The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

‘ชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ รีสอร์ท’ เป็นรีสอร์ตเพื่อสุขภาพแห่งแรกของประเทศไทยและต้นแบบของเอเชีย ตั้งอยู่ริมชายหาดหัวหินบนพื้นที่ 17 ไร่ มีเป้าประสงค์เพื่อปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตของผู้เข้าพักให้มีสุขภาพดีอย่างสมดุล ทั้งร่างกาย (Body) จิตใจ (Mind) และจิตวิญญาณ (Spirit) ผ่านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม 6 ประการ ได้แก่ โภชนาการ การออกกำลังกาย กายภาพบำบัด สปา แพทย์ทางเลือก และความงาม

นอกจากเป็นหนึ่งด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ชีวาศรมยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ

ก้าวช้าๆ แต่มั่นคงของชีวาศรม รีสอร์ตสุขภาพที่พ้นวิกฤตโควิดและตั้งเป้าเปิดสาขาทั่วโลก

ที่นี่ไม่เคยปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเลแม้แต่หยดเดียว เพราะมีระบบบำบัดน้ำเสียและใช้น้ำจำนวนเดิมถึง 2 ครั้ง

ที่นี่มีฟาร์มออร์แกนิกที่ได้มาตรฐานสากล ส่งผลผลิตทั้งผัก ผลไม้ ดอกไม้ กลับมาใช้ในรีสอร์ต

ที่นี่มีการคัดแยกขยะเพื่อนำไปรีไซเคิล

ที่นี่มีการผลิตน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์

ที่นี่มีการออกแบบอาคารโดยคำนึงถึงการประหยัดพลังงาน

ที่นี่มี ‘ชมรมพิทักษ์หัวหิน’ เพื่อทำกิจกรรมสิ่งแวดล้อม โดยมีภาครัฐและภาคเอกชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วม 

และที่นี่สร้าง ‘ปอด’ สีเขียวบนป่าชายเลนผืนสุดท้ายของหัวหิน

คงไม่ใช่เรื่องใหม่หากคุณได้ยินสิ่งเหล่านี้ใน ค.ศ. 2021 แต่ชีวาศรมคิด-ทำสิ่งเหล่านี้เมื่อราว 20 กว่าปีก่อน

ด้วยความตั้งใจของ คุณบุญชู โรจนเสถียร ผู้เชื่อว่าสุขภาพที่ดีต้องควบคู่กับสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์และชุมชนที่แข็งแรง ชีวาศรมจึงดำเนินธุรกิจอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์ทรัพยากรและพัฒนาเติบโตอย่างยั่งยืน

เจตนารมณ์ของพ่อถูกส่งต่อให้ กฤป โรจนเสถียร ลูกชายและทายาทรุ่นสองที่เข้ามาสานต่อรีสอร์ตเพื่อสุขภาพของครอบครัว ด้วยตำแหน่งประธานและประธานบริหารแห่งชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ รีสอร์ท

ก้าวช้าๆ แต่มั่นคงของชีวาศรม รีสอร์ตสุขภาพที่พ้นวิกฤตโควิดและตั้งเป้าเปิดสาขาทั่วโลก

น่าสนใจว่า อดีตผู้บริหารธนาคารบริหารรีสอร์ตระดับโลกอย่างไร ธุรกิจโรงแรมถึงพัฒนาอย่างยั่งยืนพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อม แบ่งปันสังคม ชุมชน และผู้คนได้อย่างไร ที่สำคัญ ชายที่เติบโตมาพร้อมกับวิถีชีวาศรม พาธุรกิจครอบครัวอายุ 26 ปี รอดพ้นจากวิกฤตโรคระบาดได้อย่างไร และนี่คือเรื่องราวการทำงานตลอด 14 ปีของลูกชายคนนี้

เทรนด์สุขภาพที่มาก่อนกาล

ก่อนจะกลายเป็นชีวาศรม พื้นที่ตรงนี้เคยเป็น ‘บ้านอยู่สบาย’ บ้านพักตากอากาศชายทะเลของครอบครัว ที่คุณบุญชูมักชวนเพื่อนพ้องคนสนิทจากกรุงเทพฯ มาพบปะ พักผ่อน กินอาหาร และออกกำลังกาย เพื่อกลับไปทำงานในเช้าวันจันทร์อย่างสดชื่นทั้งร่างกายและจิตใจ 

ผสานกับแรงบันดาลใจที่คุณบุญชูท่องเที่ยวเดินทางไปยังที่พักของคนรักสุขภาพ ได้เห็นวัฒนธรรมและเทคนิคการดูแลสุขภาพที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนมองเห็นอนาคตว่า สุขภาพที่ดีจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำเนินชีวิต และคนจะนิยมเทรนด์สุขภาพมากขึ้น, ว่ากันตามตรงก็เป็นดั่งผู้ก่อตั้งคาดการณ์

“คุณพ่อเล็งเห็นว่าน่าจะมีความต้องการด้านการดูแลรักษาสุขภาพแบบองค์รวมในภูมิภาคเอเชีย แต่ช่วงนั้นคนเอเชียมีความเข้าใจน้อยมาก ส่วนใหญ่ถ้ามีปัญหาสุขภาพก็ไปหาหมอ ทานยา การจะลงลึกถึงต้นตอของปัญหาสุขภาพนั้นๆ เขายังไม่คิดกัน แต่ทางตะวันตกมีความเข้าใจเรื่องนี้อยู่แล้ว เขาไปน้ำพุร้อน ใช้ Hydrotherapy 

“ตอนเริ่มต้นดำเนินธุรกิจชีวาศรมขึ้นมานั้น เงียบมาก คนไทยไม่สนใจเลย เพราะไม่ทราบว่าการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมคืออะไร แต่ในไม่ช้า ชาวตะวันตกเริ่มเข้ามา ซึ่งบรรยากาศมันแตกต่างตรง Thai Touch การส่งมอบบริการแบบยุโรปโดยคนไทย เราบูรณาการบริการพวกนั้นเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของวิถีการดำเนินชีวิต ทำให้ชาวตะวันตกเกิดความประทับใจ แล้วเขาก็กลับมาเรื่อยๆ ด้วยวิธีการบอกกันปากต่อปาก” กฤปเล่าจุดเริ่มต้นของธุรกิจ

ลูกค้าหลักของชีวาศรมเป็นชาวตะวันตกและชาวตะวันออกกลาง คนไทยมีสัดส่วนน้อย และส่วนใหญ่เป็นสมาชิกกันตั้งแต่สมัยที่คุณพ่อตระเวนขายเมมเบอร์ชิปให้คนรู้จักและพรรคพวก ที่ยังมาใช้บริการเป็นประจำ

หากย้อนกลับไปเมื่อ ค.ศ. 2002 เรื่องราวที่กฤปไม่อาจคาดการณ์ก็เกิดขึ้น

“คุณพ่อเชิญผมไปพบส่วนตัว ผมไม่รู้เลยว่าท่านต้องการจะพูดเรื่องอะไร ท่านมีความสุขกับบทบาทที่ท่านเป็นอยู่ แล้วกิจการก็กำลังเป็นไปด้วยดี ผมเป็นผู้บริหารธนาคารกรุงเทพอยู่ขณะนั้น ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงเส้นทางอาชีพ แต่ท่านบอกว่า อยากให้รับช่วงเป็นประธานกรรมการชีวาศรมต่อจากท่านภายในห้าปี

“ท่านอยากให้ลองคิดดู เพราะเรื่องราวของชีวาศรมเป็นการนำเสนอบริการด้านสุขภาพที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งตอนอยู่แบงก์ผมช่วยลูกค้าบริหารความเสี่ยงด้านการเงินของเขา ถ้ามาทำตรงนี้ ผมก็ช่วยลูกค้าบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพ ผมว่าการบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพสำคัญกว่าทรัพย์สินอีกนะ นั่นน่าจะเป็นความท้าทายใหม่ของผม และเป็นไปอย่างที่ท่านคิด พอห้าปีให้หลังท่านก็จากไป ผมก็เลยก้าวขึ้นเป็นประธานกรรมการ” 

ก้าวช้าๆ แต่มั่นคงของชีวาศรม รีสอร์ตสุขภาพที่พ้นวิกฤตโควิดและตั้งเป้าเปิดสาขาทั่วโลก
ก้าวช้าๆ แต่มั่นคงของชีวาศรม รีสอร์ตสุขภาพที่พ้นวิกฤตโควิดและตั้งเป้าเปิดสาขาทั่วโลก

นอกจากทักษะบริหารความเสี่ยง กฤปยังใช้เรื่องที่เรียนรู้จากการทำงานมาบริหารจัดการระบบไฟแนนซ์ภายในด้วย โดยไม่ลืมอีกทักษะสำคัญที่จำเป็นมากในยุคนี้คือ ‘การบริหาร Cash Flow’

เมื่อเราถามถึงเทคนิคการบริหารชีวาศรมที่คุณพ่อส่งต่อให้ลูกชาย กฤปเล่าพร้อมเสียงหัวเราะว่า

“ผมกับคุณพ่อไม่ค่อยสนิทกัน โดยมากมีความเห็นแตกต่างกันอยู่เรื่อย แต่ว่าในช่วงห้าปีสุดท้ายที่ท่านเรียกผมไปพบ ตอนนั้นผมเริ่มเข้าไปหา เข้าไปรับฟัง จริงๆ มันก็เป็นการแลกเปลี่ยนกัน สิ่งที่ท่านให้ผมไม่ใช่เรื่องการสอนด้วยคำพูดนะ แต่เป็นตัวอย่างที่ท่านทำให้เห็นว่าสิ่งที่ถูกต้องมันคืออะไร

“ซึ่งก่อนจะเป็นชีวาศรม มันเป็นบ้านพักตากอากาศ ทุกเย็นเต็มไปด้วยญาติสนิทมิตรสหายของคุณพ่อ มาทีจะต้องมากินให้ดี ต้องเล่นกีฬา ต้องพักผ่อน ผมเลยถามท่านว่า จริงๆ แล้วชีวาศรมเป็นส่วนขยายของบ้านอยู่สบายหรือเปล่า ท่านเงยหน้ามาบอกว่า ใช่ มันอยู่ในอุดมการณ์เดียวกัน ท่านต้องการให้คนมาแชร์ประสบการณ์ดีๆ ด้วยกัน ผมเลยเข้าใจทันที โดยท่านไม่ต้องมาสอน แต่ท่านทำให้ผมเห็นและกลับมาตั้งคำถาม”

เพราะเห็นประจักษ์ด้วยตา ซึบซับด้วยความรู้สึก จนเข้าใจดีเอ็นเอที่ส่งจากรุ่นสู่รุ่นของชีวาศรม

ก้าวช้าๆ แต่มั่นคงของชีวาศรม รีสอร์ตสุขภาพที่พ้นวิกฤตโควิดและตั้งเป้าเปิดสาขาทั่วโลก

รีสอร์ตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ช่วงเวลา 5 ปีก่อนกฤปจะรับช่วงต่อจากคุณพ่อ เขาต้องศึกษาระบบงานจากผู้ชำนาญการแต่ละแผนกในการส่งมอบงาน ว่ามีการบูรณาการบริการด้านสุขภาพอย่างไร มีความคล่องตัวของในการทำงานอย่างไร เขาเชื่อว่าการเรียนรู้ข้อมูลภายในอย่างถ่องแท้ จะทำให้เข้าใจการดำเนินการทั้งหมด ถ้าเกิดปัญหาจะรู้ต้นตอและแก้ไขทันท่วงที

ส่วนรูปแบบการบริหารของกฤปไม่แตกต่างจากรุ่นพ่อมากนัก เจตนารมณ์ยังชัดเจนทั้งด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม แต่การส่งมอบข้อมูลภายในจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริการ ขณะเดียวกันชีวาศรมก็เข้าเป็นสมาชิกของ The United Nations Global Compact และยึดมั่นปฏิบัติใน SDGs 17 ข้ออย่างเคร่งครัด

“เรื่องความยั่งยืนชีวาศรมทำมาตั้งแต่ต้น เรามีระบบบำบัดน้ำเสียร้อยเปอร์เซ็นต์ จริงๆ ถ้าน้ำเสียออกจากรีสอร์ต เทศบาลก็เอาไปบำบัดก่อนที่จะวนกลับมาใช้ใหม่ แต่ชีวาศรมไม่ยอมส่งน้ำเสียออกไปสู่ท่อของเทศบาล เมื่อบำบัดแล้ว คุณบุญชูก็เอาไปเลี้ยงปลาในทะเลสาบ รดน้ำต้นไม้ น้ำจำนวนเดียวกันชีวาศรมใช้สองครั้ง แล้วก็มีพลังงานแสงอาทิตย์ ใช้มาราวยี่สิบปีแล้ว เพื่อผลิตน้ำร้อนส่งตามห้อง แล้วก็มีแผงโซลาร์เซลล์ซ่อนไว้ในพื้นที่สามร้อยห้าสิบตารางเมตรด้วย

“ตอนคุณพ่อยังมีชีวิตอยู่ เรานั่งอยู่ริมชายหาดด้วยกันหนึ่งวัน จำได้ว่าเดือนพฤศจิกายน เห็นขยะเต็มไปหมด ขยะนั้นมาจากแม่น้ำแม่กลอง เพราะกระแสน้ำพัดพามา เป็นขยะจากธรรมชาตินะ คนท้องที่เขาคิดว่ามันพัดมาก็ต้องพัดกลับ พอกระแสเปลี่ยนทิศตามฤดูกาลก็พัดขยะกลับไป น้ำก็สะอาด ไม่จำเป็นต้องลงไปทำอะไร แต่ตราบใดก็ตามที่ของพวกนั้นอยู่บนชายหาด เราควรจะมีการดำเนินการบางอย่าง ผมเลยนั่งคิดกับคุณพ่อว่าเราจะทำอย่างไรกันดี 

ชีวาศรม รีสอร์ตสุขภาพแห่งแรกของไทยในมือ กฤป โรจนเสถียร ที่พิสูจน์แล้วว่าเทรนด์สุขภาพคือเรื่องของทุกคน

“ถ้าทำเองทั้งหมดคงไม่ได้ หาดระยะหกกิโลเมตรกว่า ก็เลยจัดตั้งชมรมพิทักษ์หัวหินขึ้นมา มีสมาชิกเป็นกลุ่มที่พัก คอนโดฯ ที่อยู่ตามชายหาด แล้วก็ภาครัฐ อย่างเทศบาลเมืองหัวหิน เพราะผมคิดว่าการจะเดินไปข้างหน้า การมีสุขภาพที่ดีต้องเกิดจากสิ่งแวดล้อมที่ดีก่อน ขณะเดียวกันเราก็เข้ามาอยู่ในหัวหิน มาใช้พื้นที่สร้างความสำเร็จให้ธุรกิจ ฉะนั้น เราคือส่วนหนึ่งของท้องที่ เราเป็น Inclusive Resorts การมีข้อผูกพันกับท้องที่ การร่วมมือ หรือจ้างคนท้องที่เข้ามาทำงานและส่งมอบบริการให้เรา ก็เป็นแบกกราวนด์ของชีวาศรมที่ทำมานานแล้ว” กฤปเล่าวิธีสร้างมิตรภาพอย่างยั่งยืน

ชีวาศรม รีสอร์ตสุขภาพแห่งแรกของไทยในมือ กฤป โรจนเสถียร ที่พิสูจน์แล้วว่าเทรนด์สุขภาพคือเรื่องของทุกคน
ชีวาศรม รีสอร์ตสุขภาพแห่งแรกของไทยในมือ กฤป โรจนเสถียร ที่พิสูจน์แล้วว่าเทรนด์สุขภาพคือเรื่องของทุกคน

และชีวาศรมยังสร้างปอดสีเขียวบนพื้นที่ 18 ไร่ นาม ‘โครงการอนุรักษ์ป่าชายเลนไกรลาศนิเวศ’ พื้นที่ป่าชายเลนผืนสุดท้ายของหัวหิน มีเส้นทางชมธรรมชาติยาว 1 กิโลเมตร เพื่อเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ พักผ่อนหย่อนใจ และออกกำลังกาย ของชาวหัวหินและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ ปัจจุบันโครงการปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 5,000 ต้น

ชีวาศรมดำเนินกิจการด้วยการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก และอีกหนึ่งปัญหาที่ภาคการท่องเที่ยวร่วมด้วยช่วยกันสร้าง และต้องร่วมด้วยช่วยกันแก้ นั่นคือปัญหาขยะเศษอาหาร ซึ่งที่นี่ก็มีการจัดการอย่างถูกวิธีเช่นกัน

เริ่มตั้งแต่การคำนวณและวางแผนวัตถุดิบให้เพียงพอกับแขกที่เข้าพัก เช่น สัปดาห์หน้ามีแขกเข้าพักจำนวนเท่าไหร่ ก็จัดสรรวัตถุดิบให้เพียงพอ ไม่น้อยจนขาด ไม่มากจนเหลือ ทั้งยังมีการคัดแยกขยะโดยละเอียด หากมีขยะรีไซเคิล ชีวาศรมจะส่งขยะเหล่านั้นให้โรงเรียนในพื้นที่หัวหิน เพื่อสร้างมูลค่าและเสริมรายได้พิเศษให้กับเด็กๆ 

แน่นอนว่าเลี่ยงการใช้พลาสติกซิงเกิลยูสให้ได้มากที่สุด ส่วนเศษอาหารและเศษขยะจากธรรมชาติ (ใบไม้ กิ่งไม้) จะส่งไปยังสวนออร์แกนิก เพื่อทำปุ๋ยธรรมชาติบำรุงพืชผลให้งดงาม ซึ่งสวนออร์แกนิกทั้ง 2 แห่งของชีวาศรมได้การรับรองมาตรฐานจากสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ (International Federation of Organic Agriculture Movements-IFOAM) กฤปกระซิบว่า ในประเทศไทยมีองค์กรที่ผ่านมาตรฐาน IFOAM เพียง 2 แห่งเท่านั้น

ชีวาศรม รีสอร์ตสุขภาพแห่งแรกของไทยในมือ กฤป โรจนเสถียร ที่พิสูจน์แล้วว่าเทรนด์สุขภาพคือเรื่องของทุกคน
ชีวาศรม รีสอร์ตสุขภาพแห่งแรกของไทยในมือ กฤป โรจนเสถียร ที่พิสูจน์แล้วว่าเทรนด์สุขภาพคือเรื่องของทุกคน

ผลผลิตสด สะอาด ปลอดภัย ทั้งดอกไม้ ผัก ผลไม้ เครื่องเทศ และสมุนไพรกว่า 80 ชนิดก็ถูกนำกลับมาเสิร์ฟแขกและใช้ประโยชน์ในรีสอร์ต ผู้บริหารว่าแคนตาลูปคือผลไม้ขึ้นชื่อของสวนที่นี่ ยืนยันว่าหวานฉ่ำไม่แพ้ที่ใด และสวนออร์แกนิกในพื้นที่ป่าละอูที่มีพรมแดนใกล้กับพม่า ชีวาศรมก็เลือกคนท้องถิ่นที่เป็นชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ที่รู้จักและคุ้นเคยกับพื้นที่เป็นอย่างดีมาเป็นการ์เดนเนอร์ ขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนที่นั่น ด้วยการส่งต่อองค์ความรู้เรื่องฟาร์มออร์แกนิกให้กันและกัน ที่สำคัญ เปิดโอกาสให้ชาวบ้านที่มีแววดีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวาศรมด้วย 

“เราให้โอกาสคนที่มีทักษะหรือมีความสามารถเข้ามาทำงาน ตอนนี้มีอยู่หนึ่งคน กำลังไปได้สวย เพราะเราอยากให้อาชีพ มากกว่าทำ CSR ด้วยการเอาเครื่องนุ่งห่มไปให้ เอาอาหารไปให้ เอายาไปให้ นั่นคือสิ่งที่ใช้แล้วหมดไป เราอยากให้ความรู้ ความสามารถมากกว่า มันยั่งยืนและติดตัวเขาไปตลอด” กฤปบอกความตั้งใจ

ในฐานะที่ชีวาศรมทำเรื่องราวเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอตลอด 26 ปี ผู้บริหารก็มีคำแนะนำสำหรับเพื่อนพ้องผู้ประกอบการขนาดเล็ก-ใหญ่ ที่กำลังวางแผนจัดการขยะเศษอาหารด้วยแนวทาง Zero Food Waste ไว้ดังนี้

ชีวาศรม รีสอร์ตสุขภาพแห่งแรกของไทยในมือ กฤป โรจนเสถียร ที่พิสูจน์แล้วว่าเทรนด์สุขภาพคือเรื่องของทุกคน
ชีวาศรม รีสอร์ตสุขภาพแห่งแรกของไทยในมือ กฤป โรจนเสถียร ที่พิสูจน์แล้วว่าเทรนด์สุขภาพคือเรื่องของทุกคน

“เราเริ่มต้นด้วยการคำนึงถึงคุณค่าของทรัพยาการเป็นหลัก พืช ผลไม้ เนื้อสัตว์ การได้มาของสิ่งเหล่านี้ต้องสูญเสียอะไรหลายอย่างๆ ไป ดิน ปุ๋ยธรรมชาติ แรงงาน ฉะนั้น จงใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด และต้องมีการแยกขยะอย่างชัดเจน ที่สำคัญ คนในองค์กรต้องมีชุดความคิดเดียวกัน อาจจะต้องมี Stakeholder ภายในท้องที่ ว่าคุณจะไปมีความสัมพันธ์กับใคร อย่างชีวาศรมมีกับโรงเรียน ก็ต้องดูว่าในท้องที่คุณมีอะไร แล้วเทศบาลของคุณทำงานเรื่องขยะยังไง เขามีระบบหรือขาดงบประมาณด้านไหน การที่เรามีองค์กรพิทักษ์หัวหิน มันช่วยให้เราเข้าถึงผู้ประกอบการอื่นทั้งที่พัก คอนโดฯ ริมหาด ซึ่งต้องทำให้พวกเขาเห็นพ้องต้องกันในการดูแลสิ่งแวดล้อม ผมว่ามันต้องมี Community Spirit ด้วย”

ภารกิจจะสำเร็จ องค์กร บุคลากร ต้องมีชุดความคิดเดียวกัน และได้รับความร่วมมือที่ดีจากภายนอกด้วย

ชีวาศรม รีสอร์ตสุขภาพแห่งแรกของไทยในมือ กฤป โรจนเสถียร ที่พิสูจน์แล้วว่าเทรนด์สุขภาพคือเรื่องของทุกคน

ธุรกิจที่พัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืน

ตลอด 14 ปีของการบริหาร ทายาทรุ่นสองคนนี้ดำเนินธุรกิจด้วย Quadruple Bottom Line

“เราอาจจะเคยได้ยินพวก Triple Bottom Line แต่ชีวาศรมมี Quadruple Bottom Line ประกอบด้วยสี่ชั้นนะ ชั้นแรกคือ Personal Wellness สิ่งที่เราทำอยู่ สอง Environmental Wellness เราเชื่อว่าสิ่งแวดล้อมต้องสมบูรณ์ด้วย สาม Community Engagement อะไรก็ตามที่ชีวาศรมทำ เราจะคิดเสมอว่ามันไปกระทบกับมวลชนอย่างไร กระทบกับสังคมรอบตัวอย่างไร เราพยายามแทนที่ผลกระทบด้วยการเสริมสร้าง และสี่ Business Bottom Line ต้องมีกำไรในธุรกิจ ถ้าไม่มีกำไรมันก็ไปไม่ได้ แล้วเราก็ใช้ Quadruple Bottom Line มากำหนดการวางแผนต่างๆ ในการทำงาน 

“เราพยายามจะนำแนวคิดพวกนี้ออกไปสู่พื้นที่อื่น ไปส่งมอบให้ Stakeholder ของเรา ทั้งลูกค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้น และสังคมรอบตัว ฉะนั้น ชีวาศรมจะทำอะไร จะเอาบริการอะไรมาเสนอ ก็จะต้องเป็นเป็นที่พึงพอใจของทุกกลุ่มเสมอ 

“ส่วนการทำธุรกิจเราก็ทำอย่างยั่งยืน หมายความว่า เติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้เติบโตด้วยการเขมือบใคร หรือว่าแย่งตลาดใคร เราไม่อยากทำ Zero Sum Game ผมเชื่อว่าถ้าเราจะทำธุรกิจแล้ว ทำไมจะต้องโตแบบไร้สติ โตเพื่อจะโตอย่างเดียว เดี๋ยวปีหน้าต้องทำกำไรมากขึ้นเท่านี้นะ มาร์เก็ตแชร์ต้องเพิ่มขึ้นเท่านั้นนะ แล้วคู่แข่งเราถ้าสู้ไม่ได้ก็ต้องล้มหายตายจาก เหมือนว่าไปกลืนคนอื่นเขา อย่างตอนนี้เราก็รู้ว่า Hypermarket กำลังมีผลกระทบกับพ่อค้าแม่ค้า

“แล้วตอนนี้ผลลัพธ์คืออะไร คนกลุ่มน้อยกลุ่มหนึ่งโกยทุกสิ่งทุกอย่างไป ทำให้คนส่วนใหญ่สูญเสียบางอย่าง มันเลยเกิดความเหลื่อมล้ำอย่างทุกวันนี้ การเติบโตอย่างยั่งยืนจะต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ด้วย แล้วเราจะไม่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ถ้าก้าวกระโดด หมายความว่าคุณต้อง Give Up บางอย่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณคิดว่ามันคือคุณภาพ”

ชีวาศรมจึงเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป ให้ความสำคัญกับคุณภาพเป็นที่หนึ่ง ย่างก้าวเล็กๆ ที่มั่นคง 

ชีวาศรม รีสอร์ตสุขภาพแห่งแรกของไทยในมือ กฤป โรจนเสถียร ที่พิสูจน์แล้วว่าเทรนด์สุขภาพคือเรื่องของทุกคน

จงมองหาโอกาสในวิกฤต

เราเรียนรู้ว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นอีก” ผู้บริหารหัวเราะอารมณ์ดี เมื่อเราถามถึงสิ่งที่เขาได้เรียนรู้ในฐานะผู้บริหารชีวาศรมท่ามกลางวิกฤตการณ์โรคระบาด 

“ผมไม่ทราบว่าธรรมชาติทำโทษเราหรือเปล่านะ อย่างไรก็ตาม เวลามีวิกฤตการณ์แบบนี้ การเตรียมตัวที่จะเผชิญกับมันคือสิ่งที่ต้องมี อย่างที่ผมบอกว่าเราต้องเติบโตอย่างระมัดระวัง มีเงินสำรองเอาไว้ เพราะถึงเวลาวิกฤตแล้วเงินคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ขณะเดียวกันก็มองหาโอกาสในวิกฤตด้วย

“แน่นอนว่าเราได้รับผลกระทบมาก เพราะชาวต่างชาติมาไม่ได้ ลูกค้าหลักอย่างอังกฤษ เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ ต้องล็อกดาวน์ ซึ่งผลกระทบลบคือรายได้ตก แต่มันมีโอกาสในวิกฤตตรงที่ว่า เราได้กลับมาโฟกัสตลาดในประเทศมากขึ้น และทำความเข้าใจตลาดนี้มากขึ้น ผมดีใจที่พบว่าความต้องการของคนไทยในเชิง Lifestyle Transformation ในขณะนี้ไม่แตกต่างจากต่างประเทศ สิ่งที่เราส่งมอบ เขาก็ค่อนข้างพึงพอใจ แล้วก็กลับมาใช้บริการอยู่เรื่อยๆ” 

การปรับตัวเพื่อเดินหน้าต่อของชีวาศรม ไม่เพียงทำความรู้จักนักท่องเที่ยวในประเทศอย่างถ่องแท้ แต่ยังเปลี่ยนจากการให้แขกเดินเข้ามาหาถึงรีสอร์ต เป็นการเดินเข้าไปหาแขกถึงประตูบ้าน ด้วยการสร้าง Chiva-Som Wellness Online Services บนดิจิทัลแพลตฟอร์ม ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ โภชนาการ และสอนการออกกำลังกาย 

ชีวาศรม รีสอร์ตสุขภาพแห่งแรกของไทยในมือ กฤป โรจนเสถียร ที่พิสูจน์แล้วว่าเทรนด์สุขภาพคือเรื่องของทุกคน

มีบริการ Wellness Cuisine Delivery เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ปลอดสารพิษและแคลอรี่ต่ำถึงบ้าน ซึ่งเมนู Pumpkin Veloute ก็ขึ้นท็อปชาร์ตสินค้าขายดี เพราะทานง่าย ได้สารอาหารที่ร่างกายต้องการครบถ้วน

กฤปเฉลยความมุ่งมั่นว่า เชฟต้องเบลนด์สูตรกว่า 6 เดือนถึงจะออกมาอร่อยแจ่มแจ๋ว 

นอกจากการปรับตัวและเพิ่มมาตรการความปลอดภัย ที่นี่ก็ไม่เลย์ออฟพนักงานแม้แต่คนเดียว แถมมีบ้านพักและอาหารพร้อม! เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำงานกับท้องที่เพื่อจะให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่อย่างทันท่วงที โดยผู้บริหารมีเป้าหมายจะฟื้นฟูหัวหินให้ได้ในไตรมาสที่ 4 ด้วยการจัดตั้งโครงการ ‘หัวหินรีชาร์จ’

หัวหินรีชาร์จเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในเมืองหัวหินโดยเฉพาะ เพราะเมืองหัวหินเป็นศูนย์รวมของธุรกิจท่องเที่ยว สิ่งที่จำเป็นมากในเวลานี้คือ ‘วัคซีน’ ต้องจัดหาวัคซีนและจ่ายวัคซีนให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์

“ชีวาศรมและในนามพิทักษ์หัวหินได้บริจาควัคซีนช่วยเหลือ ภาคเอกชนเราก็พยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ถ้ามันมาช้าไปนิดจากภาครัฐ ก็เป็นหน้าที่เราที่จะอุดช่องว่างนั้นได้ยังไง ผมเลยไปหาวัคซีนทางเลือก Sinopharm มาแทน ตอนนี้กำลังจัดหาและฉีดวัคซีนกันอยู่ เราต้องทำงานกับสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลท้องถิ่น

“พอฉีดแล้วก็รอวัคซีนจากรัฐมาถึงอีกที เพราะเราต้องการจะให้หัวหินฟื้นตัวในไตรมาสี่ หมายความว่า ตอนนั้นเราต้องควบคุมคลัสเตอร์ของเราได้หมดแล้ว ผู้คนฉีดวัคซีนกันหมดแล้ว สร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและชุมชนของเรา ซึ่งผมก็พยายามจะทำให้มันเกิดขึ้นให้ได้ แม้ตอนนี้เรื่องวัคซีนจะช้ามากก็ตาม” กฤปอธิบาย

ชีวาศรม รีสอร์ตสุขภาพแห่งแรกของไทยในมือ กฤป โรจนเสถียร ที่พิสูจน์แล้วว่าเทรนด์สุขภาพคือเรื่องของทุกคน
ชีวาศรม รีสอร์ตสุขภาพแห่งแรกของไทยในมือ กฤป โรจนเสถียร ที่พิสูจน์แล้วว่าเทรนด์สุขภาพคือเรื่องของทุกคน

การเปลี่ยนแปลงของชีวาศรมในรอบ 26 ปี

ชีวาศรมอยู่หัวหินมายี่สิบหกปี กำลังจะขยายตัวเป็นครั้งแรกไปสู่ประเทศกาตาร์ ไปสร้างรีสอร์ตที่นั่นขึ้นมา วัตถุประสงค์คือเราไม่ได้ก็อปปี้ที่นี่ไปนะ ทั้งทรีตเมนต์ อาหาร แนวทางการดูแลสุขภาพ จะเป็นในแบบของเขา แต่ยังยึดหลักความสมดุลทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ นี่จะเป็นการเซ็ตโมเดลการขยายตัวอย่างสมบูรณ์แบบเป็นครั้งแรก ไม่ว่าชีวาศรมจะไปไหนที่ก็แล้วแต่ เราจะนำเสนอวัฒนธรรม อาหาร และ Know-how ด้านสุขภาพของพื้นที่นั้นๆ

‘ซูลาล เวลเนส รีสอร์ท โดย ชีวาศรม’ ประเทศกาตาร์ เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปลาย ค.ศ. 2021 เป็นรีสอร์ตเพื่อสุขภาพแบบครบวงจรแห่งแรกในภูมิภาคตะวันออกกลาง และเป็นศูนย์การดูแลสุขภาพแห่งแรกของโลก ที่นำศาสตร์การดูแลสุขภาพของชาวอาหรับแบบดั้งเดิม (Traditional Arabic and Islamic Medicine) มาให้บริการ 

ซึ่งกฤปก็มีสายตาเฉียบคมไม่แพ้คุณพ่อ เขามองว่าพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจะเปลี่ยนไป และเทรนด์สุขภาพจะได้รับความนิยม เห็นได้จากวิกฤตการณ์โรคระบาด สังคมสูงวัย และไลฟ์สไตล์ของคนที่ไม่เอื้ออำนวยต่อสุขภาพ

“ถ้าทุกอย่างเพอร์เฟกต์หมด ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ คนเราต้องมีอายุถึงร้อยห้าสิบปี ที่มันไม่ถึงเพราะเป็นแบบนี้ แต่ว่าความรู้เรื่องสุขภาพก็ดีขึ้นทุกวัน อายุเฉลี่ยโดยรวมเพิ่มขึ้นทุกที ผมว่าสิบ ยี่สิบปีข้างหน้า คนที่มีอายุถึงร้อยปีจะเป็นเรื่องธรรมดา และสุขภาพจะกลายเป็นเรื่องสำคัญของคนหลายกลุ่มจากเดิมที่ไม่เคยคิดมาก่อน

“อย่างคนที่อัดอั้นเต็มที่อยากออกมากิน มาเที่ยว แต่ว่าในจิตสำนึกต้องมีแน่นอนว่า ที่เราทำอยู่นี้มันปลอดภัยหรือเปล่า มีมาตรการอะไรบ้างที่ดูแล้วเห็นแก่ความปลอดภัยและสุขภาพของเรา เพราะเขาเข็ดแล้ว คนใกล้ชิด คนในครอบครัวเสียชีวิต มันต้องเกิดความบอบช้ำในจิตใจ และผมมองว่าธุรกิจ Wellness จะเติบโตขึ้นแน่นอน 

ชีวาศรม รีสอร์ตสุขภาพแห่งแรกของไทยในมือ กฤป โรจนเสถียร ที่พิสูจน์แล้วว่าเทรนด์สุขภาพคือเรื่องของทุกคน
ชีวาศรม รีสอร์ตสุขภาพแห่งแรกของไทยในมือ กฤป โรจนเสถียร ที่พิสูจน์แล้วว่าเทรนด์สุขภาพคือเรื่องของทุกคน

“นอกจากเรื่องนี้ ยังมีเรื่องผู้สูงอายุ ในประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุสิบห้าถึงสิบเจ็ดล้านคน ถ้าคนกลุ่มนี้สุขภาพไม่ดีขึ้นมา คิดหรือว่างบประมาณแผ่นดินจะดูแลเขาได้ ถ้าเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายอาจจะสี่ถึงห้าเท่าของคนธรรมดา จะเอางบประมาณที่ไหนมาดูแล 

“แล้วเราจะทำยังไงให้คนสูงวัยมีสุขภาพที่ดี ยังเป็นส่วนที่ Productive ของสังคม เขายังมีความรู้ ประสบการณ์ที่เราจะใช้ได้ ถ้าอย่างนั้นอาจจะต้องเลื่อน Retirement Age ออกไป ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลสุขภาพเขาให้ดี อย่าให้มีโรคประจำตัว ถ้ามีขึ้นมามันจะกลายเป็นปัญหาสังคม ไม่ใช่แค่ปัญหาเศรษฐกิจ”

จากการคาดการณ์ของชีวาศรม ในไม่ช้าสุขภาพจะกลายเป็นเรื่องของทุกคน 

ความน่าสนใจของภาคการท่องเที่ยวอยู่ตรงที่หลังวิกฤตโรคระบาดผ่านพ้นไปแล้ว การท่องเที่ยวจะหมุนทิศไปทางใด ซึ่งกฤปมองว่านักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายสูงจะคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก เกณฑ์การเข้าพักหรือท่องเที่ยวจะต้องเลือกสถานที่ที่มีมาตรการด้านสุขอนามัย (Hygiene) เข้มงวด และการเดินทางครั้งนั้นจะไม่ใช่การตะลุยกิน ตระเวนเที่ยว แต่นักท่องเที่ยวคุณภาพจะท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้วิถีท้องถิ่นและวัฒนธรรม จนเกิดความเข้าใจจริง

อีกเรื่องที่น่านำไปใช้ คือแนวคิดการท่องเที่ยวแบบ High Value-Low Impact Tourism

ชีวาศรม รีสอร์ตสุขภาพแห่งแรกของไทยในมือ กฤป โรจนเสถียร ที่พิสูจน์แล้วว่าเทรนด์สุขภาพคือเรื่องของทุกคน

“ทำไมการท่องเที่ยวจะต้องพูดถึงจำนวนอยู่อย่างเดียว นักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเขาก็ใช้ทรัพยากรของเรา แต่ละคนก็ใช้เท่าๆ กัน ทำไมเราไม่พยายามรักษาทรัพยากร แล้วก็หาผลตอบแทนที่ดีที่สุดให้ประเทศ ดีกว่าเอาจำนวนอย่างเดียวแล้วผลตอบแทนน้อย ผมว่าน่าจะคิดใหม่ อย่าคิดแต่จะเพิ่มจำนวนตลอดเวลา หันมาเพิ่มคุณภาพดีกว่า

“บางประเทศก็เป็นที่รู้จักในโลกแล้วว่ามีจุดยืนอย่าง Gross National Happiness (GNH) ผมไม่ได้บอกว่าเราต้องก็อปปี้เขานะ แต่เราควรเริ่มระมัดระวังว่าเราจะเจาะตลาดกลุ่มไหน แล้วเอานักท่องเที่ยวเข้ามาในจำนวนที่เหมาะสม ดูแลเขาให้ดี ให้คุณค่าอย่างเต็มที่ ให้เขาจดจำประเทศไทยว่าคือแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก” กฤปแนะ

เจตนารมณ์ที่เข็มแข็ง

ตอนนี้กฤปกำลังส่งต่อเจตนารมณ์ที่ขับเคลื่อนชีวาศรมมาตลอด 26 ปี ให้กับ วินย์ โรจนเสถียร ลูกชายวัย 30 ที่เริ่มเข้ามาเรียนรู้ระบบงานภายใน โดยเขาวางแผนให้วินย์รับช่วงต่อเหมือนคุณบุญชู ผู้เป็นพ่อเมื่อ 14 ปีก่อน

“เส้นทางอนาคตเขายังอีกยาว ยังมีอะไรต้องเผชิญอีกเยอะแยะ ตอนนี้สิ่งที่วินย์ทำอยู่คือเรียนรู้ระบบงานทั้งหมด อะไรที่เป็นตัวขับเคลื่อนอยู่ข้างหลังที่ทำให้เราเดินหน้าไปได้ ปีแรกที่เขาเข้ามาก็ทำงานทุกแผนกในฐานะพนักงาน ในเมื่อเขารู้จักแต่ละแผนกแล้ว เขาต้องรู้ว่ามันมีกลไกเบื้องหลังยังไงที่ทำให้งานเคลื่อนไหวได้ในแต่ละวัน มีเวิร์กโฟลว์ยังไง มีระบบเทคโนโลยีที่ช่วยเขายังไง แล้วทำยังไงถึงจะทำให้ระบบมันดีขึ้นอีก 

“ทุกวันนี้เรามีเทคโนโลยีที่แอดวานซ์ขึ้นทุกวัน อย่าง CRM ก็ต้องเอาเข้ามา AI ก็ต้องเอาเข้ามา เพื่อช่วยคนของเราทำงาน ไม่ได้เวิร์กฮาร์ดอย่างเดียว ต้องเวิร์กสมาร์ทด้วย ซึ่งคนพวกนี้ก็คุ้นเคยกับการทำงานแบบเดิมมายี่สิบหกปี คุณจะให้เขาปรับเปลี่ยน ต้องโน้มน้าวเขายังไง ต้องแสดงความเป็นผู้นำออกมา ซึ่งตอนนี้กำลังฝึกกันอยู่”

ความตั้งใจที่จะเป็นรีสอร์ตเพื่อสุขภาพและดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมกับสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนยังคงเหมือนเดิมกับรุ่นคุณพ่อ เพิ่มเติมตรงความเข้มข้นและมุ่งมั่นที่เอาจริงเอาจัง

ชีวาศรม รีสอร์ตสุขภาพแห่งแรกของไทยในมือ กฤป โรจนเสถียร ที่พิสูจน์แล้วว่าเทรนด์สุขภาพคือเรื่องของทุกคน

“เราต้องการยึดถืออุดมการณ์ของเราในการเผยแพร่ Wellness ไปทั่วโลก แต่เราจะมีเต็มที่ไม่เกินหกแห่ง เพราะคิดว่าคุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ เมื่อไปแล้วจะต้องไปสร้างสิ่งที่เชิดชูเอกลักษณ์ของท้องถิ่นเขาให้ได้ ถ้าเชิดชูไม่ได้ถือว่าเราล้มเหลว ส่วนเรื่องสุขภาพ อยากจะให้ทุกภูมิภาคของโลกเข้าใจว่าหลักการมันคือหลักการดียวกัน 

“มันคือการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่ง ขอให้รับอุดมการณ์นี้ไว้ จะทำให้การเผยแพร่เรื่องสุขภาพเป็นไปอย่างง่ายดาย จะไม่มีคนถามว่านี่คืออะไร มีแต่คนที่ต้องการ แล้วธุรกิจด้านสุขภาพจะเติบโตขึ้นทั่วทุกหนแห่งบนโลก ผลประโยชน์จะตกกับประชาชน ส่วนการกอดคอกันไประหว่างสิ่งแวดล้อมกับสุขภาพ จะเป็นตัวผลักดันให้บริเวณนั้น ประเทศนั้น คิดถึงสภาพแวดล้อมของตัวเองเป็นหลัก

“และการมีส่วนร่วมกับชุมชนรอบๆ ตัวก็ควรจะเกิดขึ้น เราไม่ควรเป็นธุรกิจที่โดดเด่นโดยไม่มีเพื่อน ควรตรงกันข้าม ฉันมา ฉันก็อยากจะสร้างอะไรดีๆ ให้ท้องที่ อยากจะเผยแพร่อะไรดีๆ ให้ท้องที่ ช่วยกันพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ต้องกอดคอกันไป เพราะ Stakeholder ไม่ได้มีเฉพาะผู้ถือหุ้นกับลูกค้า คนรอบๆ ตัวก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน”

การเติบโตอย่างช้าๆ ไปพร้อมกับสังคม ชุมชน และเพื่อนบ้านรอบข้าง เป็นสิ่งที่ชีวาศรมยึดถือมาตลอด และกฤปก็พิสูจน์แล้วว่า ธุรกิจโรงแรมพัฒนาอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์ทรัพยากรได้ ยิ่งไปกว่านั้น ‘ความยั่งยืน’ ก็นำพารีสอร์ตเพื่อสุขภาพระดับโลกของประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตการณ์โควิด-19 มาได้อย่างสง่างาม

ชีวาศรม รีสอร์ตสุขภาพแห่งแรกของไทยในมือ กฤป โรจนเสถียร ที่พิสูจน์แล้วว่าเทรนด์สุขภาพคือเรื่องของทุกคน

Lessons Learned

  • ก่อนจะออกผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ ต้องนึกถึงลูกค้าก่อนเสมอว่าอะไรคือสิ่งที่เขาต้องการ และนั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขาหรือเปล่า
  • ให้ความสำคัญกับบุคลากรเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเขาเป็นผู้ส่งมอบสินค้าและบริการ ที่สำคัญ บุคลากรเป็นด่านแรกที่สร้างความประทับใจให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ และต้องเกิดวัฒนธรรมการทำงานแบบ Cross Department เพื่อความสะดวกรวดเร็ว ง่ายต่อการต่อยอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี
  • การขยายตัวของธุรกิจ ต้องให้ความสำคัญและนำเสนออัตลักษณ์ของพื้นที่นั้นๆ เช่น วัฒนธรรม ชุมชน ผู้คน ฯลฯ ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาตัวตนและอุดมการณ์ของธุรกิจไว้ด้วย
  • การทำธุรกิจต้องมองระยะยาว ใช้ข้อมูลหรือสัญชาตญาณคาดเดาความเป็นไปในอนาคต อย่าหวังผลกำไรระยะสั้น แต่ให้ดำเนินธุรกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป ระมัดระวัง และยึดถือคุณภาพเป็นหลัก
  • การทำธุรกิจอย่างยั่งยืน ไม่อาจประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว จงเหลียวมองคนรอบข้าง ชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม ร่วมด้วยช่วยกันพัฒนาและเติบโตไปพร้อมๆ กัน

ภาพ : ชีวาศรม อินเตอร์เนชั่ลแนล เฮลท์ รีสอร์ท

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

เมื่อปลายปีก่อน มีผู้อ่านชื่อ ‘พี่ลูกศร’ ส่งข้อความถึง The Cloud เล่าเรื่องคลินิกกายภาพบำบัดแห่งหนึ่งให้ฟัง

พี่ศรบอกว่า ตัวเองมีปัญหาเอ็นขาอักเสบ ซึ่งเป็นผลกระทบจากการผ่าตัดเมื่อสิบกว่าปีก่อน ตัดสินใจไปรักษาที่ ‘กันยาคลินิกกายภาพบำบัด’ เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา จึงได้รู้แนวคิดในการทำธุรกิจของที่นี่

แนวคิดแบบที่นักธุรกิจก็ทำไม่ได้ ต้องเป็นนักกายภาพบำบัดเท่านั้น

เจ้าของคลินิกคือ รศ.กันยา ปาละวิวัธน์ อดีตอาจารย์กายภาพบำบัดอายุ 70 ปีที่ต้องการให้สุขภาพดีเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้

กันยา : คลินิกกายภาพบำบัดที่ใช้การตลาดแบบบอกต่อ และตั้งใจรักษาคนไข้จนหายขาดมา 40 ปี

อาจารย์กันยาสร้างคลินิกกายภาพบำบัดแห่งนี้เมื่อ 40 ปีก่อน มีค่ารักษาเริ่มต้นแค่ 200 บาท ผ่านมาหลายปีราคาก็เพิ่มขึ้นไม่มาก เพราะกลัวคนไข้จะรักษาไม่ไหว

การรักษาของที่นี่เป็นแบบ Patient-centric มีระบบเทรนนักกายภาพบำบัดที่เข้มงวดทั้งความเชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัดและความช่ำชองเรื่องจิตใจของผู้คน โดยตั้งใจให้การรักษาไม่จบแค่ในห้องตรวจ เพราะสิ่งสำคัญที่จะทำให้อาการทางกายหายขาดคือ คนไข้ต้องกลับไปดูแลชีวิตตัวเองให้ได้

คลินิกใช้กลยุทธ์การตลาดแบบปากต่อปากโดยลูกค้า ความสำเร็จของธุรกิจนี้จึงไม่ใช่การมาใช้บริการซ้ำ แต่หวังว่าเขาจะหายดีและไม่ต้องเจอกันเพราะโรคอีก

“พี่ลูกศรเป็นแฟน The Cloud มาตลอด เลยอยากลองเสนอหัวข้อสัมภาษณ์นี้ เพราะอยากให้เจตนารมณ์ดี ๆ ของผู้ก่อตั้งที่มีต่อคนไข้ได้สืบต่อ”

พี่ลูกศรพิมพ์ข้อความทิ้งท้ายไว้

ในฐานะคนหนึ่งที่มีปัญหา Office Syndrome ผู้ผ่านการรักษามาแล้วหลายแขนง ทั้งไทย จีน ฝรั่ง และยอมแพ้รับชะตากรรมอาการปวดเรื้อรังมาหลายครั้ง (จนวาดฝันว่าอยากเปิดร้านนวดของตัวเอง หรือมีเครื่องอัลตร้าซาวด์ไว้ที่บ้าน) เรากดเบอร์โทรศัพท์ของ กภ.นันท์ อุดมเฉลิมภัทร หรือที่คนไข้เรียกกันจนติดปากว่า หมอนัน ผู้บริหารในเครือบริษัท กันยาคลินิกกายภาพบำบัด ที่พี่ลูกศรให้มาเพื่อนัดคุยกันในบ่ายวันหนึ่ง 

01

ย้อนไปเมื่อ 40 ปีก่อน ศาสตร์ทางกายภาพบำบัดยังไม่ได้รับความนิยมในเมืองไทย เมื่อพูดถึง ‘การกายภาพ’ หลายคนมักคิดว่าเป็นวิธีการรักษาหลังประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่ หรือเมื่อร่างกายเป็นอัมพฤตหรืออัมพาต

อาจารย์กันยาจึงตั้งคำถามเกี่ยวกับวิชาชีพของตัวเองว่า จริง ๆ แล้วจะสามารถช่วยคนมากกว่านั้นได้หรือไม่
กันยาคลินิกสาขาแรกเป็นห้องแถวเล็ก ๆ บริเวณสามแยกไฟฉาย และเปิดเฉพาะช่วงนอกเวลางานประจำ สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกายภาพบำบัดให้คนทั่วไป จนมีคนไข้ขาประจำแวะเวียนมาไม่ขาดสาย

เป็นตอนนั้นเองที่อาจารย์กันยาได้คำตอบว่า กายภาพบำบัดช่วยคนไข้ให้อาการดีขึ้นได้ โดยไม่ต้องพึ่งยาใด ๆ และยังสามารถดูแลตัวเองต่อได้

เวลาผ่านไปมีลูกศิษย์ลูกหาเข้ามาร่วมงานด้วย พร้อมนักลงทุนที่ยื่นข้อเสนอทางธุรกิจในการขยายกิจการหลายรูปแบบ

แต่อาจารย์กันยาปฏิเสธ เพราะมีวิสัยทัศน์ที่แตกต่างไป ท่านตั้งมั่นว่าทีมบริหารทั้งหมดต้องเป็นแพทย์ ไม่ใช่นักธุรกิจ เพราะไม่อยากให้แนวทางที่ตั้งใจเดินแต่แรกหล่นหาย

ประกอบกับที่อาจารย์อยากให้คนทำงานมีธุรกิจเป็นของตัวเอง จึงเริ่มขยายสาขาและชวนเข้ามาเป็นหุ้นส่วน จาก 1 เป็น 2  จาก 2 เป็น 3 จนปัจจุบันมีทั้งหมด 5 สาขา ได้แก่ สิรินธร เหม่งจ๋าย อุดมสุข พญาไท และประชาชื่น พร้อม ‘ซีเนียร์กันยา’ ให้บริการกายภาพบำบัดที่บ้านสำหรับคนที่ไม่สามารถเดินทางมาที่คลินิก

กันยา : คลินิกกายภาพบำบัดที่ใช้การตลาดแบบบอกต่อ และตั้งใจรักษาคนไข้จนหายขาดมา 40 ปี
กันยา : คลินิกกายภาพบำบัดที่ใช้การตลาดแบบบอกต่อ และตั้งใจรักษาคนไข้จนหายขาดมา 40 ปี

02

เรานัดคุณนันที่คลินิกประชาชื่น สาขาใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดได้หมาด ๆ

พนักงานต้อนรับหน้าตายิ้มแย้ม สถานที่สะอาดสะอ้านเป็นสัดเป็นส่วน นักกายภาพบำบัดใจดีที่ค่อย ๆ อธิบายอาการอย่างใจเย็น รายการการรักษาที่ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ป่วยระดับแรกเริ่มอย่างกระดูกกล้ามเนื้อ กลุ่มนักกีฬา ผู้ป่วยระบบประสาท จนถึงกระดูกสันหลังคด

ถ้าคิดว่านั่นทำให้กันยาคลินิกแตกต่างแล้ว คุณคิดผิด

สิ่งที่ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในใจคนไข้ที่เข้ามารับการรักษาอย่างพี่ลูกศร ไม่ใช่แค่ประสบการณ์ในห้องตรวจ แต่รวมไปถึงเมื่อเขากลับบ้าน กลับไปใช้ชีวิต และผลลัพธ์ที่ได้หลังจากนั้น

ละเอียดลออในสิ่งที่ทำ

การรักษาหนึ่งครั้งใช้เวลาเฉลี่ย 1 ชั่วโมงครึ่ง เพราะหนึ่งสิ่งสำคัญของกระบวนการรักษาคือ การพูดคุย คนไข้จะอยู่กับนักกายภาพบำบัดแค่ 1 – 2 ชั่วโมง ที่เหลือต้องกลับไปอยู่กับตัวเองและดูแลตัวเองให้ได้

“เราต้องให้เวลากับเขา คุยกับเขาให้เข้าใจก่อนว่า หนึ่ง เป้าหมายของเขาที่มาหาเราคืออะไร และสอง เราสามารถทำให้ถึงตามเป้าที่เขาหวังไว้ได้ไหม อย่างไร เมื่อเป้าหมายตรงกันแล้วก็พากันเดินไปให้ถึง”

แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

ที่นี่รักษาแบบองค์รวม โดยไม่ได้มองคนไข้เป็นส่วน ๆ หากคนไข้มาเพราะอาการปวดคอ ก็จะไม่ดูแค่คอ บ่า ไหล่ หรือมีอาการปวดหลัง ก็จะไม่ดูแค่หลัง

“อย่าลืมว่าคนไข้ 1 คนก็คือมนุษย์ 1 คนนะครับ เวลาจะรักษามนุษย์ 1 คน เราต้องตรวจทั้งร่างกายว่าปัญหาจริง ๆ เกิดจากอะไร”

เราถึงกับคิดเรื่องการนวดแผนไทยครั้งล่าสุดของตัวเอง ที่อยากแก้อาการปวดสะบักจากการนั่งทำงานนาน รู้ทั้งรู้ว่าอาการไม่ได้เกิดจากสะบัก ก็ยังไม่วายเลือกโปรแกรม ‘คอ บ่า ไหล่’ แถมขอเน้นสะบักเป็นพิเศษ

“ยกตัวอย่างว่า สมมติคนไข้เจ็บเท้าซ้าย เขาจะไม่ลงน้ำหนักเท้าข้างซ้ายแน่นอน แต่จะลงข้างขวา พอเป็นแบบนี้ไปสักพัก ก็จะติดพฤติกรรมลงน้ำหนักเท้าข้างขวา แม้เท้าซ้ายจะไม่เจ็บแล้ว เขาอาจจะมาหาด้วยอาการปวดเข่าขวานี่แหละ ถ้ารักษาเป็นส่วน ๆ เราก็ดูแค่เข่าขวา ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว ต้นเหตุมันมาจากข้อเท้าซ้ายที่เคยเจ็บจนทำให้ข้างขวาทำงานหนัก ถ้าเราดูแค่จุดจุดเดียว เป็นตรงไหนกดตรงนั้น อัลตร้าซาวด์ช่วย เขาอาจจะไม่ได้กลับไปฝึกให้ลงน้ำหนักขาซ้ายอย่างถูกต้องอีกเลย อาการปวดลงขาขวาก็ไม่มีทางหายเจ็บ

“บางคนตึงบ่าเพราะหายใจไม่เป็น ไปใช้กล้ามเนื้อบ่าแทน เราก็ต้องแก้ที่วิธีการหายใจ การตรวจรักษาคนไข้แบบนี้จึงมีแนวโน้มทำให้คนไข้หายขาดในระยะยาวมากกว่า”

40 ปีของ ‘กันยาคลินิก’ ธุรกิจกายภาพบำบัดที่ใช้การตลาดแบบบอกต่อ โดยมีเป้าหมายรักษาคนไข้ให้หายขาดและสามารถดูแลตัวเองต่อไปได้

เป็นโค้ชที่เข้าใจนักกีฬา (= ธุรกิจที่เห็นใจลูกค้า)

ต่อเนื่องจากการใช้เวลากับคนไข้ให้คุ้มค่า นักกายภาพบำบัดที่กันยาคลินิกมองตัวเองเป็นโค้ช คอยสอนและให้กำลังใจคนไข้ในการทำกายภาพบำบัดด้วยตัวเองต่อ โดยยึดธรรมชาติพฤติกรรมเป็นที่ตั้ง และที่สำคัญคือเอาใจใส่กับความสุขของแต่ละคน

“แต่ละคนไม่เหมือนกัน ถึงเขาจะมีอาการปวดเหมือนกันก็ตาม เรารู้อยู่แล้วว่าอาการแบบนี้ ทำท่าไหนถึงมีประโยชน์

“การรักษาช่วงแรก ๆ เป็นการเรียนรู้ลักษณะนิสัย เราจะลองให้การบ้านเขาไปสัก 2 ท่า ดูว่าขยันทำไหม ถ้าเขาไม่ชอบออกกำลังกายเป็นทุนเดิมอาจจะไม่ค่อยทำ ซึ่งเราตรวจได้จากความแข็งแรงของร่างกาย ครั้งต่อไปก็ให้การบ้านน้อยหน่อย ไม่ต้องไปบังคับ เพราะเดี๋ยวสุดท้ายจะไม่ทำเลย แต่เกิดเขาชอบมาก ขยันมาก เราก็ให้การบ้านเพิ่ม”

คุณนันเล่าว่า การกายภาพบำบัดในเมืองไทยแตกต่างจากต่างประเทศ ที่สหรัฐอเมริกาแทบไม่มีการใช้เครื่องมือ แต่เน้นการออกกำลังกายเป็นหลัก หน้าที่ของนักกายภาพบำบัดคือพยายามเข้าใจธรรมชาติและการใช้ชีวิตของคนไข้ เพื่อออกแบบการรักษาที่นอกจากตอบโจทย์แล้ว ยังมีแนวโน้มว่าจะสำเร็จลุล่วง ที่สำคัญต้องทำให้คนไข้เห็นผลลัพธ์ เขาจะได้มีแรงใจที่จะพยายามทำต่อ ไม่ได้มองมันแค่เป็นการบ้านที่ทำให้แล้ว ๆ ไป

หรือในบางเคส คนไข้ชอบเดินออกกำลัง นักกายภาพบำบัดที่นี่จะไม่สั่งห้ามกิจกรรมเขาทันที เพราะรู้ว่ามีผลต่อความสุขในชีวิต บางคนกระทบไปถึงสภาพจิตใจ จึงจะประเมินอาการก่อน ช่วงแรกอาจจะยังทำไม่ได้ พอเวลาผ่านไป ค่อย ๆ ปล่อยให้ทำทีละน้อย

เลือกคนที่ ‘ใช่’ มาเป็นตัวแทนธุรกิจ

สิ่งที่ทำให้คลินิกดำเนินกิจการได้อย่างยั่งยืนจนถึงวันนี้คือ บุคลากร ที่นี่คัดเลือกคนเข้าทำงานอย่างละเอียด ทั้งในส่วนของนักกายภาพบำบัดและเจ้าหน้าที่ เฟ้นหาจนเจอคนที่ ‘ใช่’ หรือที่คุณนันเรียกว่า ‘คนกันยา’

“เวลาคัดเลือกจะลองจินตนาการว่า ถ้าเราเป็นคนไข้แล้วมาเจอนักกายภาพบำบัดหรือเจ้าหน้าที่คนนี้ เราจะอยากคุยกับเขาไหม แล้วจะรู้เลยว่าคนไหน ‘ใช่’”

ภาพย้อนกลับไปเมื่อ 20 นาทีก่อนที่เราเปิดประตูคลินิกเข้ามา พนักงานด้านหน้าต้อนรับและให้ข้อมูลอย่างอบอุ่น ถ่ายทอดความตั้งใจของอาจารย์กันยาได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน

“เราสัมภาษณ์กันจริงจัง และไม่ได้คัดด้วยเกรด แต่ดูว่าสื่อสารกันรู้เรื่องไหม ทำงานจริงได้ไหม อย่างตำแหน่งพนักงานต้อนรับ เราดูที่ความใจเย็น เขาต้องอารมณ์ดีและใจเย็น เพราะคนไข้มีหลายรูปแบบ ส่วนพนักงานอื่น ๆ เช่น แม่บ้าน ก็อาจจะไม่ได้เน้นเรื่องการพูดคุย แต่ดูความซื่อสัตย์และความละเอียด เช่น ถ้ามีน้ำหกตรงนั้น เขาพร้อมจะไปดูแลไหม

ที่กันยาคลินิก นักกายภาพบำบัดต้องเข้ารับการอบรมนานถึง 3 เดือนก่อนจะเริ่มรักษาคนไข้จริง

“มีทั้งชั่วโมงเลกเชอร์และชั่วโมงปฏิบัติ เพื่อทบทวนเนื้อหาสำคัญจากมหาวิทยาลัย สิ่งที่เขาต้องตอบหรือนำไปประยุกต์ใช้ต่อให้ได้ นักกายภาพบางคนยังไม่มีประสบการณ์ในการเจอคนไข้ ทุกคนจะมี CI หรือ Clinical Instructor เป็นนักกายภาพรุ่นพี่เป็นพี่เลี้ยง อบรมเสร็จต้องสอบให้ผ่าน”

ที่น่าสนใจคือ ที่นี่ไม่มีนักกายภาพบำบัดพาร์ตไทม์ จะมีก็เป็นนักกายภาพบำบัดที่เคยผ่านอบรมกับเราแล้วมีเงื่อนไขบางอย่างจึงไม่สามารถทำเต็มเวลาได้ คุณนันบอกว่า บุคลากรคือตัวแทนในการดูแลคนไข้ องค์กรจำเป็นต้องสร้างคนที่เข้มแข็งและมีเป้าหมายเดียวกันคือรักษาคนไข้ให้หาย

ซื่อสัตย์ต่อคนไข้

เมื่อฝ่ายบริหารทั้งหมดเป็นนักกายภาพบำบัด ยอดกำไรจึงไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของธุรกิจนี้ ความสำเร็จที่แท้จริงคือ คนไข้ต้องหายจากอาการ หรือดีขึ้นเท่าที่จะดีขึ้นได้ภายใต้เงื่อนไขของแต่ละคน

‘อย่าตั้งราคาแพง’ นักกายภาพบำบัดผู้ก่อตั้งเน้นย้ำเรื่องนี้เสมอ

เดิมทีค่ารักษาเริ่มต้นแค่ 200 บาท เพราะกายภาพบำบัดไม่ใช่การรักษาแบบครั้งเดียวหาย แต่ต้องการความต่อเนื่อง

“ถ้าเขาต้องมาหลายครั้ง เราต้องทำให้ราคาไม่แพง อาจารย์กันยามองว่า เราไม่ได้ทำการตลาด จึงไม่จำเป็นต้องตั้งราคาสูง ๆ เพื่อแบกรับต้นทุน ”

ตลอด 40 ปี คลินิกนี้ขึ้นค่าใช้จ่ายในการรักษานับครั้งได้ ครั้งล่าสุดคือช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา บริษัทต้องรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น เพราะรับคนไข้ได้น้อยลงตามนโนบายรักษาระยะห่าง พร้อมรักษาพนักงานทุกคนเอาไว้โดยไม่ปลดออกหรือลดเงินเดือน

“เราตัดสินใจขึ้นราคาเล็กน้อย แต่กว่าจะตกลงกันได้ประชุมกันเยอะมาก เพื่อให้ทีมบริหารทุกคนเห็นพ้องต้องกัน พอตกลงกันได้แล้วก็ไปคุยกับพนักงาน หลายคนเขาอยู่หน้างาน ก็ไม่อยากให้คนไข้จ่ายเยอะ แต่เราจำเป็นต้องทำจริง ๆ”

นอกจากนี้ กันยาคลินิกก็ไม่มีระบบขายเป็นคอร์ส

“เราเคยคุยเหมือนกันว่าทำไมไม่ขายเป็นคอร์ส แบบ 10 ครั้งในราคาถูกลง อาจารย์กันยาให้เหตุผลว่า หลาย ๆ ครั้งคนไข้ไม่จำเป็นต้องรักษามากขนาดนั้น ถ้าเขาเข้ามาพร้อมอาการหนึ่ง รักษาออกไปแล้วไม่ดีขึ้น เขาอาจจะต้องไปรักษาด้วยวิธีการอื่น บางคนเป็นนิด ๆ หน่อย ๆ ทำครั้งสองครั้งก็ดีขึ้นแล้ว การซื้อคอร์สเลยเหมือนเราเอาเงินเขามา ทั้ง ๆ ที่เขาจะไม่ได้ใช้ หรือไม่จำเป็นต้องใช้”

40 ปีของ ‘กันยาคลินิก’ ธุรกิจกายภาพบำบัดที่ใช้การตลาดแบบบอกต่อ โดยมีเป้าหมายรักษาคนไข้ให้หายขาดและสามารถดูแลตัวเองต่อไปได้
40 ปีของ ‘กันยาคลินิก’ ธุรกิจกายภาพบำบัดที่ใช้การตลาดแบบบอกต่อ โดยมีเป้าหมายรักษาคนไข้ให้หายขาดและสามารถดูแลตัวเองต่อไปได้

03

ธุรกิจนี้ไม่ได้ทำการตลาดมากมาย

กลยุทธ์ทางธุรกิจหลักที่มีคือ ความตั้งใจในการรักษาที่น่าประทับใจจนลูกค้าบอกต่อ (Word of Mouth)
การรักษาจนลูกไข้หายขาดก็ไม่ได้แปลว่าลูกค้าจะน้อยลงทุกวัน เพราะ 1 คนที่หายดี อาจไปแนะนำเพื่อนและครอบครัวอีก 5

วันนี้ สาขาสิรินธรมีคนไข้ใหม่ต่อเดือนราว ๆ 200 คน สาขาเหม่งจ๋าย 150 คน อุดมสุข 100 คน พญาไท 60 คน และสาขาใหม่ที่ประชาชื่นประมาณ 80 คน

หลักสำคัญของกายภาพบำบัดคือการทำให้คนได้ใช้ชีวิต ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง วิ่ง อย่างปกติสุข เท่าที่เงื่อนไขร่างกายของเขาจะทำได้

ในฐานะนักกายภาพบำบัด กันยาคลินิกได้คืนชีวิตให้คนมากมาย

ในฐานะธุรกิจ ได้เป็นแบบอย่างให้บุคลากรและกิจการทางการแพทย์มากมาย พร้อมมีเป้าหมายอยากสร้างคนทำงานด้านกายภาพบำบัดผ่าน Kanya Academy ที่ตั้งขึ้นเพื่ออบรมนักกายภาพบำบัดทั่วประเทศ โดยไม่กังวลว่าจะเกิดคู่แข่งทางธุรกิจขึ้นในอนาคต

คุณนัน ผู้ทำงานใกล้ชิดกับอาจารย์กันยามาตลอดกว่าสิบปี บอกว่าการเป็นนักกายภาพบำบัดที่ต้องทำธุรกิจเป็นเรื่องยากที่สุดในชีวิต ความจริงใจอยากช่วยเหลือผู้คนในบางครั้งก็เดินสวนกับความสำเร็จทางธุรกิจ แต่สิ่งที่กันยาคลินิกเชื่อไม่เคยเปลี่ยนตลอด 40 ปีนี้ คือการยกคนไข้เป็นที่ตั้ง แล้วทุกอย่างจะคืนกลับมาเอง

ธุรกิจจะเป็นที่รักของคนได้ ขึ้นอยู่กับวิธีการที่เลือกทำ

ที่เราได้นั่งคุยกับคุณนันตอนนี้ก็จากคำบอกต่อของพี่ลูกศร ที่เราขอนามบัตรคลินิกกลับมาเพื่อนัดคิวรักษาก็เพราะสิ่งที่คุณนันเล่า หรืออย่างที่อาจารย์กันยาสอนนักกายภาพทุกคนที่นี่เสมอ

“คุณอย่าไปหวังอะไรจากคนไข้ ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ชื่อเสียง ไม่ต้องสนใจสิ่งเหล่านั้น แค่ทำหน้าที่ของคุณให้ดีที่สุดก็พอ”

40 ปีของ ‘กันยาคลินิก’ ธุรกิจกายภาพบำบัดที่ใช้การตลาดแบบบอกต่อ โดยมีเป้าหมายรักษาคนไข้ให้หายขาดและสามารถดูแลตัวเองต่อไปได้

Lessons Learned

  • ยึดมั่นในหัวใจของธุรกิจและจิตใจของลูกค้า ตั้งใจทำในสิ่งที่ทำให้ดีที่สุด แล้วผลลัพธ์หรือความสำเร็จจะเกิดขึ้นจริงจากสิ่งที่ทำโดยไม่ต้องเรียกร้อง
  • เลือกคนทำงานและลงทุนกับบุคลากร โดยคิดเสมอว่าเขาจะมาเป็นตัวแทนเรา เป็นตัวแทนธุรกิจ เป็นคนที่จะส่งต่อเรื่องราวทั้งหมดไปยังลูกค้า
  • การตลาดที่มีค่าโดยไม่ต้องเสียเงินคือ การตลาดแบบปากต่อปาก (Word of Mouth) ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อลูกค้าสัมผัสได้ถึงความตั้งใจดีของธุรกิจ
  • ทำธุรกิจแบบเอาใจเขาใส่ใจเรา คิดเผื่อใจคนอื่นมาก ๆ ทั้งพนักงานและลูกค้า เพื่อออกแบบสินค้าหรือบริการที่เข้าใจเขาเหล่านั้นมากที่สุด

Writer

พิมพ์อร นทกุล

อดีตเด็กบัญชี เชื่อในบทสนทนาที่ดี และมีความสุขกับการเล่าเรื่องราวต่างๆ ส่วนใหญ่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

วรุตม์ ไฉไลพันธุ์

เมื่อก่อนเป็นช่างภาพหนังสือเดินทาง ปัจจุบันเป็นช่างภาพกักตัวครับ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load