คำว่า “มัสยิด” ในภาษาอาหรับแปลว่า “สถานที่สำหรับโน้มกายลงเพื่อนมัสการพระเจ้า” และสำหรับมุสลิมแล้ว มัสยิดคือ “บ้านของพระเจ้า”
แต่สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก ศิลปะอิสลาม เลย มัสยิดในกรุงเทพฯ หลายแห่งอาจเป็นประตูที่เปิดสู่โลกใบใหม่ที่ใหญ่กว่าที่คิด — โลกที่ลวดลายเรขาคณิตแต่ละชุดล้วนมีความหมาย ที่โดมแต่ละทรงบอกเรื่องราวของชุมชน และที่ทุกรายละเอียดในการก่อสร้างล้วนสะท้อนความศรัทธา
ศิลปะอิสลามคืออะไร และทำไมต้องเข้าใจก่อนเดินทาง

ก่อนที่จะออกเดิน มีคำนิยามหนึ่งที่ต้องจำไว้ — ศิลปะอิสลาม คือ งานศิลปะที่สร้างขึ้นภายใต้หลักคิดของศาสนาอิสลามและสะท้อนความศรัทธาต่อพระเจ้า โดยผู้สร้างหรือผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องเป็นมุสลิมก็ได้
นั่นหมายความว่า ศิลปะอิสลาม ไม่ได้มีรูปแบบที่ตายตัว มีความยืดหยุ่นตามวัสดุและปัจจัยท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ ในซีเรียมีมัสยิดที่สร้างโดยช่างที่นับถือศาสนาคริสต์ ในสเปนมีพระราชวังที่สร้างโดยช่างมุสลิม ขณะที่ในกรุงเทพฯ มีมัสยิดที่ผสมสถาปัตยกรรมอียิปต์ อินเดีย เปอร์เซีย ไทย และยุโรปไว้ในตึกเดียวกัน
ความหลากหลายนี้เองที่ทำให้การเดินชม ศิลปะอิสลาม ในย่านเจริญกรุงกลายเป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร
มัสยิดต้นสน มัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดในฝั่งธนบุรี
เส้นทางเริ่มที่ มัสยิดต้นสน ย่านบางกอกใหญ่ ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 400 ปี ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สร้างราวปลายสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แรกเริ่มเป็นเรือนไม้ยกพื้นหลังคามุงจาก ก่อนจะก่ออิฐถือปูนเป็นโดมทรงอียิปต์อย่างที่เห็นในปัจจุบัน
ภายในมี มิมบัร แท่นแสดงธรรมที่มีศิลปะผสมแบบชวา หลังคารูปครึ่งวงกลม และ มิห์รอบ ซุ้มอุทิศศิลปะแบบอยุธยาตอนปลาย จำหลักหน้าบันลายกระจังก้านขด ยกช่อฟ้า ใบระกา และลงรักปิดทองประดับกระจก — รายละเอียดที่พิสูจน์ว่าในยุคนั้น ช่างไทยและช่างมุสลิมทำงานร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่มีกำแพงทางวัฒนธรรมกั้น
มัสยิดต้นสนคือตัวอย่างสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า ศิลปะอิสลาม ในไทยไม่ได้มีต้นแบบเดียว แต่เกิดจากการสังเคราะห์อิทธิพลหลายชั้นจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
มัสยิดบางอุทิศ เมื่อคอนกรีตถูกทำให้อ่อนช้อย
อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดคือ มัสยิดบางอุทิศ ที่ตั้งอยู่เยื้องกับเอเชียทีค ทำให้นักท่องเที่ยวมุสลิมจากทั่วโลกแวะเวียนมาละหมาดที่นี่
ตึกลิเบียในบริเวณนี้สร้างขึ้นในปี 2525 เป็นอาคารที่แสดง ศิลปะอิสลาม ได้ชัดเจนที่สุดในย่านนี้ ด้านนอกตึกตัดทอนลวดลายมาจากแพตเทิร์นแบบ “มูก็อรอนัส” (Muqarnas) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญหนึ่งใน ศิลปะอิสลาม ทั่วโลก — รูปทรงที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ คล้ายรวงผึ้งหรือถ้ำหิน ถูกนำมาดัดแปลงให้อยู่บนผิวคอนกรีตแข็งจนดูอ่อนช้อยงดงาม
ส่วน มัสยิดบางอุทิศ หลักนั้นเกิดขึ้นเพราะแม่บาง นานา เจ้าของโรงเลื่อยไม้ที่เคยตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามเป็นผู้อุทิศเงินสร้าง ชื่อ “บางอุทิศ” จึงเป็นการระลึกถึงน้ำใจของคนที่ให้ก็ว่าได้
มัสยิดเซฟี ศิลปะอินเดียที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยเล็ก

มัสยิดเซฟีคือสถานที่ที่ต้องมองหาอย่างตั้งใจ เพราะมันไม่ได้อยู่บนถนนใหญ่ แต่ซ่อนตัวอยู่ระหว่างโกดังและตึกเก่า
สร้างโดยสองตระกูลใหญ่ของมุสลิมชีอะห์เชื้อสายอินเดีย คือ ตระกูลอับดุลราฮิม ผู้นำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย และตระกูลโมกุล ผู้นำเข้าเครื่องเงินคุณภาพดีสำหรับเจ้านายชั้นสูง ทั้งสองตระกูลทำการค้ากับราชสำนักไทยมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4
ตัวอาคารสร้างตามรูปแบบสถาปัตยกรรมกอธิค ถอดแบบมาจากมัสยิดในอินเดีย พื้นหินอ่อนด้านหน้ามาจากพระที่นั่งอนันตสมาคมเมื่อครั้งปรับปรุงใหญ่ ด้านในมี 2 ชั้น ชั้นบนเป็นไม้ตกแต่งด้วยกระจกสี และมัสยิดนี้ไม่มีทั้งมิมบัรและหออะซาน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของนิกายชีอะห์ที่ต่างจากนิกายซุนนีทั่วไป
มัสยิดทุกแห่งมีโครงสร้างหลักเหมือนกัน
สิ่งที่ทำให้การเดินชม ศิลปะอิสลาม มีความลึกมากขึ้นคือการเข้าใจว่ามัสยิดทุกแห่งประกอบด้วย 4 ส่วนหลักคือ ที่อาบน้ำละหมาด โถงละหมาด มิห์รอบ ซุ้มที่ชี้ไปยังนครเมกกะ และ มิมบัร ธรรมาสน์สำหรับอิหม่ามขึ้นไปยืนเทศน์ในวันศุกร์ ของเมืองไทยจะหันไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ และรูปแบบของแต่ละส่วนนั้นต่างหากที่บอกว่ามัสยิดแห่งนั้นมาจากวัฒนธรรมใด ยุคสมัยใด และคนกลุ่มใดเป็นผู้สร้าง
มัสยิดทั้งหมดในย่านเจริญกรุงเปิดให้ทั้งคนมุสลิมและคนศาสนาอื่นเข้าไปเยี่ยมชมได้ทุกวัน ตั้งแต่ตี 4 จนถึงสองทุ่ม
ทำไมถึงต้องมาเดินเอง
การอ่านเรื่อง ศิลปะอิสลาม กับการเดินเข้าไปยืนอยู่ในโถงละหมาดจริงๆ คือสองประสบการณ์ที่ไม่มีวันเหมือนกัน เพราะ ศิลปะอิสลาม ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อถูกมอง แต่เพื่อถูกอยู่ด้วย
ลวดลายเรขาคณิตที่วนซ้ำไม่มีที่สิ้นสุด โดมที่เปิดรับแสงสว่างลงมาอย่างอ่อนโยน และความเงียบที่ต้อนรับคนทุกคนเท่ากัน — นั่นคือสิ่งที่ไม่มีคำอธิบายใดบอกได้ครบ
มัสยิดในย่านเจริญกรุงและบางกอกใหญ่สามารถเข้าชมได้ฟรี กรุณาแต่งกายสุภาพ และถอดรองเท้าก่อนเข้า / ติดตามกิจกรรมของสถาบันศิลปะอิสลามแห่งประเทศไทยได้ที่ Facebook: สถาบันศิลปะอิสลามแห่งประเทศไทย
