ศิธา ทิวารี อดีตนักบินขับไล่ F-16 ที่เลือกลงจากเครื่องบินมาลงสู่สนามการเมือง เป็นใครคนหนึ่งในการเมืองไทยที่พูดตรง คิดเร็ว และไม่กลัวถามคำถามที่คนอื่นเลือกจะไม่ถาม
ในการเมืองไทยที่คนมักพูดอ้อมค้อม มีคนคนหนึ่งที่ชื่อเสียงส่วนหนึ่งมาจากการถามตรงๆ
ศิธา ทิวารี คือชื่อที่คนรู้จักผ่านการดีเบตเลือกตั้ง ผ่านคำถามที่ทำให้งานแถลงข่าวของพรรคอื่นหยุดชะงัก และผ่านบุคลิกที่บอกว่าคนคนนี้ไม่ได้มาเพื่อนั่งอยู่ในฉากหลัง
ศิธา ทิวารี คือใคร
นาวาอากาศตรี ศิธา ทิวารี เกิดวันที่ 6 พฤศจิกายน 2507 มีชื่อเล่นว่า “ปุ่น” และได้รับฉายา “แด๊ดดี้ปุ่น” จากแฟนการเมือง
ศิธา ทิวารี เป็นบุตรของมานพ ทิวารี และหม่อมราชวงศ์จารุวรรณ ทิวารี (ราชสกุลเดิม วรวรรณ) สำเร็จการศึกษาชั้นประถมและมัธยมต้นจากโรงเรียนเซนต์ดอมินิก ก่อนจะเข้าสู่เส้นทางทหารที่โรงเรียนเตรียมทหารรุ่น 24 ในฐานะประธานรุ่น และจบปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิตจากโรงเรียนนายเรืออากาศ รุ่น 31
ในกองทัพอากาศ ศิธา ทิวารี รับราชการเป็นนักบินเครื่องบินขับไล่ F-5 และ F-16 ก่อนจะขึ้นสู่ตำแหน่งรองหัวหน้าแผนกแผนร่วม กองนโยบายและแผน กรมยุทธการ กองทัพอากาศ
จากนักบินสู่นักการเมือง

การตัดสินใจลาออกจากราชการกองทัพอากาศมาลงเล่นการเมืองของ ศิธา ทิวารี ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน
ปี 2544 ศิธา ทิวารี ลงสมัคร ส.ส. กทม. เขตคลองเตย สังกัดพรรคไทยรักไทย และชนะการเลือกตั้งในครั้งนั้น ก่อนจะลงสมัครอีกครั้งในปี 2548 ในพรรคเดียวกัน
จุดเปลี่ยนสำคัญมาในปี 2549 เมื่อพรรคไทยรักไทยถูกยุบ ส่งผลให้ ศิธา ทิวารี ในฐานะกรรมการบริหารพรรค ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี
หลังสิ้นสุดการตัดสิทธิ์ ศิธา ทิวารี เข้าร่วมพรรคเพื่อไทย รับหน้าที่ผู้ประสานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ก่อนจะลาออกและเข้าร่วมงานกับพรรคไทยสร้างไทย ที่มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นหัวหน้าพรรค
ผู้ว่าฯ กทม. และการเลือกตั้ง 2566
ปี 2565 ศิธา ทิวารี ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในนามพรรคไทยสร้างไทย แม้ไม่ได้รับการเลือก แต่ชื่อเสียงของ ศิธา ทิวารี ในฐานะผู้สมัครที่พูดตรงและดีเบตได้คมชัดกลับเป็นที่จดจำมากกว่าผลการเลือกตั้ง
ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 ศิธา ทิวารี ในฐานะเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย ได้รับการเสนอชื่อเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรค ร่วมกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และนายสุพันธุ์ มงคลสุธี แม้ลงสมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ แต่ไม่ได้รับเลือกเข้าสภา
คำถาม MOU ที่สะเทือนวงการ
หนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้ชื่อ ศิธา ทิวารี ถูกพูดถึงมากที่สุดในปี 2566 คือคำถามในงานแถลง MOU 8 พรรคร่วมรัฐบาล
ศิธา ทิวารี ตั้งคำถามต่อ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในงานแถลง MOU ดังกล่าว ซึ่งทำให้อีกฝ่ายแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน เหตุการณ์นั้นกลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง และ ศิธา ทิวารี ออกมาขอโทษในภายหลัง
แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง เหตุการณ์นั้นก็ยืนยันบุคลิกของ ศิธา ทิวารี ที่ถามเพราะอยากรู้จริงๆ ไม่ใช่เพราะทำการเมือง
บุคลิกที่ทำให้ ศิธา ทิวารี ต่างจากนักการเมืองทั่วไป

สิ่งที่คนที่ติดตาม ศิธา ทิวารี มักพูดถึงคือความเป็นตัวเองที่ชัดเจน เขาไม่ได้ทำตัวให้ดูดีในกล้อง ไม่เลือกพูดเฉพาะสิ่งที่ได้คะแนนนิยม และดีเบตได้โดยไม่ต้องอาศัยสคริปต์
ประสบการณ์นักบิน F-16 ที่ต้องตัดสินใจเร็วในสถานการณ์ความกดดันสูง อาจเป็นส่วนหนึ่งที่หล่อหลอมให้ ศิธา ทิวารี เป็นคนที่คิดเร็ว พูดตรง และไม่กลัวผิดพลาด
หลังออกจาก ไทยสร้างไทย
ศิธา ทิวารี ได้ยื่นลาออกจากสมาชิกพรรคไทยสร้างไทย ในภายหลัง แต่การเคลื่อนไหวและความคิดเห็นของ ศิธา ทิวารี ในแวดวงการเมืองและสังคมก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องผ่านสื่อโซเชียลและการให้สัมภาษณ์
เส้นทางของ ศิธา ทิวารี สะท้อนให้เห็นสิ่งที่ยากในการเมืองไทย — ว่าการเป็นตัวเองและพูดตรงอาจทำให้คนชอบ แต่ไม่ได้ทำให้ชนะการเลือกตั้งเสมอไป
ยังมีเรื่องจะพูดอีกมาก
ศิธา ทิวารี อายุ 61 ปีในปี 2568 และในการเมืองไทยที่นักการเมืองหลายคนยังทำงานอยู่ในวัยนี้ เส้นทางของ ศิธา ทิวารี ยังไม่ได้จบ
สิ่งที่น่าสนใจกว่าการเมืองพรรคคือบุคลิกที่ ศิธา ทิวารี แสดงออกมาตลอด — ว่าคนที่บินเครื่องบินรบมาทั้งชีวิตเลือกจะพูดความจริงแม้มันจะทำให้ตัวเองลำบาก นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขายังถูกพูดถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในสภา
ศิธา ทิวารี (Sita Divari) | เกิด 6 พฤศจิกายน 2507 | อดีตนักบิน F-16 กองทัพอากาศ | อดีต ส.ส. กทม. เขตคลองเตย | อดีตเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย | IG/FB: น.ต.ศิธา ทิวารี – Sita Divari
