พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่ทรงเดินทางไปถึงทวีปยุโรป การเสด็จฯ เยือนครั้งประวัติศาสตร์ในปี พ.ศ. 2440
และในการเดินทางครั้งนั้น มีสถานที่หนึ่งที่ถูกจดบันทึกไว้อย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษ นั่นคือ La Tour Eiffel หรือหอไอเฟล สิ่งก่อสร้างที่ขณะนั้นอายุเพียง 8 ปี แต่ได้รับการบรรยายไว้อย่างละเอียดในพระราชนิพนธ์ที่กลายเป็นมรดกวรรณกรรมชิ้นสำคัญของชาติ
ก่อนจะถึงหอไอเฟล บริบทที่ทำให้การเดินทางมีความหมายมากกว่าการท่องเที่ยว

รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรกในปี พ.ศ. 2440 เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีกับประเทศต่างๆ ในยุโรปตลอดจนประเทศฝรั่งเศส เพื่อทอดพระเนตรการบริหารประเทศในด้านต่างๆ รวมทั้งเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดทางการเมืองหลังกรณีพิพาทกับฝรั่งเศส
ปี 2436 คือปีที่สยามสูญเสียดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงให้ฝรั่งเศสอย่างเจ็บปวด และอีกสี่ปีต่อมา รัชกาลที่ 5 ทรงตัดสินใจเดินทางไปยังดินแดนของชาติที่เพิ่งบีบบังคับพระองค์มาไม่นาน นั่นคือความกล้าหาญทางการทูตที่หาคนทำได้ยาก
การเดินทางทางเรือไปยุโรปใช้เวลาราวเดือนครึ่ง แผนการเดินทางทั้งหมดครอบคลุมเวลายาวนานถึง 9 เดือน ไม่เคยมีระยะเวลาที่พระมหากษัตริย์มิได้ประทับอยู่รั้งพระนครยาวนานเท่านั้นมาก่อน อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่ผู้นำประเทศจากโลกตะวันออกไกลเดินทางไปเยือนประเทศในยุโรปอย่างเป็นทางการถึง 10 ประเทศ
ไม่มีหัวหน้ารัฐจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เคยทำมาก่อน ความเสี่ยงมหาศาล แต่ทางเลือกมีไม่มาก
พระราชหัตถเลขา จดหมายรักข้ามทวีปสู่พระนาง
ระหว่างการเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชหัตถเลขาตลอดระยะทาง
ในการเสด็จประพาสครั้งแรกนี้ ทรงมีพระราชหัตถเลขาตลอดระยะทางถึงสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีพระบรมราชินีนาถ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน พระราชหัตถเลขานี้ต่อมาได้รวบรวมเป็นหนังสือชื่อ “ไกลบ้าน”
“ไกลบ้าน” คือหนึ่งในพระราชนิพนธ์ที่นักอ่านและนักประวัติศาสตร์ยกย่องมากที่สุด เพราะมันไม่ใช่รายงานทางการเมือง แต่คือจดหมายที่กษัตริย์เขียนถึงพระมเหสีในบ้าน บอกเล่าทุกสิ่งที่ได้พบเห็นด้วยสายพระเนตรของมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่ในฐานะพระเจ้าแผ่นดิน
กรุงปารีส เมืองที่ทรงโปรดที่สุด
รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินไปถึงกรุงปารีสถึง 3 ครั้ง และทรงยกย่องว่าเป็น “เมืองสวรรค์” นอกจากนี้ ยังทรงบรรยายถึงบรรยากาศของกรุงปารีสในหลากหลายมิติ ตั้งแต่รถราสารพัดที่วิ่งบนถนน การเดินทางสัญจร การพักผ่อนบริเวณสวนและใต้ร่มไม้ของผู้คน
คำว่า “เมืองสวรรค์” จากปากพระมหากษัตริย์แห่งสยามนั้นบอกว่าปารีสในยุคนั้นสร้างความประทับใจอย่างไร สำหรับพระองค์ที่ทรงเติบโตมาในวังหลวงกรุงเทพ และทรงคุ้นเคยกับความงามแบบตะวันออก การได้เห็นถนน Champs-Élysées สวน Tuileries และมหาวิหารต่างๆ ต้องเป็นประสบการณ์ที่เปลี่ยนมุมมองอย่างสิ้นเชิง
La Tour Eiffel 8 ปีอายุ แต่ยิ่งใหญ่จนไม่มีคำบรรยาย

หอไอเฟลสร้างเสร็จในปี 2432 เพื่อรับงาน Paris Exposition Universelle หรืองานแสดงสินค้านานาชาติ และเมื่อ รัชกาลที่ 5 เสด็จถึงปารีสในปี 2440 หอไอเฟลอายุเพียง 8 ปี แต่ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองไปแล้ว
รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จฯ เยือนหอไอเฟล และทรงบันทึกพระราชประสบการณ์ครั้งนั้นไว้ในพระราชหัตถเลขาถึงสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี ด้วยภาษาที่บรรยายรายละเอียดของหอเหล็กมหึมาที่ยังใหม่มากในยุคนั้น
การที่พระองค์ทรงบรรยายหอไอเฟลนั้นน่าสนใจมาก เพราะในยุคนั้นคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักสิ่งก่อสร้างนี้ พระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 5 จึงเป็นหนึ่งในบันทึกแรกๆ ที่อธิบาย “หอไอเฟล” ให้คนไทยได้รู้จักในภาษาไทย
15 ประเทศ 9 เดือน ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนสยาม
รัชกาลที่ 5 เสด็จเยือนประเทศต่างๆ ในยุโรปรวม 15 ประเทศ ด้วยทรงมีพระราชประสงค์ให้ไทยเป็นที่รู้จักในสังคมยุโรป เพื่อกระชับไมตรีอันจะยังประโยชน์แก่บ้านเมือง เพื่อทอดพระเนตรการบริหารประเทศในด้านต่างๆ
สิ่งที่รัชกาลที่ 5นำกลับมาจากยุโรปไม่ใช่แค่ความทรงจำ แต่คือแบบแผนที่นำมาปรับใช้กับสยาม ระบบราชการ กฎหมาย การศึกษา และการปฏิรูปสังคมหลายอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงปลายรัชกาล ล้วนมีรอยประทับของสิ่งที่ทรงเห็นในยุโรปอยู่เสมอ
บทเรียนจากการเดินทางของกษัตริย์
การที่รัชกาลที่ 5เลือกเดินทางไปยังทวีปที่ยากลำบากด้วยเหตุผลทั้งส่วนตัวและการเมือง บอกอะไรได้มากเกี่ยวกับพระองค์ในฐานะผู้นำ ความอยากรู้อยากเห็น ความกล้าที่จะก้าวออกจากความคุ้นเคย และการตัดสินพระทัยที่จะนำสิ่งดีที่เห็นกลับมาพัฒนาบ้านเมือง คือคุณสมบัติที่ทำให้รัชกาลนี้ถูกจดจำในฐานะยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสยาม
และหอไอเฟล อายุ 8 ปี ที่พระองค์ทรงขึ้นไปยืนชมปารีสจากความสูง คือหนึ่งในภาพที่สะท้อนพระองค์ได้ชัดที่สุด — ผู้นำที่กล้ามองโลกจากมุมสูงกว่าที่คนรอบข้างคาดหวัง
