ช่วงนี้เราอยู่ติดบ้านกันมากขึ้น หลายคนเลยมีเพื่อนใหม่เป็นต้นไม้ เพราะให้ประโยชน์หลากหลาย ทั้งช่วยให้สบายใจสบายตา ไปจนถึงอิ่มท้อง แต่ต้นไม้ยังมีประโยชน์อีกอย่างที่หลายคนมองข้าม นั่นก็คือ การมอบกลิ่นหอมให้บ้าน ถ้ารู้จักเลือกพันธุ์ไม้สักนิด บ้านเราก็จะมีทั้งความสวยและหอมจากดอกไม้

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาไม้หอมมาปลูกในบ้าน ต้องเริ่มจากการหาข้อมูลก่อนว่า ดอกไม้แต่ละชนิดหอมอย่างไร หอมเย็นๆ อ่อนๆ หรือหอมฟุ้งแบบไม้เมืองร้อน ส่งกลิ่นหอมในช่วงไหนของวัน และฤดูกาลไหนของปี ข้อมูลนี้สำคัญอย่างไร ก็เพราะทุกคนคงอยากได้กลิ่นหอมตอนที่เราอยูู่บ้าน ดังนั้นเราควรเลือกดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอมในช่วงเวลาที่เราอยู่บ้าน และปลูกในจุดที่เหมาะสม

การรู้ฤดูกาล หมายถึงรู้ทิศทางลม ฤดูหนาวลมจะพัดมาจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถ้าเราปลูกต้นไม้ที่ออกดอกฤดูหนาว ก็ควรปลูกบริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของบ้าน เพื่อให้ลมพัดพากลิ่นหอมเข้าสู่ตัวบ้าน ส่วนฤดูร้อน ลมพัดมาจากทิศใต้ และฤดูฝน ลมพัดมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ การปลููกดอกไม้ที่บานเฉพาะฤดูจึงต้องดูทิศประกอบด้วย

สุุดท้าย ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมส่วนใหญ่ต้องการแดดจัด ดังนั้นจึงต้องเลือกตำแหน่งปลููกให้ดี

ถ้าใครยังนึกไม่ออกว่าจะปลูกต้นอะไรให้หอมฟุ้งไปทั้งบ้าน เรามีไม้หอม 11 ชนิดที่คนอาจจะยังรู้จักกันไม่มาก หรืออาจจะเคยรู้จัก แต่หลงลืมกันไปแล้ว มาฝากกันให้เห็นเป็นแนวทางว่า ไม้หอมก็มีลูกเล่นให้ปลูกได้หลากแบบเหมือนกัน

01

จัสมินออสเตรเลีย

Pandorea jasminoides (Lindl.) K.Schum

รวมพรรณไม้หอมตั้งแต่ไม้เลื้อย ไม้พุ่ม จนถึงสูงท่วมหลังคา ที่รวมพลกันส่งกลิ่นหอมให้บ้านเรา
ภาพ : instagram.com/tourinhabio
11 พรรณไม้หอมหลายทรงที่น่าปลูกไว้เพิ่มกลิ่นหอมให้บ้านตลอดทั้งปี
ภาพ : instagram.com/nomenclaturabotanica

จัสมินออสเตรเลียเป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็งขนาดเล็ก ดอกเป็นทรงกรวย มีทั้งสีขาวและสีชมพู ออกดอกตลอดทั้งปีโดยเฉพาะช่วงหน้าหนาว กลิ่นคล้ายมะลิ แต่หอมแรงกว่า เหมาะกับการปลูกกลางแจ้ง ยิ่งได้แดดมากยิ่งงาม แล้วก็มีชนิดใบด่างด้วย

02

แมกโนเลีย 

Magnolia

รวมพรรณไม้หอมตั้งแต่ไม้เลื้อย ไม้พุ่ม จนถึงสูงท่วมหลังคา ที่รวมพลกันส่งกลิ่นหอมให้บ้านเรา
ภาพ : instagram.com/lybaoloan

แมกโนเลียเป็นไม้ยืนต้น ลักษณะคล้ายจำปี มีหลายสายพันธุ์ เลี้ยงง่ายและออกดอกตลอดทั้งปี คนส่วนมากนิยมขยายพันธุ์ด้วยการตัดตอจำปีจำปาแล้วเสียบยอดด้วยแมกโนเลีย วิธีการดูแลจึงคล้ายกัน หลักๆ คือไม่ชอบน้ำขัง ดินชื้นแฉะ เพราะรากเน่าได้ง่าย

03

หมากหอม หรือ หมากนางลิง

Areca triandra

รวมพรรณไม้หอมตั้งแต่ไม้เลื้อย ไม้พุ่ม จนถึงสูงท่วมหลังคา ที่รวมพลกันส่งกลิ่นหอมให้บ้านเรา

หมากหอมเป็นพืชในวงศ์ปาล์ม เป็นไม้หายาก คนส่วนใหญ่จะปลูกเพื่อประดับ เพราะมีใบประกอบแบบขนนกสีเขียวที่สวยงาม คล้ายหมากเขียว แต่ความพิเศษคือ ช่อดอก เป็นจั่นสีเหลืองนวล มีกลิ่นคล้ายส้ม หอมฟุ้งไปไกล 

04

บุนนาค 

Mesua ferrea L.

รวมพรรณไม้หอมตั้งแต่ไม้เลื้อย ไม้พุ่ม จนถึงสูงท่วมหลังคา ที่รวมพลกันส่งกลิ่นหอมให้บ้านเรา
11 พรรณไม้หอมหลายทรงที่น่าปลูกไว้เพิ่มกลิ่นหอมให้บ้านตลอดทั้งปี
ภาพ : instagram.com/kentuary

บุนนาคเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีทรงพุ่มทึมและแคบ ยอดใบอ่อนมีสีแดง ออกดอกระหว่างฤดูร้อนถึงฤดูฝน ส่วนใหญ่จะมีดอกสีขาว แต่ก็มีพันธุ์ดอกสีชมพูด้วย ซึ่งหายากกว่า ดอกมีขนาดค่อนข้างใหญ่ อยู่คงทน ดอกไม่ซ่อนใต้ใบ เวลาออกดอกจึงเห็นสะพรั่งเต็มต้น ดอกมีกลิ่นหอมเย็น ส่งกลิ่นไปได้ไกล 

05

พุดการ์ดีเนีย 

Gardenia taitensis

รวมพรรณไม้หอมตั้งแต่ไม้เลื้อย ไม้พุ่ม จนถึงสูงท่วมหลังคา ที่รวมพลกันส่งกลิ่นหอมให้บ้านเรา
ภาพ : instagram.com/gardeninphils

พุดการ์ดีเนีย บางคนก็เรียก พุดกุหลาบ เป็นไม้พุ่มเหมือนพุด ออกดอกตลอดทั้งปี ดอกสีขาวเป็นกลีบซ้อน คล้ายพุดซ้อน มีกลิ่นหอมอ่อนโยนละมุนละไม

06

ราชาวดี 

Buddleja paniculata

รวมพรรณไม้หอมตั้งแต่ไม้เลื้อย ไม้พุ่ม จนถึงสูงท่วมหลังคา ที่รวมพลกันส่งกลิ่นหอมให้บ้านเรา

ราชาวดีเป็นไม้หอมยืนต้นขนาดเล็กทรงพุ่มโปร่ง ลักษณะกึ่งไม้เลื้อยกิ่งแข็ง ชอบแดดจัด ออกดอกเป็นช่อคล้ายหางกระรอก มีทั้งสีขาวและสีม่วง ส่งกลิ่นหอมแรงตลอดทั้งวัน ออกดอกทั้งปีโดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน

07

ชมนาด 

Vallaris glabra

รวมพรรณไม้หอมตั้งแต่ไม้เลื้อย ไม้พุ่ม จนถึงสูงท่วมหลังคา ที่รวมพลกันส่งกลิ่นหอมให้บ้านเรา
ภาพ : instagram.com/elsiexie

ชมนาดเป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็ง ชอบแดดจัด ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง ลักษณะดอกเป็นสีขาวคล้ายรูประฆังคว่ำ มีกลิ่นหอมคล้ายข้าวใหม่ผสมใบเตย หอมช่วงกลางคืน นิยมนำไปทำน้ำอบ ออกดอกช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน ออกดอกดกในเดือนเมษายน 

08

จันทน์กะพ้อเครือ 

Vallaris solanacea (Roth) Kuntze

รวมพรรณไม้หอมตั้งแต่ไม้เลื้อย ไม้พุ่ม จนถึงสูงท่วมหลังคา ที่รวมพลกันส่งกลิ่นหอมให้บ้านเรา
ภาพ : instagram.com/vasundhara.eco.nursery

จันทน์กะพ้อเครือเป็นไม้เลื้อยขนาดเล็กที่คนไม่ค่อยรู้จัก ทรงพุ่มและดอกมีลักษณะคล้ายชมนาด ออกดอกกระจายตามปลายกิ่ง ดอกทรงกลมขนาดเล็ก กลิ่นหอมฉุนคล้ายข้าวสุกใหม่ ส่งกลิ่นหอมตลอดวัน แต่บานวันเดียวแล้วโรย ออกดอกช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน ทนแล้งได้ดี

09

ปริศนา 

Chionanthus ramiflorus Roxb.

รวมพรรณไม้หอมตั้งแต่ไม้เลื้อย ไม้พุ่ม จนถึงสูงท่วมหลังคา ที่รวมพลกันส่งกลิ่นหอมให้บ้านเรา
ภาพ : www.technologychaoban.com

ปริศนาเป็นชื่อการค้าที่พ่อค้าแม่ค้าตั้งกันภายหลัง ชื่อเดิมของต้นนี้คือ ‘อวบดำ’ เป็นไม้ยืนต้น ดอกมีลักษณะเล็กออกเป็นช่อ สีขาวครีม ส่งกลิ่นหอมหวานละมุนละไมคล้ายขนม ออกดอกตลอดทั้งปี

10

นางแย้ม 

Clerodendrum chinense (Osbeck) Mabb

รวมพรรณไม้หอมตั้งแต่ไม้เลื้อย ไม้พุ่ม จนถึงสูงท่วมหลังคา ที่รวมพลกันส่งกลิ่นหอมให้บ้านเรา
ภาพ : instagram.com/kentuary

นางแย้มเป็นไม้พุ่มเนื้ออ่อนลำต้นเตี้ย แตกหน่อเร็ว ชอบน้ำมากและทนแดดทนฝนได้ดี เหมาะกับการปลูกกลางแจ้ง นางแย้มออกดอกเป็นช่อขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายมะลิซ้อนหลายๆ ดอกซ้อนเรียงกัน กลีบดอกมีสีขาวอมม่วง ออกดอกตลอดทั้งปี มีกลิ่นหอมเย็นทั้งกลางวันและกลางคืน

11

พวงวิวาห์ 

Clematis terniflora

รวมพรรณไม้หอมตั้งแต่ไม้เลื้อย ไม้พุ่ม จนถึงสูงท่วมหลังคา ที่รวมพลกันส่งกลิ่นหอมให้บ้านเรา
ภาพ : instagram.com/sougarden9280

พวงวิวาห์เป็นไม้เลื้อย ค่อนข้างเลี้ยงยาก ไม่ชอบอากาศร้อน ไม่ชอบแดดจัดหรือร่มเกินไป ออกดอกดก ลักษณะเป็นช่อสีขาว ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกดอกช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เมื่อดอกโรยต้นจะโทรมมาก จำเป็นต้องดูแลเป็นพิเศษในช่วงหมดดอกเพื่อให้กลับมาเขียวอีกครั้ง

Writer

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

Plant Planet

ชวนเดินทางเข้าสู่โลกของต้นไม้เพื่อทำความรู้จักพืชในฐานะเพื่อน

5 พฤศจิกายน 2564
2K

ช่วงเดือนที่ผ่านมา ใครไปเดินตลาดต้นไม้ ไม่ว่าจะตลาดไหนๆ (ไปจนถึงปากคลองตลาด!) คงได้เห็นปรากฏการณ์ที่อยู่ดีๆ ก็มีบอนสีวางขายเต็มไปหมด จนหลายคนสงสัยว่า มาได้ยังไง ไปจนถึงเริ่มมีคำถามว่า มันกำลังจะกลายเป็นเทรนด์หรือ บอนเหล่านี้มาจากไหน เทรนด์นี้จะอยู่ไปอีกนานไหม และถ้าเราอยากโดดเข้ามาเล่นบอนด้วย เราควรซื้อต้นไหนดี

คอลัมน์ตอนนี้มีคำตอบ

ก่อนอื่น เราเคยเขียนถึงบอนยุคใหม่สกุล Alocasia กับ Colocasia มาตอนหนึ่งแล้ว 12 ต้นไม้ตระกูลบอนยุคใหม่ที่เลี้ยงง่าย มีลวดลายเฉพาะตัว ตั้งแต่ต้นจิ๋วยันสูงท่วมหัว ย้อนกลับไปอ่านกันได้

ตอนนี้บอนกลุ่ม Alocasia และ Colocasia ยังคงฮิตอย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าชาวบ้านขุดบอนป่ามาขาย สร้างรายได้กันมากมายทั้งข้างทางไปจนถึงออนไลน์ เช่น บอนสตูลดำ

แต่บอนที่เราจะคุยกันในตอนนี้เป็นบอนสี หรือสกุล Caladium ซึ่งเล่นกันในเมืองไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตอนที่ ร.5 เสด็จประพาสยุโรป ก็นำ ‘บอนฝรั่ง’ กลุ่มที่พื้นใบเป็นสีแดง เข้ามาในเมืองไทยเมื่อ พ.ศ. 2440 เช่น แดงสรรพศาสตร์ แดงภาณุรังษี และไก่ราชาวดี

น่าสนใจว่า อะไรทำให้ไม้ยุคคุณปู่กลับมาฮิตอีกครั้ง

กระแสบอนสี บอนไทย บอนจีน บอนฮอลแลนด์ ควรเล่นตัวไหนดี

บอนสีคือต้นไม้กลุ่มไหน

บอนสีเป็นพืชสกุล Caladium เป็นไม้ล้มลุกที่มีลำต้นใต้ดินแบบหัวมันฝรั่ง มีใบหลายรูปทรง ทั้งรูปหัวใจ รูปกลม รูปแถบ มีสีสันที่หลากหลายกว่าไม้ใบอื่นๆ มีทั้งแดง เหลือง ชมพู ขาว ม่วง น้ำตาล เขียว ลวดลายบนใบก็มีทั้งแบบ ‘เม็ด’ หรือลายจุด และแบบ ‘ป้าย’ หรือแถบสี

กระแสบอนสี บอนไทย บอนจีน บอนฮอลแลนด์ ควรเล่นตัวไหนดี
กระแสบอนสี บอนไทย บอนจีน บอนฮอลแลนด์ ควรเล่นตัวไหนดี

ถ้าแบ่งประเภทตามสี ก็จะแบ่งได้เป็น บอนไม่กัดสี คือบอนที่มีสีคงที่ตลอด บอนกัดสี ตอนเล็กๆ ใบเป็นสีหนึ่ง พอโตเต็มที่ใบจะกลายเป็นอีกสี (ตามร้านจะบอกว่า กัดสีแล้ว แปลว่า เป็นสีจริงแล้ว) บอนป้าย คือมีแถบสีบนใบ และบอนด่าง คือมีลักษณะด่างแบบไม้ด่างซ้อนไปบนลวดลายของบอน

จุดเด่นของบอนสีคือขยายพันธุ์ง่าย ทั้งการแยกหน่อ ผ่าหัว และผสมเกสร ซึ่งการผสมเกสรข้ามชนิดนี่เองที่ทำให้เกิดบอนสีลวดลายใหม่ๆ เพิ่มขึ้นตลอดเวลา

กระแสบอนสี บอนไทย บอนจีน บอนฮอลแลนด์ ควรเล่นตัวไหนดี

ทำไมช่วงนี้ถึงฮิต

เป็นธรรมดาของต้นไม้ที่มียุคสมัยของมัน วนไป เดี๋ยวก็วนมา แต่กระแสของบอนสีถือว่าต่อเนื่องมาจากกระแสไม้ใบ พอมีคนเล่นไม้ใบมากขึ้น ศึกษาหาข้อมูลมากขึ้น มีร้านให้เลือกซื้อมากขึ้น ก็เริ่มมีทางเลือกมากกว่าไม้ใบฮิตๆ อย่างมอนสเตอร่าหรือฟิโลเดนดรอน บวกกับกระแสไม้ด่างที่มาแรงเหลือเกิน ทำให้บอนเสือพรานกลายเป็นกระแสขึ้นมาก่อน อีกกระแสมาจากบอนอิเหนาที่มีสีขาวเกือบทั้งใบ ซึ่งฝรั่งปลูกกันเยอะ คนก็เลยเริ่มซื้อหาบอนสีมาปลูก

กระแสบอนสี บอนไทย บอนจีน บอนฮอลแลนด์ ควรเล่นตัวไหนดี
บอนเสือพราน
กระแสบอนสี บอนไทย บอนจีน บอนฮอลแลนด์ ควรเล่นตัวไหนดี
บอนอิเหนา

ส่วนปัจจัยที่ทำให้บอนสีครองใจนักปลูกด้วยความรวดเร็วนั้น คือสีสันที่หลากหลายมาก มีสีหวานๆ ให้สาวๆ เลือกมากมาย และปัจจัยสำคัญก็มี ช่วงนี้มีการนำเข้าบอนสีจำนวนมากจากประเทศจีน ราคาขายต่อต้นจึงอยู่แค่ 150 – 500 บาท เป็นราคาเบาๆ ที่ชวนให้หยิบติดมือกลับบ้านไปด้วยสักต้น

กระแสบอนสี บอนไทย บอนจีน บอนฮอลแลนด์ ควรเล่นตัวไหนดี
บอน Miss Muffet

บอนสีพวกนี้มาจากไหน

บอนที่เราเห็นในตลาดตอนนี้มีอยู่ 3 กลุ่มหลักๆ

บอนไทย อยู่ในเมืองไทยมาเนิ่นนาน มีชื่อไทย เป็นบอนที่มีการประกวด มีคนสะสม บางต้นเมื่อก่อนปลูกกันแทบทุกบ้าน บางต้นตอนนี้ราคาหลักหมื่น หลักแสน

กระแสบอนสี บอนไทย บอนจีน บอนฮอลแลนด์ ควรเล่นตัวไหนดี

บอนจีน เป็นกลุ่มที่เห็นเยอะที่สุด พอเริ่มเปิดประเทศก็มีการไหลเข้ามาของต้นไม้จำนวนมากจากต่างประเทศ ไม้ใบหลายชนิดเลยมีราคาไม่แรงเหมือนก่อน บอนจากประเทศจีนเป็นสายพันธุ์สากลที่ปลูกกันทั้งโลก เพียงแต่จีนขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จึงทำจำนวนได้มากและกดราคาลงมาได้ต่ำ พ่อค้าต้นไม้ชาวไทยเรานำเข้าบอนสีจากจีนเข้ามาเจ้าละตู้คอนเทนเนอร์ บอนสีในตลาดก็เลยมีจำนวนเพิ่มขึ้นหลายหมื่นต้น พันธุ์ที่เห็นกันมากๆ ก็อย่างเช่น Strawberry Star หรือ New Wave

กระแสบอนสี บอนไทย บอนจีน บอนฮอลแลนด์ ควรเล่นตัวไหนดี
บอน New Wave

บอนฮอลแลนด์ เป็นบอนที่เลี้ยงและส่งมาจากเนเธอร์แลนด์ ประเทศผู้ส่งออกไม้ใบจำนวนมากเข้ามายังประเทศไทย บอนฮอลแลนด์มักจะเป็นบอนพันธุ์หายาก แพ็กใส่กล่องแล้วขึ้นเครื่องบินมา จึงมีจำนวนไม่มาก ด้วยความพิเศษเหล่านี้ก็เลยทำให้มีราคาที่ค่อนข้างสูง ต้นที่คนพูดถึงกันมากเป็นพิเศษในช่วงนี้ ก็คือบอนที่ตอบโจทย์คนรักไม้ด่างสุดๆ อย่าง Frog in a Blender หรือกบปั่น

กระแสบอนสี บอนไทย บอนจีน บอนฮอลแลนด์ ควรเล่นตัวไหนดี
Frog in a Blender หรือ กบปั่น

ทำความรู้จักบอนไทยกันอีกหน่อย

วงการบอนสีไทยแข็งแรงมาก มีการพัฒนาสายพันธุ์และประกวดกันมาร้อยกว่าปีตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์ สิ่งที่แตกต่างจากไม้ชนิดอื่นๆ ก็คือ มีสมาคมบอนสีแห่งประเทศไทย ใครก็ตามที่ผสมพันธุ์ใหม่ได้ ซึ่งตอนแรกยังไม่มีชื่อ จะเรียกรวมๆ ว่า ‘ลูกไม้’ ฟาร์มหรือร้าน ไม่มีสิทธิ์ตั้งชื่อเองตามใจชอบเหมือนต้นไม้ชนิดอื่น ต้องนำมาจดทะเบียนและตั้งชื่ออย่างเป็นทางการกับสมาคมเท่านั้น

กระแสบอนสี บอนไทย บอนจีน บอนฮอลแลนด์ ควรเล่นตัวไหนดี
บอนเจ้ากรุงไกเซอร์

ชื่อบอนไทยนั้นก็แสนสนุก เพราะตั้งชื่อเป็นกลุ่ม หรือเรียกกันว่า ‘ตับ’ อย่างตับรามเกียรติ์ ก็จะมีชื่ออย่าง สหัสเดชะ โคบุตร หนุมานเข้าเฝ้า ทศกัณฐ์ แล้วก็มีตับสามก๊ก ตับจังหวัด ตับราศี ตับวัน ตับดาว ตับเพลงบรรเลง ตับนักร้องลูกทุ่ง ตับวีรชน ตับหมอ ตับเทพ และอีกมากมายหลายตับ

บอนไทยเป็นไม้สะสมซึ่งอยู่ในตลาดมานาน จึงมีพันธุ์ที่หายาก หาง่าย และราคาสูงต่ำไม่เท่ากันอยู่แล้ว และด้วยความที่ทำจำนวนยาก (ขยายพันธุ์ในปริมาณมากไม่ได้) และต้องใช้เวลา ต้นที่มีราคาแพง จึงราคาตกไม่ง่าย ราคาของบอนสีที่กำลังฮิตในตอนนี้อย่างชายชลจึงขึ้นเอาๆ

ปรากฏการณ์ที่อยู่ดีๆ บอนสี ไม้ใบที่เล่นมาตัั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กลับมาฮิตอีกครั้งแบบร้านไหนๆ ก็ต้องขายบอนสี
บอนชายชล

วิธีดูแลบอนสี

บอนสีเป็นต้นไม้ที่เลี้ยงไม่ยาก ชอบแดด แต่ถ้าได้รับแดดตรงๆ ใบอาจจะไหม้ แต่ถ้าโดนแดดน้อยไปใบจะซีด ไม่ชอบลมแรงเพราะจะทำให้ใบฉีก ชอบความชื้นในอากาศ ยิ่งชื้นยิ่งโตเร็ว ในช่วงหน้าหนาวและฤดูร้อนที่ความชื้นในอากาศต่ำบอนสีจะ ‘ยุบตัว’ คือทิ้งใบเหลือแต่หัว หรือไม่ก็ไม่แตกใบใหม่ ทรงๆ อยู่แบบเดิม วิธีแก้อย่างง่ายคือ เลี้ยงโดยการหล่อน้ำไว้ที่จานรองเพื่อเพิ่มความชื้น วิธีแก้ที่นักเล่นบอนสายประกวดทำกันคือ การเลี้ยงในโรงเรือน หรือเลี้ยงใน ‘ตู้อบ’ ซึ่งนักเลี้ยงไม้ใบน่าจะคุ้นเคยกันดี ก็คือเลี้ยงในถุงพลาสติก หรือกล่องพลาสติก หรือเต็นท์ ที่ควบคุมไม่ให้ความชื้นออก โดยที่ยังมีแสงเข้าได้ บอนบางชนิดถ้าเลี้ยงนอกตู้ เราอาจะเห็นใบพร้อมกันแค่ 3 – 5 ใบ ถ้าอยากให้ใบมากกว่านั้น ต้องเลี้ยงในตู้อบเท่านั้น

ปรากฏการณ์ที่อยู่ดีๆ บอนสี ไม้ใบที่เล่นมาตัั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กลับมาฮิตอีกครั้งแบบร้านไหนๆ ก็ต้องขายบอนสี
บอน Strawberry Star ที่หล่อน้ำใต้กระถาง

ฟังดูเหมือนยาก แต่ก็ยังมีอีกทางแก้คือ เลี้ยงพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศบ้านเรา อย่างเช่นพันธุ์คลาสสิกอย่างฮกหลง ที่คนนิยมปลูกไว้หน้าบ้าน

ปรากฏการณ์ที่อยู่ดีๆ บอนสี ไม้ใบที่เล่นมาตัั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กลับมาฮิตอีกครั้งแบบร้านไหนๆ ก็ต้องขายบอนสี
บอนฮกหลง

สิ่งสำคัญมากอีกอย่างคือ ดิน ส่วนใหญ่นิยมให้ดินที่ผสมไม้ใบ เพื่อให้ระบายน้ำได้ดีและมีสารอาหาร ใบไม้ที่นักเล่นบอนยุคก่อนนิยมใช้คือ ใบมะขาม เพราะจะช่วยบอนมีสีสันสดใส แต่ถ้าใช้ใบมะขามล้วนๆ บอนก็จะเน่า ส่วนนักเล่นบอนยุคใหม่ นิยมใช้ดินผสมใบจามจุรีหรือใบทองหลาง ช่วยเรื่องสีได้เช่นกัน อ่านคำแนะนำในการเลี้ยงบอนแบบละเอียดได้จากหนังสือเรื่อง บอนสี : Caladium โดยสมาคมบอนสีแห่งประเทศไทย สำนักพิมพ์บ้านและสวน

จะเลือกซื้ออย่างไร

หลักง่ายๆ ก็คือ เลือกตามความชอบในสีสันและลวดลาย ยิ่งบอนรุ่นใหม่ๆ มีการผสมจนลายบนใบสวยเหมือนงานศิลปะ ซึ่งเราไม่เจอในต้นไม้ชนิดอื่น

ปรากฏการณ์ที่อยู่ดีๆ บอนสี ไม้ใบที่เล่นมาตัั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กลับมาฮิตอีกครั้งแบบร้านไหนๆ ก็ต้องขายบอนสี
ปรากฏการณ์ที่อยู่ดีๆ บอนสี ไม้ใบที่เล่นมาตัั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กลับมาฮิตอีกครั้งแบบร้านไหนๆ ก็ต้องขายบอนสี

ถัดมาก็ต้องดูเรื่องความทนทานของบอนชนิดนั้น และความพร้อมในการดูแลของเรา

สุดท้าย ดูว่าเรารับราคานี้ได้ไหม ราคาของบอนสีนั้นกว้างมาก มีตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักแสน สำหรับคนที่ กำลังเก็งว่า จะซื้อตัวไหนเพื่อทำกำไร ขอแนะนำว่าควรเลือกต้นที่คนยังเล่นไม่มาก หลีกเลี้ยงพันธุ์ที่มีล้นตลาด แต่ไม่ว่าอย่างไร ราคาต้นไม้ก็เหมือนของทุกอย่าง มีขึ้นและมีลง ดังนั้น เราควรเลือกต้นที่ชอบก่อน เพราะไม่ว่าราคาจะเปลี่ยนไปอย่างไร เราก็ยังมีความสุขกับการเฝ้ามองดูมันเจริญเติบโต

ปรากฏการณ์ที่อยู่ดีๆ บอนสี ไม้ใบที่เล่นมาตัั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กลับมาฮิตอีกครั้งแบบร้านไหนๆ ก็ต้องขายบอนสี

Writer

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load