มีวันหนึ่งในช่วงปิดเทอม นักเรียนมัธยมสี่คนตัดสินใจเข้าห้องสมุดเพื่อเรียนรู้วิธีเขียนเว็บไซต์ด้วยตัวเอง ไม่มีใครสอน ไม่มีงบประมาณ มีแค่ความอยากทำ — และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ Dek-D
Dek-D คืออะไร และเริ่มต้นอย่างไร
Dek-D หรือ เด็กดีดอทคอม เป็นเว็บไซต์ไทยที่ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2542 โดยกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ประกอบด้วย ปอนด์-ปกรณ์ สันติสุนทรกุล, โน้ต-วโรรส โรจนะ, เต้-สรวงศ์ ดาราราช และ แชร์-สุปิติ บูรณวัฒนาโชค
สิ่งที่น่าทึ่งคือสมัยนั้น วโรรส และเพื่อน 3 คน ยังไม่มีความรู้ด้านการเขียนเว็บไซต์ จึงใช้วิธีเข้าห้องสมุด อ่านหนังสือหาความรู้ เพื่อเตรียมตัวสำหรับช่วงปิดเทอมแล้วเขียนเว็บไซต์ด้วยกัน
31 ธันวาคม 2542 เป็นวันแรกที่พวกเขาได้ทำการปล่อยเว็บไซต์ออกสู่อินเทอร์เน็ต คืนส่งท้ายปีเก่าของโลก กลับเป็นคืนเริ่มต้นของ Dek-D ที่ยังคงยืนอยู่จนถึงวันนี้
ทำไมถึงมี Dek-D Pain Point ที่เด็กมัธยมมองเห็น

เหตุผลที่ทำให้ทั้งสี่คนอยากสร้าง Dek-D ไม่ใช่แค่ความอยากลอง แต่คือการมองเห็นช่องว่างที่ชัดเจน
เมื่อ 20 ปีกว่าที่แล้ว โลกออนไลน์ในบ้านเราไม่ได้พัฒนาก้าวไกลเช่นทุกวันนี้ แหล่งเรียนรู้ยังจำกัด กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ 4 นักเรียน ม.ปลาย รังสรรค์ฝันให้เป็นจริงก่อตั้ง Dek-D.com เว็บไซต์ด้านการศึกษาโลกใบใหม่สำหรับวัยรุ่น
ในยุคที่อินเทอร์เน็ตไทยยังมีน้อย การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในไทยยังไม่มาก มีอัตราค่าบริการสูง แต่ด้วยความที่ตนและเพื่อนอีก 3 คน ที่ร่วมกันก่อตั้ง เด็กดี กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.5 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จึงมีอินเทอร์เน็ตแอกเคาต์ใช้ท่องโลกออนไลน์ ทำให้พบว่าเมืองไทยมีเว็บไซต์ค่อนข้างน้อย และยังไม่ตอบโจทย์วัยรุ่นเท่าที่ควร
นั่นคือ Pain Point ที่เด็ก ม.5 สี่คนมองเห็น และเลือกที่จะแก้ไขมัน
Dek-D กับนิยายออนไลน์ มรดกที่ยิ่งใหญ่กว่าที่คิด

ถ้าจะพูดถึง Dek-D โดยไม่พูดถึงนิยายออนไลน์ก็คงไม่สมบูรณ์
‘นิยาย’ สิ่งที่ทำให้ ‘เด็กดี’ เข้าไปอยู่ในใจผู้คนโลกออนไลน์ และ นิยายเด็กดี ได้กลายเป็นหนึ่งในคลังวรรณกรรมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
นิยายก็เป็นอีกภาพจำที่หลายคนนึกถึง Dek-D เพราะที่นี่เปิดโอกาสให้ทุกคนส่งผลงานมาได้อย่างอิสระ ตราบใดที่ไม่หยาบคาย หรือลามก โดยเรื่องแรกที่ลง คือ ‘สิ่งที่ไร้เหตุผล 4 เรื่อง’ ของ อติน ความยาวทั้งหมด 72 ตอน
Dek-D Writer หรือระบบนักเขียนของ เด็กดี คือเครื่องมือที่เปิดโอกาสให้วัยรุ่นทั่วประเทศได้นำเสนอผลงานของตัวเอง และบริการ Writer เป็นแหล่งเพาะนักเขียนจำนวนมาก มีผลงานในเว็บไซต์ได้รับการตีพิมพ์เป็นหนังสือจำนวนมาก
นั่นหมายความว่า Dek-D ไม่ได้แค่ให้คนอ่านนิยาย แต่สร้างนักเขียนอาชีพให้กับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องตลอดสองทศวรรษ นิยายหลายเรื่องที่เคยอยู่บนหน้าเว็บ เด็กดี กลายเป็นหนังสือขายดี และบางเรื่องก็กลายเป็นซีรีส์โทรทัศน์ที่คนทั้งประเทศติดตาม
Dek-D กับการศึกษา มากกว่าแค่ชุมชนออนไลน์

Dek-D ไม่ได้เป็นแค่แพลตฟอร์มนิยายและสังคมออนไลน์ แต่ยังเป็นพื้นที่ด้านการศึกษาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของวัยรุ่นไทย
เว็บไซต์นั้นยังคงอยู่ นอกจากจะมีคนมาใช้งานมากติดอันดับต้นๆ ของไทยแล้ว ยังเป็นพื้นที่ให้ความรู้ในด้านการศึกษาแก่เด็กไทยต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ทั้งการตรวจสอบประกาศผลสอบเข้ามหาวิทยาลัย การแนะนำการสอบ เทคนิคการติวการทำข้อสอบต่างๆ ไปจนถึงเรื่องการเป็นกระบอกเสียง หรือศูนย์ร้องทุกข์เรื่องการสอบ TCAS
ชุมชน เด็กดี จึงไม่ใช่แค่ที่รวมตัวของวัยรุ่นที่อยากเม้าท์มอย แต่เป็นพื้นที่ที่เด็กไทยพึ่งพาจริงๆ ในวันที่ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนต่อ ผลสอบ และอนาคต
จากเว็บไซต์สู่ธุรกิจ เส้นทางที่ไม่ง่ายของ Dek-D
เส้นทางธุรกิจของ Dek-D ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป
เว็บไซต์มีลูกค้าซื้อโฆษณารายแรกหลังเปิดเว็บไซต์ประมาณ 1 ปี โดยเป็นสถาบันกวดวิชา ลงแบนเนอร์ในราคา 600 บาทต่อเดือน ตัวเลขเล็กน้อยนั้นคือจุดเริ่มต้นของโมเดลธุรกิจที่จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
Dek-D เป็น 1 ใน 5 ของเว็บไซต์ไทยที่ได้รับความนิยมมากที่สุด 20 อันดับแรก มีรายได้ในหลักหลายสิบล้านบาท
และในปี 2565 ก็เกิดเหตุการณ์สำคัญที่สะท้อนถึงมูลค่าของ เด็กดี อย่างชัดเจน บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) มีมติอนุมัติในหลักการให้บริษัท อมรินทร์บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด เข้าซื้อหุ้นสามัญของ บริษัท เด็กดี อินเตอร์แอคทีฟ จำกัด เจ้าของเว็บไซต์ Dek-D.com ในสัดส่วนหุ้น 51% มูลค่า 204 ล้านบาท
การที่สำนักพิมพ์ชั้นนำอย่างอมรินทร์มองเห็นคุณค่าของ Dek-D จนยอมลงทุน 204 ล้านบาท บอกอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับพลังของชุมชนนักเขียนและนักอ่านที่ เด็กดี สร้างขึ้น
ความทรงจำของคนทั้งรุ่น Dek-D ในฐานะ Social Memory
มีบางสิ่งที่ไม่สามารถวัดด้วยตัวเลขธุรกิจได้ และนั่นคือที่ Dek-D อยู่ในใจคนไทยหลายล้านคน
สำหรับคนที่โตมากับ เด็กดี ในช่วงยุค 2000-2010 เว็บบอร์ดของ Dek-D คือพื้นที่แรกที่ได้แสดงความคิดเห็น ได้ถกเถียง ได้หัวเราะ และได้ร้องไห้กับคนแปลกหน้าที่กลายเป็นเพื่อนทางออนไลน์
นิยายเด็กดี หลายเรื่องที่คนอ่านตอนยังเป็นวัยรุ่น ยังคงอยู่ในความทรงจำในฐานะงานเขียนที่สัมผัสหัวใจ ก่อนที่งานเหล่านั้นจะถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือหรือถูกสร้างเป็นซีรีส์
Dek-D มีจุดมุ่งหมายในการสร้างเว็บไซต์สำหรับการพบปะพูดคุยของเพื่อนวัยเดียวกันจากโรงเรียนต่างๆ ได้มาพบเจอกัน และมันก็ทำสิ่งนั้นได้สำเร็จในแบบที่ผู้ก่อตั้งทั้งสี่อาจไม่เคยจินตนาการถึง
Dek-D กับอนาคต ยืนหยัดในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว
ในยุคที่โซเชียลมีเดียครองใจวัยรุ่น Dek-D ยังคงปรับตัวและยืนหยัดอยู่ได้
บริษัทวางแผนขยายธุรกิจเจาะตลาด CLMV ในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากเป็นประเทศเพื่อนบ้าน มีวัฒนธรรมคล้ายกัน และปัจจุบันเว็บไซต์ ‘เด็กดี’ มีนักอ่าน-นักเขียนประเทศอาเซียนเข้ามาใช้บริการอยู่แล้ว
สิ่งที่ทำให้ Dek-D ยังอยู่รอดในโลกที่แพลตฟอร์มดิจิทัลเกิดและตายเร็วมากคือเอกลักษณ์ที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น TikTok, Instagram หรือ YouTube ก็ไม่มีแพลตฟอร์มไหนที่ทำหน้าที่เป็น “บ้านของนักเขียนไทย” ได้แบบที่ นิยายเด็กดี ทำมาตลอด
เชื่อว่าการเดินทางในอนาคตของ Dek-D จะพาวรรณกรรมไทยไปได้ไกลจนคาดไม่ถึง เช่นเดียวกันกับที่ทำมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
20 ปีของ Dek-D บทเรียนที่ยังใช้ได้เสมอ
เรื่องราวของ Dek-D สอนบทเรียนหนึ่งที่เรียบง่ายและทรงพลัง
ไม่มีทรัพยากรมาก ไม่มีผู้ใหญ่สนับสนุน ไม่มีความรู้ด้านเทคนิคมาก่อน — แต่มีปัญหาที่มองเห็นชัด มีความตั้งใจที่จะแก้ไขมัน และมีความพยายามที่จะเรียนรู้จนทำได้
นั่นคือสูตรที่ทำให้ Dek-D ยืนมาได้กว่า 20 ปี และจะยังคงยืนต่อไป
“จากวันส่งท้ายปี 2542 กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเว็บไซต์ที่เปิดกว้างให้เด็กไทยที่มีฝันได้สร้างตัวตน สั่งสมประสบการณ์ จนกลายเป็นนักเขียน”
