เบลเยียม พบ อิหร่าน ศึกฟุตบอลโลกรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม G นัดสำคัญระหว่าง เบลเยียม กับ อิหร่าน จบลงด้วยผลเสมอ 0-0 ที่สนาม ลอสแอนเจลิส สเตเดียม (โซฟี สเตเดียม) เมืองอิงเกิลวูด รัฐแคลิฟอร์เนีย ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นเกมที่ทั้งสองทีมต่างมีโอกาสก้าวเข้าใกล้รอบน็อกเอาต์มากขึ้น เนื่องจากทุกทีมในกลุ่ม G ต่างเก็บได้คนละ 1 แต้มเท่ากันก่อนเกมนี้ ทำให้ผู้ชนะของนัดนี้จะได้เปรียบอย่างมาก ส่วนผู้แพ้ก็อาจตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ข่าวฟุตบอลโลก
เบลเยียมครองเกมตลอด 65 นาทีแรก
เกมนี้เริ่มต้นด้วยความเหนือกว่าของฝ่ายยุโรปอย่างชัดเจน โดยเบลเยียมต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่เคลื่อนไหวไม่ได้ในช่วง 45 นาทีแรกของเกม แม้จะครองบอลได้มากกว่าและจัดวางรูปแบบการเล่นเชิงรุกที่ซับซ้อนผ่านความคิดสร้างสรรค์ของยูริ ตีเลมันส์และเควิน เดอ บรอยน์ แต่ทีมยุโรปก็ยังหาความเฉียบขาดในแดนหน้าไม่ได้
ฝ่ายอิหร่านเลือกใช้แผนการเล่นที่ตั้งรับเป็นแนวต่ำ พร้อมทุ่มเทร่างกายเพื่อขัดขวางการบุกอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่อาลีเรซา เบย์รันวานด์ก็เป็นเครือข่ายความปลอดภัยสุดท้ายด้วยการพุ่งเซฟลูกยิงอันตรายหลายครั้ง โดยมีจังหวะที่เลอันโดร โทรซาร์ดสร้างความแตกต่างได้ทางริมเส้นซ้าย ก่อนจ่ายบอลกลับให้เควิน เดอ บรอยน์ ที่ยิงแรกถูกบล็อก แต่บอลกระดอนไปให้แม็กซิม เดอ คุยเปอร์ยิงในระยะใกล้ ซึ่งเบย์รันวานด์ก็เซฟไว้ได้
อิหร่านก็มีโอกาสสวนกลับเช่นกัน

แม้จะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในเกมรุก แต่อิหร่านก็ยังคงมีจังหวะที่อันตราย โดยการทุ่มลูกทุ่มยาวสร้างความชุลมุนในกรอบเขตโทษของเบลเยียม ทำให้ฮอสเซน คานานี่หมุนตัวอย่างคล่องแคล่วและยิงวอลเลย์ในระดับต่ำอย่างหนักหน่วง บีบให้ติโบต์ กูร์ตัวซ์ ต้องทำการเซฟสำคัญ ก่อนที่ซาอีด เอซาโตลาฮีจะพยายามโขกบอลจากลูกเตะมุมที่ตามมา แต่ก็ไปเฉียดเสาออกไปอย่างหวุดหวิด เป็นการเตือนให้ฝ่ายยุโรปรู้ว่าอิหร่านยังคงเป็นภัยที่ต้องระมัดระวัง
สถิติที่สะท้อนความไร้ประสิทธิภาพของเบลเยียม
ตลอดครึ่งแรก เบลเยียมครองเกมได้มากกว่าแต่ก็ยังขาดความคมในการจบสกอร์ โดยรูดี้ การ์เซีย ผู้จัดการทีม ยอมรับว่าการขาดความเฉียบขาดในการจบสกอร์ของทีม โดยมีลูกยิงเข้าประตูเพียง 20% เท่านั้น เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทีมไม่สามารถคว้าชัยชนะได้ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในแดนหน้าที่ยังคงเป็นจุดอ่อนของทัพปีศาจแดงในเกมนี้
จุดเปลี่ยนสำคัญในนาทีที่ 66

เกมที่ดูเหมือนจะเป็นไปในทิศทางเดียวตลอดทั้งเกม กลับพลิกผันอย่างไม่มีใครคาดคิดในนาทีที่ 66 เมื่อนาธาน อึงกอย ผู้เล่นวัย 23 ปีของเบลเยียม เผลอทำพลาดในช่วงเวลาสำคัญ จนทำให้เกมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยที่เบลเยียมครองเกมเหนือกว่ามาตลอด 65 นาที แต่จากความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว ทำให้เกมเปิดกว้างขึ้นมาทันที ส่งผลให้นาธาน อึงกอยได้รับใบแดงในนาทีที่ 66 ทำให้อิหร่านมีโอกาสเล่นด้วยจำนวนผู้เล่นที่มากกว่าถึง 20 นาทีในช่วงท้ายเกม
เบลเยียมต้องปรับเกมรับหลังเหลือ 10 คน
หลังจากเสียผู้เล่นไปหนึ่งคน เบลเยียมก็ต้องปรับแผนการเล่นทันที โดยเธียเต้ ลงมาแทนลูกากู ในขณะที่การ์เซียพยายามเสริมความแน่นหนาให้กับแนวรับ เพื่อรับมือกับการบุกที่หนักหน่วงขึ้นของอิหร่าน ทำให้สถานการณ์ของเกมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยเกมในช่วงนี้กลายเป็นเหมือนกีฬาคนละชนิดกับ 70 นาทีแรกที่ผ่านมา เบลเยียมต้องถอยไปอยู่ในแดนหลังของตัวเอง ขณะที่อิหร่านเดินหน้าบุกหาช่องว่างอย่างต่อเนื่อง
อิหร่านเดินหน้าบุกแต่ยังขาดความแม่นยำ

แม้จะมีจำนวนผู้เล่นมากกว่า แต่อิหร่านก็ยังไม่สามารถเจาะแนวรับของเบลเยียมได้สำเร็จ โดยมีจังหวะที่อิหร่านบุกทะลุไปทางริมเส้นซ้ายและครอสบอลเข้ามาอย่างอันตราย แต่ตาเรมีไม่อยู่ในตำแหน่งที่จะรับบอลได้ ทำให้เดอ คุยเปอร์รับบอลด้วยอกอย่างใจเย็นกลับไปให้ผู้รักษาประตูของตัวเอง สะท้อนให้เห็นว่าแม้จะได้เปรียบด้านจำนวนผู้เล่น แต่ความแม่นยำในจังหวะสุดท้ายยังคงเป็นปัญหา
ด้านการปรับแผนของอิหร่านกาเลโนอี ผู้จัดการทีมยังคงมีท่าทีที่เป็นบวกหลังได้ใบแดง โดยส่งโมกานลู กองหน้าที่ลงเล่นเป็นตัวจริงในนัดเปิดสนาม ลงมาแทนที่กอดดอส มิดฟิลด์ ซึ่งเป็นการปรับแผนกลับไปใช้ระบบ 4-4-2
บรรยากาศนอกสนามที่ตึงเครียด
นัดนี้ยังมีความหมายมากกว่าแค่เกมฟุตบอล เนื่องจากฟุตบอลโลก 2026 กลายเป็นเวทีสำคัญสำหรับการแสดงออกทางการเมือง โดยเฉพาะเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันของทีมชาติอิหร่าน มีการชุมนุมประท้วงอย่างต่อเนื่องในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ ซึ่งมีชาวอิหร่านพลัดถิ่นจำนวนมากโบกธงสิงโตและดวงอาทิตย์ในยุคก่อนการปฏิวัติ มารวมตัวกันนอกโรงแรมของทีมและสนามแข่งขันอย่างโซฟี สเตเดียม เพื่อแสดงการต่อต้านรัฐบาลอิหร่านในปัจจุบัน สร้างความตึงเครียดให้กับบรรยากาศรอบนอกสนามไม่น้อย ผลการแข่งขันบอลโลก
ผลกระทบต่อตารางคะแนนกลุ่ม G
ผลเสมอครั้งนี้ทำให้ทั้งสองทีมยังคงต้องลุ้นต่อไปในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม โดยกลุ่ม G ยังคงเปิดกว้างสำหรับทุกทีม เนื่องจากไม่มีทีมใดสามารถสร้างความได้เปรียบที่ชัดเจนได้ในรอบสองนัดที่ผ่านมา ทำให้นัดสุดท้ายของกลุ่มจะกลายเป็นตัวชี้ขาดสำคัญสำหรับทั้งสี่ทีมในกลุ่มนี้ ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026
สรุป
เบลเยียม พบ อิหร่าน ผลเสมอ 0-0 ระหว่างเบลเยียมกับอิหร่านในคืนนี้ เป็นเกมที่เต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้นแม้จะไม่มีประตูเกิดขึ้น จากการที่เบลเยียมครองเกมเหนือกว่าตลอด 65 นาทีแรก ก่อนที่ใบแดงของนาธาน อึงกอยจะเปลี่ยนทิศทางของเกมไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้อิหร่านได้โอกาสบุกในช่วงท้ายเกมด้วยจำนวนผู้เล่นที่มากกว่า แต่ก็ยังไม่สามารถเจาะทะลวงแนวรับที่แข็งแกร่งของเบลเยียมได้สำเร็จ ผลการแข่งขันนี้ทำให้ทั้งสองทีมยังคงต้องลุ้นอย่างหนักในนัดสุดท้ายของกลุ่ม G ต่อไป ข่าวสารฟุตบอลโลกล่าสุด
