“เลส์ รูจส์” ลาริน ซูเปอร์ซับช่วยชีวิต คว้าแต้มแรกในประวัติศาสตร์บอลโลกบนแผ่นดินบ้านเกิด แคนาดาvsบอสเนีย วันที่ 12 มิถุนายน 2026 คือวันที่ประวัติศาสตร์ถูกเขียนขึ้นใหม่บนผืนหญ้าของ โทรอนโต สเตเดียม (BMO Field) เมืองโทรอนโต แคนาดา เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่การแข่งขันฟุตบอลโลกรายการชายจัดขึ้นบนแผ่นดินแคนาดา ฟีฟ่าเวิล์ดคัพ 2026 และแฟนบอลกว่า 43,000 คนที่สวมเสื้อสีแดงพร้อมใจกันมอบพลังงานให้กับทีมชาติบ้านเกิด
ผลการแข่งขัน จบลงด้วยการเสมอ 1-1 โดย ไซล์ ลาริน ยิงประตูตีเสมอในครึ่งหลัง หลังจากที่ โยโว ลูกิช พุ่งหัวยิงจากลูกเตะมุมทำให้บอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนาขึ้นนำในครึ่งแรก
ลูกิช พุ่งหัวสะเทือนโทรอนโต

โยโว ลูกิช พุ่งหัวรับบอลส่งจาก ซีอัด โกลาชินัช อดีตกองหลังอาร์เซนอล ยิงผ่านผู้รักษาประตู มักซิม เครปโป ของแคนาดา ในนาทีที่ 21 ทำให้บอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนาขึ้นนำก่อน 1-0 สร้างความตกตะลึงให้กับผู้ชมในสนามที่ต่างมาเชียร์เจ้าบ้าน หลังทำประตูได้ บอสเนียถอยลงมาตั้งแนวรับอย่างหนาแน่น บีบให้แคนาดาต้องโจมตีจากปีกทั้งสองข้าง กลายเป็นภาพที่แฟนบอลแคนาดาคุ้นเคยในช่วงครึ่งแรก ที่ครองบอลมากกว่าแต่กลับไม่สามารถเจาะแนวรับของบอสเนียได้เลย ติดตามผลฟุตบอลที่นี่
ครึ่งแรก แคนาดาครองบอล แต่บอสเนียนำ
ในครึ่งแรก แคนาดาครองบอลถึง 66% แต่มีจำนวนการยิงเข้ากรอบเพียง 1 ครั้ง เทียบกับบอสเนียที่มี 2 ครั้ง และคว้าลูกเตะมุมถึง 8 ครั้ง เทียบกับแคนาดาเพียง 1 ครั้ง สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าแม้จะมีบอลมากกว่า แต่ประสิทธิภาพในการสร้างโอกาสของแคนาดายังขาดความคมคาย
ในสนาม คริสติน ซินแคลร์ ตำนานฟุตบอลหญิงชาวแคนาดาที่มีสถิติยิง 190 ประตูให้ทีมชาติ มากที่สุดในโลกทั้งชายและหญิง ก็อยู่บนอัฒจันทร์วันเกิดปีที่ 43 ของเธอ ทำให้เกมนี้มีความหมายพิเศษยิ่งขึ้น หากแคนาดาจะสามารถมอบชัยชนะให้กับตำนานของตัวเองได้
ลาริน ซูเปอร์ซับ เปลี่ยนเกมในพริบตา

ไซล์ ลาริน เดินออกจากม้านั่งสำรองในนาทีที่ 76 ในฐานะตัวสำรอง และกองหน้าทีมชาติผู้ผ่านศึกมามากนี้ใช้เวลาเพียงไม่นานในการพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง ด้วยการรับบอลที่บริเวณหน้าเขตโทษ ปล่อยให้บอลเด้งหนึ่งครั้ง แล้วตีฉากยิงเข้ามุมล่างขวาของประตู เอาชนะผู้รักษาประตูในนาทีที่ 79 ทำให้เกมเสมอกัน 1-1 โทรอนโต สเตเดียม ระเบิดเสียงโห่ร้องกึกก้อง แฟนบอลทุกคนในสนามลุกขึ้นยืนพร้อมกัน เป็นภาพที่น่าจดจำอย่างยิ่งสำหรับประวัติศาสตร์ฟุตบอลของแคนาดา ลารินยังเป็นหนึ่งในผู้ทำลายสถิติแมตช์นี้ด้วย เพราะการลงสนามครั้งนี้ทำให้เขาเสมอกับ โจนาธาน โอโซริโอ ในฐานะนักเตะที่ลงสนามให้ทีมชาติแคนาดามากเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์
บอสเนียสู้ดุ สถิติที่น่าเป็นห่วงของแคนาดา
แม้เกมจะจบลงด้วยการเสมอ แต่ก็เผยให้เห็นจุดอ่อนของแคนาดา สถิติพิสูจน์ว่าแคนาดายังขาดความคมในการจบสกอร์ โดยมีจำนวนการยิงสูงถึง 66% ครองบอล แต่กลับสร้างประตูได้น้อยกว่า expected goals ที่ 0.59 เทียบกับบอสเนียที่ทำได้มากกว่าค่า expected goals ที่ 0.77
แคนาดาเข้าสู่การแข่งขันด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยม ไม่แพ้ใครใน 8 นัดหลังสุด โดยอาศัยแนวรุกที่ร้อนแรงอย่าง โจนาธาน เดวิด, ไซล์ ลาริน และ ตาจอน บูแคนัน แต่ในวันนี้ แนวรับอันเหนียวแน่นของบอสเนียทำให้ทีมชาติแคนาดาไม่สามารถระเบิดพลังได้อย่างเต็มที่
ก้าวต่อไปในกลุ่ม B
กลุ่ม B แคนาดาvsบอสเนีย ประกอบด้วยแคนาดา (เจ้าภาพร่วม), บอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา, กาตาร์ และสวิตเซอร์แลนด์ โดยทั้งสองทีมที่เสมอกันวันนี้ต่างมี 1 คะแนนเท่ากัน และยังมีอีก 2 นัดที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง
สำหรับแคนาดา นัดที่น่าจับตามองที่สุดในกลุ่มคือการพบกับสวิตเซอร์แลนด์ในนัดสุดท้ายของรอบกลุ่ม ซึ่งอาจเป็นนัดชี้ชะตาว่าใครจะผ่านเข้าสู่รอบแพ้คัดออก
1 แต้มแรกในประวัติศาสตร์บอลโลกของแคนาดา อาจไม่ใช่ชัยชนะที่แฟนบอลฝันถึง แต่ก็เป็นก้าวสำคัญที่บอกโลกว่า “เลส์ รูจส์” มาที่นี่เพื่อต่อสู้ ไม่ใช่แค่ร่วมงาน! ข่าวสารบอลโลก2026
