ในกรุงเทพฯ มีบ้านหลังหนึ่งที่มีคนดูแลทุกวัน แต่แทบไม่มีคนอยู่ มีชื่อทางการว่าบ้านพักประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามระดับมรดกชาติ และมีตำนานที่ทำให้ผู้นำประเทศหลายคนเลือกนอนที่อื่นดีกว่า — ชื่อของที่แห่งนั้นคือ บ้านพิษณุโลก
บ้านพิษณุโลกคืออะไร
บ้านพิษณุโลก หรือ บ้านบรรทมสินธุ์ เป็นบ้านพักประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเป็นเรือนรับรองแขกสำคัญของรัฐบาลไทย เป็นบ้านแบบสถาปัตยกรรมกอทิกเวเนเทียน ออกแบบและสร้างโดยมาริโอ ตามานโญ สถาปนิกชาวอิตาลี ตั้งอยู่บนถนนพิษณุโลก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
ถ้าจะเปรียบ บ้านพิษณุโลก คือไวท์เฮาส์ของไทย เป็นที่พักอย่างเป็นทางการของผู้นำประเทศ ที่ตั้งใจให้เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจบริหาร แต่ความเป็นจริงที่น่าขันคือ ไวท์เฮาส์ของไทยแห่งนี้แทบจะไม่เคยมีใครอยู่อาศัยจริงๆ เลย

จากบ้านพระราชทาน ร.6 สู่บ้านพักนายกฯ
บ้านพิษณุโลก ชื่อเดิมชื่อว่า บ้านบรรทมสินธุ์ เป็นบ้านที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานให้กับ พระยาอนิรุทธเทวา (ม.ล.ฟื้น พึ่งบุญ) อดีตอธิบดีกรมมหาดเล็กและอดีตผู้บัญชาการกรมมหรสพ น้องชายเจ้าพระยารามราฆพ เจ้าของ ‘บ้านนรสิงห์’ ปัจจุบัน คือ ทำเนียบรัฐบาล ใช้อยู่อาศัย บนที่ดินเนื้อที่ 50 ไร่ บนถนนพิษณุโลก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
บ้านพิษณุโลก ก่อสร้างขึ้นโดยช่างชาวอิตาลี เมื่อปี 2465 ซึ่งเป็นช่างคนเดียวกับที่เคยสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม มีพื้นที่ประมาณ 50 ไร่ ประกอบด้วย ตึกนารายณ์บรรทมสินธุ์ เป็นตึกประธาน และมีตึกบริวาร เช่น ตึกเย้าใจ เรือนคู่ใจ เรือนณรงค์ เรือนกลัมพากร และโรงรถเดิม เรียงรายกันไป โดยมีการจัดสวนและสระน้ำขนาดใหญ่แบบธรรมชาติ โดยมีสวนป่า “เขาดิน” ภูเขาจำลองขนาดย่อม มีน้ำตกเล็กๆ ไหลริน
สถาปัตยกรรม Venetian Gothic ของ บ้านพิษณุโลก ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งก่อสร้างธรรมดา แต่คือหลักฐานของยุคสมัยที่ไทยกำลังก้าวสู่ความทันสมัย โดยรับเอาสถาปัตยกรรมตะวันตกมาผสมผสานกับรูปแบบการใช้ชีวิตของขุนนางสยาม และมาริโอ ตามานโญผู้ออกแบบคือสถาปนิกคนเดียวกับที่ทิ้งผลงานสำคัญไว้มากมายในกรุงเทพฯ ตั้งแต่พระที่นั่งอนันตสมาคม ตึกไทยคู่ฟ้า ไปจนถึงวังปารุสกวัน
บ้านพิษณุโลก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 คณะรัฐบาลของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ใช้บ้านบรรทมสินธุ์เป็นบ้านรับรองนายพลฮิเดกิ โทโจ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และได้ติดต่อขอซื้อหรือเช่าจากพระยาอนิรุทธเทวา เพื่อไม่ให้ญี่ปุ่นซื้อไปเป็นสถานทูต เนื่องจากบ้านพิษณุโลกอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ
การที่ บ้านพิษณุโลก ถูกใช้รับรองผู้นำทหารญี่ปุ่นในช่วงสงคราม สะท้อนถึงความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของที่ตั้งและสถานะของบ้านหลังนี้ในฐานะที่พักระดับสูงสุด นับเป็นบทหนึ่งที่หนักในประวัติศาสตร์ของ บ้านพิษณุโลก ที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้
บ้านพิษณุโลกกับบ้านทรายทอง: เมื่อประวัติศาสตร์ผสมกับวัฒนธรรมป๊อป
บ้านพิษณุโลก ใช้เป็นฉากของ “บ้านทรายทอง” ในภาพยนตร์ชื่อเดียวกัน กำกับการแสดงโดย รุจน์ รณภพ ดาราแสดงนำคือ พอเจตน์ แก่นเพชร เป็น ชายกลาง และ จารุณี สุขสวัสดิ์ เป็น พจมาน สว่างวงศ์ ถือเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในยุคสมัยนั้น ทำให้บ้านพิษณุโลกเป็นที่รู้จักต่อสาธารณะมากกว่าเดิม
นั่นทำให้ บ้านพิษณุโลก กลายเป็นสถานที่ที่คนไทยรู้จักในสองฐานะพร้อมกัน ทั้งในฐานะบ้านพักนายกรัฐมนตรีและในฐานะ “บ้านทรายทอง” จากนิยายและภาพยนตร์ยอดนิยม ภาพล้อการเมืองในยุคต่อมามักเล่นกับความสัมพันธ์นี้ เปรียบนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ย้ายเข้าพักว่ากำลังเข้าอยู่ใน “บ้านทรายทอง” ทางการเมือง
ตำนานอาถรรพ์บ้านพิษณุโลก เรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง
สิ่งที่ทำให้ บ้านพิษณุโลก โด่งดังในหมู่คนทั่วไปอาจไม่ใช่สถาปัตยกรรมหรือประวัติศาสตร์ แต่คือเรื่องเล่าลือเกี่ยวกับอาถรรพ์ที่สะสมมานานหลายสิบปี
เรื่องอาถรรพ์เกี่ยวกับ บ้านพิษณุโลก ที่ถูกเล่าลือไปต่างๆ นานามาเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นที่หวาดหวั่นแก่ผู้ที่จะเข้ามาพักอาศัย ไม่ว่าจะเป็นเสียงคนเดินในยามวิกาล เสียงม้าร้องยามดึก หรือเงาหญิงสาวแต่งชุดไทยโบราณ
บ้านพิษณุโลก เป็นบ้านพักประจำตำแหน่งนายกฯ ก็จริง แต่มีนายกฯ มาอยู่ มาใช้น้อยมาก โดยหลังปรับปรุงบ้านเสร็จในปี พ.ศ. 2524 นายกฯ คนแรกที่มาประเดิม คือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ แต่อยู่ได้เพียงไม่กี่วัน พล.อ.เปรม ก็ย้ายออกไปพักที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ถนนศรีอยุธยา โดยไม่ระบุเหตุผล
เสียงเล่าลือเกี่ยวกับเรื่องอาถรรพ์ก็ถูกเล่าลือกันมากกว่าเดิม และกลายเป็นตำนานที่ส่งต่อมาทุกยุคสมัย
แต่ความจริงอาจธรรมดากว่านั้นมาก นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี เคยออกมาให้เหตุผลว่า ไม่ได้เกี่ยวกับผีสาง ข้อเท็จจริงคือมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเสียงและความอึกทึกจากข้างนอกที่เข้ามาภายในบ้าน เมื่ออยู่ในนั้นจะได้ยินเสียงทุกอย่างทั้งหมด หากขวัญอ่อนก็นึกว่าผี
นักข่าวอาวุโสท่านหนึ่งกล่าวว่า ที่นายกฯ ไม่ค่อยใช้ บ้านพิษณุโลก เป็นบ้านพัก เนื่องจากความพร้อมในการอยู่อาศัยไม่ค่อยเหมาะสมเท่าที่ควร เนื่องจากบ้านพิษณุโลกเป็นบ้านเปล่าๆ ไม่มีอุปกรณ์เครื่องเรือนสำหรับอาศัย
ปริศนาของ บ้านพิษณุโลก จึงอาจไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ แต่เป็นเรื่องที่ธรรมชาติมากที่สุด คือความไม่สะดวกสบายของบ้านเก่าอายุร้อยปีที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้อยู่อาศัยในแบบสมัยใหม่

นายกฯ ที่เคยพักที่บ้านพิษณุโลก
สำหรับนายกฯ ที่พักในบ้านพิษณุโลกได้นานที่สุด คือ นายชวน หลีกภัย โดยเข้าพักขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 เนื่องจากบ้านที่ซอยหมอเหล็งซ่อมแซม เล่ากันว่า นายกฯ ชวน ใช้โซฟาในห้องทำงานซึ่งอยู่ด้านหน้าห้องนอนเป็นที่นอน ไม่ใช้ห้องนอนและไม่นอนบนเตียง
ส่วนในยุคล่าสุด เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 “แพทองธาร ชินวัตร” นายกฯ คนที่ 31 ของประเทศไทย ได้เปิดบ้านพิษณุโลกอีกครั้ง ถกนัดแรก 5 ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในนาม “ที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก” สืบทอดชื่อมาจากยุค พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ
สถาปัตยกรรมบ้านพิษณุโลก: งดงามที่คู่ควรกับมรดกชาติ
สิ่งที่หลายคนไม่รู้เกี่ยวกับ บ้านพิษณุโลก คือความงดงามทางสถาปัตยกรรมที่ยังรักษาไว้ได้อย่างสมบูรณ์
บ้านพิษณุโลก นับเป็นบ้านหนึ่งในไม่กี่หลังของกรุงเทพฯ ที่ยังคงการใช้งานดั้งเดิมไว้ได้ต่อเนื่องมากว่าศตวรรษ ภูมิสถาปัตยกรรมภายนอก ตลอดจนการตกแต่งภายใน ยังคงบรรยากาศของคฤหาสน์ของขุนนางชั้นสูงในสมัยรัชกาลที่ 6 ไว้ได้อย่างครบถ้วน
ในยุคที่อาคารเก่าแก่ในกรุงเทพฯ ถูกทุบทิ้งเพื่อสร้างใหม่อย่างไม่หยุดหย่อน บ้านพิษณุโลก ที่ยังยืนหยัดอยู่บนถนนสายเดิมในเขตดุสิตจึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามหาศาล ไม่ใช่แค่ในฐานะที่พักนายกฯ แต่ในฐานะหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้ของกรุงเทพฯ ยุครัชกาลที่ 6
บ้านพิษณุโลกในวันนี้ มรดกที่รอการค้นพบ
บ้านพิษณุโลก ยังคงทำหน้าที่ในฐานะสถานที่รับรองแขกและประชุมของรัฐบาล แม้ไม่ค่อยถูกใช้เป็นบ้านพักจริงๆ แต่ความสำคัญในฐานะสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์และการเมืองยังคงอยู่ครบถ้วน
ทุกครั้งที่มีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ คำถามเดิมก็วนกลับมา “จะย้ายเข้าพักที่ บ้านพิษณุโลก ไหม?” และคำตอบส่วนใหญ่ก็ยังเป็น “ไม่ครับ ขอบคุณ”
บ้านร้อยปีที่งดงามที่สุดในกรุงเทพฯ หลังหนึ่ง ยังคงรอคนที่กล้าพอจะเรียกมันว่าบ้าน
” บ้านพิษณุโลก ไม่ได้น่ากลัวเพราะผี แต่น่าสนใจเพราะมันเก็บเรื่องราวของประวัติศาสตร์ไทยไว้ในทุกผนัง ทุกพื้น และทุกบันไดไม้ที่ยังส่งเสียงดังเมื่อเดินผ่าน”
