ประเทศไทยมี 77 จังหวัด แต่เราใช้ชีวิตท่องเที่ยวซ้ำอยู่ไม่กี่ที่ บางคนไปเชียงใหม่ทุกปี บางคนนับครั้งไม่ถ้วนที่เกาะสมุย ซึ่งก็ไม่ผิด แต่ถ้าอยากรู้ว่าไทยยังมีอะไรซ่อนอยู่อีกบ้าง 10 พิกัดท่องเที่ยวทั่วไทย ชุดนี้คือจุดเริ่มต้นที่ดี
1. ดอยหลวงเชียงดาว เชียงใหม่

ยอดเขาสูงเป็นอันดับ 3 ของไทยที่ความสูง 2,195 เมตร และเป็นหนึ่งใน พื้นที่สงวนชีวมณฑลของ UNESCO ดอยหลวงเชียงดาวเปิดให้ขึ้นได้เฉพาะช่วง พ.ย.–ม.ค. และจำกัดจำนวนผู้เข้าชมต่อวัน ต้องจองล่วงหน้าผ่านกรมอุทยานฯ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ รางวัลคือทะเลหมอก ดอกกุหลาบพันปี และนกหายากที่หาดูได้ยากในที่อื่น เหมาะสำหรับนักเดินป่าและคนรักธรรมชาติที่อยากสัมผัสป่าดิบเขาแบบดั้งเดิม
2. อำเภอบ่อเกลือ น่าน

ถ้าที่เที่ยวน่านที่คุณรู้จักมีแค่วัดภูมินทร์และถนนคนเดิน ยังมีอีกมุมที่ลึกกว่านั้น อำเภอบ่อเกลือเป็นพื้นที่ชายแดนติดลาว ยอดดอยเต็มไปด้วยทะเลหมอก ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าม้งและลั้วะ บรรยากาศช้า เงียบ และยังไม่ถูกแตะโดยการท่องเที่ยวมากนัก เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและคนที่ชอบขับรถบนเส้นทางที่วกเวียนไปกับภูเขา
3. เสม็ดนางชี พังงา

ในขณะที่ภูเก็ตและกระบี่แน่นขนัดไปด้วยนักท่องเที่ยว เสม็ดนางชีในพังงายังคงเงียบสงบ หาดทรายขาวนวล น้ำทะเลใสแบบที่แทบไม่ต้องกรองรูป อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ยังไม่มีรีสอร์ทหนาแน่น บรรยากาศเหมือนเกาะส่วนตัว เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทะเลสงบแบบ slow travel และอยากดำน้ำในแนวปะการังที่ยังสมบูรณ์
4. เกาะกระดาด ตราด

เกาะเล็กๆ ที่รูปร่างแบนราบคล้ายแผ่นกระดาษลอยอยู่กลางทะเล แต่สิ่งที่ทำให้เกาะกระดาดตราดโดดเด่นคือฝูงกวางหลายร้อยตัวที่อาศัยอยู่บนเกาะตามธรรมชาติ สามารถเดินเข้าไปใกล้ๆ ได้ ถ้าอยากเจอทะเลฝั่งอ่าวไทยที่ยังไม่แออัด นี่คืออีกหนึ่งพิกัดท่องเที่ยวซ่อนเร้นที่ควรปักหมุดไว้
5. น้ำตกร้อนคลองท่อม กระบี่

น้ำตกที่น้ำไม่เย็น ฟังดูแปลก แต่นี่คือจุดเด่น น้ำตกร้อนคลองท่อมมีอุณหภูมิน้ำอุ่นราว 40–45 องศา ไหลลงสู่แอ่งธรรมชาติกลางป่าเขียว เหมาะสำหรับการแช่ผ่อนคลาย ต่างจากสปาในเมืองอย่างสิ้นเชิง เพราะรายล้อมด้วยต้นไม้และเสียงป่า ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่แปลกและน่าจดจำ
6. ทะเลน้อย พัทลุง

ทะเลน้อยคือพื้นที่ชุ่มน้ำที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของไทย เป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิดกว่า 200 สายพันธุ์ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่นกอพยพจากไซบีเรียลงมาจำศีล บรรยากาศตอนเช้ามีหมอกคลุมผิวน้ำ เรือหางยาวพาชมนกในบึงใหญ่ — นั่นคือที่เที่ยวภาคใต้ที่ไม่มีทะเล แต่สวยในแบบที่หาได้ยากมาก
7. ภูผาเทิบ มุกดาหาร

เสาหินทรายที่ธรรมชาติแกะสลักมานับล้านปี ภูผาเทิบในมุกดาหารมีลักษณะคล้ายหินรูปร่างแปลกตาตั้งเรียงรายบนยอดเขา ช่วงพระอาทิตย์ตกดินแสงส้มทาบบนหินสี ภาพที่ได้คือสิ่งที่ไม่เหมือนที่ไหนในไทย บวกกับทำเลใกล้แม่น้ำโขง ทำให้วันเดียวสามารถเดินเขาตอนเช้าและนั่งมองแม่น้ำโขงยามเย็นได้ในที่เดียว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวภาคอีสานที่อยากได้ประสบการณ์นอกกรอบ
8. อุทยานแห่งชาติตาดโตน ชัยภูมิ

ชัยภูมิคือจังหวัดที่หลายคนมักขับผ่านแต่ไม่แวะ อุทยานแห่งชาติตาดโตนคือเหตุผลให้หยุด น้ำตกตาดโตนไหลลดหลั่นหลายชั้นในช่วงหน้าฝนสวยงามมาก มีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติหลายระดับ และค่ายพักแรมริมแม่น้ำที่เหมาะสำหรับครอบครัว — นี่คือที่เที่ยวภาคกลาง-อีสานที่เงียบพอจะฟังเสียงน้ำได้โดยไม่มีเสียงนักท่องเที่ยวรบกวน
9. แหลมสน ระนอง

ระนองคือจังหวัดที่ฝนตกมากที่สุดในไทย แต่นั่นทำให้ป่าชายเลนที่นี่สมบูรณ์ที่สุดด้วย แหลมสนในระนองมีป่าชายเลนกว้างใหญ่ที่ยังบริสุทธิ์ มีหาดทรายดำที่หาดูได้ยาก บรรยากาศของเมืองชายแดนที่มีชุมชนชาวพม่าและมอแกนผสมกัน ทำให้ที่นี่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่น่าค้นหาในแบบการท่องเที่ยวเมืองรองแท้ๆ
10. เกาะลิบง ตรัง

ปิดท้ายด้วยเกาะลิบงตรัง บ้านของพะยูนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เกาะนี้ยังเงียบ ไม่มีรีสอร์ทหรู ไม่มีถนนคนเดิน แต่มีหาดทรายขาวยาวและหญ้าทะเลที่ดึงดูดพะยูนให้มาอาศัยอยู่จริงๆ ช่วง มี.ค.–ก.ย. เป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวสายอนุรักษ์ที่อยากเห็นสัตว์ทะเลหายากในถิ่นที่อยู่ธรรมชาติ
10 พิกัดท่องเที่ยวทั่วไทย
ประเทศไทยไม่ได้มีดีแค่จุดท่องเที่ยวยอดนิยม 10 พิกัดท่องเที่ยวทั่วไทย ชุดนี้คือหลักฐานว่ายังมีอีกมากที่รอการค้นหา — แค่ต้องกล้าออกนอกเส้นทางเดิมบ้างเท่านั้นเอง
