ถ้าไม่รู้จักมาก่อน คุณอาจเดินผ่านไปโดยไม่รู้ว่านั่นคือหนึ่งในบ้านที่เก่าแก่และมีเรื่องเล่ามากที่สุดแห่งหนึ่งในย่านสีลม
นั่นคือ บ้านดุสิตธานี
จากบ้านศาลาแดงสู่ชื่อที่ทุกคนเรียก

จากบ้านศาลาแดงสู่ บ้านดุสิตธานี ในอดีตคหบดีและตระกูลเก่าที่เคยอาศัยอยู่ในย่านนี้มักเรียกบ้านของตัวเองว่า “บ้านศาลาแดง” ด้วยเหตุที่ตั้งอยู่ในซอยศาลาแดง สำหรับบ้านโบราณหลังนี้จึงมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน เจ้าของคือตระกูลนักธุรกิจใหญ่ “โอสถานุเคราะห์” หรือนายห้างโอสถสภา เต็กเฮงหยู
ตระกูลโอสถานุเคราะห์ คือชื่อที่ผูกพันกับโอสถสภา บริษัทผลิตยาเก่าแก่ที่คนไทยรู้จักดี การที่หัวเรี่ยวหัวแรงของตระกูลเลือกสร้างบ้านในซอยศาลาแดงนั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะในยุคนั้น ย่านสีลม-ศาลาแดงคือหนึ่งในพื้นที่ที่คหบดีชั้นนำเลือกตั้งบ้านเรือน
บ้านก่อนสงครามโลก ที่รอดมาโดยไม่มีคนอยู่
บ้านดุสิตธานี เดิมทีเคยเป็น “บ้านศาลาแดง” บ้านเก่าที่มีอายุมากกว่า 80 ปี เรียกได้ว่าเป็นบ้านในสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 มีพื้นที่ทั้งหมด 4.5 ไร่ โดยมีเจ้าของคือตระกูลโอสถานุเคราะห์ ซึ่งก่อนหน้านี้ตัวบ้านถูกปิดทิ้งไว้มาแล้ว 40 กว่าปี ไม่มีใครอยู่อาศัยแต่ลูกหลานของตระกูลยังช่วยกันดูแลต่อ ทำให้สภาพบ้านที่แม้จะเก่าแต่ยังคงสภาพเดิมเอาไว้ได้มากที่สุด
40 ปีที่บ้านปิดเงียบโดยไม่มีคนอยู่ แต่ทายาทตระกูลยังคงดูแลรักษาไว้ — นั่นคือเหตุผลที่เมื่อดุสิตธานีเข้ามาเช่าและปรับปรุง สภาพบ้านยังดีพอที่จะฟื้นชีวิตขึ้นมาได้ แทนที่จะต้องสร้างใหม่ทั้งหมด
ทำไมดุสิตธานีจึงเลือกบ้านหลังนี้

เรื่องราวเริ่มต้นในปี 2562 เมื่อโรงแรมดุสิตธานีกรุงเทพปิดตัวชั่วคราวเพื่อรอการพัฒนาโครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค มูลค่า 3.6 หมื่นล้านบาท
ทางกลุ่มดุสิตธานีได้เดินหน้ามองหาบ้านหลังใหม่เพื่อมารองรับพนักงานของโรงแรมในระหว่างที่โครงการใหม่กำลังอยู่ภายใต้การพัฒนา รวมถึงสานต่อการบริการอันเป็นเอกลักษณ์ของดุสิตธานีไม่ให้ห่างหายไปก่อนที่โรงแรมดุสิตธานีกรุงเทพแห่งใหม่จะเปิดให้บริการ
คำว่า ‘บ้าน’ ที่อยู่ด้านหน้า ‘ดุสิตธานี’ เป็นคำที่ตั้งใจสื่อถึงความเชื่อมโยงระหว่างความเป็นมาของบ้านหลังเดิมในอดีต ที่ในปัจจุบันได้แปรเปลี่ยนเป็นบ้านหลังใหม่ที่เป็นที่รวมของคุณค่าความเป็นดุสิตธานี
ความบังเอิญที่บ้านศาลาแดงตั้งอยู่ในซอยศาลาแดง ห่างจากโรงแรมดุสิตธานีเพียงไม่กี่นาทีเดิน ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบทั้งในเชิงที่ตั้งและเชิงสัญลักษณ์
อนุรักษ์สิ่งเดิม เติมสิ่งใหม่ โดยไม่ทำลายทั้งสอง
ดุสิตธานีเช่าบ้านศาลาแดงเป็นระยะเวลา 5 ปี โดยฟื้นฟูอาคารทั้งหมดให้อยู่ในสภาพดีใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด ขณะเดียวกันก็ตบแต่งอย่างสวยงาม บางส่วนถูกกะเทาะและปล่อยเปลือยให้เห็นโครงสร้างดิบเท่ ให้จิตวิญญาณของคฤหาสน์เก่าแก่และตัวตนของดุสิตธานีได้เฉิดฉายเคียงคู่กัน
การออกแบบโดย PIA Interior เลือกแนวทางที่ยากที่สุด คือการเปิดเผยโครงสร้างเดิมแทนที่จะซ่อน ผนังที่กะเทาะออกเผยให้เห็นอิฐเดิมก็ถูกทิ้งไว้อย่างนั้น เสาไม้เก่าถูกอนุรักษ์ และต้นไม้ใหญ่ที่คงอยู่มากว่าร้อยปีก็ยังคงยืนต้นอยู่ในพื้นที่ 4.5 ไร่เหมือนเดิม
ลายไทยของท่านกูฏ จากเสาโรงแรมสู่เสาบ้าน

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ บ้านดุสิตธานี มีคุณค่าเกินกว่าบ้านโบราณทั่วไปคืองานศิลปะที่ถูกอพยพมาจากโรงแรมดุสิตธานีเดิม
การฟื้นฟูบ้านเก่าให้กลายเป็นห้องอาหารใหม่ในครั้งนี้คือความพยายามในการคงสภาพบ้านเก่า ไปพร้อมๆ กับการรักษาศิลปะและเอกลักษณ์เดิมของโรงแรมดุสิตธานีเอาไว้ เช่น ภาพวาดที่วาดโดยศิลปินแห่งชาติอย่าง ท่านกูฎ-ไพบูลย์ สุวรรณกูฎ ที่ยังคงถูกเก็บรักษาและย้ายมาประดับไว้ ณ บ้านดุสิตธานี ซึ่งภาพวาดนั้นไม่ใช่ภาพวาดที่แขวนไว้ฝาผนัง แต่เป็นภาพวาดสีบนเสาปูนที่เป็นเสาเอกสองต้นของห้องอาหารเบญจรงค์ การถอนและติดตั้งเสานี้ต้องระมัดระวังถึงขั้นมีการใช้ทีมกรมศิลปากรเข้ามาช่วยดูแลให้
เสาน้ำหนัก 5 ตัน ที่มีลายไทยฝีมือไพบูลย์ สุวรรณกูฏศิลปินแห่งชาติสลักอยู่ ถูกย้ายจากโรงแรมเดิมมาตั้งเป็นเสาหลักของห้องอาหารเบญจรงค์ใน บ้านดุสิตธานี โดยมีทีมกรมศิลปากรดูแลการเคลื่อนย้าย นั่นคือระดับของความใส่ใจที่ทำให้รู้ว่าโครงการนี้มองตัวเองเป็นมากกว่าแค่การปรับปรุงบ้านร้าง
สองโซน สองบรรยากาศ ในพื้นที่เดียวกัน
ภายใน บ้านดุสิตธานี ประกอบด้วยบ้านหลังใหญ่ตั้งเด่นอยู่ตรงกลางของพื้นที่ขนาดกว้างขวาง 4.5 ไร่ ถูกเนรมิตออกแบบตกแต่งเป็นห้องอาหารเบญจรงค์บริการอาหารไทยรสชาติดั่งเดิมตามมาตรฐานดุสิตธานี บ้านหลังรองตั้งอยู่ด้านหน้าติดถนน เคยเป็นที่อยู่ของคุณสุรินทร์ โอสถานุเคราะห์ ได้ปรับปรุงเป็นดุสิต กูร์เมต์ เสิร์ฟชา กาแฟ เครื่องดื่ม เบเกอรี่ที่ขึ้นชื่อของดุสิตหลากหลายรสชาติ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น
สองโซนที่ทำหน้าที่ต่างกัน — ห้องอาหารเบญจรงค์สำหรับมื้อใหญ่ที่ต้องการบรรยากาศพิเศษ และดุสิต กูร์เมต์สำหรับกาแฟยามเช้าหรือของหวานระหว่างวัน — ทำให้บ้านดุสิตธานีตอบโจทย์คนมาเยือนได้หลากหลายโอกาส
ย่านศาลาแดง ชุมชนที่ยังมีเรื่องเล่าเหลืออยู่
ปัจจุบันซอยศาลาแดงยังมีบ้านของตระกูลเก่าแก่หลงเหลืออยู่ อย่างถัดไปทางซ้ายมือเป็นของตระกูล “สารสิน” ปัจจุบันยังเป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว “กลินท์ สารสิน” ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งอยู่มาตั้งแต่สมัย คุณพจน์ สารสิน
ซอยศาลาแดงไม่ใช่แค่ทางลัดไปโรงแรม แต่คือซอยที่ประวัติศาสตร์ของครอบครัวชั้นนำในธุรกิจไทยหลายตระกูลยังเดินอยู่ใน พื้นที่ และบ้านดุสิตธานีคือบ้านที่มีชีวิตมากที่สุดในซอยนี้ในวันนี้
ข้อมูลการเดินทาง: บ้านดุสิตธานี ตั้งอยู่ที่ซอยศาลาแดง ถนนสีลม เดินทางจาก BTS สถานีศาลาแดงหรือ MRT สถานีสีลม เพียงไม่กี่นาที เปิดให้บริการทุกวัน
