หากเราเงยหน้ามองโปสการ์ด จดหมาย และซองเก่าคร่ำคร่าที่ประดับผนังนิทรรศการ จะเห็นว่าทุกชิ้นเต็มไปด้วยลายมือหวัดๆ และรอยประทับซีดจางบนกระดาษ แต่นั่นคือสิ่งที่ กฤชทิพย์ ศิริรัตนธำรงค์ เรียกว่า “หลักฐานที่มีชีวิต” เพราะมันไม่ใช่แค่กระดาษเก่า แต่คือหน้าประวัติศาสตร์ของ B.Grimm ห้างฝรั่งที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย

B.Grimm เริ่มต้นจากร้านขายยาริมแม่น้ำ
B.Grimm ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2421 โดยชาวยุโรป 2 คน คือ คุณแบร์นฮาร์ด กริม เภสัชกรชาวเยอรมัน และคุณแอร์วิน มุลเลอร์ นักธุรกิจชาวออสเตรีย ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัทB.Grimm ซึ่งเป็นชื่อของผู้ก่อตั้ง โดยแรกเริ่มเปิดร้านขายยาชื่อ “สยามดิสเป็นซารี่” บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้กับโรงแรมโอเรียนเต็ล ซึ่งเป็นร้านขายยาสมัยใหม่แห่งแรกในไทย
B.Grimm ได้รับพระราชทานตราแผ่นดินแบบอาร์มจากรัชกาลที่ 5 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “เภสัชกรหลวงแห่งราชสำนักไทย” และได้ร่วมกับตระกูลสนิทวงศ์ดำเนินโครงการขุดคลองรังสิตที่มีความยาว 1,500 กิโลเมตร ต่อมาบริษัทได้วางระบบโทรเลขในประเทศไทยเป็นครั้งแรก นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า บี.กริม แอนด์ โก เช่น กระบี่ แว่นตา จนถึงกระเบื้องที่ใช้สร้างวัดพระแก้ว
ทั้งหมดนี้บอกว่า B.Grimm ไม่ได้เป็นแค่ห้างที่ “อยู่มานาน” แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยที่เราใช้อยู่จนถึงทุกวันนี้
สงครามโลก เชลยศึก และการกลับมา
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง คนเยอรมันตกเป็นเชลยของรัฐบาลอังกฤษ ทำให้นายอดอล์ฟ ลิงก์และภรรยา นางเออร์ม่า พร้อมทั้งบุตรชายทั้งสอง คือ นายเฮอร์เบิร์ตและ ดร.เกฮาร์ด ถูกส่งไปค่ายกักกันในประเทศอินเดีย แต่ธุรกิจยังคงดำเนินต่อ เมื่อสงครามสิ้นสุดลงในปี 2463 ครอบครัวลิงก์จึงกลับมากรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินกิจการ ได้จัดตั้งสำนักงานแห่งใหม่ในเขตวังบูรพา
ชีวิตของครอบครัวลิงก์ในช่วงสงครามโลกคือบทที่น่าอ่านที่สุดในประวัติ B.Grimm — ถูกพรากจากที่ที่พวกเขาเรียกว่าบ้าน แต่ยังคงกลับมา และยังคงสร้างต่อ บทเรียนนั้นยังคงเป็นแกนกลางของวัฒนธรรมองค์กรของ B.Grimm มาจนถึงทุกวันนี้

Postal History : เมื่อโปสการ์ดกลายเป็นพยานของประวัติศาสตร์
จุดที่ทำให้นิทรรศการ B.Grimm Postal History แตกต่างจากนิทรรศการบริษัททั่วไปคือแนวทางการเล่าเรื่อง — ไม่ใช่ผ่านเอกสารราชการหรือรายงานประจำปี แต่ผ่านโปสการ์ดและจดหมายเก่าที่กฤชทิพย์ ศิริรัตนธำรงค์ สถาปนิกและนักสะสมประวัติศาสตร์ไปรษณีย์ (Postal History) ใช้เวลาหลายสิบปีเก็บรวบรวมมาจากทั่วโลก
กฤชทิพย์เคยใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกากว่า 30 ปี มีเครือข่ายสมาชิกสมาคมสะสมของเก่าสยามในอเมริกาและลอนดอน ในวันหยุดส่วนใหญ่เขาเดินทางไปตามเมืองใหญ่ในยุโรปเพื่อตามล่าสิ่งสะสมกระดาษที่เกี่ยวกับประเทศสยาม ตั้งแต่แสตมป์ดวงเล็กๆ โปสการ์ดจดหมายเก่า หนังสือเก่า แผนที่เก่า และธนบัตรโบราณ
“ไปรษณีย์เชื่อมคนทั้งโลกเข้าหากัน สมัยก่อนการติดต่อค้าขายทุกอย่าง ถ้าส่งจดหมายไปต้องมีส่งกลับ ถ้าไม่ส่งกลับมันก็จบ ยุคนั้นไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีอีเมล ไม่มีไฟฟ้า ปากกาหมึกซึมยังไม่มีเลยครับ คนต้องจุดเทียนเขียนจดหมาย ใช้ปากกาคอแร้งจุ่มหมึกหนึ่งที เขียนสองสามคำในแสงเทียนแล้วจุ่มใหม่”
ประโยคนั้นบอกทุกอย่างว่าทำไมจดหมายเก่าจึงมีพลังมากกว่าภาพถ่าย — เพราะมันคือสิ่งที่คนเขียนด้วยแสงเทียน ส่งข้ามทะเล และรอคำตอบนานหลายเดือน
หกหมวดของประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ในซองจดหมาย
หลักฐานประวัติศาสตร์การสื่อสารทางไปรษณีย์กว่า 50 ชิ้นจากทั้งหมด 232 ชิ้น แบ่งเป็น 6 หมวดสำคัญ ได้แก่ หลักฐานการสื่อสารของผู้ก่อตั้งบี.กริม หลักฐานการสื่อสารระหว่างสมาชิกตระกูลลิงก์ หลักฐานการสื่อสารทางการทูตระหว่างกงสุลเยอรมนีและสยาม หลักฐานการสื่อสารทางธุรกิจของบี.กริม หลักฐานการสื่อสารของบริษัทเยอรมันที่เข้ามาทำธุรกิจในสยาม และชุดไปรษณียบัตรที่ส่งโดยสมาคมชาวเยอรมันในบางกอก
แต่ละหมวดคือมิติที่ต่างกัน — หมวดของผู้ก่อตั้งให้ความรู้สึกส่วนตัว หมวดการทูตให้ภาพของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และหมวดธุรกิจให้เห็นว่าการค้าระหว่างสยามและเยอรมนีนั้นไม่ได้เกิดจากข้อตกลงใหญ่โต แต่เกิดจากการเขียนจดหมายทีละฉบับ ตัดสินใจทีละเรื่อง
B.Grimm วันนี้ : จากยาสู่พลังงาน ยังคงอยู่ในแผ่นดินไทย
ปัจจุบัน B.Grimm มีอายุกว่า 145 ปีแล้ว โดยมี ฮาราลด์ ลิงก์ ทายาทของตระกูลลิงก์ ชาวเยอรมันที่ได้สัญชาติไทยในปี 2543 ทำหน้าที่เป็นประธานของ B.Grimm
ฮาราลด์ ลิงก์ ยังได้รับพระราชทานชื่อไทยว่า “หรัณ เลขนะสมิทธิ์” โดยเขาแบ่งภาคหนึ่งของธุรกิจให้กับงานทางสังคม กิจกรรมที่ขาดแรงสนับสนุน ในฐานะผู้อุปถัมภ์ อาทิ งานการศึกษา โดยเฉพาะงานดนตรีคลาสสิก ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ
ประวัติศาสตร์ของ B.Grimm จึงไม่ใช่แค่เรื่องของบริษัทที่อยู่รอดมานาน แต่คือเรื่องของผู้คนที่เลือกรักประเทศที่พวกเขาไม่ได้เกิดมาในนั้น — และทิ้งร่องรอยไว้ในทุกหน้าของประวัติศาสตร์ไทย ตั้งแต่คลองรังสิตไปจนถึงโรงไฟฟ้า จากใบสั่งยาชุดแรกไปจนถึงซิมโฟนีที่ดังขึ้นในห้องแสดงดนตรีกลางกรุงเทพฯ
