“วันนั้นลูกสอนหม่าม้าเล่นเน็ตฟลิกซ์ หม่าม้าเลยดู Kingdom ตั้งแต่ห้าหกโมงยาวไปจนเช้าอีกวัน” (หัวเราะ)

นั่นเป็นข้อการันตีของความสนุกของ หม่าม้า-เดือนเพ็ญ พรหมพระศร ผู้ก่อตั้งเกษียณสำราญร่วมกับลูกชาย โค้ด-อรรถพล โพธิ์หาญรัตนกุล ผู้สร้างชื่อเสียงมาจากแชนแนล ‘เสือร้องไห้’ ที่ทำร่วมกับ คัตโตะ-อารมณ์ โพธิ์หาญรัตนกุล พี่ชายแท้ๆ ของเขา

หม่าม้า-เดือนเพ็ญ พรหมพระศร ผู้ก่อตั้ง เกษียณสำราญ ร่วมกับลูกชาย โค้ด-อรรถพล โพธิ์หาญรัตนกุล

เกษียณสำราญ เป็นแชนแนลยูทูบที่ตั้งใจสร้างขึ้นสำหรับกลุ่มคนวัยเกษียณโดยเฉพาะ โดยนำเสนอเนื้อหาร่วมสมัยที่สนุกและน่าสนใจ เริ่มต้นจากคำชวนของลูกชายที่อยากมีกิจกรรมเพลินๆ ทำกับหม่าม้าในช่วงชีวิตที่งานยุ่งสุดๆ ให้คนสูงวัยได้เห็นทางเลือกในการใช้ชีวิตที่ไม่จำเจ แถมยังสำราญและมีความสุขสมชื่อ 

คลิปแรกของเกษียณสำราญที่เราได้ดูคือ เมื่อคนอายุ 60 ลองเที่ยวบาร์ร้านดังย่านเอกมัย ตามมาด้วย หม่าม้าลองแกะสูตรไก่ทอดบอนชอน เหมือนหรือไม่เหมือน, แม่น้ำชวนลูกชาย เรียนภาษาเบรลล์ครั้งแรกในชีวิต ดูจนติดลมไปจนถึงคลิปอื่นที่ตามมาเรื่อยๆ กลายเป็นว่าเกษียณสำราญไม่ได้ออกแบบมาเพื่อคนวัยเกษียนเพียงอย่างเดียว แต่สร้างขึ้นเพื่อให้คนรุ่นลูกสนุกไปด้วย ขณะเดียวกันก็เข้าใจพ่อแม่และชีวิตเกษียณของพวกเขามากขึ้น

เกษียณสำราญ ช่องยูทูบของลูกชายและหม่าม้า กับคอนเทนต์เพื่อกลุ่มคนวัยเกษียณโดยเฉพาะ

ยังไม่สายถ้าคุณจะลองไปเที่ยวร้านนั่งเล่นหลังเกษียณแล้ว ลองถอดสูตรไก่บอนชอนที่ลูกหลานชอบนักชอบหนา ลองเรียนภาษาที่ไม่รู้จะได้ใช้จริงหรือเปล่า หรือตัดสินใจทำหลายๆ อย่างที่เคยสัญญากับตัวเองว่าจะทำ แต่ก็ไม่มีเวลาแตะมันสักที

“หกสิบมันยังแค่เริ่มต้น” 

ทั้งโค้ดและหม่าม้าพูดเป็นเสียงเดียวกัน

แม่เราชัดๆ

“จริงๆ แล้ว เกษียณสำราญเริ่มมาจากเพจแม่เราชัดๆ”

เคยเป็นไหม เวลาฟังเพื่อนเล่าถึงพฤติกรรมของแม่เขา เราจะนึกถึงแม่ตัวเองโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นความขี้บ่น ความขี้หลงขี้ลืม ไปจนถึงการกระทำบางอย่างที่มีแค่มนุษย์แม่เท่านั้นที่ทำได้

“ความเป็นแม่คือ อะไรก็ตามที่เข้าช่องฟรีซ มันจะไม่มีวันหมดอายุอีกแล้ว มันจะอยู่ในช่องฟรีซไปได้เรื่อยๆ หรืออย่างเรื่องความหน้าใหญ่หน้าโตเวลาอยู่กับญาติ (หัวเราะ) นั่นแหละคือคอนเทนต์หลักของเพจแม่เราชัดๆ 

“เพจนี้เริ่มจากช่วงชีวิตที่เราทำงานหนัก ตอนนั้นแม่ไม่เข้าใจสิ่งที่เราทำอยู่ ไม่รู้จักโลกของเรา ไม่เคยออกไปทำงานด้วยกัน กลับมาบ้านเที่ยงคืนตีหนึ่งก็หมดแรงแล้ว เขาไม่รู้ว่าเราไปเจออะไรมาบ้าง ก่อนหน้านั้นไปเที่ยวเล่นด้วยกันตลอด ขับรถไปบางแสนใกล้ๆ ชิลล์ๆ พอไม่ได้มีกิจกรรมร่วมกันเราก็เลยค่อยๆ ห่าง ห่างกันไปเรื่อยๆ ก็เลยชวนแม่มาทำเพจ ส่วนหนึ่งเราจะได้มีกิจกรรมทำร่วมกัน มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น”

‘แม่เราชัดๆ’ จึงเป็นเพจที่เล่าเรื่องอินไซต์ของความสัมพันธ์ระหว่างโค้ดกับหม่าม้า และเพราะความเป็นแม่เป็นสากล แม่แต่ละคนมักมีอะไรเหมือนกัน เพจนี้เลยโดนใจใครหลายๆ คนจนประสบความสำเร็จและเป็นที่พูดถึงในหมู่ลูกๆ แต่แม่ลูกคู่นี้มองไกลกว่านั้น

หม่าม้า-เดือนเพ็ญ พรหมพระศร ผู้ก่อตั้ง เกษียณสำราญ ร่วมกับลูกชาย โค้ด-อรรถพล โพธิ์หาญรัตนกุล

ครอบครัวขยาย

โค้ดและหม่าม้าทำเพจมาเรื่อยๆ เปรียบเทียบเหมือนเป็นร้านเล็กๆ ร้านเดียว มีเมนูเดิม มีรสชาติแค่ในแบบของตัวเอง พวกเขาอยากขยายพื้นที่ให้กว้างขึ้น อยากให้มีมุมมองอื่นๆ บ้าง

“เพจแม่เราชัดๆ มีกลุ่มเป้าหมายคือ คนเป็นลูก ยังไงลูกดูก็อิน แต่ในเมื่อสังคมผู้สูงอายุใหญ่ขึ้น เราเลยอยากสร้างคอนเทนต์ที่คนสูงอายุอยากดู อยากพัฒนาเนื้อหาให้คนเกษียณสนุกไปกับมันได้ จึงต้องขยายพื้นที่ที่แต่เดิมมีแค่หม่าม้ากับเรา ให้มีเรื่องแม่ลูกคนอื่นที่เขามีมุมมองแบบอื่น เลยชวนชาวเกษียณมาทำคอนเทนต์ที่ดูแล้วยิ้ม ดูแล้วได้เห็นถึงความหลากหลายของทางเลือกในการใช้ชีวิต ได้รู้ว่าชีวิตวัยเกษียณมันเพิ่งเริ่มต้น อายุหกสิบยังทำอะไรได้อีกตั้งหลายอย่าง”

เกษียณสำราญ ช่องยูทูบของลูกชายและหม่าม้า กับคอนเทนต์เพื่อกลุ่มคนวัยเกษียณโดยเฉพาะ

เหล่าบรรดาแม่วัยเกษียณที่เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ก็ไม่ใช่คนอื่นไกล เป็นแม่ของเพื่อนๆ อย่าง โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร, ก๊อตจิ-ทัชชกร บุญลัภยานันท์ และ ว่าน-ธนกฤต พานิชวิทย์ ซึ่งต่างคนก็มีบุคลิก ความสนใจ การใช้ชีวิต และโครงสร้างครอบครัวที่แตกต่างกัน

เกษียณสำราญ ช่องยูทูบของลูกชายและหม่าม้า กับคอนเทนต์เพื่อกลุ่มคนวัยเกษียณโดยเฉพาะ

เริ่มจากแม่โอ๋ แม่ของโต๋ ตัวแทนของคุณแม่ยังสาว มีเสน่ห์ แม่โอ๋ทำให้รู้ว่าคนอายุ 60 ไม่จำเป็นต้องโทรม ไม่จำเป็นของเฉาอยู่แต่บ้าน แต่เป็นสาววัย 60 ที่สวยได้ ตื่นขึ้นมาแต่งหน้า แต่งตัวให้ดูดีได้ คุณสามารถออกไปข้างนอก ไปใช้ชีวิต ไปเจอสังคมใหม่ๆ ได้ตลอด 

เกษียณสำราญ ช่องยูทูบของลูกชายและหม่าม้า กับคอนเทนต์เพื่อกลุ่มคนวัยเกษียณโดยเฉพาะ

แม่น้ำ แม่ของว่านเป็นคนใจดี ทำข้าวกล่องให้ลูกตลอด ที่สำคัญ แม่น้ำชอบท่องเที่ยว ชอบไปน้ำตก ภูเขา เป็นตัวแทนของคนวัยเกษียณที่ชอบไปที่ใหม่ๆ ชอบผจญภัย จับมือจูงไปกับพ่อของว่านตลอด

เกษียณสำราญ ช่องยูทูบของลูกชายและหม่าม้า กับคอนเทนต์เพื่อกลุ่มคนวัยเกษียณโดยเฉพาะ, ก๊อตจิ-ทัชชกร บุญลัภยานันท์

แม่ชิ ถ้าใครเคยดูรายการที่ก๊อตจิเป็นพิธีกร จะเคยได้ยินเขาเม้าถึงแม่ชิและหมาเบนโตะอยู่บ้าง จริงๆ แม่ชิก็เป็นอย่างนั้นเลย เป็นแม่ที่เข้าใจลูกมากที่สุดคนหนึ่ง เลี้ยงลูกเหมือนเป็นเพื่อนสนิทอีกคนที่ให้คำปรึกษากันได้ทุกเมื่อ กิจกรรมของแม่ชิคือตื่นเช้า ทำกับข้าว เสร็จแล้วก็ชวนคุณพ่อไปส่งก๊อตจิที่ทำงาน ระหว่างวันก็ไปซื้ออาหาร ไปทำสิ่งที่อยากทำ แล้วค่อยขับมารับลูกกลับบ้าน

เกษียณสำราญ ช่องยูทูบของลูกชายและหม่าม้า กับคอนเทนต์เพื่อกลุ่มคนวัยเกษียณโดยเฉพาะ

“ส่วนบ้านผมเป็นตัวแทนครอบครัวคนจีน หม่าม้าเป็นคนจีนที่เกิดในประเทศไทย ไลฟ์สไตล์ก็จะมีวัฒนธรรมจีนมาเกี่ยวข้อง มีการไหว้พระจันทร์ ไปจ่ายตลาดที่เยาวราช การทำอาหารก็จะง่ายๆ แบบที่ครอบครัวไหนๆ ก็ทำได้ 

“แม่แต่ละคนเขามีคาแรกเตอร์และมุมมองต่อวัยเกษียณที่ต่างกัน แต่จุดร่วมที่เหมือนกันคือ เขาใช้ชีวิตหลังหกสิบได้เต็มที่ในแบบของเขาเอง”

ลูกไม่ต้อง แม่เอง

ไอเดียเนื้อหาในเพจตอนแรกมาจากลูกๆ ลูกช่วยกันดัน แม่ก็มีดื้อบ้าง แต่พอเวลาผ่านไป ผ่านงานมาหลายงาน ทุกวันนี้แม่ๆ ดูแลกันเองเกือบหมดแล้ว หม่าม้าถึงขนาดตรวจเทปด้วยตัวเอง

“เขาเลือกทำให้สิ่งที่คิดว่าดี หน้าที่ของเราคือปรับให้คนดูง่ายขึ้น เข้าใจง่ายขึ้น มีบางคอนเทนต์ที่แม่ๆ คิดมาแล้วมันเฉพาะกลุ่มมาก อย่างล่าสุดหม่าม้าอยากทำเรื่องศาลเจ้าที่ตี่จู้เอี๊ยะ เขาอยากรู้วิธีซื้อ วิธีตั้งว่าต้องทำยัง เขาก็เลยขอไปถ่ายรายการที่เยาวราช ผมบอกเอาเลย แม้เรื่องแบบนี้คนอาจจะดูน้อย มัน Niche แต่คนที่ดูแล้วมันก็อินเลย

“ถ้ากลับมาถอดรากเหตุผลที่สร้างเกษียณสำราญขึ้นมาแต่แรก มันคือการที่ผมอยากทำกิจกรรมกับแม่ ผมไม่ได้อยากทำอะไรที่ต้องตอบโจทย์คนอื่นๆ อย่างเดียว เราต้องทำสิ่งที่แม่อยากทำด้วย ผสมกันไปกับคนดู

เกษียณสำราญ ช่องยูทูบของลูกชายและหม่าม้า กับคอนเทนต์เพื่อกลุ่มคนวัยเกษียณโดยเฉพาะ, ก๊อตจิ-ทัชชกร บุญลัภยานันท์

“ตอนนี้แม่ทุกคนสนุกและตื่นตัวกับการไปออกกอง ทวงถามลูกทุกคนว่า อันนั้นเสร็จหรือยัง อันโน้นจะออกหรือยัง ฉันจะทำอันนี้ได้หรือยัง จากแรกๆ ลูกเป็นคนช่วยกันจับช่วยกันผลัก มาตอนนี้เขาไปกันเองแล้ว ลูกๆ กลายเป็นคนวงนอก เป็นตัวฟรีไปแล้ว (หัวเราะ)”

คลิปวิดีโอบนเพจเลยมีตั้งแต่เรื่องการทำความสะอาดบ้านวันตรุษจีน ไปจนถึงหม่าม้าพาเที่ยวร้านเหล้าย่านเอกมัย เที่ยวเทศกาลดนตรี Big Mountain จนกลายเป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างรุ่นแม่กับรุ่นลูกไปโดยไม่รู้ตัว

เกษียณสำราญ ช่องยูทูบของลูกชายและหม่าม้า กับคอนเทนต์เพื่อกลุ่มคนวัยเกษียณโดยเฉพาะ

60 ยังแจ๋ว

“สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้จากคุณแม่ทุกคนเลย คือความละเอียดอ่อนในสิ่งที่ทำ คนเกษียณหรือคนรุ่นเก่า เวลาทำอะไรเขาจะใส่ใจรายละเอียด ในยุคที่โลกหมุนเร็วมากๆ อย่างในตอนนี้ คนรุ่นใหม่ก็ควรจะเรียนรู้คุณสมบัติตรงนี้จากเขา

“เวลาทำอะไรเราจะชอบคิดว่าเท่านี้แหละพอแล้ว อันนี้ดีแล้ว มันใช่แล้ว แต่แม่ๆ จะขอแป๊บหนึ่ง อันนี้ต้องเพิ่ม ซึ่งบางทีสุดท้ายมันไม่ได้ถูกตัดออกมาอยู่ในคลิปที่ปล่อยให้คนดูด้วยซ้ำ แต่มันเป็นรายละเอียดที่ทำให้สิ่งที่ทำสมบูรณ์ยิ่งขึ้น อย่างผมเคยทำคอนเทนต์ให้แม่ๆ เอารูปสมัยสาวๆ มาดูแล้วเล่าเรื่อง แค่คำอธิบายที่แม่ผมเขียนหลังภาพก็มีเสน่ห์แล้ว ความใส่ใจในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ นี่แหละเป็นเสน่ห์ คนยุคนี้ก็มีแหละ โพสต์รูปบนอินสตาแกรมและใส่แคปชัน มันก็เป็นเสน่ห์ของรุ่นเรา แต่นั่นเป็นของรุ่นเขา

เกษียณสำราญ ช่องยูทูบของลูกชายและหม่าม้า กับคอนเทนต์เพื่อกลุ่มคนวัยเกษียณโดยเฉพาะ

“หรืออย่างเวลาเขาบอกว่าจะนั่งรถเมล์ ผมบอกทำไมต้องนั่งรถเมล์ ไม่ขึ้นได้ไหม เดี๋ยวเรียก Grab ให้ ลำบาก ตกรถเมล์มาจะทำยังไง จริงๆ เขาแค่อยากไปเดิน อยากจะละเมียดกับชีวิต อยากยืนรอรถเมล์สัก 15 นาที ขึ้นรถเมล์ จ่ายเงิน นั่งชมวิว รับลม แค่นั้นเอง”

ในทางกลับกัน สิ่งที่แม่ๆ ได้เรียนรู้จากคนรุ่นโค้ด คือได้เห็นมุมมองการทำงานของเขา โค้ดเป็นตัวแทนของคนวัยทำงานที่ตื่นเช้า ออกจากบ้านไปทำงานทั้งวัน กลับมาเที่ยงคืนตีหนึ่ง ถึงบ้านก็ไม่อยากทำอย่างอื่น ซึ่งน่าจะเป็นปัญหาของลูกหลายบ้าน

ตรงกันข้ามกับหม่าม้าที่เป็นแม่บ้านมาทั้งชีวิต การที่ได้เริ่มทำงานตอนอายุ 60 กว่าๆ นับว่าเป็นความท้าทายมากสำหรับคนคนหนึ่ง แต่นอกจากจะเป็นก้าวใหญ่อีกก้าวที่ต้องข้ามไป ยังเป็นความภูมิใจ เป็นคุณค่า เป็นความเจ๋งความแจ๋ว เป็นมุมมองชีวิตใหม่ที่ได้จากรายได้ที่ได้มาด้วยฝีมือตัวเองเป็นครั้งแรกในชีวิต

“แต่ก่อนหม่าม้าไม่รู้ว่าเราไปเจออะไรมาบ้าง พอได้ทำงานตรงนี้ด้วยกันเขาก็ อ๋อ รู้แล้วมันไปเจออะไรมา รู้แล้วทำไมกลับมาลูกถึงอยู่ในสภาพหมดแรงขนาดนั้น รู้แล้วว่าทำไมไม่อยากเจอคน ไม่อยากคุยกับใคร เพราะเธอออกกองเธอคิดตลอด เธอเจอคนมากมาย ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงกลับมาบ้านแล้วแค่บ้านมันเงียบๆ ก็มีความสุขแล้ว

“ทุกคนยืนอยู่ในจุดที่ไม่เหมือนกัน พอเรายืนอยู่ในจุดที่ต่างกัน การตัดสินใจในการทำอะไรบางอย่างจึงไม่เหมือนกัน มันไม่มีผิด ไม่มีถูก ถ้าเราให้เกียรติกัน เราก็จะเข้าใจและเรียนรู้จากกันและกันได้มากขึ้น”

เกษียณสำราญ ช่องยูทูบของลูกชายและหม่าม้า กับคอนเทนต์เพื่อกลุ่มคนวัยเกษียณโดยเฉพาะ, โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร

ตอบรับเป็นเพื่อน

เชื่อสิ เราแต่ละคนต้องผ่านยุคที่ไม่กล้ารับแอดเฟซบุ๊กแม่มาแล้วทั้งนั้น บ้างก็อายสิ่งที่ตัวเองโพสต์ บ้างก็อายเพื่อนเวลาแม่มาคอมเมนต์รูปภาพ ผลพลอยได้ของเกษียณสำราญนอกจากสร้างความสนุกและนำเสนอตัวเลือกในการใช้ชีวิตหลังเกษียณ คือการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกให้ใกล้ยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่การตอบรับเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก แต่เป็นเพื่อนรู้ใจในชีวิตด้วยเช่นกัน

“เราเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ให้คนดู เขาจะได้มีเรื่องกลับไปคุยกับแม่ กลับไปแซวแม่ ทำให้เกิดการพูดคุยระหว่างคนสองรุ่น พอมีคอนเทนต์แบบนี้เขาก็แท็กไปคุยกับแม่ได้

เกษียณสำราญ ช่องยูทูบของลูกชายและหม่าม้า กับคอนเทนต์เพื่อกลุ่มคนวัยเกษียณโดยเฉพาะ, ว่าน-ธนกฤต พานิชวิทย์

“ตอนเด็กๆ เราจะอายแม่ใช่ไหม พอโตมามันจะค่อยๆ เปลี่ยนไป ซึ่งพอคนรุ่นผมนำเสนอเรื่องแบบนี้ออกไป คนที่เด็กกว่าจะได้เห็นว่า จริงๆ การได้คุย ได้ทำอะไรกับแม่มันดีมากๆ นะ สิ่งที่เจอตลอดในเพจคือการที่ลูกแท็กแม่ แม่แท็กลูก หรือบางทีเพื่อนแท็กเพื่อนบอกว่าอันนี้เหมือนแม่แกเลย

“ทุกวันนี้เวลาเหล่าแม่ๆ ไปข้างนอกจะมีลูกเพจมาทักทาย ชวนคุยนานสองนาน ส่วนใหญ่ถึงกับเรียกหม่าม้าๆ เพราะหลายคนเห็นแม่ทั้งสี่ท่านเป็นแม่ของพวกเขา บรรดาแม่ๆ ก็เลยมีลูกเพิ่มขึ้นไปด้วย”

เกษียณสำราญ ช่องยูทูบของลูกชายและหม่าม้า กับคอนเทนต์เพื่อกลุ่มคนวัยเกษียณโดยเฉพาะ

เกษียณสำราญ

เกษียณสำราญเปลี่ยนจากเพจเม้าแม่มาเป็นหนึ่งฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนสังคมสูงอายุ และมองว่าคนทุกกลุ่มควรจะมีพื้นที่ของเขา 

“ถ้ามีคอนเทนต์สำหรับกลุ่มแมสอย่างเดียว โลกคงจะแบนมาก ผมอยากให้คนทุกกลุ่มมีพื้นที่ของเขาเอง มันอาจจะไม่ติดตลาด ไม่ไช่ทุกคนที่จะชอบ แต่มันคือการแบ่งปันตัวตน แบ่งปันความคิด ทำให้เกิดชุมชน เกิดสังคม เกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้น

“สิ่งหนึ่งที่คนรุ่นเราไม่ค่อยเข้าใจ คือวัยเกษียณเป็นวัยที่เรียนรู้ใหม่ นับหนึ่งใหม่ คนอายุห้าสิบถึงหกสิบปีเขาต้องมาเริ่มต้นใหม่ ตอนอายุสามสิบคุณทำงานเต็มที่ ทำงานๆ อย่างเดียว จนวันหนึ่งเกษียณ จากที่เคยแต่งตัวไปทำงานวันจันทร์ถึงศุกร์ ออกจากบ้านไปเจอสังคม กลายเป็นว่าคุณไม่เหลืออะไรเลย คุณอยู่บ้านเงียบๆ เวลาที่ไม่เคยมีเลย กลับได้กลับมาเต็มไปหมด มันต้องอาศัยการปรับตัวเยอะมากๆ 

เกษียณสำราญ ช่องยูทูบของลูกชายและหม่าม้า กับคอนเทนต์เพื่อกลุ่มคนวัยเกษียณโดยเฉพาะ

“แล้วยังมีเรื่องฮอร์โมนและสารเคมีในร่างกายที่เปลี่ยน บางคนก็เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว บางคนก็นอนไม่หลับ บางคนก็เครียดขึ้นมา มันเป็นการต่อสู้ทั้งกายและใจ มันหนัก เราอยากส่งสารว่า ฉันเป็นคนวัยเกษียณ ฉันก็มีความสุข เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ใช้ชีวิตใหม่ได้ 

“เอาง่ายๆ ใกล้ๆ ตัวอย่างเทคโนโลยี ผมอยากให้ลูกหลานสอนผู้ใหญ่ให้รู้เทคโนโลยี ถ้าเขาใช้เป็นเมื่อไหร่ สุดท้ายคนที่มีความสุขคือพวกเขานั่นแหละ เขาจะได้ใกล้ชิดกับลูกหลาน เขาจะได้ส่งรูปให้ลูกหลานดู ไลน์ตอนนี้ใช้เป็นแล้ว ผมว่าต่อไปผู้ใหญ่ต้อง Conference Call เป็น หรือวันนั้นผมสอนแม่ดูเน็ตฟลิกซ์ ตอนนี้แม่ไปไกลแล้ว ตอนนี้ผมก็กำลังสอนเขาเล่นอินสตาแกรม 

“ที่สำคัญคือ คนวัยเกษียณต้องเปิดใจเรียนรู้ ไม่มีอะไรยากเกินไปครับ คุณเลี้ยงลูกโตมาได้ ไม่มีอะไรยากกว่านี้แล้ว (หัวเราะ)”

เกษียณสำราญ ช่องยูทูบของลูกชายและหม่าม้า กับคอนเทนต์เพื่อกลุ่มคนวัยเกษียณโดยเฉพาะ

ติดตามแชนแนลเกษียณสำราญได้ที่ YouTube เกษียณสำราญ

Writer

Avatar

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

“ช่วงกักตัวโควิดมันไม่มีอะไรทำ ผมก็เลยทำเพจครับ”

“ส่วนผมหมอเจตชวนมาทำครับ (หัวเราะ)”

ประโยคแรกเป็นของ หมอเจต-นพ.เจตพัฒน์ ทวีโภคา ส่วนประโยคที่สองเป็นของ หมอบี-นพ.อุดมศักดิ์ ตั้งชัยสุริยา ที่พูดกันอย่างติดตลกเมื่อเราถามถึงจุดเริ่มต้นของ ‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้เกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉิน ครอบคลุมตั้งแต่เคล็ดลับสามัญประจำบ้านที่คนทั่วไปนำไปใช้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ไปจนถึงความรู้ระดับเจาะลึก ซึ่งเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์

‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย
‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย

นอกจากร่ายยาวให้ข้อมูลครบถ้วนประหนึ่งนั่งฟังแพทย์ในห้องตรวจ อีกจุดน่าสนใจอยู่ตรงภาพประกอบ ซึ่งหมอเจตลงมือวาดด้วยตัวเองทั้งหมด และหลังจากบทสนทนายามดึกระหว่างเรากับนายแพทย์หนุ่มทั้งสองจบลง ก็พบอีกประเด็นสำคัญที่อยากชวนทุกท่านอ่าน

ทั้งหมอบีและหมอเจตเห็นตรงและยืนยันหนักแน่นว่า จุดประสงค์ในการจัดสรรเวลามารังสรรค์คอนเทนต์ให้แฟนเพจติดตาม ก้าวข้ามการให้ความรู้หรือให้ใคร ๆ มานับหน้าถือตาว่าเป็นนายแพทย์ผู้เสียสละ แต่พวกเขาอยากให้สิ่งนี้มีส่วนให้คนตระหนักและกล้าเข้าใกล้ศาสตร์การแพทย์ฉุกเฉิน มีมุมมองที่ดีต่อแผนก ER รวมถึงฝันที่ยิ่งใหญ่ ว่าคอนเทนต์กู้ชีพมากมายที่พวกเขาตั้งใจเผยแพร่ออกไป อาจมีส่วนช่วยรักษาชีวิตคนใกล้ตัวเอาไว้ได้ 

ซักประวัติ

“ประเทศเรามีชุดความคิดที่ว่า ต้องเป็นคนรวยเท่านั้นถึงจะได้เรียนหมอ” 

หมอเจตเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการพาเราย้อนไปถึงอุดมการณ์ในวันที่ตัดสินใจเปิดเพจ เพราะชุดความคิดของสังคมที่มองว่าหากอยากอยู่ในแวดวงการแพทย์ คุณต้องมีต้นทุนที่ดี ครอบครัวต้องพร้อมสนับสนุน หรือแม้แต่เรียนจบแล้ว อยากเข้าร่วมประชุมวิชาการเพื่อยกระดับความรู้ให้ตัวเองสักครั้ง พวกเขาต้องเสียค่าใช้จ่ายถูกสุดหลักพัน หรืออาจบานปลายไปถึงหลักหมื่น ซึ่งสำหรับหมอที่มีเงินเดือนหลักแสนอาจไม่เป็นปัญหา แต่เมื่อลองนึกถึงพยาบาลหรือเหล่ากู้ภัย ซึ่งจำเป็นต้องเข้าถึงความรู้เหล่านี้ไม่แพ้กัน ก็ดูจะเหนือบ่ากว่าแรงใครหลายคนไม่อยู่ไม่น้อย

“มันถึงเวลาที่เราต้องคืนอะไรให้กับสังคมบ้าง” ซึ่งสิ่งนั้นปรากฏผลลัพธ์เป็นเพจห้องฉุกเฉินต้องรู้ รวบรวมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่ทั้งหมอเจตและหมอบีสั่งสมมา เพื่อให้ ‘ทุกคน’ ไม่ว่าจะอยู่ในสายงานการแพทย์หรือบุคคลทั่วไปที่อาจต้องเผชิญเหตุไม่คาดฝัน เข้ามาเก็บเกี่ยวและนำไปปรับใช้ได้โดยไม่เสียสตางค์สักบาท 

นอกจากนี้ แนวทางในการตั้งชื่อเพจของพวกเขาก็น่าสนใจไม่แพ้อุดมการณ์ข้างต้น เพราะทั้งสองตั้งใจตั้งให้สั้น กระชับ ชัดเจน จนออกมาเป็น ‘ห้องฉุกเฉิน + ต้องรู้’ เพื่อกลับไปตอบโจทย์เดิมอีกว่า ทุกคนควรรู้สิ่งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

พบแพทย์

ข้อมูล ณ วันที่ 26 มกราคม 2566 ห้องฉุกเฉินต้องรู้มีผู้ติดตาม 168,883 คน แต่ละโพสต์มีแฟนเพจมาแสดงความคิดเห็น ถกเถียง และรีเควสขอความรู้เรื่องอาการใหม่ ๆ แบบเรียกได้ว่าคึกคักไม่แพ้เพจให้ความบันเทิง ซึ่งผู้คนที่กดติดตามมีหลากหลาย ทั้งบุคลากรทางการแพทย์แทบทุกสาขาและคนทั่วไปหลายช่วงวัย 

หมอเจตเล่าว่าในช่วงเริ่มต้น พวกเขาไม่ได้วางกลุ่มเป้าหมายหลักไว้ให้เป็นเช่นนี้ แต่ตั้งใจให้นักศึกษาแพทย์ พยาบาล กู้ภัย และผู้คนในสายงานที่เกี่ยวกับความเป็นความตาย มาติดตามไว้เพิ่มพูนความรู้ในการทำงาน เนื้อหาและภาษาในช่วงแรก ๆ จึงหนักหน่วงและเต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะที่คนในวงการเข้าใจร่วมกัน 

สำลักควันไฟ หมดสติ อย่าเชื่อเครื่องวัดออกซิเจน ระวังพิษก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ . ไฟไหม้โรงงาน คนไข้สำลักควันหมดสติ…

Posted by ห้องฉุกเฉินต้องรู้ on Wednesday, 10 August 2022

เมื่อเวลาผ่านล่วงเลยเข้าปีที่ 3 กลับกลายเป็นว่ามีคนทั่วไปให้ความสนใจมากขึ้น ประกอบกับได้หมอบีผู้เชี่ยวชาญด้านการให้ความรู้สำหรับประชาชนเข้ามาร่วมแรงร่วมใจ เนื้อหาและภาษาในเพจจึงปรับให้เป็นเคสที่เข้าถึงคนทั่วไปมากขึ้น และมีการหยิบยกโรคภัยไข้เจ็บที่สังคมกำลังสนใจ บ้างก็เป็นเคสที่มีคนขอให้ช่วยอธิบายซ้ำอีกครั้ง คล้าย ๆ กับการส่งบ้าน

แล้วมีจุดไหนที่ทำให้รู้สึกว่าการทำเพจนี้ประสบความสำเร็จแล้ว – เราถาม

“มีคนส่งข้อความมาว่า เขาเป็นคุณแม่ วันหนึ่งลูกเขาเกิดอาการชัก แล้วเขาเคยติดตามในเพจ เขาเลยปฐมพยาบาลให้ลูกก่อนนำส่งโรงพยาบาล แล้วลูกก็รอดชีวิต นั่นคือหนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้พวกเราคิดว่า ประสบความสำเร็จในการทำเพจแล้วครับ”

‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย

ณ นาทีแห่งความเป็นความตายของแม่ลูกคู่นั้นคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและตกใจ แต่โพสต์โพสต์หนึ่งจากเพจห้องฉุกเฉินต้องรู้กลับผุดขึ้นมา และพาให้เธอนำวิธีที่นำเสนอในเพจไปกู้ชีพ จนรักษาลูกชายเอาไว้ได้…

นอกจากเนื้อหาสดใหม่อิงกระแสกับโรคภัยไข้เจ็บที่สังคมกำลังสนใจ ภาพวาดประกอบสื่อความชัดเจน ภาษาในการนำเสนอที่อ่านง่าย เข้าถึงได้ทุกคน อีกสิ่งที่นายแพทย์ทั้งสองให้ความสำคัญมากที่สุด คือ ความถูกต้องของข้อมูล นั่นก็เพราะพวกเขาไม่ได้เป็นแค่ครีเอเตอร์ แต่ยังเป็นบุคลากรทางการแพทย์ผู้ตั้งใจส่งต่อองค์ความรู้ที่มีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้น ทุกข้อมูลที่เขาสื่อสารออกไปจึงต้องแม่นยำ ห้ามผิดพลาด 

“เพจที่เราทำเกี่ยวกับความเป็นความตาย ไม่ใช่ดูเพื่อความบันเทิง เพจนี้แหละจะป้องกันคุณในยามที่คุณเดือดร้อน” หมอเจตย้ำ

‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย
‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย

X-RAY

มาถึงหลายคนที่สงสัย หมอดูเป็นอาชีพที่ตารางงานรัดตัว แล้วหมอเจตกับหมอบีเอาเวลาไหนมาจัดสรรลงคอนเทนต์ได้ทุกวัน คุณหมอทั้งสองปรึกษากันสักครู่ แล้วให้คำตอบว่า “คำแรกคือแพสชัน คำที่สองคือการบริหารเวลา”

แพสชันที่ว่า มาจากอุดมการณ์ที่ไม่อยากให้ความรู้ถูกจำกัดด้วยทุนนิยม

และอีกคำหนึ่งคือ การบริหารเวลา หมอเจตบอกเราว่า คือสิ่งที่หมอฉุกเฉินเชี่ยวชาญเป็นอันดับต้น ๆ เพราะหากทำงานล่าช้าหรือจัดลำดับความสำคัญผิดพลาดเพียงนิด นั่นหมายถึงชีวิตของคนไข้ 

ทั้งสองแบ่งหน้าที่ในการดูแลเพจร่วมกัน โดยหมอบีดูแลเรื่องเนื้อหา ตั้งแต่คัดเลือก ค้นคว้าข้อมูล หาตัวอย่างประกอบ หรือติดต่อผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ เพื่อรีเช็กข้อมูลและชวนมาพูดคุยให้ได้องค์ความรู้ที่กว้างขวางขึ้น รวมถึงหมอบียังทำหน้าที่แอดมิน ตอบกลับความคิดเห็นและข้อความจากบรรดาแฟนเพจอีกด้วย 

เย็บปากยังไงไม่ให้เบี้ยว…หาขอบปากให้เจอครับ ตรงนั้นเรียกว่า “เวอ-มิ-เลี่ยน”…

Posted by ห้องฉุกเฉินต้องรู้ on Monday, 22 August 2022

ส่วนหมอเจต นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งศาสตร์และศิลป์ เขาตั้งใจวาดภาพประกอบโพสต์ทั้งหมดให้เป็นศิลปะแบบ Pop Art โดยยังคงเก็บรายละเอียดที่เทียบเคียงกับหลักกายวิภาคศาสตร์เอาไว้ถ้วน แต่ก็ลดทอนความรุนแรงของบาดแผลหรือความเหวอะหวะให้อยู่ในระดับที่คนทั่วไปรับชมได้โดยไม่ต้องปิดตาหนี 

‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย

“วิธีการคือ เราจะคุยกันตลอดว่าตอนนี้มีเรื่องอะไรน่าสนใจ มีข่าวแบบนี้ คนน่าจะอยากรู้ข้อมูลการปฐมพยาบาลเคสนี้ หรือบางทีก็เริ่มจากหมอเจตส่งรูปที่วาดมาก่อน แล้วผมก็โอเค เข้าใจแล้วว่าเขาอยากสื่ออะไร มีเรื่องไหนที่ต้องเขียนชี้แจง ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องชวนใครมาคุยด้วยกัน จากนั้นก็ลุยเลย เพราะทั้งหมดเราทำอยู่ภายใต้กรอบเดียวกัน นั่นคือศาสตร์การแพทย์ฉุกเฉิน” หมอบี หมอสายวิชาการเล่าวิธีทำงานกับหมอสายติสต์อย่างหมอเจตให้ฟัง 

นอกจากทำหน้าที่แบ่งปันความรู้แบบอัดแน่นที่ย่อยให้เข้าถึงง่ายแล้ว ห้องฉุกเฉินต้องรู้ ยังเคยทำหน้าที่เป็นห้องฉุกเฉินยามจำเป็นให้กับผู้ป่วยและทีมกู้ภัยมาแล้ว คุณหมอทั้งสองยกตัวอย่างเหตุการณ์ให้เราฟังว่า มีคนส่งคลิปเข้ามาให้พวกเขาช่วยประเมินอาการเบื้องต้น ทั้งคนในบ้านหายใจผิดปกติ มีอาการชัก เพราะไม่รู้ว่าต้องรับมืออย่างไร ต้องไปโรงพยาบาลไหม หรือควรแจ้งหน่วยงานไหนต่อ หรือข้อความจากพนักงานกู้ภัย ที่ส่งเข้ามาถามว่า สิ่งที่พวกเขาปฐมพยาบาลให้ผู้ป่วยไปถูกต้องหรือเปล่า

คำถามจากแฟนเพจข้างต้น สะท้อนความเป็นจริงในสังคม 2 ประการ

หนึ่ง ความรู้เบื้องต้นในการปฐมพยาบาลยังคงห่างไกลจากความรู้ความเข้าใจของคนในสังคม พวกเรายังขาดแหล่งเข้าถึงข้อมูลอันเกี่ยวข้องโดยตรงกับความเป็นความตาย ทั้งต่อตนเองและคนรอบข้าง 

สอง โชคดีที่ห้องฉุกเฉินต้องรู้ มีอยู่เพื่อพยายามขจัดปัญหานั้น

‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย

วินิจฉัย 

ถึงแม้ว่าตอนนี้แพทย์ฉุกเฉินจะเป็นสาขาที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ มากขึ้น องค์ความรู้ด้านการปฐมพยาบาลได้รับการเผยแพร่มากขึ้น แต่จากมุมมองของหมอเจตและหมอบีผู้คลุกคลีอยู่ในวงการ พวกเขาบอกว่า คนทั่วไปยังเข้าใจและก้าวข้ามสถานการณ์ฉุกเฉินได้ไม่มากเท่าที่ควร 

ด้วยเหตุนี้ ทั้งสองคนจึงตั้งใจใช้เพจห้องฉุกเฉินต้องรู้ เป็นประตูไปสู่ประชาชน เช่นเดียวกับที่แพทย์บางคนขึ้นเขาลงห้วย ขับรถขึ้นดอยด้วยงบของตัวเองไปสอนชาวบ้านเรื่องการปฐมพยาบาล สอนทำ CPR แก้อาการอาหารติดคอ ชัก แมลงสัตว์กัดต่อย ปั๊มหัวใจ ไฟฟ้าดูด จมน้ำ ฯลฯ 

“เพื่อนผมบอกว่า เพจของเราทำให้หมอฉุกเฉินมีบทบาทโดดเด่นมากขึ้น อย่างตอนเหตุโศกนาฏกรรมที่อิแทวอน ประเทศเกาหลีใต้ ถ้าเป็นในสมัยก่อน หลังเกิดเหตุการณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะออกมาให้ข้อมูล แต่ข้อมูลนั้นก็อาจจะออกแนววิเคราะห์เจาะลึก เป็นแนววิชาการหนัก ๆ เข้าถึงยาก แต่ตอนนี้เพจเราเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ออกมาพูดเรื่องนี้ได้ทันทีในฐานะหมอฉุกเฉินคนหนึ่ง รวมไปถึงในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้วยเช่นกัน ที่สำคัญ เราสามารถย่อยข้อมูลให้เข้าใจง่ายขึ้น คนที่ติดตามนำไปใช้ได้จริงมากขึ้น 

ในคลิป #อิแทวอน…

Posted by ห้องฉุกเฉินต้องรู้ on Sunday, 30 October 2022

“เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ผมเคยไปออกหน่วยสอนคนไข้เรื่องการปั๊มหัวใจ คนไข้บอก ป้าไม่ปั๊มได้ไหม ป้าทำไม่เป็นหรอก แต่หลังจากเหตุการณ์ที่อิแทวอน ซึ่งเราออกมาเล่าวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไว้อย่างละเอียด ก็รู้สึกว่าคนตระหนักและให้ความสนใจกับสิ่งนี้มากขึ้น มีถามเข้ามาว่าให้ปั๊มมือเดียวหรือ 2 มือดี ต้องเป่าปากไหม ถ้าเป่าปากแล้วจะเป็นโควิดไหม คำถามเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ประชาชนมีความตระหนักระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าดีใจมาก ๆ” หมอเจตกล่าว

ใบรับรองแพทย์

เวลาล่วงเลยจบพลบค่ำ ก่อนจากกัน เราถามถึงเป้าหมายไกล ๆ ที่นายแพทย์ทั้งสองใฝ่ฝันจะไปให้ถึง หมอเจตจึงยกคำพูดของ แอนดี วอร์ฮอล ขึ้นว่า “Art is anything that you can take away with” หรือ ศิลปะคือสิ่งที่คุณสามารถเอาไปด้วยได้ – คุยกันเรื่องวิทย์อยู่ดี ๆ ไหงยกคำคมของศิลปินคนดังขึ้นมาซะได้ 

“ทุกอย่างคือศิลปะที่คุณถือเอาไปได้ครับ ทั้งภาพของเรา เนื้อหาในเพจเรา หรือทุก ๆ ข้อมูลที่เราตั้งใจถ่ายทอดเอาไว้ ไม่ว่าอะไรจากศิลปะ คุณพกพามันใส่สมองเอาไว้ได้ แล้วจะหยิบมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้เช่นกัน นั่นคือความตั้งใจของผม

“คุณอยากรู้ว่าเส้นเลือดในสมองแตกไหม คุณดูภาพศิลปะของผม ถ้าวันหนึ่งที่คุณปากเบี้ยว คุณจะนึกถึงศิลปะของผมที่คุณเอาไปด้วยผ่านการจดจำ” หมอหัวใจศิลป์กล่าว 

และสำหรับหมอบี ความคาดหวังของเขาไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้ติดตามที่จะเพิ่มขึ้นหรือลดลง หากแต่เป็นการคงมาตรฐานในทุก ๆ คอนเทนต์ที่นำเสนอ ทั้งในด้านความถูกต้อง ครบถ้วน แม่นยำ เป็นประโยชน์ และเขายังหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เนื้อหาเหล่านั้นจะช่วยชีวิตของใครสักคนได้ในที่สุด

ที่สำคัญ ทั้งสองยังยืนยันหนักแน่นว่า พวกเขาเชื่อมั่นว่าการเข้าถึงความรู้ไม่จำเป็นต้องเสียเงิน และเพจห้องฉุกเฉินต้องรู้ของเขาจะยังคงยึดอุดมการณ์นี้ จนกว่าจะถึงวันที่แม้แต่เด็กอนุบาลก็ทำ CPR เป็น

Facebook : ห้องฉุกเฉินต้องรู้

YouTube : ห้องฉุกเฉิน ต้องรู้

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

ธนาธิป อดิเรกเกียรติ

ธนาธิป อดิเรกเกียรติ

ช่างภาพรักความสงบ กำลังพยายามค้นหาความสุขให้กับตัวเอง ผู้หลงใหลระหว่างบรรทัดของบทกวี

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load