อุซเบกิสถาน พบ โคลอมเบีย คืนของบรรยากาศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเม็กซิโกซิตี เมื่อ โคลอมเบีย เปิดตัวฟุตบอลโลก ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 ในกลุ่ม K ด้วยชัยชนะ 3-1 เหนือ อุซเบกิสถาน ที่สนามเอสตาดิโอ อัซเตก้า ซึ่งเป็นสนามประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความทรงจำของฟุตบอลโลก จากเกมที่ดูเหมือนจะง่ายสำหรับโคลอมเบีย แต่กลับมีดราม่าเมื่ออุซเบกิสถานสร้างประวัติศาสตร์ชาติด้วยประตูแรกในฟุตบอลโลกผ่าน อับโบสเบ็ค ฟาอิซุลลาเยฟ ในนาทีที่ 60 ก่อนที่โคลอมเบียจะตอบโต้อย่างทรงพลังและปิดเกมด้วยสกอร์ 3-1 ในที่สุด ข่าวบอลโลกครบทุกคู่
นัดเปิดตัวสุดประวัติศาสตร์ของอุซเบกิสถาน
นัดนี้ถือเป็นการลงแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของอุซเบกิสถาน ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมเดบิวต์ของทัวร์นาเมนต์นี้ร่วมกับจอร์แดน และด้วยเหตุนี้ ทุกช่วงเวลาในสนามจึงถือเป็นประวัติศาสตร์สำหรับประเทศที่ตั้งอยู่ใจกลางเอเชียกลางแห่งนี้
โค้ชของอุซเบกิสถานก็มีชื่อเสียงในวงการฟุตบอลโลกไม่แพ้กัน เพราะฟาบิโอ กันนาวาโร่ ได้รับการแต่งตั้งเป็นเฮดโค้ชของอุซเบกิสถานในเดือนตุลาคม 2025 โดยเป็นสมัยที่สองของเขาในฐานะโค้ชทีมชาติ หลังจากเคยคุมจีนในปี 2019 ซึ่งในฐานะผู้เล่นนั้น เขาเคยนำอิตาลีคว้าแชมป์โลกปี 2006 โดยลงเล่นทุกนาทีตลอดทัวร์นาเมนต์ และลงเล่นฟุตบอลโลกรวมถึง 4 ครั้ง
ส่วนฝั่งโคลอมเบีย นี่คือการลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งที่เจ็ดของพวกเขา และครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2018 โดยผลงานดีที่สุดในประวัติศาสตร์คือการเข้ารอบ 8 ทีมในปี 2014 ที่แพ้เจ้าภาพบราซิล และในสองทัวร์นาเมนต์หลังสุดนั้น โคลอมเบียชนะห้าจากหกนัดในรอบแบ่งกลุ่ม
ดิแอซเปิดเกม มูนิโอซเก็บยอดจ่ายเข้าประตู นาทีที่ 40

ครึ่งแรกของเกมเป็นไปตามคาด โดยโคลอมเบียครองบอลและกุมความได้เปรียบตลอดครึ่งแรก ขณะที่อุซเบกิสถานภายใต้การนำของกันนาวาโร่เลือกวางรูปเกมด้วยการตั้งรับลึกแบบ 5-4-1 โดยมีตัวเลขในแดนรับจำนวนมากเพื่อปิดช่องโหว่
ในช่วงต้นของครึ่งแรก บีห์รุซยอน การิมอฟ แบ็คขวาหนุ่มของอุซเบกิสถาน ทำงานได้ดีในการจำกัดพื้นที่การเลี้ยงของดิแอซ แต่เมื่อดิแอซเริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาสู่กลางสนาม ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นสำหรับโคลอมเบีย
จุดเปลี่ยนมาถึงในนาทีที่ 40 เมื่อลุยส์ ดิแอซ จ่ายบอลโด่งแม่นยำเข้ากรอบเขตโทษ โดย ดาเนียล มูนิโอซ วิ่งเข้ามาในตำแหน่งที่เหมาะเจาะก่อนแตะบอลเข้าประตูได้สำเร็จ ถือเป็นการรวมตัวกันของเกมรุกที่สมบูรณ์แบบ ก่อนที่โคลอมเบียจะเข้าพักครึ่งด้วยความได้เปรียบ 1-0 จากการทำงานร่วมกันที่ยอดเยี่ยมของดิแอซและมูนิโอซ
ฟาอิซุลลาเยฟโหม่งประวัติศาสตร์ นาทีที่ 60!

เปิดมาในครึ่งหลัง กันนาวาโร่ส่งตัวสำรองลงมาสองคนทันที เพื่อเพิ่มพลังรุกให้กับทีม และผลตอบรับก็มาในนาทีที่ 60 เมื่ออับโบสเบ็ค ฟาอิซุลลาเยฟ โหม่งบอลเข้าประตูได้สำเร็จ กลายเป็นประตูแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของอุซเบกิสถาน ทำให้สนามระเบิดดังด้วยเสียงเฉลิมฉลองของแฟนบอลชาวอุซเบกิสถานที่เดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลก และกลายเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนในสนามรู้ว่ากำลังเป็นพยานให้กับประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการฟุตบอลโลก
ฟาอิซุลลาเยฟเป็นหนึ่งในผู้เล่นหัวใจหลักของอุซเบกิสถาน ซึ่งในรอบคัดเลือกทีมแพ้เพียงนัดเดียวจาก 16 นัด โดยความพ่ายแพ้ครั้งนั้นเกิดขึ้นในนาทีที่ 12 ของช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แสดงให้เห็นถึงความเหนียวแน่นของทีมที่ไม่แพ้ง่ายๆ
ดิแอซตอบโต้ทันที เกมกลับมา 2-1 นาทีที่ 65

ความสุขของอุซเบกิสถานอยู่ได้เพียงห้านาที เพราะลุยส์ ดิแอซ ตอบโต้ด้วยการยิงลูกทรงพลังที่ลอดมือผู้รักษาประตู อุตกีร์ ยูซูปอฟ ผ่านไปได้ ทำให้สกอร์กลับมาเป็น 2-1 ในนาทีที่ 65 โดยดิแอซถือเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดในสนามตลอดทั้งเกม ทำได้ทั้งแอสซิสต์ให้มูนิโอซและยิงประตูด้วยตัวเอง
สถิติในรอบคัดเลือกก็บ่งบอกถึงความอันตรายของเขา เพราะดิแอซยิงได้ถึง 7 ประตูในรอบคัดเลือก CONMEBOL มากที่สุดเป็นอันดับสองรองจากลิโอเนล เมสซี่เพียงคนเดียวที่ทำได้ 8 ประตู ส่วน ฮาเมส โรดรีเกซ นำตารางแอสซิสต์ด้วย 7 ครั้ง ห่างจากผู้ตามมาถึง 3 ครั้ง
กัมปัซปิดฝาโลง นาทีที่ 90+9
ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ โคลอมเบียปิดฉากชัยชนะอย่างสมบูรณ์เมื่อฆามินตัน กัมปัซ โหม่งบอลเข้าประตูจากครอสของ คูโช เอร์นันเดซ ตัวสำรองที่ลงมาในช่วงท้าย ทำให้สกอร์จบที่ 3-1 ในนาทีที่ 90+9 ผลบอลล่าสุด
ความหมายต่อตารางคะแนนกลุ่ม K
อุซเบกิสถาน พบ โคลอมเบีย ชัยชนะ 3-1 ในนัดนี้ทำให้โคลอมเบียกลายเป็นทีมเดียวในกลุ่ม K ที่มี 3 แต้มเต็ม และขึ้นนำโด่งกลุ่มทันที หลังจากที่ก่อนหน้านี้ โปรตุเกส เสมอ ดีอาร์ คองโก ไปด้วยสกอร์ 1-1 อย่างเหนือความคาดหมาย ทำให้ทั้งสองทีมได้คนละ 1 แต้ม ส่วนอุซเบกิสถานยังคงตามหลังทุกทีมในกลุ่มด้วย 0 แต้ม ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026
สำหรับอุซเบกิสถาน แม้จะพ่ายแพ้ แต่ประตูประวัติศาสตร์ของฟาอิซุลลาเยฟถือเป็นสิ่งที่จะถูกจดจำตลอดไปในวงการฟุตบอลของประเทศ และยังมีสองนัดที่เหลือในกลุ่มเพื่อลุ้นสร้างผลงานที่น่าประทับใจยิ่งขึ้น ในขณะที่โคลอมเบียพร้อมก้าวต่อไปในฐานะผู้นำกลุ่ม K อย่างเต็มภาคภูมิ ข่าวฟุตบอลโลกที่นี่
