มินต์ (Mint) เป็นต้นไม้อีกชนิดที่น่าปลูกติดบ้านไว้เป็นที่สุด แต่ก่อนที่เราจะแนะนำว่ามินต์ทำอะไรได้บ้าง ขอเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจก่อนว่า มินต์เป็นพืชในสกุล Mentha ส่วนสะระแหน่ ที่หลายคนเรียกว่ามินต์ อยู่ในสกุล Melissa ดังนั้นจะนับว่าสะระแหน่เป็นมินต์ก็อาจจะไม่ถูกนัก แต่ก็ไม่ถึงขั้นผิดเสียทีเดียว เพราะทั้งมินต์และสะระแหน่อยู่ในวงศ์ Lamiaceae ซึ่งภาษาไทยเรียกว่าเป็น วงศ์กะเพรา หรือ วงศ์มินต์

มินต์ที่เราจะแนะนำในวันนี้หลายตัวมีรายละเอียดที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย จึงมีชื่อวิทยาศาสตร์เดียวกัน เพื่อไม่ให้สับสน เราก็เลยขอแนะนำด้วยชื่อทั่วไปที่คนรู้จักและใช้เรียกตอนซื้อขายกัน

เนื่องจากมินต์เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดจากต่างประเทศ เดิมจึงมีในเมืองไทยให้เลือกซื้อหาแค่ไม่กี่พันธุ์ และเลี้ยงค่อนข้างยาก แต่ปัจจุบัน มีคนนำมาเข้ามาเยอะมาก และดูเหมือนจะทนกับสภาพอากาศบ้านเราได้ดีขึ้น การปลูกมินต์ในเมืองไทยจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

มินต์เป็นสมุนไพรฝรั่งที่น่าปลูกที่สุด น่าปลูกมากกว่าต้นไม้ยอดฮิตอย่างโรสแมรี่ด้วย เพราะเอามาใช้งานได้ง่ายกว่า แค่เด็ดใบมาใส่แก้ว แล้วเทน้ำร้อนใส่ เราก็ได้ชามินต์แล้ว จะนำมาผสมในเครื่องดื่มอื่น ๆ ก็ได้ ใช้โรยหน้าและทำอาหารได้หลายประเภท มีสรรพคุณช่วยแก้ท้องอืด ขับลม แล้วก็ยังเอาไปสกัดทำน้ำมันหอมระเหยหรือน้ำตบได้ด้วย

ส่วนคนที่ไม่ได้ทำอาหาร มินต์ก็ยังใช้ปลูกเป็นไม้ประดับได้ เพราะมีดอกเล็ก ๆ ที่สวยน่ารัก ทรงของใบก็สวยมีเสน่ห์แตกต่างกันไปในแต่ละพันธุ์

แนะนำมินต์ 9 พันธุ์ สมุนไพรฝรั่งที่น่าปลูกสุดในบ้าน ได้ทั้งดู ดม และกิน

วิธีปลูกมินต์นั้นง่ายมาก มินต์ชอบแดดและไม่ชอบความแฉะแบบเดียวกับโรสแมรี่ วัสดุปลูกจึงควรใช้ดินผสมวัสดุโปร่งอย่างแกลบดิบ กาบมะพร้าวสับ หรือขุยมะพร้าว เพื่อให้ระบายน้ำได้ดี ป้องกันน้ำขัง เชื้อรา และอาการเน่าที่จะตามมา แล้วก็ต้องปลูกในที่แดดจัด ๆ ถ้าได้รับแดดร้อยเปอร์เซ็นต์หรือโดนแดดตลอดทั้งวันก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ ก็ควรจะโดนแดดสัก 60 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็อย่ารดน้ำมากจนเกินไป รดวันละครั้งในช่วงเช้าก็พอ

มินต์เป็นต้นไม้ที่อยู่ได้หลายปี แต่ต้องหมั่นตัดแต่งให้แตกยอดใหม่ หรือไม่ก็ปักชำขยายพันธุ์ให้เกิดต้นใหม่ไปเรื่อย ๆ วิธีการปักชำที่ง่ายที่สุดก็คือ ชำน้ำ หรือเอาไปแช่น้ำจนรากงอก แล้วค่อยย้ายไปลงดิน ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการปักชำคือ ตอนที่เราตัดก้านมาใช้ทำอาหาร พอเด็ดใบออกหมด ก็นำก้านนั้นไปแช่น้ำ ตั้งไว้ในที่แดดรำไร อย่าให้โดนแดดตรง ๆ ไม่กี่วันรากก็จะงอก

ส่วนคนที่กำลังเลือกซื้อต้นมินต์ ขอแนะนำว่าให้ซื้อต้นที่มีสภาพดีที่สุด อย่าซื้อต้นที่สลดหรือโทรม เพราะใช้เวลานานมากกว่าจะฟื้นกลับมาสดชื่นได้

แล้วถ้าสงสัยว่าควรจะเลือกพันธุ์ไหนดี ก็ขอแนะนำว่ามินต์ทุกตัวมีกลิ่นที่ต่างกันเล็กน้อย เราเลือกจากกลิ่นที่ชอบได้เลย ถ้าเน้นซื้อไปประดับ ก็เลือกจากทรงและสีของใบที่ชอบ รวมไปถึงลักษณะดอก

มาทำความรู้จักกับมินต์ 9 พันธุ์นี้กันสักนิด แล้วค่อยตัดสินใจว่า คุณอยากได้ต้นไหนมาไว้ในบ้าน

1
คาลามินต์

Calamint

คาลามินต์, Calamint
แนะนำมินต์ 9 พันธุ์ สมุนไพรฝรั่งที่น่าปลูกสุดในบ้าน ได้ทั้งดู ดม และกิน

คาลามินต์เป็นมินต์ที่ถูกหยิบมาใช้จัดสวนบ่อยที่สุด จะถือว่าเป็นไม้จัดสวนก็ยังได้ เพราะมีทรงพุ่มที่สวยและมีดอกสีขาวเล็ก ๆ ใช้เป็นไม้ประดับได้เลย ใบก็มีกลิ่นหอม เอาไปใช้งานในครัวได้สบาย

2
วอเตอร์มินต์

Water Mint

วอเตอร์มินต์, Water Mint

เป็นพันธุ์ที่เลี้ยงง่ายและนำมาใช้ทำเครื่องดื่มใน Little Tree มากที่สุด เพราะมีกลิ่นหอมที่ไม่ฉุนจนเกินไป เด็ดใช้จนใบใหม่แตกไม่ทันเลยทีเดียว

3
ไวต์มินต์

White Mint

ไวต์มินต์, White Mint
รวมสารพัดการปลูกมินต์ที่น่าปลูกในบ้าน ทั้งดอกสวย ใบหอม ก้านดำ ก้านแดง ไปจนถึงใบกลิ่นช็อกโกแลต แต่รสส้ม

ไวต์มินต์ มีอีกชื่อว่า มินต์ญี่ปุ่น (Japan Mint) จุดเด่นคือทรงใบค่อนข้างกลม ปลูกประดับก็สวย และมีกลิ่นหอมเย็น จึงเหมาะจะนำมาทำเครื่องดื่ม

4
แบล็กมินต์

Black Mint

Black Mint, แบล็กมินต์
รวมสารพัดการปลูกมินต์ที่น่าปลูกในบ้าน ทั้งดอกสวย ใบหอม ก้านดำ ก้านแดง ไปจนถึงใบกลิ่นช็อกโกแลต แต่รสส้ม

จุดเด่นของแบล็กมินต์คือก้านที่เป็นสีดำ และใบที่มีขนาดเล็กกว่าไวต์มินต์ มีกลิ่นที่หอมแรงกว่าไวต์มินต์

5
สเปียร์มินต์

Spearmint

Spearmint, สเปียร์มินต์
รวมสารพัดการปลูกมินต์ที่น่าปลูกในบ้าน ทั้งดอกสวย ใบหอม ก้านดำ ก้านแดง ไปจนถึงใบกลิ่นช็อกโกแลต แต่รสส้ม

เป็นมินต์ที่เราค่อนข้างคุ้นชื่อ เพราะมีการสกัดน้ำมันหอมระเหยมาใช้ รวมถึงนำไปทำชา แต่งกลิ่นขนม เครื่องดื่ม และยาสีฟันด้วย วิธีดูจำง่าย ๆ ก็คือ ทรงของใบที่แหลมเหมือนปลายหอก จึงได้ชื่อว่า สเปียร์มินต์

6
เปปเปอร์มินต์

Peppermint

เปปเปอร์มินต์, Peppermint

เปปเปอร์มินต์เป็นมินต์ที่เกิดจากการผสมระหว่างวอเตอร์มินต์กับสเปียร์มินต์ มีส่วนประกอบของเมนทอลเยอะ จึงทำให้นอกจากหอมแล้วยังมีความเย็นซ่าด้วย จึงถูกนำไปใช้กับทั้งลูกอมและยาดมที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย

7
ไพน์แอปเปิ้ลมินต์

Pineapple Mint

ไพน์แอปเปิ้ลมินต์, Pineapple Mint
รวมสารพัดการปลูกมินต์ที่น่าปลูกในบ้าน ทั้งดอกสวย ใบหอม ก้านดำ ก้านแดง ไปจนถึงใบกลิ่นช็อกโกแลต แต่รสส้ม

บางทีก็เรียกว่า Apple Mint นิยมใช้ปลูกประดับ เลี้ยงง่าย แต่ก็ยังเอาใบไปทำอาหารได้ตามปกติ คนนิยมนำไปทำชา และอาหารหลายประเภท

8
ยูเอสมินต์

U.S. Mint

ยูเอสมินต์, U.S. Mint
รวมสารพัดการปลูกมินต์ที่น่าปลูกในบ้าน ทั้งดอกสวย ใบหอม ก้านดำ ก้านแดง ไปจนถึงใบกลิ่นช็อกโกแลต แต่รสส้ม

ยูเอสมินต์ หรือ มินต์อเมริกา มีจุดเด่นตรงก้านสีแดง ต่างจากพันธุ์อื่น ๆ แต่มีกลิ่นหอมเย็นเหมือนมินต์ นำไปใช้ทำอาหารและเครื่องดื่มได้ไม่ต่างกัน

9
ช็อกโกแลตมินต์

Chocolate Mint

ช็อกโกแลตมินต์, Chocolate Mint
รวมสารพัดการปลูกมินต์ที่น่าปลูกในบ้าน ทั้งดอกสวย ใบหอม ก้านดำ ก้านแดง ไปจนถึงใบกลิ่นช็อกโกแลต แต่รสส้ม

ช็อกโกแลตมินต์ เกิดจาการผสมของมินต์สองสายพันธุ์คือ M. Citrata (orange mint) กับ M. piperita สิ่งที่ได้ก็คือมินต์ที่มีกลิ่นแบบช็อกโกแล็ต แต่ยังคงรสส้มจาง ๆ เหมือน Orange Mint ส่วนใบมีสีเขียวเข้มกว่ามินต์ชนิดอื่น ๆ และมีดอกสีม่วงอ่อน จะปลูกประดับก็สวยเช่นกัน

Writer

Avatar

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographer

Avatar

วินัย สัตตะรุจาวงษ์

ผู้กำกับรายการและโฆษณาที่ช่วงนี้หันมาสนใจงานแนวสารคดี จึงเน้นทำงานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาคือ รายการ human ride และ เป็น อยู่ คือ

Plant Planet

ชวนเดินทางเข้าสู่โลกของต้นไม้เพื่อทำความรู้จักพืชในฐานะเพื่อน

ต้นไม้ที่น่ารู้จักที่สุดในปี 2023 คือ ‘Grevillea’ หรือ ที่เรียกกันในบ้านเราว่า สนเกรวิลเลีย

สนเกรวิลเลีย เป็นพืชในสกุลเกรวิลเลีย เป็นไม้ยืนต้นมีที่ทรงพุ่มหนา มีดอกหลายสี มีประมาณ 360 สายพันธุ์ ถิ่นกำเนินอยู่ที่ออสเตรเลีย นำเข้ามาในไทยน่าจะเกิน 40 ปีแล้ว แต่อาจจะไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากนัก เพราะจัดอยู่ในหมวดไม้สะสม พันธุ์ที่อยู่ในบ้านเรามานาน ๆ ก็มีพันธุ์ดอกสีชมพู ลองจอห์น (Grevillea ‘Long John’) พันธุ์ดอกสีเหลือง ฮันนีเจม (Grevillea ‘Honey Gem’) และพันธุ์ดอกสีขาว มูนไลต์ (Grevillea ‘Moonlight’)

ด้วยความที่เป็นไม้จากออสเตรเลียที่มีสภาพอากาศใกล้เคียงกับบ้านเรา ทำให้สนเกรวิลเลียแทบไม่ต้องปรับตัว ยิ่งเป็นไม้ที่โตเร็วอยู่แล้ว เมื่อนำมาปลูกในไทยจึงเจริญเติบโตงอกงามเป็นอย่างดี

ในยุคที่สนเกรวิลเลียเข้ามา ต้นไม้ใหญ่ที่ใช้จัดสวนมักเป็นพวก ปีบ ล่ำซำ ซิลเวอร์โอ๊ก จนกระทั่งไม่นานมานี้ เริ่มมีการนำเกรวิลเลียมาใช้จัดสวนมากขึ้น จึงถูกพูดถึงและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่ตามมาก็คือ มีการนำเข้าพันธุ์ใหม่ ๆ ดอกสีแปลก ๆ เพิ่มขึ้นอย่างมาก จากที่เคยมีแค่ 3 สายพันธุ์ ตอนนี้เราหาซื้อได้ถึง 10 กว่าสายพันธุ์

จุดเด่นของเกรวิลเลีย คือความหลากหลายของสายพันธุ์ ทำให้มีขนาดของลำต้นและทรงพุ่มต่างกัน มีทั้งลำต้นทรงสูงและลำต้นทรงพุ่มที่ใบมีลักษณะเป็นริ้ว ทำให้สนเกรวิลเลียดูพลิ้วไหว ไม่แข็งเหมือนต้นไม้ใหญ่อื่น ๆ ซึ่งใบของแต่ละสายพันธุ์ก็มีลักษณะไม่เหมือนกันทั้งฟอร์มและสี บางพันธุ์ก็มีใบเป็นสีเงิน ไปจนถึงเกือบขาว

ดอกของสนเกรวิลเลียถือเป็นเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ สนเกรวิลเลียออกดอกทั้งปี เป็นช่อ ครั้งละหลายช่อกระจายทั่วต้น แต่ละช่ออยู่ได้นานหลายเดือน ฟอร์มของช่อดอกและสีสันของดอกก็มีให้เลือกมากมาย

ในมุมของการดูแลรักษาถือว่าเลี้ยงง่ายมาก สนเกรวิลเลียควรปลูกกลางแจ้ง ต้องการแดดจัดเต็มวัน ชอบแห้ง ๆ แทบไม่ต้องการการดูแลรักษาอะไรมากมาย จึงเป็นไม้ที่เรียกได้ว่าปลูกทิ้ง ๆ ได้เลย แล้วก็ยังไม่ต้องการพื้นที่มากนัก

จากจุดเด่นทั้งหมดที่ว่ามา ทำให้เราใช้งานสนเกรวิลเลียได้หลากหลาย ทั้งปลูกเพื่อจัดสวนในพื้นที่กว้าง หรือปลูกเป็นไม้ประธานในบ้านที่มีที่จำกัด ด้วยความพลิ้วไหวที่ดูสบายตาของใบ แถมยังมีช่อดอกขนาดใหญ่สีสันสดใสตลอดทั้งปี ทำให้พืชชนิดนี้ช่วยปรับให้พื้นที่เล็ก ๆ ในบ้านดูโปร่งโล่ง และให้ความรู้สึกสบายต่างจากไม้ใหญ่อื่น ๆ

ใครอยากหาซื้อสนเกรวิลเลียไปปลูกก็ไม่ยากเลย ถ้าเป็นสนเกรวิลเลียยุคเก่า ในเมืองไทยมีผู้ผลิตรายใหญ่อยู่ 2 เจ้า แล้วส่งขายไปตามร้านต้นไม้ต่าง ๆ ด้วยความที่อยู่มานานจึงมีต้นที่ใหญ่ขนาดหน้ากว้าง 4 หรือ 5 นิ้ว ความสูง 6 – 7 เมตรก็มี แต่อาจไม่ได้มีจำนวนมากขนาดเอาไปใช้จัดสวนเป็นปริมาณมากได้

สิ่งสำคัญที่ผู้ซื้อต้องระวังมาก ๆ คือเป็นต้นไม้ที่อ่อนไหวกับการโดนตัดรากและขุดย้ายมาก ๆ สนเกรวิลเลียขนาดใหญ่ผู้ผลิตปลูกลงดิน แล้วใช้วิธีล้อมขึ้นมาขาย ซึ่งอัตราการรอดอาจแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ดังนั้น ถ้าจะซื้อขนาดใหญ่ที่ขุดขึ้นมาจากดิน ต้องมั่นใจว่าคนทำมีความชำนาญจริง ๆ เท่านั้น

วิธีการที่ขอแนะนำคือ ให้ปลูกสนเกรวิลเลียต้นเล็กที่ขายมาในกระถาง ความสูงตั้งแต่ 1 ฟุต ถึง 1 เมตร ถ้าเราเลือกขนาดเท่านี้ จะมีตัวเลือกเป็นต้นไม้นำเข้าพันธุ์ใหม่ ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะที่ชุดล่าสุดที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งสวยแตกต่างจากรุ่นก่อน ๆ อยู่พอสมควร

ด้วยความที่สนเกรวิลเลียโตเร็วมาก ลงดินไปสัก 2 – 3 ปีก็จะสูงท่วมหัว แถมยังมีระบบรากที่แข็งแรงด้วย

ช่วงนี้สนเกรวิลเลียกำลังเป็นที่นิยม จำนวนยังมีไม่มาก โดยเฉพาะพันธุ์ใหม่ ๆ ที่นำเข้ามา บางพันธุ์ที่หายาก ๆ ความสูงสัก 1 ฟุต ก็มีราคาแตะหมื่นบาทไปแล้ว แต่ถ้าเป็นพันธุ์ที่อยู่มานานๆ แล้วขยายพันธุ์ในบ้านเรา ขายกิ่งตอนกันในราคาหลักร้อยเท่านั้น

ถ้าใครสนใจก็ลองไปตามหากันดู แต่ถ้ายังนึกไม่ออกว่าจะเริ่มต้นยังไงดี เรามีเกรวิลเลีย 8 พันธุ์ที่หาซื้อได้ในไทยมาให้ทำความรู้จักกัน

เป็นพันธุ์ยอดนิยมดั้งเดิมที่อยู่ในไทยมานาน มีดอกสีชมพู

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นพันธุ์ที่อยู่ในไทยมานานอีกพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมาก เพราะมีดอกสีเหลืองสดใส

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

อีกพันธุ์ที่คุ้นเคยกันดีในเมืองไทย จุดเด่นคือมีช่อดอกสีขาว

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

ในเมืองไทยเรียกพันธุ์นี้ว่าส้มเม่น เป็นต้นที่มีจุดเด่นคือช่อดอกสีส้มสดและมีทรงพุ่มค่อนข้างหนา

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

พันธุ์นี้เป็นพันธุ์ใหม่ที่ได้รับความนิยมมาก ด้วยจุดเด่นคือช่อดอกสีชมพูสด ช่วยสร้างบรรยากาศหวาน ๆ ให้สวนได้

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งนำเข้ามาจากญี่ปุ่น สิ่งที่แตกต่างจากพันธุ์อื่น ๆ คือขนาดของลำต้นที่เป็นไม้พุ่มลักษณะพืชคลุมดิน สูงราว 30 – 120 เซนติเมตร ลักษณะของใบและช่อดอกแตกต่างจากพันธุ์อื่น ๆ รวมถึงสีสันอันสดใสของดอกด้วย

Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นพันธุ์ใหม่เอี่ยมนำเข้าจากญี่ปุ่น จุดเด่นคือช่อดอกสีม่วงละมุน

Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นเกรวิลเลียตัวใหม่อีกตัวที่เพิ่งเข้ามาในไทย จุดเด่นของพันธุ์นี้คือช่อดอกสีขาวอมชมพู

Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

ภาพ : commons.wikimedia.org

Writer

Avatar

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographer

Avatar

วินัย สัตตะรุจาวงษ์

ผู้กำกับรายการและโฆษณาที่ช่วงนี้หันมาสนใจงานแนวสารคดี จึงเน้นทำงานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาคือ รายการ human ride และ เป็น อยู่ คือ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load