ไบรอันตัน หรือ พลากร แซ่ตัน ช่างแต่งหน้า ยูทูบเบอร์ อินฟลูเอนเซอร์สายลักซูฯ ผู้สร้างเวที Miss Fabulous Thailand และรายการ The Billionaire ที่กล้าเป็นตัวเองในแบบที่ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจ แต่ก็ไม่เคยหยุดทำ
มีประโยคหนึ่งที่ ไบรอันตัน พูดถึงตัวเองในบทสัมภาษณ์ The Cloud
“จนตอนนี้คนบนอินเทอร์เน็ตเหมือนจะเริ่มรับรู้แล้วว่า ไบรอัน ตัน เป็นยังไง ถึงแม้จะทำอะไรบ้าๆ แต่มันคือไบรอัน ตันน่ะ กลายเป็นว่าเขา Respect เรา ไบรอัน ตันเป็นอย่างนี้แหละ มันทำให้เราเห็นว่าทำสิ่งที่เราอยากทำไปเถอะ”
ประโยคนั้นสรุปทุกอย่างเกี่ยวกับชายคนนี้ได้ดีกว่าคำอธิบายใดๆ
ไบรอันตัน คือใคร
ไบรอันตัน มีชื่อจริงว่า พลากร แซ่ตัน เป็นอินฟลูเอนเซอร์ ยูทูบเบอร์ ช่างแต่งหน้า บิวตี้บล็อกเกอร์ ผู้ก่อตั้ง Miss Fabulous Thailand และผู้สร้างรายการ The Billionaire
ชื่อ ไบรอันตัน กลายเป็นแบรนด์ส่วนตัวที่คนในโลกออนไลน์ไทยรู้จักดีผ่านหลายบทบาทพร้อมกัน ทั้งในฐานะเจ้าของวลีฮิตที่กลายเป็นมีม ผู้จัดรายการที่คนดูไม่แน่ใจว่าอะไรคือเรื่องจริงอะไรคือการแสดง และคนที่อยู่นอกกรอบมาตลอดโดยไม่สนใจว่าใครจะว่าอะไร
ปัจจุบัน ไบรอันตัน เปลี่ยนชื่อเป็น ไบรโอนี่ และเริ่มต้นชีวิตในฐานะ “ผู้หญิงฝึกหัด” — การเปลี่ยนแปลงที่เขา/เธอบอกว่าเป็นปีแห่งการเกิดใหม่อีกครั้ง
ยูทูบเบอร์สอนแต่งหน้า คนแรกๆ ของไทย

จุดเริ่มต้นของ ไบรอันตัน ในโลกออนไลน์มาจากยูทูบ
ตอนอยู่มหาวิทยาลัย เขาฝึกแต่งหน้ามาจากงานคณะ พอแต่งเยอะๆ เข้าก็มีความคิดเปิดช่องยูทูบของตัวเอง และ ไบรอันตัน กลายเป็นหนึ่งในยูทูบเบอร์สอนแต่งหน้าคนแรกๆ ของไทยในช่วงที่คอนเทนต์แบบนี้ยังไม่แพร่หลาย
ความสามารถในการแต่งหน้าพาเขาไปถึงระดับที่ได้ร่วมงานกับ Estée Lauder แบรนด์เครื่องสำอางระดับโลก ก่อนที่เส้นทางจะพาไปสู่ทิศทางอื่นๆ ที่กว้างกว่า
Miss Fabulous Thailand เวทีที่ทุกคนเป็นควีนได้
ถ้าจะบอกว่าอะไรคือผลงานที่ทำให้ ไบรอันตัน มีชื่อเสียงในวงการนางงามและ LGBTQIA+ มากที่สุด คำตอบคือ Miss Fabulous Thailand
Miss Fabulous Thailand และ Miss Fabulous International หรือเรียกอีกชื่อว่า ‘มิสฟ้าบุญเลิศ’ เวทีประกวดนางงามสำหรับผู้หญิงและ LGBTQIA+ ที่เฟ้นหาผู้มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่ว่าจะมีใบหน้าหรือรูปร่างแบบใดก็สามารถเป็นเจ้าของมงกุฎได้
แนวคิดของเวทีนี้ตรงกันข้ามกับมาตรฐานความงามแบบเดิม — ไบรอันตัน ต้องการสร้างพื้นที่ที่ทุกคนรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและสวยงามในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะมีหน้าตาหรือรูปร่างแบบไหน
สิ่งที่ทำให้ Miss Fabulous แตกต่างออกไปคือความเป็น ไบรอันตัน ที่ซึมอยู่ทุกรายละเอียด ตั้งแต่การจัดไฟที่ไม่สาดขาวแบบเวทีทั่วไปแต่เน้น Mood & Tone ไปจนถึงโปรดักชันที่ดูไม่เหมือนงานไทย เพราะเขายืนกรานในแบบที่เห็นภาพในหัวของตัวเองอยู่เสมอ
The Billionaire รายการที่ไม่รู้ว่าอะไรจริงอะไรแสดง
The Billionaire หรือเกมส์เศรษฐี รายการเรียลลิตีแนวใหม่ที่ออนแอร์ผ่าน YouTube ช่อง Bryan Tan Entertainment คือรายการที่พาชื่อ ไบรอันตัน ไปถึงคนดูวงกว้างที่ไม่ได้ติดตามเวทีนางงาม
รูปแบบรายการคือ ไบรอันตัน รับบทเป็นผู้นำที่พาสมาชิกไปสถานที่หรูหรา ทำกิจกรรม และให้สมาชิกเล่าประสบการณ์รวมถึงพฤติกรรมของคนในรายการ — ฟังดูเหมือนรีอาลิตี้ทั่วไป แต่ผลลัพธ์คือความบันเทิงที่ไม่ซ้ำใคร
วลีที่กลายเป็นไวรัลจากรายการนี้มีมากมาย ทั้ง “สวยกี่โมง ตี 1 เหรอ ตี 2 เหรอ” หรือ “เธอมาว่าฉันเป็นเกย์ แล้วเธอเป็นอะไรเหรอ” — ประโยคที่ฟังแล้วรู้ว่ามาจาก ไบรอันตัน ทันที
รายการดำเนินไปถึง 3 ซีซันในปีเดียว และมียอดผู้ชมในแต่ละ EP ถึงหลักแสนวิว
ไบรอัน ตัน ซาลอน ช่วงที่เคยต้องเอาตัวรอด
สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือก่อนที่ ไบรอันตัน จะเป็นที่รู้จักในระดับนี้ มีช่วงหนึ่งที่เขาต้องเผชิญกับความยากลำบากทางการเงิน
ด้วยความที่เป็นคนฝันเร็วทำเร็ว ซื้อบ้านตั้งแต่ยังอายุน้อย มีภาระต้องดูแล จึงต้องไปเรียนทำผมเพราะต้องเอาตัวรอด ทั้งๆ ที่การเป็นช่างทำผมไม่เคยอยู่ในความคิดมาก่อน ช่วงแรกก็ร้องไห้เพราะรู้สึกว่าตัวเองคือไบรอัน ตัน เมกอัปอาร์ติสท์ที่ร่วมงานกับ Estée Lauder มาแล้ว แต่ตอนนี้ต้องไปฝึกจับกรรไกรจับปัตตาเลี่ยนใหม่
แต่สุดท้ายก็เปิด ไบรอัน ตัน ซาลอน เป็นโฮมซาลอนที่มีเตียงสระเตียงเดียวในห้องห้องเดียวของบ้าน และกลายเป็นอีกอาชีพที่สร้างรายได้ในช่วงนั้น
เรื่องนี้บอกบางอย่างชัดเจนเกี่ยวกับ ไบรอันตัน — ว่าเขาไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จทันที แต่เป็นคนที่ล้มแล้วลุกใหม่และไม่ยอมหยุด
จากไบรอัน ตัน สู่ ไบรโอนี่

ปี 2025 เป็นปีที่ ไบรอันตัน เปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ที่สุด
ไบรอัน ตัน เปลี่ยนชื่อเป็น ‘ไบรโอนี่’ ให้เข้ากับลุคใหม่ที่สวยหวานขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นทรงผมใหม่ จริตจะก้านใหม่ในแบบของเธอเอง อาจถือได้ว่า ปี 2025 นี้เป็นการเปิดศักราชใหม่ของไบรโอนี่
เธอยังเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงตัวเองทั้งภายนอกและภายในให้เป็น ‘ผู้หญิงฝึกหัด’ ในนาม ‘ไบรโอนี่’ เสมือนเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่
การเปลี่ยนแปลงนี้รวมถึงการต่อผมสีบลอนด์สลวยและเสริมหน้าอก และการเรียนรู้วิธีวางตัวในฐานะผู้หญิงจากเพื่อนและคนรอบข้างที่คอยช่วยแนะนำ
“คนเป็นเมนเทอร์ให้ไบรโอนี่เยอะมาก ทั้งเรื่องผม เรื่องชุด รองเท้า เรื่องผู้หญิงเราถามหมดเลย เรารู้สึกว่าเราต้องการเป็นเวอร์ชันที่ดี”
ในปี 2026 ไบรโอนี่ ไบรอัน ตัน ยังก้าวไปสู่การเป็นผู้เข้าประกวด Miss Tiffany 2026 อีกด้วย
เวอร์ เวอร์ เวอร์ วลีที่กลายเป็นเพลง
ไม่มีคนไทยที่ใช้อินเตอร์เน็ตอยู่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและไม่รู้จักวลี “เวอร์ เวอร์ เวอร์ เวอร์ เวอร์” ที่มาจาก ไบรอันตัน
วลีนี้ถูกนำมาต่อยอดเป็นซิงเกิลฮิต และกลายเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกตัวตนของ ไบรอันตัน ชัดเจนที่สุด — ความเวอร์วังในแบบที่ไม่ขอขอโทษ ไม่ขอปรับตัวให้เข้ากับกรอบ
นอกจากนั้นยังมีเพลง ‘ต๊าช (Touch)’ ที่ ไบรอันตัน ออกเป็นซิงเกิล เพราะเขาเป็นคนที่ไม่จำกัดตัวเองอยู่ในบทบาทเดียว
Miss Fabulous Thailand กับสิทธิมนุษยชน
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับ Miss Fabulous ในมุมที่ลึกกว่าความบันเทิงคือ ไบรอันตัน มองเวทีนี้เป็นเครื่องมือด้านสิทธิมนุษยชน
เขาต้องการเปิดพื้นที่ให้กับความงามและตัวตนที่หลากหลาย ให้ถูกมองเห็นและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ในยุคที่สื่อกระแสหลักยังคงนำเสนอมาตรฐานความงามแบบเดิม Miss Fabulous Thailand กลายเป็นพื้นที่ที่คนที่ไม่เข้ากรอบนั้นมีเวทีของตัวเอง
ไม่ชอบอยู่ในกรอบ ตัวตนที่ไม่เคยเปลี่ยน
สิ่งหนึ่งที่คงเส้นคงวาในตลอดเส้นทางของ ไบรอันตัน ตั้งแต่ยูทูบเบอร์สอนแต่งหน้า ช่างทำผม เจ้าของเวทีนางงาม ผู้จัดรายการ ไปจนถึงไบรโอนี่ในปี 2025 — คือการเป็นคนไม่ชอบอยู่ในกรอบมาตั้งแต่ไหนแต่ไร
ช่วงแรกที่คำว่า ไบรอันตัน ยังไม่ได้รับการยอมรับ เพราะการแต่งหน้าแปลกๆ การพูดครับในแบบที่ผิดคาดสำหรับหลายคน แต่พอเริ่มทำงานหาเงินได้ด้วยตัวเอง อยากทำอะไรก็ทำได้ — และนั่นคือจุดที่ ไบรอันตัน เริ่มชัดเจนขึ้นในแบบที่คนอื่นมองเห็น
ก่อนจบ ทำสิ่งที่อยากทำไปเถอะ
เส้นทางของ ไบรอันตัน ไม่ได้ตรงหรือง่าย มีช่วงร้องไห้กับกรรไกรช่างทำผม มีช่วงที่โปรดักชันไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมืด มีช่วงที่คนดูไม่รู้ว่าอะไรคือเรื่องจริง
แต่สิ่งที่ ไบรอันตัน หรือ ไบรโอนี่ พิสูจน์มาตลอดคือการยืนหยัดในแบบของตัวเอง ไม่ขอขอโทษสำหรับการเป็นตัวเอง และเชื่อในสิ่งที่อยากทำโดยไม่รอให้ทุกคนเข้าใจก่อน
ชีวิตไดรฟ์ด้วยความรัก ไม่มีความรักอยู่ไม่ได้ — นั่นคือคำที่ ไบรอันตัน พูดและเชื่อมาโดยตลอด
และไม่ว่าจะเป็นในชื่อ ไบรอัน ตัน หรือ ไบรโอนี่ ความเชื่อนั้นก็ยังเหมือนเดิม
