อติล่า อาร์เธอร์ อภิชาติ กานโยซ์ ลูกครึ่งไทย-สวิสฯ ที่คนรู้จักจาก The Face Men Thailand แต่ข้างหลังความหล่อและร่างกายนักกีฬา คือชีวิตที่ผ่านทั้งการถูกบูลลี่ หนีเรียน โรคซึมเศร้า และการบวชพระ ก่อนจะกลายเป็นนายแบบ เทรนเนอร์ นักแสดง และคนที่บอกว่า “เราจะทำดีที่สุด” ทุกสิ่งที่ทำ
มีคนที่หน้าตาดีและร่างกายดีแบบที่ทำให้คนนึกว่าชีวิตคงง่าย แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม
อติล่า อาร์เธอร์ อภิชาติ กานโยซ์ คือหนึ่งในนั้น

อติล่า อาร์เธอร์ อภิชาติ กานโยซ์ คือใคร
อติล่า อาร์เธอร์ อภิชาติ กานโยซ์ หรือชื่อสากล Arthur Apichaht Gagnaux เป็นนักแสดง นายแบบ และเทรนเนอร์ฟิตเนสลูกครึ่งไทย-สวิตเซอร์แลนด์ เป็นที่รู้จักในวงกว้างในชื่อ “อติล่า The Face Men Thailand”
อติล่า เกิดและเติบโตที่เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จนอายุ 4 ขวบแม่คิดถึงบ้านจึงย้ายกลับมาอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต และเมื่ออายุ 7 ขวบพ่อก็พากลับไปสวิตเซอร์แลนด์อีกครั้ง ก่อนจะกลับไทยอีกครั้งหลังจบการศึกษาจาก College et Ecole de Commerce Madame de Stael
ชีวิตที่วนระหว่างสองประเทศทำให้ อติล่า เป็นคนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของที่ไหนเลยอย่างสมบูรณ์ — ที่สวิสก็ถูกมองว่าเป็นคนเอเชีย ที่ไทยก็ถูกเรียกว่า “ไอ้หรั่ง” — ประสบการณ์นั้นหล่อหลอมตัวตนและมุมมองต่อโลกของเขา
วัยรุ่นที่ไม่มีใครเห็น
ก่อน อติล่า จะมาปรากฏบนจอ The Face Men Thailand ในฐานะหนุ่มหล่อมาดนักกีฬา มีช่วงชีวิตวัยรุ่นที่เขาเปิดเผยในรายการเจาะใจว่า “ช่วงนั้นเกเร หนีเรียน ใช้ชีวิตคนเดียวจนเป็นโรคซึมเศร้า”
อติล่า เป็นลูกชายคนเดียว และการโยกย้ายระหว่างประเทศบ่อยครั้งในวัยเด็กทำให้เขาขาดความผูกพันกับเพื่อนที่ลึกซึ้ง การอยู่ระหว่างสองวัฒนธรรมโดยไม่รู้สึกเป็นของทั้งสองทำให้ช่วงวัยรุ่นเขาหาจุดยืนของตัวเองไม่ค่อยเจอ
แม้จะบวชเป็นพระเพื่อหาคำตอบ แต่ อติล่า ก็ยอมรับว่าแม้แต่การบวชก็ยังไม่สามารถแก้ปมในชีวิตได้ทั้งหมดในทีเดียว
สิ่งที่ช่วย อติล่า ได้มากที่สุดในที่สุดคือกีฬาและการฝึกร่างกาย

The Face Men Thailand จากคนหน้าใหม่สู่ชื่อที่คนจำ
อติล่า อาร์เธอร์ อภิชาติ กานโยซ์ เข้าร่วมรายการ The Face Men Thailand ในฐานะผู้เข้าแข่งขันในทีมของ มู-ไลลา บุญยศักดิ์ และสร้างฐานแฟนคลับที่เรียกตัวเองว่า TeamMoo อย่างรวดเร็ว
สิ่งที่ทำให้ อติล่า โดดเด่นในรายการไม่ใช่แค่รูปร่างหน้าตา แต่คือความเป็นธรรมชาติที่ผู้ชมสัมผัสได้ — เขาไม่ได้พยายามเล่นบทบาทใด แต่เป็นตัวเองในทุกสถานการณ์ ทั้งในฉากที่ต้องการความเซ็กซี่และฉากที่ต้องการความสุกุม
ฉากที่แฟนๆ พูดถึงมากที่สุดคือฉากเรียนชกมวยในบ้านทีม Artemis ที่ อติล่า แสดงทั้งความกล้าและความขี้เล่นออกมาพร้อมกัน จนหลายคนบอกว่านั่นคือจุดที่เริ่มเป็นแฟนของเขา
เทรนเนอร์ฟิตเนส ผู้ช่วยคนอื่นด้วยสิ่งที่ช่วยตัวเองมา
หลังจาก The Face Men Thailand อติล่า อาร์เธอร์ อภิชาติ กานโยซ์ ไม่ได้เลือกแค่เส้นทางนักแสดงหรือนายแบบ แต่ยังทำงานเป็นเทรนเนอร์ฟิตเนสควบคู่ไปด้วย
สิ่งที่น่าสนใจคือ อติล่า เลือกสอนกีฬาและการออกกำลังกายในแบบที่เขาใช้รักษาตัวเองมาก่อน — กีฬาช่วยเขาออกจากช่วงมืดของชีวิตวัยรุ่น และเขาก็อยากให้คนอื่นพบกับสิ่งนั้นเช่นกัน
การเป็นเทรนเนอร์ทำให้ อติล่า รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าในแบบที่ต่างจากการเป็นนายแบบ — ไม่ใช่เพราะหน้าตาหรือร่างกาย แต่เพราะสามารถช่วยให้ใครบางคนรู้สึกดีขึ้นกับตัวเองได้
ชีวิตในเชียงใหม่และดนตรีแจ๊ส
อีกมิติของ อติล่า ที่คนอาจไม่รู้คือความชอบดนตรีแจ๊สและการใช้ชีวิตในเชียงใหม่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะเป็นดาราที่ต้องอยู่ในสปอตไลต์ตลอดเวลา แต่เป็นคนที่ต้องการชีวิตที่มีพื้นที่หายใจ
บุคลิกขี้เล่นสดใสที่เห็นบนจอ อติล่า อาร์เธอร์ อภิชาติ กานโยซ์ ไม่ใช่ภาพที่แต่งขึ้น แต่เป็นตัวตนที่เขาค้นพบหลังผ่านช่วงที่ยากที่สุดในชีวิตมาแล้ว
เพลิงบุญ นักแสดงที่พิสูจน์ตัวเอง
อติล่า มีผลงานการแสดงในละครเรื่อง เพลิงบุญ ในบท “พิมติล่า” ซึ่งเป็นบทบาทที่ท้าทายและต่างออกไปจากบุคลิกในชีวิตจริง
การแสดงในละครช่วยพิสูจน์ว่า อติล่า มีความสามารถเกินกว่าแค่การเดินแบบหรือโพสท่าถ่ายภาพ และเขาก็เลือกรับงานในแบบที่ต้องการพัฒนาตัวเอง ไม่ใช่แค่บทที่ง่ายหรือเหมาะกับภาพลักษณ์ที่คนเห็น
“เราจะทำดีที่สุด” ปรัชญาชีวิตที่มาจากประสบการณ์จริง
The Cloud บันทึกบทสนทนากับ อติล่า อาร์เธอร์ อภิชาติ กานโยซ์ ในชื่อ “อติล่า เราจะทำดีที่สุด” ซึ่งเป็นประโยคที่สะท้อนวิธีคิดของเขาต่อทุกสิ่งที่ทำ
ประโยคนั้นไม่ใช่คำพูดสวยหรูที่แต่งขึ้นเพื่อสัมภาษณ์ แต่มาจากคนที่เคยผ่านช่วงเวลาที่ไม่รู้จะทำอะไรได้บ้าง แล้วค้นพบว่าสิ่งที่ตัวเองทำได้คือทำทุกอย่างให้ดีที่สุดในแต่ละวัน
อติล่า เองบอกว่าตอนที่เขาอยู่ใน The Face Men Thailand เขาก็ไม่ได้บอกตัวเองว่าต้องชนะ แต่บอกตัวเองว่าทำดีที่สุดในทุกชาเลนจ์ที่มา
มากกว่าหน้าตา
อติล่า อาร์เธอร์ อภิชาติ กานโยซ์ พิสูจน์ว่าคนที่ดูสมบูรณ์แบบจากภายนอกอาจผ่านเรื่องราวที่คนอื่นไม่รู้มาก็ได้
และบางทีนั่นคือเหตุผลที่คนชอบเขา — ไม่ใช่เพราะเขาดูสมบูรณ์แบบ แต่เพราะเขาเป็นคนที่ผ่านเรื่องยากแล้วยังเลือกที่จะยิ้มและทำดีที่สุดในสิ่งที่มีอยู่
