28 พฤษภาคม 2565
13 K

ขอนแก่น เมืองแห่งหมูกระทะ!  

จังหวัดขอนแก่นถือเป็นแหล่งรวมร้านหมูกระทะที่เยอะที่สุดแห่งหนึ่งในภาคอีสานเลยก็ว่าได้ เพราะจังหวัดนี้มีทั้งมหาวิทยาลัยและงานใหญ่ ๆ จัดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้มีผู้คนมากหน้าหลายตา วัฒนธรรมการกินหมูกระทะก็หลากหลายตามไปด้วย

ผู้คนในจังหวัดขอนแก่นรักการกินหมูกระทะมาก โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาที่มักจะปาร์ตี้กับเพื่อนฝูงอยู่เสมอ เลยเหมือนเป็นตัวกลางที่คอยเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนเก่า เพื่อนใหม่ รุ่นพี่ รุ่นน้อง หรือคนที่ไม่เคยรู้จัก ร้านหมูกระทะในขอนแก่นจึงมีความหลากหลายเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า 

แต่ละร้านก็สร้างจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่หมูกระทะสมัยใหม่สไตล์บาร์บีคิวปิ้งย่าง ใช้กระทะทองเหลืองกับเตาแก๊ส จนไปถึงหมูกระทะเตาถ่านสไตล์ดั้งเดิมที่ให้กลิ่นหอมถ่าน นอกจากนี้ยังมีการเลือกใช้วัตุดิบอาหารหลากหลาย นำมาหมักหรือปรุงรสตามสไตล์ของแต่ละร้าน ให้เข้ากับน้ำจิ้มสูตรเด็ดของร้านเอง ไม่ว่าจะเป็นซีฟู้ด เผ็ด เปรี้ยว หวาน ต่างก็เข้ากับเนื้อหมูของร้านนั้น ๆ ได้อย่างลงตัว

เราคัดสรร 20 ร้านหมูกระทะในจังหวัดขอนแก่นที่มีของดีของตัวเอง แบบครอบคลุมทุกความหลากหลายในแวดวงหมูกระทะ มาให้ทุกท่านได้เลือกชิมกันตามสไตล์ที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นร้านที่เลือกใช้แต่วัตถุดิบคุณภาพ ร้านที่อาหารหลากหลายราคาคุ้มค่า ร้านสไตล์กินชิลล์ ๆ ในบรรยากาศดี ร้านโต้รุ่งเอาใจคนนอนดึก ซึ่งแต่ละร้านที่เลือกมาต่างมีเอกลักษณ์โดดเด่นแตกต่างกันไป เลือกชิมได้ตามสะดวก

หากได้ลิ้มลองร้านหมูกระทะในขอนแก่นแล้ว บอกได้เลยว่า “แซ่บลืม” 

1. ป.เจริญบาร์บีคิวบุฟเฟต์
รสแท้เนื้อโคขุน ในร้านที่อยู่คู่ มข. มาเนิ่นนาน

ร้านหมูกระทะ ขอนแก่น ป.เจริญบาร์บีคิวบุฟเฟต์

ร้านหมูกระทะปิ้งย่างกระทะทองเหลืองที่อยู่คู่เด็ก มข. มาเนิ่นนาน มีทีเด็ดเรื่องวัตถุดิบและน้ำจิ้ม เมนูอาหารหลากหลาย จุดเด่นคือหมูสามชั้นและเบคอนที่กลิ่นหอมเมื่อย่างจนกรอบได้ที่ เนื้อโคขุนไม่ผ่านการหมัก เวลาย่างจะได้กลิ่นและรสชาติของเนื้อแบบเต็ม ๆ น้ำจิ้มทีเด็ดของร้านมีอยู่ 3 แบบ คือ น้ำจิ้มบาร์บีคิวรสหวาน น้ำจิ้มหมูกระทะรสเปรี้ยว และน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดแซ่บ รวมทั้งผักที่หลากหลายสำหรับย่างและต้ม ครบทั้งประโยชน์และความอร่อย

เวลาเปิด-ปิด : 16.30 – 22.30 น.

ราคา : บุฟเฟต์ 239 บาท 

ที่ตั้ง : https://bit.ly/37TEn1y

โทร : 086 228 3869

2. เดอะนัวหมูกระทะบุฟเฟต์ 
ของดีรสนัว คุ้มเกินราคา

ร้านหมูกระทะ ขอนแก่น  เดอะนัวหมูกระทะบุฟเฟต์ 

ร้านหมูกระทะที่ครบเครื่องลงตัวของใครหลายคน เป็นร้านบุฟเฟต์ราคาย่อมเยา มีวัตถุดิบที่ค่อนข้างดีมาก และยังมีเนื้อวัวที่นุ่มอร่อยคุ้มค่ากับราคา เพราะโดยทั่วไปแล้ว ในราคานี้แทบจะไม่มีร้านไหนที่มีเนื้อวัวรวมในราคาบุฟเฟต์เลย และวัตถุดิบอื่น ๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นหมูสามชั้น เนื้อหมูสไลซ์ อีกทั้งยังมีของกินเล่นที่อร่อยและหลากหลาย อาทิ ขนมจีบ แม้ว่าระยะทางจะค่อนข้างไกลจากโซนนักศึกษา แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนที่ต้องการทานของดีในราคาคุ้มเกินคาด 

เวลาเปิด-ปิด : 15.00 – 23.00 น.

ราคา : บุฟเฟต์ 169 บาท

ที่ตั้ง : https://bit.ly/3F8qpVz

โทร : 094 036 8213

3. Dragon Grill BBQ ขอนแก่น
ปิ้งย่างชั้นดี น้ำจิ้มบาร์บีคิวสูตรเด็ดไม่เหมือนใคร

ร้านหมูกระทะ ขอนแก่น Dragon Grill BBQ ขอนแก่น

ร้านปิ้งย่างกระทะทองเหลืองนี้มีน้ำจิ้มบาร์บีคิวรสเด็ดสูตรเฉพาะสำหรับจิ้มเนื้อ ทางร้านใช้วัตถุดิบคุณภาพจากเบทาโกร สด สะอาด อร่อย วัตถุดิบที่น่าสนใจคือ เบคอน เนื้อหมูสามชั้น เนื้อโคขุนสไลซ์ เมื่อจิ้มกับน้ำจิ้มของทางร้าน รับประทานพร้อมกับข้าวผัดกระเทียม จะได้รสชาติละมุนลงตัว ยิ่งทานคู่กับกะหล่ำปลีซอยตัดเลี่ยน ทานได้เรื่อย ๆ ไม่มีเบื่อ แถมทางร้านยังมีไอศกรีมหลากรสชาติและเฉาก๊วยนมสดเป็นของหวานตบท้ายมื้อด้วย

เวลาเปิด-ปิด : 16.00 – 22.00 น.

ราคา : บุฟเฟต์ 235 บาท

ที่ตั้ง : https://bit.ly/3LDZ2VH

โทร : 064 565 5696

4. ทอมมี่ หมูเกาหลี
หมูหมักนุ่ม น้ำจิ้มเปรี้ยวหวานน้ำลายแตก

ร้านหมูกระทะ ขอนแก่น  ทอมมี่ หมูเกาหลี

ร้านหมูกระทะเตาถ่านแบบดั้งเดิมแบบที่เคยโด่งดังในอดีต หมักหมูได้นุ่ม มีรสชาติเฉพาะตัว เลือกสั่งได้ทั้งเนื้อหมูและเนื้อวัว ผักสดกรอบ น้ำซุปกลมกล่อม บริการรวดเร็ว ทีเด็ดคือน้ำจิ้มที่อร่อยมากซึ่งมี 2 แบบ ได้แก่ น้ำจิ้มซอสหมูกระทะและน้ำจิ้มสูตรเด็ดของร้าน ที่มีลักษณะคล้ายกับน้ำจิ้มซีฟู้ด ให้รสชาติเปรี้ยวอมหวานและเผ็ดนิด ๆ จากรสกระเทียมดอง ทำให้น้ำจิ้มสไตล์ร้านทอมมี่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

เวลาเปิด-ปิด : 15.30 – 23.30 น.

ราคา : 110 บาท / ชุด

ที่ตั้ง : https://bit.ly/3LLwCte

โทร : 083 416 6026

5. มิ่งหมูกะทะ มข. 
หมูกระทะที่เปิดตั้งแต่พระอาทิตย์ตกยันพระอาทิตย์ขึ้น

ร้านหมูกระทะ ขอนแก่น  มิ่งหมูกะทะ มข. 

ร้านหมูกระทะที่ถูกใจนักกีฬาชาว มข. และเอาใจคนนอนดึก เนื่องจากเป็นร้านบุฟเฟต์ที่เปิดยันเช้า ร้านประจำของกลุ่มนักกีฬาที่เล่นกีฬาเสร็จค่ำ และมักจะมองหาร้านบุฟเฟต์ที่คุ้มค่า อร่อย และนั่งคุยกันชิลล์ ๆ ทั้งคืนได้ ที่นี่เลือกได้ตามใจว่าจะปิ้งเตาถ่านหรือเตาแก๊ส อาหารทีเด็ดคือเนื้อหมูสามชั้น หมูสันคอสไลซ์ที่มีทั้งแบบหมักและไม่หมัก เลือกความหอมและหนึบของเนื้อหมูได้เต็มปากเต็มคำ ของหวานชวนชิมของทางร้านคือขนมปังปิ้งเนยนม เป็นเมนูพิเศษไม่เหมือนร้านหมูกระทะไหน ๆ พบได้ที่มิ่งหมูกระทะเท่านั้น

เวลาเปิด-ปิด : 16.30 – 05.00 น.

ราคา : บุฟเฟต์ 169 บาท

ที่ตั้ง : https://bit.ly/3s8zUP7

โทร : 085 000 5452

6. นายตอง หมูกระทะ
เนื้อสไลซ์ย่างพร้อมชีส ในร้านที่นั่งได้ถึงตี 4

ร้านหมูกระทะ ขอนแก่น  นายตอง หมูกระทะ

ร้านหมูกระทะบุฟเฟต์ที่เปิดยันเช้าอีกหนึ่งร้าน เหมาะสำหรับกลุ่มเพื่อน ๆ มานั่งกินชิลล์ ๆ ที่ร้านแบบไม่จับเวลาและราคาย่อมเยา ทีเด็ดของนายตองคือหมูสามชั้นสด ไม่ติดมันมากจนเกินไป เมื่อปิ้งหรือย่าง หมูจะกรอบอร่อยทั้งยังมีเนื้อวัวสไลซ์และชีส รับประทานคู่กันแล้วบอกเลยว่าอร่อยเหมือนขึ้นสวรรค์ และต้องจิ้มกับน้ำจิ้มรสเลิศที่มีถึง 4 รสด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำจิ้มหวาน น้ำจิ้มเผ็ด น้ำจิ้มแจ่ว และน้ำจิ้มซีฟู้ด ถือว่าร้านนี้มีน้ำจิ้มหลากหลายที่สุดก็ว่าได้

เวลาเปิด-ปิด : 16.30 – 04.00 น.

ราคา : บุฟเฟต์ 169 บาท

ที่ตั้ง : https://bit.ly/3y7hdiP

โทร : 088 721 7889

7. โอปอ บุฟเฟ่ต์ 
ปิ้งย่างเบคอนหอมกรอบ อร่อยกับน้ำจิ้ม 2 แบบ

ร้านหมูกระทะ ขอนแก่น โอปอ บุฟเฟ่ต์ 

โอปอ บุฟเฟ่ต์ ย่านกังสดาล เป็นร้านปิ้งย่างบนกระทะทองเหลืองสไตล์บาร์บีคิว จุดเด่นของร้านคือเนื้อสัตว์ อาทิ เบคอนหอมกรอบอร่อย หมูสามชั้นเยิ้ม ๆ และเนื้อโคขุนสไลซ์ที่ต้องจิ้มกับน้ำจิ้มบาร์บีคิวสูตรถั่วคั่ว รสชาติหอมมัน หรือน้ำจิ้มพริกสดสุดแซ่บของร้าน ที่นี่ยังมีอาหารทานเล่นหลากหลาย อาทิ ของหวาน ไอศกรีม ยำรวมที่แซ่บถึงใจ และสลัดผลไม้สูตรเด็ดสำหรับคนรักสุขภาพ

เวลาเปิด-ปิด : 16.30 – 22.30 น.

ราคา : บุฟเฟต์ 239 บาท / 269 บาท รวมเครื่องดื่ม

ที่ตั้ง : https://bit.ly/3KzI9u1

โทร : 081 954 0728

8. คิมหมูกระทะ กังสดาล ขอนแก่น
เตาถ่านสไตล์ดั้งเดิม หมูนุ่มหมักงาขาว

ร้านหมูกระทะ คิมหมูกระทะ กังสดาล ขอนแก่น

ร้านหมูกระทะแบบเตาถ่านสไตล์ดั้งเดิม มีสูตรเด็ดหมักหมูด้วยงาขาวทำให้เนื้อนุ่ม รสชาติดี เมื่อย่างบนกระทะเตาถ่านยิ่งได้กลิ่นหอมน่ารับประทาน อีกทั้งยังมีเนื้อวัวสดที่ไม่ผ่านการหมักแต่นุ่มไม่แพ้เนื้อหมู ทีเด็ดอยู่ที่น้ำจิ้มของทางร้าน มี 2 รส ได้แก่ น้ำจิ้มหมูกระทะรสหวานกลมกล่อม อร่อยลงตัว และน้ำจิ้มซีฟู้ด รสชาติออกหวานนิด ๆ เหมาะสำหรับคนไม่ชอบเปรี้ยวมาก

เวลาเปิด-ปิด : 16.00 – 23.00 น.

ราคา : 144 บาท / ชุด

ที่ตั้ง : https://bit.ly/3OTuQb7

โทร : 088 572 9947

9. เจนหมูกระทะ สาขาโนนม่วง ขอนแก่น
ร้านแนวครอบครัว มีแบบชุดและบุฟเฟต์

ร้านหมูกระทะ เจนหมูกระทะ สาขาโนนม่วง ขอนแก่น

ร้านหมูกระทะแบบดั้งเดิม มีความเป็นกันเองเหมือนนั่งกินที่บ้าน มีหลากหลายตัวเลือกให้รับประทาน ไม่ว่าจะเป็นสั่งเป็นชุดนั่งกินสบาย ๆ กับครอบครัว หรือบุฟเฟต์มื้อหนักนั่งกินกับเพื่อน จุดเด่นของทางร้านคือเนื้อหมูหมักที่น้ำหมักไม่ข้นมากนัก ทำให้ได้รสชาติเนื้อหมู น้ำจิ้มสูตรของทางร้านเป็นซอสเปรี้ยวเล็กน้อย ผสมกับกระเทียมและพริกได้รสชาติลงตัว นอกจากนี้ยังเพิ่มตัวเลือกอื่น ๆ ได้ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล อาหารแปรรูป อาหารสด และผักสด 

เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 22.00 น.

ราคา : บุฟเฟต์ 159 บาท / 200 บาท ต่อชุด (1 แถม 1)

ที่ตั้ง : https://bit.ly/38QlFYM

โทร : 095 652 6712

10. โต้งเต้ยเนื้อย่างเกาหลี ตลาดจอมพล
หมูกระทะเตาถ่านยุคคลาสสิก

โต้งเต้ยเนื้อย่างเกาหลี ตลาดจอมพล ร้านหมูกระทะ ขอนแก่น

ร้านหมูกระทะเตาถ่านนี้ให้กลิ่นอายเหมือนหมูกระทะในยุคแรก ๆ ที่เคยเฟื่องฟู เนื้อสัตว์หมักด้วยซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน เรียงตัวในถ้วยอย่างสวยงาม และหั่นมาไม่หนามาก เมื่อนำไปย่างจนสุกจะได้เนื้อหมูกรอบนอกนุ่มใน 1 ชุดมีทั้งเนื้อหมูสไลซ์ หมูสามชั้น ตับหมู หัวใจหมู ผ้าขี้ริ้ว ปลาดอลลี่ ปลาหมึกกรอบ ปลาหมึกสด และชุดผักสุขภาพ เรียกได้ว่าครบเครื่อง น้ำซุปของทางร้านหวานกลมกล่อม ตัดกับน้ำจิ้มที่เปรี้ยวเผ็ดแซ่บ ไม่หวาน รับประทานด้วยกันแล้วกลมกล่อมเหมาะเจาะ สถานที่ลานโล่งของร้านยังสร้างบรรยากาศชิลล์ ๆ ให้นั่งทานได้ทั้งคืนอีกด้วย

เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 22.30 น.

ราคา : 150 บาท / ชุด

ที่ตั้ง : https://bit.ly/3FcCWXT

โทร : 083 743 8161

11. เฮียเปียว หมูเกาหลี สาขากังสดาล
ตำนานหมูหมักสูตรเฮียเปียว

ร้านหมูกระทะ ขอนแก่น เฮียเปียว หมูเกาหลี สาขากังสดาล

ร้านหมูกระทะนี้มีแฟรนไชส์ในหลายจังหวัด โดดเด่นเรื่องหมูหมักสูตรเด็ดของเฮียเปียวที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี มีความนุ่มอร่อยทั้งหมูนุ่มและหมูสามชั้น เมื่อปิ้งย่างบนกระทะทองเหลืองจะได้กลิ่นหอม จิ้มกับน้ำจิ้มสีส้มสูตรเด็ดเฉพาะของเฮียเปียวที่เปรี้ยวนิด ๆ เพิ่มกระเทียม พริกสด มะนาวได้ ที่เด็ดกว่านั้นคือผักชีจีนซอยซึ่งเติมลงน้ำจิ้มได้ไม่อั้น เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้เฮียเปียวอยู่ในอุตสาหกรรมหมูกระทะได้นานกว่าใคร

เวลาเปิด-ปิด : 17.00 – 01.00 น.

ราคา : 129 บาท / ชุด

ที่ตั้ง : https://bit.ly/3MLc1VL

โทร : 088 561 5424

12. บุญดี หมูกระทะ สาขา 2 โอโซน วิลเลจ
หมูสด ผักสะอาด น้ำจิ้มเริ่ด คุ้มราคา

ร้านหมูกระทะ ขอนแก่น เฮียเปียว บุญดี หมูกระทะ สาขา 2 โอโซน วิลเลจ

ร้านหมูกระทะคุณภาพราคามิตรภาพ เนื้อหมูหั่นหนา เครื่องในและอาหารทะเลสดคุณภาพดี ที่สำคัญหมักเนื้อวัวและเนื้อหมูได้นุ่มอร่อยกลมกล่อมมาก เสิร์ฟเป็นชุดพร้อมกับชุดผักสดสะอาด ให้ปริมาณเยอะคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป จิ้มกับน้ำจิ้มงาเผ็ดรสเด็ดหอมหวนเอกลักษณ์ของร้านบุญดี แล้วจะติดใจจนต้องกลับมาเยือนอีกครั้ง 

เวลาเปิด-ปิด : 16.30 – 22.00 น.

ราคา : 250 บาท / ชุด

ที่ตั้ง : https://bit.ly/3LAmcfI

โทร : 090 590 5990

13. S Bar BQ เอสบาร์บีคิว ขอนแก่น
หมูกระทะสไตล์บาร์บีคิว บริการฉับไว

ร้านหมูกระทะ ขอนแก่น S Bar BQ เอสบาร์บีคิว

ร้านสะอาด บริการเร็วฉับไวด้วยพนักงานที่แข็งขันเสมอ เอกลักษณ์ของร้านหมูกระทะปิ้งย่างบนกระทะทองเหลืองคือน้ำจิ้มบาร์บีคิวรสเลิศ จิ้มกับเบคอนย่างกรอบ ๆ หอม ๆ พร้อมทั้งหมูสามชั้นและเนื้อโคขุนสไลซ์ ใครกินก็ติดใจทุกราย ตบท้ายด้วยของหวานเป็นไอศกรีมหลากหลายรส ได้มื้อใหญ่จบวันที่ทำให้กลับบ้านอย่างมีความสุข

เวลาเปิด-ปิด : 16.00 – 23.00 น.

ราคา : 245 บาท 

ที่ตั้ง : https://bit.ly/3vBnph7

โทร : 087 774 1393

14. เล็กหมูกระทะ (โคลัมโบ)
เคล็ดลับซุปอร่อยด้วยการต้มผัก

ร้านหมูกระทะ ขอนแก่น เล็กหมูกระทะ (โคลัมเบีย)

ร้านย่านถนนโคลัมโบที่โดดเด่นเรื่องน้ำซุป ต้มผักแล้วยิ่งหวานกลมกล่อมมาก เนื้อหมูผ่านการหมักมาอย่างดี จิ้มกับน้ำจิ้มสูตรเด็ดของทางร้านที่มีรสเปรี้ยวนิด ๆ จะรู้สึกเข้ากันเป็นอย่างยิ่ง รสชาติอร่อย กินแล้วอิ่มท้องสบายใจ ได้อารมณ์อบอุ่นแบบหมูกระทะสไตล์ดั้งเดิม

เวลาเปิด-ปิด : 17.00 – 23.00 น.

ราคา : 120 บาท / ชุด ซื้อ 2 แถม 1

ที่ตั้ง : https://bit.ly/378tTL5

โทร : 083 584 6645

15. PB หมูกระทะ สาขากังสดาล
ร้านราคาย่อมเยา อาหารหลากหลาย

ร้านหมูกระทะ ขอนแก่น  PB หมูกระทะ สาขากังสดาล

ร้านหมูกระทะนี้มีวัตถุดิบสารพัดแต่ราคาไม่แพงมาก เหมาะกับคนที่ชอบกินหลาย ๆ อย่าง ทั้งหมูกระทะและของกินเล่นที่หลากหลายกว่าใคร ๆ ทั้งของหวาน ผลไม้ ซูชิหลากหลายหน้า เครื่องเคียงสำคัญคือเฟรนช์ฟรายส์ ถือว่าเป็นเฟรนช์ฟรายส์ที่ทอดได้อร่อยที่สุดแห่งหนึ่งเลย 

เวลาเปิด-ปิด : 16.30 – 23.00 น.

ราคา : บุฟเฟต์ 179 บาท 

ที่ตั้ง : https://bit.ly/3s7j9Uq

โทร : 093 226 4690

16. หน้าไหม้ โคขุนกระทะร้อน & ชาบู บุฟเฟ่ต์
ครบเครื่องทั้งปิ้งย่างและชาบูหม้อดิน

ร้านหมูกระทะ ขอนแก่น หน้าไหม้ โคขุนกระทะร้อน & ชาบู บุฟเฟ่ต์

ร้านหมูกระทะนี้มีให้ทั้งเตาหมูกระทะและเตาหม้อดิน ให้ทุกคนได้เลือกกินได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นโคขุนปิ้งย่าง หรือจะชาบูหมูบนหม้อดินก็อิ่มหนำถูกปาก ทั้งยังมีอาหารอื่น ๆ อาทิ ของหวาน ไอศกรีม ของทอดทานเล่น เป็นร้านที่เหมาะสำหรับนั่งกินกับเพื่อนกระเพาะหนักไปยาว ๆ ตลอดทั้งคืน 

เวลาเปิด-ปิด : 16.00 – 23.00 น.

ที่ตั้ง : https://bit.ly/3F7AiTo

โทร : 095 714 8456

17. เพ้งเนื้อย่างเกาหลี ขอนแก่น
ร้านเนื้อย่างเก่าแก่ที่ขนซีฟู้ดมาทั้งทะเล

ร้านหมูกระทะ ขอนแก่น  เพ้งเนื้อย่างเกาหลี ขอนแก่น

ร้านเนื้อย่างที่อยู่คู่จังหวัดขอนแก่นมาเนิ่นนาน มีอาหารให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล ปู หมู หมึก กุ้ง หอย เรียกได้ว่าเหมือนได้นั่งกินที่ริมทะเล นอกจากอาหารซีฟู้ดครบเครื่อง หมูสามชั้นที่นี่ก็ไม่แพ้กัน จิ้มกับน้ำจิ้มหมูกระทะของร้านทั้ง 3 แบบแล้ว บอกเลยว่าฟินสุด ๆ 

เวลาเปิด-ปิด : 16.00 – 00.00 น.

ราคา : บุฟเฟต์ 199 บาท / บุฟเฟต์ซีฟู้ด 299 บาท

ที่ตั้ง : https://bit.ly/3OLXNWu

โทร : 043 225 989

18. สำรวยการกิน หมูกระทะชั้น2
หมูหมักหอมพริกไทย ในบรรยากาศโฮมมี่

ร้านหมูกระทะ ขอนแก่น สำรวยการกิน หมูกระทะชั้น2

ร้านหมูกระทะเล็ก ๆ ย่านกังสดาล มีลักษณะเป็นเหมือนบ้านไม้ 2 ชั้น  บอกเลยว่ากินขาดเรื่องบรรยากาศ เพราะดูอบอุ่นเหมือนทานที่บ้านตัวเอง วัตถุดิบผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี เช่น หมูหมักที่สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลและหอมพริกไทย ผักสดสะอาดน่ารับประทาน ทีเด็ดอยู่ที่น้ำจิ้มครบรส ทั้งเปรี้ยวและหวานเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ พบได้ที่สำรวยหมูกระทะเท่านั้น

เวลาเปิด-ปิด : 17.00 – 22.00 น.

ราคา : 119 บาท / ชุด

ที่ตั้ง : https://bit.ly/3ydLpJ0

โทร : 082 994 6656

19. ฟ้าสางหมูกระทะ
หมูกระทะรอบดึก เปิดยันฟ้าสางสมชื่อ

ร้านหมูกระทะ ขอนแก่น  ฟ้าสางหมูกระทะ

ร้านหมูกระทะเอาใจคนนอนดึก เปิดทุกวันจนถึงตี 5 เนื้อหมูของร้านนี้ไม่แช่น้ำหมักหมู เหมาะสำหรับคนชอบรับประทานเนื้อแบบแห้ง ๆ และทำให้เวลาย่างกระทะจะไหม้ช้า ได้รสชาติของเนื้อหมูแบบเต็ม ๆ เมนูน่าสั่งคือชุดหมู+ซีฟู้ด เอาใจคนชอบอาหารทะเล น้ำจิ้มของร้านนี้มี 2 สูตร ได้แก่ น้ำจิ้มหมูกระทะแบบหวาน และน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเปรี้ยวนิด ๆ 

เวลาเปิด-ปิด : 19.00 – 05.00 น.

ราคา : 149 บาท / ชุด

ที่ตั้ง : https://bit.ly/3LFxj7f

โทร : 063 937 0467

20. ไซโกะ ทะเลเผา ริมบึงหนองโคตร
ซีฟู้ดอลังการ แบบฉบับทะเลเผา

ร้านหมูกระทะ ขอนแก่น ไซโกะ ทะเลเผา ริมบึงหนองโคตร

พูดชื่อร้านแล้ว ก็รู้ได้เลยว่าอาหารซีฟู้ดต้องมีเน้น ๆ แน่นอน ร้านไซโกะโดดเด่นมากเรื่องอาหารทะเลที่หลากหลาย อาทิ กุ้ง หอย ปู ปลาหมึก หอยแครง และน้ำจิ้มซีฟู้ดที่บอกได้เลยว่าจัดจ้านในย่านบึงหนองโคตร

เวลาเปิด-ปิด : 17.00 – 23.00 น.

ราคา : บุฟเฟต์ 259 บาท

ที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/XCFSYc7nm85gunGj9 

โทร : 095 645 1251

Writer

สมพร บงบุตร

มนุษย์ผู้หลงใหลหมูกระทะ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยขอนแก่น ชอบกินหมูกระทะเป็นอาหารหลัก และจะยังคงกินอย่างนั้นตลอดไป

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

19 พฤศจิกายน 2565
1 K

“เดือนนี้ไปเที่ยวกรุงเทพฯ กับเราไหม” 

ประโยคคำถามสั้น ๆ ที่เราอยากให้ทุกท่านสะกิดชวนคนข้างกาย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คนรัก หรือครอบครัว ให้ร่วมกันคว้ากระเป๋า สะพายกล้อง และตบเท้าออกจากบ้าน มาสร้างความทรงจำร่วมกันกับกรุงเทพมหานคร ในเทศกาล Colorful Bangkok 2022 ฤดูหนาวนี้มีนิทรรศการมากมายที่ตระเตรียมไว้ให้ทุกท่านได้มาเชยชม ทั้งการจัดแสดงภาพศิลปะจากศิลปินมากฝีมือ การแสดงแสงสีสุดอลังการริมแม่น้ำเจ้าพระยา และการแสดงดนตรีรวมถึงละครเวทีที่น่าตื่นตาตื่นใจ ฉะนั้น ไม่ว่าจะฉายเดี่ยว มาเป็นคู่ หรือยกพวกพ้องมาเสพงานศิลป์ ชมแสงสี หรือดื่มด่ำกับเสียงดนตรีก็ดี เดือน 11 นี้กรุงเทพมหานครจะเต็มไปด้วยความสนุกสนานหลากสีสัน ตอบโจทย์คนทุกเพศทุกวัยแน่นอน

คอลัมน์ Take Me Out ขอส่งมอบเช็กลิสต์ที่มัดรวมกว่า 20 นิทรรศการศิลปะ แสงสี และดนตรีจากทั่วทุกสารทิศของกรุงเทพมหานคร ประจำเดือนพฤศจิกายน ให้เป็นของขวัญชิ้นพิเศษ 

ถ้าพร้อมแล้ว ก็คว้าแขนคนข้าง ๆ ออกเดินทางไปพร้อมกันเลย!

หมวดที่ 1 
นิทรรศการศิลปะ

01 
Mind and Body: An Abstract Conversation

นิทรรศการงานศิลป์เชิงนามธรรม ชวนขบคิดเรื่องกายและจิตของ 6 ศิลปินหญิง 

กายและจิต เป็นสองสิ่งที่สัมพันธ์กันอย่างยากที่จะแยกขาด 

หากพลังใจมา แรงกายย่อมเกิด แต่ถ้าใจไม่สู้ ร่างกายก็คงต้องยอมยกธงขาวไปตามระเบียบ

ประเดิมกิจกรรมแรกด้วยนิทรรศการ Mind and Body: An Abstract Conversation ที่ คิด-คณชัย เบญจรงคกุล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA BANGKOK) มาเป็นภัณฑารักษ์

ภาพ : MOCA Bangkok

งานนี้เหมาะกับผู้ที่อยากสงบจิต สงบใจ แนะนำให้จูงมือกันไปสำรวจและทบทวนเบื้องลึกของจิตใจที่สัมพันธ์กับการกระทำทางกาย ผ่านการเดินชมงานศิลปะเชิงนามธรรมหลากหลายรูปแบบ ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม และศิลปะการจัดวาง จากฝีไม้ลายมือ 6 ศิลปินหญิง ได้แก่ อัจจิมา เจริญจิตร, อลิสา ฉุนเชื้อ, กวิตา วัฒนะชยังกูร, ชนิดา อรุณรังษี, เต็มใจ ชลศิริ และ ศรีวรรณ เจนหัตถการกิจ ที่เรียนรู้กระบวนการฝึกจิตให้นิ่ง ด้วยการโฟกัสกับการวาดรูปแทนการจมจ่อมอยู่กับอาการปวดกระดูกของตน จนเกิดไอเดียในการนำโครงกระดูกและหัวกะโหลกมาเป็นองค์ประกอบในภาพวาด

ภาพ : MOCA Bangkok

เรารับรองว่านอกจากคุณจะได้เสพงานศิลป์เพื่อสร้างความสุนทรีย์จากนิทรรศการนี้แล้ว คุณจะตกตะกอนความคิดจนรู้เท่าทันจิต เข้าใจตนเอง รวมถึงเข้าใจผู้อื่นอย่างแท้จริงด้วย 

จัดแสดงถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.30 – 19.30 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : ART Space by MOCA BANGKOK โรงแรมโฟร์ซีซันส์ 300/1 ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

02
BRUTAL CLUB A Solo Exhibition by Karms

นิทรรศการภาพวาดสีน้ำมัน คาแรกเตอร์มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

หนึ่งในศิลปินมาแรงไม่แพ้ใคร ก้าม-ธรรมธัช สายทอง หรือ KARMS มาพร้อมกับนิทรรศการ BRUTAL CLUB ภาพวาดสีน้ำมันชุดใหม่ แต่คงความเอกลักษณ์โดดเด่นไว้เช่นเคย ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘อิสระในกรงขัง’ แสดงให้เห็นจิตใจของมนุษย์อีกด้านหนึ่งที่ยากแท้หยั่งถึง รอคอยการปลดปล่อยสู่โลกภายนอก แต่โลกภายนอกที่คิดว่าอิสระอาจเป็นเพียงกรงขังอีกใบที่ขยายใหญ่ขึ้นเท่านั้นเอง โดยเขาเปิดเผยอีกแง่มุมของจิตใจผ่านคาแรกเตอร์ภูตผีตัวจ้อยสุดน่ารัก แฝงด้วยความประหลาดพิลึกชวนฉงน ที่ดึงดูดพวกเราเดินเข้าไปชมงานในห้องจัดแสดงมืด ๆ อันลึกลับ

หากอยากมาตื่นเต้นไปกับมุมมืดของจิตใจมนุษย์ที่ถูกบดบัง และชมภาพวาดจิตรกรรมดั้งเดิมผสานองค์ประกอบศิลป์ของแสง สี และเงา อันเป็นเอกลักษณ์จากศิลปินคนนี้ มาพบกันได้ในนิทรรศการ เพราะภูตผีน้อยทุกตัวรอคอยให้คุณเปิดประตูและเข้าไปเยี่ยมชมอยู่ในห้วงแห่งความลึกลับ

จัดแสดงถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 เวลา 11.00 – 19.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : River City Bangkok 23 ซอยเจริญกรุง 24 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2237 0077

03
ที่ชอบที่ชอบ : Do what you like | Love what you do

นิทรรศการศิลปะนานาเทคนิค จากเหล่าศิลปินอิสระที่จัดนิทรรศการทำในสิ่งที่ชอบ

หากพูดถึงนิทรรศการศิลปะ คงเต็มไปด้วยศิลปินที่พร้อมนำเสนอผลงานของตัวเองออกมาด้วยความจริงจังและตึงเครียด แต่ไม่ใช่สำหรับนิทรรศการ ‘ที่ชอบที่ชอบ’ นำทีมโดย สันติ แต้พานิช และผองเพื่อน ที่นิยามตนว่าเป็นเพียงคนชอบทำงานศิลปะ นำเสนอผลงานออกมาในแบบที่ตนชอบ โดยมีคอนเซ็ปต์งานว่า “ทำในสิ่งที่ชอบ ชอบในสิ่งที่ทำ” บอกเลยว่างานที่จัดแสดงก็สมกับชื่อนิทรรศการ

ภายในงานรวบรวมความชอบศิลปะของศิลปินแต่ละคนจากหลากหลายแขนงและเทคนิค มีผลงานตั้งแต่ภาพถ่ายยันภาพวาด ทุกคนที่มาชมงานจะพบกับความชอบของ สันติ แต้พานิช, แคลร์ ปัจฉิมมานนท์, อุษา มานิตานนท์, พนอจิต, มนุษย์ถั่ว, คณธร ทับวิไล และ โต๊ด โกสุมพิสัย ผ่านทางนิทรรศการนี้ เรียกได้ว่าถูกใจคนชื่นชอบงานศิลป์แน่นอน

ศิลปินทุกคนยังยืนยันคำเดิมว่า แค่อยากทำในสิ่งที่ชอบ ไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่านั้น พวกเขาหวังแค่เพียงผู้คนที่มาพบเห็นจะรู้สึกชอบมันไปด้วยไม่มากก็น้อย

จัดแสดงถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 เวลา 12.00 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : 6060 Art Space 27 ซอยประดิพัทธ์ 21 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 1890 1554

04 
Wherever Belong It Whenever Comfort

นิทรรศการปุยเมฆแห่งความสบายใจ ให้ผู้ชมมาปล่อยใจคิดถึงสถานที่ที่รักอย่างอิสระ 

ทุกคนมีสถานที่ในใจที่นึกถึงเมื่อไหร่ก็เป็นความสบายใจเสมอ ไม่ว่าก้อนความทรงจำนั้นจะเกิดขึ้นในวัยเด็กหรือวัยผู้ใหญ่ก็ตาม นี่คือนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของ Petchsh หรือ เพชร-สิระ หอมจันทร์ ศิลปินผู้ถ่ายทอดก้อนความคิดที่มีต่อสถานที่ต่าง ๆ ออกมาเป็นภาพปุยเมฆขาวล่องลอยเหนือบรรยากาศของวันวาน เพชรเน้นสำรวจก้อนความถวิลหาอดีตในด้านบวก ถ่ายทอดออกมาทั้งอดีตที่เกิดขึ้นจริงและอดีตในจินตนาการ เธอชักชวนให้พกภาพถ่ายสถานที่ในใจมาด้วย เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ Interactive กับประติมากรรมเชิงจัดวางที่จะได้พรินต์ภาพนิ่งติดไม้ติดมือกลับบ้านเป็นที่ระลึก

มานั่งปล่อยใจล่องลอยดั่งปุยเมฆไปพร้อม ๆ กันในนิทรรศการ Wherever Belong It Whenever Comfort พื้นที่ที่ให้เราตกอยู่ในห้วงความคิดที่มีต่อสถานที่ใดสถานที่หนึ่งอย่างเต็มที่ ไม่ว่าประสบการณ์นั้นจะเคยเกิดขึ้นจริงหรือเป็นเพียงความฝันก็ตาม เพื่อให้สารสุขในสมองออกมาทำงาน ให้จิตใจเกิดความเบาสบาย และปลายทางเพื่อให้ผู้ชมได้รับสภาวะ ‘ตัวเบา’ ดั่งปุยเมฆเมื่อออกจากสถานที่แห่งนี้ 

จัดแสดงถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 เวลา 07.30 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : Palette Artspace ชั้น 4 เลขที่ 1057 ซอยสุขุมวิท 55 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร (แผนที่

โทรศัพท์ : 06 4587 6788

05
India My Love (อินเดียมายเลิฟ) 

นิทรรศการภาพถ่ายสตรีทธรรมดาแต่เหนือจริงของมือกีต้าร์วงทีโบน

ธรรมดาแต่น่าพิศวงอาจเป็นคำจำกัดความที่พอจะอธิบายนิทรรศการชุดภาพถ่ายสตรีท ‘อินเดียมายเลิฟ’ ของ กอล์ฟ-นครินทร์ ธีระภินันท์ มือกีต้าร์วงทีโบนได้ กอล์ฟเอาชนะความกลัวอินเดียของเขาด้วยการเก็บภาพฝูงชน ความสับสนอลหม่าน และสิ่งที่พบเจอข้างทาง จนประกอบร่างออกมาเป็นนิทรรศการภาพถ่ายเดี่ยวครั้งแรก

เขาหันมาสนใจการถ่ายภาพสตรีทอย่างจริงจัง เพราะมองว่าการถ่ายภาพประเภทนี้ใช้ทักษะคล้ายคลึงกับการด้นสดตอนเล่นกีตาร์ ต้องลื่นไหล เป็นอิสระ และกลืนไปกับสิ่งรอบข้าง นี่เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาคว้ากล้องและออกเดินทางไปยังอินเดีย การบันทึกภาพผ่านเลนส์ในครั้งนี้ทำให้กอล์ฟตกหลุมรักประเทศนี้เข้าอย่างจัง 

หนึ่งในภาพจำของนิทรรศการนี้คือ ภาพเศียรของพระศิวะลอยปริ่มน้ำ โดยมีมือหญิงสาวเล็บสีเขียวจับราวด้านหน้าเอาไว้ คล้ายกับพยุงตัวไม่ให้จมน้ำ ยิ่งมองยิ่งชวนฉงน แลดูเหนือจริง แต่ก็ชวนตั้งคำถามว่า ผู้ถ่ายกำลังพยายามสื่อสารอะไร เราอาจได้เห็นอินเดียมาหลากหลายรูปแบบ แต่รับรองว่าอินเดียในมุมมองของกอล์ฟนั้น สะท้อนความจริงและความแตกต่างได้อย่างน่าพิศวง

จัดแสดงถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2565 ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ เวลา 11.00 – 18.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : Kathmandu Photo Gallery เลขที่ 87 ถนนปั้น แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร (แผนที่

โทรศัพท์ : 0 2234 6700 หรือ 08 5199 4050

06 
Yesterday I was, Tomorrow I will be 

นิทรรศการเดี่ยวครั้งสุดท้ายของ Pomme Chan ตอกย้ำแนวคิดความสำเร็จต้องใช้เวลา

กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว ความสำเร็จก็เช่นกัน

ปอม-ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง หรือ Pomme Chan ศิลปินนักวาดภาพประกอบสินค้าผู้เลื่องชื่อและคว่ำหวอดอยู่ในวงการศิลปะมากว่า 2 ทศวรรษ เธอเป็นคนหนึ่งที่พิสูจน์แล้วว่า ‘Good things take time’ เพราะสิ่งดี ๆ ย่อมใช้เวลาในการสร้างให้มันเกิดขึ้น

ภาพ : River City Bangkok

นิทรรศการ Yesterday I was, Tomorrow I will be จึงเปรียบเสมือน Lifetime Exhibition ขนาดย่อมที่รวบรวมผลงานกว่า 1,000 ชิ้นมาจัดแสดงไว้ ณ ที่เดียว แอบกระซิบว่ามีตั้งแต่ผลงานที่เธอวาดเป็นชิ้นแรก รวมถึงผลงานที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนด้วย เช่น ผลงาน Tiger รูปปั้นเสือหน้าตาน่ารักประดับลวดลายด้วยดอกไม้ตามตัว สะท้อนให้เห็นตัวตนของเธอในแง่มุมที่คนทั่วไปอาจไม่เคยคิดถึง ว่าเธอเป็นนั้นเป็นคนใจดีคนหนึ่ง ขัดกลับภาพลักษณ์ที่บางคนอาจมองว่าเธอดูน่าเกรงขามและเข้าถึงยาก

ภาพ : River City Bangkok

ความน่าสนใจของนิทรรศการนี้อยู่ที่การเล่าเส้นทางอาชีพของ Pomme Chan โดยไล่เรียงเป็นไทม์ไลน์ ตั้งแต่วันที่เธอเริ่มตะหวัดปากกาหมึกดำเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน วันที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมความงดงามให้แก่ลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ มีโอกาสได้ร่วมงานกับสินค้าแบรนด์ดังระดับโลก จนประสบความสำเร็จถึงขนาดเปิดแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านเป็นของตัวเอง

ภาพ : River City Bangkok

พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง เพราะครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ Pomme Chan จะจัดแสดงผลงานในฐานะนักวาดแล้ว เพราะหลังจากนี้เธอจะหันไปสวมหมวกนักธุรกิจเต็มตัว

จัดแสดงถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : River City Bangkok 23 ซอยเจริญกรุง 24 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2237 0077

07
Bangkok Art Biennale 2022 (BAB)

เทศกาลศิลปะจากศิลปินนานาชาติในหลากโลเคชันทั่วกรุงเทพฯ

Bangkok Art Biennale 2022 กลับมาในธีม ‘โกลาหล : สงบสุข’ (CHAOS : CALM) สะท้อนความโกลาหลทางสิ่งแวดล้อมที่โลกกำลังเผชิญ ขณะเดียวกันการปรับตัวเพื่อสร้างความสงบทางจิตใจก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เผ่าพันธุ์ของเราดำรงอยู่ต่อไป โดยครั้งนี้กรุงเทพมหานครจับมือกับแม่ทัพใหญ่อย่าง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ส่งท้ายโควิดด้วยการจัดนิทรรศการแสดงศิลปะนานาชนิดกว่า 200 ชิ้น จากศิลปินกว่า 73 ชีวิต เพื่อสะท้อนมุมมองของศิลปินในยุคหลังวิกฤตโรคระบาด

ไปดูงานศิลปะจัดวางของปรมจารย์ แอนโทนี กอร์มลีย์ (Antony Gromley) จัดแสดง ณ วัดโพธิ์ สะท้อนให้เห็นความสนใจที่เขามีต่อศาสนาพุทธและเชน โดยงานชิ้นแรก ‘Connect’ จะเชื่อมโยงระหว่างที่ว่าง แสงสว่าง เข้ากับโครงร่างของมนุษย์ และชิ้นที่สอง ‘Contain’ แสดงถึงร่างกายที่สำนึกรู้

ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคืองาน ‘The Standard’ ของ น้ำอุ่น-พิชชาภา หวังประเสริฐกุล กล่องสี่เหลี่ยมใสขนาดพอดีตัวที่มีเธอนั่งอยู่ข้างในพร้อมใช้ชีวิตและอิริยาบถทั่วไปในชีวิตประจำวัน งานนี้สะท้อนใจใครหลายคนให้เห็นภาพชีวิตมนุษย์เงินเดือนที่ถูกกดขี่จากระบอบสังคมทุนนิยม ซึ่งบอกให้เราพอใจกับความอัตคัด แลดูอึดอัด สิ้นหวัง ราวกับติดคุกกระจกที่มองไม่เห็น แต่จะผลักออกก็ไม่ได้ 

ทีเด็ดสุดท้ายที่เราอยากให้ไปเยี่ยมชมคือ งานศิลปะเสมือนจริง (Virtual Art) ของ Uninspired by Current Events ที่เน้นรังสรรค์งาน จิกกัด เสียดสีสังคมปัจจุบันสมชื่อด้วยธีมเหนือจริง

ภาพของเขาติดตาอย่างน่าพิศวง เหมือนคำถามปลายเปิดที่ติดอยู่ในห้วงความคิดให้เราตีความว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร ในเทศกาลใหญ่อย่าง BAB แน่นอนว่า Uninspired by Current Events ไม่ได้มีแค่ภาพมาจัดแสดง แต่ยังนำเสนอเกมที่มีวัตถุหลักเป็นอนุสาวรีย์สำคัญ ๆ ในประเทศไทยให้ผู้ชมเข้าไปลองเล่น ซึ่งในตัวเกมยังไม่วายชวนผู้ชมตั้งคำถามเกี่ยวกับขั้วอำนาจทางการเมืองไทยด้วย

ศิลปิน แอนโทนี กอร์มลีย์

งานจัดแสดงถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 08.00 – 18.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) 

2 ถนน สนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร  (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 3057 7100

ศิลปิน พิชชาภา หวังประเสริฐกุล และ Uninspired by Current Events 

งานจัดแสดงถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 10.00 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชั้น 8-9

939 ถนนพระรามที่ 1 แขวง วังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2214 6630

08
I TOMATO YOU

นิทรรศการที่พกความแสบซ่าและความน่ารักมากองไว้เต็มอก

         Tomato Girls คือชื่อคาแรกเตอร์ของเด็กหญิงมะเขือเทศแก้มแดง 2 ลูก บนภาพวาดสีสันสดใสของ สิรินาฏ สายประสาท หรือที่รู้จักกันในชื่อ S I R I ศิลปินเจ้าของนิทรรศการเดี่ยว I TOMATO YOU ที่กำลังจัดแสดงอยู่ ณ ไอคอนสยามในเวลานี้       

ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่ S I R I กำลังฝึกฝนการวาดภาพ ควบคู่ไปกับการเฝ้ามองลูกแฝดทั้งสองค่อย ๆ เติบโต วันนั้น ขณะสองแฝดกำลังวิ่งซุกซนอย่างสนุกสนาน เธอก็สังเกตเห็นสีแดงระเรื่อราวกับมะเขือเทศแต้มอยู่บนแก้มทั้งสองข้างของเด็กทั้งสองคน จึงอดไม่ได้ที่จะบันทึกภาพความสดใสที่เต็มล้นไปด้วยบริสุทธิ์เอาไว้ นั่นคือจุดเริ่มต้นคาแรกเตอร์สุดน่ารักบนงานวาดที่เปี่ยมไปด้วยความรัก

ความโดดเด่นของภาพวาดที่ S I R I ถ่ายทอด คือเรื่องราวน่ารักของเด็กหญิงมะเขือเทศแก้มสุกปลั่งในสถานการณ์ต่าง ๆ ผ่านลายเส้นซุกซน เข้าถึงง่าย แต่แฝงไว้ซึ่งปรัชญาแนวคิดการเทียบเคียงของสิ่งรอบตัวเอาไว้ให้ชวนค้นหาคำตอบ

การวาดรูปสร้างความสุขได้ไม่ต่างจากการที่ได้เลี้ยงดูลูกแฝดทั้งสอง รูปภาพของเธอจึงเต็มไปด้วยความรักและสีสันสดใส ทำให้ผู้พบเห็นมองแล้วเบิกบานไปทั้งหัวใจจนต้องเผลอยิ้มออกมา

นั่นเองคือหัวใจหลักของผลงานจากศิลปินนาม S I R I 

จัดแสดงถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 เวลา 11.00 – 21.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : ไอคอนสยาม 299 ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2495 7080

09
Old Wound (แผลเก่า)

นิทรรศการภาพจิตกรรมที่ยืมต้นแบบมาจากหน้าปกสื่อสิ่งพิมพ์

‘แผลเก่า’ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่ความรักของขวัญกับเรียม แต่ยังสะท้อนถึง ‘แผลเรื้อรัง’ ในสังคมไทยที่กินเวลายาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ การเมืองการปกครอง ทหาร และภาพลักษณ์ของพระราชวังในอดีต นิทรรศการเดี่ยวโดย ประทีป สุธาทองไทย ศิลปินผู้รักการตั้งคำถาม ได้จัดแสดงผลงานกว่า 25 ชิ้น โดยครั้งนี้ประทีปจัดวางตัวเองเป็น ‘สื่อ’ ในร่างจิตรกร

เขารังสรรค์ผลงานแบบหนึ่งต่อหนึ่งจากหน้าปกของสื่อสิ่งพิมพ์ไทยหลากยุคสมัย อาทิ หนังสือพิมพ์ ประชาชาติ นวนิยาย แผลเก่า หนังสือ ละครการเมือง และ อนุสาร อ.ส.ท. เพื่อสะท้อนอิทธิพลของสื่อในการสร้างภาพจำในแต่ละยุคสมัย งานจิตรกรรมชุดนี้ทำหน้าที่เป็นสื่อที่ศิลปินต้องการถ่ายทอดอย่างตรงไปตรงมาโดยไร้ซึ่งอคติและอารมณ์ร่วม เพื่อให้ดวงตาของผู้ชมได้ทำหน้าที่เป็น ‘ตัวแปร’ ในการตีความด้วยบริบทของสังคมในปัจจุบัน มาช่วยกันสำรวจวิธีการจัดวางตัวอักษรและภาพว่าประทีปจะซ่อนบทสนทนาทางสังคมอะไรไว้ในงานชุดนี้บ้าง 

จัดแสดงถึงวันที่ 21 มกราคม 2566 เวลา 10.00 – 18.00 น. (เข้าชมฟรี)

(เปิดวันอังคาร-เสาร์ ปิดทุกวันอาทิตย์-จันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

สถานที่ : SAC Gallery ชั้น 1 ซอยสุขุมวิท 39 ถนนสุขุมวิท ใกล้กับ Raveevan Suite, 39 Boulevard (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 4669 8237 และ 0 2258 5580 ต่อ 401

10
The Art of Banksy: “Without Limits” 

นิทรรศการเสียดสีสังคมของศิลปินสตรีทอาร์ตชาวอังกฤษจัดแสดงที่ไทยครั้งแรก

เชื่อว่าต้องเคยผ่านตากันมาบ้างกับผลงานของ Banksy ศิลปินสตรีทอาร์ตนิรนามสัญชาติอังกฤษ อย่าง Girl with Ballon ภาพเด็กผู้หญิงทำท่าไขว่คว้าหรือปล่อยลูกโป่งล่องลอยไปในอากาศ หรือ Rage, The Flower Thrower ภาพชายขว้างระเบิดช่อดอกไม้ เขาขับเคลื่อนสังคมผ่านเนื้อหาที่กระตุ้นให้ฉุกคิดถึงการเมือง เสียดสีสังคมและทุนนิยมอย่างเจ็บแสบ ทว่าสอดแทรกความขบขันอยู่ในที

ฤกษ์งามยามดี ประเทศไทยจัดงานนิทรรศการ The Art of Banksy: Without Limits เป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากตระเวนทัวร์มาแล้ว 18 เมืองทั่วโลก มีผู้ชมไม่ต่ำกว่าล้านคน

คิด-คณชัย เบญจรงคกุล เป็นภัณฑารักษ์จัดงาน ด้วยความตั้งใจให้งานนี้เป็นเหมือนสถานที่รวบรวมชิ้นงานของ Banksy ที่กระจัดกระจายอยู่ตามท้องถนน ให้คนทั่วไปเข้าชมได้โดยไม่ต้องตีตั๋วไปไกลถึงต่างประเทศ นิทรรศการครั้งนี้รวบรวมผลงานหลากหลายรูปแบบไว้กว่า 150 ชิ้น โดยมีผลงานจริง 32 ชิ้น รวมถึงผลงานที่ทำซ้ำขึ้นมาด้วยเทคนิค Stencil หรือการฉลุลาย

ไฮไลต์ของงานที่พลาดไม่ได้ คือ ผลงานชิ้นยักษ์ใหญ่ อย่างการจำลอง Dismaland สวนสนุกสุดหดหู่ และ Infinity Room ห้องกระจกที่พาเราไปท่องโลกของ Banksy อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เพราะเป้าหมายของนิทรรศการคือความต้องการสร้าง Total Experience ที่ดีให้แก่ผู้เข้าชม มากกว่าการแปะป้ายว่างานไหนเป็นงานออริจินัลหรืองานทำซ้ำ เราจึงอยากเชิญชวนเพื่อนนักอ่านมาร่วมทำความเข้าใจและขบคิดถึงสาระสำคัญที่แฝงไว้ในงานศิลป์ของ Banksy ด้วยกัน

จัดแสดงถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 (ปิดทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 – 18.00 น.

ค่าเข้าชม : บัตรราคาใบละ 250 บาท

สถานที่ : MOCA BANGKOK ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2016 5666

หมวดที่ 2
การละครและดนตรี

01
โขน ตอน ‘สะกดทัพ’

ยกขบวนชมการต่อสู้สุดตระการตาของหนุมานและไมยราพ

นอกจากงานศิลปะร่วมสมัยที่เล่ามาข้างต้น Colorful Bangkok ยังชวนทุกคนออกมาสร้างความสุขในวันหยุดด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา และผู้ที่สนใจศิลปวัฒนธรรมต้องไม่พลาดการแสดงโขน ตอน ‘สะกดทัพ’ โดย มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพราะเต็มไปด้วยแสง สี เสียง สุดแสนตระการตา พร้อมกับโชว์สุดพิเศษที่มีความโดดเด่น 5 จุดใหญ่ 

จุดที่ 1 นี่เป็นครั้งแรกที่มีการฟื้นฟูเพลงหน้าพาทย์ดำเนินพราหมณ์ที่ใช้กับตัวโขนไมยราพ ซึ่งมีความเป็นมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ หาได้ยากในปัจจุบัน โดยมี อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย เป็นที่ปรึกษาอาวุโส และมีกระบวนท่ารำที่ไม่ค่อยปรากฏที่ไหน แต่มีแสดงโชว์ในงานนี้

จุดที่ 2 เตรียมพบกับความอลังการและศิลปะความงามฉบับไทยกับการแต่งองค์ทรงเครื่องของไมยราพตามบทพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 1 แถมออกแบบเครื่องแต่งกายขึ้นมาใหม่กว่า 100 ชุด

จุดที่ 3 คือความสนุกสนานเร้าใจจาก ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้กำกับการแสดงและเขียนบท ที่ใส่การผจญภัยของยอดทหารวานรที่ต้องฝ่าฟัน และความมันอีกหลาย ๆ ด่านเอาไว้ในเนื้อเรื่อง รับประกันความสุดเหวี่ยง ถึงขั้นต้องใช้นักแสดงบทหนุมานถึง 7 คนในการแสดงแต่ละรอบ

จุดที่ 4 ความอลังการของฉากและเทคนิคกลไกสุดน่าทึ่ง สร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษ

และความพิเศษจุดที่ 5 คือความสามารถของนักแสดงโขนรุ่นเยาว์ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ใช้เด็กประถมศึกษา 7 คน อายุตั้งแต่ 9 ปี ซึ่งฝึกฝนอย่างเข้มข้นเพื่อรับบท มัจฉานุ ลูกชายของหนุมานกับนางสุวรรณมัจฉา เป็นความพิเศษสุดที่ใช้พลังของนักแสดงตัวจิ๋วในการโชว์ครั้งนี้ด้วย

จัดแสดงถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2565 เวลาขึ้นอยู่กับรอบการแสดง

ค่าเข้าชม : นักเรียน 180 บาท บุคคลทั่วไป 1,800 / 1,500 / 1,000 / 800 / 600 บาท

สถานที่ : ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย หอประชุมใหญ่ 14 ถนนเทียมร่วมมิตร กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2262 3456

02
เทศกาลละครกรุงเทพ 2565 (Bangkok Theatre Festival 2022)

เทศกาลศิลปะการแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย ฉลองครบรอบความสำเร็จ 2 ทศวรรษ

กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลละครกรุงเทพ ซึ่งจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนเป็นประจำทุกปี ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) และโรงละครทั่วกรุง

ก่อนอื่นขอเล่าประวัติย่อให้ฟังสักนิดว่า เทศกาลละครเวทีกรุงเทพมีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2545 ถือว่าเป็นแพลตฟอร์มศิลปะการแสดงที่ใหญ่ที่สุดในไทย และเป็นศูนย์กลางสำหรับคนที่มีใจรักละครเวที อีกทั้งเป็นพื้นที่สนับสนุนกิจกรรมละครเวที โดยให้โอกาสศิลปินหน้าใหม่ได้เฉิดฉาย ก่อให้เกิดการสร้างและส่งต่อวัฒนธรรมการชื่นชมศิลปวัฒนธรรมไทย จนถึงตอนนี้เทศกาลละครกรุงเทพเดินทางมาถึงปีที่ 20 อย่างเป็นทางการ จึงขอเฉลิมฉลองความสำเร็จด้วยการแสดงหลากหลายประเภทในธีม Reimagine ให้ผู้ชมได้เลือกสรรมากกว่า 30 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นละครใบ้ ละครพูด ละครเพลง นาฏศิลป์ร่วมสมัย ฯลฯ พร้อมทั้งเวิร์กชอป เสวนา และกิจกรรมน่าสนใจอีกมากมาย

ไหน ๆ แล้ว ขอหย่อนรายชื่อการแสดงไว้กระตุ้นความสนใจกันสักหน่อย อาทิ ละครพูด เรื่อง ๔ แผ่นดินs (The Last Ten Years) โดยคณะละครอนัตตา ว่าด้วยเรื่องการออกเดินทางในช่วงสิบปีสุดท้ายที่เหลืออยู่ของมาดามเพ็ชช์ บางกอกเกี้ยนที่มีชีวิตอยู่มาถึง 4 ยุค และการเต้นร่วมสมัย ORGANIZED CHAOS โดย LORDFAI ที่สะท้อนให้เห็นความสำคัญของการเชื่อมโยงและการพึ่งพาอาศัยอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทุกสิ่งมีชีวิต

ใครยังไม่มีแพลนไปเที่ยวไหน อยากชวนมาร่วมชมว่าแต่ละคณะการแสดงเขาจะมีวิธีตีความและถ่ายทอดเรื่องราวในแง่มุมใหม่ ๆ ยังไงกันบ้าง ส่วนใครที่จะพาเพื่อนต่างชาติไปชมด้วยก็ได้ เพราะการแสดงหลายเรื่องมีคำบรรยายเป็นภาษาไทยให้พร้อมสรรพ 

งานจัดแสดงถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2565 เวลาตามตารางการจัดแสดง

ค่าเข้าชม ราคาแตกต่างกันไปสำหรับการแสดงแต่ละเรื่อง

สถานที่ : หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร 939 ถนนพระรามที่ ๑ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2214 6630-8

03 
Zimerman Plays Beethoven Piano concerto No.4 

การแสดงเปียโนคอนแชร์โต โดยนักเปียโนเลื่องชื่อ Krystian Zimerman

นานาความสนุกและงานรื่นเริงที่ขาดดนตรีและเสียงเพลงก็เหมือนหาดทรายไร้ปราสาท กระดาษขาวไร้สีสัน ท่ามกลางเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บทประพันธ์คลาสสิกผลงานชิ้นเอกของ Beethoven คีตกวีข้ามกาลเวลากำลังจะถูกหยิบขึ้นมาบรรเลงอีกครั้ง โดย Krystian Zimerman นักเปียโนเลื่องชื่อชาวโปแลนด์ 

ในวันที่ 22 พฤศจิกายน ยามนาฬิกาบอกเวลา 2 ทุ่ม เป็นเวลาที่ม่านการแสดงเปิดขึ้น บทบรรเลง Orchestral variations on themes of Chopin โดย Anže Rozman ถูกหยิบยกมาทำหน้าที่พาผู้ฟังล่องลอยสู่จักรวาลดนตรีและจินตนาการไร้ขอบเขต เดินทางเชื่อมไปยังดินแดนอันงดงามในบทเพลง Piano Concerto No.4 in G major, Op. 58 ผลงานชิ้นเอกจากคีตกวีข้ามกาลเวลา Ludwig van Beethoven บรรเลงโดย Krystian Zimerman ร่วมกับวง RBSO ก่อนทิ้งท้ายการแสดงปิดม่านด้วยบทบรรเลง Symphony No. 4 in E minor, Op. 98 

ยกนิ้วขึ้นมานับ ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้วซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Krystian Zimerman ได้ขึ้นแสดงคอนเสิร์ตที่ไทยในงาน Zimerman Plays Brahs ทั้งด้วยรางวัลการันตีความสามารถและการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกผ่านท่วงทำนอง ซึ่งสะกดผู้ชมให้ดำดิ่งลงไปในจินตนาการและธารอารมณ์ ทำให้ในตอนนั้นบัตรเข้าชมการแสดงของเขาจำหน่ายจนหมดก่อนถึงวันจัดแสดงเสียอีก

งานจัดแสดงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 เวลา 20.00 น. 

ราคาเข้าชม : 1,000 – 3,200 บาท (ส่วนลดพิเศษ 50% สำหรับนักเรียนและผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป)

สถานที่ : ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย 14 ถนนร่วมมิตร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร (แผนที่)  

โทรศัพท์ : 0 2255 6617-18, 0 2255 9191-2 

หมวดที่ 3 
การแสดงแสงสี

01
ICONSIAM Bangkok Illumination 2022

การประดับไฟครั้งยิ่งใหญ่ริมโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา

5! 4! 3! 2! 1!

นับถอยหลังเตรียมโบกมือส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ในอีก 1 เดือนกว่า ๆ และยิ่งช่วงเวลาแห่งความสุขใกล้เข้ามามากเท่าไหร่ กรุงเทพมหานครเมืองใหญ่ก็ค่อย ๆ ถูกแต่งแต้มด้วยแสงเรืองรองจากไฟประดับประดามากมายเท่านั้น โดยเฉพาะบริเวณริมโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาอันเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้า ไอคอนสยาม ที่ในตอนนี้กำลังส่องแสงพร่างพราวระยิบระยับจากไฟในงาน ICONSIAM Bangkok Illumination 2022 ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ งดงาม ตระการตา จนต้องไปชมให้ได้สักครั้ง

         ตระการตาที่หนึ่ง เป็นการแสดงระบำสายน้ำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การแสดงนี้จัดขึ้นริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สายน้ำพรางพราวเกี่ยวกระหวัดล้อกับแสงไฟและเสียงเพลงสะกดคนดู 

ตระการตาที่สอง อยู่สูงขึ้นไป 7 ชั้นในไอคอนสยาม ณ งาน  INFINITY FOREST By SOFTlab งานจัดแสดงศิลปะแท่งไฟ เมื่อแสงกระทบลงบนผิวน้ำยิ่งทำให้ที่แห่งนี้งดงามมากยิ่งขึ้น 

         ตระการตาที่สาม เป็นไฮไลต์ของงาน คือต้นคริสต์มาสความสูง 20 เมตร ได้รับแรงบันดาลใจจากพิธีบายศรีสู่ขวัญ เปรียบเสมือนเป็นการเรียกขวัญของผู้มาชมไฟให้กลับมาอยู่กับตัว หลังผ่านความยากลำบากมาตลอดปี ในปีนี้กลับมาในคอนเซ็ปต์ SMART SOLAR CHRISTMAS LIGHT เลือกใช้วัสดุตกแต่งหลักเป็นวัสดุรีไซเคิล ไฟประดับตลอดทั้งงานเองก็ใช้พลังงานทางเลือกจากแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นระบบ Solar Cell Hybrid ที่แม้พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไปแล้ว ไฟทุกดวงก็ยังคงสว่างไสวเช่นเดิม

ความตระการตายังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะยังมีอีกหลายจุดกำลังรอคอยการค้นพบ แอบกระซิบว่าที่ชั้นสองและชั้นเจ็ดยังมีงานจัดแสดงไฟที่สวยมาก ๆ อยู่ด้วย

งานนี้รับรองว่าเต็มอิ่มแบบสุด ๆ 

งานจัดแสดงถึงวันที่ 5 มกราคม 2566 (เข้าชมฟรี)

ชมการแสดงน้ำพุได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.00 น. 

วันศุกร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 18.30 น. และ 20.00 น.

สถานที่ : ไอคอนสยาม 299 ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2495 7080

02 
Vijit Chaophraya Thailand 

งานแสดงแสงสีสุดยิ่งใหญ่ประจำปีเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา

หลังเผชิญโควิดมาร่วมปี การท่องเที่ยวไม่กระเตื้อง เศรษฐกิจก็ซบเซา 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงจับมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงกรุงเทพมหานคร สร้างบรรยากาศความสนุกสนาน สาดสีสันให้กับเมืองกรุงยามค่ำคืน ผ่านการแสดงแสงสีและศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและผู้เข้าร่วมการประชุม APEC อีกทั้งสร้างโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการการท่องเที่ยวและธุรกิจร้านอาหารรายย่อย 

โดยจัดแสดงตามเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ 6 จุดหลัก ดังนี้ 

จุดที่ 1 สะพานพระราม 8 : ชมแสงสีจากการย้อมสีไฟสะพานและการฉายแสงเลเซอร์ 

จุดที่ 2 ป้อมวิไชยประสิทธิ์ : ชมวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสายน้ำผ่าน Projection Mapping 

จุดที่ 3 วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร : ชมการแสดงทางวัฒนธรรมประยุกต์ นำเสนอประเพณีไทยอันเกี่ยวเนื่องกับสายน้ำ และมีการแสดงหนังใหญ่ร่วมด้วย

จุดที่ 4 สะพานพระพุทธยอดฟ้า : ชมการแสดงแสงไฟสุดตระการตา เคล้าเสียงสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันและเสียงดนตรีท้องถิ่น

จุดที่ 5 River City Bangkok : ชมการแสดง Projection Mapping ที่ถ่ายทอด Soft Power ชวนมาสัมผัสประสบการณ์ความเป็นไทยผ่าน 5F (Food, Film, Fashion, Fighting และ Festival)

จุดที่ 6 ICONSIAM : ชมการประดับประดาแสงไฟที่ใช้พลังงานสะอาด และ The ICONIC Multimedia Water Feature การแสดงน้ำพุเต้นระบำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วิธีการรับชมแสงสีที่ดีที่สุด แนะนำให้ล่องเรือตามเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อแวะชมความสวยงามในแต่ละสถานที่ พร้อมอิ่มเอมไปกับบรรยากาศสุดโรแมนติก

งานจัดแสดงถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2565 เวลาขึ้นอยู่กับรอบการแสดง (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : เลียบแม่น้ำเจ้าพระยา แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

หมวดที่ 4
ย่านและเมือง

01
บางกอกบานฉ่ำ

เทศกาลศิลปะชุมชนทั่วเมืองกรุงตลอดเดือนพฤศจิกายน

กรุงเทพมหานครในเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมกำลังจะถูกย้อมไปด้วยความสนุกสนานทั่วกรุง ในงาน ‘บางกอกบานฉ่ำ’ เทศกาลศิลปะชุมชนสร้างสรรค์ที่ยกขบวนความสนุกสนานด้วยการนำ ศิลปะ ร้านค้า และเวิร์กชอป มาไว้ให้ ชม ช้อป และเรียนรู้ ในงานเดียว 

ความสนุกที่ 1 : บางมดสดชื่น ณ เซฟติสท์ฟาร์ม (SAFETist Farm) มาในคอนเซ็ปต์ เดิน เล่น เต้น ช้อป รอบธรรมชาติ ยกเอากิจกรรมในท้องถิ่นมาให้ร่วมสนุก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Movie Night ฉายหนังริมคลองที่ต้องตาลุกวาว เพราะเขาคัดสรรภาพยนตร์มาดีมากจริง ๆ   

ความสนุกที่ 2 : ชวน Fin in ชุมชนวัดหงส์รัตนาราม ชมคอนเสิร์ตโฟล์กซองของเยาวชน ตะลอนชิมอาหารไทยพุทธ มุสลิม เพนต์หน้า สตรีทอาร์ตชุมชน ต่อด้วยการแสดงเชิดมังกรกระบองไฟ        

ความสนุกที่ 3 : เวิร์กชอปอบรมมัคคุเทศก์น้อย ทริปพาเพื่อนเที่ยวตลาดพลู ถ่ายทอดความรู้ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในย่าน (รีบหน่อยนะ เพราะงานนี้จำกัด 20 คนเท่านั้น)  

ความสนุกที่ 4 : บางขุนเทียนบานสะพรั่ง พบกับการเปลี่ยนห้องสมุดให้เป็นแกลเลอรี่ชุมชน Art in the Library and the Garden และดนตรีในสวน รับรองสารพันความเพลิดเพลิน

ความสนุกที่ 5 : ส่งท้ายด้วยงานสามแพร่ง Facestreet เปลี่ยนถนนเป็นดินแดนมหัศจรรย์ที่ทุกคนแปลงร่างเป็นเด็ก ณ แพร่งสรรพศาสตร์ สนุกกับเวทีสรรค์สร้างที่รวมการแสดงเอาไว้มากมาย ณ แพร่งภูธร เที่ยวชมซุ้มสร้างสรรค์ Local Art จากพื้นที่สร้างสรรค์ทั่วประเทศ ณ แพร่งนรา งานนี้เรียกว่ายกขบวนความสนุกครั้งยิ่งใหญ่ นอกจากจะสะพรั่งด้วยรอยยิ้มและความสนุกสนาน ยังเป็นการพัฒนาย่านสร้างสรรค์ ส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นด้วย

กิจกรรมจัดถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2565 (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : เซฟติสฟาร์ม (แผนที่) วัดหงส์รัตนาราม (แผนที่) วัดอินทราราม (แผนที่) ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้เขตบางขุนเทียน (แผนที่) แพร่งนรา แพร่งภูธร แพร่งสรรพศาสตร์ (แผนที่) 

02
Unfolding Bangkok, Hidden Temples (ส่อง 3 วัดลับย่านฝั่งธน) 

ส่องทริป ‘จาริกแสวงบุญ’ ตะลุย 3 วัดลับย่านตลาดพลู

อยู่ฝั่งธนฯ ใครว่าที่เที่ยวน้อย โครงการ Unfolding Bangkok ชวนสำรวจวัดลับย่านตลาดพลูในทริป ‘จาริกแสวงบุญ’ ที่วัดอินทาราม วัดจันทาราม และวัดราชคฤห์ หรือ วัดบางยี่เรือนอก กลาง และใน เดินก็ได้ ปั่นก็ดี แนะนำให้มาช่วง 5 – 6 โมงเย็น เพื่อชมพระอาทิตย์ตกไปพร้อมกับการแสดงท้องถิ่นและแสงสี การตะลุย 3 วัดลับก็เหมือนได้ร่วมเหตุการณ์สำคัญในศาสนาพุทธด้วยตนเอง

เส้นทางเริ่มจากการเยี่ยมชมวิหารรายประดิษฐานรอยพระพุทธบาท พระพุทธรูปปางถวายพระเพลิง และพระนอนปางสีหไสยา ณ วัดอินทาราม ในแต่ละวิหารจะมีการจัดแสดงแสงสีดิจิทัล (Projection Mapping) ที่ผสมผสานพระพุทธศาสนาเข้ากับศิลปะร่วมสมัย นอกจากนี้ยังมีการแสดงท้องถิ่นที่หาชมยาก อาทิ ‘กระตั้วออกฉาก’ และ ‘หุ่นกระบอกจีน’ ให้ชมตามรอบเวลา 

ต่อด้วยเดินลัดเลาะไปตามตลาดสดริมแม่น้ำเจ้าพระยา (สายเก่า) เพื่อสำรวจวิถีชุมชนใกล้วัด แวะชมพระอาทิตย์ตกที่มุมลับริมน้ำที่รับรองว่าสวยสุด ๆ สำรวจศิลปกรรมจีนบนหน้าบันของวัดจันทาราม และตบท้ายด้วยการเดินขึ้นเขามอ ณ วัดราชคฤห์ เขาจำลองที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในสมัยรัตนโกสินทร์ เพื่อไปสักการะรอยพระพุทธบาทและชมการจัดแสดงแสงสีที่ส่องสว่างลงบนเขามอ (Architectural Lighting)

จัดกิจกรรมถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 (เข้าชมฟรี)

จัดแสดง Projection Mapping เวลา 16.00 – 21.00 น. ภายในวิหารราย 3 หลังของวัดอินทาราม

จัดแสดง Architectural Lighting เวลา 18.00 – 21.00 น. วันอินทาราม-วัดจันทาราม-วัดราชคฤห์

สถานที่ : วัดอินทารามวรวิหาร ถนนเทอดไท แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร (แผนที่

โทรศัพท์ : 0 2105 7400

03
WOW Festival 2022 อัศจรรย์เมืองน่าอยู่ 

ย่ำเท้าชมเมือง 5 เส้นทาง สนุกไปกับกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งเดิน วิ่ง Learning ชม

Next station คลองเตย ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สุขุมวิท อโศก

เหตุที่ต้องเกริ่นไว้ด้วยชื่อสถานีรถไฟฟ้า ก็ด้วยว่าปลายเดือนนี้ที่สวนเบญจกิติกำลังจะมีงานเทศกาลขนาดใหญ่อย่างงาน ‘WOW Festival 2022 อัศจรรย์เมืองน่าอยู่’ โดยสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมจับมือกับอมรินทร์กรุ๊ป และอีก 4 องค์กรพันธมิตร จัดกิจกรรมเชื่อมคนเข้าสู่เมือง เชื่อมเมืองสู่ประชาชน เพราะเรื่องของเมืองคือเรื่องของทุกคน

Architecture Tour หรือ WOW Walk Tour เป็นกิจกรรมย่ำเท้าชมเมืองมุมใหม่ ร่วมทำความเข้าใจเมือง สำรวจอาคารบ้านเรือนสถาปัตยกรรมและภูมิปัญญาชุมชนบนเส้นทาง 5 สาย เริ่มตั้งแต่สวนเบญจกิติ สถานีสามยอด เขตพระนคร สถาบันอาศรมศิลป์ สิ้นสุดลงที่สัปปายะสภาสถาน อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

มี Walk แล้วก็ต้องมี Run เตรียมฟิตร่างกายให้พร้อม กับงานวิ่งที่เป็นของทุกคนในงาน WOW for All ที่ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้รถเข็นหรือผู้พิการก็มาร่วมวิ่งด้วยกันได้

หลังจากเดิน-วิ่งเสร็จ เราขอชวนมาแวะ Exhibition Thai 2030 : SPACE – TECH for Future CITY ร่วมหาคำตอบว่ากรุงเทพฯ และประเทศไทยจะพัฒนาอย่างไรในอีก 8 – 10 ปีข้างหน้า

ภายในงานยังมีกิจกรรมอีกมากมาย อาทิ Photo Contest กิจกรรมประกวดถ่ายภาพเพื่อค้นหามุมมองใหม่ ๆ ของกรุงเทพฯ และประเทศไทยในสายตาช่างภาพ FORESIGHT for WELLBEING CITY ร่วมพูดคุยหาไอเดียสร้างสรรค์เมืองที่อยู่อาศัยให้ดียิ่งขึ้น และ WOW Award Wonder of Well being งานมอบรางวัลด้านการพัฒนาเมือง เพื่อให้กำลังใจและเผยแพร่ผลงานของผู้ที่ช่วยพัฒนาเมืองให้ดีขึ้น ทั้งภาคเอกชน รัฐบาล และประชาชน

งานจะจัดขึ้นวันที่ 23 ถึง 27 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00 – 22.00 น.

เข้าชมฟรี (สำหรับกิจกรรม Architecture tour ราคาแตกต่างกันไปตามแต่ละเส้นทาง)

สถานที่ : สวนเบญจกิติ ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

หมวดที่ 5
ตลาดนัด

01
Five Senses Weekend Market

ตลาดงานคราฟต์ พื้นที่ของร้านค้า ศิลปะ และผู้คนที่เชื่อมเข้าหากัน

ปลายปีวนกลับมาอีกครั้ง ช่วงเวลาแห่งเทศกาลกิน เที่ยว ดื่ม ช้อป พร้อมกลับมาพบปะกับผู้คนดังเดิม ปลายปีนี้จะไม่มีคำว่าเบื่อหรือเหงา เพราะเรามีสถานที่เที่ยวใจกลางเมืองย่านบรรทัดทองมาฝาก

Five Senses Weekend Market คือการร่วมมือระหว่าง MESA 312 และ GalileOasis จัดตลาดงานคราฟต์ของกลุ่มคนรักงานดีไซน์ขึ้นมา มีพื้นที่ร้านค้า ศิลปะ ผู้คน ที่รวมเป็นหนึ่ง และเป็นคอมมูนิตี้สำหรับศิลปินรุ่นเยาว์จนถึงเหล่าครีเอเตอร์ทั้งหลายได้มาร่วมสร้างสรรค์ความสนุกไปด้วยกัน

งานนี้เดินเล่นชิลล์ ๆ ช้อปเพลิน ๆ ชิมของอร่อย ๆ ท่ามกลางบรรยากาศของงานศิลปะ เวิร์กชอป อาหาร ดนตรี และร้านค้า มีขายตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน งานกราฟิก สิ่งพิมพ์ ไปยันงานฝีมือ แถมอบอวลไปด้วยความสดชื่นจากไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ เตรียมพบกับป่าโอเอซิสใจกลางเมืองและความสนุกภายในงาน Five Senses Weekend Market ได้เลย

งานจะจัดขึ้นวันที่ 26 – 27 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00 – 19.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : GalileOasis 323 ถนนบรรทัดทอง แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 06 1386 9898

02
Gift Fun Fun 3 เทศกาลของขวัญประเทศไทย

ตลาดนัดสินค้า ศิลปะ เวิร์กชอป ดนตรี และตลาดศิลปิน

โอกาสพิเศษในช่วงเวลาพิเศษปลายปีแบบนี้ จะพลาด Gift Fun Fun เทศกาลของขวัญประเทศไทย ไปได้อย่างไร โดย Yindeeclub (ยินดีคลับ) ร่วมกับ Better City หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชวนทุกคนมาชิม ช้อป ชิลล์ พร้อมเสิร์ฟความสุขและดนตรีใหม่ ๆ มากมาย

บรรยากาศของ Gift Fun Fun เต็มไปด้วยวงดนตรีที่ทำเพลงเอง ขายเพลงเอง เพื่อสนับสนุนและเป็นพื้นที่ในการแสดง รวมความมันและความเพลิดเพลินอย่างเต็มเปี่ยม จากศิลปินที่อัดแน่นทั้งเสาร์-อาทิตย์ หรือจะเป็นเวิร์กชอป งานศิลปะ ก็จัดหนักจัดเต็มไม่ยั้งความสร้างสรรค์จากดีไซเนอร์ตัวน้อยเจ้าของแบรนด์ Keziah ที่โด่งดังระดับโลก และเวิร์กชอปทำตุ๊กตาหุ่นมือจากสวนครูองุ่น 

Gift Fun Fun ยังสนับสนุนงานน้อง ๆ จากมูลนิธิ Five For All ที่มีผลิตภัณฑ์ของตัวเอง เป็นการส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ๆ และส่งกำลังใจให้ผู้ปกครองเพื่อสร้างความเข้าใจกับน้อง ๆ ได้มากขึ้น 

งานจะจัดขึ้นวันที่ 26 – 27 พฤศจิกายน 2565 เวลา 12.00 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : ลานกิจกรรม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ 939 ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2029 9428

เรื่อง : กชพรรณ ก่อสุวรรณวงศ์, เกษมณี ชาติมนตรี, ญาณินท์ ศรีอุดมพงษ์, ณัฐกฤตา เจริญสุข

Writer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load