10 มิถุนายน 2564
6 K

ยุคนี้คนนิยมปลูกโรสแมรี่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะเป็นต้นไม้อเนกประสงค์ เอามาทำอาหารได้ ปลูกเอากลิ่นหอมได้ หรือปลูกประดับเพื่อความสวยงามก็ยังได้ ถ้าเลี้ยงดีๆ จะมีดอกสีขาวด้วย

แต่ปัญหาที่คนรักโรสแมรี่เกือบทุกคนเจอเหมือนกันคือ เลี้ยงไม่รอด

โรสแมรี่เป็นต้นไม้ที่ปลูกไม่ง่าย แต่ก็ไม่ถึงกับยาก หลักคือโรสแมรี่ไม่ชอบน้ำขัง ชอบแดด และสาเหตุการตายเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์มาจากได้น้ำเยอะไป ไม่ใช่เพราะขาดน้ำ

ถ้าใครอยากปลูกโรสแมรี่ ลองทำตาม 11 ขั้นตอนนี้ รับรองว่าได้ต้นโรสแมรี่ที่โตวันโตคืนแน่นอน

11 วิธีปลูกโรสแมรี่ ทำตามนี้ยังไงก็รอด
11 วิธีปลูกโรสแมรี่ ทำตามนี้ยังไงก็รอด

1. เลือกพันธุ์ที่ชอบก่อนปลูก

โรสแมรี่มีหลายสายพันธุ์ มาจากหลายประเทศ ทั้งฝรั่งเศส ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น แต่ละพันธุ์ก็แตกต่างกัน บางพันธุ์สูงใหญ่ท่วมหัว บางพันธุ์เป็นแบบเลื้อย (เคยเห็นที่ญี่ปุ่นปลูกให้เลื้อยลงมาตามกำแพง) บางพันธุ์มีใบใหญ่ บางพันธุ์มีใบเล็ก ความหอมของแต่ละพันธุ์ก็ไม่เท่านั้น ดังนั้น เราต้องเริ่มจากการเลือกพันธุ์ที่ตรงกับความต้องการของเรา

2. ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำได้

บางคนไม่อยากเสียเงินซื้อ ก็ใช้วิธีขอยอดโรสแมรี่จากเพื่อนมาปลูกต่อ หรือแบ่งมาจากโรสแมรี่ที่ใช้ทำอาหารในครัวก็ได้ แต่ต้องเลือกยอดที่ไม่แก่เกินไป และไม่อ่อนเกินไป ปักชำในวัสดุอย่างกาบมะพร้าวสับหรือแกลบ หรือจะเอาไปแช่น้ำให้แตกรากแล้วค่อยลงดินก็ได้ แต่ต้องทำใจไว้หน่อยว่า อัตราการรอดไม่ถึงขั้นร้อยเปอร์เซ็นต์ อาจจะมีทั้งยอดที่แตก และยอดที่ตาย

3. เอาลงแปลง ดีกว่าเอาลงดิน

โรสแมรี่ไม่ชอบน้ำขัง ดังนั้น ถ้าดินบ้านเราระบายน้ำไม่ดี รดน้ำเยอะหรือฝนตกแล้วน้ำขัง ก็ควรจะทำแปลงยกขึ้นมา จะกั้นขอบแปลงด้วยอะไรก็ได้ หลักการคือ ให้ระบายน้ำในแปลงได้ดี ไม่เกิดการท่วมขัง

11 วิธีปลูกโรสแมรี่ ทำตามนี้ยังไงก็รอด

4. วัสดุปลูกต้องระบายน้ำได้ดี

วัสดุปลูกที่แนะนำคือ นำกาบมะพร้าวสับ 3 ส่วน มาผสมกับดิน 1 ส่วน หรือจะใช้ดินใบก้ามปูล้วนๆ ก็ได้ เพราะระบายน้ำได้ดี

11 วิธีปลูกโรสแมรี่ ทำตามนี้ยังไงก็รอด

5. อย่ารดน้ำเยอะ

หลายคนคิดว่าการดูแลเอาใจใส่ต้นไม้ที่ดีคือการรดน้ำบ่อยๆ และคิดว่าเมื่อต้นไม้โทรมต้องรดน้ำ สำหรับโรสแมรี่แล้วอาจจะไม่ใช่ บ่อยครั้งที่อาการโทรมของโรสแมรี่มาจากการได้น้ำเยอะเกินไป การรดน้ำที่เหมาะคือ รดวันละครั้งตอนเช้า รดให้ชื้นอย่าให้น้ำขัง ควรงดการรดน้ำช่วงเย็น เพราะนอกจากต้นไม้จะไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรแล้ว น้ำที่สะสมตามใบและวัสดุปลูกอาจทำให้เกิดเชื้อรา ใบเน่า แล้วก็ลามไปทั่วต้น

6. ปลูกในกระถาง ต้องยกหลบฝน

ถ้าเราปลูกโรสแมรี่ในกระถาง พอช่วงที่มีฝน ควรยกหลบฝนมาไว้ในร่ม ถ้าปลูกแบบลงแปลงก็อาจจะทำหลังคาผ้าใบคลุม แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็ต้องทำระบบระบายน้ำให้ดี จะลดการเกิดเชื้อราได้

11 วิธีปลูกโรสแมรี่ ทำตามนี้ยังไงก็รอด

7. ปลูกให้มีระยะห่าง

สำหรับคนที่ซื้อโรสแมรี่มาลงแปลง อย่าปลูกชิดกัน ต้องเว้นระยะระหว่างต้นให้ห่างกันสัก 30 เซนติเมตร เพื่อให้มีพื้นที่ในการเติบโต และความโล่งนั้นจะช่วยให้อากาศถ่ายเท แสงส่องถึง ลดการเกิดโรคและเพลี้ยได้

8. แสงแดดต้องเพียงพอ

โรสแมรี่ชอบแดด ปลูกกลางแจ้งดีกว่าปลูกแดดรำไร แถมยังลดโอกาสเกิดเชื้อราได้ แต่ถ้าปลูกในที่แดดจัด ก็ต้องรดน้ำอย่างสม่ำเสมอด้วย

11 วิธีปลูกโรสแมรี่ ทำตามนี้ยังไงก็รอด

9. เล็งดีๆ ก่อนตัดยอดไปใช้

การตัดใบไปใช้ ไม่ต่างอะไรจากการตัดแต่งกิ่ง ดังนั้น จึงเป็นเหมือนการกำหนดพุ่มทรงของต้น ถ้าอยากให้ต้นของเราสูง ให้ตัดใบด้านข้างไปใช้ แต่ถ้าตัดยอด ก็จะได้ทรงพุ่ม ฟอร์มต้นไม่ใหญ่ โดยปกติแล้วโรสแมรี่จะแตกกิ่งถี่มาก ในช่วงหน้าฝน เราควรเล็มพุ่มแน่นๆ ให้โปร่ง ใบจะได้ไม่เก็บความชื้นจนเกิดเชื้อรา

10. เจอราให้เด็ด

หาเจอเชื้อราที่ใบให้ตัดใบทิ้ง แล้วสำรวจวัสดุปลูกว่าระบายน้ำดีไหม จากนั้นลองลดปริมาณน้ำลง รดที่โคนต้นแทนการรดผ่านใบ ถ้าปลูกในกระถางก็ย้ายไปไว้ในตำแหน่งที่รับแดดได้มากขึ้น

11. ระวังเพลี้ย

ศัตรูหลักของโรสแมรี่คือเพลี้ย ส่วนใหญ่เป็นเพลี้ยไฟ เหมือนไรแดงๆ ทำให้ใบเป็นสีน้ำตาล กำจัดได้ด้วยการตัดทิ้ง แล้วป้องกันด้วยการพ่นน้ำส้มควันไม้ หรือน้ำยาชีวภาพทั้งหลาย ถ้าไม่อยากพ่นอะไร ก็ต้องหมั่นตรวจและตัดยอดเมื่อเจอเพลี้ยอยู่เสมอ

Writer

Avatar

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographer

Avatar

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Plant Planet

ชวนเดินทางเข้าสู่โลกของต้นไม้เพื่อทำความรู้จักพืชในฐานะเพื่อน

ต้นไม้ที่น่ารู้จักที่สุดในปี 2023 คือ ‘Grevillea’ หรือ ที่เรียกกันในบ้านเราว่า สนเกรวิลเลีย

สนเกรวิลเลีย เป็นพืชในสกุลเกรวิลเลีย เป็นไม้ยืนต้นมีที่ทรงพุ่มหนา มีดอกหลายสี มีประมาณ 360 สายพันธุ์ ถิ่นกำเนินอยู่ที่ออสเตรเลีย นำเข้ามาในไทยน่าจะเกิน 40 ปีแล้ว แต่อาจจะไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากนัก เพราะจัดอยู่ในหมวดไม้สะสม พันธุ์ที่อยู่ในบ้านเรามานาน ๆ ก็มีพันธุ์ดอกสีชมพู ลองจอห์น (Grevillea ‘Long John’) พันธุ์ดอกสีเหลือง ฮันนีเจม (Grevillea ‘Honey Gem’) และพันธุ์ดอกสีขาว มูนไลต์ (Grevillea ‘Moonlight’)

ด้วยความที่เป็นไม้จากออสเตรเลียที่มีสภาพอากาศใกล้เคียงกับบ้านเรา ทำให้สนเกรวิลเลียแทบไม่ต้องปรับตัว ยิ่งเป็นไม้ที่โตเร็วอยู่แล้ว เมื่อนำมาปลูกในไทยจึงเจริญเติบโตงอกงามเป็นอย่างดี

ในยุคที่สนเกรวิลเลียเข้ามา ต้นไม้ใหญ่ที่ใช้จัดสวนมักเป็นพวก ปีบ ล่ำซำ ซิลเวอร์โอ๊ก จนกระทั่งไม่นานมานี้ เริ่มมีการนำเกรวิลเลียมาใช้จัดสวนมากขึ้น จึงถูกพูดถึงและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่ตามมาก็คือ มีการนำเข้าพันธุ์ใหม่ ๆ ดอกสีแปลก ๆ เพิ่มขึ้นอย่างมาก จากที่เคยมีแค่ 3 สายพันธุ์ ตอนนี้เราหาซื้อได้ถึง 10 กว่าสายพันธุ์

จุดเด่นของเกรวิลเลีย คือความหลากหลายของสายพันธุ์ ทำให้มีขนาดของลำต้นและทรงพุ่มต่างกัน มีทั้งลำต้นทรงสูงและลำต้นทรงพุ่มที่ใบมีลักษณะเป็นริ้ว ทำให้สนเกรวิลเลียดูพลิ้วไหว ไม่แข็งเหมือนต้นไม้ใหญ่อื่น ๆ ซึ่งใบของแต่ละสายพันธุ์ก็มีลักษณะไม่เหมือนกันทั้งฟอร์มและสี บางพันธุ์ก็มีใบเป็นสีเงิน ไปจนถึงเกือบขาว

ดอกของสนเกรวิลเลียถือเป็นเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ สนเกรวิลเลียออกดอกทั้งปี เป็นช่อ ครั้งละหลายช่อกระจายทั่วต้น แต่ละช่ออยู่ได้นานหลายเดือน ฟอร์มของช่อดอกและสีสันของดอกก็มีให้เลือกมากมาย

ในมุมของการดูแลรักษาถือว่าเลี้ยงง่ายมาก สนเกรวิลเลียควรปลูกกลางแจ้ง ต้องการแดดจัดเต็มวัน ชอบแห้ง ๆ แทบไม่ต้องการการดูแลรักษาอะไรมากมาย จึงเป็นไม้ที่เรียกได้ว่าปลูกทิ้ง ๆ ได้เลย แล้วก็ยังไม่ต้องการพื้นที่มากนัก

จากจุดเด่นทั้งหมดที่ว่ามา ทำให้เราใช้งานสนเกรวิลเลียได้หลากหลาย ทั้งปลูกเพื่อจัดสวนในพื้นที่กว้าง หรือปลูกเป็นไม้ประธานในบ้านที่มีที่จำกัด ด้วยความพลิ้วไหวที่ดูสบายตาของใบ แถมยังมีช่อดอกขนาดใหญ่สีสันสดใสตลอดทั้งปี ทำให้พืชชนิดนี้ช่วยปรับให้พื้นที่เล็ก ๆ ในบ้านดูโปร่งโล่ง และให้ความรู้สึกสบายต่างจากไม้ใหญ่อื่น ๆ

ใครอยากหาซื้อสนเกรวิลเลียไปปลูกก็ไม่ยากเลย ถ้าเป็นสนเกรวิลเลียยุคเก่า ในเมืองไทยมีผู้ผลิตรายใหญ่อยู่ 2 เจ้า แล้วส่งขายไปตามร้านต้นไม้ต่าง ๆ ด้วยความที่อยู่มานานจึงมีต้นที่ใหญ่ขนาดหน้ากว้าง 4 หรือ 5 นิ้ว ความสูง 6 – 7 เมตรก็มี แต่อาจไม่ได้มีจำนวนมากขนาดเอาไปใช้จัดสวนเป็นปริมาณมากได้

สิ่งสำคัญที่ผู้ซื้อต้องระวังมาก ๆ คือเป็นต้นไม้ที่อ่อนไหวกับการโดนตัดรากและขุดย้ายมาก ๆ สนเกรวิลเลียขนาดใหญ่ผู้ผลิตปลูกลงดิน แล้วใช้วิธีล้อมขึ้นมาขาย ซึ่งอัตราการรอดอาจแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ดังนั้น ถ้าจะซื้อขนาดใหญ่ที่ขุดขึ้นมาจากดิน ต้องมั่นใจว่าคนทำมีความชำนาญจริง ๆ เท่านั้น

วิธีการที่ขอแนะนำคือ ให้ปลูกสนเกรวิลเลียต้นเล็กที่ขายมาในกระถาง ความสูงตั้งแต่ 1 ฟุต ถึง 1 เมตร ถ้าเราเลือกขนาดเท่านี้ จะมีตัวเลือกเป็นต้นไม้นำเข้าพันธุ์ใหม่ ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะที่ชุดล่าสุดที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งสวยแตกต่างจากรุ่นก่อน ๆ อยู่พอสมควร

ด้วยความที่สนเกรวิลเลียโตเร็วมาก ลงดินไปสัก 2 – 3 ปีก็จะสูงท่วมหัว แถมยังมีระบบรากที่แข็งแรงด้วย

ช่วงนี้สนเกรวิลเลียกำลังเป็นที่นิยม จำนวนยังมีไม่มาก โดยเฉพาะพันธุ์ใหม่ ๆ ที่นำเข้ามา บางพันธุ์ที่หายาก ๆ ความสูงสัก 1 ฟุต ก็มีราคาแตะหมื่นบาทไปแล้ว แต่ถ้าเป็นพันธุ์ที่อยู่มานานๆ แล้วขยายพันธุ์ในบ้านเรา ขายกิ่งตอนกันในราคาหลักร้อยเท่านั้น

ถ้าใครสนใจก็ลองไปตามหากันดู แต่ถ้ายังนึกไม่ออกว่าจะเริ่มต้นยังไงดี เรามีเกรวิลเลีย 8 พันธุ์ที่หาซื้อได้ในไทยมาให้ทำความรู้จักกัน

เป็นพันธุ์ยอดนิยมดั้งเดิมที่อยู่ในไทยมานาน มีดอกสีชมพู

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นพันธุ์ที่อยู่ในไทยมานานอีกพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมาก เพราะมีดอกสีเหลืองสดใส

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

อีกพันธุ์ที่คุ้นเคยกันดีในเมืองไทย จุดเด่นคือมีช่อดอกสีขาว

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

ในเมืองไทยเรียกพันธุ์นี้ว่าส้มเม่น เป็นต้นที่มีจุดเด่นคือช่อดอกสีส้มสดและมีทรงพุ่มค่อนข้างหนา

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

พันธุ์นี้เป็นพันธุ์ใหม่ที่ได้รับความนิยมมาก ด้วยจุดเด่นคือช่อดอกสีชมพูสด ช่วยสร้างบรรยากาศหวาน ๆ ให้สวนได้

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งนำเข้ามาจากญี่ปุ่น สิ่งที่แตกต่างจากพันธุ์อื่น ๆ คือขนาดของลำต้นที่เป็นไม้พุ่มลักษณะพืชคลุมดิน สูงราว 30 – 120 เซนติเมตร ลักษณะของใบและช่อดอกแตกต่างจากพันธุ์อื่น ๆ รวมถึงสีสันอันสดใสของดอกด้วย

Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นพันธุ์ใหม่เอี่ยมนำเข้าจากญี่ปุ่น จุดเด่นคือช่อดอกสีม่วงละมุน

Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นเกรวิลเลียตัวใหม่อีกตัวที่เพิ่งเข้ามาในไทย จุดเด่นของพันธุ์นี้คือช่อดอกสีขาวอมชมพู

Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

ภาพ : commons.wikimedia.org

Writer

Avatar

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographer

Avatar

วินัย สัตตะรุจาวงษ์

ผู้กำกับรายการและโฆษณาที่ช่วงนี้หันมาสนใจงานแนวสารคดี จึงเน้นทำงานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาคือ รายการ human ride และ เป็น อยู่ คือ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load