นั่งรถผ่าน BTS สถานีเพลินจิต และชิดลม เคยสงสัยมั้ยว่าใครเป็นคนตั้งชื่อเหล่านี้

คำตอบคือพระยาภักดีนรเศรษฐ (เลิศ เศรษฐบุตร) มหาเศรษฐีเจ้าของที่ดินไพศาล ตั้งแต่บริเวณสถานีรถไฟฟ้านานาจดคลองแสนแสบ

นายเลิศคนนี้เอง ที่เป็นต้นเค้าของคำว่า ‘เริ่ดสะแมนแตน’

เทิ่ง สติเฟื่อง (บรรยงค์ เสนาลักษณ์) นักแสดงและนักจัดรายการทีวีในยุคแรกของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม คิดคำศัพท์ ‘เริ่ดสะแมนแตน’ มาใช้ในรายการจนเป็นที่นิยม

คำนี้แผลงมาจากชื่อ ‘เลิศสะมันเตา’ ของนายเลิศที่วัยรุ่นยุคเก่าหมายถึงความเลิศหรูเป็นยอด บ้างก็ว่าชื่อนี้เป็นชื่อที่พ่อของนายเลิศตั้งให้ตอนเด็กๆ โดยเอาคำว่า สมันตา สมาสกับคำว่า เลิศ หมายถึง ดีเลิศเหนือสิ่งที่อยู่โดยรอบ ดีเหนือใคร ดีไม่เหมือนใคร

และบ้างก็ว่าแผลงมาจากห้างสรรพสินค้าหรูหราชื่อ Samaritaine (สะมาริแตน) ที่ปารีส 

ไม่ว่าจะเป็นชื่อไหน ธุรกิจของนายเลิศก็รุ่งเรืองและแปลกไม่เหมือนใคร จนกลายเป็นหนึ่งในพ่อค้าชาวสยามที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคนั้น

ชีวิตเลิศ

จากเสมียนหนุ่มผู้ช่วยแหม่มแม็คฟาร์แลนด์ ดูแลธุรกิจขายน้ำหวานโซดา หรือน้ำมะเน็ดนำเข้าจากสิงคโปร์ นายเลิศเปิดโรงงานน้ำแข็ง จนได้รับฉายาว่า ‘ผู้ปั้นน้ำเป็นตัว’ และรับช่วงต่อกิจการน้ำมะเน็ดจากแหม่มชาวอเมริกัน

ตามมาด้วยกิจการอื่นๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าห้างแรกที่มีเจ้าของกิจการเป็นคนไทย เป็นตึกสูง 7 ชั้นแถวเจริญกรุง ชื่อห้างนายเลิศ นำเข้าสินค้าจากเมืองนอก เช่น จักรซิงเกอร์ ผลไม้กระป๋องยุโรป จักรยาน สังกะสี นอกจากนี้ยังมีธุรกิจโรงแรม Hotel de la Paix ที่มีบาร์นายเลิศ โด่งดังเรื่องการเสิร์ฟวิสกี้ ออน เดอะ ร็อก เนื่องจากนายเลิศเป็นทั้งผู้นำเข้าแอลกอฮอลล์ และเจ้าของโรงงานน้ำแข็ง

แต่กิจการที่ทำให้นายเลิศเป็นที่รู้จักไปทั้งพระนครจริงๆ คือ ธุรกิจรถเมล์ขาว นายเลิศเริ่มจากเปิดกิจการรถม้าให้เช่าพร้อมสารถีเสร็จสรรพ และรถเมล์ม้าลาก ก่อนจะใช้ความรู้จากธุรกิจคมนาคมมาสร้างรถเมล์ขาว คนขับสวมเครื่องแบบสีขาวคล้ายกะลาสีกับหมวกทรงหม้อตาลดูสะอาดสะอ้าน เป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมจากชาวบ้านมาก เพราะมีสโลแกนว่า สุภาพ ซื่อสัตย์ ประหยัด ทันใจ เอากำไรแต่น้อย บริการผู้มีรายได้น้อย

อีกเหตุผลที่รถเมล์นี้เป็นที่จดจำ เพราะเมื่อรถแล่นจะส่งเสียงกึงกังโครมครามล่วงหน้า ชาวบ้านจึงขนานนามรถเมล์นี้ว่า อ้ายโกร่ง

บ้านปาร์คนายเลิศ, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก,บ้านและสวน, รถเมล์คันแรก, เลิศสะแมนแตน

ยังไม่หมดเท่านี้ นายเลิศยังมีธุรกิจเรือเมล์ขาวให้บริการในคลองแสนแสบ พร้อมเปิดตลาดเฉลิมโลก หรือตลาดนายเลิศใกล้ๆ กัน ใครมาซื้อมาขายของที่ตลาดนี้ จะมีโปรโมชั่นขึ้นเรือเมล์ขาวและรถเมล์ขาวได้ฟรี แถมยังเป็นคนใจบุญสุนทาน นำเรือออกไปบริการช่วยเหลือคนฟรีๆ เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ จึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาภักดีนรเศรษฐ แม้ไม่ได้รับราชการ

นอกจากนี้ ยังเป็นผู้บริจาคเงินให้โรงพยาบาลเลิดสิน เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นสาธารณประโยชน์ ทั้งยังบริจาคที่สร้างโรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ และโรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ อีกด้วย

นายเลิศเป็นเจ้าของที่ดินมากมายในพระนคร เขาตัดสินใจขยายพื้นที่ออกไป ด้วยการซื้อที่ดินแถวสุขุมวิทในสมัยต้นรัชกาลที่ 6 ซึ่งสมัยนั้นเป็นทุ่งนาที่เรียกว่าทุ่งบางกะปิ มีราคาเพียงตารางวาละ 8 สตางค์เท่านั้น

เรื่องราวของบ้านปาร์คนายเลิศ เรือนไม้เก่าแก่ และสวนต้นไม้ยักษ์ จึงเริ่มขึ้น

บ้านปาร์คนายเลิศ, บ้านรีโนเวท, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก

บ้านและสวน

นายเลิศตั้งใจพัฒนาพื้นที่ประมาณ 60 ไร่ แถวเพลินจิตเป็นบ้านพักตากอากาศ นอกจากบ้านหลักที่สี่พระยา โดยออกแบบเรือนไม้สักหลังใหญ่ไว้อยู่อาศัยใน พ.ศ. 2458 สั่งให้คนขุดคลองสมคิดหน้าบ้านเชื่อมต่อกับคลองแสนแสบ พร้อมจ้างสถาปนิกอิตาเลียนมาออกแบบสวนหย่อนใจอย่างปาร์คฝรั่ง โดยนอกจากใช้พักผ่อนกับครอบครัวแล้ว นายเลิศยังเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมในวันอาทิตย์ และให้ลูกเสือเข้ามาพักแรม

ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติสิริ บุตรสาวคนเดียวของนายเลิศเล่าว่า การนั่งรถจากบ้านมาตากอากาศที่นี่ใช้เวลาถึงครึ่งวัน และสมัยที่ยังไม่แบ่งขายที่ดินครึ่งหนึ่งให้สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรที่ย้ายออกจากบางรัก คุณพ่อสั่งให้ขุดสระน้ำใหญ่และชิงช้าให้คนกระโดดน้ำเล่น ตัวท่านผู้หญิงเองก็เล่นโครเกต์ แบดมินตัน และบางครั้งก็ลงไปพายเรือในสระ

ระยะแรกเรือนรับรองที่นี่มีเพียงบ้าน ใน เรือนไม้สักชั้นเดียวแบบจตุรมุข ยกพื้นใต้ถุนโล่ง หลังคาปั้นหยายกจั่วซ้อน 3 ชั้น มุงกระเบื้องดินเผาเคลือบ พื้นบ้านเป็นชิ้นไม้สักที่เรียงแนบกัน เป็นไม้ที่เหลือจากการสร้างสะพานพระราม 6 แต่ไม้ส่วนใหญ่ในบ้านมาจากโรงเลื่อยของนายเลิศเอง เนื่องจากนายเลิศเคยเปิดธุรกิจอู่ต่อเรือเดินสมุทรอยู่ระยะหนึ่งที่นี่ ทำให้มีไม้สักขนาดใหญ่มากมาย

บ้านปาร์คนายเลิศ, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก,บ้านและสวน, รถเมล์คันแรก, เลิศสะแมนแตน บ้านปาร์คนายเลิศ, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก,บ้านและสวน, รถเมล์คันแรก, เลิศสะแมนแตน

ต่อมาครอบครัวของนายเลิศย้ายมาอาศัยที่บ้านปาร์คเป็นการถาวร จึงต่อเติมเรือนไม้เข้าไปอีกหนึ่งหลังให้เชื่อมต่อกัน นายเลิศเป็นผู้ออกแบบเอง โดยเอาถ่านมาเขียนแบบแปลนบนพื้นให้ช่างดู

หลังจากนั้น พื้นที่ส่วนหนึ่งของปาร์คก็กลายเป็นอู่รถเมล์ขาว ทั้งใช้จอดและซ่อมบำรุงรถเมล์ เรือเมล์ ทั้งยังมีบ้านพักพนักงานเรียงราย และปั๊มน้ำมันสำหรับเติมรถเมล์อีกด้วย

ระเบิดลง

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ปะทุขึ้น นายเลิศอายุ 70 ปี

ธุรกิจของนายเลิศประสบปัญหาจากสงคราม ห้างสรรพสินค้าต้องปิดตัวเพราะรับสินค้ายุโรปมาขายไม่ได้ ต้องซื้อขายกับญี่ปุ่นเท่านั้น กิจการโรงน้ำแข็งก็หยุดชะงัก ค่าเงินบาทไทยต่ำลงไปกว่า 50 เปอร์เซ็นต์

เนื่องจากบ้านปาร์คนายเลิศอยู่ติดกับสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร คู่สงครามของญี่ปุ่น ทหารอาทิตย์อุทัยจึงบุกเข้ามาในบริเวณบ้าน และอยู่เฝ้าในบริเวณปาร์คถึง 4 ปี ระหว่างนั้นมีระเบิดโจมตีฝ่ายสัมพันธมิตรที่พลาดเป้าตกลงมาในปาร์คหลายครั้ง รวมทั้งหมด 22 ลูก

ครั้งหนึ่งตกลงมาหน้าบ้านเป็นหลุมลึก ทางบ้านปาร์คนายเลิศจึงปรับปรุงหลุมนั้นเป็นสระบัว

บ้านปาร์คนายเลิศ, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก,บ้านและสวน, รถเมล์คันแรก, เลิศสะแมนแตน

และบ้านปาร์คนายเลิศจึงมีหลุมหลบภัยขนาดลึก 10 เมตรไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ปัจจุบันกลายเป็นบ่อน้ำเล็กๆ

“พอหวอมาทีก็ขนของขึ้นรถ…หมดหวอก็ขับกลับมา คงเหลือแต่นายเลิศคนเดียวที่ไม่ยอมทิ้งบ้านไป…” ศ. ดร. สมพงษ์ จุ้ยสิริ เล่าไว้ในหนังสือ 100 ปีแห่งความเป็นเลิศ

“กูไม่ไป! …ด้วยความเป็นคนใจแข็ง แต่วันที่ระเบิดลงมาโดนบ้าน ระเบิดตูม เศษดินกระจายใส่หน้า ล้มก้นกระแทก… ตั้งแต่นั้นก็ยอมไปเลย แต่หวอหมดท่านก็รีบกลับก่อนเพราะเป็นห่วงบ้าน”

1 ปีก่อนสงครามสิ้นสุด ระเบิดตกลงมาที่เรือนฝั่งตะวันตก บ้านเสียหายทั้งหลังจนพลิกตะแคงขึ้นมา นายเลิศรอจนสงครามจบลง แล้วสร้างเรือนไม้ขึ้นใหม่แทนของเดิม สังเกตได้ว่าเรือนที่บูรณะจะสีอ่อนกว่า เพราะใช้ไม้แดงและไม้เต็งแทนไม้สัก และใช้เงิน 1 แสนบาทในการซ่อมแซม

หลังจากนายเลิศ และ คุณหญิง สิน ภักดีนรเศรษฐ ผู้เป็นภรรยาเสียชีวิตลง ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ก็อาศัยอยู่ที่บ้านปาร์คนายเลิศจวบจนสิ้นอายุขัย

คุณเล็ก-ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร ทายาทรุ่น 4 ของนายเลิศ ตัดสินใจเปลี่ยนเรือนไม้สักหลังงามเป็นพิพิธภัณฑ์ของครอบครัว โดยใช้เวลาปรับปรุงแล้วเสร็จในปี 2015 และเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมทุกวันพฤหัสบดี และวันศุกร์ ทั้งยังรับจัดเลี้ยงงานต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานหมั้น

ปัจจุบันภายในเรือนไม้เป็นอย่างไรบ้าง เราจะพาเข้าไปดู

บ้านปาร์คนายเลิศ, บ้านรีโนเวท, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก

เปิดบ้านใหม่

เมื่อเข้ามาถึงตัวบ้าน สิ่งแรกที่จะเห็นคือห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่น ภายในมีภาพถ่ายเก่าของครอบครัวนายเลิศ เช่นภาพถ่ายนายเลิศบนรถม้ากับสัตว์เลี้ยงคือลูกเสือดาวชื่อเจ้าแต้ม ภาพท่านผู้หญิง เลอศักดิ์ สมบัติศิริ และสามี คุณพินิจ สมบัติศิริ อดีตอธิบดีกรมศาสนา รองอธิปดีกรมศิลป์ และสถาปนิกในกรมศิลปากร

บ้านปาร์คนายเลิศ, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก,บ้านและสวน, รถเมล์คันแรก, เลิศสะแมนแตน

นอกจากนี้ยังมีแผ่นไม้เพนต์ลายวิถีชีวิตคนไทย ผลงานสุวรรณี สุคนธา นักเขียนนวนิยายเรื่อง น้ำพุ

รอบตัวบ้านมีของสะสมเก่าแก่ของตระกูล ทั้งของนายเลิศ และพระยาศรีเสนา (ศรีเสนา สมบัติศิริ) บิดาของคุณพินิจ สมบัติศิริ ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครราชทูตไทยคนแรกประจำประเทศญี่ปุ่น และองคมนตรีไทย

ของสะสมน่าสนใจมีทั้งของขวัญจากราชวงศ์ทั่วโลกที่เคยแวะมาพำนัก เช่น ราชวงศ์ญี่ปุ่น สวีเดน และธงผ้าจากภูฏาน เป็นของขวัญจากสมเด็จย่าของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก

นอกจากนี้ยังมีเครื่องถ้วยชามสมัยบ้านเชียง ลูกปืนวินเชสเตอร์ครบชุด ไม้เท้าสะสมของพระยาศรีเสนา และของเก่าแก่อื่นๆ อีกมาก

บ้านปาร์คนายเลิศ, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก,บ้านและสวน, รถเมล์คันแรก, เลิศสะแมนแตน บ้านปาร์คนายเลิศ, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก,บ้านและสวน, รถเมล์คันแรก, เลิศสะแมนแตน

ห้องหนึ่งจัดแสดงชุดและข้าวของเครื่องใช้ของท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ ผู้หญิงไทยคนแรกๆ ที่ไปเรียนที่ญี่ปุ่น เป็นอดีตเจ้าของโรงแรมสวิสโฮเทล ปาร์คนายเลิศ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหญิงคนแรกของไทย และคนรักต้นไม้ที่ปลูกต้นไม้ใหญ่ทั่วปาร์คนายเลิศจนร่มรื่นเขียวขจี

บ้านปาร์คนายเลิศ, บ้านรีโนเวท, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก

บ้านปาร์คนายเลิศ, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก,บ้านและสวน, รถเมล์คันแรก, เลิศสะแมนแตน

สะพานเชื่อมเรือน 2 หลังเป็นไม้ที่เรียงล็อกกันพอดีแบบปาร์เกต์สวยงาม ทำให้พื้นแน่นไม่เอี๊ยดอ๊าด เกิดจากช่างฝีมือเยี่ยมตั้งแต่ก่อนยุคมีเครื่องไสไม้ รอยถากไม้ด้วยมือยังเห็นได้ทั่วโครงไม้ของตัวบ้าน

ถัดมามีห้องอาหาร ด้านหน้าเก็บเครื่องถ้วยลายคราม มีดาบลายครามและแจกันลาย จปร. สวยงาม นอกจากนี้ยังมีห้องพระเก่า ตู้พระธรรมอายุ 200 กว่าปี

บ้านปาร์คนายเลิศ, บ้านรีโนเวท, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก

เดินออกไปอีกนิดจะเจอครัวของคุณหญิงสิน มีตั่งไม้ที่ท่านใช้นั่งกำกับแม่ครัวให้ทำกับข้าวเลี้ยงสมาชิกครอบครัว แขกเหรื่อ และบริวารหลักร้อย ร่ำลือกันว่าสูตรอาหารคุณหญิงอร่อยมาก

ตรงข้ามห้องครัวคือเรือนแพที่ใช้เป็นท่าขึ้นลงเรือ สมัยก่อนคลองเป็นหน้าบ้าน ห้องครัวจึงเป็นจุดแรกที่จะได้เห็น

ส่วนห้องคอนกรีตของเรือนนี้มีห้องเดียว คือห้องน้ำแบบโบราณ สร้างขึ้นเมื่อสมัยนายเลิศชราแล้ว นับเป็นบ้านแรกๆ ที่มีชักโครกแบบโบราณ

นอกจากตัวบ้าน ที่นี่ยังมีรถเมล์ขาวสภาพใหม่เอี่ยมให้ชม และเรือเมล์ขาว 2 ลำ ชื่อสะมันเตา กับ ฆง ซึ่งนายเลิศต่อร่วมกับคนงาน และเคยล่องไปถึงเชียงใหม่อีกด้วย

จุดสังเกตสิ่งที่เป็นของนายเลิศ ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ รถ หรือเรือ คือตราวงกลมมีกากบาทด้านในเหมือนขนมกงสีแดง ดูคล้ายตรากาชาด นายเลิศตั้งใจสื่อถึงพรหมวิหาร 4 หลักที่ใช้ในการดำรงชีวิตตลอดมา

ถ้าอยากเข้ามาชมอาณาจักรของนายเลิศแบบเต็มๆ ที่นี่เปิดทุกวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ วันละ 3 รอบ ได้แก่ 11 โมง บ่าย 2 โมง และบ่าย 4 โมงเย็น

บ้านปาร์คนายเลิศ

ที่อยู่: 2/2 ถนน วิทยุ แขวง ลุมพินี เขต ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

ขอบคุณข้อมูลทั้งหมดจาก บ้านปาร์คนายเลิศ และ หนังสือ ‘100 ปีแห่งความเป็นเลิศ’

ถ้าอยากรู้เรื่องการรีโนเวตบ้านหลังนี้ และเยี่ยมชมสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยที่กำลังจะย้ายออกจากย่านเพลินจิต สมัครมา Walk with The Cloud 09 : The Embassy & The Park ได้ที่นี่เลย

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

“สินค้าเรามีความ Creative บวก Functional นี่แหละความสนุกที่ทำให้ต่างจากที่อื่น” 

คำโปรยจากปาก คุณภา-อุรวี วรรณมโนมัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ Medium & More ภายใต้บริษัท Frasers Property Commercial (Thailand) นำพาเรามาที่นี่

เคยรู้สึกเหมือนกันไหมว่าศิลปะเป็นเรื่องใกล้ตัวและเรื่องน่าสนุกอย่างล้นเหลือ ไม่ใช่แค่ข้าวของตกแต่งในหอศิลป์ หรือเพียงรูปภาพที่จัดแสดงขึ้นโดยใส่กรอบทองตั้งโชว์ แต่ศิลปะนั้นอยู่รอบตัวเราอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน หรือจิปาถะนานาสิ่ง

ถ้ายังไม่เห็นภาพ วันนี้เราขอพาไปทำความรู้จักกับ Medium and More ร้านคอนเซปต์สโตร์ที่ทำให้พวกเราเห็นกันอย่างชัดเจนว่าศิลปะนั้นอยู่รอบตัว และเรารู้สึกสนุกกับงานศิลป์ สนิทกับศิลปินได้ ผ่านสินค้าในร้านบนพื้นที่ชั้น 3 ของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ที่นี่เป็นมากกว่าร้านขายสินค้าไลฟ์สไตล์ เพราะเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักงานศิลป์และงานทำมือที่ให้พื้นที่ระหว่างคน ศิลปะ และร้านค้า ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ต้องการเป็นที่เรียนรู้ตลอดชีวิต’ ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์ เพิ่มเติมด้วยความสนุกจากการช้อปปิ้ง ทำให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับการทำกิจกรรมและจับจ่ายสินค้าได้ไม่ว่าช่วงวัยใด ตามสโลแกนของ ‘Life Means More’ หรือ ‘ชีวิตที่มากกว่า’

นี่คือพื้นที่ที่ให้เราทุกคนใช้เวลาว่างเพลิดเพลินกับการทำงานอดิเรก ทำเวิร์กชอป เพลิดเพลินกับการซื้อและเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ไม่จำกัดเวลา ไม่ว่าเพศหรือวัยใดก็มีส่วนร่วมกับ Medium and More ได้เสมอ บนพื้นที่ 1,525 ตารางเมตร ที่จัดแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซน ๆ เพื่อตอบสนองต่อผู้มีความสนใจในไลฟ์สไตล์ ศิลปะ งานฝีมือ ตามความชอบแตกต่างกันออกไป จะมีโซนไหนบ้าง ไปลุยกัน!

ห้องสร้าง(สัง)สรรค์

บอกตามตรงว่าเมื่อบ่ายที่เราเดินดุ่ม ๆ เข้ามาในร้านครั้งแรก เราเดินไปโดยไม่รู้ว่าจะพบเจอกับสิ่งใดบ้าง ด้วยเนื้อที่กว้างสุดลูกหูลูกตาและปริมาณสินค้าที่เยอะราวกับยกห้างสรรพสินค้าทั้งตึกมาไว้ที่นี่ พอเดินไปสักพัก ก็ได้ข้อสรุปว่าพื้นที่หลัก ๆ ของ Medium and More แบ่งออกเป็น 2 โซน 

หนึ่ง โซน Kitchen & Cooking และ สอง โซน Art & Craft 

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

เริ่มจากมุมที่เรียกว่า The Classroom เป็นห้องสำหรับทำกิจกรรมเวิร์กชอป ใครที่อยากวาดภาพ ปั้นดิน แม้แต่เรียนชงกาแฟก็ใช้ห้องนี้ทำกิจกรรมเหล่านั้นได้ เพราะนี่คือพื้นที่รวบรวมผู้คนในลักษณะของการทำเวิร์กชอปกลุ่มใหญ่ราว 10 – 20 คน ทุกวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ มีผู้สอนให้คำชี้แนะอย่างใกล้ชิด

ในระหว่างที่เรากำลังนั่งเล่นอยู่ในห้อง Classroom คุณภาเริ่มบทสนทนาขึ้น

“พื้นที่ของเราน่าสนุกตรงที่ เวลามาเดินเป็นครอบครัวก็แยกย้ายกันเดินได้ คุณลูกไปจุดหนึ่ง คุณพ่อไปจุดหนึ่ง คุณแม่ไปอีกจุดหนึ่ง มีหลากหลายมุมให้เลือกตามความชอบ บางครั้งมานั่งทำกิจกรรมด้วยกันที่ Classroom ก็ได้ เราถือว่ามุมนี้เป็นคอมมูนิตี้ใหม่ที่มีความน่าสนใจ แถมยังสนุกด้วย”

ด้วยความสงสัย เราถามต่อว่ากลุ่มเป้าหมายของร้านนี้เป็นคนกลุ่มไหน วัยใด 

“เราไม่ได้เลือกคนด้วยช่วงอายุเลย แต่เราเลือกด้วยไลฟ์สไตล์ของคนมากกว่า” เธอยิ้ม ก่อนจะขยายความ “จริง ๆ กลุ่มเวิร์กชอปที่เราทำ เราอยากเชิญชวนคนที่อยากทำงานศิลปะต่าง ๆ มาใช้พื้นที่ตรงนี้ อีกกลุ่มหนึ่งสำหรับคนที่อยากเรียนรู้วิชาใหม่ ๆ และเราไม่จำกัดอายุ มีตั้งแต่กลุ่มเด็กเล็ก จนถึงคนสูงวัย ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่ของกลุ่มวัยรุ่นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นของคนทุกกลุ่ม ทุกคนมาได้หมดค่ะ” 

เราเห็นด้วยกับคำตอบนี้มาก

เพราะอีกหลาย ๆ มุมที่กำลังจะพูดถึง ต้องถูกใจใครหลายคนแน่นอน ไม่มุมใดก็มุมหนึ่ง

ห้องของการหาทำ

มุมต่อมาเป็นบริเวณที่มีความสร้างสรรค์มาก นั่นคือ Crafter Studio 

ทางร้านมี Crafter ที่มานั่งทำกิจกรรมร่วมกับลูกค้าด้วย ไม่ต้องกังวลแม้ว่าคุณจะไม่มีพื้นฐานงานคราฟต์ เพราะ Crafter ประจำร้านจะอยู่ช่วยคุณตลอดกิจกรรม ตั้งแต่กิจกรรมปั้นดิน ปลูกต้นไม้ ประดิษฐ์กล่องดนตรี วาดภาพสีน้ำ เย็บปักถักร้อย จนถึงทอผ้าและกิจกรรม MARK.IT การสลักลายที่บ่งบอกความเป็นตัวเองลงบนขวดน้ำ ขอบอกว่ากิจกรรมตรงนี้เหมาะมากสำหรับใครที่กำลังตามหาของขวัญวันเกิดชิ้นพิเศษชิ้นเดียวในโลก หรืออยากทำงานทำมือเพื่อความเพลิดเพลิน พื้นที่ของ Crafter Studio ยินดีต้อนรับคุณในทุก ๆ วัน เพียงแค่มาจองคิวกับ Crafter ก็จะได้ทำกิจกรรมที่กล่าวมาจนสมใจอยาก

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

เราเดินสำรวจพื้นที่ตรงนี้อีกนิด แนะนำให้รู้คุณรู้จักมุมทำ ‘กล่องดนตรี’ ที่เปิดให้เราเลือกได้ตั้งแต่แรกเริ่มว่าต้องการฐานกล่องดนตรีแบบไหน ใส่หุ่นตุ๊กตาอะไร อยากได้เพลงแนวใด ล้วนแล้วแต่นำทุกอย่างที่ต้องการมาประกอบกันเป็นกล่องดนตรีสุดพิเศษที่มีแค่ชิ้นเดียวในโลกจากสองมือของเราเอง

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

การทำ ‘สวนในขวด’ ก็ดี ชำระเงินปุ๊บ ทำเวิร์กชอปได้ทันที โดยมีคุณครูใจดีจัดหาอุปกรณ์ให้ ก่อนเปิดบทเรียนตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการ แถมวิธีดูแลให้ด้วย

จากสวนในขวด ที่นี่ยังเพิ่มระดับความตระการตาไปสู่ ‘สวนในตู้’ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ตู้นี้ออกแบบมาสำหรับเลี้ยงต้นไม้โดยเฉพาะ มีระบบแสง สี เสียง น้ำ ไฟ ภายในตู้ยังปล่อยฝนตกและหมอกได้ ล้ำมากเสียงธรรมชาติในตัว 20 กว่าเสียง ตั้งเวลาเปิด-ปิดได้ เสมือนหนึ่งว่าได้จำลองป่าเขาลำเนาไพรในธรรมชาติมาไว้ในกรอบกระจกสี่เหลี่ยมนี้ก็ไม่ปาน แม้ว่าภายในตู้มีน้ำและหมอก แต่ตู้นี้ใสตลอดเวลา ด้วยนวัตกรรมทำความสะอาดในตัวเอง เพิ่มความไฮเทคเข้าไปอีกด้วยการควบคุมผ่านมือถือ ใช้งานง่าย สะดวก จบในที่เดียว เหมาะแก่การซื้อเป็นของขวัญ ให้ตัวเองก็ได้ ให้คนพิเศษก็ดี

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ขยับมาอีกหน่อยกับพื้นที่สำหรับงานปั้นทุกรูปแบบ ไม่ว่าเสียงเรียกร้องในใจคุณปรารถนาจะปั้นงานออกมาเป็นรูปทรงใดก็บอกนักปั้นได้ ที่นี่ไม่จำกัดหัวคิดสร้างสรรค์ จะเป็นจาน ชาม แก้ว แจกัน เครื่องประดับ หรือสิ่งใดแล้วแต่ใจสั่ง เพียงแค่บอกความต้องการ แล้วคุณครูจะช่วยกันเสกพร้อมกับคุณ

ค่าบริการของกิจกรรมของมีราคาแบบปั้นชิ้นเดียวจนถึงราคาปั้นแบบบุฟเฟต์ ท่านใดไม่สันทัดด้านการปั้นแต่อยากมีส่วนร่วมกับผลงาน ที่นี่ก็มีสินค้างานปั้นสำเร็จรูปที่คุณซื้อมาลงสีเองได้

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ถัดมาเป็นโซนงานปัก งานทอ เปิดรับลูกค้าแบบวอล์กอินให้มานั่งทำโดยไม่ต้องจองให้เสียเวลา เมื่อทอผ้าเสร็จ ก็นำไปขึ้นรูปเป็นกระเป๋าหรือซื้อเป็นชุดแล้วนำกลับไปทำที่บ้านก็ได้เช่นกัน

เล่ามาทั้งหมดนี้ อย่าเพิ่งคิดว่าต้องเสียเวลามาขลุกตัวอยู่ที่ Medium and More คราวละนาน ๆ เพราะใครที่ไม่ประสงค์จะลองผิดลองถูกท่ามกลางลูกค้าในร้านที่สัญจรผ่านไปมา ก็อุดหนุน DIY Kits กลับไปทำงานคราฟต์สุดชิลล์ที่บ้านได้ เราขอรับรองว่าเพลิดเพลินและเรียกสมาธิได้ดีเยี่ยม 

ห้องศิลเปรอะ

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

โซนใหญ่ลำดับต่อมาคือ Art & Craft ที่รวบรวมอุปกรณ์ศิลปะ สีต่าง ๆ รวมถึงสีแปลกใหม่อย่าง Thai Tone เฉดสีโบราณของไทยซึ่งจะหาได้ยากจากที่อื่น มีให้เลือกทั้งสีโปสเตอร์ สีน้ำ หรือสีที่นำไปทำฟิกเกอร์ ที่นี่มีไม่ต่ำกว่า 50 เฉดสีให้เลือกสรร ถือว่าครบสูตรสำหรับคนชอบงานวาดภาพระบายสี

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

แถมด้วยกองทัพเครื่องเขียนอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปากกา ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด กระดาษ ทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวกับเครื่องเขียน พร้อมด้วยมุม Office Supply เปรียบเหมือนกับร้านเครื่องเขียนขนาดย่อม ที่นักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ มาเลือกสรรตามหาซื้อของที่นี่ได้ครบจบในที่เดียว

ห้องนักสะสม

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

โซนน้องใหม่ที่เพิ่งเริ่มพัฒนา นั่นคือ Character และ Collectible สำหรับคนที่มีความหลงใหลและมีไฟในการเก็บสะสม ขอชวนมาชม Collectible Items ที่มุมนี้ และมีฟิกเกอร์หลากหลายชนิด อาทิ ฟิกเกอร์การ์ตูน ฟิกเกอร์ลวดลายของเหล่าบรรดาศิลปิน เช่น TinyTan หรือ BT21 by BTS ตลอดจนกล่องสุ่มลิขสิขธิ์แท้ แม้แต่สินค้าของ Care Bears หรือ Mr. Men & Little Miss. ก็มีให้เลือกชมได้ตามสบาย

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้อย่าง Bearbrick ก็มีตั้งแต่ไซส์เล็ก 100% ขยับไปเป็น 400% จนกระทั่ง 1,000% พวกที่มาใหม่เป็นต้นว่า Bearbrick Snoopy หรือของศิลปิน Keith Haring ก็มีรวมไว้ที่นี่ 

ถ้าหากใครอยากลงทุนขนาดย่อม สินค้าตัวนี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่เบา

ห้อง Life Gadgets

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

เมื่อโลกนี้ตกอยู่ในสถานการณ์โควิด-19 มีอุปกรณ์หลายชนิดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตแบบ New Normal นำมาซึ่งมุมสินค้าจำพวก Life Gadgets ที่ช่วยให้ชีวิตกักตัวอยู่บ้านราบรื่น ตัวอย่างสินค้าที่วางจำหน่ายในบริเวณ เช่น ขาตั้งโทรศัพท์ กล้องถ่ายภาพ รวมถึงอุปกรณ์ไอทีอีกสารพัด

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ห้องครัว

ห้องครัวของที่นี่ มีตั้งแต่อุปกรณ์ทำครัวที่เป็นของคนรุ่นใหม่ ใช้งานง่าย เรียกว่าว่า Easy Living ตามเทรนด์ ทำเองได้ถึงแม้ว่าจะอยู่หอพัก มีขนาดตั้งแต่ชิ้นเล็กมาก จนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นมหึมา

ยกตัวอย่าง เแบรนด์ LocknLock มินิมอล เก๋ไก๋ มีสไตล์ เหมาะกับกลุ่มนักศึกษาและพนักงานออฟฟิศที่หัวใจยังวัยรุ่น เพราะราคาไม่แรงอย่างรูปลักษณ์ อุดหนุนได้หลาย ๆ ชิ้น สบาย!

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ส่วนชิ้นที่เห็นอยู่นี้คือ FIKA กระทะยอดนิยมในหมู่ยูทูบเบอร์แดนโสมขาว ทางร้านมี 3 สีให้เลือกจับจองเป็นเจ้าของได้ทั้งสีพีช สีขาวครีม และสีเขียว จุดเด่นของโซนนี้ คือ มีเครื่องครัวแบบ Collectible ด้วย เช่น เตา Bruno คอลแลปกับกระต่าย Miffy และมีเครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นที่เป็นตัวการ์ตูน หรือจาน ชาม ก็เป็นลวดลาย Snoopy สุดน่ารัก จะเรียกว่าข้าวของเครื่องใช้ที่นี่เป็นของที่กึ่ง ๆ สะสมก็ว่าได้

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ห้องชา กาแฟ

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

อีกหนึ่งมุมในโซนห้องครัวที่โดดเด่นอย่างยิ่งใน Medium and More คือมุม Tea & Coffee ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นในช่วงโควิด-19 เนื่องจากผู้คนหันมาหาความสนุกจากการทำกาแฟเองที่บ้าน ทางร้านจึงมีเครื่องมือทั้งหมดในการทำชาและกาแฟค่อนข้างครบ ตั้งแต่เมล็ดจนถึงแก้วกาแฟ

ขอชวนทำความรู้จักแบรนด์ KINTO มีจุดขายอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ Rivers รุ่นนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องเดินป่าและดื่มกาแฟ เพราะแก้วแต่ละตัวซื้อชิ้นส่วนมาประกอบกันให้เป็นอุปกรณ์ทำกาแฟได้

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ส่วนนี่คืออุปกรณ์ที่ใช้งานแบบโฮมยูส มีให้เลือกหลากหลายทั้ง Dripper หรือ Moka Pot ที่มีทั้งกา ตาชั่ง ครบหมด หรือจะเป็นพวก Cold Brew ก็มี แม้กระทั่งเมล็ดกาแฟก็มา เช่น กาแฟไทยชื่อดังจากเชียงใหม่ GRAPH, AKHA AMA และมีโกโก้จาก Siamaya มีทั้งโกโก้พาวเดอร์ โกโก้นิปส์ และเครื่องดื่มช็อกโกแลต

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ตัวนี้เป็นแก้วอโรมาของญี่ปุ่น ทางแบรนด์ Origami เขาเคลมว่าจะได้กลิ่นกาแฟหอมหวนขึ้นมาเมื่อใช้แก้วนี้ดื่ม เพราะด้วยรัศมีของปากแก้วที่ให้ความพอดีก้บจมูกคน เมื่อดื่มแล้วจมูกของเรากับปากแก้วจะมีระยะเว้นห่างที่พอดีกัน จึงทำให้ได้กลิ่นชัดกว่าแก้วอื่น ๆ ถึงได้เรียกว่าแก้วอโรม่า

“ส่วนใหญ่เราจะรวมของที่เป็นเหมือนเครื่องครัวและไลฟ์สไตล์” คุณภาย้ำใจความสำคัญ

ห้องศิลปิน

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

จุดเด่นที่มาพร้อมกับการเปิดร้าน คือการรวมตัวงานของศิลปินต่าง ๆ ในมุม Artist Corner มีผลงานจากศิลปินหลายแขนงมารวมกัน ไม่ว่าจะเป็น MAMUANG งานของ คุณตั้ม วิสุทธิ์ และงานของ Thai Young Artist อาทิ Fluffy Omelett, Memiann, Bring home the Bacon, Unmelt รวมถึงงานของศิลปินต่างชาติ 

“งานศิลปินคืองานที่เรามองว่าเป็นอีกหนึ่ง Hobby ของศิลปะ ที่นี่พยายามจะ Related เข้าไปกับศิลปิน เรามีขวดน้ำ Keith Haring เรามีผลงานของศิลปินใหญ่ ๆ และเรารู้สึกสนุกกับงานของน้อง ๆ ศิลปินคนไทยด้วย น้อง ๆ ก็จะเก่งกันมาก ทำงานออกแบบต่าง ๆ Illustrator เยอะมาก ทำ NFT ก็มี”

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

และที่นี่ยังมีมุมเล็ก ๆ อีกมุม ชื่อว่า THAI THAI ขายของที่ระลึกจากศิลปินคนไทย เช่น ยาดม ยาอม ยาหม่อง ครก สาก ขายแม้กระทั่งมะม่วงอบแห้ง! เรียกว่าเป็นของฝากชิ้นที่เก๋ไก๋ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติก็ต้องชื่นชอบ เพราะแต่ละอย่างดูเป็นสินค้าไทยแลนด์โอนลี่มาก ๆ

ห้องแห่งการแบ่งปัน

“เราพยายามจะผลักดันให้น้อง ๆ ได้มีตลาด มีพื้นที่ปล่อยของกันมากขึ้น” 

คุณภาทิ้งท้ายก่อนจะจบบทสนทนาด้วยแววตาและน้ำเสียงจริงใจ ทำให้เรารู้สึกอย่างแท้จริงว่าที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงร้านค้า แต่เป็นพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับศิลปินคนไทยและวงการศิลปะ และนำมาปรับให้เข้ากับคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ ผู้สูงวัย หรือกลุ่มคนที่ไม่อินเรื่องศิลปะก็ตาม

Medium and More ขอเป็นพื้นที่ที่ต้อนรับทุกคนเสมอ

และที่นี่เป็นพื้นที่ที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า อย่างแท้จริง

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

Medium and More

ที่ตั้ง : ชั้น 3 สามย่านมิตรทาวน์ เลขที่ 944 ถนนพระรามที่ 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.

เว็บไซต์ : mediumandmore.com

Facebook : Medium and More

Writers

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

ณัฐกฤตา เจริญสุข

อดีตนักเรียนวิชาออกแบบ ผู้ชื่นชอบการสาดสีสันลงบนงานศิลปะ สาดจินตนาการลงบนงานเขียน อยากส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ผ่านทางการสื่อสารทุกรูปแบบ

Photographer

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ช่างภาพที่มีร้านล้างฟิล์มเป็นของตัวเอง แต่นานๆจะถ่ายฟิล์มที เพราะช่วงนี้ฟิล์มมันแพง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load