นิชดา แปลว่า ผู้หญิงที่เป็นตัวของตัวเอง 

นิชดาธานี ก็หมายความเช่นเดียวกัน-มีตัวตนไม่เหมือนใคร

แม้ไม่ใช่หมู่บ้านใหม่ แต่ด้วยแนวคิดของ ‘นิชดาธานี’ โครงการอสังหาริมทรัพย์อายุเกิน 30 ปีแห่งนี้ถือว่ายังล้ำสมัยอยู่มาก 

ทั้งการเป็นโครงการแรกๆ ในไทยที่สร้างเมืองขนาดย่อมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกบ้าน ถ้าพูดอย่างภาษาปัจจุบันก็คือ มีคอมมูนิตี้ของตัวเองจากการไปเห็นชุมชนในต่างประเทศที่จัดสรรอย่างเป็นระเบียบ ไม่แออัด และที่อยู่อาศัยรอบๆ มหาวิทยาลัยก็แสนสะดวก สังคมแวดล้อมที่นี่จึงมีทั้งเพื่อนบ้านหลากหลายเชื้อชาติ มีโรงเรียนนานาชาติถึง 2 แห่ง มีซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร บริการด้านสุขภาพ พื้นที่สีเขียวขนาดมหึมา พร้อม Facility ครบถ้วน โดยไม่ต้องออกไปจากหมู่บ้านเลย และได้รับรางวัลสาขา Best Lifestyle Developer (Housing) จาก Dot Property Southeast Asia Awards 2020 ด้วย

นิชดาธานี หมู่บ้านอายุ 30 ปีที่แบ่ง 30% เป็นพื้นที่สีเขียวและสร้างคอมมูนิตี้ในโครงการก่อนใคร

นอกจากนั้นยังมีเรื่องนวัตกรรมการก่อสร้างที่มาก่อนกาล อย่างอิฐรับน้ำหนักและยึดเกาะกันเองเพื่อความแข็งแรง (Nichada Locked Stone) ทำให้ตัวบ้านไร้เสา และในขณะเดียวกันก็ไม่หยุดคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมอันเกี่ยวเนื่องกับเมือง ซึ่งเริ่มได้จากบ้าน

คอลัมน์หมู่บ้านเยือนปากเกร็ด นัดหมาย คุณนิชดา แจ้งเร็ว ผู้บริหารกลุ่มบริษัทนิชดาธานี ฟังเธอเล่าเรื่องราวตั้งแต่เสาเข็มแรก ในวันที่เริ่มต้นจากที่ดิน 80 ไร่ และบ่อดินขนาด 125 ไร่ จนวันนี้กลายเป็นอาณาจักร 1,000 ไร่ที่ขอเข้าห้องลองชุด แต่งเนื้อตัวใหม่ ด้วยการชวน Sretsis แบรนด์แฟชั่นแห่งยุคมาออกแบบบ้านตัวอย่าง ให้สาววัยแกร่งเป็นสาวหวานซ่อนเปรี้ยวขึ้นและยังคงสวยสุขภาพดี ในสังคมคุณภาพที่เจ้าตัวเลือกอย่างพิถีพิถัน

คุณนิชดา แจ้งเร็ว ผู้บริหารกลุ่มบริษัทนิชดาธานี

สังคมนานาชาติ

“Planned Gated International Community คือคอนเซปต์ที่คุณพ่อคุณแม่คิดไว้ตั้งแต่เริ่มโครงการ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Suburban Gated Community ที่พบเห็นมากมายในชานเมืองประเทศสหรัฐอเมริกา” นิชดา ทายาทเจ้าของชื่อโครงการเริ่มต้นเล่า

หากย้อนไปช่วงกลางศตวรรษที่ 19 Gated Community (ชุมชนล้อมรั้ว) เป็นลักษณะการสร้างที่อยู่อาศัยของสมาคมคนชั้นสูงในคลับ ก่อนแพร่หลายกลายเป็นไอเดียการสร้างบ้านจัดสรรในศตวรรษที่ 20 เรื่อยมา ลักษณะของ Gated Community คือบ้านเรือนสร้างในพื้นที่ของตัวเองอย่างเป็นระเบียบ มีอาณาบริเวณ มีรั้วรอบขอบชิดทั้งในและนอกโครงการ แต่ไม่แออัดจนเกินไป ห้อมล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูง 

เมื่อท่านทั้งสองมีโอกาสได้ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ต่างประเทศ จึงนำแนวความคิดนี้กลับมาสร้างโครงการนิชดาธานี และยังหยิบสังคมแวดล้อมจาก Campus Town ของมหาวิทยาลัยกลุ่ม Ivy League ที่มีที่พักอาศัยอยู่โดยรอบสถานศึกษา มาสร้างสังคมนานาชาติให้เกิดขึ้นบ้าง 

เนื่องจากแบ่งโครงการสำหรับชาวต่างชาติทั้งเช่าและซื้อขาด จึงมีโรงเรียนนานาชาติไว้ในโครงการถึง 2 แห่ง หนึ่งในนั้นคือ International School Bangkok (ISB) โรงเรียนนานาชาติแห่งแรกของไทย ซึ่ง 70 ปีที่แล้วเคยเปิดการเรียนการสอนในสถานทูตสหรัฐอเมริกา ก่อนย้ายจากย่านสุขุมวิทมาเมื่อ พ.ศ. 2535

นิชดาธานี หมู่บ้านอายุ 30 ปีที่แบ่ง 30% เป็นพื้นที่สีเขียวและสร้างคอมมูนิตี้ในโครงการก่อนใคร

“คุณพ่อคุณแม่เห็นถึงความสำคัญของการใช้ชีวิต อยากให้คนที่มาอยู่ในหมู่บ้านเรามีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะเด็กๆ จะได้ไปโรงเรียนโดยการเดิน ปั่นจักรยาน ลดปัญหารถติดจากการเดินทาง และยังได้ออกกำลังไปในตัว” เธอกล่าว

ด้วยมีพื้นที่สาธารณะอย่างโรงเรียน ร้านอาหาร ซูเปอร์มาเก็ต คลินิก แต่ก็แยกเป็นสัดส่วนจากพื้นที่อยู่อาศัยชัดเจน ไม่รบกวนความเป็นส่วนตัวของลูกบ้าน สำหรับร้านค้า แบ่งเป็นโซน Nichada Club และ Nichada Plaza มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา 

“เรามีระบบ Double Security ตรวจสอบบุคคลภายนอกตั้งแต่ทางเข้าหมู่บ้านผ่านระบบ RFID (Radio Frequency Identification) ทำบัตรผ่านเข้าออก และมีระบบรักษาความปลอดภัยประจำโครงการย่อยอีกชั้นหนึ่ง ร้านค้าและพนักงานก็ต้องทำบัตร RFID ส่วนลูกค้าภายนอกที่มาใช้บริการร้านค้าจะต้องแลกบัตรประชาชนเข้ามากับ RFID Visitor Card”

หมู่บ้านสีเขียว

บนเนื้อที่ 1,000 ไร่ของนิชดาธานี แบ่งเป็นบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียมกว่า 50 โครงการย่อย ขนาดเริ่มต้นตั้งแต่ 108 ตารางเมตรสำหรับคอนโดมิเนียม จนถึง 850 ตารางเมตรสำหรับบ้านเดี่ยวพร้อมสระว่ายน้ำและสวนขนาดใหญ่

 ส่วนบ่อดินขนาดร้อยกว่าไร่นั้น กลายเป็นทะเลสาบพร้อมพื้นที่ออกกำลังรอบๆ ราว 2.3 กิโลเมตร 

นิชดาธานี หมู่บ้านอายุ 30 ปีที่แบ่ง 30% เป็นพื้นที่สีเขียวและสร้างคอมมูนิตี้ในโครงการก่อนใคร

สิ่งที่ทำให้หมู่บ้านแบบ Gated Community ต่างจากหมู่บ้านอื่นๆ คือการมีสังคมแวดล้อมของตัวเอง ซึ่งครอบคลุมไปถึงพื้นที่สีเขียวในโครงการ ที่นิชดาธานี ราว 30 เปอร์เซ็นต์เป็นที่อยู่อาศัยของต้นไม้น้อยใหญ่นานาชนิด ปอดขนาด 300 ไร่ เกิดขึ้นจากความตั้งใจมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชนล้อมรั้วแห่งนี้

“คุณภาพอากาศในประเทศไทยนั้นมีปัญหาอย่างมาก ซึ่งไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น มีมานานแล้ว และมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี เราใส่ใจถึงเรื่องพื้นที่สีเขียวตั้งแต่เริ่มโครงการ ซึ่งเป็นหนึ่งเหตุผลที่เราไม่เริ่มโครงการจากในเมือง เพราะเราคิดว่าอาจจะไม่ตอบโจทย์ 

“การแบ่งพื้นที่สามสิบเปอร์เซ็นต์ไปให้พื้นที่สีเขียว ในเชิงธุรกิจอาจมองว่าพื้นที่ขนาดนั้นสร้างกำไรอีกมากมาย สำหรับเรามองว่าคุ้มค่า ทั้งในแง่ของคุณภาพอากาศที่ดีกว่า เพื่อให้ผู้พักอาศัยมีสุขภาพที่ดี และทำกิจกรรมกลางแจ้งกับครอบครัว ทุกวันนี้ ภาพชินตาจะเห็นลูกบ้านออกกำลังด้วยการเดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยาน ทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น” 

นิชดาธานี หมู่บ้านอายุ 30 ปีที่แบ่ง 30% เป็นพื้นที่สีเขียวและสร้างคอมมูนิตี้ในโครงการก่อนใคร
นิชดาธานี หมู่บ้านอายุ 30 ปีที่แบ่ง 30% เป็นพื้นที่สีเขียวและสร้างคอมมูนิตี้ในโครงการก่อนใคร

เพราะใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม กลุ่มผู้บริหารโครงการนิชดาธานีไม่หยุดพัฒนาระบบต่างๆ เธอเล่าถึงระบบ Solahart ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาเป็นพลังงานในการผลิตน้ำร้อนในบ้านทุกหลัง ว่าเริ่มใช้ตั้งแต่คนยังไม่ให้ความสนใจระบบ Solar มากเช่นปัจจุบัน

“ตอนนี้เรากำลังศึกษาเรื่อง Solar Rooftop เพื่อจะนำมาใช้ในอนาคต และตัวหมู่บ้านเอง ก็จัดการเรื่องแยกขยะ นำเศษอาหารจากร้านอาหารมาทำปุ๋ยธรรมชาติ เรามีทีม Landscape เฉพาะทางในการอนุบาลต้นไม้และพืชพรรณออแกร์นิก เพื่อนำส่งร้านอาหารและปลูกในโครงการต่างๆ ด้วย”

นอกจากบริเวณโดยรอบ หากเปิดประตูรั้วเข้าสู่บริเวณบ้านที่หลบซ่อนตัวอยู่ใต้ร่มไม้ ก้าวเท้าสู่ด้านในบ้าน จะพบการออกแบบแปลนในลักษณะ Open Floor Plan ให้เจ้าของบ้านดีไซน์สัดส่วนของห้องได้ตามอัธยาศัย มีเอกลักษณ์คือโถงสูงโปร่ง รวมถึงศึกษาการไหลเวียนของทิศทางลมอย่างดี ภายในผนังฝังฉนวนกันความร้อนและกระจกกรองแสงแดดจากหน้าต่าง ทั้งหมดช่วยลดความร้อนในบ้าน เพื่อประหยัดการใช้เครื่องปรับอากาศอีกทาง

หมู่บ้านอายุ 3 ทศวรรษ ที่ตั้งใจสร้างสังคมนานาชาติและชุมชนล้อมรั้วให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบเมืองนอก

นวัตกรรมอิฐ Locked Stone

ไม่เพียงพาคอนเซปต์สังคมนานาชาติบินข้ามน้ำข้ามทะเลมา ผู้ก่อตั้งยังพกความรักในงานก่อสร้างและการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการทำบ้านกลับมาด้วย อย่าง Nichada Locked Stone คือนวัตกรรมอิฐรับน้ำหนัก ที่มีการล็อกกันของตัวเองเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับผนังอีกชั้น ซึ่งร่วมวิจัยกับทาง AIT (Asian Institute of Technology) ผ่านการทดลองว่าอิฐรับน้ำหนักได้จริง และจดสิทธิบัตรไว้เรียบร้อย

หมู่บ้านอายุ 3 ทศวรรษ ที่ตั้งใจสร้างสังคมนานาชาติและชุมชนล้อมรั้วให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบเมืองนอก

“ทีมสถาปนิกของเราทำ 3D เรียงอิฐในแบบบ้านจริง เพื่อให้วางอิฐหน้างานได้ถูกต้องและแข็งแรง โครงการที่เก่าแก่สุดของเราอายุประมาณสามสิบปี ตัวบ้านยังไม่มีการแตกร้าว เพราะโครงสร้างบ้านออกแบบอย่างละเอียดตั้งแต่ต้นทางมาเลย ตอนนี้เราทำการทดลองไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบ Prefabricated ข้อสำคัญก่อนที่จะตัดสินใจนำมาใช้ ต้องแน่ใจว่าปลอดภัย แข็งแรง และต้องไม่มีข้อผิดพลาดในการทำงาน”

อีกหนึ่งข้อดีของการใช้ผนังรับน้ำหนัก ทำให้บ้านของนิชดาธานีไม่มีเสากวนใจ พื้นที่จึงกว้างขวางเป็นกำไร และไร้ข้อจำกัดในการเปิดพื้นที่หรือกั้นห้องตามที่ตัวเองต้องการ

หมู่บ้านอายุ 3 ทศวรรษ ที่ตั้งใจสร้างสังคมนานาชาติและชุมชนล้อมรั้วให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบเมืองนอก
หมู่บ้านอายุ 3 ทศวรรษ ที่ตั้งใจสร้างสังคมนานาชาติและชุมชนล้อมรั้วให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบเมืองนอก

Nichda x Sretsis 

ด้วยเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์อายุ 3 ทศวรรษ การปรับตัวต่อเทรนด์การอยู่อาศัยและความต้องการของลูกบ้านเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่มองข้าม 

หมู่บ้านอายุ 3 ทศวรรษ ที่ตั้งใจสร้างสังคมนานาชาติและชุมชนล้อมรั้วให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบเมืองนอก

ล่าสุด ได้ชักชวน Sretsis แบรนด์แฟชั่นคาแรกเตอร์ชัด นำทีมโดย แอ้ มทินา, อิ๊บ คล้ายเดือน, เอ๋ย-พิมพ์ดาว สุขะหุต มาเนรมิตโครงการ Premier Place III ซึ่งเป็นบ้านที่ผ่านการเช่าพักอาศัยมาแล้ว เพื่อค้นหาความท้าทายใหม่ๆ เปิดมุมมองให้กับบ้าน Open Floor Plan แบบเดิมว่า นอกจากประโยชน์ใช้สอยแล้ว ยังปลดปล่อยอิสระในการตกแต่งตามสไตล์ของตัวเอง โดยหลุดจากกรอบดีไซน์ที่มีให้ไปได้อีกไกล ส่วนในทางธุรกิจก็เป็นการหาวิธี Resale อย่างชาญฉลาด

ความน่าสนุกของโปรเจกต์นี้ อยู่ที่การเลือกแฟชั่นเฮ้าส์วัย 20 ปีซึ่งโด่งดังระดับโลกขนาดสไตลิสของ BLACKPINK ยังหยิบมาให้ 4 สาวสวมใส่อยู่บ่อยๆ มาออกแบบแทนบริษัทอินทิเรีย แรกก้าวเท้าเข้าบ้านจึงเหมือนได้หลุดเข้าไปในห้องลองเสื้อของ Sretsis

ถึงจะถนัดงานดีไซน์เสื้อผ้า แต่งานออกแบบภายในพวกเธอก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน ถ้าเคยไปเยี่ยมช็อปทั้งที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซีและที่ญี่ปุ่นก็คงจะนึกถึงกลิ่นอายการตกแต่งแนวแฟนตาซีฟุ้งฝันที่ไม่เหมือนใครนี้ออก อีกทั้ง Sretsis Parlour ยังได้ร่วมงานกับ House of Hackney แบรนด์ตกแต่งภายในชื่อดังของประเทศอังกฤษ ส่ง Sretsis Table ซึ่งแบรนด์เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารมาการันตีความสามารถด้านการออกแบบอีกแขนง

นิชดาธานี หมู่บ้านอายุ 3 ทศวรรษ ที่ตั้งใจสร้างสังคมนานาชาติและชุมชนล้อมรั้วให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบเมืองนอก

‘Tropical Magick Villa’  ความหรูหราสไตล์รีสอร์ตเขตร้อนที่เสกด้วยเวทมนตร์แห่งจินตนาการของ Sretsis คือคอนเซปต์ห้องทั้งหมดที่ว่ามาในพื้นที่ใช้สอยขนาด 406 ตารางเมตร บนที่ดินขนาด 116.7 ตารางวา

โถงดับเบิ้ลสเปซวางเปียโนหลังงามไว้ที่มุมห้อง ฉากโดยรอบทาทาบด้วยสีเขียวอบอุ่นของไม้ใบ มีชุดรับแขกสไตล์ทรอปิคัลตั้งอยู่กลางบ้าน ถัดไปเป็นห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องรับประทานอาหาร ที่มีตุ๊กตาไดโนเสาร์ไซส์ยักษ์รอต้อนรับ ในห้องสีสันสดสวยจากไม้ดอกนานาพรรณบนวอลเปเปอร์ กระเบื้อง และเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเก๋

ส่วนชั้นสอง ห้องนอน 3 ห้องพร้อมห้องน้ำในตัวตกแต่งอย่างน่ารัก ด้วยสรรพสิ่งของลวดลายและวัสดุธรรมชาติ ทั้งห้องนอนใหญ่ ห้องนอนสำหรับลูกสาวแสนหวานและลูกชายแสนซน ซึ่งจับคู่สีแบบไม่สนชาร์ต มี Walk-in Closet และทำห้องสปาให้ดูเป็นตัวอย่าง เพื่อตอกย้ำว่าบ้านของคุณเป็นอะไรก็ได้

นิชดาธานี หมู่บ้านอายุ 3 ทศวรรษ ที่ตั้งใจสร้างสังคมนานาชาติและชุมชนล้อมรั้วให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบเมืองนอก
นิชดาธานี หมู่บ้านอายุ 3 ทศวรรษ ที่ตั้งใจสร้างสังคมนานาชาติและชุมชนล้อมรั้วให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบเมืองนอก

“บ้านคือที่ที่เขาใช้เวลาอยู่และบ่งบอกถึงตัวตนมากที่สุด ที่ผ่านมาบ้านตัวอย่าง Premier Place III มีการแต่งหลากหลายทั้ง Modern Contemporary เพราะเรามองว่าฟังก์ชันกับดีไซน์ไปด้วยกันได้ เพราะฉะนั้น บ้านสวยอย่างมีเอกลักษณ์ของตัวเองก็สื่อถึงรสนิยมและสุนทรียะของเจ้าของบ้าน ที่สำคัญต้องอยู่แล้วรู้สึกผ่อนคลาย มีความสุขด้วย” ผู้บริหารรุ่นสองกล่าวด้วยน้ำเสียงเชื่อมั่น

นิชดาธานี หมู่บ้านอายุ 3 ทศวรรษ ที่ตั้งใจสร้างสังคมนานาชาติและชุมชนล้อมรั้วให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบเมืองนอก
นิชดาธานี หมู่บ้านอายุ 3 ทศวรรษ ที่ตั้งใจสร้างสังคมนานาชาติและชุมชนล้อมรั้วให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีแบบเมืองนอก

มากไปกว่าความท้าทายของนิชดาธานี หรือ Sretsis เองที่ปล่อยของ-กระโดดเข้ามาทำงานออกแบบอินทีเรียให้กับบ้านทั้งหลังเป็นครั้งแรก นี่น่าจะเป็นตัวอย่างของการรีโนเวตบ้านเพื่อเพิ่มคุณค่าและมูลค่าจากสิ่งที่มี โดยนำเสนอข้อดี-จุดเด่นของตัวเองอย่างถูกที่ถูกทาง

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี(กับเธอ)

หมู่บ้าน

แนวคิดของผู้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่

หันซ้ายแลขวา เห็นคนใกล้ตัวต่างก็มีสัตว์เลี้ยงข้างกายกันทั้งนั้น เป็นเทรนด์ก็ว่าใช่ เพราะบางคู่ที่ไม่อยากมีลูก ก็เปลี่ยนมาเลี้ยงเจ้าหมาสี่ขา แล้วยกให้เป็นโซ่ทองคล้องใจแทน หลายคนอยู่บ้าน Work from Home มาแรมปีก็เปลี่ยวเหงา เลยรับแมวตัวจ้อย กระต่ายตัวจิ๊ดมาอยู่ด้วย ส่วนบางคนต่อให้อยากเลี้ยงใจจะขาด แต่ที่อยู่ดันไม่เอื้ออำนวยก็มี 

คอลัมน์หมู่บ้านเข้าใจปัญหานี้ เลยอาสาหาทางออกให้ พาไปเปิดที่อยู่อาศัยเอาใจคนรักสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่คอนโดมิเนียมที่ยอมให้เพื่อนแสนรักไปอยู่ได้เท่านั้น แต่ที่นี่เรียกได้ว่าออกแบบทุกชิ้นส่วน ทุกซอกทุกมุม ตั้งแต่เข้าประตูจนถึงเข้านอน ให้ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงได้รับความสะดวกสบาย รวมถึงคำนึงถึงหลักสุขอนามัย ซึ่งผ่านการวิจัยและคิดมาอย่างดีในทุกรายละเอียด เพื่อการใช้ชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติ และอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข คิดดูเถอะว่าขนาดคนไม่มีสัตว์เลี้ยงแบบเราแอบไปทำความรู้จักมา ยังอยากย้ายเข้าไปอยู่ แล้วหาเพื่อนสี่ขารู้ใจสักตัวไปอยู่เป็นเพื่อนเลยล่ะ 

ถ้าพร้อมแล้ว เราขอพาคุณไปทำความรู้จักโครงการ Whizdom The Forestias โดย MQDC กันได้เลย

เมืองแห่งสัตว์เลี้ยง

ใครที่เป็นสายการ์ตูนแล้วจินตนาการอยากให้มีโลกของเหล่าสัตว์เลี้ยงแบบใน The Secret Life of Pets ที่เหล่าทาสและเจ้านายหลากหลายได้มาอยู่ร่วมกันที่ตึก Petopia ใน Whizdom The Forestias คือโครงการที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ 

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อโครงการที่อยู่อาศัยบนพื้นที่ขนาด 398 ไร่ของ ‘The Forestias’ หรือเมืองขนาดย่อมที่รวมเอาผืนป่าไว้เป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งนับว่าเป็นโปรเจกต์ยักษ์น่าจับตา ล่าสุด Whizdom The Forestias เป็นอีกหนึ่งโครงการน้องใหม่ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยคอนเซปต์บ้านแนวตั้งเน้นตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ทั้งความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมรอบๆ ซึ่งจะแบ่งออกเป็นคอนโดมิเนียม High Rise ในชื่อ Petopia ขนาด 43 ชั้นท่ามกลางป่า 30 ไร่ ที่พร้อมพาพลพรรคคนรักสัตว์และเหล่าสัตว์เลี้ยงให้มาอยู่ร่วมกัน เพื่อตอบโจทย์ให้การใช้ชีวิตของคนในยุคนี้ ที่อยากดูแลสัตว์เลี้ยงข้างกายให้มีชีวิตที่ดีด้วยเช่นกัน 

แถมความพิเศษของอาคารเพื่อเหล่าสัตว์เลี้ยงแห่งนี้ ไม่เหมือนกับคอนโดมิเนียมทั่วไปที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ เพราะพวกเขายังค้นคว้า ทำวิจัยกันแบบจริงจัง และร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย เพื่อออกแบบอาคารนี้ให้ตอบโจทย์ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงในทุกด้าน นับว่าเป็นแห่งแรกๆ เลยที่เราเห็นว่าดีไซน์กันทุกฟังก์ชันอย่างแท้จริง

เจ้าของไม่อยู่ เจ้านายร่าเริง

เริ่มกันตั้งแต่เดินเข้ามายังด้านในตัวอาคาร เราจะได้พบประตูแบบ Double Gate เป็นด่านแรกที่ Main Lobby ซึ่งกั้นไว้ถึง 2 ชั้น เพื่อไม่ให้น้องๆ วิ่งเตลิดออกไปได้ พร้อมที่นั่งพักข้างๆ เจ้าของ ขณะที่เรากำลังนั่งเม้าหรือพักผ่อน

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

ที่สำคัญ ทุกสถานที่และส่วนกลางในตึก Petopia สามารถจูงน้องๆ เข้านอกออกในได้เกือบทั้งหมด ส่วนสวนบนดาดฟ้า ก็ปลูกพืชพันธุ์ปลอดภัยให้สัตว์เลี้ยงเดินชมวิวไปและกินไปได้ มีเฉพาะพื้นที่ส่วนกลางอย่าง Pet play ground ลานให้สุนัขได้ออกกำลังกาย วิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ระหว่างเจ้าของนั่งทำงานหรือพักผ่อน พร้อมเครื่องกดอาหารอัตโนมัติ จนถึง Relaxation Room และ Co-living Room ส่วนทำงานพร้อมพื้นที่ให้น้องแมววิ่งเล่น ที่ตั้งใจแยกฝั่งสำหรับน้องหมาและน้องแมวก็เพื่อป้องกันอันตรายหากน้องๆ ต้องเผชิญหน้ากัน ทางโครงการร่วมมือกับทาง Petology ผู้นำด้าน Pet Technology ในการออกแบบและจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ให้เหมาะกับสัตว์เลี้ยงด้วย

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร
Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

เพราะคิดถึงสุขอนามัยของทั้งคนและสัตว์ โครงการยังจัดห้องซักล้างที่มีเครื่องซักผ้า แยกสำหรับของสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะให้ด้วย และเรายังผูกสายจูงหรืออุ้มน้องๆ ที่รักขึ้นลิฟต์ได้เลยและด้านในมีระบบไอออนที่ช่วยฆ่าเชื้อ เรียกได้ว่าปฏิบัติกับพวกเขาเหมือนเป็นคนในครอบครัวจริงๆ

และถ้าวันใดเจ้าของเกิดไม่ว่างดูแลพวกเขา ในอนาคตก็จะมี Pet Day Care รับฝากเลี้ยงน้องเมื่อเจ้าของไม่อยู่ โดยเป็นบริการเสริมที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 

ก๊อกๆๆ เปิดห้องเลี้ยงสัตว์

หากทึ่งกับความใส่ใจของพื้นที่ส่วนกลางแล้ว ในห้องพักอาจทำให้ประหลาดใจได้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะ Petopia เป็นโครงการที่ดูแลคนและสัตว์กันอย่างรอบด้าน เต็มไปด้วยแนวคิดอันแยบคายตั้งแต่ก้าวแรก

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

หลังประตูปิดลง สิ่งแรกที่เราสัมผัสได้คือความเงียบ จากปัญหามากมายที่ทีมงานทำการบ้านรวบรวมมา หนึ่งในนั้นคือเรื่องปัญหาเสียงดังรบกวนกัน นำมาสู่ออกแบบสิ่งที่ดูเล็กน้อยแต่สำคัญอย่าง Door Seal & Drop Seal ซึ่งอยู่ด้านในของขอบประตู ช่วยกันเสียงทั้งด้านในและนอกไม่ให้เล็ดลอดเข้า-ออกได้ 

และถ้าเหลือบมองต่อไปอีกไม่ไกลในห้องนอน บานกระจก IGU ก็ช่วยป้องกันเสียงได้อีกทาง เพราะติดตั้งด้วยกระจก 2 ชั้น และออกแบบให้มีช่องว่างตรงกลาง แถมยังช่วยช่วยกรองแสง และป้องกันความร้อนได้อีกด้วย

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

ความจริงจังเรื่องเสียงยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เพราะทางโครงการมีการสร้างห้องทดสอบ หรือ Lab Room จำลองห้องเสมือนจริง โดยให้ Acoustic Designer มาช่วยกันออกแบบเสียงในห้องพัก ทั้งพื้น ผนัง ฝ้าเพดาน ประตู จนถึง หน้าต่าง ผ่านการเห่าแข่งกันของน้องหมา 2 ตัว ดูความดังของเสียง แล้วหาทางพัฒนาต่อเพื่อลดเสียงรบกวนให้ได้มากที่สุด 

Safety First ปลอดภัยไว้ก่อน

ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ห่วงเรื่องความปลอดภัยของเหล่าสัตว์ตัวเล็ก-ใหญ่ เป็นสำคัญ

เคยได้ยินประสบการณ์จากเหล่าทาสน้องหมาในคอนโดฯ มาบ้าง ว่าเวลาต้องต้อนรับแขกที่มาเยือน หรือพอประตูเปิดปุ๊บ เจ้าสี่ขาแสนซนที่จ้องอยู่นั้น ก็พร้อมกระโจนออกไปได้ทุกเมื่อ ตะขอเกี่ยวรูปร่างแปลกตาจึงเกิดมาเพื่อการนี้ โดยขอเกี่ยวเช่นนี้ออกแบบร่วมกับสัตวแพทย์ ช่วยนั่งเลือก นั่งคิด และทดลอง จนได้ขอเกี่ยวลักษณะดวงกลม ช่วยให้ไม่รั้งหรือกระชากคอน้องจนบาดเจ็บเวลากระโดด รวมถึงป้องกันสายจูงที่ล็อกเอาไว้ไม่ให้หลุด เวลาน้องหมาพยายามวิ่งออกไป

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร
ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

แถมยังมีอีก 2 จุดคือในห้องน้ำฝั่งเปียกและแห้งเพื่อง่ายต่อการอาบน้ำและไดร์ขน แถมโซน Shower Area ก็ไม่ต้องห่วงหากน้องมีปัญหาซุกซน เพราะออกแบบกันตั้งแต่ค่า R10 ของพื้นให้มีความลื่นพอดี สุขภัณฑ์ต่างๆ อย่างฝักบัวแยก สำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ออกแบบให้ควบคุมด้วยมือเดียวได้ หากอีกมือจับเจ้าสัตว์เลี้ยงเอาไว้ ที่นั่งอาบน้ำก็ออกแบบให้รับน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัม และยังอยู่ในระดับที่เหมาะสมให้น้องๆ นั่ง มีตะแกรงกันกลิ่น 3 ชั้น ช่วยกรองไม่ให้ขนอุดตัน หรือถึงแม้มีปัญหาเกี่ยวกับท่อน้ำ ก็ไม่ต้องขึ้นไปเคาะประตูรบกวนห้องด้านล่างอีกต่อไป เพราะทุกห้องในโครงการของ Whizdom The Forestias ใช้ระบบท่อระบายออกทางด้านหลังไว้ การซ่อมแซมจึงจะไม่ก่อให้เกิดปัญหากวนใจใคร

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

พื้นด้านนอกออกแบบมาให้มีค่าความลื่นต่างจากพื้นห้องปกติเช่นกัน เหตุผลคือเพื่อช่วยเซฟขาและเข่าของสัตว์เวลาเดินในห้อง ซึ่งตัวพื้นเองผ่านการทดสอบรอยขูดขีดของพื้น รวมทั้งยังเป็นวัสดุที่ทนความชื้นและทำความสะอาดง่าย หากเจ้าสัตว์เลี้ยงเล่นปัดถ้วยน้ำหกหรือขับถ่ายไม่เป็นที่ ก็จะไม่เกิดปัญหาในภายหลัง ไปจนถึงการยกปลั๊กไฟให้อยู่สูง 1 เมตร ซึ่งมากกว่าห้องทั่วไปเพื่อความปลอดภัย ส่วนการดีไซน์ห้องครัวแบบปิดนั้น เพื่อช่วยเรื่องกลิ่นและความสะอาดขณะทำอาหาร

เจ้าของไม่อยู่ หนูร่าเริง

เชื่อว่าหลายคนที่โอ๋สัตว์เลี้ยงเหมือนกับลูกคนเล็ก แทบไม่อยากห่างจากอก แต่ถ้าเกิดจำเป็นต้องออกไปข้างนอกจริงๆ เหล่าสัตว์เลี้ยงก็อยู่ได้ เพราะข้อแรก มีน้องไข่ต้ม Home Automation อัจฉริยะทำหน้าที่สอดส่องภายในบ้าน ให้เราดูน้องไลฟ์สดผ่านโทรศัพท์ได้ 24 ชั่วโมง รวมถึงสั่งการทุกอย่างในบ้านได้ด้วยเสียงภาษาไทย หรือจะดูดวง ฟังพยากรณ์อากาศก็ทำได้เช่นกัน 

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

และอีกข้อคือที่นี่มีประตูลับบานเล็ก หรือ Wicket Door เชื่อมห้องนั่งเล่นไปยังกรงด้านนอก ให้น้องแมวออกไปนั่งส่องนก หรือน้องหมาออกไปทำธุระส่วนตัว ช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นกวนใจ

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร


ก่อนจะมาเป็น Wicket Door แบบ Manual เช่นนี้ ก็พัฒนามาหลายขั้นตอนแล้วเช่นกัน ทั้งประตูใส่แบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า แต่เมื่อสัตวแพทย์เข้ามาดูร่วมด้วย ก็พบว่าแม้จะสะดวกแต่หากเกิดเหตุแบตเตอรี่หมด สัตว์เลี้ยงติดอยู่ภายนอก ก็อาจเกิดอาการ Heatstroke ขึ้นได้ เลยพัฒนาต่อให้ง่ายและพร้อมใช้งานได้ในทุกสถานการณ์ ไปจนถึงซี่กรงด้านนอกที่วัดและคำนวณขนาดซี่กรงแล้วว่า แม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงตัวจิ๋วก็ผ่านออกไปไม่ได้ 

Love me, Love my pet

นอกจากสัตว์เลี้ยงแล้ว ภายในห้องยังคำนึงถึง Health and Wellbeing ให้คนเลี้ยงรู้สึกเหมือนอยู่บ้านอย่างแท้จริง ทั้งตู้เก็บของขนาดความลึกถึง 70 เซนติเมตร ให้ใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่เข้าไปได้และมีพื้นที่เก็บของมากขึ้น 

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

แม้กระทั่งแสงและสีในห้อง พวกเขาก็ให้ความสำคัญ ทั้งไฟที่เลือกค่าความสว่างใกล้ความจริงมากที่สุด ในตำแหน่งที่เหมาะแก่การอ่านหนังสือบนเตียงที่สุด และสีที่เลือกมาแล้วว่าปลอดภัย ไม่ปล่อยสารระเหยหรือสารเคมีอันตรายใดๆ ออกมา

มีเครื่อง Fresh Air Fan เพื่อดึงอากาศบริสุทธิ์และออกซิเจนเข้ามาภายในห้อง ทำให้เรานอนหลับได้ลึกและดีขึ้น ส่วนอีกเครื่องที่คล้ายกันแต่อยู่ในห้องนั่งเล่น คือ ERV เครื่องแลกเปลี่ยนอากาศ ที่จะช่วยให้อากาศในห้องที่มีสัตว์เลี้ยงถ่ายเทอยู่เสมอ และช่วยกรองฝุ่น PM 2.5 ให้ทั้งคนและสัตว์อยู่ในสภาวะสบายที่สุดแบบไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังช่วยให้ทาสอย่างเราๆ ประหยัดค่าไฟได้เพราะเครื่อง ERV ช่วยลดอุณหภูมิจากภายนอกได้ประมาณ 3 องศา และใช้แอร์แบบฝังฝ้าที่เป็นระบบน้ำเย็น จึงทำให้ไม่มีคอมเพรซเซอร์แอร์อยู่ตรงระเบียง จึงทำให้ไม่มีลมร้อนมารบกวน ก็ช่วยให้มีพื้นที่มากขึ้น ทำให้ใช้ระเบียงได้อย่างเต็มที่ 

วันไหนไฟดับก็ไม่ต้องห่วง เพราะจะมีไฟสำรองใช้ได้นานถึง 8 ชั่วโมง 

ทั้งหมดนี้ ทีมออกแบบเล่าให้ฟังว่าแต่ละห้องของ Petopia ถูกคิดอย่างถี่ถ้วนมาตั้งแต่ต้น รวมถึงพัฒนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านต่างๆ อย่างจริงจัง และตั้งใจแก้สารพัดข้อกังวลใจของทั้งคนและสัตว์เลี้ยง

กติกาการอยู่ร่วมกัน 

หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากลากกระเป๋าพาเหล่าสัตว์เลี้ยงมาอยู่ ก็อาจต้องหมายเหตุกฎกติกาการอยู่ร่วมกันเอาไว้สักนิด ว่าถึงแม้จะเข้านอกออกในได้ทั่วทั้งตึก แต่สระว่ายน้ำและฟิตเนสอาจต้องงดเว้นเอาไว้เพื่อสุขอนามัย

แล้วเราจะพาสัตว์อะไรมาเลี้ยงได้บ้าง สัตว์แปลกๆ เข้าอยู่ได้ไหม ทางทีมงานก็รีบคลายข้อสงสัยให้ว่า อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงที่ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ทำร้ายคน หรือเป็นอันตรายต่อสัตว์อื่นและเพื่อนบ้าน นำมาเลี้ยงได้ น้องสุนัขบางพันธุ์ที่ดุร้ายหรือสัตว์มีพิษอาจไม่ได้รับอนุญาต หากเป็นสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นๆ ก็ต้องมาคุยกับทางทีมงานเป็นกรณีไป และอาจมีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักตัวและจำนวนของสัตว์เลี้ยงเพิ่มด้วย ว่าต้องไม่เกิน 25 กิโลกรัมต่อตัวเมื่อโตเต็มวัย ในห้องขนาดไม่เกิน 50 ตารางเมตรเลี้ยงสัตว์ได้ 2 ตัว ขนาด 50 – 90 ตารางเมตรได้ไม่เกิน 3 ตัว และ 90 ตารางเมตรขึ้นไปเลี้ยงได้สูงสุด 4 ตัว รวมถึงเจ้าตูบ เจ้าเหมียว และบรรดาสัตว์เลี้ยง ต้องผ่านการฝึกกับผู้เชี่ยวชาญของโครงการประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อให้คุ้นชินกับสถานที่และอยู่ร่วมกับเพื่อนๆ ได้ 

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร
ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร
ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

นอกจากนี้ ยังมีอาคารเพื่อนบ้านอีก 2 อาคาร อย่าง Destinia & Mytopia สำหรับคนโสด คู่รัก หรือครอบครัวเล็กๆ ที่อยากได้พื้นที่ส่วนตัว ซึ่งทางทีมออกแบบก็คิดมาอย่างดีว่า ทำยังไงให้ตึกที่มีเหล่าน้องๆ แสนรักก็จะไม่มารบกวนตึกข้างเคียง

ในโครงการยังมีความพิเศษอีกมากมาย ที่เหล่าคนรักสัตว์เลี้ยงคงต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง แต่ทั้งหมดนี้ก็อาจพอทำให้เราเข้าใจแล้ว ว่ายังมีที่อยู่อาศัยที่เห็นถึงความสำคัญของคุณภาพทุกชีวิต แถมยังเป็นแห่งแรกๆ ที่เราพบว่าทุ่มเทและใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อทั้งคน สัตว์เลี้ยง และเพื่อนบ้านคนรักสัตว์ด้วยกัน อยู่ร่วมกันอย่างดีและมีความสุข จนอยากชวนเข้าไปสัมผัสความตั้งใจของพวกเขา

โครงการ WHIZDOM THE FORESTIAS PETOPIA ที่อยู่อาศัย Pet Friendly เปิดให้เข้าไปเยี่ยมชมแบบส่วนตัวพร้อมเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวโปรดแล้วตั้งแต่วันนี้ นัดหมายเข้าชมล่วงหน้าได้ที่ bit.ly/2Uwif6q โทร. 1265 หรือผ่านช่องทาง LINE OA : MQDC ที่ bit.ly/3xUA8KVt

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load