7 กุมภาพันธ์ 2562
11 K

เจริญกรุง เราเจอกันอีกครั้ง

ในฐานะถนนแบบตะวันตกสายแรกของกรุงเทพฯ ตั้งแต่เกือบ 160 ปีที่แล้ว เจริญกรุงจึงเก็บความทรงจำจากประวัติศาสตร์เก่าก่อนไว้มากมาย และเต็มไปด้วย ‘แห่งแรก’ จนไปเที่ยวดูได้หลายต่อหลายครั้ง

เราเคยชวนเดินดูร่องรอยอดีตแห่งเจริญกรุง ทั้งตามรอยศิลปะอิสลาม ต้อนรับช่วงถือศีลอดเราะมะฎอน และเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมโบราณของเจริญกรุงยามค่ำคืนในเทศกาล Bangkok Design Week เมื่อปีที่แล้ว แต่ก็ยังได้ไม่ถึงเศษเสี้ยวหนึ่งของความทรงจำที่เจริญกรุงบันทึกไว้

เพราะยังมีเรื่องที่อยากเล่าอีก The Cloud เลยจับมือกับ TCDC ในวาระ Bangkok Design Week 2019 จัดทริป Walk with the Cloud 14 : West Side Story แกะร่องรอยชาติตะวันตกในสยาม ผ่านการเดินถนนเจริญกรุง นำโดย ผศ. ดร.พีรศรี โพวาทอง อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสถาปัตยกรรมโบราณ และ อภิชาติ กิตติเมธาวีนันท์ นักวิชาการอิสระ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องคริสต์ศาสนาในประเทศไทย

ไปมองเจริญกรุงผ่านมุมตะวันตกด้วยกันได้ ณ บัดนี้

01

ตั้งแต่ช่วงรัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งตัดถนนเจริญกรุง จนถึงรัชกาลที่ 7 ที่ย่านบางรักเฟื่องฟูสูงสุด ย่านนี้เป็นย่านที่มีชาวตะวันตกอยู่อาศัยเยอะที่สุดในกรุงเทพฯ แต่เมื่อดูบันทึกจำนวนประชากรคนกรุงเทพฯ สมัยนั้นก็พบว่า แม้ในย่านบางรักก็ยังมีชาวตะวันตกอยู่เพียง 400 คน จากประชากรทั้งหมดเกือบ 8,000 คน (จากยอดสำมะโนครัว พ.ศ. 2458) เรียกได้ว่าเป็นคนกลุ่มน้อยที่ทิ้งร่องรอยไว้มากมาย

ย่านบางรักมีร่องรอยของวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งสถานเอกอัครราชทูตทูตโปรตุเกส สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ในอดีตยังมีสถานกงสุลอังกฤษ อเมริกา และเบลเยียม ทั้งยังมีบริษัทของชาวเดนมาร์ก โรงเรียนชาวจีน ชุมชนมุสลิมที่มัสยิดฮารูณ วัดม่วงแคของชาวพุทธ และโบสถ์อัสสัมชัญของคริสตชน เป็นความแตกต่างที่อยู่ร่วมกันอย่างแท้จริง

เจริญกรุง

02

ร่องรอยหนึ่งที่เก่าแก่และยังมีชีวิตคือพื้นที่ของสถานเอกอัครราชทูตโปรตุเกส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รัชกาลที่ 2 พระราชทานให้ เนื่องจากเป็นชาวตะวันตกชาติแรกที่เข้ามาในสยามตั้งแต่เมื่อ 500 กว่าปีที่แล้ว จึงได้ที่ดินกว้างติดแม่น้ำสำหรับตั้งสถานีการค้าและสถานกงสุลตั้งแต่สมัยก่อนจะมีถนนเจริญกรุงด้วยซ้ำ สาเหตุที่พระราชทานที่ดินบริเวณนี้เพราะอยู่ถัดออกมาจากเขตเมืองหลวง ต่อจากตลาดสำเพ็งและกะดีจีนของชาวจีนและชาวแขก รวมถึงเป็นบริเวณที่มีชุมชนวัดกาลหว่าร์ซึ่งเป็นชาวโปรตุเกสด้วย

เจริญกรุง เจริญกรุง เจริญกรุง

พื้นที่แห่งทรงจำเดินทางผ่านเวลามาถึงมือของเอกอัครราชทูตคนปัจจุบัน ฟรานซิสกู วาช ปาตตู (Francisco Vaz Patto)

สินค้านำเข้าจากโปรตุเกสที่สำคัญในสมัยก่อนคืออาวุธปืน ซึ่งทำให้สยามมีเครื่องมือป้องกันประเทศ โดยยังมีหลักฐานของปืนใหญ่อยู่ตามที่ต่างๆ เช่น ที่หน้าทำเนียบทูต และที่หลังโบสถ์กาลหว่าร์ เป็นต้น

เจริญกรุง เจริญกรุง เจริญกรุง

03

ในพื้นที่ของสถานเอกอัครราชทูตมีโกดังไม้ยุคเก่าหลังท้ายๆ ที่ยังหลงเหลือบนถนนสายนี้ สร้างตั้งแต่ช่วงรัชกาลที่ 2 (ปี 1820) ปัจจุบันบูรณะใหม่เป็นอาคารปูนสีเหลืองที่โมเดิร์นสุดๆ และใช้เป็นสำนักงานของสถานเอกอัครราชทูต

เจริญกรุง เจริญกรุง เจริญกรุง เจริญกรุง

ส่วนอาคารอีกหลังที่โดดเด่นไม่แพ้กัน คือทำเนียบเอกอัครราชทูตที่สร้างตามมาในปี 1860 และปรับปรุงครั้งล่าสุดในปี 2013 ตัวอาคาร 2 ชั้นมีลักษณะสมมาตรซ้ายขวา และมีบันไดไม้อยู่ตรงกลางตัวบ้าน ผนังบ้านมีความหนามากเพราะเป็นการออกแบบที่ใช้ผนังเป็นตัวรับน้ำหนักบ้าน แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีช่องประตูหน้าต่างที่เปิดโล่งได้ ทำให้บ้านไม่ดูทึบ และมีลมพัดผ่านกำลังดี เฟอร์นิเจอร์และเครื่องประดับตกแต่งดูแปลกตา เพราะเป็นของสไตล์โปรตุเกสแทบทั้งหมด ยกเว้นชิ้นที่โดดเด่นออกมา คือภาพวาดของ สมบูรณ์ หอมเทียนทอง 2 ภาพที่เป็นรูปช้างสื่อถึงไทย และม้าสื่อถึงโปรตุเกส

เจริญกรุง เจริญกรุง เจริญกรุง เจริญกรุง เจริญกรุง

จุดน่าสนใจในบ้านหลังนี้คือมุมหนึ่งในห้องรับแขกเคยเป็นคุกชั้นใต้ดิน สมัยก่อน หากคนในบังคับโปรตุเกสทำผิดกฎหมายในเขตแดนสยาม ท่านทูตจะเป็นผู้ตัดสิน ถ้าผิดจริงก็จะขังไว้ก่อน แล้วค่อยส่งตัวใส่เรือกลับไปโปรตุเกส

เจริญกรุง

04

ถ้าใครผ่านไปผ่านมา เคยเห็นตึกที่ชื่อว่า O.P.Place แม้ดูผ่านๆ จะเหมือนเป็นของใหม่ แต่ที่จริงแล้วตึกนี้สร้างตั้งแต่ปลายรัชกาลที่ 5 โดยเดิมชื่อห้างสิงโต หรือ Falck & Beidek Store เจ้าของเป็นชาวเยอรมัน ตัวอาคารทำจากคอนกรีตทั้งหลัง มีความทนทานสูง กันไฟไหม้ได้ ภายในมีลิฟต์เก่าหน้าตาสุดคลาสสิก โคมระย้าอลังการ และร้านขายงานศิลปะ ของที่ระลึก ไปจนถึงนิทรรศการศิลปะน่าสนใจมากมาย

เจริญกรุง

05

โบสถ์อัสสัมชัญมีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 (ปี 1822) แต่ไม่ได้มีหน้าตาแบบที่เห็นกันในปัจจุบัน โบสถ์รุ่นแรกจะดูคล้ายวัดซางตาครู้สมากกว่า คือมีหน้าบัน ดูแล้วคล้ายศิลปะไทยปนจีน แต่มีไม้กางเขน และตัวอักษรย่อ M.A. สื่อถึงพระแม่มารี บอกให้รู้ว่าเป็นโบสถ์คริสต์  

เจริญกรุง

โบสถ์นี้นับว่าเป็นอาสนวิหารหลังแรกของไทย คำว่า ‘อาสนวิหาร’ (Cathedral) หมายถึงที่นั่งของพระสังฆราช แปลว่าที่ไหนมีพระสังฆราช ที่นั่นจะเป็นอาสนวิหาร โดยอาสนวิหารอัสสัมชัญหลังนี้ พระสังฆราชแปร์รอสได้เป็นผู้วางศิลาฤกษ์ในวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 1910 โดยก่อนหน้านี้ 1 วัน พระสังฆราชแปร์รอสได้อภิเษกขึ้นเป็นพระสังฆราชแห่งมิสซังกรุงเทพฯ ที่โบสถ์กาลหว่าร์

ในช่วงรัชกาลที่ 6 (ปี 1919) มีการบูรณะโบสถ์ใหม่ให้เป็นทรงโรมาเนสก์มากขึ้น ลดความกอธิคลง หน้าตาภายนอกดูเผินๆ แล้วเหมือนโบสถ์ที่ไซง่อน มาถึงปีนี้ ตัวโบสถ์ก็จะมีอายุครบ 100 ปีพอดี

เจริญกรุง เจริญกรุง เจริญกรุง

06

โบสถ์อัสสัมชัญหลังการบูรณะใหม่ในปี 2015 สวยงามอลังการไม่แพ้โบสถ์กลางเมืองในประเทศอื่น แถมมีรายละเอียดเยอะมากๆ แบบเล่าอย่างไรก็ไม่หมด เราเลยขอเล่าเฉพาะส่วนเด่นๆ ดังนี้

เริ่มจากประตูอาสนวิหารที่บันทึกการเปลี่ยนแปลงศาสนจักรของไทยและของโลก มีสัญลักษณ์ 3 ส่วน เริ่มจากบนสุด IHS ย่อมาจาก Jesu Hominum Salvator ที่แปลว่า พระเยซูเป็นพระผู้ไถ่ของโลก ล่างลงมาเป็นตราปีติมหาการุณ ซึ่งทำไว้เพื่อระลึกถึงงานครบรอบเมื่อปี 2000 และใต้สุดเป็นตราระลึกการเปิดประตูครั้งแรกหลังจากการบูรณะวิหารนี้ ในปี 2015

เจริญกรุง เจริญกรุง

โบสถ์เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ ทั้งดาวสีทองบนพื้นสีน้ำเงินที่หมายถึงดาวประจำรุ่ง ชื่อหนึ่งของพระแม่มารี ส่วนที่เสาหน้าโบสถ์ด้านขวามีรูปวาดของนก Pelican ที่เวลาไม่มีอาหารแม่นกจะจิกหน้าอกตัวเองเพื่อแบ่งเนื้อให้ลูกๆ กิน เป็นตัวแทนของการเสียสละของพระเยซู หรือแม้แต่ใบปาล์มที่วาดอยู่ผนังด้านข้างโบสถ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะด้วย

เจริญกรุง เจริญกรุง

แต่คงไม่มีส่วนใดของโบสถ์ที่โดดเด่นไปมากกว่าภาพเขียนในบริเวณ Sanctuary ด้านหน้าโบสถ์ ที่เล่าเหตุการณ์ ‘อัสสัมชัญ’ (Assumpta est maria in caelum) หรือการรับพระแม่มารีขึ้นสู่สวรรค์นั่นเอง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีในไบเบิล แต่มาตีความต่อภายหลังในช่วงยุคบาโรก ภาพเขียนผนัง 3 รูปมีเขียนกำกับว่า ave maria (วันทามารีอา) คือเทวดามาทักทายพระแม่มารี gratia plena (เปี่ยมด้วยพระหรรษทาน) เป็นตอนที่พระเยซูมอบมงกุฎให้พระแม่มารีบนสวรรค์ และ dominus tecum (พระเจ้าสถิตกับท่าน) ส่วนสองด้านซ้ายขวาเขียนว่า Alleluia คือการสรรเสริญยินดี รวมกันออกมาเป็นบทสวดวันาทามารีอาเวอร์ชันภาษาละตินนั่นเอง เหนือขึ้นไปอีกเป็นรูปนกพิราบ ตัวแทนของพระจิตสีทองที่อาบรูปทั้งรูปไว้ หมายถึงสวรรค์ ส่วนแสงที่สาดส่องจากด้านบน คือตัวแทนของพระเจ้า

เจริญกรุง เจริญกรุง

07

ใต้ส่วน Sanctuary ด้านหน้าโบสถ์มีห้องเก็บศพใต้โบสถ์ หรือที่เรียกกันว่า Crypt ซึ่งจะฝังเฉพาะศพของเจ้าอาวาสหรือพระสังฆราชเท่านั้น ศพสำคัญที่ฝังอยู่ที่นี่ เช่น บาทหลวงเอมิล โอกุสต์ โกลงเบต์, พระสังฆราชฌอง หลุยส์ เวย์, พระสังฆราชเรอเน แปร์รอส ผู้ทำพิธีเสกโบสถ์นี้ให้เป็นอาสนวิหาร, พระสังฆราชหลุยส์ โชแรง สังฆราชชาวฝรั่งเศสคนสุดท้าย

เจริญกรุง

บุคคลเดียวที่ได้รับการระลึกถึงใน Crypt นี้โดยไม่ได้เป็นเจ้าอาวาสหรือพระสังฆราช มีเพียงบุญราศีนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง ผู้มีหุ่นขี้ผึ้งจำลองวางอยู่กลางห้อง ท่านทำงานในช่วงที่มีเหตุการณ์เบียดเบียนคริสต์ศาสนิกชน ท่านถูกตัดสินจำคุก 15 ปีเพราะไม่ยอมเลิกเผยแพร่ศาสนา แม้ตอนที่อยู่ในคุกก็ยังสอนศาสนาให้คนในเรือนจำบางขวางได้กลับใจล้างบาป เมื่อท่านเสียชีวิตในเรือนจำ ศพของท่านจึงถูกนำออกมาฝังไว้ที่นี่ แม้ในปัจจุบันศพจะย้ายไปอยู่ที่นครปฐม แต่ในหุ่นขี้ผึ้งก็ยังมีกระดูกบางส่วนเพื่อให้คนมาสักการะบูชา

เจริญกรุง เจริญกรุง

08

หากแวะมาโบสถ์ อย่าลืมดูหันไปมองหอจดหมายเหตุ อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ อาคารหลังนี้แหละคือโปกือที่เราพูดถึงไปในข้อ 5 โดยมีพระสังฆราช 5 องค์ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ตัวบ้านสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 มีอายุ 174 ปีแล้ว ด้านหน้ามีตราของพระสังฆราชฌอง หลุยส์ เวย์ ซึ่งคาดว่าเป็นผู้บูรณะ ปัจจุบัน พื้นที่ชั้นล่างเป็นโรงพิมพ์ของวารสารคริสตจักรที่ชื่อ อุดมสาร ส่วนชั้นบนเป็นหอจดหมายเหตุที่เกิดจากการรวบรวมเอกสารของคุณพ่อเปาโล สุรชัย ชุ่มศรีพันธุ์ ในปี 1980 โดยเอกสารเกือบครึ่งมาจากที่วัดกาลหว่าร์นั่นเอง

เจริญกรุง

ในหอจดหมายเหตุมีของดีเก็บอยู่มากมาย เช่น คำสอนคฤศตัง หนังสือเล่มแรกที่ตีพิมพ์ในโรงพิมพ์ซางตาครู้ส, ราชกิจจานุเบกษาสมัยรัชกาลที่ 4, หนังสือ ดรุณศึกษา รวมถึงเป็นที่เก็บบัลลังก์พระสังฆราชที่ทำให้โบสถ์อัสสัมชัญเป็นอาสนวิหาร ส่วนบัลลังก์ที่ตั้งอยู่ในโบสถ์ปัจจุบันเป็นบัลลังก์ใหม่แล้ว

09

พื้นที่ของโรงเรียนอัสสัมชัญบันทึกพัฒนาการสถาปัตยกรรมตะวันตกในไทยไว้อย่างชัดเจน เพราะมีหอจดหมายเหตุที่สร้างด้วยสไตล์โคโลเนียลตั้งแต่ช่วงรัชกาลที่ 4 มีตึกโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ที่สร้างเมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 ประมาณ 122 ปีที่แล้ว มีอาสนวิหารจากช่วงรัชกาลที่ 6 ซึ่งกำลังจะครบ 100 ปี ลักษณะเป็นทรงโรมาเนสก์รีไววัล และตึกโปกือใหม่ที่สร้างโดยพระสังฆราชโชแรงในสมัยรัชกาลที่ 7 ซึ่งมีกลิ่นอายความเป็นโมเดิร์นอยู่

เมื่อดูสถาปัตยกรรมทั้งสี่ต่อกัน ก็คล้ายว่ากำลังเดินทางข้ามเวลาอยู่เลย

เจริญกรุง

10

อาคารสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด คือตึก East Asiatic ที่มีชาวเดนมาร์กนามว่า Hans Neil Anderson อยู่เบื้องหลัง เขาเป็นผู้เดินเรือและนักธุรกิจที่เก่งกาจ เข้ามาถึงเมืองไทยเมื่อช่วงต้นรัชกาลที่ 5 และทำธุรกิจอย่างชาญฉลาดด้วยนำไม้สักจากสยามไปขายยุโรป แล้วนำถ่านหินจากยุโรปกลับมาขายสยาม หากใครเคยเห็นเฟอร์นิเจอร์สไตล์เดนิชที่มีไม้สักเป็นวัสดุหลัก ไม้สักเหล่านั้นก็มาจากเมืองไทยนี่เอง

ธุรกิจของชาวเดนมาร์กในไทยรุ่งเรืองมาก เพราะมีทั้งการทำห้าง Oriental Store ที่กลายมาเป็นโรงแรมโอเรียนเต็ลในปัจจุบัน มีธุรกิจรถรางม้าลาก ซึ่งกลายเป็นธุรกิจรถรางไฟฟ้า แล้วกลายเป็นธุรกิจไฟฟ้า จนในที่สุด ช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 5 เขาจึงตั้งบริษัท East Asiatic Company เพื่อขยายสาขาไปทั่วโลกตามทางเดินเรือ

เจริญกรุง

ภายในอาคาร East Asiatic Company นั้นมีแบบแปลนที่เรียบง่าย คือมีบันไดตรงกลาง และเมื่อเดินขึ้นไป ภายในก็เป็นห้องโล่งๆ ยาวตลอดตัวตึก ในขณะที่ด้านนอกสวยโดดเด่น โดยเฉพาะตราสัญลักษณ์สมอเรือด้านหน้าตึก และสัญลักษณ์ของเมอคิวรี เทพแห่งการค้าขาย ประดับอยู่

เจริญกรุง

ปัจจุบันโบสถ์อัสสัมชัญเปิดให้ทุกคนเยี่ยมชมได้โดยไม่เกี่ยงศาสนา หอจดหมายเหตุฯ สามารถยื่นเรื่องเข้าชมได้ด้วยตนเอง ศูนย์การค้า O.P. place เปิดทุกวัน และอาคารอีสต์เอเชียติกสามารถชมจากด้านนอกได้ตลอด

มาเจริญกรุงครั้งหน้า อย่าลืมสังเกตสถาปัตยกรรมเหล่านี้ ร่องรอยของโลกตะวันตกจะเผยตัวออกมาเบื้องหน้าคุณ

เจริญกรุง

7 กุมภาพันธ์ 2562
11 K

เจริญกรุง เราเจอกันอีกครั้ง

ในฐานะถนนแบบตะวันตกสายแรกของกรุงเทพฯ ตั้งแต่เกือบ 160 ปีที่แล้ว เจริญกรุงจึงเก็บความทรงจำจากประวัติศาสตร์เก่าก่อนไว้มากมาย และเต็มไปด้วย ‘แห่งแรก’ จนไปเที่ยวดูได้หลายต่อหลายครั้ง

เราเคยชวนเดินดูร่องรอยอดีตแห่งเจริญกรุง ทั้งตามรอยศิลปะอิสลาม ต้อนรับช่วงถือศีลอดเราะมะฎอน และเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมโบราณของเจริญกรุงยามค่ำคืนในเทศกาล Bangkok Design Week เมื่อปีที่แล้ว แต่ก็ยังได้ไม่ถึงเศษเสี้ยวหนึ่งของความทรงจำที่เจริญกรุงบันทึกไว้

เพราะยังมีเรื่องที่อยากเล่าอีก The Cloud เลยจับมือกับ TCDC ในวาระ Bangkok Design Week 2019 จัดทริป Walk with the Cloud 14 : West Side Story แกะร่องรอยชาติตะวันตกในสยาม ผ่านการเดินถนนเจริญกรุง นำโดย ผศ. ดร.พีรศรี โพวาทอง อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสถาปัตยกรรมโบราณ และ อภิชาติ กิตติเมธาวีนันท์ นักวิชาการอิสระ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องคริสต์ศาสนาในประเทศไทย

ไปมองเจริญกรุงผ่านมุมตะวันตกด้วยกันได้ ณ บัดนี้

01

ตั้งแต่ช่วงรัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งตัดถนนเจริญกรุง จนถึงรัชกาลที่ 7 ที่ย่านบางรักเฟื่องฟูสูงสุด ย่านนี้เป็นย่านที่มีชาวตะวันตกอยู่อาศัยเยอะที่สุดในกรุงเทพฯ แต่เมื่อดูบันทึกจำนวนประชากรคนกรุงเทพฯ สมัยนั้นก็พบว่า แม้ในย่านบางรักก็ยังมีชาวตะวันตกอยู่เพียง 400 คน จากประชากรทั้งหมดเกือบ 8,000 คน (จากยอดสำมะโนครัว พ.ศ. 2458) เรียกได้ว่าเป็นคนกลุ่มน้อยที่ทิ้งร่องรอยไว้มากมาย

ย่านบางรักมีร่องรอยของวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งสถานเอกอัครราชทูตทูตโปรตุเกส สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ในอดีตยังมีสถานกงสุลอังกฤษ อเมริกา และเบลเยียม ทั้งยังมีบริษัทของชาวเดนมาร์ก โรงเรียนชาวจีน ชุมชนมุสลิมที่มัสยิดฮารูณ วัดม่วงแคของชาวพุทธ และโบสถ์อัสสัมชัญของคริสตชน เป็นความแตกต่างที่อยู่ร่วมกันอย่างแท้จริง

เจริญกรุง

02

ร่องรอยหนึ่งที่เก่าแก่และยังมีชีวิตคือพื้นที่ของสถานเอกอัครราชทูตโปรตุเกส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รัชกาลที่ 2 พระราชทานให้ เนื่องจากเป็นชาวตะวันตกชาติแรกที่เข้ามาในสยามตั้งแต่เมื่อ 500 กว่าปีที่แล้ว จึงได้ที่ดินกว้างติดแม่น้ำสำหรับตั้งสถานีการค้าและสถานกงสุลตั้งแต่สมัยก่อนจะมีถนนเจริญกรุงด้วยซ้ำ สาเหตุที่พระราชทานที่ดินบริเวณนี้เพราะอยู่ถัดออกมาจากเขตเมืองหลวง ต่อจากตลาดสำเพ็งและกะดีจีนของชาวจีนและชาวแขก รวมถึงเป็นบริเวณที่มีชุมชนวัดกาลหว่าร์ซึ่งเป็นชาวโปรตุเกสด้วย

เจริญกรุง เจริญกรุง เจริญกรุง

พื้นที่แห่งทรงจำเดินทางผ่านเวลามาถึงมือของเอกอัครราชทูตคนปัจจุบัน ฟรานซิสกู วาช ปาตตู (Francisco Vaz Patto)

สินค้านำเข้าจากโปรตุเกสที่สำคัญในสมัยก่อนคืออาวุธปืน ซึ่งทำให้สยามมีเครื่องมือป้องกันประเทศ โดยยังมีหลักฐานของปืนใหญ่อยู่ตามที่ต่างๆ เช่น ที่หน้าทำเนียบทูต และที่หลังโบสถ์กาลหว่าร์ เป็นต้น

เจริญกรุง เจริญกรุง เจริญกรุง

03

ในพื้นที่ของสถานเอกอัครราชทูตมีโกดังไม้ยุคเก่าหลังท้ายๆ ที่ยังหลงเหลือบนถนนสายนี้ สร้างตั้งแต่ช่วงรัชกาลที่ 2 (ปี 1820) ปัจจุบันบูรณะใหม่เป็นอาคารปูนสีเหลืองที่โมเดิร์นสุดๆ และใช้เป็นสำนักงานของสถานเอกอัครราชทูต

เจริญกรุง เจริญกรุง เจริญกรุง เจริญกรุง

ส่วนอาคารอีกหลังที่โดดเด่นไม่แพ้กัน คือทำเนียบเอกอัครราชทูตที่สร้างตามมาในปี 1860 และปรับปรุงครั้งล่าสุดในปี 2013 ตัวอาคาร 2 ชั้นมีลักษณะสมมาตรซ้ายขวา และมีบันไดไม้อยู่ตรงกลางตัวบ้าน ผนังบ้านมีความหนามากเพราะเป็นการออกแบบที่ใช้ผนังเป็นตัวรับน้ำหนักบ้าน แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีช่องประตูหน้าต่างที่เปิดโล่งได้ ทำให้บ้านไม่ดูทึบ และมีลมพัดผ่านกำลังดี เฟอร์นิเจอร์และเครื่องประดับตกแต่งดูแปลกตา เพราะเป็นของสไตล์โปรตุเกสแทบทั้งหมด ยกเว้นชิ้นที่โดดเด่นออกมา คือภาพวาดของ สมบูรณ์ หอมเทียนทอง 2 ภาพที่เป็นรูปช้างสื่อถึงไทย และม้าสื่อถึงโปรตุเกส

เจริญกรุง เจริญกรุง เจริญกรุง เจริญกรุง เจริญกรุง

จุดน่าสนใจในบ้านหลังนี้คือมุมหนึ่งในห้องรับแขกเคยเป็นคุกชั้นใต้ดิน สมัยก่อน หากคนในบังคับโปรตุเกสทำผิดกฎหมายในเขตแดนสยาม ท่านทูตจะเป็นผู้ตัดสิน ถ้าผิดจริงก็จะขังไว้ก่อน แล้วค่อยส่งตัวใส่เรือกลับไปโปรตุเกส

เจริญกรุง

04

ถ้าใครผ่านไปผ่านมา เคยเห็นตึกที่ชื่อว่า O.P.Place แม้ดูผ่านๆ จะเหมือนเป็นของใหม่ แต่ที่จริงแล้วตึกนี้สร้างตั้งแต่ปลายรัชกาลที่ 5 โดยเดิมชื่อห้างสิงโต หรือ Falck & Beidek Store เจ้าของเป็นชาวเยอรมัน ตัวอาคารทำจากคอนกรีตทั้งหลัง มีความทนทานสูง กันไฟไหม้ได้ ภายในมีลิฟต์เก่าหน้าตาสุดคลาสสิก โคมระย้าอลังการ และร้านขายงานศิลปะ ของที่ระลึก ไปจนถึงนิทรรศการศิลปะน่าสนใจมากมาย

เจริญกรุง

05

โบสถ์อัสสัมชัญมีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 (ปี 1822) แต่ไม่ได้มีหน้าตาแบบที่เห็นกันในปัจจุบัน โบสถ์รุ่นแรกจะดูคล้ายวัดซางตาครู้สมากกว่า คือมีหน้าบัน ดูแล้วคล้ายศิลปะไทยปนจีน แต่มีไม้กางเขน และตัวอักษรย่อ M.A. สื่อถึงพระแม่มารี บอกให้รู้ว่าเป็นโบสถ์คริสต์  

เจริญกรุง

โบสถ์นี้นับว่าเป็นอาสนวิหารหลังแรกของไทย คำว่า ‘อาสนวิหาร’ (Cathedral) หมายถึงที่นั่งของพระสังฆราช แปลว่าที่ไหนมีพระสังฆราช ที่นั่นจะเป็นอาสนวิหาร โดยอาสนวิหารอัสสัมชัญหลังนี้ พระสังฆราชแปร์รอสได้เป็นผู้วางศิลาฤกษ์ในวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 1910 โดยก่อนหน้านี้ 1 วัน พระสังฆราชแปร์รอสได้อภิเษกขึ้นเป็นพระสังฆราชแห่งมิสซังกรุงเทพฯ ที่โบสถ์กาลหว่าร์

ในช่วงรัชกาลที่ 6 (ปี 1919) มีการบูรณะโบสถ์ใหม่ให้เป็นทรงโรมาเนสก์มากขึ้น ลดความกอธิคลง หน้าตาภายนอกดูเผินๆ แล้วเหมือนโบสถ์ที่ไซง่อน มาถึงปีนี้ ตัวโบสถ์ก็จะมีอายุครบ 100 ปีพอดี

เจริญกรุง เจริญกรุง เจริญกรุง

06

โบสถ์อัสสัมชัญหลังการบูรณะใหม่ในปี 2015 สวยงามอลังการไม่แพ้โบสถ์กลางเมืองในประเทศอื่น แถมมีรายละเอียดเยอะมากๆ แบบเล่าอย่างไรก็ไม่หมด เราเลยขอเล่าเฉพาะส่วนเด่นๆ ดังนี้

เริ่มจากประตูอาสนวิหารที่บันทึกการเปลี่ยนแปลงศาสนจักรของไทยและของโลก มีสัญลักษณ์ 3 ส่วน เริ่มจากบนสุด IHS ย่อมาจาก Jesu Hominum Salvator ที่แปลว่า พระเยซูเป็นพระผู้ไถ่ของโลก ล่างลงมาเป็นตราปีติมหาการุณ ซึ่งทำไว้เพื่อระลึกถึงงานครบรอบเมื่อปี 2000 และใต้สุดเป็นตราระลึกการเปิดประตูครั้งแรกหลังจากการบูรณะวิหารนี้ ในปี 2015

เจริญกรุง เจริญกรุง

โบสถ์เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ ทั้งดาวสีทองบนพื้นสีน้ำเงินที่หมายถึงดาวประจำรุ่ง ชื่อหนึ่งของพระแม่มารี ส่วนที่เสาหน้าโบสถ์ด้านขวามีรูปวาดของนก Pelican ที่เวลาไม่มีอาหารแม่นกจะจิกหน้าอกตัวเองเพื่อแบ่งเนื้อให้ลูกๆ กิน เป็นตัวแทนของการเสียสละของพระเยซู หรือแม้แต่ใบปาล์มที่วาดอยู่ผนังด้านข้างโบสถ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะด้วย

เจริญกรุง เจริญกรุง

แต่คงไม่มีส่วนใดของโบสถ์ที่โดดเด่นไปมากกว่าภาพเขียนในบริเวณ Sanctuary ด้านหน้าโบสถ์ ที่เล่าเหตุการณ์ ‘อัสสัมชัญ’ (Assumpta est maria in caelum) หรือการรับพระแม่มารีขึ้นสู่สวรรค์นั่นเอง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีในไบเบิล แต่มาตีความต่อภายหลังในช่วงยุคบาโรก ภาพเขียนผนัง 3 รูปมีเขียนกำกับว่า ave maria (วันทามารีอา) คือเทวดามาทักทายพระแม่มารี gratia plena (เปี่ยมด้วยพระหรรษทาน) เป็นตอนที่พระเยซูมอบมงกุฎให้พระแม่มารีบนสวรรค์ และ dominus tecum (พระเจ้าสถิตกับท่าน) ส่วนสองด้านซ้ายขวาเขียนว่า Alleluia คือการสรรเสริญยินดี รวมกันออกมาเป็นบทสวดวันาทามารีอาเวอร์ชันภาษาละตินนั่นเอง เหนือขึ้นไปอีกเป็นรูปนกพิราบ ตัวแทนของพระจิตสีทองที่อาบรูปทั้งรูปไว้ หมายถึงสวรรค์ ส่วนแสงที่สาดส่องจากด้านบน คือตัวแทนของพระเจ้า

เจริญกรุง เจริญกรุง

07

ใต้ส่วน Sanctuary ด้านหน้าโบสถ์มีห้องเก็บศพใต้โบสถ์ หรือที่เรียกกันว่า Crypt ซึ่งจะฝังเฉพาะศพของเจ้าอาวาสหรือพระสังฆราชเท่านั้น ศพสำคัญที่ฝังอยู่ที่นี่ เช่น บาทหลวงเอมิล โอกุสต์ โกลงเบต์, พระสังฆราชฌอง หลุยส์ เวย์, พระสังฆราชเรอเน แปร์รอส ผู้ทำพิธีเสกโบสถ์นี้ให้เป็นอาสนวิหาร, พระสังฆราชหลุยส์ โชแรง สังฆราชชาวฝรั่งเศสคนสุดท้าย

เจริญกรุง

บุคคลเดียวที่ได้รับการระลึกถึงใน Crypt นี้โดยไม่ได้เป็นเจ้าอาวาสหรือพระสังฆราช มีเพียงบุญราศีนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง ผู้มีหุ่นขี้ผึ้งจำลองวางอยู่กลางห้อง ท่านทำงานในช่วงที่มีเหตุการณ์เบียดเบียนคริสต์ศาสนิกชน ท่านถูกตัดสินจำคุก 15 ปีเพราะไม่ยอมเลิกเผยแพร่ศาสนา แม้ตอนที่อยู่ในคุกก็ยังสอนศาสนาให้คนในเรือนจำบางขวางได้กลับใจล้างบาป เมื่อท่านเสียชีวิตในเรือนจำ ศพของท่านจึงถูกนำออกมาฝังไว้ที่นี่ แม้ในปัจจุบันศพจะย้ายไปอยู่ที่นครปฐม แต่ในหุ่นขี้ผึ้งก็ยังมีกระดูกบางส่วนเพื่อให้คนมาสักการะบูชา

เจริญกรุง เจริญกรุง

08

หากแวะมาโบสถ์ อย่าลืมดูหันไปมองหอจดหมายเหตุ อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ อาคารหลังนี้แหละคือโปกือที่เราพูดถึงไปในข้อ 5 โดยมีพระสังฆราช 5 องค์ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ตัวบ้านสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 มีอายุ 174 ปีแล้ว ด้านหน้ามีตราของพระสังฆราชฌอง หลุยส์ เวย์ ซึ่งคาดว่าเป็นผู้บูรณะ ปัจจุบัน พื้นที่ชั้นล่างเป็นโรงพิมพ์ของวารสารคริสตจักรที่ชื่อ อุดมสาร ส่วนชั้นบนเป็นหอจดหมายเหตุที่เกิดจากการรวบรวมเอกสารของคุณพ่อเปาโล สุรชัย ชุ่มศรีพันธุ์ ในปี 1980 โดยเอกสารเกือบครึ่งมาจากที่วัดกาลหว่าร์นั่นเอง

เจริญกรุง

ในหอจดหมายเหตุมีของดีเก็บอยู่มากมาย เช่น คำสอนคฤศตัง หนังสือเล่มแรกที่ตีพิมพ์ในโรงพิมพ์ซางตาครู้ส, ราชกิจจานุเบกษาสมัยรัชกาลที่ 4, หนังสือ ดรุณศึกษา รวมถึงเป็นที่เก็บบัลลังก์พระสังฆราชที่ทำให้โบสถ์อัสสัมชัญเป็นอาสนวิหาร ส่วนบัลลังก์ที่ตั้งอยู่ในโบสถ์ปัจจุบันเป็นบัลลังก์ใหม่แล้ว

09

พื้นที่ของโรงเรียนอัสสัมชัญบันทึกพัฒนาการสถาปัตยกรรมตะวันตกในไทยไว้อย่างชัดเจน เพราะมีหอจดหมายเหตุที่สร้างด้วยสไตล์โคโลเนียลตั้งแต่ช่วงรัชกาลที่ 4 มีตึกโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ที่สร้างเมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 ประมาณ 122 ปีที่แล้ว มีอาสนวิหารจากช่วงรัชกาลที่ 6 ซึ่งกำลังจะครบ 100 ปี ลักษณะเป็นทรงโรมาเนสก์รีไววัล และตึกโปกือใหม่ที่สร้างโดยพระสังฆราชโชแรงในสมัยรัชกาลที่ 7 ซึ่งมีกลิ่นอายความเป็นโมเดิร์นอยู่

เมื่อดูสถาปัตยกรรมทั้งสี่ต่อกัน ก็คล้ายว่ากำลังเดินทางข้ามเวลาอยู่เลย

เจริญกรุง

10

อาคารสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด คือตึก East Asiatic ที่มีชาวเดนมาร์กนามว่า Hans Neil Anderson อยู่เบื้องหลัง เขาเป็นผู้เดินเรือและนักธุรกิจที่เก่งกาจ เข้ามาถึงเมืองไทยเมื่อช่วงต้นรัชกาลที่ 5 และทำธุรกิจอย่างชาญฉลาดด้วยนำไม้สักจากสยามไปขายยุโรป แล้วนำถ่านหินจากยุโรปกลับมาขายสยาม หากใครเคยเห็นเฟอร์นิเจอร์สไตล์เดนิชที่มีไม้สักเป็นวัสดุหลัก ไม้สักเหล่านั้นก็มาจากเมืองไทยนี่เอง

ธุรกิจของชาวเดนมาร์กในไทยรุ่งเรืองมาก เพราะมีทั้งการทำห้าง Oriental Store ที่กลายมาเป็นโรงแรมโอเรียนเต็ลในปัจจุบัน มีธุรกิจรถรางม้าลาก ซึ่งกลายเป็นธุรกิจรถรางไฟฟ้า แล้วกลายเป็นธุรกิจไฟฟ้า จนในที่สุด ช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 5 เขาจึงตั้งบริษัท East Asiatic Company เพื่อขยายสาขาไปทั่วโลกตามทางเดินเรือ

เจริญกรุง

ภายในอาคาร East Asiatic Company นั้นมีแบบแปลนที่เรียบง่าย คือมีบันไดตรงกลาง และเมื่อเดินขึ้นไป ภายในก็เป็นห้องโล่งๆ ยาวตลอดตัวตึก ในขณะที่ด้านนอกสวยโดดเด่น โดยเฉพาะตราสัญลักษณ์สมอเรือด้านหน้าตึก และสัญลักษณ์ของเมอคิวรี เทพแห่งการค้าขาย ประดับอยู่

เจริญกรุง

ปัจจุบันโบสถ์อัสสัมชัญเปิดให้ทุกคนเยี่ยมชมได้โดยไม่เกี่ยงศาสนา หอจดหมายเหตุฯ สามารถยื่นเรื่องเข้าชมได้ด้วยตนเอง ศูนย์การค้า O.P. place เปิดทุกวัน และอาคารอีสต์เอเชียติกสามารถชมจากด้านนอกได้ตลอด

มาเจริญกรุงครั้งหน้า อย่าลืมสังเกตสถาปัตยกรรมเหล่านี้ ร่องรอยของโลกตะวันตกจะเผยตัวออกมาเบื้องหน้าคุณ

เจริญกรุง

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Walk with The Cloud

กิจกรรมที่จะพาเดินทางไปทำความรู้จักเมืองในหลากหลายมิติ

28 พฤศจิกายน 2563
1 K

The Cloud x KIATNAKIN PHATRA

รู้ไหม นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่า ชื่อ ‘บางกอก’ ถูกตั้งตามลักษณะพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยต้นมะกอกน้ำริมเจ้าพระยาในอดีต 

มองย้อนกลับไปในหน้าประวัติศาสตร์ ต้นไม้คือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่อยู่คู่กับการก่อร่างสร้างกรุงรัตนโกสินทร์มาตั้งแต่แรกเริ่ม ดังนั้น นอกจากศิลาจารึก โบราณวัตถุ และสถาปัตยกรรมเก่าแก่ทรงคุณค่าแล้ว เราเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านการเติบโตและคงอยู่ของต้นไม้ได้เช่นกัน

วันเวลาล่วงเลย จากเวนิสตะวันออกที่เต็มไปด้วยคูคลอง สู่เมืองบกที่การพัฒนารุดหน้าและเติบโต ต้นไม้โบราณที่เติบโตมาพร้อมกับเมืองหลงเหลืออยู่น้อยแทบจะนับต้นได้ เราจึงชักชวนผู้อ่านร่วมแกะรอยประวัติศาสตร์ ผ่านการเยี่ยมชมต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านผ่านร้อนหนาวมานับร้อยปี ในย่านเก่าแก่ที่เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวการผันเปลี่ยนวิถีวัฒนธรรมไปตามยุคสมัย ภายในคลองรอบกรุง ในทริป Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees เมื่อวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

จากความตั้งใจของ The Cloud และกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ร่วมด้วย BIG Trees กลุ่มคนที่ต้องการสร้างความเข้าใจเรื่องการสร้างพื้นที่สีเขียวที่ยั่งยืนให้กับเมือง โดยเราได้ ดร.พรธรรม ธรรมวิมล ผู้อำนวยการกลุ่มภูมิสถาปัตยกรรม สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ดร.วิภากร ธรรมวิมล ที่ปรึกษาและอดีตนายกสมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย ชนัตฎา ดำเงิน รุกขกร อรยา สูตะบุตร และ สันติ โอภาสปกรณ์กิจ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม BIG Trees มาเป็นวิทยากรประจำทริป

แม้สายฝนจะโปรยปรายลงมาตลอดทั้งวัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความรู้ ตลอดจนบรรยากาศและความสนุกสนานของทริปลดน้อยลงเลย เตรียมหมวกและน้ำดื่มให้พร้อม นี่คือ 20 เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจของชิ้นส่วนทางประวัติศาสตร์จากอดีต ที่มีลมหายใจและเติบโตมาพร้อมกับเมืองจนถึงปัจจุบันไปพร้อมกัน

01 

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees
15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees
15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ในแง่ภูมิทัศน์เมือง ต้นไม้ใหญ่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญ เพราะแสดงถึงการตั้งอยู่ของชุมชนหรือสถานที่สำคัญที่มีความหมาย เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในประกอบไปด้วยพระบรมมหาราชวัง และวังของพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงหลายพระองค์ ทำให้พื้นที่บริเวณนี้ ตั้งแต่ในอดีตมีการปลูกต้นไม้และจัดภูมิทัศน์ไว้อย่างดี

ต่อมาเมื่อสยามเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข วังบางส่วนเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานไปตามบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลง อย่างวังหน้าที่ถูกปรับพื้นที่เป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ และโรงละครแห่งชาติ 

ต้นไม้เก่าแก่และการทำภูมิทัศน์โบราณรูปแบบต่างๆ จึงตกทอดกลายเป็นมรดกจากยุคเก่าที่ติดมากับพื้นที่ บางต้นยังคงอยู่ แต่บางต้นล้มหายตายจากไปตามสภาพการดูแลและเวลาที่ล่วงไป

ต้นโพธิ์ บริเวณลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คือหนึ่งในต้นไม้เก่าแก่ประจำวังหน้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ในบริเวณที่มีชัยภูมิเป็นที่นัดหมายและชุมนุมทางการเมืองของนักศึกษามายาวนาน ในสมัยแรกเริ่ม ตึกโดมมีปีกซ้ายขวา ขนาดอาคารยาวกว่าที่เห็นในปัจจุบันมาก แต่หลังจากเหตุการณ์ช่วง พ.ศ. 2519 ตึกโดมถูกตัดส่วนปีกซ้ายขวาออกไปเหลือเท่าที่เราเห็นในปัจจุบัน

นอกจากนี้ต้นโพธิ์ต้นนี้เคยเป็นที่เซ่นไหว้หัวหมูขอพรสำหรับการสอบของเหล่านักศึกษา แต่ถูกอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ สั่งห้าม เพราะมองว่าเป็นความงมงายและติดสินบนเจ้าที่ ในปัจจุบันต้นโพธิ์จึงกลายเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญของธรรมศาสตร์แทน 

02

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ต้นกร่างที่ตั้งอยู่หน้าคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นเสมือนจิตวิญญาณของเด็กศิลปากรที่ยุคหนึ่งผูกพันกับมันมากจนถึงขั้นเรียกต้นไม้ต้นนี้ว่าคุณปู่กร่าง ถ้าเทียบตามรูปภาพโบราณสมัยรัชกาลที่ 4 เราจะเห็นยอดของต้นกร่างต้นนี้สูงขึ้นมาเหนือหลังคาตึก ทำให้อนุมานได้ว่า คุณปู่ต้นนี้มีอายุมากเกิน 100 ปีแล้ว 

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

แม้ว่าทั้งต้นกร่างที่มหาวิทยาลัยศิลปากรและต้นโพธิ์ที่ลานโพธิ์ของธรรมศาสตร์จะดูสวยงาม แผ่กิ่งก้านใบออกเป็นร่มเงาให้กับเรา แต่ในความจริงนั้น ทั้งสองต้นโตขึ้นได้มากกว่านี้ แต่เพราะสภาพพื้นที่ที่ถูกอาคารปิดล้อม ทำให้เราไม่สามารถชื่นชมความงามของต้นไม้ทั้งสองต้นอย่างเต็มที่ 

03

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ในอดีต บริเวณพื้นที่ของกรมศิลปากรเคยเป็นที่ตั้งของวังมาก่อน ซึ่งมีถึง 3 วังด้วยกัน และมีต้นไม้โบราณที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน คือต้นกร่างและต้นยางอินเดีย ซึ่งนอกจากสองต้นนี้แล้ว ยังมีต้นจันทร์อีกต้นหนึ่งแทรกตัวอยู่ข้างหลังพิพิธภัณฑ์อาจารย์ศิลป์ พีระศรี ตึกที่เคยเป็นท้องพระโรงเก่ามาก่อน ต้นจันทร์นับเป็นต้นไม้ใหญ่อีกต้นที่ถูกลืมเลือนไป ถ้าใครมีโอกาสแวะไปกรมศิลป์ ก็เดินไปแวะทักทายคุณปู่ต้นไม้ต้นนี้กันได้นะ 

04

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees
15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

เคยได้ยินคำว่า ‘โพธิ์ไทรไกรกร่าง’ กันไหม 4 ต้นไม้ใหญ่เหล่านี้ คือต้นไม้ที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์และพระพุทธประวัติ นอกจากแสดงฐานานุศักดิ์ของเจ้านายแล้ว ต้นไม้เหล่านี้ต้องใช้พื้นที่ในการเติบโตแผ่กิ่งก้านออกไปรอบด้าน จึงเหมาะให้ร่มเงากับพื้นที่ที่มีคนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นที่นิยมปลูกกันมากในวัดและวังสมัยก่อน

05

แนวคิดในการปลูกต้นไม้และการออกแบบภูมิทัศน์โบราณของไทย ได้อิทธิพลมาจากประเทศอินเดียและจีนเป็นหลัก แนวคิดแบบอินเดียมีความเชื่อมโยงกับพุทธประวัติ ความเชื่อ และความศรัทธา มองต้นไม้เป็นแหล่งอาหารและยารักษาโรค ในขณะที่แนวคิดแบบจีน นิยมใช้ตกแต่งสวนเพื่อความสวยงาม และถือเป็นการบำบัดจิตใจชนิดหนึ่ง มักพบเห็นได้ในรูปแบบของเขามอและต้นไม้สวยงามในวัง

ดังนั้น ต้นไม้ที่ปลูกในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในจึงจำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือไม้มงคลและไม้ผล ไม้มงคลมักปลูกในพื้นที่วัง ส่วนไม้ผลมักปลูกริมคูคลอง เพื่อให้ประชาชนเก็บดอกผลรับประทานได้

06

นอกจากการปลูกต้นไม้เพื่อความสวยงามและประโยชน์ คนไทยสมัยก่อนก็นิยมปลูกต้นไม้ในเชิงสัญลักษณ์ด้วย เช่น การปลูกต้นยางนาที่โตสูงชะลูดจนมองเห็นจากที่ไกลๆ ไว้ในบริเวณวัด ทำให้คนที่เดินทางมาสังเกตเห็นต้นยางนาแล้วรู้ได้ทันทีว่าใกล้จะเข้าถึงเขตวัดแล้ว 

ในบริเวณภาคเหนือ เช่นเชียงตุงและเชียงใหม่ ก็มีการปลูกต้นไม้ในลักษณะนี้เหมือนกัน เรียกว่าไม้หมายเมืองเพื่อสัญลักษณ์ให้ผู้คนที่กำลังเดินทางเข้ามารับรู้ว่ากำลังใกล้ถึงเมืองแล้ว ต้นไม้จึงเป็นเหมือนจุดเช็กอินในสมัยก่อน

07

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ต้นยางอินเดียที่เรานิยมปลูกกันอยู่ตอนนี้ สามารถเจริญเติบโตจนใหญ่มาก ขนาดที่ว่าในสมัยก่อนเราใช้ลำต้นของมันผูกล่ามช้างได้เป็นสิบๆ เชือก ดังนั้น ถ้าใครมีต้นยางอินเดียอยู่ที่บ้านและคิดจะนำมันลงกระถาง อย่าลืมหาพื้นที่กว้างๆ ให้รากและกิ่งก้านได้แผ่ออกไป และไม่ควรปลูกใกล้ตัวอาคารก่อสร้างเด็ดขาด 

08

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ถ้าเดินเลียบคลองคูเมืองเดิมต่อไปจะเจอกับกลุ่มต้นตะเคียน 4 – 5 ต้นที่หน้าวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นต้นไม้ชุดดั้งเดิมที่รัชกาลที่ 1 ทรงปลูก เพื่อใช้ในการสร้างเรือ อีกทั้งยังเป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุมากที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ของกรุงรัตนโกสินทร์ จากภาพถ่ายโบราณที่หลงเหลืออยู่ เห็นได้ว่าต้นตะเคียนเคยถูกปลูกมากในบริเวณนี้ เพื่อสร้างความเขียวชอุ่มให้กับผู้คนที่ผ่านไปมา

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

นักประวัติศาสตร์ค้นพบผังภูมิทัศน์สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ที่ระบุตำแหน่งและชนิดต้นไม้ที่ปลูกริมคลองคูเมืองเดิม ทั้งต้นพิกุล จำปี มะม่วง และขนุน แต่ปัจจุบันต้นไม้ดั้งเดิมแทบทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยต้นไม้ชุดใหม่ จากการปรับปรุงพื้นที่สาธารณะริมคลองหลายครั้ง รวมถึงการสร้างสิ่งปลูกสร้าง อย่างสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ที่จำเป็นต้องก่อสร้างทับคลองคูเมืองเดิมทิศเหนือ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน เมื่อระบบถนนกลายเป็นการสัญจรหลัก

ข้างๆ กันนั้น เราจะเจอสะพานหก ซึ่งยกขึ้นลงได้สำหรับเรือสัญจรผ่านไปมา แต่เป็นอันจำลองที่ถูกสร้างขึ้นมาในสมัยฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ส่วนของจริงผุพังลงไปมากแล้ว สันนิษฐานว่าเคยตั้งอยู่ที่แถวโรงสี ข้างอนุสาวรีย์สหแห่งชาติหรืออนุสาวรีย์หมู ไม่ไกลกันเท่าไรจากตำแหน่งปัจจุบัน

09

ถัดจากเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในออกมาเพียงข้ามฝั่งคลองคูเมืองเดิม คือแพร่งภูธร แพร่งนรา และแพร่งสรรพศาสตร์ จุดเริ่มต้นการค้าที่เชื่อมต่อไปยังเยาวราชและเจริญกรุง สถาปัตยกรรมเก่าบริเวณนี้ได้อิทธิพลมาจากฝรั่งเศสที่เป็นห้องแถวล้อมรอบคอร์ทสี่เหลี่ยม หากสังเกตดีๆ จะเห็นต้นไม้ใหญ่เหลือรอดอยู่บ้างในบางคอร์ท

คลองคูเมืองเดิมจึงเป็นเหมือนเส้นแบ่งเขตของรัตนโกสินทร์ชั้นนอกและในออกจากกัน จากการสำรวจพื้นที่ยังขุดเจอโบราณสถานต่างๆ เช่น กำแพงเมืองเดิม ร่องรอยของรถรางต่างๆ ภูมิสมาคมสถาปัตยกรรมแห่งประเทศไทยและกรมศิลปากร จึงเริ่มโครงการปรับภูมิทัศน์และ Live Museum เพื่อให้เป็นอีกสถานที่หนึ่งสำหรับศึกษาประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ 

10

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ต้นมะฮอกกานีต้นใหญ่บริเวณหลังกระทรวงกลาโหม กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของพื้นที่บริเวณนี้ เพราะความสวยงามของใบและกิ่งที่แผ่ออกเห็นเด่นชัดมาแต่ไกล ครั้งหนึ่งเคยเกือบถูกเปลี่ยนให้เป็นต้นขนุนเพราะความเข้าใจผิดแต่มีเอกสารเก่ายืนยันถึงที่มาของต้นไม้ได้ จึงได้รับการดูแลแทนการขุดทิ้งไป ซึ่งทั้งหมดเป็นความร่วมมือกันจากหน่วยงานของภาครัฐ ทหาร และภาคประชาชน ทำให้ต้นไม้นี้กลับมาสวยงามอีกครั้งหนึ่ง 

09

เมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสเมืองใหญ่ในต่างประเทศ พระองค์ทอดพระเนตรเห็นความศิวิไลซ์ในการวางผังและการจัดการพื้นที่เมือง จึงดำริให้สร้างสนามหลวงอย่างพลาซ่าในยุโรปและปรับปรุงถนน พร้อมปลูกต้นไม้อย่างเป็นระเบียบสวยงามเช่นถนนฌ็องเซลิเซ่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส 

โดยประยุกต์แนวคิดการปลูกไม้ผลอย่างต้นมะขามเข้าไป เพราะต้นมะขามเป็นพืชสารพัดประโยชน์ ประชาชนเก็บใบ เปลือก ผล ไปรับประทานได้ และที่สำคัญคือใบละเอียด เช่นเดียวกับต้นมะฮอกกานี ไม้ยืนต้นที่ให้ร่มเงาได้ดีแม้มีใบขนาดเล็ก เพราะใบเล็กละเอียดเหล่านี้ปลิวไปได้และทำความสะอาดง่าย ไม่อุดตันท่อระบายน้ำ ไม่ทำให้บ้านเมืองสกปรก 

นอกจากนั้น ท่านยังคิดชื่อต้นมะขามด้วยเองสื่อถึงความน่าเกรงขาม แต่ในปัจจุบันนั้นหลงเหลือต้นมะขามที่อยู่มาตั้งแต่สมัยแรกเริ่มเพียงประมาณ 20 – 30 ต้นเท่านั้น 

10

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

เมื่อก่อนต้นมะขามตรงสนามหลวงเคยสุขภาพแข็งแรงมาก จนกระทั่งช่วงที่เป็นตลาดนัดสนามหลวง ทำให้มะขามถูกใช้เป็นเสาผูกผ้าใบกางเต็นท์ของแม่ค้า บ้างก็ถูกเทน้ำร้อนราด ทำให้ไม่เจริญเติบโต แต่ในปัจจุบันกำลังถูกฟื้นฟูจากความร่วมมือกันของภาครัฐและกลุ่ม BIG Trees 

11

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

อุทยานพระราชวังสราญรมย์สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เพื่อเป็นที่ประทับปลายรัชสมัยของพระองค์ แต่พระองค์เสด็จสวรรคตก่อน ภายหลังรัชกาลที่ 5 มีพระราชดำริให้จัดสวนของตามแบบสวนอังกฤษ และทรงใช้อุทยานแห่งนี้เป็นพื้นที่ต้อนรับพระราชอาคันตุกะจากต่างชาติ มีการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมและตกแต่งอุทยานด้วยสระน้ำพุ สวนดอกไม้ โดยเฉพาะกุหลาบแดง ไม้ดอกที่ทรงโปรดปราน เรื่อยมาจนถึงการจัดงานฤดูหนาวในสมัยรัชกาลที่ 6

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัชกาลที่ 7 ทรงโปรดเกล้าฯ มอบอุทยานแห่งนี้ให้รัฐบาล จากนั้นจึงมีการปรับปรุงและเปิดเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกๆ ของสยาม และหลังจากปลี่ยนมือมาอยู่ในการดูแลของคณะราษฎร จึงมีการสร้างสำนักงานของคณะราษฎรไว้ภายในพื้นที่อีกด้วย 

แม้ที่นี่จะมีพันธุ์ไม้หายากมากมายที่รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้นำมาปลูกไว้ แต่ต้นจามจุรีและมะขาม สองไม้ยืนต้นเก่าแก่ในไทยก็ยังคงยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ที่นี่ตลอดมา

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

12

ภายในสวนสราญรมย์ยังมีอนุสาวรีย์ของพระนางเรือล่ม หรือสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี หนึ่งในพระราชินีของรัชกาลที่ 5 ที่เสด็จประพาสบางปะอิน ก่อนเกิดเหตุการณ์เรือล่มและไม่มีใครช่วยเหลือพระนางได้ เนื่องจากกฎมณเฑียรบาลในสมัยก่อน รัชกาลที่ 5 จึงทรงมีรับสั่งให้สร้างอนุสาวรีย์นี้ไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงความรักของพระองค์ที่มีต่อพระนาง

13

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ย้อนกลับไปช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พื้นที่บริเวณมิวเซียมสยามเคยเป็นวังที่พระทับของเจ้านายถึง 5 พระองค์ เรื่อยมาถึงสมัยรัชกาลที่ 6 พระองค์มีพระบรมราชโองกางให้จัดตั้งกระทรวงพาณิชย์ขึ้นที่นี่ เนื่องจากอยู่ใกล้ย่านการค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา 

นอกจากอาคารกระทวงพาณิชย์ที่ต่อมาถูกปรับปรุงเป็นมิวเซียมสยาม จะเป็นสถาปัตยกรรมทรงคุณค่าที่ออกแบบและก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยในยุคนั้นแล้ว ยังมีต้นไทรเก่าแก่อีก 2 ต้นที่เติบโตมาพร้อมกับอาคารตั้งแต่ยังเป็นกระทรวงพาณิชย์

14

เนื่องจากไม่มีการบันทึกเรื่องราวแรกเริ่มของต้นไทรคู่นี้เอาไว้ จึงคาดว่าอาจมีจุดเริ่มต้นได้ 2 กรณี คือ ตั้งใจปลูก เพราะเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อทางพุทธประวัติ จึงนำมาปลูกไว้ในสถานที่สำคัญ หรือเติบโตขึ้นเองจากการทิ้งเมล็ดของนกที่บินมาบริเวณนี้ เนื่องจากต้นไทรเป็นไม้ยืนต้นที่ทนทานและมีระบบรากแข็งแรงมาก 

ความน่าสนใจคือ ในช่วงปรับปรุงอาคารและภูมิทัศน์เป็นมิวเซียมสยาม นักประวัติศาสตร์และนักออกแบบต้องร่วมมือกันประเมินคุณค่าของต้นไม้และองค์ประกอบต่างๆ โดยรอบพื้นที่ ต้นไทรใหญ่คู่นี้ทรงคุณค่าทั้งทาง Tangible และ Intangible ระบบก้านใบและรากค้ำจุนพื้นที่มาเนิ่นนาน พอๆ กับความเคารพศรัทธาที่ผู้คนมอบให้อย่างไม่เสื่อมคลาย

15

เคยมีโครงการสำรวจต้นไม้เก่าแก่ของประเทศไทยตามลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ค้นพบว่า ความเชื่อเรื่องผีของคนไทยมีส่วนช่วยในการรักษาต้นไม้ จากการศึกษาพบว่า ต้นไม้เก่าแก่ส่วนใหญ่ที่ยังคงอยู่มักถูกปลูกอยู่ตามบริเวณอาณาเขตวัด ซึ่งต้นไม้ที่โตสมบูรณ์และแข็งแรงที่สุดมักอยู่ตามป่าช้าที่ไม่มีใครกล้าไปรบกวน

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเกร็ดความรู้ที่เราได้รับจาก Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees สัปดาห์หน้า เตรียมพบกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าผ่านต้นไม้โบราณ ที่ชี้ให้เห็นรูปแบบการดำรงชีวิต ความศรัทธา การเปลี่ยนแปลงของเมืองและสังคมในแต่ละยุคสมัย ตั้งแต่เรื่องราวการวางผังเมืองโบราณ วิสัยทัศน์เกี่ยวกับการปลูกต้นในเมืองของเจ้านายหลายพระองค์ในอดีต เรื่อยมาจนถึงเรื่องราวการเคลื่อนไหวของภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมในปัจจุบัน เพื่ออนุรักษ์ต้นไม้ซึ่งเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ 

28 พฤศจิกายน 2563
1 K

The Cloud x KIATNAKIN PHATRA

รู้ไหม นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่า ชื่อ ‘บางกอก’ ถูกตั้งตามลักษณะพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยต้นมะกอกน้ำริมเจ้าพระยาในอดีต 

มองย้อนกลับไปในหน้าประวัติศาสตร์ ต้นไม้คือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่อยู่คู่กับการก่อร่างสร้างกรุงรัตนโกสินทร์มาตั้งแต่แรกเริ่ม ดังนั้น นอกจากศิลาจารึก โบราณวัตถุ และสถาปัตยกรรมเก่าแก่ทรงคุณค่าแล้ว เราเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านการเติบโตและคงอยู่ของต้นไม้ได้เช่นกัน

วันเวลาล่วงเลย จากเวนิสตะวันออกที่เต็มไปด้วยคูคลอง สู่เมืองบกที่การพัฒนารุดหน้าและเติบโต ต้นไม้โบราณที่เติบโตมาพร้อมกับเมืองหลงเหลืออยู่น้อยแทบจะนับต้นได้ เราจึงชักชวนผู้อ่านร่วมแกะรอยประวัติศาสตร์ ผ่านการเยี่ยมชมต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านผ่านร้อนหนาวมานับร้อยปี ในย่านเก่าแก่ที่เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวการผันเปลี่ยนวิถีวัฒนธรรมไปตามยุคสมัย ภายในคลองรอบกรุง ในทริป Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees เมื่อวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

จากความตั้งใจของ The Cloud และกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ร่วมด้วย BIG Trees กลุ่มคนที่ต้องการสร้างความเข้าใจเรื่องการสร้างพื้นที่สีเขียวที่ยั่งยืนให้กับเมือง โดยเราได้ ดร.พรธรรม ธรรมวิมล ผู้อำนวยการกลุ่มภูมิสถาปัตยกรรม สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ดร.วิภากร ธรรมวิมล ที่ปรึกษาและอดีตนายกสมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย ชนัตฎา ดำเงิน รุกขกร อรยา สูตะบุตร และ สันติ โอภาสปกรณ์กิจ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม BIG Trees มาเป็นวิทยากรประจำทริป

แม้สายฝนจะโปรยปรายลงมาตลอดทั้งวัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความรู้ ตลอดจนบรรยากาศและความสนุกสนานของทริปลดน้อยลงเลย เตรียมหมวกและน้ำดื่มให้พร้อม นี่คือ 20 เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจของชิ้นส่วนทางประวัติศาสตร์จากอดีต ที่มีลมหายใจและเติบโตมาพร้อมกับเมืองจนถึงปัจจุบันไปพร้อมกัน

01 

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees
15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees
15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ในแง่ภูมิทัศน์เมือง ต้นไม้ใหญ่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญ เพราะแสดงถึงการตั้งอยู่ของชุมชนหรือสถานที่สำคัญที่มีความหมาย เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในประกอบไปด้วยพระบรมมหาราชวัง และวังของพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงหลายพระองค์ ทำให้พื้นที่บริเวณนี้ ตั้งแต่ในอดีตมีการปลูกต้นไม้และจัดภูมิทัศน์ไว้อย่างดี

ต่อมาเมื่อสยามเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข วังบางส่วนเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานไปตามบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลง อย่างวังหน้าที่ถูกปรับพื้นที่เป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ และโรงละครแห่งชาติ 

ต้นไม้เก่าแก่และการทำภูมิทัศน์โบราณรูปแบบต่างๆ จึงตกทอดกลายเป็นมรดกจากยุคเก่าที่ติดมากับพื้นที่ บางต้นยังคงอยู่ แต่บางต้นล้มหายตายจากไปตามสภาพการดูแลและเวลาที่ล่วงไป

ต้นโพธิ์ บริเวณลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คือหนึ่งในต้นไม้เก่าแก่ประจำวังหน้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ในบริเวณที่มีชัยภูมิเป็นที่นัดหมายและชุมนุมทางการเมืองของนักศึกษามายาวนาน ในสมัยแรกเริ่ม ตึกโดมมีปีกซ้ายขวา ขนาดอาคารยาวกว่าที่เห็นในปัจจุบันมาก แต่หลังจากเหตุการณ์ช่วง พ.ศ. 2519 ตึกโดมถูกตัดส่วนปีกซ้ายขวาออกไปเหลือเท่าที่เราเห็นในปัจจุบัน

นอกจากนี้ต้นโพธิ์ต้นนี้เคยเป็นที่เซ่นไหว้หัวหมูขอพรสำหรับการสอบของเหล่านักศึกษา แต่ถูกอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ สั่งห้าม เพราะมองว่าเป็นความงมงายและติดสินบนเจ้าที่ ในปัจจุบันต้นโพธิ์จึงกลายเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญของธรรมศาสตร์แทน 

02

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ต้นกร่างที่ตั้งอยู่หน้าคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นเสมือนจิตวิญญาณของเด็กศิลปากรที่ยุคหนึ่งผูกพันกับมันมากจนถึงขั้นเรียกต้นไม้ต้นนี้ว่าคุณปู่กร่าง ถ้าเทียบตามรูปภาพโบราณสมัยรัชกาลที่ 4 เราจะเห็นยอดของต้นกร่างต้นนี้สูงขึ้นมาเหนือหลังคาตึก ทำให้อนุมานได้ว่า คุณปู่ต้นนี้มีอายุมากเกิน 100 ปีแล้ว 

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

แม้ว่าทั้งต้นกร่างที่มหาวิทยาลัยศิลปากรและต้นโพธิ์ที่ลานโพธิ์ของธรรมศาสตร์จะดูสวยงาม แผ่กิ่งก้านใบออกเป็นร่มเงาให้กับเรา แต่ในความจริงนั้น ทั้งสองต้นโตขึ้นได้มากกว่านี้ แต่เพราะสภาพพื้นที่ที่ถูกอาคารปิดล้อม ทำให้เราไม่สามารถชื่นชมความงามของต้นไม้ทั้งสองต้นอย่างเต็มที่ 

03

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ในอดีต บริเวณพื้นที่ของกรมศิลปากรเคยเป็นที่ตั้งของวังมาก่อน ซึ่งมีถึง 3 วังด้วยกัน และมีต้นไม้โบราณที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน คือต้นกร่างและต้นยางอินเดีย ซึ่งนอกจากสองต้นนี้แล้ว ยังมีต้นจันทร์อีกต้นหนึ่งแทรกตัวอยู่ข้างหลังพิพิธภัณฑ์อาจารย์ศิลป์ พีระศรี ตึกที่เคยเป็นท้องพระโรงเก่ามาก่อน ต้นจันทร์นับเป็นต้นไม้ใหญ่อีกต้นที่ถูกลืมเลือนไป ถ้าใครมีโอกาสแวะไปกรมศิลป์ ก็เดินไปแวะทักทายคุณปู่ต้นไม้ต้นนี้กันได้นะ 

04

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees
15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

เคยได้ยินคำว่า ‘โพธิ์ไทรไกรกร่าง’ กันไหม 4 ต้นไม้ใหญ่เหล่านี้ คือต้นไม้ที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์และพระพุทธประวัติ นอกจากแสดงฐานานุศักดิ์ของเจ้านายแล้ว ต้นไม้เหล่านี้ต้องใช้พื้นที่ในการเติบโตแผ่กิ่งก้านออกไปรอบด้าน จึงเหมาะให้ร่มเงากับพื้นที่ที่มีคนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นที่นิยมปลูกกันมากในวัดและวังสมัยก่อน

05

แนวคิดในการปลูกต้นไม้และการออกแบบภูมิทัศน์โบราณของไทย ได้อิทธิพลมาจากประเทศอินเดียและจีนเป็นหลัก แนวคิดแบบอินเดียมีความเชื่อมโยงกับพุทธประวัติ ความเชื่อ และความศรัทธา มองต้นไม้เป็นแหล่งอาหารและยารักษาโรค ในขณะที่แนวคิดแบบจีน นิยมใช้ตกแต่งสวนเพื่อความสวยงาม และถือเป็นการบำบัดจิตใจชนิดหนึ่ง มักพบเห็นได้ในรูปแบบของเขามอและต้นไม้สวยงามในวัง

ดังนั้น ต้นไม้ที่ปลูกในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในจึงจำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือไม้มงคลและไม้ผล ไม้มงคลมักปลูกในพื้นที่วัง ส่วนไม้ผลมักปลูกริมคูคลอง เพื่อให้ประชาชนเก็บดอกผลรับประทานได้

06

นอกจากการปลูกต้นไม้เพื่อความสวยงามและประโยชน์ คนไทยสมัยก่อนก็นิยมปลูกต้นไม้ในเชิงสัญลักษณ์ด้วย เช่น การปลูกต้นยางนาที่โตสูงชะลูดจนมองเห็นจากที่ไกลๆ ไว้ในบริเวณวัด ทำให้คนที่เดินทางมาสังเกตเห็นต้นยางนาแล้วรู้ได้ทันทีว่าใกล้จะเข้าถึงเขตวัดแล้ว 

ในบริเวณภาคเหนือ เช่นเชียงตุงและเชียงใหม่ ก็มีการปลูกต้นไม้ในลักษณะนี้เหมือนกัน เรียกว่าไม้หมายเมืองเพื่อสัญลักษณ์ให้ผู้คนที่กำลังเดินทางเข้ามารับรู้ว่ากำลังใกล้ถึงเมืองแล้ว ต้นไม้จึงเป็นเหมือนจุดเช็กอินในสมัยก่อน

07

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ต้นยางอินเดียที่เรานิยมปลูกกันอยู่ตอนนี้ สามารถเจริญเติบโตจนใหญ่มาก ขนาดที่ว่าในสมัยก่อนเราใช้ลำต้นของมันผูกล่ามช้างได้เป็นสิบๆ เชือก ดังนั้น ถ้าใครมีต้นยางอินเดียอยู่ที่บ้านและคิดจะนำมันลงกระถาง อย่าลืมหาพื้นที่กว้างๆ ให้รากและกิ่งก้านได้แผ่ออกไป และไม่ควรปลูกใกล้ตัวอาคารก่อสร้างเด็ดขาด 

08

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ถ้าเดินเลียบคลองคูเมืองเดิมต่อไปจะเจอกับกลุ่มต้นตะเคียน 4 – 5 ต้นที่หน้าวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นต้นไม้ชุดดั้งเดิมที่รัชกาลที่ 1 ทรงปลูก เพื่อใช้ในการสร้างเรือ อีกทั้งยังเป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุมากที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ของกรุงรัตนโกสินทร์ จากภาพถ่ายโบราณที่หลงเหลืออยู่ เห็นได้ว่าต้นตะเคียนเคยถูกปลูกมากในบริเวณนี้ เพื่อสร้างความเขียวชอุ่มให้กับผู้คนที่ผ่านไปมา

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

นักประวัติศาสตร์ค้นพบผังภูมิทัศน์สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ที่ระบุตำแหน่งและชนิดต้นไม้ที่ปลูกริมคลองคูเมืองเดิม ทั้งต้นพิกุล จำปี มะม่วง และขนุน แต่ปัจจุบันต้นไม้ดั้งเดิมแทบทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยต้นไม้ชุดใหม่ จากการปรับปรุงพื้นที่สาธารณะริมคลองหลายครั้ง รวมถึงการสร้างสิ่งปลูกสร้าง อย่างสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ที่จำเป็นต้องก่อสร้างทับคลองคูเมืองเดิมทิศเหนือ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน เมื่อระบบถนนกลายเป็นการสัญจรหลัก

ข้างๆ กันนั้น เราจะเจอสะพานหก ซึ่งยกขึ้นลงได้สำหรับเรือสัญจรผ่านไปมา แต่เป็นอันจำลองที่ถูกสร้างขึ้นมาในสมัยฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ส่วนของจริงผุพังลงไปมากแล้ว สันนิษฐานว่าเคยตั้งอยู่ที่แถวโรงสี ข้างอนุสาวรีย์สหแห่งชาติหรืออนุสาวรีย์หมู ไม่ไกลกันเท่าไรจากตำแหน่งปัจจุบัน

09

ถัดจากเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในออกมาเพียงข้ามฝั่งคลองคูเมืองเดิม คือแพร่งภูธร แพร่งนรา และแพร่งสรรพศาสตร์ จุดเริ่มต้นการค้าที่เชื่อมต่อไปยังเยาวราชและเจริญกรุง สถาปัตยกรรมเก่าบริเวณนี้ได้อิทธิพลมาจากฝรั่งเศสที่เป็นห้องแถวล้อมรอบคอร์ทสี่เหลี่ยม หากสังเกตดีๆ จะเห็นต้นไม้ใหญ่เหลือรอดอยู่บ้างในบางคอร์ท

คลองคูเมืองเดิมจึงเป็นเหมือนเส้นแบ่งเขตของรัตนโกสินทร์ชั้นนอกและในออกจากกัน จากการสำรวจพื้นที่ยังขุดเจอโบราณสถานต่างๆ เช่น กำแพงเมืองเดิม ร่องรอยของรถรางต่างๆ ภูมิสมาคมสถาปัตยกรรมแห่งประเทศไทยและกรมศิลปากร จึงเริ่มโครงการปรับภูมิทัศน์และ Live Museum เพื่อให้เป็นอีกสถานที่หนึ่งสำหรับศึกษาประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ 

10

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ต้นมะฮอกกานีต้นใหญ่บริเวณหลังกระทรวงกลาโหม กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของพื้นที่บริเวณนี้ เพราะความสวยงามของใบและกิ่งที่แผ่ออกเห็นเด่นชัดมาแต่ไกล ครั้งหนึ่งเคยเกือบถูกเปลี่ยนให้เป็นต้นขนุนเพราะความเข้าใจผิดแต่มีเอกสารเก่ายืนยันถึงที่มาของต้นไม้ได้ จึงได้รับการดูแลแทนการขุดทิ้งไป ซึ่งทั้งหมดเป็นความร่วมมือกันจากหน่วยงานของภาครัฐ ทหาร และภาคประชาชน ทำให้ต้นไม้นี้กลับมาสวยงามอีกครั้งหนึ่ง 

09

เมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสเมืองใหญ่ในต่างประเทศ พระองค์ทอดพระเนตรเห็นความศิวิไลซ์ในการวางผังและการจัดการพื้นที่เมือง จึงดำริให้สร้างสนามหลวงอย่างพลาซ่าในยุโรปและปรับปรุงถนน พร้อมปลูกต้นไม้อย่างเป็นระเบียบสวยงามเช่นถนนฌ็องเซลิเซ่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส 

โดยประยุกต์แนวคิดการปลูกไม้ผลอย่างต้นมะขามเข้าไป เพราะต้นมะขามเป็นพืชสารพัดประโยชน์ ประชาชนเก็บใบ เปลือก ผล ไปรับประทานได้ และที่สำคัญคือใบละเอียด เช่นเดียวกับต้นมะฮอกกานี ไม้ยืนต้นที่ให้ร่มเงาได้ดีแม้มีใบขนาดเล็ก เพราะใบเล็กละเอียดเหล่านี้ปลิวไปได้และทำความสะอาดง่าย ไม่อุดตันท่อระบายน้ำ ไม่ทำให้บ้านเมืองสกปรก 

นอกจากนั้น ท่านยังคิดชื่อต้นมะขามด้วยเองสื่อถึงความน่าเกรงขาม แต่ในปัจจุบันนั้นหลงเหลือต้นมะขามที่อยู่มาตั้งแต่สมัยแรกเริ่มเพียงประมาณ 20 – 30 ต้นเท่านั้น 

10

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

เมื่อก่อนต้นมะขามตรงสนามหลวงเคยสุขภาพแข็งแรงมาก จนกระทั่งช่วงที่เป็นตลาดนัดสนามหลวง ทำให้มะขามถูกใช้เป็นเสาผูกผ้าใบกางเต็นท์ของแม่ค้า บ้างก็ถูกเทน้ำร้อนราด ทำให้ไม่เจริญเติบโต แต่ในปัจจุบันกำลังถูกฟื้นฟูจากความร่วมมือกันของภาครัฐและกลุ่ม BIG Trees 

11

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

อุทยานพระราชวังสราญรมย์สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เพื่อเป็นที่ประทับปลายรัชสมัยของพระองค์ แต่พระองค์เสด็จสวรรคตก่อน ภายหลังรัชกาลที่ 5 มีพระราชดำริให้จัดสวนของตามแบบสวนอังกฤษ และทรงใช้อุทยานแห่งนี้เป็นพื้นที่ต้อนรับพระราชอาคันตุกะจากต่างชาติ มีการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมและตกแต่งอุทยานด้วยสระน้ำพุ สวนดอกไม้ โดยเฉพาะกุหลาบแดง ไม้ดอกที่ทรงโปรดปราน เรื่อยมาจนถึงการจัดงานฤดูหนาวในสมัยรัชกาลที่ 6

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัชกาลที่ 7 ทรงโปรดเกล้าฯ มอบอุทยานแห่งนี้ให้รัฐบาล จากนั้นจึงมีการปรับปรุงและเปิดเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกๆ ของสยาม และหลังจากปลี่ยนมือมาอยู่ในการดูแลของคณะราษฎร จึงมีการสร้างสำนักงานของคณะราษฎรไว้ภายในพื้นที่อีกด้วย 

แม้ที่นี่จะมีพันธุ์ไม้หายากมากมายที่รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้นำมาปลูกไว้ แต่ต้นจามจุรีและมะขาม สองไม้ยืนต้นเก่าแก่ในไทยก็ยังคงยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ที่นี่ตลอดมา

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

12

ภายในสวนสราญรมย์ยังมีอนุสาวรีย์ของพระนางเรือล่ม หรือสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี หนึ่งในพระราชินีของรัชกาลที่ 5 ที่เสด็จประพาสบางปะอิน ก่อนเกิดเหตุการณ์เรือล่มและไม่มีใครช่วยเหลือพระนางได้ เนื่องจากกฎมณเฑียรบาลในสมัยก่อน รัชกาลที่ 5 จึงทรงมีรับสั่งให้สร้างอนุสาวรีย์นี้ไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงความรักของพระองค์ที่มีต่อพระนาง

13

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ย้อนกลับไปช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พื้นที่บริเวณมิวเซียมสยามเคยเป็นวังที่พระทับของเจ้านายถึง 5 พระองค์ เรื่อยมาถึงสมัยรัชกาลที่ 6 พระองค์มีพระบรมราชโองกางให้จัดตั้งกระทรวงพาณิชย์ขึ้นที่นี่ เนื่องจากอยู่ใกล้ย่านการค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา 

นอกจากอาคารกระทวงพาณิชย์ที่ต่อมาถูกปรับปรุงเป็นมิวเซียมสยาม จะเป็นสถาปัตยกรรมทรงคุณค่าที่ออกแบบและก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยในยุคนั้นแล้ว ยังมีต้นไทรเก่าแก่อีก 2 ต้นที่เติบโตมาพร้อมกับอาคารตั้งแต่ยังเป็นกระทรวงพาณิชย์

14

เนื่องจากไม่มีการบันทึกเรื่องราวแรกเริ่มของต้นไทรคู่นี้เอาไว้ จึงคาดว่าอาจมีจุดเริ่มต้นได้ 2 กรณี คือ ตั้งใจปลูก เพราะเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อทางพุทธประวัติ จึงนำมาปลูกไว้ในสถานที่สำคัญ หรือเติบโตขึ้นเองจากการทิ้งเมล็ดของนกที่บินมาบริเวณนี้ เนื่องจากต้นไทรเป็นไม้ยืนต้นที่ทนทานและมีระบบรากแข็งแรงมาก 

ความน่าสนใจคือ ในช่วงปรับปรุงอาคารและภูมิทัศน์เป็นมิวเซียมสยาม นักประวัติศาสตร์และนักออกแบบต้องร่วมมือกันประเมินคุณค่าของต้นไม้และองค์ประกอบต่างๆ โดยรอบพื้นที่ ต้นไทรใหญ่คู่นี้ทรงคุณค่าทั้งทาง Tangible และ Intangible ระบบก้านใบและรากค้ำจุนพื้นที่มาเนิ่นนาน พอๆ กับความเคารพศรัทธาที่ผู้คนมอบให้อย่างไม่เสื่อมคลาย

15

เคยมีโครงการสำรวจต้นไม้เก่าแก่ของประเทศไทยตามลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ค้นพบว่า ความเชื่อเรื่องผีของคนไทยมีส่วนช่วยในการรักษาต้นไม้ จากการศึกษาพบว่า ต้นไม้เก่าแก่ส่วนใหญ่ที่ยังคงอยู่มักถูกปลูกอยู่ตามบริเวณอาณาเขตวัด ซึ่งต้นไม้ที่โตสมบูรณ์และแข็งแรงที่สุดมักอยู่ตามป่าช้าที่ไม่มีใครกล้าไปรบกวน

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเกร็ดความรู้ที่เราได้รับจาก Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees สัปดาห์หน้า เตรียมพบกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าผ่านต้นไม้โบราณ ที่ชี้ให้เห็นรูปแบบการดำรงชีวิต ความศรัทธา การเปลี่ยนแปลงของเมืองและสังคมในแต่ละยุคสมัย ตั้งแต่เรื่องราวการวางผังเมืองโบราณ วิสัยทัศน์เกี่ยวกับการปลูกต้นในเมืองของเจ้านายหลายพระองค์ในอดีต เรื่อยมาจนถึงเรื่องราวการเคลื่อนไหวของภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมในปัจจุบัน เพื่ออนุรักษ์ต้นไม้ซึ่งเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ 

Writer

ณัฐณิชา โอภาสเสรีผดุง

นิสิตสถาปัตย์ สนใจประวัติศาสตร์ สถาปัตย์ ไลฟ์สไตล์ เวลาว่างหมดไปกับแมวและของกิน

Photographer

ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์

นักศึกษาถ่ายภาพที่กำลังตามหาแนวทางของตัวเอง ผ่านมุมมอง ผ่านการคิด และ ดู

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load