ถ้าข้ามด่านที่อรัญประเทศไปฝั่งกัมพูชาครั้งแรก สิ่งที่จะรู้สึกได้ทันทีคือความแตกต่างของสองโลกที่อยู่ห่างกันแค่สะพาน
ฝั่งไทยมีถนนลาดยาง มอเตอร์ไซค์วินยืนรอ และอากาศกรุ่นกาแฟจากร้านสะดวกซื้อ
ฝั่งกัมพูชาคือ ปอยเปต ดินแดนที่เสียงก่อสร้างดังไม่หยุด ป้ายกาสิโนสว่างไสว และเมืองที่ไม่เคยนอน
จุดตัดของสองประเทศที่มีมูลค่าเกินครึ่งของการค้าชายแดน
ปอยเปต เป็นประตูชายแดนกัมพูชาที่เติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดจากการดึงดูดนักลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะผ่านธุรกิจกาสิโน จนถูกขนานนามว่าเป็น “นครแห่งธุรกิจสีเทา” ทั้งยังเป็นจุดผ่านแดนสำคัญที่มีมูลค่าการค้าคิดเป็นกว่า 63.4% ของการค้าชายแดนไทย–กัมพูชาทั้งหมด
63.4% คือตัวเลขที่บอกว่า ปอยเปต ไม่ได้เป็นแค่เมืองเล็กๆ ริมชายแดน แต่คือหัวใจของเศรษฐกิจชายแดนระหว่างสองประเทศ ตลาดสด รถบรรทุกสินค้า นักท่องเที่ยว และเงินทุน ต่างไหลผ่านจุดนี้ทุกวัน
ประวัติที่ผ่านการถูกยึด ถูกคืน และถูกสร้างใหม่

ก่อนจะเป็นเมืองที่คึกคักแบบนี้ ปอยเปต ผ่านประวัติศาสตร์ที่โหดร้ายกว่าที่คนส่วนใหญ่รู้
จังหวัดบันทายมีชัย ซึ่งปอยเปตเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดนี้ เดิมเป็นพื้นที่ที่ประเทศไทยเคยครอบครองอยู่ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2450 ได้ยกพื้นที่นี้ให้แก่ประเทศฝรั่งเศส
ในยุคเขมรแดง พื้นที่ชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือของกัมพูชาเต็มไปด้วยกับระเบิดและความไม่แน่นอน แต่หลังจากกัมพูชาก้าวออกจากยุคมืดนั้น ปอยเปต คือเมืองแรกๆ ที่ฟื้นตัวและเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุด เพราะมันอยู่ติดกับเศรษฐกิจของไทยโดยตรง
กาสิโน เครื่องมือพัฒนาเมืองที่มีราคาต้องจ่าย
สิ่งที่ทำให้ ปอยเปต เติบโตเร็วที่สุดในกัมพูชาคือสิ่งที่ยังถกเถียงกันมากที่สุดด้วย
กาสิโนปอยเปต ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 สร้างรายได้ต่อปีสูงและดึงดูดนักเล่น นักเสี่ยงโชค จากทุกสารทิศ ให้มาเยือนมากมายในแต่ละปี
เงินการพนันตามชายแดนต่างๆ เป็นเงินรวมกันประมาณ 120,000 ล้านบาท โดยเฉพาะตามชายแดนกัมพูชาประมาณ 40,000 ล้านบาทต่อปี
ตัวเลขที่มหาศาลนั้นไหลเข้าสู่เศรษฐกิจกัมพูชา สร้างถนน โรงแรม และโครงสร้างพื้นฐาน แต่ก็ตามมาด้วยปัญหาที่ซับซ้อน ทั้งเรื่องแรงงานข้ามชาติ อาชญากรรม และความเปราะบางของเมืองที่ผูกชีวิตไว้กับธุรกิจเพียงประเภทเดียว
เขตเศรษฐกิจพิเศษ การพนันไม่ใช่สิ่งเดียวที่ปอยเปตมี
รัฐบาลกัมพูชามีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นในปอยเปต ทำให้โรงงานต่างประเทศเข้าไปลงทุนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจากประเทศญี่ปุ่น เพราะค่าแรงของชาวเขมรถูกกว่าค่าแรงในฝั่งประเทศไทยกว่าเท่าตัว
นักธุรกิจไทยยังบุกเบิกตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ในปอยเปตด้วย เช่น บิ๊กซีสาขาปอยเปต และเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาปอยเปต
Big C และ 7-Eleven ในปอยเปต ในขณะที่อีกฝากถนนยังเป็นตลาดพื้นเมือง นั่นคือภาพที่สรุปความเป็น ปอยเปต ได้ดีที่สุด มันคือเมืองที่อยู่ในสองยุคสมัยพร้อมกัน
เส้นทางรถไฟ อรัญประเทศ-ปอยเปต ที่หยุดไปกว่า 40 ปี

ทางรถไฟสายอรัญประเทศ–ปอยเปต เป็นทางรถไฟระหว่างประเทศที่เชื่อมระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา เส้นทางรถไฟสายนี้หยุดการเดินรถและถูกรื้อถอนออกหลายครั้งด้วยเหตุผลทางการเมืองของกัมพูชา รถไฟสายตะวันออกของไทยจึงเดินรถเพียงสถานีรถไฟอรัญประเทศมากว่า 40 ปี ปัจจุบันรัฐบาลกัมพูชาได้บูรณะเส้นทางรถไฟนี้ใหม่เพื่อประโยชน์ด้านการค้า
กว่า 40 ปีที่รถไฟจากกรุงเทพไม่สามารถวิ่งข้ามพรมแดนไปยังกัมพูชาได้ มันคือความสัมพันธ์ที่ขาดสะบั้นจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ยาวนาน
รถไฟความเร็วสูงพนมเปญ-ปอยเปต ความฝันที่กำลังจะเป็นจริง
กัมพูชาจ่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงสายแรก “พนมเปญ-ปอยเปต” ผลการศึกษาเบื้องต้นชี้ว่าทางรถไฟความยาว 382 กิโลเมตร ต้องใช้เงินลงทุนมากกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีความเร็วของการเดินรถ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมสถานีรายทาง 33 แห่ง โดยทางรถไฟจะมุ่งเน้นการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าระหว่างกัมพูชาและไทยเป็นหลัก รวมถึงประเทศอื่นๆ ในอาเซียน
ถ้าโครงการนี้สำเร็จ มันจะเปลี่ยน ปอยเปต จากเมืองชายแดนที่คนข้ามผ่านไปยังปลายทางอื่น ให้กลายเป็นสถานีต่อเนื่องในเส้นทาง “Train to Cambodia” ที่จะพาผู้คนจากกรุงเทพผ่านอรัญประเทศ ข้ามด่านอรัญประเทศ ลงสู่พนมเปญในเส้นทางเดียว
ไปปอยเปตด้วยวิธีไหนได้บ้าง
ปัจจุบันการเดินทางไปปอยเปตจากกรุงเทพทำได้หลายวิธี วิธีที่นิยมที่สุดคือนั่งรถทัวร์จากสถานีหมอชิตหรือสถานีเอกมัยไปอรัญประเทศ ใช้เวลาประมาณ 4–5 ชั่วโมง จากนั้นเดินข้ามสะพานที่ด่านปอยเปต
รถไฟก็เป็นทางเลือก ออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพไปสิ้นสุดที่สถานีอรัญประเทศ จากนั้นต่อรถสามล้อไปด่านอีกประมาณ 15 นาที ก่อนเดินเท้าข้ามพรมแดนเข้าสู่ ปอยเปต ฝั่งกัมพูชา
