24 กุมภาพันธ์ 2564
6 K

ชิดลมวันนี้น่ารักขึ้น

เพราะร้าน B2S บนชั้น 6 ของห้างเซ็นทรัลชิดลม แต่งองค์ทรงเครื่องใหม่ แปลงโฉมเป็น B2S Think Space พื้นที่สร้างสรรค์โทนสีสว่างสะอาดตา ฟุ้งไปด้วยกลิ่นอายแสนอบอุ่นคล้ายร้านหนังสือกึ่งๆ ห้องสมุดของต่างประเทศ 

แม้ดูเรียบง่ายในภาพกว้าง แต่ดีไซน์กลับซับซ้อนหวือหวา ภาพของเล่นเสริมจินตนาการอันละลานตาและฝ้าเพดานลายท้องฟ้าจับใจเราตั้งแต่เห็นแวบแรก

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง
B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

ขณะย่างเดินเข้าไปด้านใน ใจก็พลันเต้นระรัวเมื่อเห็นอุโมงยักษ์ชวนพิศวง ซึ่งคอยดึงดูดให้อยากแอบเร้นกายใต้วงโค้งท่ามกลางหมู่มวลหนังสือเพื่อนยาก

จังหวะการออกแบบภายในชั้นเซียนทำให้เราสาวเท้าก้าวไปลึกๆ เรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว จากโซนหนังสือสู่โซนของใช้สำนักงาน โซนแกดเจ็ต และโซนขายเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับงานศิลปะ เดินวนไปหลายรอบอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ยิ่งได้ฝ้าเพดานกระจกสะท้อน ลวงตาให้พื้นที่ดูโอ่อ่ากว้างขวาง ลืมไปเลยว่าเดินเล่นอยู่ในห้างเก่าอายุหลายสิบปี   

อย่างนี้แล้วจะปรามตัวเองไม่ให้ตกหลุมพรางรักแหล่งรวมตัวป้ายแดงนี้ได้อย่างไรไหว

เมื่อได้รู้ว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงจาก THINKK Studio เราก็คลายความแคลงใจลงทันที พลันนึกชื่นชมอยู่ในใจว่าวาดฝีไม้ลายมือเอาไว้ได้สมศักดิ์ศรีสตูดิโอออกแบบแถวหน้า

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

ไม่รอเสียให้เสียเวลา ความกระหายใคร่รู้ของเราเร่งเร้าให้ยกโทรศัพท์นัดหมาย พลอย-พลอยพรรณ ธีรชัย ผู้อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้มาต่อบทสนทนา

เชิญตีตั๋วรถไฟฟ้า (หรือจะขับยวดยานส่วนตัวก็ไม่ห้าม) มายังชิดลม ตบเท้าเข้าสู่ห้างเซ็นทรัล กดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้น 6 ผ่านโซนของเล่นเด็กไปสู่ B2S Think Space หามุมสบายๆ ทอดกายเอนหลัง นั่งลงอ่านเรื่องราวของแลนด์มาร์กน้องใหม่ใจกลางเมืองไปพร้อมกัน

คำเตือน : ระหวังตกหลุมรักร้านหนังสือ

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

พ่อสื่อแม่ชัก

“เขาเห็นผลงานเราแล้วชอบ เลยได้ร่วมงานกัน” คู่สนทนาของเราเริ่มเล่าที่มาที่ไป

“ตอนแรกพลอยทำงานกับเซ็นทรัลในการปรับปรุงบริเวณชั้น 6 ซึ่งมีหน้าร้าน B2S พอดี ทางเซ็นทรัลและ B2S อยากให้การออกแบบเป็นไปทิศทางเดียวกัน เราเลยได้ทำตรงนี้ด้วย”

ถ้าเป็นละครก็คงเป็นฉากเมื่อพระเอกและนางเอกได้เจอกันตามคำแนะนำของพ่อสื่อแม่ชัก เพราะตอนนั้น B2S กำลังมีไอเดียจะแปลงโฉมหน้าร้านสาขานี้เป็น B2S Think Space พื้นที่สำหรับความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งมอบประสบการณ์แปลกใหม่และเป็นแหล่งพลังงานบวกให้แก่ลูกค้า ภายใต้หน้าตาของร้านหนังสือและอุปกรณ์เครื่องเขียนอยู่พอดิบพอดี

แววตาเป็นประกายของนักออกแบบมากประสบการณ์กระซิบบอกเราว่า โอกาสในการเล่นสนุกคราวนี้ทำให้เจ้าตัวตื่นเต้นใจฟูสุดๆ

“พอตกลงจับมือกัน เราทำงานเข้าขากันดีมาก แม้เขาจะมีภาพในหัวอยู่แล้วว่าอยากได้แบบไหน แต่ด้วยความเชื่อใจ เวลาเราเสนออะไรเขารับฟังทุกอย่าง เราทำงานอย่างแฮปปี้และราบรื่น” เธอเล่าถึงเหตุที่ผลักให้งานออกมาดีสมใจ

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

ร้านหนังสือเมืองนอก

“เราเคยเห็นร้านหนังสือสวยๆ ในเมืองนอกแล้วอยากให้บ้านเรามีบ้าง” ยังไม่ทันเอ่ยปากถาม เจ้าตัวก็เล่าถึงแรงบันดาลใจแรกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“เราอยากให้มีร้านขายหนังสือและเครื่องเขียนสวยๆ เพื่อดึงดูดคน ดูเข้าถึงง่าย และเป็นมิตรต่อลูกค้าทุกกลุ่ม ยิ่งสมัยนี้ปิดตัวลงกันเยอะ เราเลยอยากเปลี่ยนความคิดให้คนออกมาร้านหนังสือ”

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

เมื่อได้รับโจทย์ว่าอยากเป็นร้านค้าที่เสิร์ฟประสบการณ์อันน่าจดจำไปในตัว พลอยจึงเริ่มภารกิจครั้งใหม่ด้วยการออกไปทำความรู้จัก B2S เพื่อจับคาแรกเตอร์ของแบรนด์

“เราไปเยี่ยมตามสาขาต่างๆ เพื่อสัมผัสประสบการณ์จริง จะได้รู้ว่าอะไรควรเพิ่ม อะไรควรลด แล้วเอามาเป็นข้อมูลในการออกแบบ เพราะอยากให้เป็นตัวตนของแบรนด์ได้มากที่สุดและไม่เหมือนแห่งอื่นๆ เลยตีโจทย์เป็นเหมือนสวนสาธารณะ สถานที่สำหรับพักผ่อน” 

ดีไซเนอร์สาวรับประกันว่าถ้าใครได้แวะเข้ามาเยี่ยมเยือน จะต้องได้ไอเดียเจ๋งๆ ติดสมองกลับไปไม่น้อยแน่นอน

Park of Creativity

B2S Think Space ที่เซ็นทรัลชิดลม คือเหล้าเก่าในขวดใหม่

ที่ว่า ‘เหล้าเก่า’ คือความเก๋าประสบการณ์และการไม่ยอมผ่อนปรนคุณภาพแบบเดิม ไม่ใช่ความน่าเบื่อจำเจ

ที่ว่า ‘ขวดใหม่’ คือใหม่ในรูปลักษณ์ เพิ่มอรรถรสในการดื่ม

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

พลอยเริ่มต้นจากการเนรมิตโซนหน้าสุดอย่าง Play&Learn Space ให้กลายเป็นสวนในจินตนาการ ประหนึ่งหลุดมาจากการ์ตูนเรื่องโปรดสมัยยังแบเบาะ

“นอกจากอยากทำให้กลมกลืนกับรอบๆ ซึ่งขายของเล่นแล้ว เรายังเชื่อว่าทุกคนเคยมีวัยเด็ก และลึกๆ แล้วยังมีความเป็นเด็กซ่อนอยู่ในตัวเสมอ จึงจำลองเป็นโลกการ์ตูน ทำเสาต้นไม้ไซส์ยักษ์ ชั้นวางของเนินเขา ฝ้าเพดานท้องฟ้าแสนสดใส เหมือนเป็นสนามเด็กเล่นจริงๆ เข้าคู่ไปกับสินค้าเสริมจินตนาการที่จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบอยู่ตามชั้น”

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

เพียงไม่กี่ก้าวถัดเข้ามาด้านในคือคลังนิทานเด็ก มีโต๊ะและเก้าอี้ตัวจิ๋วไว้ให้คุณหนูๆ นั่งเล่นได้เพลินๆ ของตกแต่งแวดล้อมชวนให้คิดเพ้อฝันหมุนทวนเข็มนาฬิกากลับไปสมัยยังเตาะแตะ คลุ้งไปด้วยอายแห่งความไร้เดียงสา

ใครมากับลูกหลานกรุณาจับมือกันไว้ให้มั่น เพราะเพียงได้ย่างกรายเข้าสู่บริเวณนี้ เจ้าตัวจิ๋วเป็นต้องปลื้มอกปลื้มใจแน่นอน

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง
B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

น้องๆ หนูๆ หลงใหลโซนนี้ฉันใด ผู้ใหญ่คงต้องหลงใหล Book Cave อุโมงหนังสือขนาดเบิ้ม แลนด์มาร์กสำคัญแห่งใหม่ฉันนั้น

เพียงแรกเห็นก็พลันจินตนาการถึงภาพยนตร์ไซไฟอวกาศสักเรื่อง เพราะถ้ำนี้ดูสูงโปร่งราวกับเป็นพื้นที่ Double Space เพดานโล่ง

แล้วเราก็ถูกสายตาลวงเข้าอย่างจัง

“ข้อจำกัดอย่างหนึ่งคือโครงสร้างเก่าคับแคบ และเราอยากให้ถ้ำหนังสือมีหลายมิติ ไม่ใช่แค่แนวราบ เลยทำฝ้าเป็นกระจกสะท้อน นอกจากสร้างความโล่งโปร่งให้แก่บริเวณแล้ว ยังช่วยสร้างมุมมองให้อุโมงดูสูงขึ้นได้อีก ตอนแรกจะทำเป็นโครงสร้างแบบเบาๆ โปร่งๆ แต่ทาง B2S อยากให้อิมแพ็คผู้ชมทันที ระดมความคิดกันจนได้แบบนี้”

นักออกแบบคนเก่งออกท่าทาง ชี้ไม้ชี้มือชวนให้เราดูพลางไขปริศนา รู้ตัวอีกทีพวกเราก็เอาตัวเองมาอยู่ใต้ถ้ำนี้

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง
B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง
B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

อีกหนึ่งจุดน่าสนใจและเหมาะแก่การแชะภาพไปอวดเพื่อนสุดๆ คือชั้นหนังสือติดผนังทรงโค้งขนาดใหญ่ ยกพื้นสูงขึ้นกว่าเดิมนิด นอกจากให้อารมณ์บรรยากาศห้องสมุดในมหาวิทยาลัยเมืองนอกแล้ว ยังมี Reading Nuxe มุมอ่านหนังสือสุดเก๋ ชวนสุ่มหยิบสักเล่มแล้วนั่งลงอ่าน น่าขลุกตัวตลอดทั้งวัน

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

“เราพยายามใส่พวกโคมไฟและเพิ่มมุมอ่าน เพื่อให้บรรยากาศเหมือนห้องสมุด เอื้อต่อการหยิบจับ ที่สำคัญคือทาง B2S เขาไม่ห้ามเลย ไม่เคยบอกให้ทำเพื่อไม่ให้คนมานั่งอ่านแม้แต่ครั้งเดียว กลับยินดีมากๆ หากคนเลือกจะเข้ามาใช้เวลาที่นี่”

พลอยวางเส้นทางสำรวจไว้อย่างสนุก แขกไปใครมา ไม่ว่าตั้งใจเลือกหาอะไรติดตัวกลับไป ล้วนต้องลองลอดอุโมงนี้ดูสักครั้ง

ทะลุมาอีกฝั่งคือโซน Stationery Space และโซน Lifestyle Space  เธอได้เอางานออกแบบมาช่วยจัดหน้าร้านให้การขายอุปกรณ์เครื่องเขียนและแกดเจ็ตนานาชนิดดูมีชีวิตชีวา ไม่น่าเบื่อจำเจ

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง
B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

ถัดเข้าไปด้านในสุดคือ Art&Craft Space แดนสวรรค์สำหรับศิลปิน ไม่ว่าจะมือใหม่สมัครเล่นหรือระดับเซียนชั้นครู ยิ่งได้ THINKK Studio เข้ามาช่วยเพิ่มกิมมิกพิเศษ อย่างการจัดดิสเพลย์ขายสีอะคริลิกและแปรงทาสี ที่พนักงานปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามแต่ใจสร้างสรรค์ ยิ่งช่วยยืนยันการเป็นขุมทรัพย์แห่งไอเดียของ B2S สาขานี้ได้อย่างแจ๋ว

แต่ละตรอกซอกซอยดูสนุกน่าค้นหาไปเสียทุกหมด แม้ไม่ใช่จุดไฮไลต์ แต่ถ้าเดินเล่นวนไปเรื่อยๆ ก็ม่วนใจหลายอยู่ มวลพลังงานบวกที่คละคลุ้งกลืนไปกับชั้นวางสินค้าชวนให้เสียทรัพย์ได้ง่ายๆ ไม่ด้อยไปกว่ากันเลย

Place for Us All

What a perfect combination!

ถ้าให้นึกถึงที่ที่ทั้งงานดีไซน์และการใช้งานเดินทางมาพบกับเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างลงตัว B2S Think Space สาขาเซ็นทรัลชิดลมคือหนึ่งในนั้น

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

“บางคนมองแป๊บเดียวรู้เลยว่าเราออกแบบ เพราะดูโมเดิร์นแบบเป็นมิตร เรียบง่าย แต่ใส่ใจรายละเอียด อย่างที่แขวนกระเป๋าช้อปปิ้ง ชั้นขายขนม เก้าอี้ โซฟา รวมทั้งโคมไฟตามจุดต่างๆ เราออกแบบใหม่หมดเพื่อที่นี่โดยเฉพาะ หัวเสาเราก็ดีไซน์เพื่อสื่อสารถึงสินค้าแต่ละโซน ลูกค้าจะได้ไม่หลง

“จุดแข็งคือเรามีทั้งนักออกแบบผลิตภัณฑ์ สถาปนิก และนักตกแต่งภายใน พอได้ประสบการณ์และข้อมูลจาก B2S มาประกอบ THINKK Studio เกือบจะไม่มีข้อจำกัดในการทำโปรเจกต์นี้เลย”

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

ดีไซเนอร์สาวตรงข้ามเรากวาดตามองบรรยากาศโดยรอบด้วยแววแห่งความภาคภูมิใจไปพลาง

“อีกหนึ่งความตั้งใจ…” เธอหยุดรอให้เสียงประกาศจากห้างจบลงก่อน

“คือการพยายามทำให้ต้อนรับได้ทุกคน ไม่เจาะจงกลุ่มใดเป็นพิเศษ ปากกาแท่งละสิบบาทก็มีขาย เด็กนักเรียนเลิกเรียนมาซื้อได้ ทุกคนในครอบครัวใช้เวลาตรงนี้ได้ พ่อไปพลิกหนังสือหุ้น แม่เอ็นจอยอยู่โซนหนังสือทำอาหาร ลูกคนโตเปิดดูหนังสือติว ลูกคนเล็กสนุกสนานกลางดงหนังสือการ์ตูน อยากให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขจริงๆ”

เรามีโอกาสได้เดินลัดเลาะดูบรรยากาศในล่วงหน้าครู่หนึ่งก่อนคู่สนทนามาถึง 

อวยความสุขอันลอยฟุ้งอยู่เต็มบริเวณ และรอยแย้มซึ่งแย้มส่งมาจากดวงตาของผู้คนที่เดินผ่านเราไปมาตลอดการสนทนา คือเครื่องยืนยันว่าพลอยทำสำเร็จ

ถ้ากล่าวให้ง่ายที่สุด B2S Think Space คือร้านขายหนังสือและอุปกรณ์เครื่องเขียนซึ่งก้าวกระโดดหลุดกรอบไปไกลกว่าภาพจำแบบเดิมๆ มาก เป็นคอมมูนิตี้และแหล่งเติมไฟความคิดสร้างสรรค์แห่งใหม่กลางชิดลมที่พร้อมให้เข้าไปซุกซ่อนตัวได้อย่างอบอุ่นตลอดทั้งวัน

B2S Think Space สาขาเซ็นทรัลชิดลม

ชั้น 6 เซ็นทรัลชิดลม เลขที่ 1027 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

Writer

นิรภัฎ ช้างแดง

beautiful and bittersweetly

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

23 มิถุนายน 2564
2 K

‘ต้นไม้เลี้ยงง่าย และความเป็นไปได้ไม่จบสิ้น’ 

นี่คือสโลแกนของร้านต้นไม้ใหม่เอี่ยม อายุเดือนกว่าๆ อย่าง ‘พลูโต houseplant studio’

เป็นไปได้ อะไรเป็นไปได้ ความคิดแรกที่ผ่านเข้ามาในหัว เมื่อกวาดตาไปเจอประโยคนี้ในเฟซบุ๊กของร้าน ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตั้งใจจะสื่อสารอะไร แต่อย่างแรกเลยที่ทำให้รู้สึกแปลกใจมากๆ คงหนีไม่พ้นโลเคชันของร้าน

หลังจากเดินเข้าเดินออกซอยนราธิวาส 4 ย่านสาทรอยู่นาน แต่ไม่เจอร้านสักที เราตัดสินใจโทรถามเจ้าของร้าน จึงได้รู้ว่า บ้านไม้ราวรัชกาลที่ 8 ที่ด้านล่างเป็นร้านอาหารอีสาน เปิดเพลงโลโซกระหึ่ม ชื่อ ‘ตำตำ ส้มตำพัทยา’ เมื่อเดินขึ้นบันไดเล็กๆ หลังร้านจนถึงชั้น 3 ก็พบดินแดนที่ชอุ่มไปด้วยต้นไม้ คลอด้วยเพลง City Pop ช่างคอนทราสต์กับบรรยากาศเมื่อครู่อย่างชัดเจน พลูโต houseplant studio ที่เราตามหาตั้งอยู่ตรงนั้น โดยไม่มีป้ายใดใดบ่งบอก

พลูโต houseplant studio ร้านขายต้นไม้ที่มีคอนเซปต์ปลูกง่ายตายยาก ปิดดึก และมีซุ้มดูดวง

แค่เริ่มมาก็เหนือความคาดหมายแล้ว

ร้านต้นไม้สเปซเล็กๆ ที่มีทั้งต้นไม้ในบ้าน หนังสือ งานศิลปะ ของกระจุกกระจิกต่างๆ และโต๊ะดูดวงแห่งนี้ เป็นของสองเพื่อนสนิท กิม-นิรัช ตรัยรงคอุบล ผู้นิยามตัวเองว่าเป็น Houseplant Philanthropist และ วริศ ลิขิตอนุสรณ์ ที่เรียกตัวเองง่ายๆ ว่า Shopkeeper ทั้งสองคนทำ Creative Agency + Creative Writing Studio ด้วยกัน ชื่อว่า Text and Title

พลูโต houseplant studio ร้านขายต้นไม้ที่มีคอนเซปต์ปลูกง่ายตายยาก ปิดดึก และมีซุ้มดูดวง

“ที่บ้านปลูกต้นไม้แบบระเกะระกะมาตลอด จากนั้นก็เริ่มปลูกจริงจังตั้งแต่ทำร้านส้มตำที่พัทยา กิมปลูกต้นไม้ที่ร้านเองทุกต้น เรียนรู้กับมัน มาถึงตอนนี้ก็ประมาณสามปีกว่าแล้ว” นิรัช หรือ กิม เริ่มเล่าถึงเส้นทางการปลูกต้นไม้ของตัวเอง “เป็นคนชอบทำสวนที่มือไม่เลอะดิน ฉันจะไม่ขุดดิน เพราะกลัวเล็บเปื้อน คือเป็นคนเมืองมาก”

“ของเราเป็นเรื่องดีไซน์ครับ” วริศเล่าบ้าง “ที่เริ่มเพราะตอนนั้นออฟฟิศมันแข็ง ก็เลยอยากจะถมออฟฟิศให้นิ่มขึ้น สมมติเรามีห้องเปล่าๆ ห้องหนึ่ง มีเก้าอี้หนึ่งตัว มีโต๊ะหนึ่งตัว เอาไฟส่องเข้าไป พอเป็นแบบนี้เรารู้สึกกดดัน แต่ถ้าเกิดมีต้นไม้หนึ่งต้นวางอยู่ตรงมุม ความกดดันมันลดลงไปตามธรรมชาติเลย เพราะต้นไม้ที่อยู่ตรงนั้น” 

ในด้านชีวิตการทำงาน นิรัชทำงานเป็นนักเขียนมาหลายปี จนกระทั่งออกมาเปิดร้านส้มตำที่พัทยา และวริศทำงานวิชาการในสายสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ พร้อมกับเป็นบรรณาธิการฟรีแลนซ์ให้สำนักพิมพ์สมมติ

นอกจากนี้ ทั้งสองคนยังมีแบกกราวด์ที่น่าสนใจร่วมกันอีกอย่างก็คือ ‘ละครเวที’ นิรัชเป็นนักแสดงละครเวที ควบวิทยากรสอนละครเวทีเยาวชน ส่วนวริศ เป็น Dramaturge ซึ่งเป็นงานที่เขาอธิบายให้เราฟังง่ายๆ ว่า เป็นเพื่อนของนักการละคร ที่คอยนั่งดูตั้งแต่การซ้อมครั้งแรก และคอยเติมไอเดียให้ละครสมบูรณ์ขึ้น

นิรัชบอกว่า สำหรับละครโรงเล็กแล้ว ‘พื้นที่’ เป็นสิ่งสำคัญ เขาผู้ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ชั้น 3 ของร้านส้มตำ จึงคิดหาความเป็นไปได้ต่างๆ ให้กับพื้นที่เล็กๆ นี้ จนมาลงตัวที่ ‘ร้านต้นไม้’ ที่ร่วมกันพัฒนากับวริศ

พลูโต houseplant studio ร้านขายต้นไม้ที่มีคอนเซปต์ปลูกง่ายตายยาก ปิดดึก และมีซุ้มดูดวง
พลูโต houseplant studio ร้านขายต้นไม้ที่มีคอนเซปต์ปลูกง่ายตายยาก ปิดดึก และมีซุ้มดูดวง

จริงๆ จะเรียกว่าร้านต้นไม้อย่างเดียวก็คงไม่ถูก อย่างที่บอกไปตอนแรก ร้านนี้ไม่ได้ขายแค่ต้นไม้ ยังมีของอื่นๆ วางรวมอยู่เยอะแยะ ทั้งหนังสือ งานศิลปะ และของแต่งบ้าน ดูแล้วเหมือนบ้านใครสักคน ซึ่งลูกค้าบางคนก็ไม่ได้สนใจต้นไม้ แต่อยากมาเดินดูหนังสือ ส่วนใหญ่เป็นหนังสือของสำนักพิมพ์สมมติ และสำนักพิมพ์ใกล้เคียงกัน ซึ่งมีเนื้อหาค่อนข้างหนักอย่างเรื่องสังคม การเมือง ปรัชญา บางคนก็มาเดินดูเสื้อยืดดีไซน์สวยๆ ดูภาพวาดที่หาไม่ได้ที่ไหน 

แม้แต่เก้าอี้ ที่นี่ก็มีขาย! ถูกใจชิ้นไหนขึ้นมาก็รับกลับบ้านไปเลย ยิ่งไปกว่านั้น มีโต๊ะดูดวงตั้งอยู่ที่มุมลึกสุด ซึ่งหมอดูประจำร้านคือ ออม-มยุรี แหล่งสนาม ผู้ถนัดดูไพ่ทาโรต์และไพ่ออราเคิลเป็นอย่างมาก

พลูโต houseplant studio ร้านขายต้นไม้ที่มีคอนเซปต์ปลูกง่ายตายยาก ปิดดึก และมีซุ้มดูดวง

“จะเรียก houseplant studio บวก Selected Shop หรืออะไรก็ได้” วริศตอบเมื่อเราถามว่าจะเรียกสิ่งนี้ว่าอะไรดี

“จุดประสงค์ของพวกเราคือ อยากขายอะไรก็ได้ให้คนที่กำลัง Finishing บ้านหรือห้องอยู่ มายด์เซ็ตคนเราเวลาซื้อต้นไม้น่ะ ไม่มีเหตุผลจริงๆ ยกเว้นคนที่เชื่อว่ามันฟอกอากาศ ซึ่งไม่ได้ฟอก เขาก็แค่มีที่ว่างๆ ในห้องแล้วมาซื้อ เป็นมายด์เซ็ตเดียวกับคนซื้อหนังสือ คนซื้อเซรามิก ซื้องานศิลปะ คืออย่างเดียวกัน ยูไม่ซื้อก็ได้ มันคือของไร้สาระ”

พลูโต houseplant studio ร้านขายต้นไม้ที่มีคอนเซปต์ปลูกง่ายตายยาก ปิดดึก และมีซุ้มดูดวง

คิดว่าคนที่มาร้านนี้ต้องเป็นคนแนวไหนกัน-เราถามต่อ

“เรามีคำตอบในใจ คนเศร้า!” วริศตอบกลั้วหัวเราะ 

“คนอะไรซื้อหนังสือกับต้นไม้ล่ะ มันมีแต่คนเศร้าที่มีช่องว่างบางอย่างทั้งในห้องแล้วก็ในใจ ซื้อหนังสือไปก็กองๆๆ ฉันต้องการความรู้สึกว่าฉันมีหนังสือเป็นตั้ง อ่านมั้ย ไม่อ่าน ต้นไม้ก็ซื้อไปตั้งไว้ข้างๆ ชั้นดูดวงนี่ก็เศร้าเหมือนกัน”

เขาบอกว่า สำหรับประโยชน์ของต้นไม้ คนจะชอบคิดว่ามันฟอกอากาศได้ แต่แท้จริงแล้วต้นไม้มีคุณประโยชน์อย่างเดียวเท่านั้นที่ทุกสำนักยืนยัน คือการช่วยเรื่อง Mental Health ซึ่งเหตุผลก็ไม่ใช่เพราะว่าเป็นต้นไม้ หากเป็นเพราะมันไร้สาระ มันคืออะไรก็ได้ที่เราเอาไปวางในที่ของเราแล้วเรารู้สึกสบายใจ

ต้นไม้ในร้านนี้ เรียกว่าเป็น houseplant ซึ่งหมายถึงต้นไม้ที่ปลูกในบ้าน นิรัชกับวริศบอกกับเราว่า ที่ พลูโต houseplant studio พวกเขาจะไม่ส่งต่อต้นไม้ไปให้ลูกค้าจนกว่าจะมั่นใจว่าแข็งแรงและฟอร์มสวยได้ที่

“ต้นไม้ทุกต้นที่เอามามันยังขายไม่ได้ ต้องผ่านกระบวนการ Fertilize และ Design เพื่อให้เขาไปอยู่บ้านคนอื่นได้อย่างแข็งแรง” นิรัชเล่าถึงแนวคิดของร้าน หากต้นไหนไม่แข็งแรง ลูกค้าจองไว้ได้ รอวันที่สมบูรณ์ค่อยรับน้องกลับบ้าน

ซึ่งเหล่าต้นไม้ทั้งที่พร้อมย้ายไปอยู่บ้านใหม่ และที่ยังอยู่ในช่วงเก็บตัว ก็จะวางรวมๆ กันอยู่ในร้าน ในตำแหน่งและพื้นที่ที่หลากหลาย บ้างก็ใส่กระถางอยู่มุมตู้ บ้างใส่น้ำอยู่ในโหลข้างเก้าอี้ วางอยู่ในลิ้นชัก ห้อยลงมาจากตะกร้า เลื้อยไปตามผนัง บ้างก็อยู่บนชั้นหนังสือ ทั้งคู่บอกว่า พวกเขาต้องการนำเสนอให้คนที่มาเลือกซื้อได้เห็นภาพว่าต้นไม้เลี้ยงด้วยวิธีไหนได้บ้าง และจัดวางอย่างไรได้บ้าง ซึ่งนอกจากนี้ยังมีโต๊ะสีขาว สำหรับยกต้นไม้ไปวางดูฟอร์มเดี่ยวๆ ด้วย

นี่เป็นหนึ่งสิ่งที่ทำให้การมาดูต้นไม้ที่พลูโต houseplant studio ต่างไปจากการเดินตลาดต้นไม้ ซึ่งต้นไม้หน้าตาคล้ายๆ กันจะถูกวางเรียงเป็นแถวๆ รอคนไปเดินเลือก

“คนส่วนใหญ่ที่มาที่นี่ไม่ใช่นักปลูกต้นไม้มือทอง แต่เป็นคนชอบแต่งบ้านและอยากปลูกต้นไม้บ้าง” นิรัชพูดถึงลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามา เขาอธิบายเสริมว่า ส่วนใหญ่จะเป็นคนทำงานสายครีเอทีฟ ศิลปิน ไม่อย่างนั้นก็เป็นทางนักวิชาการ หรืออาจารย์ ลูกค้าเหล่านี้ กว่าครึ่งก็เคยทำต้นไม้ตายกันแบบไม่รู้สาเหตุด้วยความไม่คุ้นเคย

“เวลาลูกค้าถาม เราก็บอกว่า ต้องคุยกับมันก่อน ถ้ายังไม่อยากให้มันตายจริงๆ การที่มันโวยวาย ไม่ว่าจะใบเหี่ยว ใบไหม้ ลองถามมันดูว่าเป็นอะไร แล้วในหัวเราก็จะมีความเป็นไปได้หลายๆ อย่าง เช่น สังเกตแล้วลองเอานิ้วจุ่มดินดู ถ้าดินยังชื้นอยู่ แปลว่าอย่าเพิ่งรดน้ำ อาจจะเป็นเพราะขาดสารอาหาร แดดแรงเกินไป หรือในห้องไม่มีอากาศ 

“ค่อยๆ ลองหมุนเขาดู แล้วก็จะเจอสิ่งที่เขากำลังเรียกร้องอยู่ อันนี้กิมว่าทำให้เรามีประสบการณ์ในการปลูกต้นไม้ แล้วมันเอา Best Practice อันนี้ไปปรับใช้กับต้นอื่นๆ ได้” นิรัชเล่าถึงความเป็นไปได้ไม่จบสิ้น

“เราว่ามันคือการสังเกตและการใช้สัมผัสที่เยอะมากๆ สิ่งที่เราเรียนมา มันคือ Dramaturgy งานคือนั่งมองคนเล่นละคร เพื่อคุยกับผู้กำกับในตอนจบ ต้องตั้งคำถามและอยากรู้ตลอดเวลา” วริศเสริม

แน่นอนว่าการจะปลูกต้นไม้แต่ละชนิด ระดับยากง่ายก็ต่างกัน 

สำหรับร้านนี้ พวกเขามักใช้วิธีห้อยแท็กบอกระดับความท้าทาย ตั้งแต่ 0/10 ง่ายที่สุด ไปจนถึง 10/10 ยากที่สุด ซึ่งที่ได้ 0/10 ก็คือพลูด่าง ต้นไม้ที่เขาแนะนำให้มือใหม่อุ้มกลับบ้านไปลองปลูก

การจะแนะนำต้นไหนนั้น สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือการชวนลูกค้าคุย

“เราชวนลูกค้าคุย เพื่อให้เรารู้ว่าความต้องการของเขาคืออะไร แล้วเขามีข้อจำกัดอะไรบ้าง เราไม่อยากให้เขาเอากลับบ้านแล้วมันไม่รอด หนึ่งคือเราเศร้า เพราะว่าน้องไม่รอด สองคือเขาก็จะเศร้า ที่รู้สึกว่าตัวเองปลูกต้นไม้ไม่ได้” นิรัชเปิดใจถึงการขายต้นไม้ของเขา 

“กิมว่าการที่คนคนหนึ่งปลูกต้นไม้ขึ้น มันทำให้ Self-esteem เขาเติบโตขึ้นมากๆ ว่าเขาทำให้สิ่งมีชีวิตอันหนึ่งรอด แล้วก็เติบโตต่อไปได้ กิมกับวริศเปิดร้านนี้ด้วยคอนเซปต์ที่ว่า ปลูกง่ายตายยาก”

ด้วยพื้นฐานที่เป็นคนเมือง ทั้งคู่จึงเข้าใจว่าลูกค้าที่เป็นคนเมืองเหมือนกัน มีข้อติดขัดอะไรในการปลูกต้นไม้บ้าง หนึ่งในนั้นคือทักษะและความเข้าใจ ซึ่งไม่มีวันเหมือนชาวสวนผู้ใช้ประสบการณ์เป็นหลักได้

สองเพื่อนสนิทจาก Creative Agency ชวนกันเปิดพลูโต houseplant studio ร้านต้นไม้เล็กๆ ในพื้นที่ส่วนตัว มีทั้งหนังสือ งานศิลปะ ของแต่งบ้าน และโต๊ะดูดวง
สองเพื่อนสนิทจาก Creative Agency ชวนกันเปิดพลูโต houseplant studio ร้านต้นไม้เล็กๆ ในพื้นที่ส่วนตัว มีทั้งหนังสือ งานศิลปะ ของแต่งบ้าน และโต๊ะดูดวง

“เวลาคุณพี่ที่ขายต้นไม้เขาบอกว่าน้ำเยอะ น้ำน้อย แดดรำไร จริงๆ แล้วเราไม่เข้าใจ เราต้องอาศัยคำบอกเล่าครึ่งหนึ่งจากเขา กับอีกครึ่งหนึ่งจากหนังสือ จากแหล่งข้อมูลออนไลน์ เพื่อจะทำให้เข้าใจมันได้ในแบบคนเมือง 

“เพราะเราโตมาแบบนั้น” วริศอธิบายว่าวิธีการเข้าใจของคนนั้นไม่เหมือนกัน

ส่วนชื่อร้าน ‘พลูโต’ มีหลายความหมาย อาจจะหมายถึงการเป็นดาวที่ดูโดดเดี่ยวห่างไกล เดี๋ยวเข้าเดี๋ยวออกระบบสุริยะ คล้ายกับร้านนี้ และคล้ายกับเขาทั้งคู่ หรืออาจจะหมายถึง ‘พลู’ ที่เป็นต้นไม้ธรรมดาๆ ดูไม่สลักสำคัญ 

วริศเล่าให้เราฟังว่า เมื่อแรกเริ่มปลูกพลู เขาซื้อพลูหลากชนิดมาปลูกร่วมกันที่บ้านด้วยวิธีเดียวกัน ผลคือเขาทำพลูอินเดียตาย มารู้ทีหลังว่า แต่ละต้นชื่อ ‘พลู’ เหมือนกันก็จริง แต่มาจากคนละวงศ์ เขาจึงเริ่มเรียนรู้เรื่องวงศ์ของต้นไม้ สำหรับใช้อธิบายวิธีการเติบโตและวิธีการให้อาหาร ซึ่งนี่เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบที่เจ้าของร้านอย่างเขาต้องศึกษา เพื่อให้ลูกค้าซึ่งเป็นคนเมืองอ่อนประสบการณ์ทำสวนเหมือนกันได้นำข้อมูลไปใช้

สองเพื่อนสนิทจาก Creative Agency ชวนกันเปิดพลูโต houseplant studio ร้านต้นไม้เล็กๆ ในพื้นที่ส่วนตัว มีทั้งหนังสือ งานศิลปะ ของแต่งบ้าน และโต๊ะดูดวง
สองเพื่อนสนิทจาก Creative Agency ชวนกันเปิดพลูโต houseplant studio ร้านต้นไม้เล็กๆ ในพื้นที่ส่วนตัว มีทั้งหนังสือ งานศิลปะ ของแต่งบ้าน และโต๊ะดูดวง

“เราอยากเปิดเวิร์กช็อปปลูกต้นไม้สำหรับครอบครัว พ่อแม่ลูก” นิรัชเริ่มพูดถึงสิ่งที่อยากทำในอนาคต หลังจากที่ผ่านช่วงเปิดร้านมาได้สักพัก “อยากจะให้มาคุยกันเรื่องวัสดุปลูก ลองส่วนผสมของดินใหม่ๆ แล้วก็เอากลับไปแต่ละบ้าน ครั้งหน้ามาเล่าว่าที่บ้านเป็นยังไง บางทีเราก็ต้องการแชร์ประสบการณ์จากคนอื่นเหมือนกัน ว่าสิ่งที่ดีที่สุดของมันคืออะไร เพื่อที่เราจะได้บอกคนอื่นต่อไปว่า เฮ้ย พี่คนนี้ทำแบบนี้แล้วดีมากเลย เวิร์ก ไปทำต่อกันสิ”

“ปลูกต้นไม้แล้วได้อะไรหลายอย่าง สมมติว่าต้นไม้ราคาแพงของเราต้นหนึ่งมีปัญหา การจะตัดมันทีหนึ่ง เราต้องมีทั้งความรู้ ความกล้า และความสร้างสรรค์ กว่าจะไปถึงขั้น Decision Making ได้ มันผ่านอะไรเยอะมาก ในหลายๆ ครั้ง เรารู้สึกว่าการได้ดีลกับต้นไม้ ทำให้การตัดสินใจของเราในหลายเรื่องคมขึ้นด้วย”

การเปิดเวิร์กช็อปปลูกต้นไม้สำหรับครอบครัว เป็นเพียงหนึ่งในไอเดียที่นับไม่ถ้วนของสองเพื่อนสนิท ผู้เรียกตัวเองว่า ‘คนบ้า’ ระหว่างที่เราชวนคุย เขาสองคนก็ผุดความเป็นไปได้มามากมาย ในอนาคต พลูโต houseplant studio คงมีโปรเจกต์สนุกๆ ที่แม้แต่เจ้าตัวทั้งคู่ก็ยังนึกไม่ถึงในตอนนี้ให้เราได้เข้าร่วม

สองเพื่อนสนิทจาก Creative Agency ชวนกันเปิดพลูโต houseplant studio ร้านต้นไม้เล็กๆ ในพื้นที่ส่วนตัว มีทั้งหนังสือ งานศิลปะ ของแต่งบ้าน และโต๊ะดูดวง

อ่านมาถึงตรงนี้ หากสนใจลองเข้าไปดู Facebook : Plutohouseplant และ Instagram : @pluto.houseplant ของทางร้านได้ อยากไปเดินดูต้นไม้เมื่อไหร่ ส่งข้อความไปนัดเจ้าของร้านสักเล็กน้อย เนื่องจากทั้งสองทำงานประจำ อาจจะไม่ได้อยู่ที่ร้านตลอดเวลา แต่เบื้องต้นคือร้านเปิดวันพฤหัสบดีถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 12.00 น. จนถึง 22.00 น. (หรืออาจจะเป็นเที่ยงคืนในอนาคต) ไม่ต้องกลัวว่าเลิกงานค่ำแล้วจะวิ่งไปตลาดต้นไม้ไม่ทัน 

ส่วนใครที่อยากเช็กดวง แม่หมอจะเข้าร้านวันจันทร์ถึงวันพุธนะ

“อยากให้รอดูไปเรื่อยๆ ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง” นิรัชพูดเชิญชวนเป็นการปิดท้ายก่อนจากกัน

สองเพื่อนสนิทจาก Creative Agency ชวนกันเปิดพลูโต houseplant studio ร้านต้นไม้เล็กๆ ในพื้นที่ส่วนตัว มีทั้งหนังสือ งานศิลปะ ของแต่งบ้าน และโต๊ะดูดวง

พลูโต houseplant studio

ที่ตั้ง : 55/18 ซอยนราธิวาศ 4 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ เขตสาทร จังหวัดกรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 5926 5394

Writer

พู่กัน เรืองเวส

เด็กสถาปัตย์จบใหม่ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ตอนนี้กำลังสนุกกับการเรียนรู้โลกกว้างหลังเรียนจบ

Photographer

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ช่างภาพที่มีร้านล้างฟิล์มเป็นของตัวเอง แต่นานๆจะถ่ายฟิล์มที เพราะช่วงนี้ฟิล์มมันแพง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load