อาร์เจนตินา vs สวิตเซอร์แลนด์ Arrowhead Stadium บ้านเกิดของทีม NFL ตำนาน Kansas City Chiefs กลายเป็นเวทีของนัดสำคัญที่สุดนัดหนึ่งใน ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 และยังเป็นนัดสุดท้ายที่แคนซัสซิตีจะได้เป็นเจ้าภาพ ก่อนที่การแข่งขันจะย้ายไปยังเมืองอื่นสำหรับรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศ
อาร์เจนตินาพิสูจน์อีกครั้งว่าแชมป์เก่าไม่ยอมแพ้อย่างง่ายดาย ด้วยการฝ่าฟันทุกอุปสรรคเพื่อเอาชนะสวิตเซอร์แลนด์ 3-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ คว้าตั๋วสู่รอบรองชนะเลิศเป็นครั้งที่เจ็ดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของชาติ โดยจะได้พบกับอังกฤษที่ Mercedes-Benz Stadium แอตแลนตา ในวันที่ 15 กรกฎาคม
อาร์เจนตินาจะพบกับอังกฤษในรอบรองชนะเลิศที่ Mercedes-Benz Stadium แอตแลนตา ในวันที่ 15 กรกฎาคม ตามเวลาสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการพบกันที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ย้อนไปถึงมือพระเจ้าของ Diego Maradona ในปี 1986 และนัดสำคัญอีกหลายนัดหลังจากนั้น ทั้งสองทีมต่างผ่านรอบก่อนรองชนะเลิศมาด้วยสุขภาพครบถ้วน โดยอังกฤษเอาชนะนอร์เวย์ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ด้วยสองประตูของ Jude Bellingham
ผู้ทำประตู : Alexis Mac Allister (10′), Dan Ndoye (67′), Julián Álvarez (112′), Lautaro Martínez (121’+1) สนาม : Arrowhead Stadium แคนซัสซิตี | รอบก่อนรองชนะเลิศ ข่าวฟุตบอลโลก2026
ครึ่งแรก — Mac Allister เปิดสกอร์จากไม้กายสิทธิ์ Messi

เกมเปิดฉากด้วยการที่สวิตเซอร์แลนด์กดดันอาร์เจนตินาอย่างหนักตั้งแต่นาทีแรก ทีมอัลบิเซเลสเตถูกบีบให้เตะจากแดนรับตลอดช่วงต้น แต่เพียง 10 นาทีผ่านไป จังหวะเตะมุมให้โอกาสแก่อาร์เจนตินาได้หายใจ
Alexis Mac Allister รับบอลจากการแอสซิสต์ของ Lionel Messi แล้วโหม่งด้วยส้นเท้าเพื่อเปิดสกอร์ 1-0 ในนาทีที่ 10 ประตูนี้ยังพิเศษในแง่สถิติ เพราะเป็นแอสซิสต์ที่สอง ของ Messi ในทัวร์นาเมนต์นี้ ต่อจากรอบก่อนหน้า
หลังจากนั้นสวิตเซอร์แลนด์พยายามสร้างเกมรุก Djibril Sow ยิงฝ่าเข้าหาประตูในนาทีที่ 19 แต่ Emiliano Martínez รับได้อย่างสบาย ครึ่งแรกจบลงด้วย อาร์เจนตินา 1-0 สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยความได้เปรียบที่ดูเปราะบาง เพราะสวิสมีโอกาสทำประตูหลายครั้งแต่ขาดความแม่นยำในการจบสกอร์
ครึ่งหลัง — Embolo ถูกไล่ออก Ndoye ตีเสมอ ดราม่าที่ไม่มีใครคาด

ครึ่งหลังพลิกโฉมอย่างสิ้นเชิงด้วยสองเหตุการณ์สำคัญในเวลาใกล้เคียงกัน ในนาทีที่ 67 Dan Ndoye ของสวิตเซอร์แลนด์ โชว์ทักษะการยิงต่ำผ่านใต้ขา Emiliano Martínez ตีเสมอ 1-1 สร้างความตกตะลึงให้กับผู้ชมทั่วโลก
Breel Embolo ถูกไล่ออกจากสนามด้วยใบเหลืองใบที่สองในนาทีที่ 72 จากการตัดสินว่าล้มแกล้ง ทำให้สวิตเซอร์แลนด์ต้องเล่นด้วย 10 คนในช่วงที่เหลือ แต่ที่น่าทึ่งคือทีมสวิสยังสามารถรับเกมของอาร์เจนตินาได้อย่างหนาแน่นและดึงเกมไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษได้สำเร็จ แม้จะเหลือผู้เล่นน้อยกว่า
Messi พยายามสร้างความต่างตลอดครึ่งหลัง แต่สวิตเซอร์แลนด์บล็อคลูกฟรีคิกของเขาในนาทีที่ 103 ได้สำเร็จ นับเป็นครั้งแรกในรอบน็อคเอาท์ที่ตำนานชาวอาร์เจนตินายิงประตูไม่ได้ และทำให้สตรีคการยิงประตูในฟุตบอลโลก 9 นัดติดต่อกันของเขาต้องสิ้นสุดลง
ช่วงต่อเวลาพิเศษ — Álvarez โกลาโซ Martínez ปิดฉาก

30 นาทีพิเศษเปิดฉากด้วยการที่อาร์เจนตินาพยายามใช้ข้อได้เปรียบจากการที่สวิตเซอร์แลนด์เหลือ 10 คน แต่ทีมสวิสรับเกมได้อย่างเหนียวแน่นในช่วงแรกของต่อเวลาพิเศษ
ในนาทีที่ 112 Julián Álvarez รับบอลที่บริเวณด้านนอกกรอบเขตโทษทางซ้ายแล้วพลิกตัวยิงด้วยพลังเต็มที่เข้ามุมบนด้านขวาของประตู Gregor Kobel ยืนงงอยู่กับที่ เป็นหนึ่งในประตูที่สวยงามที่สุดของทัวร์นาเมนต์ อาร์เจนตินาขึ้นนำ 2-1 และความหวังของสวิตเซอร์แลนด์เริ่มริบหรี่
ในช่วงหยุดเวลาของครึ่งต่อเวลาพิเศษ Thiago Almada บุกเข้ากรอบเขตโทษยิงแต่โดนสกัดไว้ได้ ก่อนที่ Lautaro Martínez จะยิงบอลที่กระดอนกลับมาตัดสินชะตาเกม ทำให้สกอร์กลายเป็น 3-1 ในนาทีที่ 121+1 ผลบอลโลก2026
สรุปผลการแข่งขัน
อาร์เจนตินา vs สวิตเซอร์แลนด์ อาร์เจนตินาผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศด้วยชัยชนะ 3-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ แต่ต้องเหนื่อยสาหัสที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้เพื่อให้ได้มา ฝ่ายชนะทำประตูผ่าน Alexis Mac Allister (10′), Julián Álvarez (112′) และ Lautaro Martínez (121’+1) ส่วนสวิตเซอร์แลนด์ทำประตูเดียวผ่าน Dan Ndoye (67′)
นี่คือชัยชนะในนาทีสุดท้ายครั้งที่สามติดต่อกันของอาร์เจนตินาในรอบน็อคเอาท์ ตามหลังการพลิกกลับมาชนะเคปเวิร์ดในช่วงต่อเวลาพิเศษ และการพลิกกลับมาจากตามหลัง 2 ประตูเพื่อเอาชนะอียิปต์ สิ่งที่ชัดเจนคือทีมนี้ไม่มีคำว่ายอมแพ้ตราบใดที่ Messi และเพื่อนร่วมทีมยังเหลืออยู่บนสนาม
อาร์เจนตินาจะพบกับอังกฤษในรอบรองชนะเลิศที่ Mercedes-Benz Stadium แอตแลนตา ซึ่งเป็นการพบกันที่แฟนบอลทั่วโลกรอคอยมาตลอดทัวร์นาเมนต์ สรุปผลบอลโลกล่าสุดที่นี่
