มีนักออกแบบไทยคนหนึ่งที่เดินทางไปปารีสครั้งแรก แล้วแอบยัดครัวซองต์จากบุฟเฟต์โรงแรมใส่กระเป๋าเผื่อไว้กินตอนเย็น เพราะกลัวว่างานจะขายไม่ได้
งานของเขาขายหมดก่อนเที่ยง
ชื่อของชายคนนั้นคือ กรกต อารมย์ดี — นักออกแบบและศิลปินจากบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ผู้เปลี่ยนวิชาทำว่าวจากก๋งให้กลายเป็นงานออกแบบระดับโลก
กรกต อารมย์ดี คือใคร?
กรกต อารมย์ดี เกิดที่เพชรบุรีเมื่อปี พ.ศ. 2520 พำนักและทำงานอยู่ที่เพชรบุรี เป็นศิลปินและนักออกแบบชาวไทยที่มีวิสัยทัศน์ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะและการออกแบบที่โดดเด่น ผลงานของเขามีความเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นของอำเภอบ้านแหลม ซึ่งเป็นแหล่งผลิตทรัพยากรประมงที่สำคัญของจังหวัดเพชรบุรี
กรกต อารมย์ดี เกิดในครอบครัวชาวประมงที่บ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี แต่ชอบจับพู่กันมากกว่าจับปลา เลยหันมาเรียนศิลปะและตัดสินใจจะประกอบอาชีพเป็นนักออกแบบ
ปัจจุบัน กรกต อารมย์ดี เป็นเจ้าของแบรนด์ KORAKOT และยังเป็น ดร.กรกต อารมย์ดี หลังจากสำเร็จการศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยศิลปากร
ก๋ง ว่าว และวิชาที่กลายมาเป็นงานระดับโลก

สิ่งที่ทำให้ กรกต อารมย์ดี แตกต่างจากนักออกแบบคนอื่นคือแหล่งที่มาของแรงบันดาลใจและเทคนิคของเขา
ภาพความทรงจำในวัยเด็กที่รายล้อมด้วยกิจกรรมบนท้องทะเลและศิลปะการทำว่าวของอาก๋งคือแรงบันดาลใจสำคัญที่จุดประกายให้สนใจสร้างสรรค์ผลงานศิลปะและงานฝีมือในปัจจุบัน
กรกต อารมย์ดี เริ่มศึกษาการทำ “แร้วจับปู” และ “ว่าวจุฬาปักเป้า” จากก๋ง บุคคลที่เป็นคนสำคัญในการถ่ายทอดวิชาความรู้และเทคนิกการผูกมัด การดาม การต่อไม้ไผ่ การขึ้นโครงสร้าง และการใช้ประโยชน์จากไม้ไผ่ให้แก่เขามากที่สุด นอกจากที่ก๋งจะปลูกฝังทักษะและภูมิปัญญาพื้นบ้านให้แก่กรกต เทคนิคการจัดการกับไม้ไผ่เมืองเพชรที่ก๋งสอน ก็ยังกลายมาเป็นหัวข้อวิทยานิพนธ์และอาชีพที่ทำเงินให้แก่เขาและชาวชุมชนบ้านแหลมจนถึงวันนี้
นั่นคือสิ่งที่ทำให้งานของ กรกต อารมย์ดี ไม่มีใครเหมือน — มันมาจากรากฐานที่แท้จริง ไม่ใช่สิ่งที่เรียนมาจากตำราหรือ Trend Report ระดับโลก
วันที่ปารีสยืนรอซื้องาน และครัวซองต์ที่ไม่ได้กิน
เรื่องของ กรกต อารมย์ดี กับการไปปารีสครั้งแรกคือหนึ่งในเรื่องที่น่าจดจำที่สุดในประวัติศาสตร์นักออกแบบไทย
กรกตบอกความรู้สึกตอนนั้นว่า “เหมือนส่งวิทยานิพนธ์อีกครั้ง กรรมการนั่งเรียงกันเป็นแถวเลย มีทั้ง ผอ. กรม นักออกแบบรุ่นใหญ่ ผู้ประกอบการ สื่อมวลชน ไปจนถึงผู้จัดงานจากฝรั่งเศสด้วย”
เมื่อถึงวันจัดงานจริง เขาลงมากินข้าวเช้าที่โรงแรมแบบบุฟเฟต์ แล้วแอบหยิบขนมปังติดมือเผื่อว่าขายงานไม่ได้จะได้มีข้าวกิน
พอไปถึงที่จัดงานก็ตกใจ เพราะมีคนมาเข้าแถวต่อกันยาวเลย มีทั้งเจ้าของโรงแรม สถาปนิก นักออกแบบภายใน ไปจนถึงมีสื่อมารอสัมภาษณ์ด้วย งานทั้งหมดที่เตรียมไปขายหมดตั้งแต่ครึ่งวันแรก คุยกับคนทั้งวันจนจบงาน ไม่ได้กินครัวซองต์ที่แอบห่อมา
KORAKOT แบรนด์ที่ไม้ไผ่เมืองเพชรเดินทางไปทั่วโลก

กรกต อารมย์ดี เป็นเจ้าของแบรนด์ KORAKOT งานหัตถกรรมดีไซน์ที่เริ่มต้นจากการใช้ภูมิปัญญาไทยอย่างการมัดว่าวจากก๋ง และการผูกอวนของชาวประมงอาชีพพื้นเพของครอบครัวตนเอง บวกเข้ากับการนำไม้ไผ่วัตถุดิบธรรมชาติใกล้ตัวมาสร้างสรรค์จนทำให้ผลงานที่ออกมากลายเป็นประติมากรรมที่มีเอกลักษณ์ มีผลงานประเภทโคมไฟ เฟอร์นิเจอร์ รวมไปถึงศิลปะประดับผนัง และการออกแบบอาคารตกแต่งภายในทั้งหลังด้วยเทคนิคการผูกมัด
ผลงานชิ้นที่ทำให้ชื่อ กรกต อารมย์ดี เป็นที่รู้จักในระดับสากลครั้งแรกคือ โคมไฟดอกกุหลาบจากไม้ไผ่ ที่เขาพัฒนาขึ้นจากวิทยานิพนธ์ปริญญาโท มหาวิทยาลัยศิลปากร
กรกต อารมย์ดี เป็นดีไซเนอร์ดาวรุ่งคนหนึ่งที่สามารถนำงานคราฟต์มาผนวกกับงานออกแบบได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว เขาพูดถึงเสมอว่าเทคนิคสร้างงานของเขานั้นได้มาจาก ‘ก๋ง’ นักทำว่าว
Hermès และ Louis Vuitton: เมื่อแบรนด์ Luxury โลกเลือกช่างฝีมือจากบ้านแหลม

หนึ่งในสัญลักษณ์ที่บอกว่างานของ กรกต อารมย์ดี ไปถึงระดับไหนคือการที่แบรนด์ระดับโลกอย่าง Hermès และ Louis Vuitton ให้ความสนใจและร่วมงานด้วย
การที่แบรนด์ Luxury ที่เลือกทุกอย่างด้วยความพิถีพิถันที่สุดในโลกเลือกช่างฝีมือจากหมู่บ้านชาวประมงในเพชรบุรี มันบอกบางอย่างที่ชัดเจนว่างานหัตถกรรมท้องถิ่นที่ดีพอมีคุณค่าในระดับสากล
ปรัชญาที่อยู่เบื้องหลังงาน กรกต อารมย์ดี
สิ่งที่ทำให้ กรกต อารมย์ดี น่าสนใจไม่ใช่แค่งานที่สวยงาม แต่คือปรัชญาที่อยู่เบื้องหลัง
กรกต อารมย์ดี พูดถึงวัสดุท้องถิ่นว่า “ความเป็นท้องถิ่นพื้นบ้านเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจได้เป็นอย่างดี ทุกชุมชนในเมืองไทยมีสไตล์ของตัวเอง วัสดุธรรมชาติในบ้านเราก็มีมากมาย เพียงแต่ต้องรู้จักการเลือกใช้”
เขายังบอกด้วยว่าการออกแบบที่ดีต้องเข้าใจวัสดุอย่างลึกซึ้ง ต้องรู้ว่าพืชเติบโตจากดินอะไร รู้คุณสมบัติ เข้าใจทั้งข้อดีและข้อจำกัด
นั่นคือสิ่งที่ทำให้งานของ กรกต อารมย์ดี ไม่ใช่แค่งานสวย แต่เป็นงานที่มีความซื่อสัตย์ต่อวัสดุและต่อรากเหง้า
รางวัลศิลปาธร และการส่งต่อความรู้
กรกต อารมย์ดี ได้รับรางวัลศิลปาธร สาขาศิลปะการออกแบบ ประจำปี 2560 จากการทำงานจริงจังต่อเนื่อง
รางวัลศิลปาธรเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ศิลปินไทยร่วมสมัยผู้มีผลงานสร้างสรรค์ต่อเนื่อง จัดขึ้นโดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย การได้รับรางวัลนี้เป็นการยืนยันจากหน่วยงานระดับชาติว่างานของ กรกต อารมย์ดี มีคุณค่าและความสำคัญต่อวงการออกแบบไทย
แต่สิ่งที่ กรกต อารมย์ดี ทำควบคู่กับการรับรางวัลคือการส่งต่อความรู้ เขาเข้าไปเรียนปริญญาเอกที่ศิลปากรเพื่อสร้างเส้นทางวิชาการสำหรับนักออกแบบรุ่นใหม่ที่อยากต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น
เพชรบุรีในฐานะต้นทุนที่ไม่มีใครซื้อได้
บ้านแหลม เป็นแหล่งประมงที่สำคัญของเพชรบุรี บ้านเรือนริมทะเลมักระเกะระกะไปด้วยเครื่องมือประมง แผงตากปลาตากหมึกที่เรียงราย เสียงอื้ออึงยามเรือเข้าออกท่า โป๊ะไม้ไผ่ที่เรียงรายอยู่ในทะเล เป็นภาพจำและภาพชินตาวัยเยาว์ของ กรกต อารมย์ดี เด็กชายริมทะเลบ้านแหลม
กรกต อารมย์ดี ไม่เคยย้ายออกจากเพชรบุรีเพื่อไปทำงานในกรุงเทพฯ เขาเลือกอยู่กับรากเหง้า และพาโลกมาหาเขาแทน
นั่นคือสิ่งที่ทำให้เรื่องราวของ กรกต อารมย์ดี น่าจดจำที่สุด — ไม่ใช่ว่าเขาเก่งพอที่จะออกจากบ้าน แต่เขาเก่งพอที่จะทำให้บ้านของเขามีคุณค่าพอที่โลกจะเดินทางมาหา
ชุมชนที่ได้ประโยชน์ไปพร้อมกัน

กรกต อารมย์ดี ฝันที่อยากจะช่วยชาวประมงในชุมชนให้มีงานและรายได้ หลังจากเกิดภาวะน้ำมันแพงจนชาวประมงไม่สามารถออกเรือไปจับปลาได้ ถ้าได้ไปแสดงงานที่ฝรั่งเศสแล้วมีการสั่งซื้อสินค้าเข้ามา ก็จะสอนและถ่ายทอดวิธีการสร้างงานให้ชาวประมงพื้นบ้านในละแวกนั้นมีอาชีพใหม่ขึ้นมาได้
การออกแบบของ กรกต อารมย์ดี จึงไม่ได้เป็นแค่ศิลปะเพื่อความงาม แต่คือเครื่องมือในการสร้างรายได้และโอกาสให้กับคนในชุมชน
บทเรียนจาก กรกต อารมย์ดี สำหรับนักออกแบบรุ่นใหม่
ถ้าจะสรุปสิ่งที่ กรกต อารมย์ดี สอนด้วยชีวิตและงานของเขา มันคือสิ่งที่ไม่มีในห้องเรียนออกแบบทั่วไป
รากเหง้าของคุณคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุด ภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่ใช่สิ่งล้าสมัย แต่คือสิ่งที่หายากที่สุดในโลกที่ทุกอย่างกำลังเหมือนกันหมด และการไม่ต้องออกไปจากบ้านเพื่อประสบความสำเร็จ ไม่ใช่ข้อจำกัด แต่คือจุดแข็ง
ครัวซองต์ที่ไม่ได้กิน และชีวิตที่เลือกแล้ว
กรกต อารมย์ดี คือหลักฐานว่าความสำเร็จระดับโลกไม่ต้องเริ่มจากมหานคร
มันสามารถเริ่มจากหมู่บ้านชาวประมง จากก๋งที่สอนทำว่าว จากไม้ไผ่ข้างบ้าน และจากชายคนหนึ่งที่กลัวว่างานจะขายไม่ได้ถึงขนาดแอบห่อครัวซองต์ไปด้วย
แต่ในที่สุด งานมันก็ขายหมด และครัวซองต์นั้นก็ยังไม่ได้กิน
เพราะเขาต้องใช้เวลาทั้งวันคุยกับคนที่อยากรู้จักงานของเขา Korakot Aromdee
