มีอาคารบางหลังที่ไม่ได้มีหน้าที่แค่เป็นอาคาร อุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปี คือหนึ่งในนั้น — อาคารทรงเนินดินรูปตัว H กลางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ที่ผสมผสานสวนหลังคาขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย ระบบจัดการน้ำยั่งยืน และปรัชญาของคนคนหนึ่งที่เชื่อมั่นว่าพื้นที่สีเขียวคือสิทธิของทุกคน ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง
ป๋วย อึ๊งภากรณ์ : ชื่อที่เป็นมากกว่าชื่ออาคาร

ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ คือนักเศรษฐศาสตร์ นักการศึกษา ที่มีบทบาทในสังคมไทยตั้งแต่ปี 2492–2519 เคยดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ทำงานควบคุมทั้งนโยบายด้านการเงิน การคลัง และงบประมาณของประเทศพร้อมกัน
แต่สิ่งที่ทำให้ชื่อป๋วยยังถูกพูดถึงในวันนี้ไม่ใช่ตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่คือบทความเรื่อง “ปณิธานของผม” ที่เขาเขียนเมื่อปี 2516 ซึ่งแสดงทัศนะเกี่ยวกับ “คุณภาพชีวิต” ตลอดช่วงอายุคน ตั้งแต่ยังไม่เกิดจนถึงวาระสุดท้าย บทความนั้นยังคงร่วมสมัยอยู่เสมอแม้จะผ่านมาเกือบ 50 ปีแล้ว และหนึ่งในปัจจัยคุณภาพชีวิตที่เขาพูดถึงคือพื้นที่สีเขียว พื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้
การสร้างอุทยานเรียนรู้ป๋วยจึงเปรียบเสมือนการสานต่อเจตนารมณ์ของอาจารย์ป๋วย ในการสร้างพื้นที่สีเขียวที่ร่มรื่น ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยคุณภาพชีวิตที่ท่านเคยแสดงทัศนะไว้
อาคาร H : เมื่อสถาปัตยกรรมเลียนแบบเนินดิน
อุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปี มีพื้นที่ 60,000 ตารางเมตร อาคารทรงแปลกตารูปตัว H ลาดเอียงไล่ระดับเหมือนเนินดินขนาดยักษ์ ออกแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหลายนวัตกรรมประหยัดพลังงาน ด้านบนคือ Green Roof Urban Farm ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
รูปตัว H ของอาคารไม่ใช่การเลือกโดยบังเอิญ อาคารรูปตัว H สื่อความหมายโดยนัยยะถึงคำว่า Humanity อันหมายถึงความเท่าเทียมเสมอกันของพลเมืองไทยทุกคน เพราะอาคารแห่งนี้เปิดเป็นสาธารณะประโยชน์ให้คนทั่วไปเข้าใช้ได้ ไม่เฉพาะนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอาคารสร้างอยู่ใต้หลังคาที่เป็น ‘พูนดิน’ สอดคล้องกับความหมายชื่ออาจารย์ป๋วย สื่อถึงการบำรุง หล่อเลี้ยง เสริมกำลัง
ผู้ออกแบบตัวอาคารคือ ธีรพล นิยม ศิลปินแห่งชาติสาขาสถาปัตยกรรม จากสถาบันอาศรมศิลป์ ส่วนการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมและสวนหลังคาดูแลโดย กชกร วรอาคม แห่ง LANDPROCESS — หนึ่งในสามคนไทยที่ได้รับเลือกจากนิตยสาร Time ให้เป็น Time 100 Next สาขานวัตกรรมระดับโลก
Green Roof Urban Farm : สวนผักลอยฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

อุทยานเรียนรู้ป๋วย เป็นสวนผักปลอดสารพิษลอยฟ้าใหญ่ที่สุดในเอเชีย และเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา สามารถปลูกพืชผักลอยฟ้าได้มากกว่า 4.5 ไร่
แต่สวนหลังคานี้ไม่ได้มีไว้แค่ให้ดูสวยงาม นาขั้นบันไดที่ประกอบไปด้วยพืชพรรณหลากชนิด ช่วยลดแรงปะทะและการไหลบ่าของน้ำฝนจากหลังคาอาคารให้ช้าลง หลังคาเขียวสามารถชะลอความเร็วของน้ำได้เกือบ 20 เท่า ลดความเสี่ยงการเกิดน้ำท่วมขัง เพิ่มปริมาณการรองรับน้ำฝน
พื้นผิวคอนกรีตอาคารปกคลุมด้วยไม้นานาพันธุ์ ช่วยลดอุณหภูมิในอาคารได้ 3–4 องศาเซลเซียส และลดอุณหภูมิภายนอกได้ 7 องศาเซลเซียส ลดความร้อนตัวตึกได้ 30% ทำให้ลดการใช้ไฟฟ้าในเครื่องปรับอากาศ
ระบบน้ำยั่งยืน : ไม่เคยใช้น้ำประปารดต้นไม้แม้แต่ต้นเดียว
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 1,700 ไร่ แต่ไม่เคยใช้น้ำประปารดน้ำต้นไม้แม้แต่ต้นเดียว น้ำที่ใช้เป็นน้ำจากลำคลองที่ไหลผ่านมหาวิทยาลัยและน้ำฝนที่เก็บกักไว้
พื้นที่ทั้งหมดมีสระน้ำรองรับ 4 แห่งรอบอาคาร จุน้ำรวมได้กว่า 3 ล้านแกลลอน หรือ 13.5 ล้านลิตร เพื่อนำมาหมุนเวียนใช้ซ้ำในการเพาะปลูก และออกแบบพื้นที่ให้โล่งในมุมรับแสง สามารถใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้เต็มรูปแบบ เพื่อใช้ในระบบน้ำหมุนเวียน
พื้นที่ของทุกคน : ไม่ใช่แค่ของธรรมศาสตร์
สิ่งที่ทำให้อุทยานเรียนรู้ป๋วยต่างจากพื้นที่สีเขียวของมหาวิทยาลัยทั่วไปคือการออกแบบที่ “เปิด” ตั้งแต่แนวคิด
พื้นที่ก่อสร้างสวนป๋วยอยู่ติดถนนพหลโยธิน ระหว่างโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติและศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์ การออกแบบเน้นเปิดกว้างสำหรับประชาชนที่มาใช้บริการโรงพยาบาลและศูนย์ประชุม พร้อมเชื่อมโยงผู้คนที่อาศัยอยู่ในย่านรังสิตสามารถเข้ามาใช้พื้นที่สวนสาธารณะแห่งนี้ร่วมกันนักศึกษาและประชาคมธรรมศาสตร์
ภายในยังมีห้องสมุด ห้องหนังสือสำหรับประชาชน หอประชุมขนาดใหญ่ ลู่วิ่ง เส้นทางจักรยาน และเส้นทางเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และประชาธิปไตย ทั้งหมดนี้บอกว่าอุทยานเรียนรู้ป๋วยไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อประดับภาพมหาวิทยาลัย แต่สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้คนจริงๆ ใช้งานจริงๆ
92 ไร่แห่งจิตวิญญาณประชาธิปไตย
เมื่อมองไปยังบริเวณด้านหน้าอุทยานฯ จะพบอนุสาวรีย์ของอาจารย์ป๋วยและอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ตั้งอยู่อย่างเรียบง่าย เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงคุณูปการของท่านทั้งสองที่มีต่อสังคมไทยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ — สองชื่อที่เป็นตัวแทนของความเชื่อว่ามหาวิทยาลัยมีหน้าที่รับใช้สังคม ไม่ใช่แค่ผลิตบัณฑิต
อุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปี จึงไม่ใช่แค่พื้นที่สีเขียวหรือนวัตกรรมสถาปัตยกรรม แต่คือคำตอบที่เป็นรูปธรรมต่อคำถามที่อาจารย์ป๋วยเคยถามว่า “มหาวิทยาลัยมีหน้าที่อะไรต่อสังคม?” — และคำตอบนั้นคือ 92 ไร่ที่ทุกคนเดินเข้ามาได้โดยไม่ต้องเป็นนักศึกษา
