มีเด็กหลายคนที่บอกว่าอยากเป็นศิลปิน แต่มีน้อยคนมากที่อายุ 12 ปีกล้าบินไปอยู่คนเดียวต่างประเทศเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองทำได้จริง
นี่คือเส้นทางของ กองทัพ พีค เด็กชายผู้ออกเดินทางตามความฝันของตัวเองตั้งแต่อายุ 12 ปี พุ่งชนทุกโอกาสจนเป็นศิลปินและนักแสดงที่ครองใจผู้คนในวันนี้
ลูกชายคนเดียวของปราบ ยุทธพิชัย แต่ไม่ได้ง้อชื่อพ่อ

กองทัพ พีค เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของ ปราบ ยุทธพิชัย นักแสดงและพิธีกรที่หลายคนอาจเคยเห็นผลงานจากรายการ ปลดหนี้ หรือละคร ปัญญาชนก้นครัว
เขาเป็นคนที่มีความสามารถรอบด้าน แสดงได้ ร้องได้ เต้นได้ เดินแบบก็ได้ และสามารถพูดได้ 4 ภาษา คือ ไทย เกาหลีใต้ จีน และอังกฤษ
ความสามารถเหล่านั้นไม่ได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เกิดจากการลงทุนกับตัวเองอย่างจริงจังตั้งแต่อายุน้อยมาก ในสมัยที่เด็กส่วนใหญ่ยังนึกว่าอยากเป็นอะไร กองทัพ พีค รู้แล้วว่าตัวเองต้องการอะไร และลงมือทำทันที
Sylvia Young Theatre School ลอนดอน วันที่ฝันเริ่มขึ้นจริงๆ
ในสมัยที่อยู่ Sylvia Young Theatre School พีคเรียนเต้นวันละ 8 ชั่วโมง เกือบทุกแนวเลยก็ว่าได้ตั้งแต่แจ๊ส คอนเทมโพรารี่ บัลเลต์ รวมไปถึงเต้นแท็ป
8 ชั่วโมงต่อวัน ในห้องเรียนที่อยู่ต่างแดน ห่างบ้านหลายพันกิโลเมตร คือสิ่งที่เด็กชายไทยอายุ 12 เลือกเผชิญด้วยตัวเอง
Sylvia Young Theatre School ไม่ใช่โรงเรียนธรรมดา มันคือสถาบันที่ผลิตนักแสดงและนักร้องระดับโลก ศิษย์เก่าของที่นี่รวมถึง Amy Winehouse และนักร้องชื่อดังอีกหลายคน การที่ กองทัพ พีค ได้เรียนที่นี่ในวัยเด็กบอกว่าระดับความจริงจังของเขาไม่ธรรมดา
K-pop trainee คนไทยคนเดียวในเกาหลี
หนุ่ม กองทัพ พีค ยังเป็นเด็กฝึกหัดตัวแทนจากประเทศไทยเพียงหนึ่งเดียว ได้มีโอกาสเข้าร่วมรายการเฟ้นหาไอดอลชื่อดังของเกาหลี Produce X 101 ปี 2019 ในนามสังกัดเกาหลี Chanderlier Music ซึ่งทางรายการได้มีการเผยคลิปแนะนำตัวเองภายในเวลา 1 นาที เพื่อให้แฟนๆ ที่ติดตามรายการรู้จัก โดยหนุ่ม กองทัพ พีค ได้แต่งชุดมวยไทย พร้อมโชว์ศิลปะมวยไทย พร้อมกับเล่นดนตรี นอกจากนี้ยังพูดแนะนำตัวเป็นภาษาเกาหลีอ้อนขอคะแนนจากแฟนๆ
การเลือกสวมชุดมวยไทยในการแนะนำตัว ไม่ใช่แค่ลูกเล่น แต่คือการประกาศตัวตนว่าเขาไม่ได้มาเป็น K-pop idol ที่ลืมว่าตัวเองเป็นคนไทย แต่มาในฐานะคนไทยที่พิสูจน์ว่าตัวเองอยู่ในระดับเดียวกับคนอื่นในสนามนั้นได้
กฎเหล็กที่พ่อสั่งสอน

กองทัพ พีค เผยว่า “คุณพ่อ (ปราบ ยุทธพิชัย) เคยสอนกฎของการเป็นนักแสดงว่า การเป็นนักแสดงจะมีกฎที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ ตรงต่อเวลา ต่อไปก็คือ การฝึกทำการบ้าน ก็คือจำบทให้ได้ อีกข้อที่ต้องมีคือ ความอดทน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราต้องสู้ รวมถึงอีกข้อหนึ่งคือ ทำความเคารพทุกคน ลงไปในกองถ่ายพี่ช่างหน้าช่างผม พี่ช่างไฟ และทุกๆ คนในกองต้องทำความเคารพเขาให้หมดครับ”
กฎเหล็กที่ ปราบ ยุทธพิชัย ปลูกฝังให้ลูกชายนั้นไม่มีเรื่องของชื่อเสียงหรือความดัง มีแต่เรื่องของทัศนคติและวิธีปฏิบัติตัว นั่นบอกว่าครอบครัวนี้มองวงการบันเทิงแบบนักวิชาชีพ ไม่ใช่แบบดารา
Say No เพลงแรก สู่จอภาพยนตร์และละครช่อง 3
เขาก็ได้เป็นศิลปินคนแรกของทางช่อง 3 และได้ปล่อยผลงานแรกที่ชื่อว่า Say No ออกมา
ต่อมาในปี 2563 กองทัพ ก็ถูกพูดถึงอีกครั้งในฐานะนักแสดงหน้าใหม่ เนื่องจากผลงานการแสดงละครประกบคู่กับนางเอกชื่อดังอย่าง เบล่า ราณี ในเรื่อง ให้รักพิพากษา Dare to Love
และล่าสุดกองทัพ พีคกลับมาสร้างกระแสอีกครั้งกับบทบาทใหม่
กองทัพ พีค ขึ้นแท่นพระเอกดาวรุ่ง ล่าสุดกับบท พันตรี หม่อมหลวงอศิร จุฑาเทพ ใน ดวงใจเทวพรหม ตอน ดุจอัปสร
Asia Super Young และก้าวที่ไม่มีวันหยุด
ล่าสุดเขาก็ได้เข้าร่วมแข่งขันรายการ Asia Super Young ของจีนอีกด้วย
เส้นทางของ กองทัพ พีค ไม่เคยหยุดนิ่ง ตั้งแต่ลอนดอน สู่เกาหลี สู่จีน และกลับมาสร้างฐานที่มั่นคงในไทย ทั้งหมดนั้นทำโดยชายหนุ่มที่อายุยังไม่ถึง 30 ปี
สิ่งที่ทำให้ กองทัพ พีค น่าสนใจไม่ใช่แค่ที่เขาเป็นลูกดาราคนดัง แต่เป็นเพราะเขาพิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าตัวเองพร้อมออกไปหาโอกาสในสนามที่ไม่มีใครช่วยได้ ตั้งแต่ชุดมวยไทยในเกาหลี จนถึงชุดเต้น 8 ชั่วโมงต่อวันในลอนดอน
To be at the Peak ไม่ใช่แค่ชื่อเซสชั่น แต่เป็นแนวทางที่เขาดำรงมาตลอดชีวิต
