ในวันที่ COVID-19 ยังไม่คุกคามและลุกลามจนล้นเมือง

ผมได้รับเกียรติที่หนึ่ง ให้เป็นแขกไปเยี่ยมบ้านของ เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ ที่จังหวัดนครนายก

เรียกบ้านอาจไม่ถูกนัก เพราะพื้นที่ขนาด 7 ไร่ผืนนั้นไม่มีตัวบ้าน มีแต่ต้นไม้นับร้อยที่เขาปลูกเป็นสวนป่า คนใกล้ชิดจะรู้ว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเขาบ้าปลูกต้นไม้มาก และเดินทางมาที่บ้านซึ่งไม่มีบ้านแห่งนี้บ่อยมาก

ช่วงแรกที่ยังไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ เขากางเต็นท์นอน อาศัยห้องน้ำของวัดข้างๆ ช่วงหลังเขาเริ่มลากรถบ้านมาด้วย

พาหนะคู่ใจของเขาคือรถกระบะ เขาคือพระเอกอันดับหนึ่งของช่องที่ขับรถกระบะไปกองถ่ายละครด้วยตัวเอง และวันนี้เขาก็จะขับรถกระบะคันเก่งลากรถบ้านไปที่บ้านนครนายก

ผมได้รับเกียรติที่สอง ให้นั่งข้างเขาในรถกระบะ เขาเสนอว่า น่าจะใช้เวลาระหว่างเดินทางคุยกันไป และเพื่อความปลอดภัย เราต้องใส่หน้ากากอนามัย

เรานัดกันที่บ้านของเขาย่านรามอินทรา ยามหน้าหมู่บ้านบอกว่า บ้านคุณเวียร์อยู่ซอย 7 ซึ่งหาไม่ยาก เพราะเขามีรถบ้านจอดอยู่หน้าบ้าน

ท่ามกลางแดดเปรี้ยง เวียร์ในเสื้อยืดกางเกงขาสั้นเดินยิ้มออกมาเชื้อเชิญเราให้เข้าบ้าน 2 ชั้นขนาดกะทัดรัดของเขา

พอผ่านประตูรั้วเข้ามา พื้นที่ฝั่งขวาเป็นสวนเล็กๆ ซึ่งแน่นไปด้วยต้นไม้ ตีนตุ๊กแกเลื้อยคลุมผนังบ้านจนถึงชั้น 2

พื้นที่ฝั่งซ้ายอยู่ใต้หลังคา ซึ่งน่าจะเรียกได้ว่าโรงรถ มีรถเก๋ง 1 คัน มอเตอร์ไซค์ 2 คัน จักรยาน 2 คัน มีเก้าอี้หลายตัว มีกล่องและลังวางซ้อนกันอยู่เล็กน้อย

เวียร์เดินนำพวกเราเข้าไปในตัวบ้าน ซึ่งเต็มไปด้วยข้าวของวางระเกะระกะตามประสาบ้านชายโสด เขาบอกว่าโต๊ะกินข้าว เป็นโต๊ะไม้แผ่นเดียว ราคาแพงใช้ได้ ตั้งแต่ซื้อมาเขายังไม่เคยได้นั่งกินข้าวเลย เพราะมันกลายเป็นที่วางของ เก็บออกเดี๋ยวมันก็กลับมาอยู่ในสภาพเดิม ตอนนี้เป็นที่อยู่ของกองหนังสือสัก 50 เล่ม มีหลากหลายแนว เล่มบนสุดคือ Rocktopia ของ วิรัตน์ โตอารีย์มิตร เจ้าของร้าน Booktopia ซึ่งเขาได้มาตอนไปถ่ายรายการ Super Weir ที่จังหวัดอุทัยธานี

รายการ Super Weir ออกอากาศทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์ทางช่อง 7HD

ส่วนผลงานละครตอนนี้ กำลังจะรีรันละครคอเมดี้เรื่อง ผู้บ่าวอินดี้ ยาหยีอินเตอร์ และโปรแกรมต่อไปคือเรื่อง ม่านบังใจ ทางช่องเดิม ช่องเดียวของเขา

เวียร์ขอตัวไปอาบน้ำสักครู่

ผมได้ยินมาว่า เวียร์เป็นพระเอกที่เรียบง่าย ไร้ฟอร์ม เท่าที่เจอกันแค่ไม่กี่นาทีผมก็รู้สึกแบบนั้น เหมือนผมกำลังจะมารับเพื่อนออกไปเตะบอล มากกว่ากำลังมาสัมภาษณ์พระเอกอันดับหนึ่งของช่อง

ไม่กี่นาทีเขาก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จพร้อมออกเดินทาง

เขาขับรถ ผมนั่งข้าง (เป็นตำแหน่งที่เชื่อว่าผู้หญิงค่อนประเทศต้องอิจฉาผม)

เวียร์ ศุกลวัฒน์ เปิดบ้านกลางสวนป่าในวันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

รถกระบะพ่วงรถบ้านค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้าน สู่ถนนใหญ่ มุ่งหน้าไปนครนายก

เขาขอโทรศัพท์นัดแนะเรื่องการสั่งซื้อต้นมะยงชิด 5 ต้น ให้ไปส่งที่บ้านนครนายกวันนี้ เขาอธิบายอย่างชำนิชำนาญว่ามันเป็นพันธุ์แท้ที่รสชาติดีเพียงใด

เมื่อเขาวางสาย บทสนทนาของเราก็เริ่มต้น

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

ดูจากความรกแล้ว คุณน่าจะใช้บ้านเป็นแค่ที่นอน

ประมาณนั้นครับ เมื่อก่อนผมอยู่คอนโดฯ ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด พอมาอยู่บ้าน เวลาส่วนใหญ่ของผมหมดไปกับกองถ่ายละคร ตื่นมาก็ขับรถไปกองถ่าย วันไหนโชคดีมีงานอีเวนต์ก็อาจได้อยู่บ้านนิดหน่อย วันไหนว่างผมก็มักจะอยู่บ้าน ส่วนใหญ่ผมจะใช้ชีวิตตรงโรงรถหน้าบ้าน เพื่อนมาบ้านก็ชอบอยู่หน้าบ้านกัน ผมชอบเอาต์ดอร์ไม่ค่อยชอบอยู่ในบ้านเท่าไหร่ อีกห้องที่ชอบคือห้องโฮมเธียเตอร์ ผมชอบดูหนังมาก นั่งฟังเพลง อ่านหนังสือตรงห้องรับแขกบ้าง แล้วก็อยู่ห้องนอนเลย

คุณชอบนั่งทำอะไรหน้าบ้าน

ทุกอย่างเลยครับ ผมมีอุปกรณ์ช่างที่เกี่ยวกับการซ่อมบำรุง นั่งซ่อมโน่นซ่อมนี่ ผมมีของเล่นอะไรเยอะ กล้องฟิล์ม ผมเลี้ยงหมาด้วย พอมันโตก็ให้มันอยู่เป็นหมานอกบ้านซะ ผมก็เล่นกับมันตรงนั้น มีตัดแต่งต้นไม้บ้าง ทำอะไรก๊อกๆ แก๊กๆ ไป

อยู่บ้าน นั่งในโรงรถ เลี้ยงหมา ปลูกต้นไม้ นี่มันไลฟ์สไตล์คนมีอายุชัดๆ

ดูเป็นผู้เฒ่าอย่างสมบูรณ์แบบ (หัวเราะ) สันโดษ อ่านหนังสือ ฟังเพลง ไม่สุงสิง ไม่มีเพื่อนมาก ยังเหลือเล่นพระกับหมากรุก ถ้าผมโทรชวนเพื่อนมาโขกหมากรุกนี่หนักแน่ (หัวเราะ) เริ่มเหมือนพ่อขึ้นทุกวัน

คุณเหมือนพ่อตรงไหนบ้าง

ค่อนข้างเยอะนะ ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ผมว่าผมเหมือนพ่อมากเกิน ซึ่งแม่บอกว่าไม่ดี ถ้าเหมือนพ่อมากเกินมึงไม่มีเมียแน่นอน (หัวเราะ) เพราะพ่อสันโดษครับ เป็นคนชิลล์เกิน เป็นผู้ชายยุคก่อนที่ค่อนข้างแคร์คนรอบข้าง รักเพื่อนรักฝูง รักเจ้านาย ซึ่งผมก็มีตรงนั้น เขารับผิดชอบสูง เนี้ยบ ก็ได้มา เป็นคนรักธรรมชาติแบบบ้าคลั่ง ก็ได้ตรงนั้นมา ผมกับพ่อไม่โทรคุยกันได้เป็นเดือน เกินไป๊ เรากะว่าถ้าไม่โทรหาเขาต้องโทรมา กลายเป็นว่าคิดเหมือนกันเลยไม่มีใครโทรหากัน จนแม่ต้องบอกว่า โทรหาพ่อบ้างนะลูก

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

ความสนใจเรื่องต้นไม้คุณก็ได้มาจากพ่อ

คุณพ่อชอบปลูกต้นไม้แบบบ้าคลั่ง ตั้งแต่ผมจำความได้ก็เห็นพ่อมีต้นไม้สวยๆ ทั้งต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้ประดับ ไม้มงคล สวนผลไม้ก็มี มันคงอยู่ลึกๆ ในตัวเรา ช่วงที่เราเริ่มเที่ยวแบบแคมปิ้ง ขี่มอเตอร์ไซค์ไปงานเทศกาลดนตรีต่างๆ เขาใหญ่ สวนผึ้ง ก็เริ่มคิดว่า ทำไมถึงไม่ทำที่ของตัวเอง แล้วมาชิลล์ในที่ตัวเอง เพราะเราไม่ชอบคนเยอะ ก็ชวนคนที่อยากให้อยู่กับเรามา อยากมีต้นไม้อะไรก็ปลูกเอง ก็เริ่มหาที่ จนมาจบที่นครนายก ผมเริ่มสั่งซื้อต้นไม้ที่อยากได้ ตอนนี้ยาวเลยครับ 

คุณไปบ่อยแค่ไหน

บ่อยมากครับ ถ้าว่างสักคืนหนึ่งหรือว่างแค่ตอนบ่ายก็ไป อาทิตย์ละครั้ง สองอาทิตย์ครั้ง ช่วงแรกผมไปบ่อยมาก เพราะปลูกต้นไม้ ทำระบบน้ำ ทำโน่นทำนี่ เดินทางแป๊บเดียว บางทีก็ขับรถไปเฉยๆ บางทีก็ลากรถบ้านไปด้วย ถ้าค้างคืนจะได้มีที่นอน ซื้อมาแล้วก็ต้องใช้หน่อย ขอถ่ายรูปอวดเพื่อนๆ หน่อย เมื่อก่อนตอนยังไม่มีรถบ้านก็นอนเต็นท์ แล้วไปเข้าห้องน้ำที่วัดซึ่งอยู่ติดกัน

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

คุณติดใจอะไรที่ตรงนั้น ถึงขนาดยอมไปกางเต็นท์นอนก็ได้

มันใกล้นะครับ สอง ติดแม่น้ำ มีน้ำตลอดปี เงียบสงบ ได้พักจริงๆ ไม่มีคนเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเรา อากาศดีเท่าวังน้ำเขียว ตอนมีฝุ่นควันที่นี่ก็อากาศดีเลย มีความสุข เพื่อนบ้านน่ารัก จบแล้ว

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

อยู่ที่นั่นคุณทำอะไรบ้าง

ไปถึงผมก็จะจอดรถบ้าน แล้วแต่ว่าอยากจอดตรงไหน มีหลายมุม ผมจะเริ่มจากนั่งเฉยๆ ก่อน มองโน่นมองนี่ มองคนงานรดน้ำต้นไม้ ตัดหญ้า สักพักจะเดินไปดูต้นไม้แต่ละต้นว่าเป็นยังไง มีปลวก มีมอดไหม ต้นไหนน้ำไม่ถึงก็บอกให้เด็กมารดน้ำ เดินไปยิ้มไป แต่ละต้นตังค์กูทั้งนั้น (หัวเราะ) แต่นั่นเป็นสิ่งที่เราชอบครับ จากนั้นก็อาจจะนั่งอ่านหนังสือ เปิดเพลงฟัง ถ้าไปกับ บิ๊ก (บริรักษ์ อภิขันติกุล ผู้ร่วมก่อตั้งร้าน School Coffee) ก็จะให้เขาดริปกาแฟ

ผมขุดลอกแม่น้ำเอาดินตะกอนมาปั้นเป็นเนินดินไว้ลูกหนึ่ง เป็นจุดเด่นของที่นี่ ใครมาก็ต้องขึ้นมาสูดอากาศ บางวันก็ให้พี่สาวที่อยู่กรุงเทพฯ ทำชุดหมูกระทะให้ แล้วมานั่งกินหมูกระทะกัน โคตรได้อารมณ์

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้
เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

คุณมองภาพในอนาคตของพื้นที่ 7 ไร่นี้เอาไว้ยังไง

ตอนแรกเป็นสวนป่าก่อน แล้วก็จะสร้างบ้านพักชั้นเดียวเล็กๆ ไว้รองรับเพื่อนๆ เพื่อนอยากให้ทำเป็นแคมป์ไซต์ ลากรถบ้านมาพักผ่อนหย่อนใจได้ อนาคตคิดว่าจะเป็นแบบนั้น

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

ลงต้นไม้ไปเยอะหรือยัง

เป็นร้อยครับ มีต้นที่มีอยู่แล้วด้วย มีต้นยางนาสามต้นที่ผมว่าอายุจะร้อยปีด้วย ผมปลูกไว้สามแบบ อันแรกล้อมต้นใหญ่มาเลย ทันใช้แน่ อีกแบบคือไม้หนุ่มสาว เส้นผ่านศูนย์กลางหกนิ้ว แบบสุดท้ายเล็กหน่อย เส้นผ่านศูนย์กลางสองสามนิ้ว ผมตายยังไม่ใหญ่เลย ต้องให้คนอื่นมาดูแลต่อ (หัวเราะ) เวลาเพื่อนมาแล้วไม่รู้จะทำอะไร ผมก็พาเดินแล้วชี้ว่าต้นอะไร นี่สักทอง โมกมัน หว้า กาฬพฤกษ์ ไม่ใช่กัลปพฤกษ์นะ อันนี้ดอกสีแดง เพื่อนก็บอกว่า มึงนี่ไปไกลแล้วนะ เขาเพิ่งเริ่มเล่นมอเตอร์ไซค์กัน มึงมาถึงต้นไม้แล้ว ข้ามขั้นไปเยอะเลย

เลือกต้นไม้จากอะไร

ผมจะเลือกต้นที่ผมชอบ ดูจากฟอร์ม การดูแลรักษา ที่มา บางต้นมีรอยกำลังจะโดนเลื่อย เพราะจะโดนตัดไปเผาถ่าน บางต้นมีรอยไหม้เพราะเขาเผาป่าแล้วมันรอดมา ก็เก็บไว้เป็นความทรงจำของตัวเองครับว่าได้มาอย่างนี้นะ ผมมีก๊วนที่ล้อมต้นไม้ขาย เขาจะไลน์มาว่า คุณเวียร์เอาต้นนี้ไหม เขากำลังจะตัดทิ้ง ผมก็เอามาเลยๆ ถ้าเราไม่เอามามันก็ตายอยู่ดี ล้อมมาอยู่กับเราดีกว่า ดูเป็นคนดีเลยแหละ (หัวเราะ)

บางต้นก็มาจากเพื่อนๆ บิ๊กอยู่ ม.เกษตร ก็ซื้อต้นนนทรีมาลง แก๊ปอยู่จุฬาฯ ก็ซื้อจามจุรีมาลง เวลาเพื่อนไปผมจะบังคับให้มันปลูกต้นหนึ่ง จะได้มาดูบ่อยๆ ว่ายังอยู่ไหม

บ้านดาราที่เราคุ้นกันมักจะมีสวนเนี้ยบๆ แล้วก็ตัวบ้านหรูๆ แต่บ้านคุณดูจะตรงข้าม

ใช่ครับ แต่ต้นไม้ต้นหนึ่งก็ไม่ถูกนะครับ ต้นที่เป็นแสนก็มี ผมแม่งคนบ้า (หัวเราะ) แต่ผมก็ต่อเขานะ ซื้อเยอะก็ได้ถูกหน่อย

ทำมาสองปี รับแขกไปเยอะแค่ไหนแล้ว

เยอะมากครับ ผมรู้จักใครก็บอกให้มาหมดเลย ผมจะบอกว่า มาบ้านผม

แต่มาแล้วไม่มีบ้าน

ใช่ครับ (หัวเราะ) เราเลยต้องสร้างนิดหนึ่ง ตอนนี้ทำแบบบ้านเสร็จแล้ว เหมือนบ้านชาวปกาเกอะญอทางภาคเหนือ เป็นบ้านชั้นเดียวยกพื้นให้มีใต้ถุนไว้เก็บของ บิ๊กเป็นคนออกแบบ เขาไปนอนมาแล้วรู้ว่าแบบไหนนอนสบาย ผมอยากให้มันดูกลมกลืนกับสวนป่าเรา ตอนนี้กำลังหาช่างอยู่ ช่างดีๆ เนี่ยหายากที่สุดในโลก ก็เลยต้องใช้เวลา

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

ข้างนอกดูเป็นบ้านชนเผ่า แล้วข้างในสะดวกสบายไหม

ไม่เลยครับ ไม่มีแอร์ มีแต่พัดลม มุ้ง เป็นพื้นที่โล่งๆ นอนพื้น มีฟูกให้ เน้นชานบ้านใหญ่ไว้นั่งอ่านหนังสือ หรือพูดคุยกัน นอนเล่นได้ มีเสาให้ผูกเปล

นี่คือการสร้างบ้านหลังแรกในชีวิตของคุณ ซึ่งเป็นบ้านบนที่ดินริมแม่น้ำขนาด 7 ไร่

ถูกต้องครับ ผมเป็นคนที่แทบไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์อะไรจากบ้านมาก ผมชอบใช้ประโยชน์นอกบ้าน พื้นที่ใช้สอยนอกบ้านต้องเยอะ ห้องครัวต้องอยู่นอกบ้าน ชานบ้านต้องใหญ่ ต้องเป็นบ้านที่ผมชอบ ไม่งั้นผมก็จะไม่มาอยู่ เราต้องอยู่เหนือมัน เราต้องเป็นคนสร้างมัน บ้านปัจจุบันผมไม่ได้สร้าง เลยแทบไม่ได้อยู่

ผมเคยคิดว่าในอนาคตอยากสร้างบ้านใหญ่โต แต่ก็ยังไม่ได้สร้างเพราะยังตัดสินใจไม่ได้ว่าถึงจุดนั้นแล้ว ยังอยากมีบ้านใหญ่อยู่ไหม บ้านใหญ่ต้องมีแม่บ้านสองสามคนนะครับ ตัวบ้านไม่ต้องใหญ่ก็ได้ แต่พื้นที่ใช้สอยเยอะหน่อย มีสนามใหญ่หน่อย ผมชอบดูแล ชอบขับรถตัดหญ้า ชอบใช้เครื่องเป่าใบไม้ สำหรับผมบ้านไม่ใช่สวรรค์เหมือนของคนอื่น อยู่แล้วสบายในแบบของเราก็พอ

พักบทสนทนาจ่ายค่าทางด่วน

ผมมีอีซี่พาสนะ แต่ใช้ไม่ได้เพราะมันติ๊ดรถบ้านข้างหลังไม่ได้ เราต้องจ่ายค่าทางด่วนสองคัน คันหลังเรียกว่า C1 มันมี C1 กับ C2 ถ้าเป็น C2 คือรถลากที่มีสองแหนบ มีสี่ล้อ ซึ่งจะยาวมาก เป็นอีกราคาหนึ่ง

คุณลากรถบ้านไปไหนบ้าง

ไปหมดครับ ที่ผมมาหลงใหลรถบ้าน คือหนึ่ง เวลาเราไปเที่ยวบางทีก็อยากนอนตรงนี้เลย อยากดูพระอาทิตย์ขึ้นตรงนี้ อยากตื่นมาปุ๊บเปิดม่านปั๊บเห็นทะเลหมอกเลย สอง ความสะดวกสบายเรื่องการใช้ห้องน้ำ การอาบน้ำต่างๆ บางทีเพื่อนเราเป็นผู้หญิง ก็ตอบโจทย์ตรงนี้ดีมาก ตอนแรกเหมือนจะขับยาก แต่ไม่ยากเลย เรียนรู้กับมันหน่อย

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

คุณยังออกทริปมอเตอร์ไซค์อยู่ไหม

ยังไปครับ เอาจริงๆ ผมชอบขี่มอเตอร์ไซค์มากกว่านะ แต่ปัจจุบันเพื่อนฝูงขี่น้อยลง หรือตอนนั้นมันบูม เฮ้ย คนขี่กูต้องขี่ แต่ตอนนี้คัดเหลือตัวจริงไม่กี่คน เป็นกลุ่มแรกเมื่อสิบปีที่แล้ว

ชอบอะไร

ทั้งหมดครับ แค่ได้ขี่ก็แฮปปี้แล้ว ยิ่งขี่ไปในที่สวยๆ กับคนที่เราสนิทใจ เราชอบขี่มอเตอร์ไซค์แล้วไง แค่ได้คร่อมแล้วขี่ออกมา ไม่ไกลมากยังแฮปปี้ บางทีผมขี่ออกไปทำงานถ่ายละครยังมีความสุขเลย

ถึงขนาดขี่มอเตอร์ไซค์ไปถ่ายละครเลยเหรอ

ตื่นสายครับ (หัวเราะ) เอารถยนต์ออกไปไม่ได้แล้ว ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ในเมืองก็คราวนี้แหละ มันเป็นของชอบของเราเสมอ

โน้ต วัชรบูล เล่าว่าคุณไปกองถ่ายละครด้วยการขับรถกระบะไปเอง คุณไม่อยากมีคนขับรถหรือใช้รถตู้บ้างเหรอ

ผมเคยมีคนขับรถครับ แต่เขารีไทร์ไปแล้ว ตอนนี้ขับรถเองมาสามปีแล้ว หลักๆ ก็ขับรถกระบะคันนี้ ขนนู่นขนนี่สะดวก ผมไม่เคยมีรถตู้ เคยอยากได้ แต่พอไปถึงกองถ่ายชีวิตเราไม่ค่อยได้อยู่บนรถ ไม่ค่อยได้ใช้งาน บางคนตอนพักกองก็สตาร์ทรถเปิดแอร์นอนพักสบายๆ แต่ผมไม่ใช่คนประเภทนั้น เวลาไปกองถ่ายผมก็จะเหมือนอยู่บ้าน มีเก้าอี้สนามตัวหนึ่ง ไม่ได้อยู่ในห้องแอร์ที่เขาจัดไว้ให้นะ ต้องมานั่งอยู่ข้างนอก ทำโน่นทำนี่ เลยไม่เหมาะจะมีรถตู้ แต่ก็บ่นประจำว่าขับรถเมื่อยหลัง ถ้าต้องไปถ่ายต่างจังหวัดไกลๆ ก็ไปรถตู้ของกองถ่าย เลยตั้งใจว่าจะไม่มีคนขับรถแล้ว

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

เวลาไปถ่ายละครคุณก็ไปคนเดียวไม่มีผู้ติดตาม

ถ้าไปถ่ายละครไม่มีอยู่แล้ว ถ้าเป็นงานอีเวนต์หรือโฆษณาต้องมีครับ เพราะมันเป็นหน้าที่ของเขา ผมไม่ได้มองว่าการไม่มีผู้ติดตามจะดูเหมือนไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์นะ มีครั้งหนึ่ง นักแสดงเหมือนกัน ขอไม่เอ่ยนาม (หัวเราะ) ขับรถหรูไปงานอีเวนต์ที่ห้างดังกลางกรุงเทพฯ ผมก็ขับรถกระบะเขรอะๆ ไปงานเดียวกัน พอผมเปิดกระจกพี่ รปภ. ก็พูดเป็นภาษาอีสานว่า อ้าวคุณเวียร์ เดี๋ยวผมหาที่จอดให้ครับ ส่วนเพื่อนผมก็วนหาที่จอดจนงานจะเริ่มอยู่แล้วยังหาที่จอดไม่ได้เลย

บางทีเราไม่จำเป็นต้องหรูก็ได้ แต่ก็ไม่ใช่ความคิดที่ถูกเสมอไปนะครับ บางทีเราแค่แต่งตัวดี เหมาะกับงานที่ไป พาหนะที่ไปมันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น สำหรับผมนะ เพราะเราไม่ได้ไปจอดหน้างานแล้วเดินพรมแดง

ผมก็ใช้รถกระบะบ้าง รถเก่าๆ บ้าง ตัวเรามากกว่าที่เป็นใบผ่านทาง ความเป็นอีสานด้วย อย่าลืมว่าพี่ๆ รปภ. เป็นคนอีสานทั้งนั้น เห็นหน้าผม ผมมีที่จอดตลอด รู้สึกว่าตัวเองโชคดี ไม่ได้คิดว่าต้องมีผู้ติดตามเยอะๆ ไม่งั้นดูไม่เป็นซูเปอร์สตาร์

คุณวางตัวกับคนรอบข้างที่พยายามดูแลคุณในฐานะซูเปอร์สตาร์ยังไง

เวลาไปงานอีเวนต์เขาดูแลผมดีมากครับ ผมก็บอกว่า ไม่เป็นไร ผมโอเค ผมขอตรงนี้ได้ไหม ขอสิทธิพิเศษนิดๆ หน่อยๆ แต่ไม่เกินสิ่งที่เราควรจะได้รับ มันเป็นดาบสองคมนะ ผมเคยนิสัยเสียเพราะมีคนยกยอมากเกินไปในบางช่วงชีวิต ตอนเข้าวงการใหม่ๆ เราไม่เคยได้รับสิ่งนี้ ก็หลง แต่หลังๆ ผมเข้าใจแล้วว่า ทำไมทุกคนถึงคอยดูแลเราแบบนั้น ก็มันเป็นหน้าที่ของเขา อยู่ที่ว่าเราเข้าใจและวางตัวอย่างไรเท่านั้นเอง

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

คุณข้ามผ่านช่วงนิสัยเสียมาได้ยังไง

เพื่อนเตือนครับ เราไม่ค่อยรู้ตัวหรอก พอคนมีอำนาจ มีชื่อเสียง ความอดทนก็น้อยลง ขี้หงุดหงิด เริ่มไม่ใช่เวียร์คนเดิม ถ้าเป็นคนที่คอยยกยอเรา เขาไม่เตือนเราแน่ เพราะเขาต้องทำทุกอย่างตามหน้าที่เขา แต่เพื่อนเขารักเรา กล้าบอกเราตรงๆ เวียร์กูว่ามึงแม่งเหี้ยว่ะ มึงเปลี่ยนไป เราก็ค่อยๆ กลับมามองตัวเอง ถึงได้กลับบ้าน (ที่ขอนแก่น) แล้วยังคบเพื่อนอยู่ โชคดีที่ผมคบเพื่อนสมัยเรียน ผมกล้าพูดเลยว่า ผมไม่มีเพื่อนสนิทในวงการบันเทิง

ไม่เจอคนที่เคมีตรงกันเลยเหรอ

ผมเดาว่า ผมชอบอยู่คนเดียวมากกว่า พอมีเพื่อนในวงการบันเทิงแล้วคงต้องมีกิจกรรมบางอย่างที่เรายากจะปฏิเสธ เราก็ขออยู่คนเดียวก็แล้วกัน อาจจะมีกิจกรรมบางอย่างที่ชอบจริงๆ อย่างก๊วนมอเตอร์ไซค์ก็ยังคุยกันบ้าง มีเพื่อนในวงการที่ขี่ด้วยกัน แต่ตอนไปออกทริปไปกับเพื่อนสมัยเรียนมากกว่า

พักบทสนทนาชมดอกไม้ระหว่างทาง

พี่ดูดิโคตรสวยเลย ต้นคูน ช่วงนี้เป็นหน้ามันพอดี ต้นที่ดอกสีเหลืองใหญ่ๆ นี่สุพรรณิการ์ สีม่วงนี่พวกอินทนิล

ตอนนี้คุณอายุสามสิบห้า ถือว่าอยู่ในช่วงไหนของวงการบันเทิง

ช่วงเริ่มครับ เด็กสมัยใหม่เขาเริ่มกันเร็ว วงการบันเทิงยุคนี้เปลี่ยนแปลงไปมากกว่ายุคที่ผมเข้ามาใหม่ๆ ผมเริ่มต้นในยุคนั้น พอวงการเปลี่ยน ผมก็ต้องมาเริ่มต้นใหม่ในยุคนี้ เราอาจจะโชคดีกว่าตรงที่ได้สั่งสมประสบการณ์มาแล้ว เรียนรู้เรื่องต่างๆ มาประมาณหนึ่งแล้ว ไม่ต้องเรียนรู้ใหม่ เอาสิ่งที่เราเรียนรู้มาไปลงกับอาชีพที่เรารักได้แบบเต็มๆ

สิบห้าปีที่ผ่านมาคุณทำมาแล้วทุกอย่าง รางวัลก็ได้มาเยอะแล้ว ยังเหลือความท้าทายอะไรอีก

เยอะครับ ผมรักอาชีพในวงการบันเทิงนะ เกินครึ่งของชีวิตเราอยู่ตรงนี้ ผมเจอใครก็บอกว่าอยากทำเบื้องหลัง อยากทำหนัง อยากทำรายการ อยากเขียนหนังสือ (อ่านบันทึกการเดินทางของเวียร์ได้ที่นี่) เรารู้จักคนมาแล้วทุกวงการ เขาก็พร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุน ทุกคนบอกว่า มึงทำได้ อยู่ที่มึงจะทำหรือเปล่า ตอนนี้ผมเพิ่งเริ่มต้นในสายอาชีพนักแสดง ยังไม่ผันตัวแน่นอน แต่ถ้าเริ่มก็คงเริ่มจากทำบท แล้วก็กำกับ

เราจะได้เห็นคุณทำยูทูบแชนแนลของตัวเองไหม

ผมเพิ่งซื้อกล้องมาเลย อยากทำ Vlog ที่เป็นช่องทางของเรา อยากลองทำดูครับ อยากรู้ว่า หนึ่ง ผมทำได้ไหม สอง ถ้าทำได้แล้วผมชอบหรือเปล่า แค่นั้นเอง ชอบก็ไปต่อ ไม่ชอบก็หยุดทำแล้วไปทำอย่างอื่น เพิ่งถ่ายอีพีแรกไป เป็นเบื้องหลังรายการใน Super Weir ผมถ่ายตัวเองบ้าง ให้ทีมงานถ่ายผมบ้าง ยังไม่รู้จะตัดออกมายังไงดีนะ

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้
เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

คุณมีส่วนร่วมอะไรในรายการ Super Weir บ้าง

หลักๆ เป็นผู้ดำเนินรายการ แต่จะเรียกว่าเป็นตัวละครเอก เป็นเหมือนตัวละครในรายการที่จะพาผู้ชมเดินทางไปจังหวัดต่างๆ ไปเจอคนเจ๋งๆ ที่ทำเพื่อชุมชนของเขา เรื่องราวในรายการทีมงานเขาก็รู้อยู่แล้วว่าผมชอบอะไร อยู่ตรงไหนแล้วดูดี สคริปต์ก็ปรับแก้กันหน้างาน ผมมีส่วนร่วมบ้าง แต่ไม่ได้เข้าไปทำทุกอย่าง

คุณชอบไปเจอคนประมาณไหน

แบบเราครับ แบบที่เจอแล้วได้อะไร เขาสอนเรา บางคนเริ่มจากทำงานเล็กๆ แล้วขยายผลไปเองโดยไม่รู้ตัว ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองนะครับ ผมรู้สึกว่าเจ๋งว่ะ อยากคุยกับเขานานๆ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ดี เราอยากให้มีคนแบบนี้เยอะๆ มันต้องดีมากแน่ๆ เราก็ไปช่วยให้สังคมภายนอกเห็นเขาจากรายการของเรา

มีเทปหนึ่งที่คุณสัมภาษณ์แขกรับเชิญชาวอีสาน คุณก็ดำเนินรายการด้วยภาษาอีสาน

ส่วนใหญ่เวลาคนอีสานเจอผม เขาจะส่งภาษามาเลยครับ คนอีสานรู้สึกว่าคนอีสานทั้งหมดเป็นครอบครัวเดียวกัน ก็ได้เวลาส่งสำเนียงของกันและกันแล้ว ผมชอบคุยแบบนี้นะ ผมเคยเล่นละครที่ต้องพูดอีสานทั้งเรื่องประมาณสองสามเรื่อง บทมาปุ๊บ กูเล่นแน่นอน ตอนนั้นไม่มีพระเอกคนไหนพูดอีสาน มีผมคนเดียว เขียนมาให้กูแน่ๆ (หัวเราะ)

พักบทสนทนาแวะปั๊มน้ำมัน

(ยืนทำธุระ ไม่ได้คุยอะไรกัน)

คุณชินกับการทักทายแฟนๆ ทุกที่ทุกเวลา

ครับ ส่วนใหญ่คนจำผมได้ ใส่หน้ากากก็จำได้ ใส่หมวกยิ่งจำได้ แต่ชินแล้วครับ มีวันหนึ่งผมไปเดินห้าง คนเยอะ คนเข้ามาถ่ายรูปด้วยตลอด ไม่ได้ซื้อของเลย อารมณ์เสีย เพื่อนที่ไปด้วยบอกว่า ถ้ามาเดินห้างแล้วไม่มีใครทักเลย แม่งเหี้ยกว่านี้อีกนะ เออ ก็จริง

ผมว่าเราทำเท่าที่ทำได้ครับ ไม่หลอกตัวเอง เหนื่อยก็คือเหนื่อย บอกเขาตรงๆ ว่า ไม่ไหวแล้ว ขอโทษนะ ถ้าเขาไม่ชอบเราก็คงต้องยอมรับ แต่ถ้าให้ตีหน้าอารมณ์ดีตลอดเวลา ผมทำไม่เป็น

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้
เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

ชอบตัวเองในวัยสามสิบห้าไหม

กำลังดีครับ ยังควบคุมชีวิตตัวเองได้ดี ไม่เหลวเป๋ว ไม่ออกนอกลู่นอกทาง ยังเจอบ้างว่าตัวเองชอบอะไรไม่ชอบอะไร ยังมีความสุขดี ไม่ได้รู้สึกว่าที่ผ่านมามีอะไรผิดพลาดจนแก้ไขไม่ได้ มีทางไปต่อ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นอายุที่มีจุดเปลี่ยนผันอะไร ยังชิลล์ๆ ยังไม่หลงทาง

จุดเปลี่ยนในชีวิตของคุณคืออะไร

จุดแรกน่าจะเป็นช่วงที่ตัดสินใจเข้าวงการเป็นนักแสดง มันคือการเบนเข็มครั้งใหญ่ว่าเราจะเป็นวิศวกรหรือนักแสดง ที่เหลือผมก็มาตามทางเลยครับ เราอยู่ในอาชีพนี้มาสิบห้าปี คำถามที่ว่าเป็นที่ที่เราควรอยู่หรือเปล่าก็ถูกทำให้ชัดเจน คำตอบอาจจะมาจากตอนที่เราเริ่มได้รับการยอมรับจากวงการบันเทิง อาจจะด้วยรางวัล ความชัดเจนในการแสดง ทำให้ผมมั่นใจว่ายืนอยู่ถูกที่ บางทีผมอาจจะไม่ได้เกิดมาเป็นวิศวกร อาจเกิดมาเป็นนักแสดงก็ได้

เคยคิดอยากทำอาชีพวิศวกรไหม

ไม่เคยครับ ทุกวันนี้เพื่อนวิศวกรมาบ่นกับผมตลอด เงินเดือนกูยังไปไม่ถึงไหนเลย หัวหน้าใช้งานกูหนักฉิบหาย อ้าว สรุปว่างานพวกมึงก็แย่เหรอเนี่ย (หัวเราะ) ผมก็แค่เสียดาย วิศวกรเป็นความสำคัญหนึ่งของชีวิตผม ผมยังเชื่อเสมอว่า ที่ผมอยู่ในวงการมาได้สิบห้าปี เพราะผมเรียนวิศวกร มันสอนผมมากเรื่องการลำดับความสำคัญในการใช้ชีวิต การทำงาน การบริหารความเสี่ยง ทำให้ชีวิตผมค่อนข้างที่จะมีลำดับ หนึ่ง สอง อันไหนสำคัญมาก สำคัญน้อย ก่อนออกจากบ้านผมจะคิดว่าวันนี้ต้องทำอะไรบ้างก่อนหลังเป๊ะๆ

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

คุณเคยให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่ยอมจัดการริ้วรอยบนใบหน้าด้วยการฉีดโบท็อกซ์

ยังไม่เคยไปจิ้มเลยครับ มันเป็นความเชื่อของผมคนเดียวนะ ซึ่งคนอื่นไม่เห็นด้วย เขาบอกว่าตาตกนะ หน้าผากย่นเป็นหมาแล้วนะมึง ขมวดคิ้วทีขึ้นมาสามเส้นแล้ว ผมก็ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละ ผมไม่ได้ถึงขั้นแอนตี้ศัลยกรรม ผมยังบำรุงผิวด้วยการมาสก์ นวดวิตามินเข้าไปในรูขุมขน เพียงแต่รู้สึกว่าริ้วรอยก็ปล่อยให้มันเป็นไปเถอะ ไม่แน่นะอีกห้าปีสิบปีผมอาจจะทำก็ได้ แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่าภูมิใจกับมัน ถ้าถึงเวลาแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปแข่งกับมันก็ได้ แต่ก็ไม่แน่นะ เขาอาจจะไม่จ้างผมเป็นพระเอกแล้ว หน้ามึงแก่เกินวัย (หัวเราะ)

เพื่อนๆ คุณเริ่มมีลูกกันแล้ว คุณคิดเรื่องมีครอบครัวหรือยัง

คิดตั้งแต่เข้าสามสิบแล้วครับ เพื่อนๆ ผมเริ่มมีลูกตั้งแต่ยี่สิบเจ็ด ยี่สิบแปด บางทีอาชีพเราอาจจะไม่ต้องรีบ เราไม่ได้มองแค่ตัวเราคนเดียว แต่มองเรื่องการทำงานของเราด้วย เมื่อก่อนถ้าดารามีลูกมีเมีย หรือมีผัวมีลูก การทำงานก็จะโดนลดทอนลง แต่ปัจจุบันเขาให้โอกาส ถ้าคุณมีความสามารถก็เล่นบทพระเอกนางเอกได้ ผมก็ต้องรีบมองรีบคุยแล้วล่ะว่าจะเริ่ม ผมคิดตลอดครับว่าอยากมีครอบครัว

คุณนึกภาพตัวเองตอนเลี้ยงลูกไว้แบบไหน

คงสบายๆ มั้งครับ ผมอาจจะกลายเป็นคนที่อยู่บ้านเลี้ยงลูกด้วยซ้ำ เราอาจจะชอบแบบนั้น

จะเลี้ยงลูกให้ใกล้ชิดธรรมชาติแบบ น้ำ รพีภัทร ไหม

ฟีลนั้นแหละครับ แน่นอน แต่เราทำเท่าที่พอสมควร ไม่สุดโต่ง เราเชื่อว่าลูกเราก็คงไม่ไกลเราหรอก สิ่งที่เขาชอบคงไม่ห่างจากเรามาก แต่สุดท้ายก็แล้วแต่เขาเลย เราไม่ได้บังคับ เพราะเราก็ไม่ได้โดนบังคับ พ่อไม่ได้บอกว่าไปสวนด้วยกันนะลูก แต่เราโดดขึ้นรถไปเอง รู้สึกอินไปเอง เราคงต้องสังเกตว่าเขาชอบอะไร แล้วสนับสนุนเขา ยุคนั้นไม่รู้ว่าคนยังทำอาชีพแบบที่ผมทำไหม อาชีพฮิตอาจจะไม่ใช่หมอ วิศวกร แล้วก็ได้

ตอนนี้เราถึงไหนกันแล้ว

ใกล้แล้วครับ เรามุ่งหน้าไปที่เขื่อนขุนด่านปราการชล ฝั่งซ้ายคือเขตของโรงเรียนนายร้อย จปร. ข้างหน้าเป็นเขาใหญ่ ทางขวาเรียกว่าหินตั้ง เป็นส่วนที่อากาศดีที่สุดในนครนายก ที่ของผมอยู่ฝั่งนี้ มันอยู่ในธรรมชาติ แต่ก็ไม่ได้ลำบากมาก ยังมีความเจริญอยู่

ปกติคุณกลับบ้านกี่โมง

สักสองสามทุ่ม เพื่อไม่ให้รถติดขากลับ ไม่ก็นอนแล้วกลับอีกวันตอนสายๆ จากบ้านผมมาชั่วโมงครึ่ง ไปกลับสามชั่วโมง กำลังดี ถือว่าใกล้มากเมื่อเทียบกับการออกมาพักในธรรมชาติ แต่เดี๋ยว กลับบ้านนี่หมายถึงบ้านไหนนะ เพราะมันก็บ้านผมทั้งสองที่ (หัวเราะ)

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Cloud of Thoughts

บทสัมภาษณ์ขนาดยาวว่าด้วยเรื่องราวชีวิตและความคิดอันมีพลัง

ครั้นสิ้นสุดบทสนทนาอันยาวนานกับ เกม-สิทธิโชค ศรีโช บนโต๊ะกินข้าวที่ลานตาไปด้วยอาหารที่เขาออกแบบมาเพื่อเราโดยเฉพาะ เราคิดอยู่นานว่าจะนิยามตัวชาวขอนแก่นรายนี้ว่าอย่างไรให้ครอบคลุมตัวตนและสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมด

เขาเคยเป็นนักศึกษานิเทศศิลป์ที่หลงใหลใน Cookbook มากกว่าตำราออกแบบ

เคยเป็นเด็กจบใหม่ที่พกช้อนทองเหลืองติดตัว เพราะฝันอยากเป็นนักชิมมืออาชีพ

เคยเป็นบรรณาธิการด้านอาหารของนิตยสาร Health & Cuisine อันเลื่องชื่อในวันวาน

เคยเป็นคนเขียนสคริปต์รายการอาหารที่มีคนดูแตะหลักแสนเพียงชั่วข้ามคืน

เคยเป็นนักออกแบบอาหารเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของน้อง ๆ เด็กนักเรียน

และกำลังเป็นยูทูบเบอร์ที่นำเสนอเรื่องราวของอาหารอีสานเมนูต่าง ๆ อย่างเจาะลึก ถึงขั้นพาไปชมแหล่งผลิตวัตถุดิบในแต่ละจาน

เชิญคุณผู้อ่านกลั้นน้ำลายไว้อย่าให้สอ แล้วไปอ่านเรื่องราวชีวิตที่หอมกรุ่นด้วยกลิ่นของอร่อยของ ‘กูรูอาหาร’ แห่งเมืองดอกคูนกันเถอะ

สิทธิโชค ศรีโช กูรูอาหารชาวบ้านไผ่ ผู้ผันตัวจากนักออกแบบกราฟิกเป็นนักออกแบบความอร่อย

คนบ้านไผ่

“บ้านไผ่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีของกินอร่อยครับ คนจากหลาย ๆ อำเภอเข้ามาที่บ้านไผ่ก็เพื่อมาหาซื้อของกิน” เกมให้คำจำกัดความบ้านเกิดของตนเอง

“ที่นี่อยู่ห่างจากตัวเมืองมา 44 กิโลเมตร เป็นจุดความเจริญจุดแรก ๆ ของจังหวัดขอนแก่น เพราะมีรถไฟจากภาคกลางเชื่อมความเจริญมาถึง สมัยก่อนบ้านไผ่เป็นแค่เมืองเล็ก ๆ เมื่อรถไฟผ่านก็เกิดการเคลื่อนย้ายของกลุ่มคนเข้ามา เช่น คนจีน คนโคราช บ้านไผ่จึงค่อย ๆ พัฒนาจากกิ่งอำเภอเป็นอำเภอในที่สุด”

สิทธิโชค ศรีโช กูรูอาหารชาวบ้านไผ่ ผู้ผันตัวจากนักออกแบบกราฟิกเป็นนักออกแบบความอร่อย
เมนู Amuse Bouche นี้มีชื่อว่า ‘มาตุ้ม มาโฮม’ แปลว่า การมารวมตัวกัน เกิดจากการนำอาหารของชาวจีน เวียดนาม และโคราช ในบ้านไผ่ มาจัดรวมไว้ในเชี่ยนหมากอีสาน

ความเจริญของอำเภอบ้านไผ่ที่เกมลืมตาดูโลก พิสูจน์ได้จากการมีโรงหนังถึง 3 แห่งในอำเภอเดียว มีห้างสรรพสินค้าซึ่งภายในมีลานสเก็ต และยังมีเหลาหรือภัตตาคารจีนหลายแห่ง

“ร้านอาหารร้านไหนที่คนเขาว่ามันอร่อยและพอจะพาไปได้ ยาย ตา หรือพ่อแม่ก็จะพาเราไปกิน ส่วนใหญ่ก็เป็นเหลาจีน เราได้กินผัดโป๊ยเซียน หอยจ๊อ กระเพาะปลา ไม่ก็ข้าวผัด นอกจากอาหารจีน ก็ยังมีร้านไอศกรีมโฮมเมดที่คนจีนมาทำ มีร้านขายเค้กของคนจีนสมัยก่อนที่บีบหน้าเป็นรูปกุหลาบ มีรอยัลไอซิ่ง ที่ตอนเด็ก ๆ ตื่นตาตื่นใจ อีกครั้งหนึ่งที่เป็นประสบการณ์ชีวิต คือครั้งแรกที่ได้กินข้าวผัดอเมริกันในร้านที่ขายอาหารแนวฝรั่ง กลับมาแล้วอาเจียนเลย เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้กินข้าวที่เอาไปผัดกับเนย

“อาหารเฉพาะตัวของบ้านไผ่ก็มีเยอะนะครับ มีคำกล่าวว่า “ใครมาบ้านไผ่แล้วไม่กินกุนเชียงก็เหมือนยังไม่มาบ้านไผ่” สมัยเด็ก ๆ เราเรียกมันว่า ‘หมูหวาน’ แล้วพอมาเจอหมูหวานในกรุงเทพฯ ก็งงว่าทำไมมันไม่เหมือนหมูหวานที่บ้านเรา หรืออย่างกวยจั๊บบ้านไผ่ก็จะเป็นกวยจั๊บเส้นใหญ่ ไม่เหมือนของอุบลฯ ที่เป็นเส้นเล็ก เจอเพื่อนสมัยเรียนมหาลัยเป็นคนอุบลฯ ก็เถียงกันเป็นบ้าเป็นหลังเลยว่า กวยจั๊บของจริงมันต้องเป็นเส้นใหญ่หรือเส้นเล็ก แล้วยังมีผัดไทยใส่ซอสเย็นตาโฟ ใส่หมู ใส่เต้าเจี้ยว วิธีการปรุงคล้าย ๆ หมี่โคราช เพราะคนขายย้ายมาจากโคราช เราเรียกมันว่าผัดไทยสีชมพู ถ้าเป็นคนภาคกลางคงไม่เรียกสิ่งนี้ว่าผัดไทย (ยิ้ม)”

สิทธิโชค ศรีโช กูรูอาหารชาวบ้านไผ่ ผู้ผันตัวจากนักออกแบบกราฟิกเป็นนักออกแบบความอร่อย
ผัดไทยสีชมพูประจำอำเภอบ้านไผ่ พหุลักษณ์ประจำอำเภอ

ครอบ-ครัว

ไม่เพียงเกิดมาในท้องถิ่นที่ลือชาด้านของกินเท่านั้น ครอบครัวของเกมยังให้ความสำคัญกับอาหารและการกินอย่างยิ่งยวด นำโดยญาติผู้ใหญ่ซึ่งเป็นเสมือนประมุขของบ้านอย่างคุณยาย

ยายของเกมเคยเป็นแม่ค้าขายกับข้าว บ้านที่เขาอยู่เป็นบ้านหลังใหญ่ที่สมาชิกนับสิบชีวิต ความเป็นผู้อาวุโสประจำครอบครัวประกอบกับอาชีพดั้งเดิม ส่งผลให้ยายใส่ใจเรื่องปากท้องของคนในบ้านเป็นพิเศษ

“สมัยก่อนครอบครัวเราจะอยู่รวมกันเป็นบ้านใหญ่ กิจกรรมที่จะเกิดขึ้นตลอดในแต่ละวันคือการทำอาหาร พวกพี่ ๆ ผู้หญิงเขาถูกยายกวดขันให้ต้องเข้าครัว ไปหัดทำกับข้าวตามค่านิยมคนไทยสมัยก่อน ส่วนเราเขาก็ปล่อยให้วิ่งเล่น เราก็ชอบวิ่งเข้าไปเล่นในครัว เพราะเราไม่ได้ถูกกดดันเหมือนพวกพี่สาว ห้องครัวที่บ้านเลยเป็นพื้นที่สนุกของเรา (หัวเราะ)

“ยายเป็นคนจ่ายตลาดวันละหลายรอบ จ่ายตลาดเช้าแล้วยังจ่ายตลาดเย็นด้วย เวลากลับมาทำอาหาร ยายจะตั้งอาหารเป็นสำรับ ภาษาอีสานเรียกว่า ‘พา’ ในพาข้าวที่บ้านจะมีอาหารหลากหลาย เขาต้องทำอาหารเลี้ยงให้เพียงพอกับคนทั้งหมด เราเลยไปช่วยยายหิ้วของที่ตลาดบ้าง เลยทำให้เราได้ใกล้ชิดอาหาร”

เปลี่ยนจากวิ่งเล่นมายืนหน้าเตา

“เราเริ่มทำอาหารครั้งแรกแบบสนุก ๆ ตอนอยู่อนุบาล อาหารหลักที่บ้านเรากินกันคือส้มตำ ความที่บ้านมีคนอยู่เยอะมาก ยายก็จะเตรียมเครื่องไว้เลย ใครอยากกินก็ตำเอาเอง นั่นคือการทดลองทำอาหารครั้งแรก” เกมย้อนระลึกถึงครั้งแรกในชีวิตที่พลิกบทบาทจาก ‘ผู้กิน’ มาเป็น ‘ผู้ทำ’

จุดเปลี่ยนที่สำคัญเกิดขึ้นในช่วงที่เขาเรียนชั้นประถม เมื่อพ่อกับแม่เลือกย้ายออกมาจากบ้านใหญ่ของยายมาสร้างบ้านของครอบครัวตัวเอง และเลือกปลูกฝังวิชางานบ้านงานเรือนให้ลูกชายลูกสาวอย่างเท่าเทียมกัน

“แม่เรามีแรงกดดันในตอนเด็ก คือเขาเป็นลูกสาวคนโตและเป็นคนไทยที่ต้องทำทุกอย่างในบ้าน เขาเลยมีความคิดว่าเกิดเป็นคนไม่ว่าเพศไหน ถ้ากินเป็นก็ต้องทำเป็น ถ้าใช้เสื้อผ้าได้ คุณก็ต้องซักเสื้อผ้าได้”

ด้วยความคิดนั้น ลูกชายอย่างเกมจึงถูกสั่งสอนให้ฝึกทำกับข้าวด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง ในช่วงแรกแม่ซึ่งเป็นครูก็สอนทำเมนูง่าย ๆ ให้ อย่างไข่ดาว ไข่เจียว หรือ ‘หมูเค็ม’ ตามคำเรียกของคนบ้านไผ่ ซึ่งหมายถึงหมูรวนซีอิ๊วดำ เหยาะน้ำตาลกับซอสหรือน้ำปลาสักเล็กน้อย

แต่นั่นก็คือจุดเริ่มต้นของความรักที่เด็กน้อยคนหนึ่งมีต่อชีวิตการทำครัว เมื่อขึ้นชั้น ป.3 เกมเริ่มทำกับข้าวด้วยตัวเองคล่องแล้ว ไม่ว่าของชอบส่วนตัวอย่างขนมจีนน้ำยาลาว อาหารจานหลักในบ้านอย่างผัดผัก หรืออาหารงานบุญที่บ้านยายทำทุกเทศกาลอย่างแกงเห็ด ล้วนผ่านปลายตะหลิวของเกมมาทั้งสิ้น

“แม่มีทักษะการสอนที่ดีเพราะเป็นครู เราก็แทบไม่ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงจากการทำอาหาร ภายใต้การสอนแม่จะคอยดูอยู่ห่าง ๆ” เขายกความดีความชอบให้คุณแม่ซึ่งเป็นครูสอนทำอาหารคนแรกในชีวิต

เลขวัยที่เพิ่มพูนขึ้นยังแปรเปลี่ยนความสนุกไปในทิศทางใหม่ จากห้องครัวที่เคยเป็นพื้นที่สนุกเพราะได้เข้าไปเล่นซน เกมกลับมีความสุขกับพื้นที่นี้เมื่อได้ยืนนิ่ง ๆ ปรุงอาหารอยู่หน้าเตาไฟ และได้พักผ่อนหย่อนใจด้วยการชมรายการสอนทำอาหารผ่านหน้าจอโทรทัศน์

“จุดที่ทำให้เราเข้าไปอยู่ในโลกของการกินเลยก็คือตอนเป็นเด็ก เราจะถือปากกากับกระดาษจดสูตรอาหารตามรายการทำอาหารทางโทรทัศน์ แล้วด้วยทักษะการเลกเชอร์ของเด็ก เราก็จดไม่ทัน หรือบางอย่างจดทันแต่มาทำตามแล้วทำไม่ได้ เราก็เลยจะจินตนาการว่าคนที่มาให้สูตรมันหวงสูตร ก็เลยบอกกับตัวเองว่าถ้าเรามีโอกาสเป็นคนบอกสูตรนะ เราจะบอกสูตรให้หมดเลย ไม่หวงอะไรทั้งสิ้น”

แล้วอีกหลายปีต่อมา ความตั้งใจนั้นก็กลายเป็นจริง

สิทธิโชค ศรีโช กูรูอาหารชาวบ้านไผ่ ผู้ผันตัวจากนักออกแบบกราฟิกเป็นนักออกแบบความอร่อย

เข้ากรุง

พอถึงวัยเข้าเรียนอุดมศึกษา หนุ่มบ้านไผ่อย่างเกมเลือกศึกษาต่อด้านออกแบบนิเทศศิลป์จาก ม.ดังในบ้านเกิดอย่างมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเขาได้แอบกระซิบกับเราว่า ในเวลาที่เพื่อน ๆ ง่วนอ่านหนังสือออกแบบศิลปะ เขาชอบจะดอดไปอ่านตำราอาหารมากกว่า

เกมร่ำเรียนการออกแบบจนจบ แล้วเลือกเปิดร้านเหล้าพร้อมกับทำกับแกล้มขายเพื่อสะสมทุนรอน ตอนหลังร้านเหล้าแห่งนั้นได้ปิดตัวลงไป บัณฑิตหนุ่มจากอีสานจึงตบเท้าเข้าเมืองกรุงเพื่อหาอาชีพที่เหมาะกับตัวเขา ซึ่งก็ได้งานเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ของแบรนด์เสื้อผ้าแห่งหนึ่ง ทว่าชีวิตในสายงานออกแบบกราฟิกของเกมก็มาถึงจุดจบในเวลาอันสั้น เขาทำงานที่นั่นได้ไม่ถึงปี ที่ทำงานก็ปิดตัวลง ในจังหวะชีวิตที่เขารู้ตัวเองว่าอยากเป็นนักเขียนแนวอาหาร   

“นิตยสารอาหารตอนนั้นมีอยู่ 3 – 4 เล่ม มี แม่บ้าน, ครัว, Gourmet & Cuisine แล้วก็ Health & Cuisine พอได้อ่านนิตยสารพวกนี้แล้วก็ชอบนะ อย่าง Health & Cuisine เขาจะชอบพูดถึงอาหารบางอย่างที่เป็นอาหารฟิวชัน นำวัตถุดิบที่เป็นต่างชาติมาผสมผสานกับความเป็นไทย มีสอนทำอาหารต่างชาติและอาหารไทยง่าย ๆ เพื่อสุขภาพ เรารู้สึกว่ายังเข้าไม่ถึง แต่อยากรู้จักมันให้มากขึ้น”

ช่วงนั้น Health & Cuisine ยังไม่เปิดรับคนใหม่ แต่สำนักพิมพ์อมรินทร์ผู้พิมพ์นิตยสารฉบับนั้นได้เปิดตัวนิตยสารแนวแม่และเด็กชื่อ Real Parenting และกำลังเปิดรับสมัครกองบรรณาธิการอยู่พอดี

“รีบไปสมัครที่นั่นเลย ถึงไม่ได้อยากทำงานกับนิตยสารนี้ แต่ก็อยากเข้าไปก่อนเพื่อที่จะหาช่องทางย้ายไปสังกัด Health & Cuisine ที่อยู่ในสำนักพิมพ์เดียวกัน กรรมการที่สัมภาษณ์ท่านก็ชมว่าพูดเก่งดีนะ แต่ทั้งหมดที่พูดมาไม่เห็นเกี่ยวกับแม่และเด็กเลยนี่ เลยถามเราว่ามีเล่มไหนอยากทำเป็นพิเศษมั้ย พอรู้ว่า Health & Cuisine เขาก็ว่างานยังไม่ว่าง ให้ไปอยู่นิตยสาร สุดสัปดาห์ พร้อมกับโอกาสทดลองงาน 1 เดือน”

สิทธิโชค ศรีโช กูรูอาหารชาวบ้านไผ่ ผู้ผันตัวจากนักออกแบบกราฟิกเป็นนักออกแบบความอร่อย

บรรณาธิการนิตยสาร

ช่วง 1 เดือนที่ทำงานอยู่กับนิตยสาร สุดสัปดาห์ เป็นช่วงเวลาที่เกมเครียดมาก เพราะ…

“วิถีชีวิตเราไม่ใช่คนสุดสัปดาห์ ที่พอเลิกงานเขาจะต้องไปอัปเดตเทรนด์ ไปสยาม ดูหนัง ฟังเพลง เราไม่ใช่ เราอยากเลิกงานแล้วกลับบ้านทำขนม กินอาหาร เพราะนั่นคือตัวเรา”

แต่ด้วยความตั้งใจที่เกมแสดงออกมาให้ทุกคนเห็น ประจวบเหมาะกับมีคนลาออกจากนิตยสารในดวงใจพอดี เกมจึงได้รับโอกาสทองที่เขาตั้งตาคอยมาตลอด คือการได้ร่วมงานกับนิตยสาร Health & Cuisine

“ตอนนั้นรู้สึกว่ามีความสุขมาก นี่มันเป็นงานในฝันของเรา” เกมยิ้มบอกด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย “สมัยก่อนเราจะพกช้อนส้อมทองเหลือง ตอนทำงานกราฟิกอยู่โรงงานก็จะไม่กินอาหารจากช้อนส้อมโรงงานเลย เพราะใฝ่ฝันว่าจะเป็นนักชิม ก็เลยจะกินด้วยช้อนส้อมนี้ ตอนจะสัมภาษณ์เข้า Health & Cuisine เราก็เอาช้อนส้อมทองเหลืองไปโชว์ว่าเรามีช้อนทองเหลืองส่วนตัว เราชอบทำและชอบชิมอาหารมาก”

ทำงานอยู่ที่นี่ได้สักระยะ บรรณาธิการที่สัมภาษณ์เกมเมื่อตอนรับเข้าทำงานก็จำได้ว่าเขามีช้อนส้อมนักชิมอยู่ติดตัว เมื่อมีการเปิดคอลัมน์ชิมอาหารแนวใหม่ เขาจึงได้รับเลือกให้ดูแลบทความส่วนนี้

“ที่จริงตอนนั้นมีคอลัมน์ชิมที่เป็นคอลัมน์ใหญ่อยู่แล้ว เป็นแนวชิมอาหารแล้วประเมินว่าร้านนี้ได้หรือไม่ได้ ทำงานเหมือนมิชลินสตาร์ แต่เขาเปิดคอลัมน์เล็กให้เรา เป็นเนื้อหาประเภท 10 ร้านผัดไทยเจ้าดังที่ไม่ควรพลาด แล้วต้องมีข้อมูลประกอบว่าผัดไทยคืออะไร มีที่มาที่ไปแบบไหน ก็ต้องไปหาข้อมูล มันทำให้เราได้ศึกษาองค์ความรู้ของอาหารนั้น ๆ เกิดเป็นความเชี่ยวชาญมากขึ้น ก็เลยเป็นทักษะที่ติดตัวมา”

นักออกแบบอาหาร

เกมทำงานอยู่ที่ Health & Cuisine ได้ 2 ปีเศษ ๆ นิตยสารแห่งนี้ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ตัวเขาย้ายไปอยู่แผนกเอเจนซี่ทำหนังสือในเครืออมรินทร์ได้ครึ่งปี อมรินทร์ก็ทำธุรกิจเสริมเป็นรายการโทรทัศน์ของ Health & Cuisine และตัวเขาได้รับข้อเสนอให้เป็นผู้ลองคิดสูตรมานำเสนอผ่านรายการ

“ยุคสมัยนั้นยังไม่มีช่องอมรินทร์ทีวีอย่างทุกวันนี้ มีแต่ช่อง 3, 5, 7, 9 ซึ่งบังเอิญว่ารายการของ Health & Cuisine ได้รับแอร์ไทม์ (เวลาออกอากาศ)

“ถึงแม้ว่าตอนนั้นเราจะออกมาแล้ว แต่เราก็ยังเป็นคนของ Health & Cuisine โดยสายเลือด เขาก็เลยชวนเราไปทำงานว่าเป็นฟู้ดสไตลิสต์มั้ย เขียนสคริปต์ เป็นครีเอทีฟมั้ย เราก็เลยได้เรียนรู้เกี่ยวกับวงการทีวีที่เกี่ยวกับอาหาร แต่ตรงนั้นเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เราต้องคิดสูตรอาหารเองเพื่อที่จะนำมาถ่ายทำลงรายการ เราต้องเป็นคนเขียนสคริปต์เอง และต้องดีลร้านต่าง ๆ ตอนนั้นลูกค้าเป็นซอส Kikkoman เราต้องกินอาหารญี่ปุ่นแทบทั่วสุขุมวิท เป็นกำไรที่เราได้จากงานนี้”

บทบาทการเป็นนักออกแบบสูตรอาหารของเกมจึงเริ่มขึ้นด้วยเหตุนี้

สนทนากับหนุ่มขอนแก่นผู้หลงใหลในงานครัวมาตั้งแต่เกิด ถึงความหลังที่มีของกินเป็นแรงบันดาลใจในทุกก้าวย่างของชีวิต
อาหารจานหลัก ‘คันได้กินซี้นต่อน อย่าลืมแจ่วแพรวผัก’ อ่อมซี้นหมูสามชั้น ใส่บักบวบ (บวบ) และบักอึ (ฟักทอง) ทานคู่กับข้าวเหนียวนึ่ง 
‘กะแล่มบักม่วงสุก กับ ขนมไข่เหี้ยเพียพระยา’ ขนมหวานที่ทำจากขนมไข่เหี้ย กะแล่ม (ไอศกรีม) ซอสมะม่วงแก้วขมิ้นดิบผสมไวน์ขาว ถั่วเขียวเลาะเปือกคั่วสุก วัตถุดิบเหล่านี้สะท้อนความเป็นอีสานและอำเภอบ้านไผ่ได้เป็นอย่างดี
สนทนากับหนุ่มขอนแก่นผู้หลงใหลในงานครัวมาตั้งแต่เกิด ถึงความหลังที่มีของกินเป็นแรงบันดาลใจในทุกก้าวย่างของชีวิต
‘ยิ้ม เป้ย เป้ย’ เป็นภาษาอีสานแปลว่า ‘ยิ้มหวาน’ เกมตั้งชื่อเมนูนี้ให้กับมาการิตาสีชมพู ผสมจากน้ำคั้นลูกหม่อนสุก โซดา วอดก้า และน้ำมะนาวอินทรีย์ผสมใบกัญชาหางกระรอกภูพาน ตรา Happy Lemon จากวิสาหกิจชุมชนบ้านโสกจาน ขอบแก้วเคลือบด้วยเกลือบ่อกฐิน จากแหล่งทำเกลือสินเธาว์ของอำเภอบ้านไผ่

คลิปสอนทำอาหาร

เกมทำงานโทรทัศน์อยู่ได้ประมาณ 3 ปี บรรณาธิการนิตยสารแผนกอาหารคนเดิมก็โบกมือลาต้นสังกัดไปอยู่ที่อื่น เกมจึงได้กลับมาทำงานนิตยสารใหม่ในฐานะบรรณาธิการอาหาร

เขากล่าวถึงช่วงเวลานั้นด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มว่าทั้งสนุกทั้งเหนื่อย เพราะต้องอ่านต้นฉบับของลูกน้องที่ออฟฟิศ ตรวจสอบคุณภาพ พิสูจน์อักษร ควบคู่กับทำคอลัมน์ของตนเองไปด้วย

“สิ่งหนึ่งที่แม็กกาซีนเล่มนี้มี แล้วเล่มอื่นอาจจะไม่มี คือสูตรอาหารทุกสูตรไม่ว่าจะมาจากคิดค้นขึ้นเอง หรือมาจากคนอื่น ต้องผ่านการทดลองทั้งหมด

“เวลาใครรู้ว่าเราทำงานอยู่นิตยสาร เขาก็เลยจะคาดหวังว่าเราต้องทำอาหารเป็นและทำได้ดีทุกอย่าง คำถามที่คนรู้จักมาถามเราก็เช่นว่า ผัดหมี่กระเฉดยังไงไม่ให้เส้นขาด? เจียวไข่ยังไงไม่ให้ไข่เจียวยุบ? ผัดวุ้นเส้นยังไงไม่ให้เส้นมันกอดกัน? เราเลยคิดว่านี่คือปัญหาของคนทำอาหาร ในคลิปวิดีโอสอนทำอาหารสมัยนั้นก็มีแต่สอนว่าทำยังไง ไม่ได้สอนวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้ พอได้สมมติฐานปุ๊บ เราก็เลยลองทำคลิปเลย”

นั่นคือที่มาของคลิปสอนทำอาหารชื่อ ‘เคล็ดไม่ลับแค่คุณไม่รู้’ ที่ตัวเขาและเหล่าทีมงานช่วยกันถ่ายทำและตัดต่อด้วยกล้องมือถือทั้งหมด

“คลิปแรกของพวกเราเป็นเรื่องแกงเขียวหวาน ทำแกงเขียวหวานยังไงให้มะเขือยังเขียว ปล่อยออกไปครั้งแรกมีคนมาดู 35,000 คน ช็อกมาก เพราะคิดว่าคนดูแค่ 200 คนก็ดีมากแล้วนะ

“พอคลิปที่ 2 เจียวไข่ยังไงให้ไข่เจียวยังไม่ยุบ คลิปนั้นภายในข้ามคืนก็มีคนมาดูเป็นแสน ผ่านไปไม่ถึงเดือนก็ขยับขึ้นเป็น 3 แสน 5 แสน เรารู้ว่าอันนี้คือสิ่งที่ใช่ กลายเป็นว่าทำคลิปออกมา ยอดจะเป็นแสน บ้างก็ 8 หมื่น บางทีก็สะสมกันไปถึงเป็นล้าน”

อย่างไรก็ดี ความสุขในการทำคลิปสอนทำอาหารที่เล่าถึงวิธีแก้ปัญหาที่คนครัวทุกคนต้องเจอก็อยู่ได้ไม่นาน เนื่องจากนิตยสารอันเป็นที่รักยิ่งของเกมต้องปิดตัวลง

สนทนากับหนุ่มขอนแก่นผู้หลงใหลในงานครัวมาตั้งแต่เกิด ถึงความหลังที่มีของกินเป็นแรงบันดาลใจในทุกก้าวย่างของชีวิต

กลับบ้านไผ่

“ที่จริงเราเป็นคนที่ออฟฟิศไม่ยอมให้ออก อยากให้ไปต่อในฝ่ายออนไลน์ แม้ว่านิตยสารจะเลิกผลิตไปแล้ว แต่เพราะนิตยสารเป็นสิ่งที่ตัวเรารักมาก พอมันไม่อยู่แล้วเราก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปทำไม ก็เลยไปไหว้งาม ๆ ขอออกจากงานมาพร้อมกับเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ”

น้ำเสียงของเกมเหมือนคนปลงตกได้ เมื่อเขาเล่าให้เราฟังถึงสาเหตุที่กลับมาอยู่บ้านที่อำเภอบ้านไผ่

15 ปีในกรุงเทพฯ สอนหลักสูตรชีวิตให้กับเกมมากมายไม่แพ้สูตรอาหารที่เขาค้นคิดในช่วงนั้น ทันทีที่ออกจากงานนิตยสาร เกมมุ่งมั่นอยากหันมาฝึกงานเกษตรเพื่อให้เข้าถึงต้นรากของสายพานอาหาร

“เราได้ไปยืนอยู่ในหลายจุดของอาหารแล้ว แต่ยังไม่เคยไปถึงต้นน้ำของอาหารเลย” ความคิดนี้ดลใจให้กูรูอาหารชาวอำเภอบ้านไผ่ไปหัดเรียนทำนาที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรตินานถึง 6 เดือน เพาะผัก ปลูกข้าว เลี้ยงเป็ด ใช้ชีวิตเยี่ยงชาวนาบนผืนนา 1 ไร่ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์จัดไว้ให้ ก่อนจะลงเอยด้วยการปลูกพืชผักสวนครัวรอบตัวบ้าน เพื่อความคล่องตัวและประหยัดต้นทุนทางการผลิต

“ภาษาอีสานเรียกว่า ‘บืน’ ให้นึกถึงปลาที่พยายามกระเสือกกระสนตัวมันเองขึ้นมาบนพื้น” เขาอุปมาตัวเองด้วยศัพท์ภาษาที่ราบสูง “ตัวเราก็ต้องบืนเหมือนกัน พยายามที่จะอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่เราเลือกมาอยู่ด้วยตัวเองให้ได้”  

สนทนากับหนุ่มขอนแก่นผู้หลงใหลในงานครัวมาตั้งแต่เกิด ถึงความหลังที่มีของกินเป็นแรงบันดาลใจในทุกก้าวย่างของชีวิต

ย่างเข้าสู่ปีที่ 5 แล้วที่อดีตบรรณาธิการอาหารได้หวนคืนถิ่น แม้จะเคยต้อง ‘บืน’ ตัวเองเพื่อกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิด แต่วันนี้เขากลับได้พบความสุขใหม่ในถิ่นเก่า เริ่มจากการทำอาหารง่าย ๆ จากวัตถุดิบที่เพาะปลูกรอบรั้วบ้านตัวเองไว้ส่งขายเลี้ยงชีพ

เขายังคงรับเขียนบทความอาหารหรือเนื้อหาต่าง ๆ ที่ตนเองชื่นชอบอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการกลับบ้านคราวนี้ช่วยให้เขาได้ทำความเข้าใจกับรากเหง้าความเป็นขอนแก่นในตัวเอง ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ มานุษยวิทยา และวัฒนธรรม จนเป็นผู้รู้เรื่องขอนแก่นที่คนทั่วไปให้การยอมรับ และเคยได้เขียนเล่าข้อมูลความเป็นมาของจังหวัดในห้องขอนแก่น 500 ปี ในพิพิธภัณฑ์กรมธนารักษ์มาแล้ว

ความรู้ด้านการออกแบบของเขายังได้รับการนำไปต่อยอดเป็นประโยชน์แก่จังหวัดขอนแก่น อาทิ การที่เขาได้รับเลือกเป็นผู้จัดการโครงการ Lunch and Learn Project ซึ่ง TCDC ขอนแก่น จัดขึ้นเพื่อออกแบบอาหารกลางวันที่ทั้งถูกปากและถูกหลักโภชนาการ แก่เด็กนักเรียนในโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย เป็นโครงการที่ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก

และเขายังเริ่มต้นใหม่กับการทำคลิปสอนทำอาหารในยูทูบ ในช่อง SRI Cooking Channel ซึ่งไม่เพียงทำคอนเทนต์สอนเคล็ดลับวิธีการปรุง หากยังพาผู้ชมไปทำความรู้จักกับขั้นตอนการผลิตวัตถุดิบ และพาชมของดีในจังหวัดขอนแก่น ด้วยการเล่าเรื่องที่สนุกสนาน มากสีสัน เปี่ยมแปล้ด้วยสาระ

“ความเป็นอีสานถูกเผยแพร่เยอะขึ้นก็จริง แต่ว่ามันยังไม่พอ ดังนั้นนอกจากเรามีความรู้ความสามารถแล้ว เรายังมีพื้นที่สื่อ ก็จะใช้พื้นที่สื่อของเราในการบอกเล่าเรื่องราวของอีสานออกไป” ชายหนุ่มที่พวกเราตั้งสมญาแก่เขาว่า ‘กูรูอาหารแห่งบ้านไผ่’ เปิดเผยเป้าหมายในการทำสื่อวิดีโอของเขา

“สิ่งที่เราทำเป็นประจำคือให้กำลังใจผู้ประกอบการ เพราะเวลาเราไปกินก็ชอบพูดคุย ด้วยสันดานคนเป็นสื่อก็ชอบเจ๊าะแจ๊ะพูดคุย แล้วพอเราเริ่มสนิทก็จะได้รู้ข้อมูลเบื้องลึก โดยเฉพาะพ่อครัวแม่ครัวในอีสาน คนทำธุรกิจ ต้องเผชิญอะไรหลาย ๆ อย่าง เช่น กับดักความยากจน ก็จะให้กำลังใจเสมอ ด้วยความที่เรามีทักษะทางอาหาร บางอย่างที่เราแนะนำกับเขาได้ว่าทำแบบนี้แล้วมันจะดีขึ้น เราก็จะให้คำแนะนำเขาเลย

“เรามองว่ามันจะทำให้คนที่ทำอาหารอีสานเองก็อยู่ได้ แล้วเขาก็จะพัฒนาตัวชิ้นงานของเขาให้ดีขึ้น ส่วนคนที่ไม่รู้จักอาหารอีสาน เราก็จะใช้พื้นที่สื่อของเราทำให้เขารู้จักนี่แหละครับ”

สนทนากับหนุ่มขอนแก่นผู้หลงใหลในงานครัวมาตั้งแต่เกิด ถึงความหลังที่มีของกินเป็นแรงบันดาลใจในทุกก้าวย่างของชีวิต

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

นักเรียนวารสารศาสตร์จากมอน้ำชี ที่เชื่อว่าชีวิตต้องผ่านน้ำ เบื่อการเรียนออนไลน์ อยากเรียนจบแล้ว รักใครรักจริง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load