อีกครั้งหนึ่ง กฎใหม่ที่ดุดันที่สุดใน ฟุตบอลโลก 2026 ได้สร้างดราม่าอีกครั้ง เมื่อ ปิเอโร ฮินกาปิเอ กองหลังซ้ายทีมชาติเอกวาดอร์จาก Bayer Leverkusen กลายเป็นผู้เล่นคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่ถูกไล่ออกสนามด้วยกฎ “ปิดปากขณะเผชิญหน้าคู่แข่ง” ในนัดรอบ 32 ทีม ที่ Estadio Azteca เม็กซิโกซิตี้ เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ข่าวด่วนมาแล้ว
ผลที่ออกมาคือเอกวาดอร์แพ้เม็กซิโก 0-2 และต้องกลับบ้านก่อนกำหนด
เกิดอะไรขึ้น นาทีที่ 3 ทดเวลา
ปิเอโร ฮินกาปิเอ ถูกแสดงใบแดงในช่วงทดเวลาต่อ หลังจากเผชิญหน้ากับ ซานติอาโก้ ฆิเมเนซ โดยใช้มือปิดปากขณะพูด ซึ่งในกฎปัจจุบันถือเป็นความผิดที่ต้องได้รับใบแดงทันที ทำให้เอกวาดอร์เหลือผู้เล่น 10 คนในช่วงโค้งสุดท้าย ขณะที่เม็กซิโกกำลังปิดเกมที่ 2-0
กฎนี้ถูกบังคับใช้หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบผ่านวิดีโอรีวิว ก่อนที่กรรมการจะตัดสินว่าการกระทำของฮินกาปิเอเข้าข่ายความผิดตามกฎที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อยับยั้งการใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสม
กฎ “เพรสเตียนนี่ ลอว์” มาจากไหน?

กฎนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากเหตุการณ์ในแชมเปี้ยนส์ลีกที่ผ่านมา เมื่อ วินิซิอุส จูเนียร์ ดาวเด่นของเรอัล มาดริด ถูกโจมตีด้วยถ้อยคำขณะที่คู่แข่งปิดปากตัวเองไว้ ทำให้พิสูจน์ไม่ได้ว่าพูดอะไร
กฎนี้ถูกนำมาใช้เพื่อหยุดการซ่อนความเห็นที่อาจเป็นการเหยียดเชื้อชาติหรือการละเมิดอื่นๆ โดยเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ที่ แอตเลติโก มาดริด พบ เรอัล มาดริด เมื่อ ฆิอันลูก้า เพรสเตียนนี่ ปิดปากขณะพูดกับ วินิซิอุส จูเนียร์ ทำให้การแข่งขันหยุดลงถึง 10 นาที หลังจากวินิซิอุสอ้างว่าถูกด่าด้วยถ้อยคำเหยียดเชื้อชาติ
กฎนี้ถูกอนุมัติโดย IFAB ในเดือนเมษายน 2026 และมีผลบังคับใช้ในฟุตบอลโลก 2026 ทันที โดยกฎระบุชัดเจนว่าผู้เล่นคนใดที่ใช้มือ แขน หรือเสื้อปิดปากขณะเผชิญหน้ากับคู่แข่ง จะได้รับใบแดงทันที โดยไม่ต้องมีใบเหลืองก่อน
กฎนี้ถูกแฟนบอลทั่วโลกเรียกกันติดปากว่า “The Prestianni Law” และไม่ได้ห้ามการพูดคุยในสนามทั่วไป แต่กำหนดเฉพาะสถานการณ์ที่มีการเผชิญหน้ากับคู่แข่งเท่านั้น การกระซิบกับเพื่อนร่วมทีมหรือการซ่อนยุทธวิธีจากกล้องในช่วงเล่นปกติไม่ถือเป็นความผิด
คนแรกในประวัติศาสตร์ อัลมิรอน ปารากวัย

ผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่ถูกไล่ออกด้วยกฎนี้คือ มิเกล อัลมิรอน ของปารากวัย ในนัดกลุ่ม D พบตุรกีที่ San Francisco Bay Area Stadium เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน
อัลมิรอนใช้มือปิดปากขณะแลกคำพูดกับ เมิร์ต มึลเดอร์ หลังการฟาวล์บริเวณกลางสนามในช่วงทดเวลาครึ่งแรก กรรมการ อีวาน บาร์ตัน ได้ใช้วิดีโอรีวิวก่อนตัดสินให้ใบแดง
โค้ชปารากวัย กุสตาโว อัลฟาโร กล่าวหลังเกมว่า “ตามกฎ ถ้าคุณปิดปาก คุณโดนไล่ออก ใบแดง ผมทำอะไรไม่ได้ น่าเสียดายที่เราไม่สามารถเปลี่ยนความเห็นใหม่ในเรื่องนี้” แม้ปารากวัยจะยังชนะตุรกี 1-0 แม้เหลือ 10 คน
ปิเอโร ฮินกาปิเอ คนที่ 2 ที่น่าเสียดายที่สุด
ฮินกาปิเอคือคนที่ 2 ที่ต้องเดินออกจากสนามด้วยกฎนี้ และเวลาที่มันเกิดขึ้นนั้นโหดร้ายกว่ากรณีของอัลมิรอนมาก เพราะเอกวาดอร์กำลังแพ้อยู่ 0-2 ในนัดน็อคเอาท์รอบ 32 ทีม ไม่ใช่แค่เกมแบ่งกลุ่ม
เอกวาดอร์ครองบอลสูงถึง 57% ตลอดเกม แต่สร้างโอกาสยิงได้เพียง 7 ครั้ง โดยเข้ากรอบเพียงครั้งเดียว สะท้อนว่าแม้ครองบอลได้มากแต่ก็ไม่สามารถแปลงเป็นประตูได้เลย
เม็กซิโกส่ง 2 ประตูสวย
ด้านผู้ชนะ เม็กซิโกทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจบนสนามในตำนาน เม็กซิโกเปิดสกอร์ในนาทีที่ 22 จาก ฆูลิยาน กินโญเนส และขยายเป็น 2-0 ด้วยลูกยิงงดงามจาก ราอูล ฆิเมเนซ ในนาทีที่ 31 และรักษาสกอร์นำไว้ได้จนจบเกม
ฆิเมเนซขโมยบอลจากการเล่นผิดพลาดของ ฮินกาปิเอ และ โจเอล ออร์โดเญซ บริเวณแดนตัวเองเอกวาดอร์ ก่อนจะเชื่อมกับกินโญเนสและยิงเข้ามุมบนอย่างงดงาม
เม็กซิโกไม่เคยแพ้ที่สนาม Estadio Azteca ทั้งใน 3 ครั้งที่เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ได้แก่ 1970, 1986 และ 2026 โดยมีผลงาน 5 ชนะ 4 เสมอ ไม่เคยแพ้
กฎปิดปากนี้ถูกสร้างมาเพื่อส่งสัญญาณชัดเจนว่า FIFA ไม่ยอมรับการซ่อนการดูถูกเหยียดหยามในสนามฟุตบอลอีกต่อไป แต่สิ่งที่ฮินกาปิเอและเอกวาดอร์ต้องแบกรับกลับบ้านคือบทเรียนที่ราคาแพงที่สุด — ออกจากฟุตบอลโลก 2026 กลางดึกที่ Estadio Azteca พร้อมใบแดงที่จะถูกจดจำในประวัติศาสตร์ ⚽🟥🇪🇨 ข่าวอัปเดตกฏใหม่ฟีฟ่า
