตแดนไทย-ลาว ตามแนวแม่น้ำโขง และการขับเคลื่อนภารกิจงานด้านพรมแดนที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
วิวัฒนาการตลอดระยะเวลา 128 ปี ของเขตแดนไทย-ลาว ตามแนวแม่น้ำโขง และการขับเคลื่อนภารกิจงานด้านพรมแดนที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

“การสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน ไม่ใช่การขีดเส้นเขตแดนหรือเจรจาเขตแดนใหม่ เพราะเราปักปันเขตแดน (Delimitation) กันไปแล้วในอดีต สิ่งที่เราทำคือสำรวจและปักหลักเขตแดน (Demarcation) โดยนำสนธิสัญญาและแผนที่ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมากาง เพื่อพิจารณาสิ่งที่เคยตกลงกันไว้ในอดีต หรือที่ภาษากฎหมายระหว่างประเทศเรียกว่า การตีความสนธิสัญญา (Interpretation of Treaties)”

สนธิสัญญาและแผนที่บางฉบับพร่าเลือนไปตามกาลเวลา จึงต้องมีการเก็บรักษาที่ดีทั้งที่เป็นกระดาษและในรูปแบบดิจิทัลหรือไมโครฟิล์ม (ซึ่งมีเครื่องอ่านอยู่เพียงไม่กี่เครื่องในประเทศไทย) ช่วยให้เอกสารเหล่านี้ได้บันทึกสิ่งที่ไทยกับประเทศอื่นๆ ได้ตกลงกันไว้อย่างไม่เลือนลาง

คุณทรงชัยเล่าต่อว่า “จากนั้นก็ลงพื้นที่สำรวจ กองเขตแดนฯ เป็นทีมฝ่ายกฎหมาย ส่วนทางเทคนิคที่ลงพื้นที่สำรวจ มีหน่วยงานคู่แฝดที่ทำงานร่วมกันอย่างกรมแผนที่ทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ช่วยดำเนินการเพื่อจัดทำหลักเขตแดนให้เป็นไปตามที่ตีความ ซึ่งแน่นอนว่ามีอุปสรรคมากมายระหว่างทาง 

วิวัฒนาการตลอดระยะเวลา 128 ปี ของเขตแดนไทย-ลาว ตามแนวแม่น้ำโขง และการขับเคลื่อนภารกิจงานด้านพรมแดนที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

 “ทั้งความเห็นระหว่างเราและประเทศเพื่อนบ้านไม่ตรงกันบ้าง บางครั้งตีความกฎหมายระหว่างประเทศไม่เหมือนกัน นำไปสู่อีกหน้าที่หนึ่งของกรมสนธิสัญญาและกฎหมายที่จะต้องพูดคุย ทำข้อตกลงกับฝั่งลาวเพื่อให้ทุกอย่างที่ออกมาเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนของเราเป็นที่ตั้งด้วย แน่นอนว่าข้อนี้เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว”

05 สนธิสัญญาใหม่ ?

การพูดคุยเพื่อหาข้อตกลงร่วมกันตามที่คุณทรงชัยอธิบาย ไม่ใช่นึกอยากยกหูโทรศัพท์หาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เป็นการพูดคุยบนโต๊ะประชุมระดับประเทศ ที่กระทรวงการต่างประเทศเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นภายใต้ชื่อคณะ​กรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Commission : JBC) ไทย-ลาว โดยจัดมาแล้ว 11 ครั้ง

วิวัฒนาการตลอดระยะเวลา 128 ปี ของเขตแดนไทย-ลาว ตามแนวแม่น้ำโขง และการขับเคลื่อนภารกิจงานด้านพรมแดนที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

ความคืบหน้าในปัจจุบัน การปักหลักเขตแดนไทย-ลาว เฉพาะส่วนผืนดิน คืบหน้าไปแล้วกว่า 96 เปอร์เซ็นต์ “คนมักถามว่า ทำไมตัวเลขไม่เพิ่มขึ้นเลย ที่มันค้างอยู่นานเพราะยังมีประเด็นปัญหา การตีความสนธิสัญญาหรือความคิดเห็นบางอย่างระหว่างสองประเทศที่ไม่ตรงกัน ในตัวเลขที่นิ่งอยู่นาน จริงๆ แล้วมีการดำเนินการอยู่ตลอด ที่ย่อยลงไปในรายละเอียด”

คุณทรงชัยบอกว่า ในอนาคต เมื่อการเจรจากับลาวสุดสิ้นลง ภารกิจปักหลักเขตแดนสำเร็จครบทุกจุด ก็จะต้องรับรองผลการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนตลอดแนวพันกว่ากิโลเมตรนี้ ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดสนธิสัญญาฉบับใหม่ขึ้น แทนที่หรือเสริมสนธิสัญญาฉบับเก่าที่เราทำไว้ตั้งแต่สมัยสยาม-ฝรั่งเศส สนธิสัญญาที่ว่านี้จะระบุรายละเอียดว่าเขตแดนไทย-ลาว อยู่ตรงไหน อันนี้ก็แล้วแต่ความประสงค์ของทั้งสองประเทศในเวลานั้น

วิวัฒนาการตลอดระยะเวลา 128 ปี ของเขตแดนไทย-ลาว ตามแนวแม่น้ำโขง และการขับเคลื่อนภารกิจงานด้านพรมแดนที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

“จะมีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไปช่วยระบุรายละเอียดพื้นที่ส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเขตแดนตามร่องน้ำลึกหรือเขตแดนตามสันปันน้ำ อาจเป็น GPS หรืออะไรที่ทันสมัยกว่านั้น ซึ่งอาจจะต้องมีการขยับในส่วนที่ไม่ชัดเจนบ้าง และแน่นอนว่ามันต้องผ่านกระบวนการภายในทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 

“สิ่งที่เป็นความต่อเนื่องเสมอมา คือความตกลงเรื่องเขตแดนจะต้องขอความเห็นชอบจากประชาชน ซึ่งก็คือรัฐสภาก่อนเสมอ ปัจจุบันอยู่ในมาตรา 178 แห่งรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอาณาเขต ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงซึ่งเขตแแดน เพราะประชาชนไทยคือเจ้าของบ้านหลังนี้”

06 ความอยู่ดีมีสุขของคนสองฝั่งโขง

หากมองไปยังเป้าหมายในมิติอื่น นอกเหนือจากเคลียร์ให้ชัดว่าประเทศไหนเป็นเจ้าของพื้นที่ งานปักหลักเขตแดน เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของผู้คนอย่างไร คุณทรงชัยอธิบายว่า การพัฒนาพื้นที่ชายแดนทั้งหมดเกี่ยวข้องกับเรื่องเขตแดนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“เราอยากให้ประชาชนตามแนวชายแดนสงบสุข เพราะอะไรที่ไม่ชัดเจน จะสร้างปัญหาตลอดเวลา ตั้งแต่ปัญหาเล็กๆ อย่างสัตว์เลี้ยงไปกินหญ้าในฝั่งที่ไม่ควรจะกิน จนถึงปัญหาใหญ่ อย่างเกาะกลางแม่น้ำโขงนี้เป็นของใคร มีคนไปโยนยาเสพติดไว้ ถามว่าอย่างนี้ ตำรวจพื้นที่ไหนมีอำนาจจับกุม 

“หรือเมื่อต้องตัดถนน สร้างสาธารณูปโภคเพื่อส่งเสริมการค้าและเศรษฐกิจชายแดน ใครต้องออกเงินค่าก่อสร้างถึงตรงไหนบ้าง หรือถ้าต้องการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง ในบริเวณที่หลักเขตแดนยังไม่ชัดเจน จะต้องแบ่งอำนาจกันอย่างไร

 “หรือในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เราต้องตั้งด่านป้องกันโรคที่ใด ถึงบริเวณใดที่รัฐไทยต้องให้ความคุ้มครองประชาชนในพื้นที่ จากบริเวณใดที่เดินทางจากประเทศเพื่อนบ้านต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านการสาธารณสุขของไทย ในยามปกติไทยก็ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยจากประเทศเพื่อนบ้านด้วยเหตุผลทางมนุษยธรรมอยู่แล้ว”

“ในส่วนของแม่น้ำโขง เป้าหมายอันหนึ่งของการทำงานของเราคือ ให้ประชาชนไทยตามฝั่งแม่น้ำโขงได้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขงอย่างมีความสุข ได้ใช้น้ำและทรัพยากรจากน้ำในการดำรงชีวิต ใช้แม่น้ำโขงในการสัญจรไปมาได้ โดยไม่ถูกรบกวนจากความไม่ชัดเจนต่างๆ ประชาชนในประเทศที่สัญจรข้ามไปมากันได้แบบที่เรียกว่า ‘ไร้พรมแดน’ มักเป็นประเทศที่มีความชัดเจนเขตแดนแล้ว เขตแดนที่เป็นสิ่งสมมุติทางกฎหมายไม่ขัดขวางการดำรงชีวิต”

คุณทรงชัยทิ้งท้ายบทสนทนาด้วยการเล่า Success Story ในการปักหลักเขตแดนที่ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย ซึ่งเชื่อมต่อกับพรมแดนลาว “ทุกวันนี้ถ้าไปเที่ยวภูชี้ฟ้า นอกจากความสวยงามของทรัพยากรแล้ว ที่นี่มีหลักเขตแดนตั้งอยู่หนึ่งหลัก ซึ่งต่อมากลายเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเช็กอิน

“ก่อนจะมาถึงจุดนี้ เราทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ค่อนข้างมาก และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทำให้เห็นว่า การมีเขตแดนชัดเจนไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ มิหนำซ้ำยังดึงดูดการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เข้ามาอีกด้วย บางคนเดินเล่นถ่ายรูป เอามือไปแตะหลักเขตแดนบ้าง วางขาซ้ายอยู่ลาว ขาขวาอยู่ไทยบ้าง กลายเป็นแลนด์มาร์กของพื้นที่ไปเลย”

วิวัฒนาการตลอดระยะเวลา 128 ปี ของเขตแดนไทย-ลาว ตามแนวแม่น้ำโขง และการขับเคลื่อนภารกิจงานด้านพรมแดนที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

ภาพ : กองเขตแดน กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ และ Pixarbay

Writer

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

เมื่อพูดถึงงานของกระทรวงการต่างประเทศ คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงภาพการนั่งโต๊ะเจรจาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ก็ยังมีงานอีกมิติที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การดูแลคนไทยในต่างแดน ซึ่งใน พ.ศ. 2564 มีคนไทยอาศัยอยู่ในต่างประเทศมากถึง 1.4 ล้านคน

งานสองส่วนนี้ส่งเสริมซึ่งกันและกัน เราต้องมีสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศก่อน จึงจะเข้าไปตั้งสถานทูต สถานกงสุลใหญ่ เพื่อดูแลคนไทย ซึ่งเป็นทั้งงานเชิงรับและเชิงรุก ที่จะคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ ในขณะเดียวกันก็สร้างชุมชนไทยให้เข้มแข็งผ่านระบบอาสาสมัคร ‘สหวิชาชีพ’ และโครงการต่างๆ ที่ช่วยเสริมสร้างความรู้ ส่งเสริมสุขภาพ สร้างทักษะอาชีพ ไปจนถึงการทำให้สถานทูตเป็นที่พึ่งทางใจ และการสร้างความสามัคคีในชุมชนชาวไทย

14 ภารกิจดูแลคนไทยในต่างแดนที่คุณอาจนึกไม่ถึงว่า นี่คืองานของสถานทูต
นำวิทยากรสหวิชาชีพไปให้ความรู้การสร้างเสริมอาชีพแก่คนไทยในนอร์เวย์

เมื่อชุมชนไทยในต่างแดนเข้มแข็ง ย่อมจะเกื้อหนุนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็จะดีขึ้นด้วย

ภารกิจนี้อยู่ภายใต้การดูแลของกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โดยผ่านสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่ตั้งอยู่ทั่วโลก ซึ่งปีที่ผ่านมาช่วยเหลือคนไทยในต่างแดนไปเกือบ 150,000 คน

ความช่วยเหลือที่ว่ามีตั้งแต่งานขีดเขียนเอกสาร ไปจนถึงการลงพื้นที่ทุรกันดารที่อาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากทุกรูปแบบ ซึ่งหลากหลาย และบางงานก็ไม่น่าเชื่อว่า นี่คืองานของนักการทูตไทย

The Cloud ขอแนะนำ 14 ภารกิจดูแลคนไทยที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า นี่คืองานของสถานทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ โดยผู้ที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราวของแต่ละภารกิจให้เราฟังก็คือ คุณนฤชัย นินนาท ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ

1. ตามหาญาติ

การตามหาญาติ คืองานที่มีผู้ใช้บริการเกือบ 2,000 รายในปีที่ผ่านมา โดยผู้ใช้บริการเป็นคนไทยที่อยู่ในเมืองไทย ซึ่งพบว่าญาติผู้อยู่ต่างแดนขาดการติดต่อ จึงขอให้สถานทูตช่วยตามหาว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร เหล่านักการทูตจึงต้องรับบทประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือชุมชนไทยในประเทศนั้นๆ เพื่อแกะรอยตามหา บางกรณีพบว่าถูกจับไปดำเนินคดี แต่หลายกรณีก็พบความจริงที่โหดร้ายว่า เขาหรือเธอคนนั้นไม่อยากติดต่อกับคนเคยรักอีกต่อไป เพราะมีคนรักใหม่ไปแล้ว ในกรณีนี้ทางสถานทูตจะส่งข่าวเศร้าให้ทราบว่า ญาติปลอดภัยดี แต่ไม่ต้องการเปิดเผยที่อยู่ และไม่ต้องการให้ติดต่อไปแล้ว

2. เปิดสถานทูตเป็นที่พึ่งทางใจ

สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทย ถือว่าเป็นที่พึ่งสำหรับผู้ตกทุกข์ได้ยาก เพราะเมื่อเกิดปัญหาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ คนไทยจำนวนมากมักจะหนีร้อนมาพึ่งเย็นที่สถานทูต

เคยมีกรณีหญิงไทยจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ แล้วย้ายไปอยู่กับสามี พอเกิดเหตุทะเลาะวิวาทรุนแรง ผู้หญิงก็หนีออกมาตัวเปล่า ไม่มีเงินและเอกสารใดๆ เธอมาขอให้สถานทูตช่วยส่งเธอกลับเมืองไทย แต่โชคร้ายที่ประเทศนั้นจะเดินทางออกได้ก็ต่อเมื่อได้รับ Exit Visa หรือการอนุญาตให้ออกจากประเทศก่อนเท่านั้น กรณีนี้ต้องให้สามีเป็นผู้ยินยอม ในเบื้องต้นไม่ว่าสถานทูตจะต่อรองเท่าไรก็ไม่เป็นผล เพราะทางการมองว่าเป็นเรื่องในครอบครัว หญิงไทยรายนี้เลยต้องขอรับการปรึกษาและช่วยเหลือจากสถานทูตเป็นที่พึ่งทางใจเป็นเวลาต่อเนื่องถึง 9 เดือน จนสามารถเดินทางกลับไทยได้

3. ช่วยเหลือคนไทยถูกจับเป็นตัวประกัน

ครั้งหนึ่งลูกเรือประมงของไทยถูกกลุ่มโจรสลัดข้ามประเทศแถบภูมิภาคแอฟริกาจับตัวไปเรียกค่าไถ่ ด้วยการโทรมาขอเงินจากสถานทูตไทย เพื่อแลกกับชีวิตลูกเรือ ความยากคือจะต้องช่วยคนไทยให้ปลอดภัย แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่เจรจาต่อรองหรือจ่ายเงินให้กับกลุ่มโจร แต่จะต้องใช้วิธีประสานงานและเจรจาผ่านรัฐบาลและองค์กรเอกชนท้องถิ่น จนสุดท้ายก็ช่วยลูกเรือทั้งหมดกลับมาได้อย่างปลอดภัย ถือเป็นงานเจรจา ในอีกรูปแบบที่หลายคนคงไม่คาดคิดว่านี่คืองานของนักการทูต

14 ภารกิจดูแลคนไทยในต่างแดนที่คุณอาจนึกไม่ถึงว่า นี่คืองานของสถานทูต
การช่วยเหลือลูกเรือประมงกลับจากโซมาเลีย

4. ส่งคนไทยกลับบ้านท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน

เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ภัยธรรมชาติ ภัยสงคราม สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่มีหน้าที่ช่วยดูแลคนไทย เช่น ส่งแรงงานไทยกลับประเทศเมื่อเกิดสงครามในลิเบีย หรือในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลกก็ช่วยประสานงานพาคนไทยราว 200,000 คน กลับประเทศ ความท้าทายของการขนคนในช่วงวิกฤต คือการหาเครื่องบิน ซึ่งมีทั้งการส่งเครื่องบินไปรับ ประสานเครื่องบินพาณิชย์ กึ่งพาณิชย์ เครื่องบินทหารของไทย ไปจนถึงการขอฝากเครื่องบินต่างชาติกลับมา ถ้าเป็นการอพยพฉุกเฉิน รัฐบาลอาจจะดูแลค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้

14 ภารกิจดูแลคนไทยในต่างแดนที่คุณอาจนึกไม่ถึงว่า นี่คืองานของสถานทูต
สอท. ณ กรุงลอนดอน ให้บริการ One Stop Service แก่คนไทยในอังกฤษ
ผู้บริหารกรมการกงสุลหารือภารกิจการดูแลคนไทย

5. ส่งคนไทยที่ประสบปัญหากลับบ้าน

กรณีคนไทยที่ประสบปัญหาในต่างประเทศและต้องการเดินทางกลับไทย แต่ไม่มีเอกสารเดินทางไม่ว่าด้วยสาเหตุใด เช่น หนังสือเดินทางหายหรือโดนนายจ้างยึด ทางสถานทูตจะทำการพิสูจน์หลักฐานอื่นๆ ยืนยันว่าเป็นคนไทยจริง แล้วจึงจะออกเอกสารเดินทางชั่วคราวให้ แต่หลายรายก็ยังกลับไม่ได้อีกเพราะไม่มีเงิน โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางเข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมาย เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่มีระบบประกันชีวิตหรือสวัสดิการต่างๆ มาช่วยค่ารักษาพยาบาล ก็ต้องเดินทางกลับไปรักษาตัวที่เมืองไทย

ในกรณีที่เจ้าตัวและญาติที่เมืองไทยมีเงินไม่เพียงพอ สามารถขอยืมเงินในการเดินทางกลับไทยได้จากกระทรวงการต่างประเทศ โดยต้องลงนามในสัญญาชดใช้เงินคืน และต้องชดใช้เงินคืนตามข้อกำหนด ในช่วงที่ยังไม่คืนเงิน ก็จะไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศไทยได้ เพราะจะไม่มีหนังสือเดินทาง รวมทั้งหากไม่ชำระเงินคืนตามกำหนดระยะเวลา ก็อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ถ้าสงสัยว่า หากเข้าเมืองมาแบบผิดกฎหมายแล้วตอนเดินทางออกจะทำอย่างไร ในกรณีที่เจ็บป่วย ประเทศต้นทางมักจะยินดีให้ออก แต่ก่อนออกอาจจะโดนปรับ โดนแบนวีซ่า หรือขึ้นบัญชีดำไม่อนุญาตให้กลับเข้ามาอีก แล้วแต่นโยบายของแต่ละประเทศ

งานดูแลคนไทยของนักการทูตตั้งแต่ตามหาญาติ เจรจากับโจร ให้ยืมเงินกลับบ้าน และส่งศพกลับประเทศ
ช่วยเหลือและรอรับคนไทยกลับจากอินเดีย

6. ช่วยคนไทยที่ถูกดำเนินคดี

คดีเด็ดที่คนไทยในต่างประเทศทำผิดบ่อยที่สุดคือ การพำนักอาศัยเกินเวลา ส่วนเรื่องที่ถึงขั้นถูกคุมขังมักจะเป็นคดียาเสพติด เมื่อคนไทยในต่างแดนถูกจับ บางประเทศจะแจ้งมาที่สถานทูต ซึ่งมักจะเป็นการแจ้งเพื่อทราบ จากนั้นก็ปล่อยให้คดีดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรม หน้าที่ของสถานทูตคือ จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือต่างๆ ในฐานะที่เป็นคนไทยไม่ว่าจะผิดหรือถูก โดยไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งจะช่วยประสานงานแจ้งญาติที่เมืองไทย หรือช่วยหาทนาย

บางประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องความเป็นส่วนตัวมาก จะแจ้งสถานทูตก็ต่อเมื่อผู้ต้องหาร้องขอ ถ้าไม่ร้องขอ (เพราะกลัวหรืออาย) ก็ไม่แจ้งสถานทูต ในกรณีนี้ทางสถานทูตจะไม่ทราบเลยว่ามีคนไทยต้องโทษจองจำอยู่ในประเทศนั้น บางประเทศที่เคร่งครัดเรื่องความเป็นส่วนตัวมากๆ ถึงสอบถามไปว่ามีคนไทยอยู่ในเรือนจำไหม เขาก็จะไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ

การส่งตัวคนไทยที่ได้รับการปล่อยตัวหลังสิ้นสุดการดำเนินคดีจาก สปป. ลาวกลับประเทศไทย

7. ช่วยพาญาติไปพบผู้ต้องหา

เคยมีกรณีที่หญิงไทยลักลอบนำเฮโรอีนเข้าประเทศหนึ่ง ศาลตัดสินให้ประหารชีวิต เมื่อลูกสาวทราบข่าวก็อยากจะไปเจอคุณแม่เป็นครั้งสุดท้าย ทางสถานทูตก็ช่วยประสานให้ได้เดินทางไปพบ ซึ่งบางประเทศการเยี่ยมผู้ต้องหาทำได้ยากมาก บางประเทศก็ไม่อนุญาตเลย ในกรณีนี้ลูกสาวได้พบคุณแม่ทันเวลาก่อนวันประหารชีวิต 1 วัน แล้วก็ได้นำอัฐิคุณแม่กลับมา

การเดินทางเข้าประเทศอื่นในกรณีเร่งด่วนแบบนี้ เช่น มีญาติถูกดำเนินคดีในต่างประเทศ ต้องไปขึ้นศาลเป็นพยาน ต้องไปดูแลญาติที่เจ็บป่วยหรือกำลังจะเสียชีวิต หรือไปทำพิธีสำคัญ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ จะช่วยประสานงานกับสถานทูตต่างๆ ให้ช่วยออกวีซ่าแบบเร่งด่วนเป็นกรณีพิเศษ

8. นำศพกลับประเทศ

เมื่อชาวไทยเสียชีวิตในต่างประเทศ ญาติมักต้องการให้นำศพกลับมาทำพิธีทางศาสนาในเมืองไทย ซึ่งความยากง่ายก็แตกต่างกันไปตามประเทศและศาสนา

หากชาวพุทธหรือคริสต์อยากนำศพใส่โลงแล้วส่งกลับประเทศ มีบริษัทที่ให้บริการด้านนี้ แต่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก และมีกระบวนการต่างๆ มากมายที่ต้องทำ ทั้งระเบียบขั้นตอนการบรรจุเคลื่อนย้ายศพและงานเอกสาร ในช่วงโควิด-19 เช่นนี้ก็มีกฎระเบียบที่เข้มงวดยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งทางสถานทูตก็จะประสานงานกับญาติ เพื่อให้ความช่วยเหลือในทุกขั้นตอน

ถ้าญาติไม่สามารถเดินทางมาเองได้ ก็จะมอบอำนาจให้สถานทูตเป็นผู้จัดการให้

9. เผาศพ

วิธีการนำร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศที่สะดวกที่สุดคือ ฌาปนกิจแล้วนำกลับมาแต่อัฐิ ในเมืองที่มีวัดและเมรุ กระบวนการเผาศพทำได้ไม่ยาก แต่หากเมืองนั้นไม่มีวัดหรือมีวัดแต่ไม่มีเมรุ ก็ต้องหาสถานที่เผา ซึ่งอาจเป็นสถานที่ที่ให้บริการด้านนี้โดยตรง หรืออย่างในบางประเทศ นักการทูตก็เคยต้องไปประสานกับท้องถิ่นเพื่อนำศพไปจุดไฟเผากลางลานแบบดั้งเดิม โดยทั่วไปแล้วนักการทูตจะช่วยตั้งแต่การติดต่อรับศพจากโรงพยาบาล ติดต่อพระมาทำพิธี ไปจนถึงช่วยเก็บอัฐิ เป็นภารกิจอีกประการที่คนทั่วไปอาจไม่ได้นึกถึง

งานดูแลคนไทยของนักการทูตตั้งแต่ตามหาญาติ เจรจากับโจร ให้ยืมเงินกลับบ้าน และส่งศพกลับประเทศ
สอท. ณ กรุงเทลอาวีฟ เตรียมการส่งอัฐิผู้เสียชีวิตกลับไทย เนื่องจากเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองในอิสราเอล

10. ฝังศพและขุดศพ

ในกรณีที่ผู้เสียชีวิตเป็นชาวมุสลิม ก็มีทั้งการฝังในประเทศที่เสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมงตามหลักศาสนา และการส่งศพกลับมาฝังในประเทศไทย เคยมีกรณีหนึ่งเป็นลูกเรือชาวไทยที่นับถือศาสนาพุทธไปเสียชีวิตในประเทศมุสลิม ทางบริษัทจึงนำศพไปฝังในสุสาน เมื่อญาติรู้ข่าวก็อยากจะนำศพกลับมาทำพิธีทางศาสนาที่ไทย จึงประสานให้ทางสถานทูตช่วยติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศนั้นเพื่อขุดศพขึ้นมา และเพื่อให้มั่นใจว่าขุดถูกศพ ก็ต้องมีการนำชิ้นเนื้อไปพิสูจน์อัตลักษณ์ก่อน จากนั้นก็นำไปเผาแล้วนำอัฐิกลับมา โดยมีนักการทูตหรือกงสุลเป็นผู้จัดการทุกขั้นตอน

11. รับส่งอัฐิ

หากญาติผู้เสียชีวิตไม่สามารถเดินทางไปรับอัฐิกลับมาได้ด้วยตัวเอง ทางสถานทูตก็พร้อมทำพิธีทางศาสนาอย่างถูกต้อง แล้วจัดส่งอัฐิกลับมาให้ด้วย ผ่านระบบถุงเมล์การทูตของกระทรวงที่ใช้รับส่งเอกสารระหว่างประเทศ เมื่ออัฐิมาถึงเมืองไทย จะถูกเก็บไว้ในห้องเก็บอัฐิ ซึ่งเป็นห้องหนึ่งอยู่ในกองคุ้มครองฯ (ซึ่งน่าจะมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับห้องนี้มากมายเหลือเกิน) เพื่อรอให้ญาติมารับ ถ้าญาติไม่มารับ ก็จะนำไปเก็บไว้ที่วัดต่อไป

งานดูแลคนไทยของนักการทูตตั้งแต่ตามหาญาติ เจรจากับโจร ให้ยืมเงินกลับบ้าน และส่งศพกลับประเทศ

12. ส่งทรัพย์สินผู้เสียชีวิตกลับไทย

การส่งทรัพย์สินผู้เสียชีวิตกลับไทยไม่ได้ง่ายเหมือนการแพ็กของย้ายบ้านเสมอไป เมื่อมีคนไทยเสียชีวิตในต่างแดน บ่อยครั้งที่ญาติจะขอให้สถานทูตช่วยรวบรวมทรัพย์สินของผู้ตายส่งกลับมาให้ ราวสิบปีก่อน รถบัสท่องเที่ยวไทยพลิกคว่ำในต่างประเทศ มีผู้เสียชีวิตกว่า 20 ราย ทรัพย์สินทั้งหมดกระจัดกระจายรวมกันอยู่ในรถ ทางสถานทูตก็ต้องรวบรวมข้าวของต่างๆ ซึ่งบางชิ้นยังมีคราบเลือดติด กลับมาให้ญาตินำหลักฐานมาพิสูจน์เพื่อรับกลับ

อีกกรณี คนไทยไปเสียชีวิตในห้องพักที่ต่างประเทศ กว่าจะรู้ว่าเสียชีวิตก็นอนเป็นศพในห้องอยู่หลายวัน เจ้าหน้าที่สถานทูตต้องช่วยนำศพไปฌาปนกิจให้ และเมื่อญาติขอร้องให้ช่วยส่งทรัพย์สินในห้องกลับมา เจ้าหน้าที่ก็ต้องเข้าไปทำความสะอาดห้อง เพื่อขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกไปก่อน จะได้ตรวจเช็กและนำข้าวของในห้องส่งกลับมาให้ญาติที่เมืองไทยได้ครบถ้วนตามที่ร้องขอไว้

13. จัดเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

หนึ่งในภารกิจของกรมการกงสุลก็คือ การจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ซึ่งมีระยะเวลารับบัตรเลือกตั้ง และส่งบัตรคืนตามที่กฎหมายกำหนด โดยทำผ่าน 3 วิธี 

หนึ่ง จัดคูหาเลือกตั้งที่สถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ เหมาะกับประเทศที่มีคนไทยอาศัยกระจุกอยู่รวมกันในพื้นที่ที่ไม่ไกลจากสถานทูต

สอง ลงคะแนนผ่านระบบไปรษณีย์ เหมาะกับประเทศขนาดใหญ่ หรือเดินทางมาที่สถานทูตลำบาก 

สาม จัดคูหาเลือกตั้งเคลื่อนที่ไปยังจุดที่มีคนไทยอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก เช่น ไซต์ก่อสร้าง ซึ่งบางประเทศก็ไม่อนุญาต เพราะถือเป็นการใช้แผ่นดินของเขาดำเนินการเรื่องการเมืองภายในประเทศ ซึ่งต้องดูข้อกำหนดและข้อห้ามของประเทศเจ้าบ้านด้วย

ความท้าทายคือ การส่งข้อมูลข่่าวสารรวมทั้งเอกสารจำนวนมากให้คนไทยที่กระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ในเวลาที่จำกัดตามกฎหมายเลือกตั้งของไทย รวมทั้งการรับคืน รวบรวม และจัดส่ง บัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วให้ทันเวลา เพื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถคัดแยกตามเขตเลือกตั้งในประเทศ และจัดส่งไปนับคะแนนรวมกับบัตรเลือกตั้งที่เขตเลือกตั้งนั้นๆ แต่ในทางปฏิบัติพบว่า ระบบไปรษณีย์ในหลายประเทศยังมีความล่าช้า ส่งผลใ่ห้ไม่สามารถส่งบัตรฯ กลับมาให้ได้ทันตามกรอบเวลา ทำให้บัตรเลือกตั้งนั้นๆ กลายเป็นบัตรเสีย แต่ถือว่าผู้ลงคะแนนได้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิงจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

14. จัดเลือกตั้งแบบ E-Voting

ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ผ่านมา ประเทศไทยวางแผนจะเปิดให้ลงคะแนนเสียงแบบออนไลน์เป็นครั้งแรกในบางประเทศ โดยผู้ทีี่มีคุณสมบัติครบสำหรับการลงคะแนนเสียงจะได้รับรหัสเข้าไปโหวตจากสถานทูต อย่างไรก็ดี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีข้อห่วงกังวลด้านกฎหมาย จึงได้เลื่อนการทดลองลงคะแนนแบบออนไลน์ออกไปโดยไม่มีกำหนด แต่หวังว่าเราจะได้เห็นการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแบบออนไลน์ในต่างประเทศในอนาคต

งานดูแลคนไทยของนักการทูตตั้งแต่ตามหาญาติ เจรจากับโจร ให้ยืมเงินกลับบ้าน และส่งศพกลับประเทศ

ภาพ : กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

5 สิ่งควรทำสำหรับคนไทยไปต่างแดน

1. เข้าเมืองอย่างถูกกฎหมาย โดยขอวีซ่าให้ถูกประเภทก่อนเดินทาง และเมื่อเดินทางถึงประเทศปลายทางแล้ว ต้องอยู่ตามข้อกำหนดของวีซ่านั้นๆ ไม่ควรไปทำงานโดยใช้วีซ่าผิดประเภท เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังจะไม่ได้รับสิทธิและสวัสดิการต่างๆ อาจถูกหลอก ถูกนายจ้างยึดหนังสือเดินทาง โดนกักขังหรือทำร้ายร่างกาย และบางกรณีไม่กล้าเปิดเผยตัว ยิ่งทำให้การให้ความช่วยเหลือเป็นไปโดยยาก

2. ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ควรศึกษาให้ดีว่าแต่ละประเทศมี กฎระเบียบเกี่ยวกับการเดินทางเข้า-ออกเมือง อย่างไรบ้าง เพื่อไม่ให้ถูกปฏิเสธการเข้าเมือง และต้องโดนส่งตัวกลับประเทศไทย

3. ควร ทำประกันสุขภาพ สำหรับช่วงเวลาที่อยู่ในต่างประเทศ เนื่องจากการเข้าถึงสถานพยาบาลในหลายประเทศอาจมีข้อจำกัดพอสมควรและยังมีค่าใช้จ่ายที่สูง

4. เมื่อเดินทางถึงประเทศปลายทางแล้ว ควร ลงทะเบียน ไว้กับสถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ ซึ่งสามารถทำออนไลน์ได้ผ่านหน้าเว็บไซต์ของแต่ละสถานทูตฯ สถานกงสุลใหญ่ฯ

5. โหลดแอปพลิเคชัน ‘Thai Consular’ เพื่ออัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่จะไป เมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว แอปฯ จะส่งข้อมูลเตือนผู้เดินทาง รวมถึงมีปุ่ม SOS ขอความช่วยเหลือจากสถานทูตได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินต่างๆ นอกจากนี้ ควรมีหมายเลขโทรศัพท์ของสถานทูต สถานกงสุลใหญ่ และกรมการกงสุลไว้ในกรณีที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉิน

Writer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load