23 พฤศจิกายน 2562
60 K

คอลัมน์ตอนที่แล้ว เราเล่าถึงวิธีเลือกซื้อและดูแลต้นไม้ให้อยู่รอด และสวยเหมือนตอนอยู่ที่ร้านกันไปแล้ว

ตอนนี้เราจะพูดถึงสิ่งสำคัญที่ละเลยไม่ได้ในการต้อนรับต้นไม้ใหม่เข้ามาปลูกในห้อง นั่นก็คือเรื่องกระถางต้นไม้

ต้นไม้ที่เราซื้อมาส่วนใหญ่จะมากับกระถางพลาสติกสีดำ ถ้าเอามาวางในบ้านเลยก็จะเจอปัญหาน้ำรั่วเลอะเทอะ ดูไม่สวยงามนัก ดังนั้นก่อนจะเอาต้นไม้ไปวางในตำแหน่งที่ชอบ เราต้องเริ่มต้นจัดการเรื่องกระถางกันก่อน

1. อย่าลืมจานรอง

สำหรับคนที่มีเวลาน้อย หรือไม่ถนัดดูแลต้นไม้ และไม่ติดขัดถ้าจะเห็นกระถางพลาสติกสีดำวางอยู่บนชั้นในห้อง สิ่งเดียวที่คุณต้องทำก็คือวางกระถางลงบนจานรอง จะเป็นจานที่คุณซื้อจากร้านขายกระถางก็ได้ จานอะไรก็ได้ หรือจะวางกระถางต้นไม้หลายๆ กระถางในถาดเดียวกันก็ได้ หน้าที่ของจานรองคือรองรับน้ำเวลารดไม่ให้ไหลเลอะเทอะ เคล็ดลับก็คือไม่ควรใช้จานที่แบนหรือเล็กเกินไป เพราะรดน้ำนิดเดียวน้ำก็จะล้นแล้ว

2. วางกระถางดำลงในกระถางใบสวย

กระถางต้นไม้ยุคใหม่จำนวนมากออกแบบมาให้เราแค่วางต้นไม้ในกระถางสีดำลงไปเท่านั้นเป็นอันจบ ไม่ต้องถอดกระถางดำออก แล้วเอาลงปลูกในกระถางใหม่ ข้อดีคือเราสลับสับเปลี่ยนต้นไม้ได้ตลอด จะยกต้นไม้ออกไปผึ่งแดดผึ่งลมก็ง่าย แค่ยกกระถางดำออกไป ไม่ต้องยกไปทั้งกระถางใหญ่

3. ดูดีๆ ว่ากระถางใหม่มีรูไหม

เนื่องจากมันเป็นเพียงกระถางครอบ ไม่ใช่กระถางจริง จึงจะมีรูระบายน้ำก็ได้ ไม่มีก็ได้

ถ้ามีรูระบายน้ำ เราต้องหาจานรองป้องกันน้ำไหลเลอะเทอะ กระถางที่ออกแบบมาอย่างดีส่วนใหญ่จะมีจานรองมาด้วยกันแบบเข้าชุด แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะกระถางที่เป็นงานไม้หรืองานสานทั้งหลายไม่ค่อยทำจานรองมาด้วย จะเอาจานอะไรมาวางรองก็ดูไม่เข้า ทางแก้คือเอาจานรองไปวางด้านในกระถางแทน และต้องระวังไม่รดน้ำมากเกินไป เพราะถ้าน้ำล้นจากจานรองจะเลอะเทอะกระถางใบสวย ยิ่งเป็นตะกร้าสานก็อาจมีคราบเปื้อนตะกร้า รวมถึงมีเชื้อราตามมาได้

4. ถ้ากระถางใหม่ไม่มีรู ต้องระวังน้ำท่วมต้นไม้

ถ้ากระถางไม่มีรูก็หมายความว่า น้ำทั้งหมดที่รดลงไปจะแช่อยู่ในนั้น ไม่ระบายออกไปไหน การปล่อยให้รากต้นไม้แช่น้ำนานๆ ก็อาจจะเน่าได้

ถ้าเป็นกระถางขนาดเล็ก ควรรดน้ำน้อยๆ แต่ถ้าพลั้งมือรดเยอะไป ก็แค่ยกกระถางด้านในขึ้น แล้วเทน้ำในกระถางใบนอกทิ้ง แต่ถ้าเป็นกระถางที่มีขนาดใหญ่ เราควรป้องกันแต่เนิ่นๆ ด้วยการหาอะไรรองก้นกระถางก่อน เช่น อิฐมอญ อิฐมวลเบา หรือโฟม (ช่วยลดขยะได้ด้วย) แล้วค่อยวางกระถางดำลงบนวัสดุเหล่านี้ ข้อดีในแง่ความงามคือต้นไม้จะไม่สูงขึ้น ไม่จมหายไปในกระถาง และข้อดีในแง่การใช้งานคือน้ำจะไม่ท่วมราก แต่จะท่วมอยู่ใต้กระถางดำ ช่วยส่งความชื้นขึ้นมาให้ต้นไม้

5. เปลี่ยนกระถางให้ต้นไม้โต

ถ้าอยากให้ต้นไม้มีขนาดใหญ่ขึ้น เราต้องเปลี่ยนกระถางเพื่อให้รากมีพื้นที่ในการชอนไชมากขึ้น ยิ่งเราใช้วัสดุปลูก (อย่าเรียกสิ่งที่ใช้ปลูกต้นไม้ว่าดิน ต้องเรียกว่าวัสดุปลูก เพราะเราแทบไม่ใช้ดินกันแล้ว) ที่มีรูพรุน ไม่จับตัวเป็นก้อน รากต้นไม้ก็ยิ่งชอนไชง่าย ต้นไม้ก็โตเร็ว การปลูกต้นไม้ในห้องไม่ควรใช้ดิน (ไม่ต้องตกใจ เพราะต้นไม้ที่คุณซื้อมาส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ปลูกด้วยดิน) เพราะจะมีปัญหาเรื่องมดและแมลง

วัสดุปลูกยอดนิยมที่แนะนำคือกาบมะพร้าวสับ หินภูเขาไฟ พีทมอส สแฟกนัมมอส ถ่านหุงต้ม หรือจะบี้เม็ดโฟมใส่ลงไปด้วยก็ได้ กาบมะพร้าวสับอุ้มน้ำได้ดี ส่วนถ่านหุงต้มช่วยดูดซับของเสียและกลิ่นได้ แต่วัสดุปลูกเหล่านี้ไม่ค่อยมีแร่ธาตุ เราจึงต้องใส่ปุ๋ยช่วย

6. ปลูกต้นไม้ไม่ต้องใส่ปุ๋ยก็ได้

เราสามารถปลูกต้นไม้โดยไม่ต้องใส่ปุ๋ย เหมือนการปลูกต้นไม้แช่น้ำที่แค่เลี้ยงในน้ำเปล่าก็ยังโตเอาๆ แต่ถ้าอยากให้ต้นไม้ของเราเติบโตอย่างแข็งแรง มีสีสันของใบและลำต้นที่สดเข้ม ก็ควรใส่ปุ๋ยบำรุงบ้าง

7. ใส่ปุ๋ยมากไปก็ไม่ดี

ต้นไม้ที่ปลูกในห้องมีจังหวะชีวิตไม่เหมือนต้นไม้ที่ปลูกกลางแจ้ง มันต้องการน้ำน้อยกว่า ปุ๋ยก็เช่นกัน เราควรให้ปุ๋ยสำหรับต้นไม้ในห้องด้วยปริมาณที่น้อยกว่า และเว้นระยะเวลาห่างกว่า เช่นทุกๆ 3 – 4 เดือน ถ้าต้นไม้ในห้องได้รับปุ๋ยที่เข้มข้นไปก็อาจจะช็อกและตายได้ ถ้าจะใช้ปุ๋ยละลายเร็ว (ปุ๋ยเม็ดที่โดนน้ำแล้วละลายหายไปหมด) ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยเคมีต้องใส่ในปริมาณน้อยมาก ส่วนปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักนั้นไม่แนะนำ เพราะมีปัญหาทั้งเรื่องความเข้มข้น กลิ่น เชื้อโรค และแมลง

8. ใช้ปุ๋ยละลายช้า

ปุ๋ยที่เหมาะกับการปลูกต้นไม้ในห้องที่สุดจึงเป็นปุ๋ยละลายช้า (ปุ๋ยเม็ดแบบที่ 3 เดือนก็ยังละลายไม่หมด) ซึ่งเราคุ้นกันในชื่อออสโมโคท โดยจะคลุกไปกับดินตอนเปลี่ยนกระถางก็ได้ หรือจะโรยใส่ด้านบนก็ได้ เนื่องจากมันละลายช้ามาก ต้นไม้จึงค่อยๆ ได้รับสารอาหารอย่างต่อเนื่อง

9. กระถางดินเผาเย็นกว่ากระถางพลาสติก

กระถางพลาสติกเบากว่ากระถางเซรามิกหรือกระถางดินเผา จะวางบนชั้นหรือจะขนย้ายก็ทำได้สะดวก แต่ข้อดีของกระถางดินเผาคือเก็บความเย็นได้ดีกว่า ดินในกระถางเย็นกว่า รากของต้นไม้เลยเดินได้รอบต้น ดังนั้นต้นไม้ต้นไหนชอบอยู่แบบชื้นๆ เย็นๆ ใช้กระถางดินเผาจะเหมาะมาก แต่ถ้าเป็นต้นไม้พันธุ์ที่ชอบแห้งๆ แล้วอยากใช้กระถางดินเผาก็อย่ารดน้ำเยอะ และหลีกเลี่ยงวัสดุปลูกที่อุ้มน้ำ

10. อย่าเติมดินบนหน้าดิน

เวลาที่เราปลูกต้นไม้ไปสักพัก ดินจะย่อยสลายจนลดตัวลง คนจำนวนมากดูออกว่าได้เวลาเติมดินแล้ว แต่สิ่งที่คนทั่วไปเข้าใจผิดก็คือเราไม่ควรเทดินจำนวนมากลงไปด้านบน เพราะการถมดินลงที่โคนต้นอาจทำให้ต้นไม้หายใจไม่ออก (ต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกในสนามก็เช่นกัน) วิธีที่ถูกต้องคือเราต้องรื้อต้นไม้ออกจากกระถาง แล้วผสมดินใส่เข้าไปใหม่บริเวณก้นกระถาง จะเติมดินที่ด้านบนด้วยก็ได้ แต่ไม่ควรใส่มากนัก

Writer

Avatar

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographers

Avatar

ธัชชา ศุภกิจเจริญ

นักเรียนกราฟิคดีไซน์ชื่อฟ้า ผู้ฝึกงานถ่ายภาพกับบริษัทก้อนเมฆ หลงรักกล้องฟิล์ม และออกเดินทางเพื่อสะสมเรื่องราวลงกลักฟิล์มม้วนใหม่เสมอๆ

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Plant Planet

ชวนเดินทางเข้าสู่โลกของต้นไม้เพื่อทำความรู้จักพืชในฐานะเพื่อน

ต้นไม้ที่น่ารู้จักที่สุดในปี 2023 คือ ‘Grevillea’ หรือ ที่เรียกกันในบ้านเราว่า สนเกรวิลเลีย

สนเกรวิลเลีย เป็นพืชในสกุลเกรวิลเลีย เป็นไม้ยืนต้นมีที่ทรงพุ่มหนา มีดอกหลายสี มีประมาณ 360 สายพันธุ์ ถิ่นกำเนินอยู่ที่ออสเตรเลีย นำเข้ามาในไทยน่าจะเกิน 40 ปีแล้ว แต่อาจจะไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากนัก เพราะจัดอยู่ในหมวดไม้สะสม พันธุ์ที่อยู่ในบ้านเรามานาน ๆ ก็มีพันธุ์ดอกสีชมพู ลองจอห์น (Grevillea ‘Long John’) พันธุ์ดอกสีเหลือง ฮันนีเจม (Grevillea ‘Honey Gem’) และพันธุ์ดอกสีขาว มูนไลต์ (Grevillea ‘Moonlight’)

ด้วยความที่เป็นไม้จากออสเตรเลียที่มีสภาพอากาศใกล้เคียงกับบ้านเรา ทำให้สนเกรวิลเลียแทบไม่ต้องปรับตัว ยิ่งเป็นไม้ที่โตเร็วอยู่แล้ว เมื่อนำมาปลูกในไทยจึงเจริญเติบโตงอกงามเป็นอย่างดี

ในยุคที่สนเกรวิลเลียเข้ามา ต้นไม้ใหญ่ที่ใช้จัดสวนมักเป็นพวก ปีบ ล่ำซำ ซิลเวอร์โอ๊ก จนกระทั่งไม่นานมานี้ เริ่มมีการนำเกรวิลเลียมาใช้จัดสวนมากขึ้น จึงถูกพูดถึงและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่ตามมาก็คือ มีการนำเข้าพันธุ์ใหม่ ๆ ดอกสีแปลก ๆ เพิ่มขึ้นอย่างมาก จากที่เคยมีแค่ 3 สายพันธุ์ ตอนนี้เราหาซื้อได้ถึง 10 กว่าสายพันธุ์

จุดเด่นของเกรวิลเลีย คือความหลากหลายของสายพันธุ์ ทำให้มีขนาดของลำต้นและทรงพุ่มต่างกัน มีทั้งลำต้นทรงสูงและลำต้นทรงพุ่มที่ใบมีลักษณะเป็นริ้ว ทำให้สนเกรวิลเลียดูพลิ้วไหว ไม่แข็งเหมือนต้นไม้ใหญ่อื่น ๆ ซึ่งใบของแต่ละสายพันธุ์ก็มีลักษณะไม่เหมือนกันทั้งฟอร์มและสี บางพันธุ์ก็มีใบเป็นสีเงิน ไปจนถึงเกือบขาว

ดอกของสนเกรวิลเลียถือเป็นเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ สนเกรวิลเลียออกดอกทั้งปี เป็นช่อ ครั้งละหลายช่อกระจายทั่วต้น แต่ละช่ออยู่ได้นานหลายเดือน ฟอร์มของช่อดอกและสีสันของดอกก็มีให้เลือกมากมาย

ในมุมของการดูแลรักษาถือว่าเลี้ยงง่ายมาก สนเกรวิลเลียควรปลูกกลางแจ้ง ต้องการแดดจัดเต็มวัน ชอบแห้ง ๆ แทบไม่ต้องการการดูแลรักษาอะไรมากมาย จึงเป็นไม้ที่เรียกได้ว่าปลูกทิ้ง ๆ ได้เลย แล้วก็ยังไม่ต้องการพื้นที่มากนัก

จากจุดเด่นทั้งหมดที่ว่ามา ทำให้เราใช้งานสนเกรวิลเลียได้หลากหลาย ทั้งปลูกเพื่อจัดสวนในพื้นที่กว้าง หรือปลูกเป็นไม้ประธานในบ้านที่มีที่จำกัด ด้วยความพลิ้วไหวที่ดูสบายตาของใบ แถมยังมีช่อดอกขนาดใหญ่สีสันสดใสตลอดทั้งปี ทำให้พืชชนิดนี้ช่วยปรับให้พื้นที่เล็ก ๆ ในบ้านดูโปร่งโล่ง และให้ความรู้สึกสบายต่างจากไม้ใหญ่อื่น ๆ

ใครอยากหาซื้อสนเกรวิลเลียไปปลูกก็ไม่ยากเลย ถ้าเป็นสนเกรวิลเลียยุคเก่า ในเมืองไทยมีผู้ผลิตรายใหญ่อยู่ 2 เจ้า แล้วส่งขายไปตามร้านต้นไม้ต่าง ๆ ด้วยความที่อยู่มานานจึงมีต้นที่ใหญ่ขนาดหน้ากว้าง 4 หรือ 5 นิ้ว ความสูง 6 – 7 เมตรก็มี แต่อาจไม่ได้มีจำนวนมากขนาดเอาไปใช้จัดสวนเป็นปริมาณมากได้

สิ่งสำคัญที่ผู้ซื้อต้องระวังมาก ๆ คือเป็นต้นไม้ที่อ่อนไหวกับการโดนตัดรากและขุดย้ายมาก ๆ สนเกรวิลเลียขนาดใหญ่ผู้ผลิตปลูกลงดิน แล้วใช้วิธีล้อมขึ้นมาขาย ซึ่งอัตราการรอดอาจแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ดังนั้น ถ้าจะซื้อขนาดใหญ่ที่ขุดขึ้นมาจากดิน ต้องมั่นใจว่าคนทำมีความชำนาญจริง ๆ เท่านั้น

วิธีการที่ขอแนะนำคือ ให้ปลูกสนเกรวิลเลียต้นเล็กที่ขายมาในกระถาง ความสูงตั้งแต่ 1 ฟุต ถึง 1 เมตร ถ้าเราเลือกขนาดเท่านี้ จะมีตัวเลือกเป็นต้นไม้นำเข้าพันธุ์ใหม่ ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะที่ชุดล่าสุดที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งสวยแตกต่างจากรุ่นก่อน ๆ อยู่พอสมควร

ด้วยความที่สนเกรวิลเลียโตเร็วมาก ลงดินไปสัก 2 – 3 ปีก็จะสูงท่วมหัว แถมยังมีระบบรากที่แข็งแรงด้วย

ช่วงนี้สนเกรวิลเลียกำลังเป็นที่นิยม จำนวนยังมีไม่มาก โดยเฉพาะพันธุ์ใหม่ ๆ ที่นำเข้ามา บางพันธุ์ที่หายาก ๆ ความสูงสัก 1 ฟุต ก็มีราคาแตะหมื่นบาทไปแล้ว แต่ถ้าเป็นพันธุ์ที่อยู่มานานๆ แล้วขยายพันธุ์ในบ้านเรา ขายกิ่งตอนกันในราคาหลักร้อยเท่านั้น

ถ้าใครสนใจก็ลองไปตามหากันดู แต่ถ้ายังนึกไม่ออกว่าจะเริ่มต้นยังไงดี เรามีเกรวิลเลีย 8 พันธุ์ที่หาซื้อได้ในไทยมาให้ทำความรู้จักกัน

เป็นพันธุ์ยอดนิยมดั้งเดิมที่อยู่ในไทยมานาน มีดอกสีชมพู

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นพันธุ์ที่อยู่ในไทยมานานอีกพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมาก เพราะมีดอกสีเหลืองสดใส

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

อีกพันธุ์ที่คุ้นเคยกันดีในเมืองไทย จุดเด่นคือมีช่อดอกสีขาว

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

ในเมืองไทยเรียกพันธุ์นี้ว่าส้มเม่น เป็นต้นที่มีจุดเด่นคือช่อดอกสีส้มสดและมีทรงพุ่มค่อนข้างหนา

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

พันธุ์นี้เป็นพันธุ์ใหม่ที่ได้รับความนิยมมาก ด้วยจุดเด่นคือช่อดอกสีชมพูสด ช่วยสร้างบรรยากาศหวาน ๆ ให้สวนได้

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งนำเข้ามาจากญี่ปุ่น สิ่งที่แตกต่างจากพันธุ์อื่น ๆ คือขนาดของลำต้นที่เป็นไม้พุ่มลักษณะพืชคลุมดิน สูงราว 30 – 120 เซนติเมตร ลักษณะของใบและช่อดอกแตกต่างจากพันธุ์อื่น ๆ รวมถึงสีสันอันสดใสของดอกด้วย

Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นพันธุ์ใหม่เอี่ยมนำเข้าจากญี่ปุ่น จุดเด่นคือช่อดอกสีม่วงละมุน

Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นเกรวิลเลียตัวใหม่อีกตัวที่เพิ่งเข้ามาในไทย จุดเด่นของพันธุ์นี้คือช่อดอกสีขาวอมชมพู

Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

ภาพ : commons.wikimedia.org

Writer

Avatar

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographer

Avatar

วินัย สัตตะรุจาวงษ์

ผู้กำกับรายการและโฆษณาที่ช่วงนี้หันมาสนใจงานแนวสารคดี จึงเน้นทำงานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาคือ รายการ human ride และ เป็น อยู่ คือ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load