25 กันยายน 2563
90.52 K

เรารู้จักเทมเป้ (Tempeh) ครั้งแรกเมื่อ 2 ปีที่แล้ว จากการเดินทางไปเข้าร่วมเวิร์กช็อปเรียนรู้การทำอาหารหมัก (Fermentation) หลากหลายเมนูที่จังหวัดเชียงใหม่ ในตอนนั้นเทมเป้เป็นอาหารชนิดเดียวที่เราไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน

เราได้มีโอกาสลองทำตามครูผู้สอนและพบกว่าการทำถั่วหมักชนิดนี้ไม่ได้ซับซ้อนเลย ใช้เวลาหมักบ่มแค่ 2 – 3 วันก็พร้อมทานแล้ว ทำให้เริ่มสนใจเทมเป้มากยิ่งขึ้น

มันเป็นอาหารที่ทำจากถั่วเหลืองหมักทั้งเมล็ดแบบเดียวกับมิโซะและนัตโตะของญี่ปุ่นแต่ไม่ใช่อาหารของญี่ปุ่น มีความคล้ายเต้าหู้แต่ก็ไม่ใช่อาหารในวัฒนธรรมจีน แล้วเทมเป้เป็นอาหารของชาติไหนกันนะ

เมื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมจึงพบว่าเทมเป้เป็นอาหารพื้นเมืองของชาวอินโดนีเซีย เป็นซูเปอร์ฟู้ดที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวชวามากว่า 200 ปี คนอินโดเรียกว่าเตมเป ซึ่งเกิดจากการหมักบ่มถั่วทั้งเมล็ดด้วยเชื้อราชนิดดี จนเกิดเป็นเส้นใยสีขาวนวลช่วยยืดถั่วให้ติดกันแน่นจนเป็นก้อน

จากประสบการณ์ของเรา เทมเป้มีกลิ่นหอมคล้ายเห็ดสด ยิ่งถ้าห่อด้วยใบตองก็จะมีกลิ่นหอมจากใบตองเจือมาด้วย มีรสชาติกลมกล่อมบางๆ ในตัวเองแบบรสอูมามิ เนื้อสัมผัสเคี้ยวอร่อย กินสดก็ดี นำไปปรุงอาหารก็ได้

เทมเป้เป็นอาหารในกลุ่มโปรตีนแบบเดียวกับเต้าหู้ นิยมใช้ถั่วเหลืองทำเพราะหาซื้อง่าย ราคาไม่แพง และมีโปรตีนสูง และดีไปกว่านั้น ยังเป็นมิตรกับระบบย่อยในร่างกาย เพราะจัดเป็นอาหารประเภทโพรไบโอติกส์

โดยธรรมชาติถั่วที่ผ่านการหมักจะมีคุณค่าทางโภชนาการดีกว่าถั่วที่ไม่ได้ผ่านการหมัก โปรตีนที่เกิดขึ้นในเทมเป้จะถูกย่อยเป็นโปรตีนที่มีขนาดเล็กลง และส่วนหนึ่งจะเปลี่ยนเป็นกรดอะมิโน ซึ่งเป็นโปรตีนหน่วยเล็กที่สุดที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ แม้แต่คนที่แพ้ถั่วเหลืองผ่านระบบภูมิคุ้มกันก็มีแนวโน้มทานได้ ในขณะที่พวกเขาดื่มนมถั่วเหลืองไม่ได้ เพราะนมถั่วเหลืองไม่ผ่านกระบวนการหมักบ่ม

สูตรทำเทมเป้ (Tempeh) ถั่วเหลืองหมักที่โปรตีนสูงกว่าเต้าหู้และแม้จะแพ้ถั่วเหลืองก็ทานได้, วิธีทำเทมเป้
สูตรทำเทมเป้ (Tempeh) ถั่วเหลืองหมักที่โปรตีนสูงกว่าเต้าหู้และแม้จะแพ้ถั่วเหลืองก็ทานได้, วิธีทำเทมเป้

เมื่อพิจารณาในแง่มุมของอาหารเพื่อสุขภาพตามหลัก Whole-food, Plant-based นั่นคือการรับประทานอาหารพืชเป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาติและผ่านกระบวนการน้อยที่สุด เพื่อคงคุณค่าของสารอาหารตามธรรมชาติไว้ให้มากที่สุด เทมเป้ก็ถูกจัดอยู่ในอาหารกลุ่มนี้ด้วยเพราะเป็นการกินถั่วทั้งเมล็ด ผ่านกระบวนการน้อยเพียงแค่ต้มถั่วให้สุกเท่านั้น

ในขณะที่เต้าหู้ไม่จัดเป็น Whole-food เพราะมีการแยกกากทิ้งเพื่อเอาแต่น้ำ กระบวนการแยกกากแยกน้ำนี้เองทำให้สารอาหารตามธรรมชาติในถั่วเหลืองลดลง โปรตีนในเต้าหู้จึงมีปริมาณน้อยกว่าเทมเป้เมื่อเทียบด้วยน้ำหนักที่เท่ากันทางโภชนาการ ตรงนี้จึงเป็นความแตกต่างของเทมเป้และเต้าหู้ที่เผินๆ ดูจะคล้ายกัน

จากประโยชน์ข้างต้น เราพิจารณาแล้วว่าเทมเป้ควรค่าแก่การบรรจุไว้ในชีวิตประจำวัน เราจึงสนใจการทำเทมเป้ทานเองที่บ้าน ส่วนหนึ่งเพราะต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ จึงยิ่งเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องสร้างแหล่งโปรตีนจากพืชให้ตัวเอง แต่การจะทำเทมเป้ได้ต้องมีกล้าเชื้อ คล้ายกับการทำข้าวหมากก็ต้องมีลูกแป้ง

กล้าเชื้อของเทมเป้มีลักษณะเป็นผงสีขาว เป็นราชนิดดีสายพันธุ์ Rhizopus Oligosporus สิ่งที่ทำให้เกิดเส้นใยสีขาวนวลปกคลุมถั่ว ในระหว่างการหมักบ่มเทมเป้ก็ยังมีเชื้อแบคทีเรียที่เป็นมิตรกับร่างกายเกิดขึ้นคือ Lactic Acid Bacteria แบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในขนมปังยีสต์ธรรมชาติ เป็นเชื้อโพรไบโอติกส์ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและลดปัญหาท้องเสียจากเชื้อโรคต่างๆ และยังเป็นแหล่งของวิตามินบีหลายชนิด โดยเฉพาะวิตามินบี 12 ที่คนทานวีแกนและมังสวิรัติได้ยินแล้วจะต้องถูกใจ เพราะวิตามินบี 12 ปกติพบได้ในเนื้อสัตว์ไม่ค่อยพบในอาหารจากพืช

ต้องขอบคุณเชื้อแบคทีเรียบนก้อนเทมเป้ที่ช่วยผลิตวิตามินบี 12 ส่งมอบมาถึงผู้ทาน ทำให้ช่วยตัดความกังวลเรื่องภาวะโลหิตจางไปได้ ย้อนไป 2 ปีที่แล้ว กล้าเชื้อเทมเป้ไม่ได้หาซื้อง่ายเท่าวันนี้ ในปัจจุบันเราสั่งซื้อจากร้านค้าออนไลน์ได้เลย

ข้อดีของการทำเองคือประหยัด ได้ของสดใหม่ คุณภาพดีที่สุด และสนุกกับการเลือกชนิดถั่วที่ชอบได้ นอกจากถั่วเหลืองแล้ว เราใช้ถั่วลูกไก่ ถั่วแดงอะซูกิ ถั่วเลนทิล ควินัว มาผสมกับถั่วเหลืองแบบดั้งเดิมก็ได้ เพื่อสร้างสรรค์เป็นเมนูใหม่ๆ ของเราขึ้นมา

การทำเทมเป้ไม่ยุ่งยากซับซ้อน เป็นการสร้างอาหารที่สัมพันธ์ไปกับเวลาและธรรมชาติ เราเพียงทำหน้าที่สร้างสภาพแวดล้อมทางวัตถุดิบให้เหมาะสม ที่เหลือก็เป็นบทบาทของเหล่าจุลชีพที่ทำหน้าที่คล้ายกับพ่อครัวตัวจิ๋ว ทำงานร่วมกับอุณหภูมิและอากาศช่วยผลิตอาหารพลังชีวิตให้แก่เรา เกิดเป็นโปรตีนจากพืชที่บริสุทธิ์เป็นมิตรกับลำไส้ แถมด้วยความภูมิใจเล็กๆ ที่เราเป็นผู้จัดหาของดีมีประโยชน์ให้กับร่างกายของเราและคนที่เรารักด้วยตัวของเราเองได้

อุปกรณ์

  1. โหลสำหรับแช่ถั่ว มีฝาปิดหลวมๆ ใช้โหลแก้วดีที่สุด
  2. หม้อขนาดใหญ่สำหรับต้มถั่ว
  3. เครื่องชั่งดิจิทัล
  4. กระชอนไว้กรองถั่ว
  5. ถาดมีรูระบายอากาศไว้ผึ่งถั่วหลังต้มเสร็จ
  6. ชามหรืออ่างสำหรับคลุกกล้าเชื้อ
  7. ใบตอง ก่อนนำใบตองไปใช้ อังไฟให้ร้อนสักหน่อยเพื่อให้ใบตองเหนียวไม่แตกง่าย ถ้าไม่มีใช้ถุงพลาสติกสำหรับใส่อาหารแทนได้ ให้เจาะรูที่ถุง ระยะห่างประมาณ 1 ตารางเซนติเมตร เพราะระหว่างการหมักบ่มกล้าเชื้อต้องการออกซิเจน ส่วนใบตองนั้นไม่ต้องเจาะ เพราะอากาศถ่ายเทผ่านเยื่อใบตองอยู่แล้ว
  8. ไม้กลัดหรือหนังยาง

 วัตถุดิบ

  1. ถั่วเหลืองซีกเลาะเปลือก ในตัวอย่างใช้ 500 กรัม
  2. กล้าเชื้อเทมเป้ 4 – 5 กรัม
สูตรทำเทมเป้ (Tempeh) ถั่วเหลืองหมักที่โปรตีนสูงกว่าเต้าหู้และแม้จะแพ้ถั่วเหลืองก็ทานได้, วิธีทำเทมเป้

วิธีทำ

(ระยะเวลาทั้งหมด 4 วัน)

  1. ล้างถั่วด้วยน้ำสะอาด 2 – 3 รอบ ในขณะล้างอาจมีเปลือกถั่วลอยน้ำออกมา ให้ล้างจนเปลือกถั่วเหลือน้อยที่สุด ในการทำเทมเป้เราไม่ต้องการเปลือกถั่ว เพราะเปลือกถั่วจะขัดขวางการเจริญเติบโตของกล้าเชื้อเทมเป้
สูตรทำเทมเป้ (Tempeh) ถั่วเหลืองหมักที่โปรตีนสูงกว่าเต้าหู้และแม้จะแพ้ถั่วเหลืองก็ทานได้, วิธีทำเทมเป้

2. แช่ถั่ว 24 – 48 ชั่วโมงจนเกิดกลิ่นเปรี้ยว เพราะกล้าเชื้อจะเจริญเติบโตได้ดีในภาวะเป็นกรด ให้เปลี่ยนมาใช้น้ำดื่มในการแช่ ใส่น้ำให้ท่วมความสูงเกินถั่วไปอีกหนึ่งเท่าเพราะในช่วงเวลาที่แช่ ถั่วจะพองตัวขึ้นอีก

สูตรทำเทมเป้ (Tempeh) ถั่วเหลืองหมักที่โปรตีนสูงกว่าเต้าหู้และแม้จะแพ้ถั่วเหลืองก็ทานได้, วิธีทำเทมเป้

3. ทิ้งน้ำแช่ถั่ว ล้างถั่วอีกครั้ง และต้มถั่วในน้ำใหม่ ควรใช้น้ำดื่มเหมือนเดิม ตั้งไฟให้น้ำเดือดก่อนแล้วค่อยนำถั่วลงไปต้ม ต้มไฟกลางค่อนแรง 30 นาที ถั่วจะสุกแต่ไม่นิ่ม มีลักษณะกรุบๆ ในระดับ Al Dente

สูตรทำเทมเป้ (Tempeh) ถั่วเหลืองหมักที่โปรตีนสูงกว่าเต้าหู้และแม้จะแพ้ถั่วเหลืองก็ทานได้, วิธีทำเทมเป้

4. ปิดไฟและกรองน้ำต้มถั่วออกทันที นำถั่วที่ต้มเสร็จมาผึ่งพัดลมให้เย็นลงและแห้งไวที่สุด แห้งแบบยังมีความชื้นอยู่นิดหน่อย อาจใช้ไดร์เป่าผมร่วมด้วย

สูตรทำเทมเป้ (Tempeh) ถั่วเหลืองหมักที่โปรตีนสูงกว่าเต้าหู้และแม้จะแพ้ถั่วเหลืองก็ทานได้, วิธีทำเทมเป้

5. คลุกกล้าเชื้อกับถั่ว โดยใช้ปริมาณ 0.5 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักถั่วสุก ในตัวอย่างเริ่มต้น 500 กรัม ต้มแล้วมีน้ำหนัก 840 กรัม จึงใช้กล้าเชื้อที่ 4.2 กรัม

สูตรทำเทมเป้ (Tempeh) ถั่วเหลืองหมักที่โปรตีนสูงกว่าเต้าหู้และแม้จะแพ้ถั่วเหลืองก็ทานได้, วิธีทำเทมเป้

6. ห่อด้วยใบตองและรวบให้แน่น หรือใส่ถุงพลาสติกเจาะรูเกลี่ยให้แน่นเต็มถุง แล้ววางบนตะแกรงที่อากาศถ่ายเทได้ ทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง ประมาณ​ 2 วัน ไม่เกิน 3 วัน ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิในเวลานั้น (รูปตัวอย่างหมักบ่ม 2 วันกว่าๆ) ระยะนี้เป็นระยะที่มีกลิ่นหอมและทานง่ายสุด ใน 12 ชั่วโมงแรกอาจจะยังไม่มีความเปลี่ยนแปลง แต่หลังจากนั้นถั่วจะค่อยๆ ร้อนขึ้น เป็นไอและเริ่มจับตัวเป็นก้อนมีใยขาวๆ ขึ้นปกคลุม

สูตรทำเทมเป้ (Tempeh) ถั่วเหลืองหมักที่โปรตีนสูงกว่าเต้าหู้และแม้จะแพ้ถั่วเหลืองก็ทานได้, วิธีทำเทมเป้
สูตรทำเทมเป้ (Tempeh) ถั่วเหลืองหมักที่โปรตีนสูงกว่าเต้าหู้และแม้จะแพ้ถั่วเหลืองก็ทานได้, วิธีทำเทมเป้
สูตรทำเทมเป้ (Tempeh) ถั่วเหลืองหมักที่โปรตีนสูงกว่าเต้าหู้และแม้จะแพ้ถั่วเหลืองก็ทานได้, วิธีทำเทมเป้

7. เมื่อครบเวลา ก้อนเทมเป้จะยังอุ่นๆ อยู่ ก็นำมาทานหรือเก็บเข้าตู้เย็นทั้งที่ยังอุ่นได้เลย ช่องธรรมดาควรทานภายใน 1 อาทิตย์ ช่องฟรีซเก็บได้ประมาณ​ 1 เดือน

สูตรทำเทมเป้ (Tempeh) ถั่วเหลืองหมักที่โปรตีนสูงกว่าเต้าหู้และแม้จะแพ้ถั่วเหลืองก็ทานได้, วิธีทำเทมเป้

*หมายเหตุ : เทมเป้ที่หมักบ่มนานเกิน 3 วันก็ยังทานได้ แต่จะทานยากขึ้นเพราะเริ่มมีกลิ่นที่ฉุนขึ้น จากก้อนสีขาวจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวล แต่ถ้านานจนเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ลองนำไปแปรรูปเป็นเครื่องปรุงรสได้

 เมนูที่แนะนำ

  • เทมเป้สดจิ้มกับน้ำพริกกะปิ
  • เทมเป้ผัดกะเพรา
  • เทมเป้ซอสเทอริยากิ
  • พาสต้าซอสเพสโต้ใส่เทมเป้
  • เทมเป้ทอดคลุกซอสถั่วเหลือง

Writer

จุฑามาส บูรณะเจตน์

นักออกแบบอิสระ รับจ้างทั่วไป หนึ่งในสมาชิกโอดีเอ (object design alliance) ทำสบู่เป็นงานอดิเรกและทำอาหารกินเองเป็นกิจวัตร

Photographer

ปิติ อัมระรงค์

นักออกแบบอิสระ รับจ้างทั่วไป หนึ่งในสมาชิกโอดีเอ (object design alliance) และถ่ายรูปเป็นงานอดิเรก

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

16 มิถุนายน 2565
1.50 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

เมื่อต้องรับหน้าที่ช่วยแม่ (บังอร ริ้วบำรุง) หรือคุณยายอรของทุกคน คิดและเขียนว่าจะชวนทำอะไรสำหรับ Staycation ในช่วงสัปดาห์ The Cloud Golden Week นี้ ฉันคิดถึงขนมหอมอร่อยของแม่หลายอย่าง คงเพราะช่วงนี้เห็นแม่ง่วนทำขนมอยู่หน้าเตาถ่านเล็ก ๆ ทั้งวัน “ทำเมี่ยงคำไหม” แม่ว่า เพราะเห็นว่าน่าจะเหมาะกับอากาศในช่วงนี้ที่มีฝนตกบ่อย พาลจะเป็นหวัดเป็นไข้กันง่าย ๆ

สอนทำเมี่ยงคำสูตรคุณยายอรแห่งบ้าน Little Tree จากวัตถุดิบในสวนที่ชวนกันทำได้ทั้งบ้าน บังอร ริ้วบำรุง

เมี่ยงคำ เป็นขนมที่แม่ทำให้กินตั้งแต่เด็ก คงเป็นเพราะมีวัตถุดิบมากมายในสวน ทั้งมะพร้าวหลายสิบต้นที่อยู่ปลายสวน และต้นทองหลาง 2 ต้นใหญ่ริมคลอง เวลาแม่ทำเมี่ยงคำ แม่จะเตรียมคั่วมะพร้าวเก็บใส่กระปุกไว้จำนวนมาก เพราะใช้เวลาทำนาน บางทีเพื่อนบ้านก็มาลงแขกช่วยกันหั่นซอยมะพร้าว ช่วยกันคั่วมะพร้าว คั่วถั่ว เป็นเรื่องสนุกของเด็ก ๆ ที่ได้เจอกันในวันพิเศษที่ผู้ใหญ่ช่วยกันเตรียมเครื่องเมี่ยง

ของว่างโบราณ

สอนทำเมี่ยงคำสูตรคุณยายอรแห่งบ้าน Little Tree จากวัตถุดิบในสวนที่ชวนกันทำได้ทั้งบ้าน บังอร ริ้วบำรุง

เมี่ยงคำเป็นของว่างโบราณที่มีมาช้านาน ดังปรากฏในเอกสารเก่า เป็นของว่างที่มีเครื่องเครามากมาย นำมาห่อรวมกันในใบไม้ อย่างใบทองหลาง ใบชะพลู หรือใบมะยม มีน้ำเมี่ยงเพิ่มรสชาติให้เมี่ยงแต่ละคำอร่อยอย่างลงตัว เมี่ยงคำถือเป็นอาหารปรับสมดุลที่สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย สมุนไพรแต่ละชนิดที่นำมาประกอบกันเป็นเมี่ยงแต่ละคำ ต่างเป็นสมุนไพรที่ช่วยบำรุงธาตุต่าง ๆ ในร่างกาย

เมี่ยงคำประกอบไปด้วย น้ำเมี่ยง เครื่องเมี่ยง และใบห่อเมี่ยง

น้ำเมี่ยง

สอนทำเมี่ยงคำสูตรคุณยายอรแห่งบ้าน Little Tree จากวัตถุดิบในสวนที่ชวนกันทำได้ทั้งบ้าน บังอร ริ้วบำรุง

ส่วนผสม

กะปิแท้ ประมาณ 60 กรัม

น้ำตาลมะพร้าวแท้ 500 กรัม

กุ้งแห้งตำ 30 กรัม

มะพร้าวคั่ว 30 กรัม

น้ำเปล่า 250 มิลลิลิตร

ข่าหั่นฝอยนำมาคั่วให้หอมแล้วนำมาตำให้ละเอียด

วิธีทำ

นำน้ำตาลมะพร้าว กะปิ และน้ำ มาละลายให้เข้ากัน จากนั้นยกขึ้นตั้งไฟ แล้วเคี่ยวจนน้ำเมี่ยงเริ่มใสและเหนียวน้อย ๆ (เพราะเมื่อน้ำเมี่ยงเย็นลง จะเหนียวและข้นขึ้นอีกเล็กน้อย) เมื่อยกขึ้นจากเตา ใส่มะพร้าวคั่วที่ตำละเอียดลงไป ตามด้วยกุ้งแห้งที่ตำจนเนื้อเป็นปุย และข่าคั่วตำละเอียด 

*สัดส่วนของกะปิ เลือกปรับใช้ตามความชอบ และให้ระวังว่ากะปิแต่ละเจ้ามีความเค็มไม่เท่ากัน 

สอนทำเมี่ยงคำสูตรคุณยายอรแห่งบ้าน Little Tree จากวัตถุดิบในสวนที่ชวนกันทำได้ทั้งบ้าน บังอร ริ้วบำรุง

เครื่องเมี่ยง

ส่วนผสม

ถั่วลิสงคั่ว

กุ้งแห้งทอด

มะนาวหั่นเต๋า

ขิงหั่นเต๋า (ใช้ขิงกลางแก่กลางอ่อน ขิงอ่อนไม่มีรสชาติ ถ้าแก่เกินไปจะเป็นเสี้ยนและเผ็ดเกิน)

หอมแดงไทยหั่นเต๋า

พริกขี้นกหรือพริกขี้หนูเม็ดเล็ก ๆ

สอนทำเมี่ยงคำสูตรคุณยายอรแห่งบ้าน Little Tree จากวัตถุดิบในสวนที่ชวนกันทำได้ทั้งบ้าน บังอร ริ้วบำรุง

เครื่องเมี่ยงของคุณยายอรครั้งนี้มีใบผักก้านก่อง (ดาวกระจายป่า) ตะลิงปลิง และดอกอ่อมแซบสีขาวที่ปลูกไว้ในสวนมาเพิ่มคุณค่า รสชาติ และความสวยงามให้ห่อเมี่ยงคำด้วย

เรามองว่าเป็นเรื่องสนุก ถ้าหากใครจะลองเพิ่มเติมอะไรลงไปให้เป็นเมี่ยงคำสูตรของตัวเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อใส่ลงไปแล้ว เมี่ยงคำของเราต้องอร่อยขึ้นและน่าทานขึ้น

Tips 

เมี่ยงคำของเราจะอร่อยมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับการเลือกสรรส่วนผสมต่าง ๆ กะปิดี น้ำตาลดี เลือกมะนาว ขิง หอมแดง พริก และใบไม้ปลอดสาร จะทำให้เราวางใจในเมี่ยงทุกคำ

มะพร้าวคั่ว

มะพร้าวแห้งที่ปอกเปลือกนอกออกเหลือแต่กะลา นำไปตากแดดสัก 1 แดด นำมากะเทาะกะลาออกให้เหลือแต่เนื้อมะพร้าว นำมาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วซอยขวางเป็นเส้นเล็ก ๆ ซอยให้ชิ้นเสมอเท่ากัน เพื่อเวลาคั่วจะได้สีเหลืองเสมอและกรอบอร่อย คุณยายเลือกใช้เตาถ่านคั่วไฟกลาง ๆ จนเหลืองเข้ม แต่ไม่ให้สีแก่เกินจนไหม้ขม ไฟแรงเกินก็ไหม้เร็ว ไฟอ่อนเกินก็ทำให้มะพร้าวไม่หอมอย่างที่ต้องการ

ลูกสาวบันทึกสูตรเมี่ยงคำของแม่ ของว่างโบราณในความทรงจำที่ชวนเพื่อนและครอบครัวมากินด้วยกัน บังอร ริ้วบำรุง
ลูกสาวบันทึกสูตรเมี่ยงคำของแม่ ของว่างโบราณในความทรงจำที่ชวนเพื่อนและครอบครัวมากินด้วยกัน บังอร ริ้วบำรุง

การคั่วถั่วใช้ไฟเหมือนคั่วมะพร้าว คั่วไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหอม โดยอย่าใช้ไฟแรง ทิ้งไว้ให้คลายความร้อนจะกรอบขึ้น บี้เปลือกถั่วออก แล้วฝัดเอาเปลือกถั่วออกให้หมด (ขั้นตอนนี้เด็ก ๆ ชอบนัก แต่ระวังจะเหลือถั่วไม่เท่าเดิม เพราะหกไปบ้าง หรืออยู่ในท้องเด็ก ๆ บ้าง)

เมื่อผึ่งมะพร้าวและถั่วให้คลายความร้อนจนเย็นสนิท ให้เก็บใส่โหลไว้ แล้วปิดฝาให้สนิท ก็จะเก็บได้นาน

ลูกสาวบันทึกสูตรเมี่ยงคำของแม่ ของว่างโบราณในความทรงจำที่ชวนเพื่อนและครอบครัวมากินด้วยกัน บังอร ริ้วบำรุง

ใบห่อเมี่ยง

แม่จะใช้ใบไม้อยู่ 3 ชนิด คือ ใบทองหลาง ใบชะพลู และใบมะยม ในการห่อเมี่ยง ใบทองหลางให้รสชาติออกมัน ๆ ใบชะพลูมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ เพราะมีน้ำมันหอมระเหย ช่วยให้เจริญอาหาร ส่วนใบมะยมก็มีรสชาติดี ออกเปรี้ยว แต่น่าเสียดายที่ใบมะยมมีขนาดเล็ก ห่อเมี่ยงคำได้เพียงคำเล็ก ๆ เท่านั้น นอกเหนือจากใบไม้ 3 ชนิดนี้ บางทีก็เห็นคนใช้ใบคะน้า ใบกลีบบัวแดง มาห่อเมี่ยงเช่นกัน 

ลูกสาวบันทึกสูตรเมี่ยงคำของแม่ ของว่างโบราณในความทรงจำที่ชวนเพื่อนและครอบครัวมากินด้วยกัน บังอร ริ้วบำรุง

ทานอย่างไร ทานกับใคร

เมื่อเตรียมทุกอย่างเสร็จ นำเครื่องเมี่ยง ใบเมี่ยง และน้ำเมี่ยง มาจัดวางในจานให้สวยงามพร้อมทาน หยิบใบไม้มาพับเป็นกรวย แล้วใส่เครื่องเมี่ยงอย่างละนิดลงไป จากนั้นราดด้วยน้ำเมี่ยง ห่อเป็นคำ แล้วนำเข้าปากเคี้ยวไปพร้อม ๆ กัน จะได้รสชาติกลมกล่อมลงตัว

เมี่ยงคำเป็นของว่างที่นิยมทานด้วยกันหลาย ๆ คน เพราะสนุกและอร่อยกว่า ถือเป็นอาหารผูกสัมพันธ์ของสมาชิกในบ้านและในหมู่เพื่อนได้เป็นอย่างดี

มานั่งล้อมวงทานเมี่ยงคำกันค่ะ

ลูกสาวบันทึกสูตรเมี่ยงคำของแม่ ของว่างโบราณในความทรงจำที่ชวนเพื่อนและครอบครัวมากินด้วยกัน บังอร ริ้วบำรุง

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writers

บังอร ริ้วบำรุง

คุณยายอร เติบโตและใช้ชีวิตทั้งชีวิตอยู่ริมน้ำท่าจีน ชอบแต่งตัวสวย ๆ ชอบเข้าสวนไปเก็บเมล็ดพันธ์ุดอกไม้ เพาะไปเรื่อย ๆ ชอบทำขนมด้วยเตาถ่าน ตำแหน่งปัจจุบัน คนจัดดอกไม้และแม่ครัวขนมประจำร้าน Little Tree

ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง

จบคณะโบราณคดี ศิลปากร เริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็นครู และ เลือกเป็นครูของลูกด้วยการทำบ้านเรียน ปัจจุบันก็ยังเลือกเป็นครูพาเด็กๆเก็บผัก เก็บดอกไม้ใบไม้ มาทำขนม ทำงานศิลปะ

Photographer

สาโรจน์ ปาลกวงศ์ ณ อยุธยา

“หยุดเวลาไว้ในภาพใบนั้น โอบกอดวันวานไว้ในกล้องตัวเก่า โลกสุขสว่างหรือซึมเศร้า งามหรือเหงา ล้วนมีค่าเท่าๆ กัน” เกิดมาเป็นผู้บันทึก มีโอกาสถ่ายทอดเรื่องราวมากมาย ขอบคุณทุกฉากชีวิตที่ผ่านมา แม้เพียงครั้งหนึ่งยังคิดถึงเสมอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load