บอน เป็นต้นไม้ที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันดี บอนกลุ่มหนึ่งเป็นพวก ‘บอนสี’ ต้นไม้ยอดฮิตที่เลี้ยงกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ อีกส่วนเป็นบอนที่ขึ้นตามพื้นที่ชื้นแฉะ ซึ่งเราเอาก้านมาแกงกินกันเป็นแกงบอน

ในช่วงที่วงการไม้ประดับเฟื่องฟูเช่นนี้ คนหันมาสนใจไม้ใบในกลุ่มบอนกันมากขึ้น แต่เนื่องจากคนส่วนใหญ่เรียกต้นไม้หลายชนิดรวมๆ กันว่าบอนเราเลยขอเฉพาะเจาะจงลงไปว่า บอนที่เราจะแนะนำ เป็นพืชที่อยู่ใน 2 สกุล คือ Colocasia กับ Alocasia ซึ่งทั้งคู่อยู่ร่วมวงศ์ Araceae เช่นเดียวกับไม้ดังๆ อย่าง มอนสเตอรา ฟิโลเดนดรอน หน้าวัวใบ และพลูด่าง ส่วนกระแส ‘บอนสี’ ที่กำลังฮิตกันมากช่วงนี้ เรารวมมาให้แล้วในบทความบอนเรื่องต่อไป บอนไทย บอนจีน บอนฮอลแลนด์ ควรเล่นตัวไหนดี

พืชในสองสกุลนี้มีจุดเด่นคือ แต่ละชนิดมีขนาดและรูปทรงใบแตกต่างกัน มีลวดลายเฉพาะตัว แต่ในความเหมือนนั้น ก็มีความแตกต่างกันอยู่มาก

Colocasia เป็นพืชในสกุลเดียวกับเผือกและบอน มีหัวขนาดใหญ่ ไม่มีลำต้น แต่ก้านที่แทงขึ้นมาอาจสูงได้ท่วมหัว เวลาแตกหน่อจะแตกห่างจากต้นเดิมเล็กน้อย

Alocasia แปลว่า ไม่ใช่โคโลคาเซีย เป็นพืชที่มีลำต้นอยู่ใต้ดิน เป็นเหง้ายาว ลำต้นเหนือดินเป็นลักษณะการซ้อนกันของกาบใบ และแตกหน่อใกล้ต้นเดิม

ที่เราต้องแยกความแตกต่างให้ได้ ก็เพราะโคโลคาเซียชอบน้ำ ชอบความชื้นแฉะ ปลูกให้แช่น้ำได้ ชอบอยู่กลางแจ้งรับแดดทั้งวัน แต่อโลคาเซียอยู่ในที่ชื้นได้ แต่ไม่ชอบแฉะ ต้องปลูกในวัสดุปลูกที่ระบายน้ำดี ทนแดดได้ไม่มาก เหมาะจะเลี้ยงแสงรำไร

ทั้งคู่ขยายพันธุ์ได้ด้วยการแยกหน่อ ถ้าใครมีประสบการณ์หน่อย ก็ขุดเอาหัวโคโลคาเซียมาฝานเป็นแว่นเพื่อขยายพันธุ์ แต่ต้องดูแลดีๆ เพราะอาจเน่าได้

ปัญหาของการปลูกต้นไม้กลุ่มนี้คือ เลี้ยงแล้วใบร่วง ซึ่งพืชกลุ่มนี้ทิ้งใบเป็นเรื่องปกติ ถ้าเลี้ยงในห้องแล้วมีแสงไม่เพียงพอ ใบก็จะทิ้งตัวเร็วกว่าปกติ ต้นยุบลงเรื่อยๆ แต่ถ้าได้แสงแดดที่เหมาะสม ใบก็จะเรียงแน่นและอยู่ทน อีกสาเหตุที่ทำให้ใบยุบก็คือ อโลคาเซียแช่น้ำมากไป เกิดเชื้อราเน่าจากโคน หรือมีแมลงอยู่ในวัสดุปลูก กินจากข้างใต้ แต่ไปส่งผลที่ยอด ถ้าปัญหาของการยุบเกิดจากความชื้นไม่เพียงพอ แก้ได้ด้วยการหล่อน้ำในจานรอง เพื่อให้มีความชื้นส่งไปยังต้นตลอดเวลา

สุดท้าย เนื่องจากพืชกลุ่มนี้มีลำต้นอยู่ใต้ดิน ถึงแม้ว่าใบที่พ้นดินขึ้นมาจะร่วงหมดแล้ว ก็อย่าเพิ่งโยนดินทิ้ง เพราะถ้าหัวใต้ดินยังไม่เน่าหรือแห้ง ก็อาจจะแตกยอดขึ้นมาใหม่ได้อีก

ดังนั้น ก่อนจะหาบอนมาปลูกประดับบ้าน อย่าลืมสอบถามชื่อวิทยาศาสตร์มาด้วย ว่าเป็นโคโลคาเซียหรืออโลคาเซีย เราจะได้ดูแลได้อย่างถูกต้อง

ถ้าใครสนใจอยากเข้าสู่วงการบอน เราขอแนะนำบอนน่าปลูก 12 พันธุ์ดังต่อไปนี้

Colocasia

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

01

หน้ากากฟาโรห์

Colocasia Pharaoh’s Mask

หน้ากากฟาโรห์เป็นไม้ต่างประเทศที่เพิ่งเข้ามาในเมืองไทย ด้วยรูปทรงประหลาดที่ขอบใบม้วนไปด้านหลังเป็นหน้ากาก เส้นใบที่ชัดเจน และความใหม่ จึงทำให้ตอนนี้เป็นโคโลคาเซียที่ดังที่สุด จึงมีราคาที่ค่อนข้างสูง

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

02

Black Coral

Colocasia esculenta ‘Black Coral’ (Taro)

บอนดำมีหลายสายพันธุ์ แต่พันธุ์ที่อยากแนะนำคือ Black Coral จุดเด่นคือใบสีดำสนิทเป็นมันวาว และดำทั้งก้าน ดำตั้งแต่แทงยอดออกมา ซึ่งจะไม่กลายเป็นสีเขียวเหมือนบอนอื่นๆ เลี้ยงง่ายมาก ปลูกได้ทั้งในกระถาง ลงดิน ถ้าปลูกริมบ่อน้ำก็จะแตกกอเร็ว เลี้ยงกลางแจ้งได้ไม่ต้องกลัวแดด

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

03

Colocasia esculenta ‘Lemon-Lime Gecko’

โคโลคาเซียตัวนี้เพิ่งถูกผสมขึ้นมาใหม่ในช่วงสิบปีที่ผ่านมานี่เอง ลักษณะเด่นอยู่ที่ลายจุดสีเขียวสด ซึ่งกระจายอยู่ทั่วใบสีเขียวเข้ม ตัดกับก้านสีม่วงเข้ม มีขนาดใหญ่ และมีราคาย่อมเยามาก

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

04

Colocasia esculenta ‘Mojito’

โคโลคาเซียตัวนี้มีลักษณะคล้ายกับ Lemon-Lime Gecko แต่ต่างกันตรงสีสันของใบ ตัวนี้จะมีสีพื้นของใบเป็นสีเขียวอ่อน และจะมีจุดสีน้ำตาลโปร่งกระจายอยู่ทั่วไป ดูแลง่ายไม่ต่างจากโคโลคาเซียตัวอื่นๆ

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

05

Colocasia esculenta nanciana

โคโลคาเซียตัวนี้มีชื่อที่เรียกกันง่ายๆ ว่า Nancy’s Revenge จุดเด่นคือฟอร์มใบสีเขียวขนาดใหญ่ แล้วมีแถบสีขาวเล็กๆ ป้ายอยู่กลางใบ เป็นไม้ฟอร์มใหญ่ที่มีลายโดดเด่นไม่ซ้ำใคร

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

06

บอนใบถ้วย

Colocasia esculenta (L.) Schott cv. Coffee Cups

เป็นบอนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือมีก้านสีดำพุ่งสูงขึ้นมา แล้วมีใบสีเขียวห่อเป็นทรงถ้วย เส้นก้านใบเป็นสีดำ เลี้ยงได้ทั้งในกระถางปกติและกระถางแช่น้ำ ถ้าเลี้ยงดีๆ สูงกว่าคนเลี้ยงได้สบาย

Alocasia

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

07

บอนกระดาดด่าง

Alocasia Macrorrhizos Variegated

บอนกระดาดเป็นบอนขนาดใหญ่ที่พบได้ทั่วไปตามธรรมชาติ นำมาปลูกประดับกันก็เยอะ เลี้ยงง่ายมาก แต่เราขอแนะนำบอนกระดาดด่างซึ่งตอนนี้คนกำลังสนใจตามหากันมากเป็นพิเศษ

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

08

Alocasia Watsoniana Doff

Alocasia Watsoniana Doff คล้ายกับต้นแก้วสารพัดนึก หรือ แก้วหน้าม้า (Alocasia longiloba Miq.) ที่เราคุ้นเคยกันดี แต่ต่างกันตรงรูปทรงใบและความเว้าของขอบใบ มีความโดดเด่นที่เส้นใบ เหมาะกับนักปลูกที่ชอบไม้ที่มีลายเส้นชัดเจน เป็นต้นที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก จึงตอบโจทย์คนที่มีพื้นที่ไม่มาก วางบนชั้นได้สบายมาก

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

09

อโลคาเซียหูช้าง

Alocasia Sarian

จุดเด่นอยู่ที่ความใหญ่และลวดลายของใบ ใบใหญ่คล้ายบอนกระดาด แต่ขอบใบเป็นรอยหยัก เส้นใบชัด เหมาะกับคนชอบไม้ฟอร์มใหญ่ที่ไม่โหล

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

10

อโลคาเซียม้าลาย

Alocasia Zebrina

อโลคาเซียม้าลายมีใบเป็นทรงสามเหลี่ยมขอบตรงไม่มีรอยหยัก สีเขียวเข้ม ใบหนา ใบใหญ่ จุดเด่นซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ ก้านเป็นลายเขียวสลับดำ เป็นที่มาของชื่อม้าลาย แต่ก็มีตัวที่เป็นด้านดำล้วนด้วย ไม่ค่อยทิ้งใบ เลี้ยงในอาคารได้

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

11

Alocasia Regal Shield

จุดเด่นของอโลคาเซียตัวนี้คือ มีสีเขียวเข้มจนเกือบดำ เป็นทรงรูปหัวใจ มีขนาดใหญ่เกือบเท่าบอนกระดาด มีลายเส้นชัดเจน

12 ต้นไม้ บอนสี ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว

12

Alocasia Jacklyn

ถ้าหน้ากากฟาโรห์คือโคโลคาเซียที่มาแรงที่สุดในช่วงนี้ Alocasia Jacklyn ก็คืออโลคาเซียที่มาแรงที่สุด พื้นเพดั้งเดิมมาจากประเทศอินโดนีเซีย จุดเด่นคือใบที่มีความหนา ฟอร์มใบเว้าสวยงาม ขอบใบมีรอยหยักที่ใหญ่และชัดมาก เช่นเดียวกับเส้นใบสีเขียวเข้มตัดกับเนื้อใบสีเขียวเข้มอ่อนไล่เฉดไม่เสมอกันทั่วทั้งใบ และก้านสีน้ำตาลมีลาย เรียกว่าแทบจะรวมฮิตจุดเด่นของอโลคาเซียดังๆ มาอยู่รวมกันในต้นเดียวเลย

Writer

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Plant Planet

ชวนเดินทางเข้าสู่โลกของต้นไม้เพื่อทำความรู้จักพืชในฐานะเพื่อน

26 พฤศจิกายน 2565

ปลายปีแบบนี้หลายคนเริ่มเก็บกระเป๋าออกจากบ้านไปเดินทางท่องโลกกันมากขึ้น ใกล้บ้าง ไกลบ้าง จากที่เคยดูแลประคบประหงมต้นไม้ในบ้านอย่างดีทุกเช้า ก็เริ่มต้องห่างกัน กลับมาถึงบ้านทีไรหัวใจแทบสลาย เพราะเห็นต้นไม้สุดที่รักของเราเหี่ยวแห้งคากระถาง คอลัมน์ Plant Planet ตอนนี้เลยขอแนะนำต้นไม้ทนแล้ง ที่แทบไม่ต้องการการดูแล อดน้ำได้อย่างยาวนาน และเหมาะกับเจ้าของบ้านที่ต้องเดินทางบ่อย ๆ

จุดร่วมกันของต้นไม้เหล่านี้คือ ต้องการแดดจัด แดดแรงตลอดทั้งวัน ถ้ามีพื้นที่แบบนี้ในบ้านแล้ว ก็ไปดูกันว่ามีต้นไม้พันธุ์ไหนน่าปลูกบ้าง

01

อากาเว


อากาเว (Agave) เป็นไม้อวบน้ำที่มีหลายหลากสายพันธุ์ โดยรวมจะเป็นไม้พุ่มที่มีใบแข็งเรียวยาวแผ่ออกเป็นทรงกลม ถ้าปล่อยให้โตไปเรื่อย ๆ ทรงพุ่มจะสูงได้ถึง 2 เมตร พันธุ์ที่คนไทยรู้จักกันดีคือ ป่านศรนารายณ์ ที่เรียกว่าป่านเพราะเรานำเส้นใยไปทำเชือกได้ และที่อาจจะใกล้ตัวกว่านั้นอีกนิดก็คือ ชาวเม็กซิโกนำพันธุ์บลูอากาเว่มาหมักเป็นเครื่องดื่มชื่อดังอย่างเตกิลานั่นเอง

รวมต้นไม้ทนแล้ง ปลูกแล้วออกจากบ้านไปเที่ยวยาว ๆ กลับมาก็ยังสมบูรณ์เหมือนเดิม

พันธุ์ที่อยากแนะนำให้ปลูกคือ Agave attenuata หรือที่ฝรั่งเรียกว่า อากาเวหางจิ้งจอก หรือ อากาเวหางสิงโต ความน่าสนใจของพันธุ์นี้คือ ลักษณ์ของใบที่นิ่ม ไม่มีหนาม จึงแก้ปัญหาคนที่ชอบทรงของอากาเว แต่กลัวเด็กหรือสัตว์เลี้ยงได้รับอันตรายจากหนามอากาเวได้

รวมต้นไม้ทนแล้ง ปลูกแล้วออกจากบ้านไปเที่ยวยาว ๆ กลับมาก็ยังสมบูรณ์เหมือนเดิม
ภาพ : www.instagram.com/wit_littletree
02

อะโล

อะโล (Aloe) ก็เป็นไม้อวบน้ำที่มีดอกซึ่งมีความหลากหลายกว่า 650 สายพันธุ์ พันธุ์ที่เราคุ้นเคยกันดีที่สุดก็คือ อะโลเวรา (Aloe vera) หรือว่านห่างจระเข้นั่นเอง อะโลส่วนใหญ่มีรูปทรงคล้ายว่านหางจระเข้ แต่จะแตกต่างกันออกไปด้วยรูปทรงของใบและสี จนเราอาจนึกไม่ถึงว่ามีว่านหางจระเข้สวย ๆ แบบนี้ด้วยหรือ ลองไปหาอะโลสายพันธุ์ที่ชอบกันได้

รวมต้นไม้ทนแล้ง ปลูกแล้วออกจากบ้านไปเที่ยวยาว ๆ กลับมาก็ยังสมบูรณ์เหมือนเดิม
03

มะรุมยักษ์ หรือ มะรุมมาดากัสกา

มะรุมยักษ์ (Moringa hildebrandtii) เป็นต้นไม้จากแอฟริกาที่ลำต้นสูงใหญ่ไว้เก็บน้ำ เหมือนเบาบับ สูงได้ถึง 20 เมตร เป็นคนละสายพันธุ์กับมะรุมที่เรากินกัน ถือเป็นต้นไม้ทรงสวยอีกชนิดที่เหมาะจะปลูกทิ้งไว้ในที่ดิน

รวมต้นไม้ทนแล้ง ปลูกแล้วออกจากบ้านไปเที่ยวยาว ๆ กลับมาก็ยังสมบูรณ์เหมือนเดิม
รวมต้นไม้ทนแล้ง ปลูกแล้วออกจากบ้านไปเที่ยวยาว ๆ กลับมาก็ยังสมบูรณ์เหมือนเดิม
04

ยุกคา รอสตราตา

ยุกคา รอสตราตา (Yucca rostrata) เป็นพืชทนแล้งจากทะเลทรายที่ขายในไทยมานานแล้วแต่ไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก จุดเด่นคือลำต้นที่ปกคลุมด้วยพุ่มใบแห้ง และใบสดแผ่เป็นพุ่มอยู่บนยอด สูงได้ถึง 4.5 เมตร ยิ่งรดน้ำมากจะยิ่งเน่า จึงเหมาะกับการปลูกทิ้ง ๆ เป็นอย่างยิ่ง ในเมืองไทยมีคนขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดมาขายอยู่บ้าง ต้นที่ขายกันจึงมีขนาดกะทัดรัด ถ้าอยากได้ต้นใหญ่ ๆ ที่มีคนนำเข้ามา ถือว่าหายากหน่อยแต่ก็สวยคุ้มค่ามาก 

รวมต้นไม้ทนแล้ง ปลูกแล้วออกจากบ้านไปเที่ยวยาว ๆ กลับมาก็ยังสมบูรณ์เหมือนเดิม
ภาพ : www.instagram.com/wit_littletree
05

แส้ม้า

แส้ม้า (Nolina recurvata) เป็นไม้ที่คนเลี้ยงไม้โขดหรือบอนไซคุ้นเคยกันดี จุดเด่นของแส้ม้าคือ ลำต้นที่เป็นทรงเหมือนน้ำพุ มีมีใบสีเขียวเรียงรอบลำต้น ไม่ต้องการอาหารมาก เป็นไม้โตช้า แต่ยิ่งโตยิ่งสวย ลงดินต้นใหญ่มาก

รวมต้นไม้ทนแล้งหลายชนิดที่เหมาะสำหรับคนไม่ค่อยมีเวลารดน้ำ และคนที่ชอบไปเที่ยวแบบยาว ๆ
06

ยูคาใบกลม

ยูคาใบกลม (Eucalyptus polyanheomos) เป็นยูคาลิปตัสพันธุ์หนึ่งที่ลำต้นสูงมาก ปลูกง่าย จุดเด่นคือใบทรงกลมที่นำมาจัดแจกันได้ (ไม่ใช่พันธุ์ Million Dollar ที่มีใบขายตามร้านดอกไม้) ถือเป็นยูคาลิปตัสที่น่าปลูกอีกพันธุ์หนึ่ง

รวมต้นไม้ทนแล้งหลายชนิดที่เหมาะสำหรับคนไม่ค่อยมีเวลารดน้ำ และคนที่ชอบไปเที่ยวแบบยาว ๆ
รวมต้นไม้ทนแล้งหลายชนิดที่เหมาะสำหรับคนไม่ค่อยมีเวลารดน้ำ และคนที่ชอบไปเที่ยวแบบยาว ๆ

Writer

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographer

วินัย สัตตะรุจาวงษ์

ผู้กำกับรายการและโฆษณาที่ช่วงนี้หันมาสนใจงานแนวสารคดี จึงเน้นทำงานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาคือ รายการ human ride และ เป็น อยู่ คือ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load