นั่งรถผ่าน BTS สถานีเพลินจิต และชิดลม เคยสงสัยมั้ยว่าใครเป็นคนตั้งชื่อเหล่านี้

คำตอบคือพระยาภักดีนรเศรษฐ (เลิศ เศรษฐบุตร) มหาเศรษฐีเจ้าของที่ดินไพศาล ตั้งแต่บริเวณสถานีรถไฟฟ้านานาจดคลองแสนแสบ

นายเลิศคนนี้เอง ที่เป็นต้นเค้าของคำว่า ‘เริ่ดสะแมนแตน’

เทิ่ง สติเฟื่อง (บรรยงค์ เสนาลักษณ์) นักแสดงและนักจัดรายการทีวีในยุคแรกของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม คิดคำศัพท์ ‘เริ่ดสะแมนแตน’ มาใช้ในรายการจนเป็นที่นิยม

คำนี้แผลงมาจากชื่อ ‘เลิศสะมันเตา’ ของนายเลิศที่วัยรุ่นยุคเก่าหมายถึงความเลิศหรูเป็นยอด บ้างก็ว่าชื่อนี้เป็นชื่อที่พ่อของนายเลิศตั้งให้ตอนเด็กๆ โดยเอาคำว่า สมันตา สมาสกับคำว่า เลิศ หมายถึง ดีเลิศเหนือสิ่งที่อยู่โดยรอบ ดีเหนือใคร ดีไม่เหมือนใคร

และบ้างก็ว่าแผลงมาจากห้างสรรพสินค้าหรูหราชื่อ Samaritaine (สะมาริแตน) ที่ปารีส 

ไม่ว่าจะเป็นชื่อไหน ธุรกิจของนายเลิศก็รุ่งเรืองและแปลกไม่เหมือนใคร จนกลายเป็นหนึ่งในพ่อค้าชาวสยามที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคนั้น

ชีวิตเลิศ

จากเสมียนหนุ่มผู้ช่วยแหม่มแม็คฟาร์แลนด์ ดูแลธุรกิจขายน้ำหวานโซดา หรือน้ำมะเน็ดนำเข้าจากสิงคโปร์ นายเลิศเปิดโรงงานน้ำแข็ง จนได้รับฉายาว่า ‘ผู้ปั้นน้ำเป็นตัว’ และรับช่วงต่อกิจการน้ำมะเน็ดจากแหม่มชาวอเมริกัน

ตามมาด้วยกิจการอื่นๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าห้างแรกที่มีเจ้าของกิจการเป็นคนไทย เป็นตึกสูง 7 ชั้นแถวเจริญกรุง ชื่อห้างนายเลิศ นำเข้าสินค้าจากเมืองนอก เช่น จักรซิงเกอร์ ผลไม้กระป๋องยุโรป จักรยาน สังกะสี นอกจากนี้ยังมีธุรกิจโรงแรม Hotel de la Paix ที่มีบาร์นายเลิศ โด่งดังเรื่องการเสิร์ฟวิสกี้ ออน เดอะ ร็อก เนื่องจากนายเลิศเป็นทั้งผู้นำเข้าแอลกอฮอลล์ และเจ้าของโรงงานน้ำแข็ง

แต่กิจการที่ทำให้นายเลิศเป็นที่รู้จักไปทั้งพระนครจริงๆ คือ ธุรกิจรถเมล์ขาว นายเลิศเริ่มจากเปิดกิจการรถม้าให้เช่าพร้อมสารถีเสร็จสรรพ และรถเมล์ม้าลาก ก่อนจะใช้ความรู้จากธุรกิจคมนาคมมาสร้างรถเมล์ขาว คนขับสวมเครื่องแบบสีขาวคล้ายกะลาสีกับหมวกทรงหม้อตาลดูสะอาดสะอ้าน เป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมจากชาวบ้านมาก เพราะมีสโลแกนว่า สุภาพ ซื่อสัตย์ ประหยัด ทันใจ เอากำไรแต่น้อย บริการผู้มีรายได้น้อย

อีกเหตุผลที่รถเมล์นี้เป็นที่จดจำ เพราะเมื่อรถแล่นจะส่งเสียงกึงกังโครมครามล่วงหน้า ชาวบ้านจึงขนานนามรถเมล์นี้ว่า อ้ายโกร่ง

บ้านปาร์คนายเลิศ, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก,บ้านและสวน, รถเมล์คันแรก, เลิศสะแมนแตน

ยังไม่หมดเท่านี้ นายเลิศยังมีธุรกิจเรือเมล์ขาวให้บริการในคลองแสนแสบ พร้อมเปิดตลาดเฉลิมโลก หรือตลาดนายเลิศใกล้ๆ กัน ใครมาซื้อมาขายของที่ตลาดนี้ จะมีโปรโมชั่นขึ้นเรือเมล์ขาวและรถเมล์ขาวได้ฟรี แถมยังเป็นคนใจบุญสุนทาน นำเรือออกไปบริการช่วยเหลือคนฟรีๆ เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ จึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาภักดีนรเศรษฐ แม้ไม่ได้รับราชการ

นอกจากนี้ ยังเป็นผู้บริจาคเงินให้โรงพยาบาลเลิดสิน เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นสาธารณประโยชน์ ทั้งยังบริจาคที่สร้างโรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ และโรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ อีกด้วย

นายเลิศเป็นเจ้าของที่ดินมากมายในพระนคร เขาตัดสินใจขยายพื้นที่ออกไป ด้วยการซื้อที่ดินแถวสุขุมวิทในสมัยต้นรัชกาลที่ 6 ซึ่งสมัยนั้นเป็นทุ่งนาที่เรียกว่าทุ่งบางกะปิ มีราคาเพียงตารางวาละ 8 สตางค์เท่านั้น

เรื่องราวของบ้านปาร์คนายเลิศ เรือนไม้เก่าแก่ และสวนต้นไม้ยักษ์ จึงเริ่มขึ้น

บ้านปาร์คนายเลิศ, บ้านรีโนเวท, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก

บ้านและสวน

นายเลิศตั้งใจพัฒนาพื้นที่ประมาณ 60 ไร่ แถวเพลินจิตเป็นบ้านพักตากอากาศ นอกจากบ้านหลักที่สี่พระยา โดยออกแบบเรือนไม้สักหลังใหญ่ไว้อยู่อาศัยใน พ.ศ. 2458 สั่งให้คนขุดคลองสมคิดหน้าบ้านเชื่อมต่อกับคลองแสนแสบ พร้อมจ้างสถาปนิกอิตาเลียนมาออกแบบสวนหย่อนใจอย่างปาร์คฝรั่ง โดยนอกจากใช้พักผ่อนกับครอบครัวแล้ว นายเลิศยังเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมในวันอาทิตย์ และให้ลูกเสือเข้ามาพักแรม

ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติสิริ บุตรสาวคนเดียวของนายเลิศเล่าว่า การนั่งรถจากบ้านมาตากอากาศที่นี่ใช้เวลาถึงครึ่งวัน และสมัยที่ยังไม่แบ่งขายที่ดินครึ่งหนึ่งให้สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรที่ย้ายออกจากบางรัก คุณพ่อสั่งให้ขุดสระน้ำใหญ่และชิงช้าให้คนกระโดดน้ำเล่น ตัวท่านผู้หญิงเองก็เล่นโครเกต์ แบดมินตัน และบางครั้งก็ลงไปพายเรือในสระ

ระยะแรกเรือนรับรองที่นี่มีเพียงบ้าน ใน เรือนไม้สักชั้นเดียวแบบจตุรมุข ยกพื้นใต้ถุนโล่ง หลังคาปั้นหยายกจั่วซ้อน 3 ชั้น มุงกระเบื้องดินเผาเคลือบ พื้นบ้านเป็นชิ้นไม้สักที่เรียงแนบกัน เป็นไม้ที่เหลือจากการสร้างสะพานพระราม 6 แต่ไม้ส่วนใหญ่ในบ้านมาจากโรงเลื่อยของนายเลิศเอง เนื่องจากนายเลิศเคยเปิดธุรกิจอู่ต่อเรือเดินสมุทรอยู่ระยะหนึ่งที่นี่ ทำให้มีไม้สักขนาดใหญ่มากมาย

บ้านปาร์คนายเลิศ, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก,บ้านและสวน, รถเมล์คันแรก, เลิศสะแมนแตน บ้านปาร์คนายเลิศ, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก,บ้านและสวน, รถเมล์คันแรก, เลิศสะแมนแตน

ต่อมาครอบครัวของนายเลิศย้ายมาอาศัยที่บ้านปาร์คเป็นการถาวร จึงต่อเติมเรือนไม้เข้าไปอีกหนึ่งหลังให้เชื่อมต่อกัน นายเลิศเป็นผู้ออกแบบเอง โดยเอาถ่านมาเขียนแบบแปลนบนพื้นให้ช่างดู

หลังจากนั้น พื้นที่ส่วนหนึ่งของปาร์คก็กลายเป็นอู่รถเมล์ขาว ทั้งใช้จอดและซ่อมบำรุงรถเมล์ เรือเมล์ ทั้งยังมีบ้านพักพนักงานเรียงราย และปั๊มน้ำมันสำหรับเติมรถเมล์อีกด้วย

ระเบิดลง

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ปะทุขึ้น นายเลิศอายุ 70 ปี

ธุรกิจของนายเลิศประสบปัญหาจากสงคราม ห้างสรรพสินค้าต้องปิดตัวเพราะรับสินค้ายุโรปมาขายไม่ได้ ต้องซื้อขายกับญี่ปุ่นเท่านั้น กิจการโรงน้ำแข็งก็หยุดชะงัก ค่าเงินบาทไทยต่ำลงไปกว่า 50 เปอร์เซ็นต์

เนื่องจากบ้านปาร์คนายเลิศอยู่ติดกับสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร คู่สงครามของญี่ปุ่น ทหารอาทิตย์อุทัยจึงบุกเข้ามาในบริเวณบ้าน และอยู่เฝ้าในบริเวณปาร์คถึง 4 ปี ระหว่างนั้นมีระเบิดโจมตีฝ่ายสัมพันธมิตรที่พลาดเป้าตกลงมาในปาร์คหลายครั้ง รวมทั้งหมด 22 ลูก

ครั้งหนึ่งตกลงมาหน้าบ้านเป็นหลุมลึก ทางบ้านปาร์คนายเลิศจึงปรับปรุงหลุมนั้นเป็นสระบัว

บ้านปาร์คนายเลิศ, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก,บ้านและสวน, รถเมล์คันแรก, เลิศสะแมนแตน

และบ้านปาร์คนายเลิศจึงมีหลุมหลบภัยขนาดลึก 10 เมตรไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ปัจจุบันกลายเป็นบ่อน้ำเล็กๆ

“พอหวอมาทีก็ขนของขึ้นรถ…หมดหวอก็ขับกลับมา คงเหลือแต่นายเลิศคนเดียวที่ไม่ยอมทิ้งบ้านไป…” ศ. ดร. สมพงษ์ จุ้ยสิริ เล่าไว้ในหนังสือ 100 ปีแห่งความเป็นเลิศ

“กูไม่ไป! …ด้วยความเป็นคนใจแข็ง แต่วันที่ระเบิดลงมาโดนบ้าน ระเบิดตูม เศษดินกระจายใส่หน้า ล้มก้นกระแทก… ตั้งแต่นั้นก็ยอมไปเลย แต่หวอหมดท่านก็รีบกลับก่อนเพราะเป็นห่วงบ้าน”

1 ปีก่อนสงครามสิ้นสุด ระเบิดตกลงมาที่เรือนฝั่งตะวันตก บ้านเสียหายทั้งหลังจนพลิกตะแคงขึ้นมา นายเลิศรอจนสงครามจบลง แล้วสร้างเรือนไม้ขึ้นใหม่แทนของเดิม สังเกตได้ว่าเรือนที่บูรณะจะสีอ่อนกว่า เพราะใช้ไม้แดงและไม้เต็งแทนไม้สัก และใช้เงิน 1 แสนบาทในการซ่อมแซม

หลังจากนายเลิศ และ คุณหญิง สิน ภักดีนรเศรษฐ ผู้เป็นภรรยาเสียชีวิตลง ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ก็อาศัยอยู่ที่บ้านปาร์คนายเลิศจวบจนสิ้นอายุขัย

คุณเล็ก-ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร ทายาทรุ่น 4 ของนายเลิศ ตัดสินใจเปลี่ยนเรือนไม้สักหลังงามเป็นพิพิธภัณฑ์ของครอบครัว โดยใช้เวลาปรับปรุงแล้วเสร็จในปี 2015 และเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมทุกวันพฤหัสบดี และวันศุกร์ ทั้งยังรับจัดเลี้ยงงานต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานหมั้น

ปัจจุบันภายในเรือนไม้เป็นอย่างไรบ้าง เราจะพาเข้าไปดู

บ้านปาร์คนายเลิศ, บ้านรีโนเวท, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก

เปิดบ้านใหม่

เมื่อเข้ามาถึงตัวบ้าน สิ่งแรกที่จะเห็นคือห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่น ภายในมีภาพถ่ายเก่าของครอบครัวนายเลิศ เช่นภาพถ่ายนายเลิศบนรถม้ากับสัตว์เลี้ยงคือลูกเสือดาวชื่อเจ้าแต้ม ภาพท่านผู้หญิง เลอศักดิ์ สมบัติศิริ และสามี คุณพินิจ สมบัติศิริ อดีตอธิบดีกรมศาสนา รองอธิปดีกรมศิลป์ และสถาปนิกในกรมศิลปากร

บ้านปาร์คนายเลิศ, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก,บ้านและสวน, รถเมล์คันแรก, เลิศสะแมนแตน

นอกจากนี้ยังมีแผ่นไม้เพนต์ลายวิถีชีวิตคนไทย ผลงานสุวรรณี สุคนธา นักเขียนนวนิยายเรื่อง น้ำพุ

รอบตัวบ้านมีของสะสมเก่าแก่ของตระกูล ทั้งของนายเลิศ และพระยาศรีเสนา (ศรีเสนา สมบัติศิริ) บิดาของคุณพินิจ สมบัติศิริ ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครราชทูตไทยคนแรกประจำประเทศญี่ปุ่น และองคมนตรีไทย

ของสะสมน่าสนใจมีทั้งของขวัญจากราชวงศ์ทั่วโลกที่เคยแวะมาพำนัก เช่น ราชวงศ์ญี่ปุ่น สวีเดน และธงผ้าจากภูฏาน เป็นของขวัญจากสมเด็จย่าของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก

นอกจากนี้ยังมีเครื่องถ้วยชามสมัยบ้านเชียง ลูกปืนวินเชสเตอร์ครบชุด ไม้เท้าสะสมของพระยาศรีเสนา และของเก่าแก่อื่นๆ อีกมาก

บ้านปาร์คนายเลิศ, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก,บ้านและสวน, รถเมล์คันแรก, เลิศสะแมนแตน บ้านปาร์คนายเลิศ, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก,บ้านและสวน, รถเมล์คันแรก, เลิศสะแมนแตน

ห้องหนึ่งจัดแสดงชุดและข้าวของเครื่องใช้ของท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ ผู้หญิงไทยคนแรกๆ ที่ไปเรียนที่ญี่ปุ่น เป็นอดีตเจ้าของโรงแรมสวิสโฮเทล ปาร์คนายเลิศ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหญิงคนแรกของไทย และคนรักต้นไม้ที่ปลูกต้นไม้ใหญ่ทั่วปาร์คนายเลิศจนร่มรื่นเขียวขจี

บ้านปาร์คนายเลิศ, บ้านรีโนเวท, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก

บ้านปาร์คนายเลิศ, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก,บ้านและสวน, รถเมล์คันแรก, เลิศสะแมนแตน

สะพานเชื่อมเรือน 2 หลังเป็นไม้ที่เรียงล็อกกันพอดีแบบปาร์เกต์สวยงาม ทำให้พื้นแน่นไม่เอี๊ยดอ๊าด เกิดจากช่างฝีมือเยี่ยมตั้งแต่ก่อนยุคมีเครื่องไสไม้ รอยถากไม้ด้วยมือยังเห็นได้ทั่วโครงไม้ของตัวบ้าน

ถัดมามีห้องอาหาร ด้านหน้าเก็บเครื่องถ้วยลายคราม มีดาบลายครามและแจกันลาย จปร. สวยงาม นอกจากนี้ยังมีห้องพระเก่า ตู้พระธรรมอายุ 200 กว่าปี

บ้านปาร์คนายเลิศ, บ้านรีโนเวท, เลิศ เศรษฐบุตร, บ้านไม้สัก

เดินออกไปอีกนิดจะเจอครัวของคุณหญิงสิน มีตั่งไม้ที่ท่านใช้นั่งกำกับแม่ครัวให้ทำกับข้าวเลี้ยงสมาชิกครอบครัว แขกเหรื่อ และบริวารหลักร้อย ร่ำลือกันว่าสูตรอาหารคุณหญิงอร่อยมาก

ตรงข้ามห้องครัวคือเรือนแพที่ใช้เป็นท่าขึ้นลงเรือ สมัยก่อนคลองเป็นหน้าบ้าน ห้องครัวจึงเป็นจุดแรกที่จะได้เห็น

ส่วนห้องคอนกรีตของเรือนนี้มีห้องเดียว คือห้องน้ำแบบโบราณ สร้างขึ้นเมื่อสมัยนายเลิศชราแล้ว นับเป็นบ้านแรกๆ ที่มีชักโครกแบบโบราณ

นอกจากตัวบ้าน ที่นี่ยังมีรถเมล์ขาวสภาพใหม่เอี่ยมให้ชม และเรือเมล์ขาว 2 ลำ ชื่อสะมันเตา กับ ฆง ซึ่งนายเลิศต่อร่วมกับคนงาน และเคยล่องไปถึงเชียงใหม่อีกด้วย

จุดสังเกตสิ่งที่เป็นของนายเลิศ ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ รถ หรือเรือ คือตราวงกลมมีกากบาทด้านในเหมือนขนมกงสีแดง ดูคล้ายตรากาชาด นายเลิศตั้งใจสื่อถึงพรหมวิหาร 4 หลักที่ใช้ในการดำรงชีวิตตลอดมา

ถ้าอยากเข้ามาชมอาณาจักรของนายเลิศแบบเต็มๆ ที่นี่เปิดทุกวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ วันละ 3 รอบ ได้แก่ 11 โมง บ่าย 2 โมง และบ่าย 4 โมงเย็น

บ้านปาร์คนายเลิศ

ที่อยู่: 2/2 ถนน วิทยุ แขวง ลุมพินี เขต ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

ขอบคุณข้อมูลทั้งหมดจาก บ้านปาร์คนายเลิศ และ หนังสือ ‘100 ปีแห่งความเป็นเลิศ’

ถ้าอยากรู้เรื่องการรีโนเวตบ้านหลังนี้ และเยี่ยมชมสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยที่กำลังจะย้ายออกจากย่านเพลินจิต สมัครมา Walk with The Cloud 09 : The Embassy & The Park ได้ที่นี่เลย

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการ นักเขียน ที่สนใจตึกเก่า เสื้อผ้า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวที พอๆ กับการเดินทาง

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เมื่อพูดถึงเวิ้งในจังหวัดเชียงใหม่ หลายคนคงนึกออกไม่มากก็น้อยตามแต่ที่เคยไป หรือนักศึกษารั้วม่วงอย่างผมคงหนีไม่พ้นเวิ้งคุณนลี อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนมานี้มี Community Space แห่งใหม่สำหรับคนเชียงใหม่เกิดขึ้นในทำเลใกล้กับสถานีรถไฟ

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าHeng Station (เฮงสเตชั่น)’ เวิ้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟชนิดที่ระหว่างกำลังดื่มกาแฟอาจยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรถไฟเป็นฉากหลังได้ หรือถ้ามาทานอาหารมื้อหนักก็มีร้านรองรับ พร้อมด้วยของหวานตบท้าย จบด้วยร้านเครื่องหอมไว้เป็นของติดไม้ติดมือกลับบ้าน

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

วันนี้ คิม-วโรดม สหชัยเสรี เขาคือชายหนุ่มผู้เกิด เติบโต และศึกษาเล่าเรียนที่เชียงใหม่ ก่อนต้องโยกย้ายตัวเองไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี พร้อมกับเดินทางไปญี่ปุ่นทุกปี จนซึมซับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาสั่งสมเอาไว้ แล้วจึงนำกลับมาประยุกต์ใช้เพื่อสานต่อธุรกิจที่บ้าน พร้อมกับเล่าเรื่องราวการรื้อฟื้นสถานที่ซึ่งมีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1960 ให้มีชีวิตอีกครั้งหนึ่งในปี 2023 

เปิดประตูเวิ้งใหม่เอี่ยมมาเยี่ยมเยียนสถานที่เก่าแก่ 62 ปีพร้อมกันเลย

เสี่ยมเฮงพืชผล

สถานที่นี้มีเรื่องราวเริ่มต้นน่าสนใจ และต้อนย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยรุ่นอากงของคิม เพราะแรกเริ่มเดิมทีตามคำบอกเล่าของเขา อากงข้ามน้ำข้ามทะเลหนีสงครามมาจากประเทศจีน ระหกระเหินมายังกรุงเทพฯ จากนั้นเดินเท้าตามรางรถไฟมาเรื่อย ๆ จนถึงจังหวัดเชียงใหม่ และลงหลักปักฐานด้วยการสมัครเข้าทำงานกับบริษัทเชลแล็กสยามในช่วงปี 1960

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

แล้วเรื่องราวก็กระโดดข้ามมายังช่วงเวลาประมาณปี 1977 (พ.ศ. 2520) บริษัทเชลแล็กสยามปิดตัวลง โดยไม่แน่ใจว่าย้ายมายังสถานที่ ณ ปัจจุบันนี้อยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ถึงอย่างนั้นอากงของคิมก็ซื้อที่ดินแปลงนี้แล้วเปิดกิจการของตัวเองในชื่อ ‘เสี่ยมเฮงพืชผล’ นับตั้งแต่ปี 1971-1992 (เสี่ยม มีความหมายว่า สยาม และเป็นที่มาของชื่อ เฮง สเตชั่น ในปัจจุบัน) โดยเปลี่ยนมาค้ากระเทียมเป็นหลัก แต่ก็ยังมีเชลแล็กและพืชผลทางเกษตรกรรมอื่น ๆ ซึ่งรับมาจากชาวสวนในภาคเหนือ และส่งขึ้นรถไฟไปกรุงเทพฯ สถานที่ตรงนี้ที่ติดกับสถานีรถไฟ จึงเป็นทำเลอันเหมาะสมอย่างไร้ข้อโต้แย้ง

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ช่วงปี 1991 อากงเสีย เหลือเพียงอาม่า ซึ่งแบกรับธุรกิจนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหว ส่วนคุณพ่อของคิมอยู่ในเส้นทางสายอาจารย์ และไม่มีความสนใจสานต่อสถานที่แห่งนี้ เสี่ยมเฮงจึงปิดตัวลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1992 ซึ่งเป็นปีเกิดของคิมพอดี และถูกทิ้งเป็นโกดังร้างนับแต่นั้นมา

เฮงสเตชั่น

เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งคิมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 3 เขาค่อย ๆ รื้อฟื้นสถานที่แห่งนี้อีกครั้งด้วยการเปิดห้องแถวเชิงพาณิชย์เล็ก ๆ อยู่ด้านหน้าติดกับถนน อีกทั้งยังได้เรียนรู้และซึมซับการลงทุนจากคุณลุง และเมื่อถึงวัยทำงาน เขาจึงเริ่มฉุกคิดได้ว่า น่าจะเอาสถานที่ตรงนี้มาใช้ประโยชน์แทนที่จะไม่ปล่อยให้ทิ้งร้าง

คิมคิดแล้วคิดอีกว่าจะใช้ที่ดินตรงนี้ทำอะไรดี แต่ทุกครั้งก็มีคำถามพ่วงท้ายเสมอว่า พื้นที่นี้เป็นทางลึก หน้าแคบ และคุณพ่อตั้งเงื่อนไขเอาไว้ 1 ข้อ คือ ทุกอย่างต้องคงรูปร่างเดิมให้มากที่สุด การทุบเพื่อประกอบร่างใหม่หลายครั้งอาจนำมาซึ่งปัญหากับคุณพ่อได้ จุดนี้เองที่คิมต้องนำความรู้ด้านวิศวกรรมที่เขาร่ำเรียนมาใช้อย่างเต็มที่ ในการรีโนเวตโกดังแห่งนี้ไม่ให้เป็นแค่ห้องแถวต่อ ๆ กัน

“ผมเริ่มก่อสร้างจริง ๆ คือมีนาคม ปี 2022 ใช้เวลารีเสิร์ชนานมาก ออกแบบ วางแปลน สลับแปลน จะมีสวนตรงไหนเพื่อให้ดูไม่อึดอัด พร้อมกับดูบริบทพื้นที่โดยรอบ”

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

คิมสร้างตึกหลังหนึ่งข้างในโกดังอีกที เทคานส่วนที่เป็นกำแพง วางตอม่อเสาใหม่ และก่อกำแพงขึ้นมาด้านใน แต่ด้านนอกยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม จากเดิมที่เป็นหลังคาเต็ม เขารื้อหลังคาออกครึ่งหนึ่ง และปรับพื้นที่ตรงนั้นออกเป็นสวน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดให้คนเดินเข้าไปด้านใน

“ผมเพิ่มพื้นที่ด้วยการขยายเข้ามาในพื้นที่ของเราเอง สร้างคอมมูนิตี้ให้คนมาใช้เวลาวันหยุดกับเพื่อน” ประโยคนี้เห็นจะเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่ทำให้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

Community Space

“ผมว่าการใช้คำว่า คอมมูนิตี้ ดูเป็นสถานที่ที่ให้คนมาพบปะกันมากกว่าเป็นพื้นที่ขายของ ผมอยากให้คนมานั่งเล่น มาคุยกัน ใช้เวลานั่งเม้ากับเพื่อนในช่วงวันหยุด ก็เลยใช้คำนี้”

ในตอนนี้ เฮงสเตชั่น เปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

คิมไม่ได้ต้องการให้ที่นี่กลายเป็นผับหรือบาร์ สาเหตุมาจากส่วนหนึ่งของพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว เขาขอแค่ให้คนที่มาได้นั่งเล่น พูดคุย พบปะ ไม่จำเป็นต้องรับประสบการณ์ คิดเสียว่าที่นี่คือ ‘สวนหลังบ้าน’ ซึ่งทุกคนเข้ามาเดินเล่นได้อย่างผ่อนคลาย อีกทั้งยังมี 1 ร้านข้าว 1 ร้านกาแฟ 1 ร้านเครื่องหอม และ 2 ร้านเบเกอรี่ คอยรองรับความต้องการของเหล่าผู้คนที่เข้ามาเยือน

แล้วคิมก็พาเราทัวร์ตามร้านต่าง ๆ อย่างเป็นมิตร และให้พวกเขาอธิบายถึงจุดเด่นที่อยากนำเสนอ เราเริ่มต้นกันที่…

School Coffee

ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่หน้าสุดของโครงการ เปรียบเสมือนพื้นที่รับแขกให้ผู้คนเข้ามาซื้อกาแฟหรือเครื่องดื่มก่อนเดินสำรวจ ร้านกาแฟแห่งนี้มีคอนเซปต์ว่า สร้างความสุขให้ทุกภาคส่วน เริ่มต้นจากธรรมชาติ แหล่งปลูกกาแฟ ต้นกาแฟสายพันธ์ุต่าง ๆ การแปรรูปกาแฟที่เป็นผลไม้ให้กลายเป็นสารกาแฟ ส่วนถัดมาเป็นบาริสต้า และจบลงที่ลูกค้าทุก ๆ ท่านได้รับผลิตภัณฑ์ดี ๆ จากทางร้าน

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

เมื่อไหร่ก็ตามที่ทุกคนในทุกภาคส่วนมีความสุข วงล้อแห่งการพัฒนาก็จะเริ่มเป็นไปตามแนวทางที่ทางร้านตั้งใจ และขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเอง แต่ก็ใส่พลังเข้าไปได้ในบางจังหวะ (ตามที่ทางร้านได้บอกกับเรา) เมื่อมาถึงร้าน School Coffee ลูกค้าเลือกกาแฟที่อยากจิบได้ตามต้องการ ตั้งแต่เมล็ด ระดับการคั่ว และกระบวนการชงกาแฟ ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งและยังคงมีตลอดไป นั่นคือ ยาคูลท์ปีโป้ปั่นและโอริโอ้ปั่น เพื่อเป็นเกียรติให้แก่บาริสต้าคนแรกผู้คิดค้น 2 เมนูนี้ที่อยู่คู่กับร้านมาตั้งแต่ยังเปิดอยู่ที่กรุงเทพฯ อ้อ ขอกระซิบดัง ๆ ว่าร้านนี้เจ้าของเดียวกับ ร้านสุขพอดี นะ

KLĀY concept

ร้านเครื่องหอมที่เน้นเล่าเรื่องราวผ่านงานเซรามิก

เทียนหอมในถ้วยเทียนเซรามิกมาจากเทศบาลเมืองแม่โจ้ เนื่องจากทางร้านพยายามสนับสนุนผู้ประการรายย่อยให้ได้มากที่สุด สินค้านิยมคือเจ้าก้อนสี่เหลี่ยม วิธีใช้ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน หยดน้ำมันหอมระเหยลงบนก้อนเซรามิก แล้วรอให้ดูดซึมน้ำหอม ซึ่งทางร้านดีไซน์ให้มีความกลมอยู่ภายใน จึงเกิดการถ่ายเทเข้า-ออกของอากาศผ่านเนื้อเซรามิก เป็นการกระจายกลิ่นหอมเบา ๆ

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ขณะเดียวกัน ทางร้านยังมีการจัดเวิร์กช็อปให้แก่ผู้ที่สนใจ เป็นการผสมกลิ่มน้ำหอม ทำเทียนหอม และทำเครื่องหอม เน้นเรื่องของการพยายามให้ผ่อนคลายทุกประสาทสัมผัสผ่าน Therapy

เวิร์กช็อปเป็นกลุ่มได้ไม่เกิน 6 คน หากใครสนใจสอบถามหน้าร้านได้เลย 

The Dorm Bakery

หนึ่งในร้านเบเกอรี่ประจำ เฮงสเตชั่น ที่เปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองครั้งแรกพร้อมกับโครงการ โดยภายในร้านประกอบด้วยเมนูเบเกอรี่ปกติและเมนูวีแกน (ทางร้านเรียกว่า สูตรเจ) ในราคาไม่แพง 

ทุกเมนูต่างประกอบด้วยความโฮมและแฮนด์เมด เมนูที่ทางร้านแนะนำว่าต้องลองลิ้มให้ได้ ได้แก่ เค้กแคร์รอต พายแอปเปิล และกราโนล่าบาร์ (ปราศจากกลูเต็น อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์)

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

Circle.Pound

ร้านเค้กวันเกิดที่ขายเค้กแบ่งชิ้นสำหรับลูกค้าที่ไม่อยากทานเยอะมาก เมนูแนะนำ ได้แก่ โยเกิร์ตชีสเค้ก ซึ่งเป็นเมนูที่มีทุกวัน ส่วนเมนูพิเศษ ทางร้านขอแนะนำ เครมบรูเล่ ชีสเค้กท็อปด้วยน้ำตาลเผา เวลากินต้องใช้ช้อนเคาะด้านบน ลูกค้าสนุกด้วย อร่อยด้วย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

POHSOP local-rice eatery

ร้านอาหารจานข้าวที่ให้ความสำคัญกับการใช้ข้าวอย่างแท้จริง เพราะร้านโพสพเลือกคัดสรรข้าวแต่ละชนิดตามแต่ฤดูกาล เพื่อยกระดับและเชิดชูข้าวให้กลายเป็นพระเอกของร้าน โดยทางร้านบอกว่าทุกเมนูปลอดเนื้อสัตว์ เพราะอยากให้ลูกค้าได้พักท้องจากการย่อยอาหารมื้อหนัก ๆ ที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ และหวังว่าอาหารของทางร้านจะเป็น Comfort Food สำหรับใครหลายคน

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

นอกจากนี้ทางร้านยังไม่ได้เจาะจงสัญชาติหรือประเภทอาหารของตน เพราะด้วยความต้องการที่จะก้าวข้ามการถูกจำกัดความ อาหารของร้านโพสพจึงมีอาหารหลายสัญชาติ และผสมผสานจนเกิดเป็นอาหารหน้าใหม่ได้อย่างลงตัว เช่น พิซซ่าดอย ใช้ผักดองเป็นหน้าพิซซ่า และแป้งทำจากข้าวปุกงา หรือ ข้าวแต๋นทาปาส เป็นการผสมผสานอาหารทานเล่นของสเปนกับไทย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ตามที่บอกไว้ตอนต้น คิมซึมซับเอาวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาไม่มากก็น้อยจากการเดินทางไปแดนอาทิตย์อุทัยหลายต่อหลายครั้ง แนวคิดในการสร้างสถานที่แห่งนี้จึงพยายามให้กลายเป็นสวนญี่ปุ่นที่ผู้คนมาเดินเล่น นั่งคุย หย่อนใจ รวมไปถึงพักเหนื่อยจากการเดินห้างสรรพสินค้าหรือท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นระดับไหล่นชนไหล่ ศอกชนศอก 

แม้เฮงสเตชั่น จะเปิดมาเพียง 2 เดือน แต่ก็มีคนแวะเวียนมาสร้างสีสันให้พื้นที่คึกคักไม่ขาดสาย และคิมเองก็อยากขยับขยายพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงวางแผนจะรีโนเวตโกดังอีกหลังที่อยู่ติดกัน เพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้า ขยายพื้นที่สีเขียว ลดจำนวนพื้นปูน และใกล้ความเป็นสวนที่สุด 

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
Heng Station
  • 142 ซอยรถไฟ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
  • 08 3765 0940
  • Heng Station

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load