ในวันที่ COVID-19 ยังไม่คุกคามและลุกลามจนล้นเมือง

ผมได้รับเกียรติที่หนึ่ง ให้เป็นแขกไปเยี่ยมบ้านของ เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ ที่จังหวัดนครนายก

เรียกบ้านอาจไม่ถูกนัก เพราะพื้นที่ขนาด 7 ไร่ผืนนั้นไม่มีตัวบ้าน มีแต่ต้นไม้นับร้อยที่เขาปลูกเป็นสวนป่า คนใกล้ชิดจะรู้ว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเขาบ้าปลูกต้นไม้มาก และเดินทางมาที่บ้านซึ่งไม่มีบ้านแห่งนี้บ่อยมาก

ช่วงแรกที่ยังไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ เขากางเต็นท์นอน อาศัยห้องน้ำของวัดข้างๆ ช่วงหลังเขาเริ่มลากรถบ้านมาด้วย

พาหนะคู่ใจของเขาคือรถกระบะ เขาคือพระเอกอันดับหนึ่งของช่องที่ขับรถกระบะไปกองถ่ายละครด้วยตัวเอง และวันนี้เขาก็จะขับรถกระบะคันเก่งลากรถบ้านไปที่บ้านนครนายก

ผมได้รับเกียรติที่สอง ให้นั่งข้างเขาในรถกระบะ เขาเสนอว่า น่าจะใช้เวลาระหว่างเดินทางคุยกันไป และเพื่อความปลอดภัย เราต้องใส่หน้ากากอนามัย

เรานัดกันที่บ้านของเขาย่านรามอินทรา ยามหน้าหมู่บ้านบอกว่า บ้านคุณเวียร์อยู่ซอย 7 ซึ่งหาไม่ยาก เพราะเขามีรถบ้านจอดอยู่หน้าบ้าน

ท่ามกลางแดดเปรี้ยง เวียร์ในเสื้อยืดกางเกงขาสั้นเดินยิ้มออกมาเชื้อเชิญเราให้เข้าบ้าน 2 ชั้นขนาดกะทัดรัดของเขา

พอผ่านประตูรั้วเข้ามา พื้นที่ฝั่งขวาเป็นสวนเล็กๆ ซึ่งแน่นไปด้วยต้นไม้ ตีนตุ๊กแกเลื้อยคลุมผนังบ้านจนถึงชั้น 2

พื้นที่ฝั่งซ้ายอยู่ใต้หลังคา ซึ่งน่าจะเรียกได้ว่าโรงรถ มีรถเก๋ง 1 คัน มอเตอร์ไซค์ 2 คัน จักรยาน 2 คัน มีเก้าอี้หลายตัว มีกล่องและลังวางซ้อนกันอยู่เล็กน้อย

เวียร์เดินนำพวกเราเข้าไปในตัวบ้าน ซึ่งเต็มไปด้วยข้าวของวางระเกะระกะตามประสาบ้านชายโสด เขาบอกว่าโต๊ะกินข้าว เป็นโต๊ะไม้แผ่นเดียว ราคาแพงใช้ได้ ตั้งแต่ซื้อมาเขายังไม่เคยได้นั่งกินข้าวเลย เพราะมันกลายเป็นที่วางของ เก็บออกเดี๋ยวมันก็กลับมาอยู่ในสภาพเดิม ตอนนี้เป็นที่อยู่ของกองหนังสือสัก 50 เล่ม มีหลากหลายแนว เล่มบนสุดคือ Rocktopia ของ วิรัตน์ โตอารีย์มิตร เจ้าของร้าน Booktopia ซึ่งเขาได้มาตอนไปถ่ายรายการ Super Weir ที่จังหวัดอุทัยธานี

รายการ Super Weir ออกอากาศทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์ทางช่อง 7HD

ส่วนผลงานละครตอนนี้ กำลังจะรีรันละครคอเมดี้เรื่อง ผู้บ่าวอินดี้ ยาหยีอินเตอร์ และโปรแกรมต่อไปคือเรื่อง ม่านบังใจ ทางช่องเดิม ช่องเดียวของเขา

เวียร์ขอตัวไปอาบน้ำสักครู่

ผมได้ยินมาว่า เวียร์เป็นพระเอกที่เรียบง่าย ไร้ฟอร์ม เท่าที่เจอกันแค่ไม่กี่นาทีผมก็รู้สึกแบบนั้น เหมือนผมกำลังจะมารับเพื่อนออกไปเตะบอล มากกว่ากำลังมาสัมภาษณ์พระเอกอันดับหนึ่งของช่อง

ไม่กี่นาทีเขาก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จพร้อมออกเดินทาง

เขาขับรถ ผมนั่งข้าง (เป็นตำแหน่งที่เชื่อว่าผู้หญิงค่อนประเทศต้องอิจฉาผม)

เวียร์ ศุกลวัฒน์ เปิดบ้านกลางสวนป่าในวันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

รถกระบะพ่วงรถบ้านค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้าน สู่ถนนใหญ่ มุ่งหน้าไปนครนายก

เขาขอโทรศัพท์นัดแนะเรื่องการสั่งซื้อต้นมะยงชิด 5 ต้น ให้ไปส่งที่บ้านนครนายกวันนี้ เขาอธิบายอย่างชำนิชำนาญว่ามันเป็นพันธุ์แท้ที่รสชาติดีเพียงใด

เมื่อเขาวางสาย บทสนทนาของเราก็เริ่มต้น

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

ดูจากความรกแล้ว คุณน่าจะใช้บ้านเป็นแค่ที่นอน

ประมาณนั้นครับ เมื่อก่อนผมอยู่คอนโดฯ ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด พอมาอยู่บ้าน เวลาส่วนใหญ่ของผมหมดไปกับกองถ่ายละคร ตื่นมาก็ขับรถไปกองถ่าย วันไหนโชคดีมีงานอีเวนต์ก็อาจได้อยู่บ้านนิดหน่อย วันไหนว่างผมก็มักจะอยู่บ้าน ส่วนใหญ่ผมจะใช้ชีวิตตรงโรงรถหน้าบ้าน เพื่อนมาบ้านก็ชอบอยู่หน้าบ้านกัน ผมชอบเอาต์ดอร์ไม่ค่อยชอบอยู่ในบ้านเท่าไหร่ อีกห้องที่ชอบคือห้องโฮมเธียเตอร์ ผมชอบดูหนังมาก นั่งฟังเพลง อ่านหนังสือตรงห้องรับแขกบ้าง แล้วก็อยู่ห้องนอนเลย

คุณชอบนั่งทำอะไรหน้าบ้าน

ทุกอย่างเลยครับ ผมมีอุปกรณ์ช่างที่เกี่ยวกับการซ่อมบำรุง นั่งซ่อมโน่นซ่อมนี่ ผมมีของเล่นอะไรเยอะ กล้องฟิล์ม ผมเลี้ยงหมาด้วย พอมันโตก็ให้มันอยู่เป็นหมานอกบ้านซะ ผมก็เล่นกับมันตรงนั้น มีตัดแต่งต้นไม้บ้าง ทำอะไรก๊อกๆ แก๊กๆ ไป

อยู่บ้าน นั่งในโรงรถ เลี้ยงหมา ปลูกต้นไม้ นี่มันไลฟ์สไตล์คนมีอายุชัดๆ

ดูเป็นผู้เฒ่าอย่างสมบูรณ์แบบ (หัวเราะ) สันโดษ อ่านหนังสือ ฟังเพลง ไม่สุงสิง ไม่มีเพื่อนมาก ยังเหลือเล่นพระกับหมากรุก ถ้าผมโทรชวนเพื่อนมาโขกหมากรุกนี่หนักแน่ (หัวเราะ) เริ่มเหมือนพ่อขึ้นทุกวัน

คุณเหมือนพ่อตรงไหนบ้าง

ค่อนข้างเยอะนะ ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ผมว่าผมเหมือนพ่อมากเกิน ซึ่งแม่บอกว่าไม่ดี ถ้าเหมือนพ่อมากเกินมึงไม่มีเมียแน่นอน (หัวเราะ) เพราะพ่อสันโดษครับ เป็นคนชิลล์เกิน เป็นผู้ชายยุคก่อนที่ค่อนข้างแคร์คนรอบข้าง รักเพื่อนรักฝูง รักเจ้านาย ซึ่งผมก็มีตรงนั้น เขารับผิดชอบสูง เนี้ยบ ก็ได้มา เป็นคนรักธรรมชาติแบบบ้าคลั่ง ก็ได้ตรงนั้นมา ผมกับพ่อไม่โทรคุยกันได้เป็นเดือน เกินไป๊ เรากะว่าถ้าไม่โทรหาเขาต้องโทรมา กลายเป็นว่าคิดเหมือนกันเลยไม่มีใครโทรหากัน จนแม่ต้องบอกว่า โทรหาพ่อบ้างนะลูก

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

ความสนใจเรื่องต้นไม้คุณก็ได้มาจากพ่อ

คุณพ่อชอบปลูกต้นไม้แบบบ้าคลั่ง ตั้งแต่ผมจำความได้ก็เห็นพ่อมีต้นไม้สวยๆ ทั้งต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้ประดับ ไม้มงคล สวนผลไม้ก็มี มันคงอยู่ลึกๆ ในตัวเรา ช่วงที่เราเริ่มเที่ยวแบบแคมปิ้ง ขี่มอเตอร์ไซค์ไปงานเทศกาลดนตรีต่างๆ เขาใหญ่ สวนผึ้ง ก็เริ่มคิดว่า ทำไมถึงไม่ทำที่ของตัวเอง แล้วมาชิลล์ในที่ตัวเอง เพราะเราไม่ชอบคนเยอะ ก็ชวนคนที่อยากให้อยู่กับเรามา อยากมีต้นไม้อะไรก็ปลูกเอง ก็เริ่มหาที่ จนมาจบที่นครนายก ผมเริ่มสั่งซื้อต้นไม้ที่อยากได้ ตอนนี้ยาวเลยครับ 

คุณไปบ่อยแค่ไหน

บ่อยมากครับ ถ้าว่างสักคืนหนึ่งหรือว่างแค่ตอนบ่ายก็ไป อาทิตย์ละครั้ง สองอาทิตย์ครั้ง ช่วงแรกผมไปบ่อยมาก เพราะปลูกต้นไม้ ทำระบบน้ำ ทำโน่นทำนี่ เดินทางแป๊บเดียว บางทีก็ขับรถไปเฉยๆ บางทีก็ลากรถบ้านไปด้วย ถ้าค้างคืนจะได้มีที่นอน ซื้อมาแล้วก็ต้องใช้หน่อย ขอถ่ายรูปอวดเพื่อนๆ หน่อย เมื่อก่อนตอนยังไม่มีรถบ้านก็นอนเต็นท์ แล้วไปเข้าห้องน้ำที่วัดซึ่งอยู่ติดกัน

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

คุณติดใจอะไรที่ตรงนั้น ถึงขนาดยอมไปกางเต็นท์นอนก็ได้

มันใกล้นะครับ สอง ติดแม่น้ำ มีน้ำตลอดปี เงียบสงบ ได้พักจริงๆ ไม่มีคนเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเรา อากาศดีเท่าวังน้ำเขียว ตอนมีฝุ่นควันที่นี่ก็อากาศดีเลย มีความสุข เพื่อนบ้านน่ารัก จบแล้ว

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

อยู่ที่นั่นคุณทำอะไรบ้าง

ไปถึงผมก็จะจอดรถบ้าน แล้วแต่ว่าอยากจอดตรงไหน มีหลายมุม ผมจะเริ่มจากนั่งเฉยๆ ก่อน มองโน่นมองนี่ มองคนงานรดน้ำต้นไม้ ตัดหญ้า สักพักจะเดินไปดูต้นไม้แต่ละต้นว่าเป็นยังไง มีปลวก มีมอดไหม ต้นไหนน้ำไม่ถึงก็บอกให้เด็กมารดน้ำ เดินไปยิ้มไป แต่ละต้นตังค์กูทั้งนั้น (หัวเราะ) แต่นั่นเป็นสิ่งที่เราชอบครับ จากนั้นก็อาจจะนั่งอ่านหนังสือ เปิดเพลงฟัง ถ้าไปกับ บิ๊ก (บริรักษ์ อภิขันติกุล ผู้ร่วมก่อตั้งร้าน School Coffee) ก็จะให้เขาดริปกาแฟ

ผมขุดลอกแม่น้ำเอาดินตะกอนมาปั้นเป็นเนินดินไว้ลูกหนึ่ง เป็นจุดเด่นของที่นี่ ใครมาก็ต้องขึ้นมาสูดอากาศ บางวันก็ให้พี่สาวที่อยู่กรุงเทพฯ ทำชุดหมูกระทะให้ แล้วมานั่งกินหมูกระทะกัน โคตรได้อารมณ์

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้
เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

คุณมองภาพในอนาคตของพื้นที่ 7 ไร่นี้เอาไว้ยังไง

ตอนแรกเป็นสวนป่าก่อน แล้วก็จะสร้างบ้านพักชั้นเดียวเล็กๆ ไว้รองรับเพื่อนๆ เพื่อนอยากให้ทำเป็นแคมป์ไซต์ ลากรถบ้านมาพักผ่อนหย่อนใจได้ อนาคตคิดว่าจะเป็นแบบนั้น

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

ลงต้นไม้ไปเยอะหรือยัง

เป็นร้อยครับ มีต้นที่มีอยู่แล้วด้วย มีต้นยางนาสามต้นที่ผมว่าอายุจะร้อยปีด้วย ผมปลูกไว้สามแบบ อันแรกล้อมต้นใหญ่มาเลย ทันใช้แน่ อีกแบบคือไม้หนุ่มสาว เส้นผ่านศูนย์กลางหกนิ้ว แบบสุดท้ายเล็กหน่อย เส้นผ่านศูนย์กลางสองสามนิ้ว ผมตายยังไม่ใหญ่เลย ต้องให้คนอื่นมาดูแลต่อ (หัวเราะ) เวลาเพื่อนมาแล้วไม่รู้จะทำอะไร ผมก็พาเดินแล้วชี้ว่าต้นอะไร นี่สักทอง โมกมัน หว้า กาฬพฤกษ์ ไม่ใช่กัลปพฤกษ์นะ อันนี้ดอกสีแดง เพื่อนก็บอกว่า มึงนี่ไปไกลแล้วนะ เขาเพิ่งเริ่มเล่นมอเตอร์ไซค์กัน มึงมาถึงต้นไม้แล้ว ข้ามขั้นไปเยอะเลย

เลือกต้นไม้จากอะไร

ผมจะเลือกต้นที่ผมชอบ ดูจากฟอร์ม การดูแลรักษา ที่มา บางต้นมีรอยกำลังจะโดนเลื่อย เพราะจะโดนตัดไปเผาถ่าน บางต้นมีรอยไหม้เพราะเขาเผาป่าแล้วมันรอดมา ก็เก็บไว้เป็นความทรงจำของตัวเองครับว่าได้มาอย่างนี้นะ ผมมีก๊วนที่ล้อมต้นไม้ขาย เขาจะไลน์มาว่า คุณเวียร์เอาต้นนี้ไหม เขากำลังจะตัดทิ้ง ผมก็เอามาเลยๆ ถ้าเราไม่เอามามันก็ตายอยู่ดี ล้อมมาอยู่กับเราดีกว่า ดูเป็นคนดีเลยแหละ (หัวเราะ)

บางต้นก็มาจากเพื่อนๆ บิ๊กอยู่ ม.เกษตร ก็ซื้อต้นนนทรีมาลง แก๊ปอยู่จุฬาฯ ก็ซื้อจามจุรีมาลง เวลาเพื่อนไปผมจะบังคับให้มันปลูกต้นหนึ่ง จะได้มาดูบ่อยๆ ว่ายังอยู่ไหม

บ้านดาราที่เราคุ้นกันมักจะมีสวนเนี้ยบๆ แล้วก็ตัวบ้านหรูๆ แต่บ้านคุณดูจะตรงข้าม

ใช่ครับ แต่ต้นไม้ต้นหนึ่งก็ไม่ถูกนะครับ ต้นที่เป็นแสนก็มี ผมแม่งคนบ้า (หัวเราะ) แต่ผมก็ต่อเขานะ ซื้อเยอะก็ได้ถูกหน่อย

ทำมาสองปี รับแขกไปเยอะแค่ไหนแล้ว

เยอะมากครับ ผมรู้จักใครก็บอกให้มาหมดเลย ผมจะบอกว่า มาบ้านผม

แต่มาแล้วไม่มีบ้าน

ใช่ครับ (หัวเราะ) เราเลยต้องสร้างนิดหนึ่ง ตอนนี้ทำแบบบ้านเสร็จแล้ว เหมือนบ้านชาวปกาเกอะญอทางภาคเหนือ เป็นบ้านชั้นเดียวยกพื้นให้มีใต้ถุนไว้เก็บของ บิ๊กเป็นคนออกแบบ เขาไปนอนมาแล้วรู้ว่าแบบไหนนอนสบาย ผมอยากให้มันดูกลมกลืนกับสวนป่าเรา ตอนนี้กำลังหาช่างอยู่ ช่างดีๆ เนี่ยหายากที่สุดในโลก ก็เลยต้องใช้เวลา

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

ข้างนอกดูเป็นบ้านชนเผ่า แล้วข้างในสะดวกสบายไหม

ไม่เลยครับ ไม่มีแอร์ มีแต่พัดลม มุ้ง เป็นพื้นที่โล่งๆ นอนพื้น มีฟูกให้ เน้นชานบ้านใหญ่ไว้นั่งอ่านหนังสือ หรือพูดคุยกัน นอนเล่นได้ มีเสาให้ผูกเปล

นี่คือการสร้างบ้านหลังแรกในชีวิตของคุณ ซึ่งเป็นบ้านบนที่ดินริมแม่น้ำขนาด 7 ไร่

ถูกต้องครับ ผมเป็นคนที่แทบไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์อะไรจากบ้านมาก ผมชอบใช้ประโยชน์นอกบ้าน พื้นที่ใช้สอยนอกบ้านต้องเยอะ ห้องครัวต้องอยู่นอกบ้าน ชานบ้านต้องใหญ่ ต้องเป็นบ้านที่ผมชอบ ไม่งั้นผมก็จะไม่มาอยู่ เราต้องอยู่เหนือมัน เราต้องเป็นคนสร้างมัน บ้านปัจจุบันผมไม่ได้สร้าง เลยแทบไม่ได้อยู่

ผมเคยคิดว่าในอนาคตอยากสร้างบ้านใหญ่โต แต่ก็ยังไม่ได้สร้างเพราะยังตัดสินใจไม่ได้ว่าถึงจุดนั้นแล้ว ยังอยากมีบ้านใหญ่อยู่ไหม บ้านใหญ่ต้องมีแม่บ้านสองสามคนนะครับ ตัวบ้านไม่ต้องใหญ่ก็ได้ แต่พื้นที่ใช้สอยเยอะหน่อย มีสนามใหญ่หน่อย ผมชอบดูแล ชอบขับรถตัดหญ้า ชอบใช้เครื่องเป่าใบไม้ สำหรับผมบ้านไม่ใช่สวรรค์เหมือนของคนอื่น อยู่แล้วสบายในแบบของเราก็พอ

พักบทสนทนาจ่ายค่าทางด่วน

ผมมีอีซี่พาสนะ แต่ใช้ไม่ได้เพราะมันติ๊ดรถบ้านข้างหลังไม่ได้ เราต้องจ่ายค่าทางด่วนสองคัน คันหลังเรียกว่า C1 มันมี C1 กับ C2 ถ้าเป็น C2 คือรถลากที่มีสองแหนบ มีสี่ล้อ ซึ่งจะยาวมาก เป็นอีกราคาหนึ่ง

คุณลากรถบ้านไปไหนบ้าง

ไปหมดครับ ที่ผมมาหลงใหลรถบ้าน คือหนึ่ง เวลาเราไปเที่ยวบางทีก็อยากนอนตรงนี้เลย อยากดูพระอาทิตย์ขึ้นตรงนี้ อยากตื่นมาปุ๊บเปิดม่านปั๊บเห็นทะเลหมอกเลย สอง ความสะดวกสบายเรื่องการใช้ห้องน้ำ การอาบน้ำต่างๆ บางทีเพื่อนเราเป็นผู้หญิง ก็ตอบโจทย์ตรงนี้ดีมาก ตอนแรกเหมือนจะขับยาก แต่ไม่ยากเลย เรียนรู้กับมันหน่อย

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

คุณยังออกทริปมอเตอร์ไซค์อยู่ไหม

ยังไปครับ เอาจริงๆ ผมชอบขี่มอเตอร์ไซค์มากกว่านะ แต่ปัจจุบันเพื่อนฝูงขี่น้อยลง หรือตอนนั้นมันบูม เฮ้ย คนขี่กูต้องขี่ แต่ตอนนี้คัดเหลือตัวจริงไม่กี่คน เป็นกลุ่มแรกเมื่อสิบปีที่แล้ว

ชอบอะไร

ทั้งหมดครับ แค่ได้ขี่ก็แฮปปี้แล้ว ยิ่งขี่ไปในที่สวยๆ กับคนที่เราสนิทใจ เราชอบขี่มอเตอร์ไซค์แล้วไง แค่ได้คร่อมแล้วขี่ออกมา ไม่ไกลมากยังแฮปปี้ บางทีผมขี่ออกไปทำงานถ่ายละครยังมีความสุขเลย

ถึงขนาดขี่มอเตอร์ไซค์ไปถ่ายละครเลยเหรอ

ตื่นสายครับ (หัวเราะ) เอารถยนต์ออกไปไม่ได้แล้ว ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ในเมืองก็คราวนี้แหละ มันเป็นของชอบของเราเสมอ

โน้ต วัชรบูล เล่าว่าคุณไปกองถ่ายละครด้วยการขับรถกระบะไปเอง คุณไม่อยากมีคนขับรถหรือใช้รถตู้บ้างเหรอ

ผมเคยมีคนขับรถครับ แต่เขารีไทร์ไปแล้ว ตอนนี้ขับรถเองมาสามปีแล้ว หลักๆ ก็ขับรถกระบะคันนี้ ขนนู่นขนนี่สะดวก ผมไม่เคยมีรถตู้ เคยอยากได้ แต่พอไปถึงกองถ่ายชีวิตเราไม่ค่อยได้อยู่บนรถ ไม่ค่อยได้ใช้งาน บางคนตอนพักกองก็สตาร์ทรถเปิดแอร์นอนพักสบายๆ แต่ผมไม่ใช่คนประเภทนั้น เวลาไปกองถ่ายผมก็จะเหมือนอยู่บ้าน มีเก้าอี้สนามตัวหนึ่ง ไม่ได้อยู่ในห้องแอร์ที่เขาจัดไว้ให้นะ ต้องมานั่งอยู่ข้างนอก ทำโน่นทำนี่ เลยไม่เหมาะจะมีรถตู้ แต่ก็บ่นประจำว่าขับรถเมื่อยหลัง ถ้าต้องไปถ่ายต่างจังหวัดไกลๆ ก็ไปรถตู้ของกองถ่าย เลยตั้งใจว่าจะไม่มีคนขับรถแล้ว

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

เวลาไปถ่ายละครคุณก็ไปคนเดียวไม่มีผู้ติดตาม

ถ้าไปถ่ายละครไม่มีอยู่แล้ว ถ้าเป็นงานอีเวนต์หรือโฆษณาต้องมีครับ เพราะมันเป็นหน้าที่ของเขา ผมไม่ได้มองว่าการไม่มีผู้ติดตามจะดูเหมือนไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์นะ มีครั้งหนึ่ง นักแสดงเหมือนกัน ขอไม่เอ่ยนาม (หัวเราะ) ขับรถหรูไปงานอีเวนต์ที่ห้างดังกลางกรุงเทพฯ ผมก็ขับรถกระบะเขรอะๆ ไปงานเดียวกัน พอผมเปิดกระจกพี่ รปภ. ก็พูดเป็นภาษาอีสานว่า อ้าวคุณเวียร์ เดี๋ยวผมหาที่จอดให้ครับ ส่วนเพื่อนผมก็วนหาที่จอดจนงานจะเริ่มอยู่แล้วยังหาที่จอดไม่ได้เลย

บางทีเราไม่จำเป็นต้องหรูก็ได้ แต่ก็ไม่ใช่ความคิดที่ถูกเสมอไปนะครับ บางทีเราแค่แต่งตัวดี เหมาะกับงานที่ไป พาหนะที่ไปมันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น สำหรับผมนะ เพราะเราไม่ได้ไปจอดหน้างานแล้วเดินพรมแดง

ผมก็ใช้รถกระบะบ้าง รถเก่าๆ บ้าง ตัวเรามากกว่าที่เป็นใบผ่านทาง ความเป็นอีสานด้วย อย่าลืมว่าพี่ๆ รปภ. เป็นคนอีสานทั้งนั้น เห็นหน้าผม ผมมีที่จอดตลอด รู้สึกว่าตัวเองโชคดี ไม่ได้คิดว่าต้องมีผู้ติดตามเยอะๆ ไม่งั้นดูไม่เป็นซูเปอร์สตาร์

คุณวางตัวกับคนรอบข้างที่พยายามดูแลคุณในฐานะซูเปอร์สตาร์ยังไง

เวลาไปงานอีเวนต์เขาดูแลผมดีมากครับ ผมก็บอกว่า ไม่เป็นไร ผมโอเค ผมขอตรงนี้ได้ไหม ขอสิทธิพิเศษนิดๆ หน่อยๆ แต่ไม่เกินสิ่งที่เราควรจะได้รับ มันเป็นดาบสองคมนะ ผมเคยนิสัยเสียเพราะมีคนยกยอมากเกินไปในบางช่วงชีวิต ตอนเข้าวงการใหม่ๆ เราไม่เคยได้รับสิ่งนี้ ก็หลง แต่หลังๆ ผมเข้าใจแล้วว่า ทำไมทุกคนถึงคอยดูแลเราแบบนั้น ก็มันเป็นหน้าที่ของเขา อยู่ที่ว่าเราเข้าใจและวางตัวอย่างไรเท่านั้นเอง

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

คุณข้ามผ่านช่วงนิสัยเสียมาได้ยังไง

เพื่อนเตือนครับ เราไม่ค่อยรู้ตัวหรอก พอคนมีอำนาจ มีชื่อเสียง ความอดทนก็น้อยลง ขี้หงุดหงิด เริ่มไม่ใช่เวียร์คนเดิม ถ้าเป็นคนที่คอยยกยอเรา เขาไม่เตือนเราแน่ เพราะเขาต้องทำทุกอย่างตามหน้าที่เขา แต่เพื่อนเขารักเรา กล้าบอกเราตรงๆ เวียร์กูว่ามึงแม่งเหี้ยว่ะ มึงเปลี่ยนไป เราก็ค่อยๆ กลับมามองตัวเอง ถึงได้กลับบ้าน (ที่ขอนแก่น) แล้วยังคบเพื่อนอยู่ โชคดีที่ผมคบเพื่อนสมัยเรียน ผมกล้าพูดเลยว่า ผมไม่มีเพื่อนสนิทในวงการบันเทิง

ไม่เจอคนที่เคมีตรงกันเลยเหรอ

ผมเดาว่า ผมชอบอยู่คนเดียวมากกว่า พอมีเพื่อนในวงการบันเทิงแล้วคงต้องมีกิจกรรมบางอย่างที่เรายากจะปฏิเสธ เราก็ขออยู่คนเดียวก็แล้วกัน อาจจะมีกิจกรรมบางอย่างที่ชอบจริงๆ อย่างก๊วนมอเตอร์ไซค์ก็ยังคุยกันบ้าง มีเพื่อนในวงการที่ขี่ด้วยกัน แต่ตอนไปออกทริปไปกับเพื่อนสมัยเรียนมากกว่า

พักบทสนทนาชมดอกไม้ระหว่างทาง

พี่ดูดิโคตรสวยเลย ต้นคูน ช่วงนี้เป็นหน้ามันพอดี ต้นที่ดอกสีเหลืองใหญ่ๆ นี่สุพรรณิการ์ สีม่วงนี่พวกอินทนิล

ตอนนี้คุณอายุสามสิบห้า ถือว่าอยู่ในช่วงไหนของวงการบันเทิง

ช่วงเริ่มครับ เด็กสมัยใหม่เขาเริ่มกันเร็ว วงการบันเทิงยุคนี้เปลี่ยนแปลงไปมากกว่ายุคที่ผมเข้ามาใหม่ๆ ผมเริ่มต้นในยุคนั้น พอวงการเปลี่ยน ผมก็ต้องมาเริ่มต้นใหม่ในยุคนี้ เราอาจจะโชคดีกว่าตรงที่ได้สั่งสมประสบการณ์มาแล้ว เรียนรู้เรื่องต่างๆ มาประมาณหนึ่งแล้ว ไม่ต้องเรียนรู้ใหม่ เอาสิ่งที่เราเรียนรู้มาไปลงกับอาชีพที่เรารักได้แบบเต็มๆ

สิบห้าปีที่ผ่านมาคุณทำมาแล้วทุกอย่าง รางวัลก็ได้มาเยอะแล้ว ยังเหลือความท้าทายอะไรอีก

เยอะครับ ผมรักอาชีพในวงการบันเทิงนะ เกินครึ่งของชีวิตเราอยู่ตรงนี้ ผมเจอใครก็บอกว่าอยากทำเบื้องหลัง อยากทำหนัง อยากทำรายการ อยากเขียนหนังสือ (อ่านบันทึกการเดินทางของเวียร์ได้ที่นี่) เรารู้จักคนมาแล้วทุกวงการ เขาก็พร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุน ทุกคนบอกว่า มึงทำได้ อยู่ที่มึงจะทำหรือเปล่า ตอนนี้ผมเพิ่งเริ่มต้นในสายอาชีพนักแสดง ยังไม่ผันตัวแน่นอน แต่ถ้าเริ่มก็คงเริ่มจากทำบท แล้วก็กำกับ

เราจะได้เห็นคุณทำยูทูบแชนแนลของตัวเองไหม

ผมเพิ่งซื้อกล้องมาเลย อยากทำ Vlog ที่เป็นช่องทางของเรา อยากลองทำดูครับ อยากรู้ว่า หนึ่ง ผมทำได้ไหม สอง ถ้าทำได้แล้วผมชอบหรือเปล่า แค่นั้นเอง ชอบก็ไปต่อ ไม่ชอบก็หยุดทำแล้วไปทำอย่างอื่น เพิ่งถ่ายอีพีแรกไป เป็นเบื้องหลังรายการใน Super Weir ผมถ่ายตัวเองบ้าง ให้ทีมงานถ่ายผมบ้าง ยังไม่รู้จะตัดออกมายังไงดีนะ

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้
เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

คุณมีส่วนร่วมอะไรในรายการ Super Weir บ้าง

หลักๆ เป็นผู้ดำเนินรายการ แต่จะเรียกว่าเป็นตัวละครเอก เป็นเหมือนตัวละครในรายการที่จะพาผู้ชมเดินทางไปจังหวัดต่างๆ ไปเจอคนเจ๋งๆ ที่ทำเพื่อชุมชนของเขา เรื่องราวในรายการทีมงานเขาก็รู้อยู่แล้วว่าผมชอบอะไร อยู่ตรงไหนแล้วดูดี สคริปต์ก็ปรับแก้กันหน้างาน ผมมีส่วนร่วมบ้าง แต่ไม่ได้เข้าไปทำทุกอย่าง

คุณชอบไปเจอคนประมาณไหน

แบบเราครับ แบบที่เจอแล้วได้อะไร เขาสอนเรา บางคนเริ่มจากทำงานเล็กๆ แล้วขยายผลไปเองโดยไม่รู้ตัว ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองนะครับ ผมรู้สึกว่าเจ๋งว่ะ อยากคุยกับเขานานๆ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ดี เราอยากให้มีคนแบบนี้เยอะๆ มันต้องดีมากแน่ๆ เราก็ไปช่วยให้สังคมภายนอกเห็นเขาจากรายการของเรา

มีเทปหนึ่งที่คุณสัมภาษณ์แขกรับเชิญชาวอีสาน คุณก็ดำเนินรายการด้วยภาษาอีสาน

ส่วนใหญ่เวลาคนอีสานเจอผม เขาจะส่งภาษามาเลยครับ คนอีสานรู้สึกว่าคนอีสานทั้งหมดเป็นครอบครัวเดียวกัน ก็ได้เวลาส่งสำเนียงของกันและกันแล้ว ผมชอบคุยแบบนี้นะ ผมเคยเล่นละครที่ต้องพูดอีสานทั้งเรื่องประมาณสองสามเรื่อง บทมาปุ๊บ กูเล่นแน่นอน ตอนนั้นไม่มีพระเอกคนไหนพูดอีสาน มีผมคนเดียว เขียนมาให้กูแน่ๆ (หัวเราะ)

พักบทสนทนาแวะปั๊มน้ำมัน

(ยืนทำธุระ ไม่ได้คุยอะไรกัน)

คุณชินกับการทักทายแฟนๆ ทุกที่ทุกเวลา

ครับ ส่วนใหญ่คนจำผมได้ ใส่หน้ากากก็จำได้ ใส่หมวกยิ่งจำได้ แต่ชินแล้วครับ มีวันหนึ่งผมไปเดินห้าง คนเยอะ คนเข้ามาถ่ายรูปด้วยตลอด ไม่ได้ซื้อของเลย อารมณ์เสีย เพื่อนที่ไปด้วยบอกว่า ถ้ามาเดินห้างแล้วไม่มีใครทักเลย แม่งเหี้ยกว่านี้อีกนะ เออ ก็จริง

ผมว่าเราทำเท่าที่ทำได้ครับ ไม่หลอกตัวเอง เหนื่อยก็คือเหนื่อย บอกเขาตรงๆ ว่า ไม่ไหวแล้ว ขอโทษนะ ถ้าเขาไม่ชอบเราก็คงต้องยอมรับ แต่ถ้าให้ตีหน้าอารมณ์ดีตลอดเวลา ผมทำไม่เป็น

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้
เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

ชอบตัวเองในวัยสามสิบห้าไหม

กำลังดีครับ ยังควบคุมชีวิตตัวเองได้ดี ไม่เหลวเป๋ว ไม่ออกนอกลู่นอกทาง ยังเจอบ้างว่าตัวเองชอบอะไรไม่ชอบอะไร ยังมีความสุขดี ไม่ได้รู้สึกว่าที่ผ่านมามีอะไรผิดพลาดจนแก้ไขไม่ได้ มีทางไปต่อ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นอายุที่มีจุดเปลี่ยนผันอะไร ยังชิลล์ๆ ยังไม่หลงทาง

จุดเปลี่ยนในชีวิตของคุณคืออะไร

จุดแรกน่าจะเป็นช่วงที่ตัดสินใจเข้าวงการเป็นนักแสดง มันคือการเบนเข็มครั้งใหญ่ว่าเราจะเป็นวิศวกรหรือนักแสดง ที่เหลือผมก็มาตามทางเลยครับ เราอยู่ในอาชีพนี้มาสิบห้าปี คำถามที่ว่าเป็นที่ที่เราควรอยู่หรือเปล่าก็ถูกทำให้ชัดเจน คำตอบอาจจะมาจากตอนที่เราเริ่มได้รับการยอมรับจากวงการบันเทิง อาจจะด้วยรางวัล ความชัดเจนในการแสดง ทำให้ผมมั่นใจว่ายืนอยู่ถูกที่ บางทีผมอาจจะไม่ได้เกิดมาเป็นวิศวกร อาจเกิดมาเป็นนักแสดงก็ได้

เคยคิดอยากทำอาชีพวิศวกรไหม

ไม่เคยครับ ทุกวันนี้เพื่อนวิศวกรมาบ่นกับผมตลอด เงินเดือนกูยังไปไม่ถึงไหนเลย หัวหน้าใช้งานกูหนักฉิบหาย อ้าว สรุปว่างานพวกมึงก็แย่เหรอเนี่ย (หัวเราะ) ผมก็แค่เสียดาย วิศวกรเป็นความสำคัญหนึ่งของชีวิตผม ผมยังเชื่อเสมอว่า ที่ผมอยู่ในวงการมาได้สิบห้าปี เพราะผมเรียนวิศวกร มันสอนผมมากเรื่องการลำดับความสำคัญในการใช้ชีวิต การทำงาน การบริหารความเสี่ยง ทำให้ชีวิตผมค่อนข้างที่จะมีลำดับ หนึ่ง สอง อันไหนสำคัญมาก สำคัญน้อย ก่อนออกจากบ้านผมจะคิดว่าวันนี้ต้องทำอะไรบ้างก่อนหลังเป๊ะๆ

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

คุณเคยให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่ยอมจัดการริ้วรอยบนใบหน้าด้วยการฉีดโบท็อกซ์

ยังไม่เคยไปจิ้มเลยครับ มันเป็นความเชื่อของผมคนเดียวนะ ซึ่งคนอื่นไม่เห็นด้วย เขาบอกว่าตาตกนะ หน้าผากย่นเป็นหมาแล้วนะมึง ขมวดคิ้วทีขึ้นมาสามเส้นแล้ว ผมก็ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละ ผมไม่ได้ถึงขั้นแอนตี้ศัลยกรรม ผมยังบำรุงผิวด้วยการมาสก์ นวดวิตามินเข้าไปในรูขุมขน เพียงแต่รู้สึกว่าริ้วรอยก็ปล่อยให้มันเป็นไปเถอะ ไม่แน่นะอีกห้าปีสิบปีผมอาจจะทำก็ได้ แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่าภูมิใจกับมัน ถ้าถึงเวลาแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปแข่งกับมันก็ได้ แต่ก็ไม่แน่นะ เขาอาจจะไม่จ้างผมเป็นพระเอกแล้ว หน้ามึงแก่เกินวัย (หัวเราะ)

เพื่อนๆ คุณเริ่มมีลูกกันแล้ว คุณคิดเรื่องมีครอบครัวหรือยัง

คิดตั้งแต่เข้าสามสิบแล้วครับ เพื่อนๆ ผมเริ่มมีลูกตั้งแต่ยี่สิบเจ็ด ยี่สิบแปด บางทีอาชีพเราอาจจะไม่ต้องรีบ เราไม่ได้มองแค่ตัวเราคนเดียว แต่มองเรื่องการทำงานของเราด้วย เมื่อก่อนถ้าดารามีลูกมีเมีย หรือมีผัวมีลูก การทำงานก็จะโดนลดทอนลง แต่ปัจจุบันเขาให้โอกาส ถ้าคุณมีความสามารถก็เล่นบทพระเอกนางเอกได้ ผมก็ต้องรีบมองรีบคุยแล้วล่ะว่าจะเริ่ม ผมคิดตลอดครับว่าอยากมีครอบครัว

คุณนึกภาพตัวเองตอนเลี้ยงลูกไว้แบบไหน

คงสบายๆ มั้งครับ ผมอาจจะกลายเป็นคนที่อยู่บ้านเลี้ยงลูกด้วยซ้ำ เราอาจจะชอบแบบนั้น

จะเลี้ยงลูกให้ใกล้ชิดธรรมชาติแบบ น้ำ รพีภัทร ไหม

ฟีลนั้นแหละครับ แน่นอน แต่เราทำเท่าที่พอสมควร ไม่สุดโต่ง เราเชื่อว่าลูกเราก็คงไม่ไกลเราหรอก สิ่งที่เขาชอบคงไม่ห่างจากเรามาก แต่สุดท้ายก็แล้วแต่เขาเลย เราไม่ได้บังคับ เพราะเราก็ไม่ได้โดนบังคับ พ่อไม่ได้บอกว่าไปสวนด้วยกันนะลูก แต่เราโดดขึ้นรถไปเอง รู้สึกอินไปเอง เราคงต้องสังเกตว่าเขาชอบอะไร แล้วสนับสนุนเขา ยุคนั้นไม่รู้ว่าคนยังทำอาชีพแบบที่ผมทำไหม อาชีพฮิตอาจจะไม่ใช่หมอ วิศวกร แล้วก็ได้

ตอนนี้เราถึงไหนกันแล้ว

ใกล้แล้วครับ เรามุ่งหน้าไปที่เขื่อนขุนด่านปราการชล ฝั่งซ้ายคือเขตของโรงเรียนนายร้อย จปร. ข้างหน้าเป็นเขาใหญ่ ทางขวาเรียกว่าหินตั้ง เป็นส่วนที่อากาศดีที่สุดในนครนายก ที่ของผมอยู่ฝั่งนี้ มันอยู่ในธรรมชาติ แต่ก็ไม่ได้ลำบากมาก ยังมีความเจริญอยู่

ปกติคุณกลับบ้านกี่โมง

สักสองสามทุ่ม เพื่อไม่ให้รถติดขากลับ ไม่ก็นอนแล้วกลับอีกวันตอนสายๆ จากบ้านผมมาชั่วโมงครึ่ง ไปกลับสามชั่วโมง กำลังดี ถือว่าใกล้มากเมื่อเทียบกับการออกมาพักในธรรมชาติ แต่เดี๋ยว กลับบ้านนี่หมายถึงบ้านไหนนะ เพราะมันก็บ้านผมทั้งสองที่ (หัวเราะ)

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ เปิดบ้านกลางสวนป่าที่นครนายก วันที่เขาบ้าปลูกต้นไม้

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Cloud of Thoughts

บทสัมภาษณ์ขนาดยาวว่าด้วยเรื่องราวชีวิตและความคิดอันมีพลัง

“เราไม่เคยรู้ความหมายทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ในภาพวาดพวกนี้มาก่อน ครั้งแรกที่ได้ยินก็น้ำตาซึมเลย”

‘พลอย’ หญิงสาวร่างกายซูบผอมแต่แววตาประกายไปด้วยความตื้นตันพูดกับเรา ขณะมองไปที่สามีที่กำลังถ่ายรูปคู่กับคอลเลกชันศิลปะอยู่ที่ระเบียง

“ครั้งนี้ก็เหมือนกัน”

น้ำตาของพลอยรื้นขึ้นและหันมายิ้ม เมื่อรู้ว่าการสัมภาษณ์ในวันนี้กำลังจะจบลง หลังจากได้ขุดความรู้สึกเบื้องลึกของตัวเองมาเล่าให้เราฟังในวันนี้ด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ซึ่งเรารู้ว่าสำหรับเธอไม่ใช่เรื่องง่าย

ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ชั่วโมงก่อน พลอยไม่ได้อยู่ที่นี่ เราเดินทางมาเพื่อพบกับสามีของเธอ ต้นตอของแรงบันดาลใจครั้งใหญ่ที่ทำให้คนไม่กล้าเขียนหนังสืออย่างเราลุกขึ้นมาอาสาเขียนเรื่องนี้ หลังจากพบชื่อของเขาเป็นหนึ่งในศิลปินจาก Bangkok Illustration Fair (BKKIF) อีเวนต์ใหญ่รายปีที่รวบรวมศิลปินมาจัดแสดงผลงาน และเรื่องราวของเขาก็ทำให้เราต้องลุกไปเสิร์ชกูเกิลว่า ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก คือใครกันแน่ 

ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้วาด ‘สาวอ้วนไร้คอ’ จากภรรยาที่ป่วยหัวใจรั่วกับไทรอยด์

เขาคือเจ้าของผลงานสาวอ้วนไม่มีคอกำลังทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยสีสันสดใส มีร่องรอยความน่ารักปนหยอกล้อให้เห็นแล้วอมยิ้ม แต่ว่าเบื้องหลังที่เขาได้เล่าในงาน BKKIF คือการป่วยโรคไทรอยด์และหัวใจรั่วของพลอยที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปอย่างสิ้นเชิง จนออกมาเป็นงานศิลปะที่ตรงกันข้ามกับเรื่องจริงเพื่อเยียวยาตนเองกับครอบครัว ที่สำคัญคือมันได้ผล จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนมากมายถึงขนาดมีคนตีตั๋วเดินทางมาเพื่อขอจับมือเขาแน่น ๆ และกล่าวขอบคุณด้วยตัวเอง

ขณะที่เรากำลังทบทวนข้อมูลเหล่านี้ (ซึ่งเป็นข้อมูลเดียวที่หาได้) คุณชัชวาลย์ก็ได้เชิญเราเข้าไปนั่งพูดคุยในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยบอร์ดเกม ฟิกเกอร์โมเดล หนังสือการ์ตูน มีแบกกราวน์เป็นเพลง City Pop เปิดคลอไปตลอดการสัมภาษณ์ โดยเขาเรียกแทนตัวเองว่า ‘ชัด’ และเล่าว่าภรรยากำลังออกไปรับลูกทั้งสองคนจากโรงเรียน 

จากข้อมูลเพียงน้อยนิดในอินเทอร์เน็ต เชื่อว่าคงไม่มีใครรู้จักผู้ชายคนนี้ถึงแก่นแท้มากนัก เราจึงขอเริ่มจากการย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นเสียหน่อย ระหว่างรอเจ้าหญิงของเรื่องนี้กลับมา

ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้วาด ‘สาวอ้วนไร้คอ’ จากภรรยาที่ป่วยหัวใจรั่วกับไทรอยด์

นี่มันเด็กชัดๆ

ชัดโตมาในครอบครัวใหญ่ที่อยู่ร่วมกับพี่น้องนับสิบคน แต่เขาจะสนิทกับพี่ชายที่ชอบศิลปะเหมือนกัน และมักจะแข่งกันวาดรูปเหมือนจากการ์ตูนเรื่องโปรดอย่าง ดราก้อนบอล หรือ เซนต์เซย์ย่า ส่วนตอนอยู่โรงเรียนก็จะวาดรูปในสมุด หาเงินได้หลายสิบบาทจากการออกแบบเกมตารางง่าย ๆ และขายการ์ดให้เพื่อน ภายใต้กฎเกณฑ์ที่เด็กประถมจินตนาการสูงคนหนึ่งตั้งขึ้นมาเอง

แต่ครั้งแรกที่ชัดรู้ว่าตัวเองอยากเป็นนักออกแบบคาแรกเตอร์ดีไซน์ ก็คือตอนที่เล่นเกมแล้วไปเจอกับ Slime แสนน่ารัก (เขาชี้ให้ดูฟิกเกอร์ Slime ยิ้มแฉ่งที่อยู่บนชั้นวาง)

ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้วาด ‘สาวอ้วนไร้คอ’ จากภรรยาที่ป่วยหัวใจรั่วกับไทรอยด์

“ผมเล่นเกม Dragon Quest ของ อาจารย์อากิระ โทริยามะ แล้วเขาวาดมอนสเตอร์น่ารักมาก ผมเป็นคนชอบอะไรน่ารัก ตอนเด็กก็คิดเลยว่าอยากออกแบบมอนสเตอร์ อยากเป็นคนออกแบบคาแรกเตอร์ดีไซน์ แต่ยังไม่รู้หรอกนะว่าหนทางที่จะไปสู่อาชีพนี้คืออะไร

“ตอนมีคนมาถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ก็ยังตอบไม่ได้ ไม่เคยมีใครปลูกฝังเราว่าควรจะเป็นอะไร ผมว่าศิลปะมันสนุก แต่เวลาเราเรียนเราก็ไม่ค่อยได้อินกับมัน สมัยนั้นก็สงสัยว่าทำไมคลาสเรียนศิลปะถึงได้น้อยจัง ตั้งแต่เรียนมาจนจบ ม.6 คิดว่ามีไม่เกิน 5 คลาสเลยมั้ง มันน้อยมากจนไม่ได้มีเวลาให้เราอย่างจริงจังทั้ง ๆ ที่เราอยากวาด จนมีอาจารย์มาบอกว่า ชอบวาดการ์ตูนก็ไปเรียนศิลปะสิ แค่นี้ก็เลยไปเรียนศิลปะ ง่าย ๆ เลย”

ด้วยความเป็นเด็กที่ยังไม่เห็นภาพอนาคต แต่รู้ว่าชอบศิลปะ ชัดจึงไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะศิลปกรรมศาสตร์ วัน ๆ อยู่กับน้ำมันสน สีน้ำมัน สีอะคริลิก และ Drawing แต่ว่าอยู่ไปสักพักก็เกิดคำถามจากคุณพ่อ ว่าหลังจากเรียนจบจะไปทำอะไรกิน ซึ่งเขาเองก็สงสัยเหมือนกัน

“ในสมัยนั้นมันเป็นไปได้ยากมาก มันยังไม่มี Collector แล้วก็ยังไม่มีคอมมูนิตี้งานศิลปะให้คนได้มาพบเจอกัน เดี๋ยวนี้คนอายุ 30 ต้น ๆ เขาก็เริ่มสะสมกันแล้วใช่ไหม สมัยผมมันไม่มีแบบนั้น วัน ๆ ผมก็แบกกระดาน แบกสีไปนั่งเพนต์ ปั้น ปั้น แล้วก็ปั้น ตัวเลอะเทอะ แล้วก็ดูเหมือนไม่มีอะไรเลย”

การเจรจากับคุณพ่อจบลงที่มาเจอคนละครึ่งทาง ชัดย้ายมาเรียนต่อที่สาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เพราะว่านอกจากศิลปะแล้ว ยังได้เรียน Business ด้วย กระบวนการคิดแบบเด็ก ๆ ของเขาจึงจบลงเพียงแค่นั้น ต่อไปนี้คือหนทางของจริงที่ศิลปินทุกคนต้องตามล่าหาทางออกว่าจะสร้างเม็ดเงินจากมันได้อย่างไร 

“สิ่งที่ได้เรียนรู้เพิ่มมาเลยคือ Design for Communication และเป็น Designed for Business ในเส้นทางนี้อย่างน้อยก็รู้ว่าจะมีคนจ้างผมเพราะอะไร”

ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้วาด ‘สาวอ้วนไร้คอ’ จากภรรยาที่ป่วยหัวใจรั่วกับไทรอยด์
ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้วาด ‘สาวอ้วนไร้คอ’ จากภรรยาที่ป่วยหัวใจรั่วกับไทรอยด์

ภาพที่ไม่ชัด

ชัดสามารถวาดงานสไตล์ใดก็ได้จากการดูตัวอย่างเพียงครั้งเดียว และมีพลังเหลือล้น (เขาเรียกตัวเองในสมัยนั้นว่า ‘อีโมจังวะ’) เพราะทุกงานที่ทำต้องมาจากดินสอจริง สีจริง กระดาษจริง และต้องใส่รายละเอียดเยอะ ๆ แบบบ้าพลังลงไป

“เรียกได้ว่าตอนนั้นอีโมมาก ๆ จะค่อนข้างแอนตี้พวก Digital Painting เลย งานมันต้องใช้ดินสอ มันต้องใช้มือสิวะ คิดแบบนั้น แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงที่กำลังตามหาตัวเอง ผลงานเลยมีหลายสไตล์มาก คือให้ทำแนวไหนผมทำได้หมดเลย แต่ไม่ได้เข้าใจว่ามันเป็นยังไง”

ชัดเปิดผลงานที่วาดด้วยดินสอให้เราดู รายละเอียดยิบย่อยที่ต้องเพ่งมองถึงจะเห็นทำให้เราทึ่ง นอกจากสงสัยว่าเหลาดินสอหมดไปกี่แท่ง ยังสงสัยว่างานเหล่านี้จะเล่าอะไร ชัดบอกว่าตัวเขาตอนนั้นยังไม่ได้คิดว่าศิลปะจะสะท้อนอะไร แต่ถ้าวันนี้มองย้อนกลับไปก็จะพบว่างานมันสะท้อนตัวตน ความคิด บุคลิก ของตัวศิลปินในช่วงเวลาต่าง ๆ ได้ชัดเจนมาก อย่างเช่นการวาดทุกอย่าง การใช้สีได้ทุกเฉด บอกได้ว่าเขาในวัย 20 ต้นๆ ยังเห็นตัวตนไม่ชัดเจนนัก 

อย่างไรก็ตาม ฝีมือโดดเด่นชนิดหาตัวจับยาก ทำให้ผลงานทีสิสคาแรกเตอร์ดีไซน์ของเขา ซึ่งเป็นชุดแรกในมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ไปเตะตาจนอาจารย์ชักชวนไปทำงานด้วย รวมถึงแตะหัวใจของพลอยซึ่งเป็นรุ่นน้องโดยที่เขาไม่รู้ตัว ทั้งคู่คบหากันตั้งแต่ตอนเรียน กระทั่งจดทะเบียนสมรสและอยู่เป็นคู่ชีวิตด้วยกันมาตั้งแต่วันนั้น

พลอยกลับมาถึงพอดีพร้อมกับพยานรักตัวจ้อยอีก 2 คน ที่ย้ำเตือนว่าเรื่องราวเหล่านั้นผ่านมาเป็นเวลานานแล้ว เสียงเด็ก ๆ ตะโกนโห่ร้องอย่างตื่นเต้นเมื่อพบว่ามีแขกมาที่บ้าน ชัดต้องหยุดการพูดคุยกับเราไปสักพักเพื่อช่วยพลอยปรามลูก ๆ เป็นภาพน่าเอ็นดูจนอดถามไปไม่ได้ว่า “แต่งงานกันมากี่ปีแล้วคะ”

“เราแต่งงานกันมากี่ปีแล้วนะคุณ” ชัดตะโกนถามพลอยที่อยู่ในครัว “20 แล้วไหม”

“ไม่ถึง!” พลอยชะโงกหน้ามาตอบ “แต่ถ้านับตั้งแต่อยู่ด้วยกันก็ 20 ปีมาแล้วแหละ”

ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้วาด ‘สาวอ้วนไร้คอ’ จากภรรยาที่ป่วยหัวใจรั่วกับไทรอยด์

หลังเรียนจบ ชัดเข้าไปทำงานในบริษัทตามคำชวน โดยไม่รู้มาก่อนว่าที่นั่นทำงานเกี่ยวกับ Production ภาพเคลื่อนไหว เด็กนิเทศศิลป์ผู้บ้าคลั่งคนนี้เลยวางดินสอแล้วมาจับเม้าส์หัดทำ After Effect กับ Final Cut Pro แบบงง ๆ เหมือนคนหลงทางเข้าไป

“ผมอยู่ที่นั่นตั้งแต่ทำอะไรไม่เป็นจนกลายเป็นผู้กำกับ ช่วงนั้นเลิกวาดรูปไปเลย แทบไม่ได้แตะ วัน ๆ เอาแต่ทำหนังส่งประกวด คุยกับลูกค้า วนอยู่แบบนี้ ไม่รู้หลงไปได้ยังไง”

“หลงไปนานแค่ไหนคะ”

“15 ปี”

โอเค นั่นดูเป็นการหลงทางที่ค่อนข้างไกล (แถมลึกด้วยแหละ) 

ภาพในตอนนั้นคงยังไม่ชัดเท่าไหร่ว่าเขากลับมาเป็นศิลปินได้ยังไง ซึ่งเรากำลังจะเล่าส่วนที่สำคัญที่สุดในบทความนี้ต่อด้านล่าง

ความชัดเจน

เราพบว่าผู้ชายคนนี้เลิกวาดรูปมาแล้ว 15 ปี เคยทำงานมาแล้ว 4 ที่ เคยเป็นผู้กำกับ เป็น Art Director และปัจจุบันเป็น Producer กับ Creative ทำหนังและโฆษณามาแล้วมากมาย ประสบการณ์ทั้งหมดยืนยันว่า เขาเป็นตัวเจ๋งของวงการนี้อยู่เหมือนกัน ซึ่งนั่นดูห่างไกลจากการเป็นศิลปินมากกว่าที่เราคิดไว้ในตอนแรก

แต่ทุกอย่างที่กำลังไหลไปตามเวลา กลับสะดุดลงในตอนเขาทำงานช่วงปีที่ 7

เมื่อลูกคนแรกลืมตาดูโลก

“สิ่งแรกที่ผมทำตอนผมมีลูกคือ ลาออกจากบริษัท”

นั่นฟังดูบ้าบิ่นมากพอสมควร ในขณะที่หลายคนตั้งเป้าถึงความมั่นคงในชีวิตและเงินทองเมื่อกำลังจะมีลูก แต่เขากลับทำสิ่งที่ตรงกันข้ามด้วยการลาออก ชัดเห็นอะไรที่ ‘ชัดเจน’ กว่านั้น เมื่อการเป็นพ่อคนทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาว่า เขาจะต้องสอนเด็ก ๆ เหล่านี้ และเขาดีพอจะสอนหรือยัง

“ผมเป็นคนที่ทำเพื่อบริษัทมาก จนบางครั้งมันไม่ได้ถูกต้องในความคิดของผม ผมทำสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ชอบนัก พอมีลูก ความคิดแรกก็คือ เราอยากบอกลูกได้เต็มปากว่า ลูกสามารถใช้ชีวิตอย่างที่ลูกเชื่อ แล้วถ้าหากว่าผมยังทำไม่ได้ ผมจะบอกเขาได้ยังไงว่าชีวิตเป็นของลูกนะ”

ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้วาด ‘สาวอ้วนไร้คอ’ จากภรรยาที่ป่วยหัวใจรั่วกับไทรอยด์

ชัดมองเห็นปัญหาหลาย ๆ อย่างในวงการ Production ทั้งราคาค่าแรงที่ต่ำลงสวนทางกับประสบการณ์ และวงการที่เสื่อมถอย เขาจึงไม่ทนกับสิ่งนี้อีกต่อไป เขาลาออกมาเพื่อตั้งบริษัทของตัวเองที่มีนโยบายค่าใช้จ่ายสมเหตุสมผล อะไรที่ไม่เมกเซ้นหรือทำร้ายคนทำงานก็จะไม่ทำเลย ถึงแม้ลูกค้าจะหายไปเป็นโหล จาก 30 เจ้า เหลือเพียง 2 เจ้า

เป็นก้าวเดินที่ขมขื่นแต่ไม่ฝืนใจ ชัดมีความสุขกับการได้เลือกเส้นทางใหม่ได้ไม่นาน ก็เกิดสถานการณ์โควิด จนทำให้งาน Production ทุกอย่างหยุดชะงัก ออกกองไม่ได้ งานหายวับไปกับตา และเขาก็ต้องกลับมาอยู่บ้านโดยไม่รู้จะเอาอย่างไรต่อ

“ทำไมไม่วาดรูปล่ะ” นั่นคือคำถามของพลอย 

ชัดตอบไปว่าไม่รู้จะเริ่มอย่างไร เมื่อมันห่างหายมานานมากแล้ว ถ้าหากกลับไปเป็นศิลปินก็ยังไม่รู้จะขายให้ใคร วาดจะให้ใครดู และอีกอย่างเขาคิดว่าสไตล์ของเขาไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบันแล้ว แต่ภรรยาก็ยังยืนยันที่จะให้เขาวาดรูป พร้อมกับเผยความในใจที่ไม่เคยบอกตั้งแต่แรกว่า

“รู้ไหม ฉันชอบเธอเพราะว่าเธอวาดรูปเก่งมาก เธอเป็นคนที่เท่และมีพรสวรรค์มากเลยนะ”

เพียงประโยคนั้นเอ่ยออกมา ดวงไฟเล็ก ๆ ก็ถูกจุดขึ้น พวกเขาคงไม่รู้ว่าทุกสิ่งจะเปลี่ยนไปตลอดกาล เพราะการกลับมาจับปากกาในครั้งนี้ 

ชัดได้มีเวลาตกตะกอนสิ่งที่เจอมาทั้งชีวิตและทำโปรเจกต์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำ จนเริ่มมีผู้ติดตามผลงานมากขึ้น เขาได้เข้าร่วม BKKIF ในปี 2021 ทุกอย่างเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดีเพราะเสียงเชียร์จากภรรยาที่คอยให้กำลังใจ

จนกระทั่งวันที่พลอยล้มลง

ต้นปี 2022 พลอยเริ่มมีอาการอ่อนเพลีย มือสั่น หัวใจเต้นแรง เหนื่อยหอบ และน้ำหนักของเธอก็ลดลงเรื่อย ๆ อย่างรวดเร็ว ในตอนแรกเธอไม่ได้ไปหาหมอเพราะคิดว่าเป็นผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน และที่สำคัญคือไม่มีคนดูแลลูก ๆ จนกระทั่งเดือนพฤษภาคม เธอเข้า ICU พร้อมกับหัวใจที่เต้นถึง 150 ครั้งต่อนาที จนคุณหมอบอกว่า รู้ไหมว่าคุณอาจตายได้เลยนะ

พลอยตรวจพบโรคเกรฟ (Graves’ Disease) ชื่อเรียกภาษาไทยคือ คอพอกตาโปนหรือไทรอยด์เป็นพิษ และเจอโรค WPW Syndrome (Wolff-Parkinson-White Syndrome) เมื่อเธอเป็นพร้อมกันทั้ง 2 โรค ก็ส่งผลให้มีรูรั่วในหัวใจเพิ่มขึ้นมากถึง 4 – 5 รูจากอาการน้ำท่วมปอด อาการนั้นรุนแรงจนเธอยืนไม่ได้ ไม่มีแรงแม้กระทั่งเปิดขวดน้ำ และที่แย่ที่สุดคือเธออุ้มลูกไม่ได้

นอกจากสุขภายกายแล้ว สุขภาพจิตของพลอยก็ย่ำแย่ตามไปด้วย เธอเริ่มรู้สึกเป็นตัวถ่วงและอยากให้สามีออกไปทำงาน หาแรงบันดาลใจวาดรูป แทนที่จะต้องมาตัวติดอยู่กับเธอ ชัดรู้ดีกว่าเขาทำอย่างนั้นไม่ได้ และคิดหาวิธีที่จะทำอย่างไรให้ทุกคนผ่านสถานการณ์นี้ไป จนวันหนึ่งอยู่ ๆ ประโยคที่พลอยเคยพูดเมื่อสิบกว่าปีก่อนก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า เธอก็วาดทุกอย่าง ยกเว้นฉัน

ศิลปินหนุ่มดีดนิ้วดังเป๊าะ

“ถ้าหากผมวาดคุณ คุณก็ไม่ต้องไล่ผมไปหาแรงบันดาลใจวาดรูป เอาล่ะ งาน BKKIF ปีนี้ผมจะวาดคุณนี่แหละ คุณจะเป็น Reference ที่ผมจะได้เจอทุกวัน มองทุกวัน คุยทุกวัน เพราะผมมีแต่คุณนี่ไง มันชัดเจนแล้ว”

ชีวิตของ ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้โอบกอดครอบครัวด้วยศิลปะ Collection : Chubby Era จากงาน BKKIF 2022

ชัชวาลย์ และ พลอยไพรำ

คืนหนึ่ง ชัดเรียกพลอยเข้าไปดูอะไรบ้างอย่าง

“นี่ฉันอ้วนขนาดนี้เลยหรอ!”

พลอยอุทานกับรูปหญิงสาวตัวอ้วนจ้ำม่ำ ใส่ชุดว่ายน้ำ อวดแขนขาใหญ่ ๆ และไม่มีคอ กำลังอาบน้ำใต้ฝักบัวในชุดแดงสีสดใส 

“มันก็ต้องอ้วนแบบนี้แหละ! จะได้หมายความว่าคุณหายป่วยแล้วไง”

นั่นเป็นครั้งแรกที่ผลงาน Collection : Chubby Era ถือกำเนิดขึ้น มันเป็นวันธรรมดา ๆ หลังกลับมาจากกิจกรรมว่ายน้ำเล่นของครอบครัว ชัดลงมือวาดรูปภรรยาของเขา และหลังจากนั้น Chubby Era ก็ถ่ายถอดเรื่องราวของสาวอ้วนไร้คอ กำลังทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างน่ารักและมีความสุขออกมาเรื่อย ๆ โดยเรียกเสียงหัวเราะของพลอยได้ในทุกครั้งที่เขาเปิดภาพให้เธอดู 

ชีวิตของ ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้โอบกอดครอบครัวด้วยศิลปะ Collection : Chubby Era จากงาน BKKIF 2022
ชีวิตของ ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้โอบกอดครอบครัวด้วยศิลปะ Collection : Chubby Era จากงาน BKKIF 2022

ชัดใช้ Space ในผลงานมากขึ้นเริ่ม มีตำแหน่งจัดวางที่ชัดเจนมากขึ้น มีที่ให้สีได้เฉิดฉายมากขึ้นใน Collection เขาค้นพบความเรียบง่ายเหล่านี้จากตอนมีลูก ว่าแท้จริงแล้วชีวิตมันโคตรจะธรรมดา 

“งานของผมโดนนำเสนอออกมาในแบบที่เรียบมาก ๆ มีคนมาดูแล้วบอกว่า งานของคุณเหมือนงานของคนที่โตแล้ว เมื่อก่อนที่งานผมดีเทลเยอะมาก ๆ ตอนนี้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ เพราะชีวิตมีอะไรให้ต้องทำเยอะแยะ เอาง่าย ๆ ถ้าลูกร้องไห้อยากอ่านหนังสือ ผมก็ต้องไปอ่านหนังสือ จะมามัวนั่งผสมสีอะคริลิกทิ้งไว้ แล้วกลับมาผสมไม่ได้สีเดิมก็ไม่ได้ไง ยิ่งพอมาเป็นคอลเลกชันนี้ ผมยิ่งเข้าใจตัวเองมากขึ้น”

สาเหตุที่ Chubby era ต้องอ้วน ก็เพราะเขาหวังว่าภรรยาจะกลับมากินอิ่ม นอนหลับ สุขภาพแข็งแรง ซึ่งหมายความว่ายารักษาจะได้ผล และการที่ไม่มีคอ นั่นหมายถึงอยากให้โรคไทรอยด์นี้หายไป และกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องราวธรรมดา นั่นคือความปรารถนาสูงสุดที่เขาอยากเห็น

ทั่งคู่ได้นั่งพูดคุยกันมากขึ้น รู้จักกันมากขึ้น พลอยเป็นคนเลือกสี ชัดเป็นคนวาด พลอยเป็นต้นเรื่อง ชัดเป็นคนเล่า น้ำหนักของเธอเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ เรี่ยวแรงเริ่มกลับมา และหัวเราะบ่อยขึ้น ศิลปะได้เชื่อมโยงทั้งคู่เข้าด้วยกัน 

“ผมอยากให้ภรรยาแฮปปี้ แข็งแรง และมีความสุข มันสำคัญมากเพราะเราต้องคอยเลี้ยงอารมณ์เขา ต้องคอยอยู่กับเขาตลอดเวลา เรื่องทรวดทรงผอม ๆ สวย ๆ พอมาเป็นคู่ชีวิตกันแล้ว ผมมองว่าสิ่งนี้ไม่ได้สำคัญเลย ผมเป็นสามีที่อยากให้ภรรยาของตัวเองอ้วนขึ้น เพราะนั่นหมายถึงเขาจะกลับมาแข็งแรง
“บางรูปเขาก็ถามว่า นี่ฉันต้องขาใหญ่ขนาดนี้เลยหรอ ผมก็บอกว่าให้มันอ้วนแบบนี้เลย กระโดดลงไปในน้ำ น้ำหมดบ่อเลย วาดเขาเป็นโมนาลิซ่าบ้าง วีนัสบ้าง ผมตั้งใจบอกเขาว่า คุณเป็น Reference ของผมเลยนะ สิ่งสำคัญคือคุณต้องอยู่นะ ถ้าหากว่าไม่มีคุณอยู่ ผมนึกไม่ออกเลยว่าชีวิตจะเป็นยังไง”

ชีวิตของ ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้โอบกอดครอบครัวด้วยศิลปะ Collection : Chubby Era จากงาน BKKIF 2022

หลังจากผลงานชุดนี้ได้ไปแสดงที่ BKKIF 2022 เรื่องราวของทั่งคู่ก็ถูกเล่าออกไป และคงไม่ใช่แค่เราที่อยากมาพบพวกเขาและดูผลงานชุดนี้ด้วยตาตัวเองชัด ๆ คนอีกมากมายก็มาด้วยจุดประสงค์เดียวกัน

“ในงานวันสุดท้าย มีคนมายืนจับมือ ตัวแข็งมองหน้าผม บอกว่าขอบคุณมากพี่! ผมก็ตกใจ เขาเล่าว่า น้องผมเป็นผู้ป่วยติดเตียงและได้อ่านเรื่องของพี่ เขาบอกว่าเขาไหวแล้ว ขอบคุณมากนะพี่ ผมตั้งใจจะมาที่นี่เพื่อบอกแค่นี้ 

“มันมีความหมายกับผมมาก คนดูงานของเราแล้วต้องได้อะไรกลับไป แค่นี้ก็เป็นงานศิลปะอย่างที่ควรจะเป็นแล้ว ผมคิดเสมอว่าศิลปินทำงานให้ตายยังไงมันก็เสร็จแค่ 80 เปอร์เซ็นต์ อีก 20 เปอร์เซ็นต์ คือมีคนมาดู ขอบคุณที่ทำให้งานของผมสมบูรณ์ ทำให้ผมกลับมารู้สึกเชื่อมั่นอีกครั้ง ว่าเราสร้างงานไปแล้วมันให้อะไรกับผู้คน ทำให้ผมกลับมาศรัทธาต่อศิลปะ

“ตอนนี้ชัดเจนกับตัวเองมากขึ้นแล้ว บอกลูกได้แล้วว่าปะป๊าเป็นศิลปิน ลูกอยากเป็นอะไรก็เป็นได้นะ อยากทำอะไรแบบที่เชื่อก็ทำนะ มันไม่เป็นไรหรอก”

ชัดกล่าวพร้อมกับมองลูก ๆ ทั้งสองคนที่วิ่งเล่นอยู่ไม่ห่าง 

และเราเชื่อว่า เขาสามารถทำอย่างนั้นอย่างที่พูดมาจริง ๆ

ชีวิตของ ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้โอบกอดครอบครัวด้วยศิลปะ Collection : Chubby Era จากงาน BKKIF 2022
ชีวิตของ ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้โอบกอดครอบครัวด้วยศิลปะ Collection : Chubby Era จากงาน BKKIF 2022

เรากับพลอยยืนมองชัชวาลย์ถ่ายรูปกับตากล้องอยู่ที่ระเบียงหลังการสัมภาษณ์อันยาวนานจบลง เราถามความรู้สึกถึงเรื่องที่ได้ฟังในวันนี้

“มันทำให้เรามีกำลังใจอยากกลับมาแข็งแรง จากตอนนั้นที่ยืนแทบไม่ได้เลย กลับมีแรงฮึดให้ครอบครัว เราเห็นเขาวาดรูปกำลังไปด้วยดี เลยอยากกลับมาแข็งแรงตามรูปที่เขาวาด 

“เรารู้มาตลอดว่าเขาชอบวาดรูป ทุกครั้งที่เห็นเขาวาดเราจะมีความสุข เพราะเขาจะสุขภาพจิตดีแตกต่างจากงานตอนทำงาน การวาดรูปทำให้เห็นรอยยิ้มเขาเยอะมากกว่า เราดีใจมากที่เห็นเขากลับมาวาดอีกครั้ง”

แววตาของเธอดูทั้งภูมิใจและอ่อนไหวในเวลาเดียวกันขณะมองไปที่สามี เธอบอกว่าเธอจะร้องไห้ง่ายกว่าปกติสักหน่อยเพราะโรคไทรอยด์ ซึ่งเราเข้าใจว่าถึงจะไม่ได้ป่วย แต่ถ้าได้ฟังคำพูดเหล่านั้น เราเองก็คงกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เช่นกัน

เราถามว่าแล้วจริง ๆ พลอยรู้สึกยังไงกับ Chubby Era เธอเงียบไปชั่วครู่

“เราไม่เคยรู้ความหมายทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ในภาพวาดพวกนี้มาก่อน ว่าทำไมถึงไม่มีคอ ทำไมถึงอ้วน จนมารู้ในงาน BKKIF นี่แหละ ครั้งแรกที่ได้ยินก็น้ำตาซึมเลย”

เราเห็นหยาดน้ำตาเล็ก ๆ ที่หางตาของเธอ

“ครั้งนี้ก็เหมือนกัน”

สุดท้ายแล้ว นี่อาจไม่ใช่เรื่องราวของศิลปะบำบัดผู้ป่วย 

ไม่ใช่เรื่องราวของศิลปินที่หลงทางไปเป็นผู้กำกับ

แต่เป็นเรื่องราวความรักระหว่าง ชัชวาลย์ และ พลอยไพรำ 

ที่มีเราและนักอ่านทั้งหลายเป็นพยาน

ชีวิตของ ชัชวาลย์ กลีบลำเจียก ศิลปินผู้โอบกอดครอบครัวด้วยศิลปะ Collection : Chubby Era จากงาน BKKIF 2022

ติดตามผลงานได้ที่ Instagram : chatotsad

Writer

วรัมพร ศิริสวัสดิ์

Creative Video ที่จบภาพยนตร์ แต่อยากเขียนหนังสือ เป็นมือใหม่หัดวาด เก่งศาสตร์ฝันกลางวันและมีดวงจันทร์เป็นรอยสักกับนามปากกา

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load