ลิโอเนล เมสซี่ ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศคู่ที่สองปิดฉากลงอย่างดุเดือด เมื่ออาร์เจนตินา แชมป์เก่า เอาชนะอังกฤษ ไปได้อย่างสุดระทึก 2-1 ที่สนามแอตแลนตา สเตเดียม เมืองแอตแลนตา สหรัฐอเมริกา พร้อมพลิกกลับมาคว้าชัยชนะในช่วงท้ายเกม ตอกย้ำภาพจำของทีมนักสู้ที่ไม่เคยยอมแพ้ตราบใดที่ยังมีลมหายใจในสนาม ข่าวบอลโลกล่าสุด
เกมสูสีที่อังกฤษขึ้นนำก่อน
ตลอดครึ่งแรกทั้งสองทีมเล่นกันอย่างเข้มข้นและระมัดระวังตัว มีการปะทะแย่งบอลกลางสนามอย่างดุเดือดจนแทบไม่มีจังหวะเปิดเกมรุกที่ชัดเจน จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 0-0 ก่อนที่อังกฤษจะเป็นฝ่ายเปิดสกอร์ได้ก่อนในนาทีที่ 55 จากจังหวะที่แอนโธนี กอร์ดอน สอดเข้าทำประตูปิดสกอร์จากลูกครอสอันแม่นยำของมอร์แกน โรเจอร์ส ทำให้ทัพสิงโตคำรามขึ้นนำ 1-0 และดูมีความหวังที่จะเข้าชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปี
เมสซี่ พลิกเกมด้วยสองแอสซิสต์ในช่วงท้าย

อย่างไรก็ตาม อาร์เจนตินาไม่เคยยอมแพ้ง่ายๆ และครั้งนี้ก็เช่นกัน กัปตันทีมลิโอเนล เมสซี่ วัย 39 ปี ที่หลายฝ่ายเชื่อว่านี่คือฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายในชีวิตค้าแข้งของเขา ได้พิสูจน์อีกครั้งว่าเวทีใหญ่คือที่ที่เขาเปล่งประกายที่สุด แม้จะไม่ได้เป็นผู้ทำประตูด้วยตัวเอง แต่เขากลับกลายเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จทั้งสองประตูของทีม
จังหวะแรกเกิดขึ้นในนาทีที่ 85 เมื่อเมสซี่จ่ายบอลทะลุแนวรับอังกฤษให้เอ็นโซ เฟร์นานเดซสอดขึ้นมาซัดตีเสมอ 1-1 ก่อนที่อีกเพียง 7 นาทีต่อมาในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+2 เมสซี่จะจ่ายบอลอันชาญฉลาดอีกครั้งให้เลาตาโร มาร์ติเนซ โหม่งเข้าไปตัดสินเกม ทำให้อาร์เจนตินาพลิกกลับมาเอาชนะ 2-1 ในช่วงเวลาไม่กี่นาทีสุดท้ายของเกม สร้างความเจ็บปวดให้กับแฟนบอลอังกฤษที่เกือบจะได้เห็นทีมชาติของตนเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1966
การจ่ายบอลทั้งสองครั้งนี้สะท้อนให้เห็นวิสัยทัศน์และประสบการณ์อันเหลือเชื่อของเมสซี่ ที่แม้จะผ่านการลงเล่นมาอย่างหนักหน่วงตลอดทัวร์นาเมนต์ แต่ก็ยังสามารถอ่านเกมและตัดสินใจได้อย่างเฉียบคมในช่วงเวลาที่กดดันที่สุด
เส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศของอาร์เจนตินา

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้อาร์เจนตินาผ่านเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 เป็นที่เรียบร้อย พร้อมกับสร้างสถิติที่น่าประทับใจ เพราะตลอดการแข่งขันในรอบน็อกเอาต์ อาร์เจนตินาต้องเจอเกมที่เข้มข้นและหวุดหวิดมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการดวลกันอย่างสูสีในรอบ 16 ทีม หรือการต้องเล่นจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษถึงสองครั้งกับหมู่เกาะเคปเวิร์ดและสวิตเซอร์แลนด์ในรอบก่อนหน้า แต่ทีมของลิโอเนล สกาโลนี ก็ยังสามารถฝ่าฟันอุปสรรคมาได้ทุกครั้ง ตอกย้ำจิตวิญญาณนักสู้ที่ไม่มีคำว่ายอมแพ้
สำหรับอังกฤษ แม้จะพ่ายแพ้ไปอย่างเจ็บปวดในช่วงท้ายเกม แต่การเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้ก็ถือเป็นผลงานที่น่าชื่นชมของทีมภายใต้การคุมทัพของโธมัส ทูเคิล โดยทีมจะต้องไปลงเล่นในนัดชิงอันดับที่ 3 เพื่อปิดฉากทัวร์นาเมนต์ต่อไปสรุปผลฟุตบอลโลกล่าสุดที่นี่
รอคอยศึกใหญ่ อาร์เจนตินา พบ สเปน
ลิโอเนล เมสซี่ ด้วยชัยชนะครั้งนี้ อาร์เจนตินาจะได้พบกับสเปน ในนัดชิงชนะเลิศ หลังจากที่กระทิงดุเอาชนะฝรั่งเศสไปได้ 2-0 ในรอบรองชนะเลิศคู่แรกเมื่อคืนก่อนหน้า นัดชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2569 ที่ MetLife Stadium รัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งถือเป็นการปะทะกันระหว่างทีมอันดับ 1 และอันดับ 2 ของโลกตามการจัดอันดับฟีฟ่าล่าสุด
หากอาร์เจนตินาสามารถคว้าชัยชนะได้อีกครั้ง จะทำให้พวกเขากลายเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 4 และเป็นการป้องกันแชมป์ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี นับตั้งแต่บราซิลทำได้ในปี 1958 และ 1962 นอกจากนี้ยังจะเป็นการปิดฉากอาชีพค้าแข้งในฟุตบอลโลกของลิโอเนล เมสซี่ ด้วยการคว้าแชมป์โลกสมัยที่สองในชีวิต ซึ่งจะยิ่งตอกย้ำสถานะของเขาในฐานะหนึ่งในนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลอย่างไม่มีข้อกังขา ข่าวสารฟุตบอลโลกครบทุกคู่
