สวิตเซอร์แลนด์ vs โคลอมเบีย คืนวันที่ 7-8 กรกฎาคม 2026 บน BC Place เมืองแวนคูเวอร์ แคนาดา ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 กลายเป็นเวทีของเกมที่ตึงเครียดที่สุดนัดหนึ่งของบอลโลก 2026 เมื่อสวิตเซอร์แลนด์และโคลอมเบียเล่นกันอย่างดุเดือดตลอด 120 นาทีโดยไม่มีประตูเกิดขึ้น ก่อนที่สวิตเซอร์แลนด์จะคว้าชัยชนะในการดวลจุดโทษ 4-3 ส่งตัวเองเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเพื่อพบกับอาร์เจนตินา
เกมนี้ปิดฉากรอบ 16 ทีมทั้งหมดของบอลโลก 2026 อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยดราม่าที่ครบครันตั้งแต่โอกาสทองที่พลาดในช่วงท้ายต่อเวลาพิเศษ ไปจนถึงความเด็ดขาดในการดวลจุดโทษที่ทำให้แฟนบอลทั้งโลกหายใจไม่ออก ข่าวฟุตบอลโลก2026
ครึ่งแรก — โกเบลวิเศษเซฟปวยร์ตา การ์กัสรับมือซอ ทั้งคู่ไม่มีประตู

ตั้งแต่นาทีแรก ทั้งสองทีมแสดงให้เห็นถึงการวางแผนยุทธวิธีอย่างรอบคอบ สวิตเซอร์แลนด์และโคลอมเบียต่างแสดงวินัยในการรับมือกันอย่างเข้มงวด จำกัดโอกาสที่ชัดเจนในบรรยากาศที่ตึงเครียดสูง
โอกาสที่น่าตื่นเต้นที่สุดในครึ่งแรกมาจากฝั่งโคลอมเบีย กุสตาโว ปวยร์ตาปล่อยลูกโค้งอันสวยงามไปยังมุมบนของประตู แต่ โกเบล ผู้รักษาประตูสวิสเซฟได้อย่างน่าทึ่ง ขณะที่ฝั่งสวิตเซอร์แลนด์เอง แดน นดอยเลาะปีกซ้ายผ่าน ปวยร์ตา และตัดบอลกลับเข้ากลางสนาม จิบริล ซอ ตัวสำรองรับครอสได้แต่ยิงพลาดออกไปข้างประตู
ทั้งสองผู้รักษาประตูโชว์ฝีมืออย่างยอดเยี่ยมตลอดครึ่งแรก ทำให้เกมยังคงเป็น 0-0 เมื่อนกหวีดดังขึ้น ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026
ครึ่งหลัง — โคลอมเบียร้องขอจุดโทษ VAR ปฏิเสธ สวิสก็เกือบได้แต่ถูกปฏิเสธเช่นกัน

ครึ่งหลังเริ่มต้นอย่างคึกคักมากขึ้น เมื่อโคลอมเบียพยายามเพิ่มแรงกดดัน หลุยส์ ดิอัซได้ฟาวล์นอกกรอบโทษจาก ซิลวัน วิดเมอร์ นำไปสู่ฟรีคิกอันตรายของ ฮวน กินเตโร ที่ กรานิต ชาคา เคลียร์ได้อย่างยอดเยี่ยม
โคลอมเบียส่งบอลกลับเข้าสู่พื้นที่อันตรายและเกิดการชนกันระหว่าง คัมปาซ กับ มิโร มูไฮม์ ในกรอบโทษสวิส โคลอมเบียร้องขอจุดโทษอย่างดุเดือด แต่หลังจาก VAR ตรวจสอบ ก็ตัดสินว่าไม่มีฟาวล์เกิดขึ้น
ฝั่งสวิตเซอร์แลนด์ก็ร้องขอจุดโทษเช่นกัน หลังจาก นดอย ถูก ดาเนียล มูนญอซ ชนในกรอบโทษ แต่ผู้ตัดสินก็ตัดสินว่าการสัมผัสนั้นเบาเกินไปที่จะให้จุดโทษ
เกมจบลงด้วยสกอร์ 0-0 หลัง 90 นาที ทั้งสองทีมเตรียมเข้าสู่ต่อเวลาพิเศษ ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026
ต่อเวลาพิเศษ — คัมปาซหน้าประตูว่างแต่โปกโก้เหนือคาน ดราม่าสูงสุด 120 นาที

ช่วงต่อเวลาพิเศษเป็นช่วงที่ดราม่าถึงขีดสุด ความผิดพลาดร้ายแรงเกือบเกิดขึ้นกับสวิตเซอร์แลนด์ในวินาทีสุดท้ายของต่อเวลา เมื่อการสื่อสารผิดพลาดระหว่าง มานูเอล อาคันจิ และ กรานิต ชาคา ทำให้บอลยาวลอดผ่านแนวรับ โดย ดาเนียล มูนญอซ ส่งให้ คัมปาซ ที่หลุดออกมาหน้าประตูโดดเดี่ยวกับ โกเบล
คัมปาซมีเวลาเพียงพอที่จะเลือกมุมยิง แต่กลับเสียสติและปล่อยลูกยิงพุ่งสูงเหนือคานออกไป เป็นการพลาดโอกาสทองที่น่าเจ็บปวดที่สุดของคืนนี้ ก่อนที่นกหวีดจะดังขึ้นยุติ 120 นาทีแห่งความตึงเครียด
จุดโทษ — กินเตโรเปิดก่อน ชาคาทรงพลัง ซานเชซโดนคาน อัมดูนีหน้าเย็นตัดสิน

กินเตโรก้าวขึ้นยิงจุดโทษลูกแรกให้โคลอมเบียด้วยการยิงอย่างทรงพลังเข้ามุมซ้าย เอาชนะโกเบล ทำให้โคลอมเบียขึ้นนำก่อน 1-0
จากนั้น กรานิต ชาคา กัปตันทีมสวิสก้าวขึ้นยิงด้วยพลังอย่างเต็มที่ไปยังมุมขวา การ์กัส คาดทิศทางได้ถูกต้องแต่ไม่สามารถหยุดลูกยิงที่ทรงพลังนั้นได้ ทำให้สกอร์เท่ากัน 1-1
ซี กี อัมดูนี ตัวสำรองของสวิสก้าวขึ้นในสถานการณ์กดดันสูงสุด และโชว์ความเย็นเยือกด้วยการรอให้ การ์กัส ดิ้นก่อน ก่อนจะเขี่ยบอลเข้ามุมล่างขวาอย่างแม่นยำ ทำให้สวิสขึ้นนำ 2-1
ดาวินสัน ซานเชซ ก้าวขึ้นยิงจุดโทษให้โคลอมเบีย แต่บอลพุ่งกระแทกคานออกมา ทำให้โคลอมเบียเสียเปรียบอย่างหนัก
คัมปาซยิงจุดโทษตีเสมอ 2-2 ด้วยลูกยิงต่ำที่ขาดพลัง แต่บอลกลับลอดใต้มือโกเบลเข้าไปได้ ทำให้สกอร์เท่ากัน
จากนั้นสวิตเซอร์แลนด์ยิงเพิ่มอีกสองลูกสำเร็จ ในขณะที่โคลอมเบียพลาดอีกหนึ่งลูก ทำให้สุดท้ายสวิตเซอร์แลนด์คว้าชัยชนะในจุดโทษ 4-3 ผลการแข่นขันล่าสุดที่นี่
สรุปผลการแข่งขัน
สวิตเซอร์แลนด์ vs โคลอมเบีย สวิตเซอร์แลนด์ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมด้วยการดวลจุดโทษ 4-3 และจะพบกับ อาร์เจนตินา ที่เพิ่งพลิกชนะอียิปต์ 3-2 ในช่วงท้ายเกม ที่ Levi’s Stadium เมืองซานตาคลารา ในวันที่ 11 กรกฎาคม
โกเบลคือวีรบุรุษที่แท้จริงของสวิตเซอร์แลนด์ในคืนนี้ ด้วยการเซฟอย่างยอดเยี่ยมตลอด 120 นาทีและยืนหยัดในการดวลจุดโทษ ขณะที่อัมดูนีแสดงให้เห็นว่าการดวลจุดโทษไม่ใช่แค่ทักษะ แต่คือจิตใจที่เข้มแข็ง
สำหรับโคลอมเบีย การพลาดโอกาสทองของคัมปาซในวินาทีสุดท้ายของต่อเวลาพิเศษจะถูกพูดถึงยาวนาน เพราะหากลูกนั้นเข้าประตู เส้นทางของทัวร์นาเมนต์อาจเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง แต่นั่นคือความสวยงามของบอลโลกที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวินาทีสุดท้าย! ข่าวสารบอลโลกอัปเดตล่าสุด
