18 มิถุนายน 2561
2 K

“โลกไม่มีวันเดินทางถึงวันนี้ถ้าไม่มีไปรษณีย์”

กฤชทิพย์ ศิริรัตนธำรงค์ สถาปนิกและนักสะสมประวัติศาสตร์ไปรษณีย์ (Postal History) เอ่ยขึ้น หากเราเงยหน้ามองโปสการ์ด จดหมาย และซองเก่าคร่ำคร่า ที่ประดับผนังนิทรรศการ ‘ฝากไว้ในแผ่นดิน 140 ปี บี.กริม’ ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จะเห็นว่าทุกชิ้นเต็มไปด้วยลายมือหวัดๆ และรอยประทับซีดจางบนกระดาษ

แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม

นักสะสมอาวุโสใช้เวลาราว 20 ปีรวมรวมหลักฐานประวัติศาสตร์เหล่านี้จากอเมริกาและยุโรป เขาพบกระดาษแห่งความทรงจำ 232 ชิ้นเกี่ยวกับห้างฝรั่งเก่าแก่ในไทยและความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับเยอรมนีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 – รัชกาลที่ 9 และคัดเลือกหลักฐาน 50 ชิ้นที่โดดเด่นที่สุดมาจัดแสดง เช่น ไปรษณียบัตรจากสมาคมชาวเยอรมนีในบางกอก ไปรษณียบัตรจากเบอร์ลินถึงนายห้างอดอล์ฟ ลิงค์ เจ้าของห้างบี.กริม ที่ไม่มีผู้รับปลายทาง เพราะสยามประกาศสงครามกับเยอรมนี จดหมายจากนายห้างลิงค์ที่ส่งไปโกเบ แต่ใช้เวลา 7 ปีกว่าจะถึงมือผู้รับเพราะสงครามโลก ไปจนถึงจดหมายจากสถานกงสุลเยอรมนีถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ

แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม

“ไปรษณีย์เชื่อมคนทั้งโลกเข้าหากัน สมัยก่อนการติดต่อค้าขายทุกอย่าง ถ้าส่งจดหมายไปต้องมีส่งกลับ ถ้าไม่ส่งกลับมันก็จบ ยุคนั้นไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีอีเมล ไม่มีไฟฟ้า ปากกาหมึกซึมยังไม่มีเลยครับ คนต้องจุดเทียนเขียนจดหมาย ใช้ปากกาคอแร้งจุ่มหมึกหนึ่งที เขียนสองสามคำในแสงเทียนแล้วจุ่มใหม่ โรแมนติกมาก เพราะสิ่งเดียวที่ช่วยให้เขาติดต่อหาโลกอื่นคือการเขียนจดหมายอย่างเดียว ไม่มีอย่างอื่น

“แต่สมัยก่อนไม่มีเครื่องบิน จดหมายใช้เวลาเป็นเดือน สองเดือน สามเดือน จากวันที่คุณนั่งเขียนไปถึงมือคนรับ ขณะที่อีเมลอาจใช้เวลาแค่ 2 วินาที คุณคิดดูสิว่ามันโหดร้ายมั้ย โหดร้ายมากนะครับ ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์เมื่อ 160 – 170 ปีก่อนคือคุณต้องเขียนจดหมายทุกวัน หยุดไม่ได้ เพราะถ้าคุณหยุด การติดต่อทุกอย่างจะหยุดหมด”

ไปรษณีย์ไทยเริ่มเปิดให้บริการในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ตรงกับช่วงเวลาพัฒนาเปลี่ยนแปลงประเทศที่นักธุรกิจจากทั่วโลกเดินทางมาติดต่อค้าขายกับสยาม ในปี 1878 (140 ปีที่แล้ว) ตำนานของบี.กริม ห้างขายยาบนถนนเจริญกรุงที่กลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศไทยได้เริ่มต้นขึ้น

แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม

เภสัชกรชาวเยอรมนีชื่อ แบร์นฮาร์ด กริม และหุ้นส่วนชาวออสเตรีย แอร์วิน มุลเลอร์ เปิดธุรกิจร้านขายยาสมัยใหม่แห่งแรกในสยามที่ถนนเจริญกรุง ‘ร้าน Siam Dispensary’ หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า ‘ร้านยาสยาม’ จําหน่ายยาคุณภาพดีจากเยอรมนี โดยมี ‘หมอกริม’ เภสัชกรเจ้าของร้านคอยให้บริการ สยามดิสเป็นซารี่ประสบความสำเร็จมากจนได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวให้เป็นร้านยาหลวงในราชสํานัก

แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม

ในวาระครบรอบ 100 ปีกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 5 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะพระบรมมหาราชวังและหมู่ปราสาท เจ้าของห้างขายยาทั้งสองจึงเปิด ‘B.Grimm and Co.’ เป็นห้างสรรพสินค้าเยอรมันแห่งแรกในสยามที่นำเข้าสินค้าก่อสร้างต่างๆ และยังเป็นห้างหลวงที่มีสิทธิ์ค้าขายส่งสินค้าให้แก่ราชสํานัก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ อาวุธ ไปจนถึงเหรียญตรา กิจการที่เฟื่องฟูนี้ทำให้เกิดห้างที่ 3 คือ ‘รัตนโกสินทรสัชการบริษัท’ (The Bangkok Outfitting Company) ตามมา

ภายหลังหมอกริมและนายมุลเลอร์เดินทางกลับไปพำนักที่ยุโรป กิจการของพวกเขาถูกขายต่อ อดอล์ฟ ลิงค์ เภสัชกรในบริษัทได้ก้าวเข้ามาเป็นหุ้นส่วนหลัก และตระกูลลิงค์ก็ดำเนินธุรกิจบี.กริมต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ต้องผ่านสงครามโลก 2 ครั้งในฐานะสมาชิกประเทศผู้แพ้สงคราม ต้องปิดห้างไปถึง 2 ครั้งเพราะเป็นกิจการของชาติศัตรู และประสบปัญหาค้าขายเพราะเศรษฐกิจโลกตกต่ำหลังสงครามทั้งคู่ แต่ครอบครัวชาวเยอรมนีนี้ก็ประคับประคองกิจการและขยายอาณาจักรมาจนถึงทุกวันนี้

ปัจจุบัน กิจการของบี.กริมเติบโตระดับหมื่นล้าน ครอบคลุมตั้งแต่พลังงานไฟฟ้า อสังหาริมทรัพย์ เครื่องปรับอากาศ ระบบรถไฟฟ้า อุปกรณ์การแพทย์ ไปจนถึงเสื้อผ้าและศิลปะ โดยประธานกลุ่มบริษัท บี.กริมคือ ฮาราลด์ ลิงค์ หลานปู่ของอดอล์ฟ ลิงค์ เภสัชกรเจ้าของห้างบี.กริม นั่นเอง

แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม

กฤชทิพย์พบร่องรอยจดหมายของบริษัทบี.กริมโดยบังเอิญ เนื่องจากงานอดิเรกของสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญการซ่อมแซมอาคารเก่าคือการสะสมแสตมป์ โปสการ์ด และจดหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย เขากว้านซื้อของเก่าเหล่านี้มามากมายจากในอเมริกาและยุโรป ส่วนใหญ่แล้วเป็นโปสการ์ดและจดหมายเก่าแก่เป็นภาษาต่างชาติที่ราชวงศ์ ขุนนาง และชาวต่างชาติ ใช้ติดต่อกับโลกภายนอก เนื่องจากชาวสยามทั่วไปเพิ่งได้เรียนหนังสืออย่างแพร่หลายในสมัยรัชกาลที่ 6

20 ปีที่แล้ว เมื่อบี.กริมอายุครบ 120 ปี นักสะสมได้เคยนำเสนอคอลเลกชันที่เกี่ยวข้องกับบี.กริมมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนั้นสิ่งจัดแสดงยังไม่สมบูรณ์เท่าครั้งนี้

“เขาดีใจมากที่เรามีของเกี่ยวกับครอบครัวเขา เลยขอให้ช่วยหาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบี.กริมและชาวเยอรมนีในไทยให้ในวาระครบรอบ 140 ปี”

กฤชทิพย์เคยใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกากว่า 30 ปี มีเครือข่ายสมาชิกสมาคมสะสมของเก่าสยามในอเมริกาและลอนดอน ในวันหยุดส่วนใหญ่เขาเดินทางไปตามเมืองใหญ่ในยุโรปเพื่อตามล่าสิ่งสะสมกระดาษที่เกี่ยวกับประเทศสยาม ตั้งแสตมป์ดวงเล็กๆ โปสการ์ดจดหมายเก่า หนังสือเก่า แผนที่เก่า และธนบัตรโบราณ

ระหว่างนั้นเขาได้แผ่นความทรงจำชิ้นแล้วชิ้นเล่าเกี่ยวกับบี.กริมมาประกอบกัน ทั้งหลักฐานการสื่อสารของผู้ก่อตั้งบี.กริม หลักฐานการสื่อสารระหว่างสมาชิกตระกูลลิงค์ หลักฐานการสื่อสารทางการทูตระหว่างกงสุลเยอรมนีและสยาม หลักฐานการสื่อสารทางธุรกิจของบี.กริม หลักฐานการสื่อสารของบริษัทเยอรมันที่เข้ามาทำธุรกิจในสยาม และชุดไปรษณียบัตรที่ส่งโดยสมาคมชาวเยอรมนีในบางกอก

แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม

งานนี้เราจึงได้เห็นตั้งแต่จดหมายและไปรษณียบัตรที่แบร์นฮาร์ด กริม และ แอร์วิน มุลเลอร์ เขียนจดหมายสั่งของจากเยอรมนี โปสการ์ดรูปภาพที่มุลเลอร์ส่งถึงภรรยาและลูกชายที่เวียนนา โปสการ์ดเชิญร่วมดูหนังฟังเพลงหรือเก็บต้นคริสต์มาสของสมาคมชาวเยอรมนีในบางกอก ไปรษณียบัตรติดตามขอแคตตาล็อกสินค้าบี.กริมจากสุราษฎร์ธานี ไปจนถึงจดหมายยุคหลังๆ ที่กลายเป็น Air Mail ไปรษณีย์ที่ส่งทางเครื่องบินแทนเรือ

แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม

สิ่งที่อยู่บนหน้าซองหรือหลังไปรษณียบัตรคือสิ่งบ่งบอกยุคสมัยและประเทศ แสตมป์บอกรัชสมัยและช่วงเวลา ตราประทับบนบ่งบอกว่ามีการเปลี่ยนถ่ายสินค้าที่ไหนบ้าง บางครั้งวันที่บนจดหมายใช้หลักปีแบบรัตนโกสินทรศกและคริสตศักราชควบคู่กัน หรือใช้ชื่อสยามและประเทศไทยคู่กันหลังเปลี่ยนชื่อประเทศใหม่ๆ แถมยังมีซองจดหมาย German Telegram Service ที่มีตราประทับว่า 1 att stamps run short,
postage paid. ซึ่งเป็นตราประทับชั่วคราวแทนช่วงที่แสตมป์ 1 อัฐขาดแคลน เป็นเหตุการณ์พิเศษในประวัติศาสตร์ทางไปรษณีย์ของสยาม

แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม

“กระดาษพวกนี้ต้องเก็บให้ดีกว่าลูก เพราะลูกดูแลตัวเองได้ แต่กระดาษช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ สิ่งที่เขาชอบคือความเย็นและความแห้ง แต่บ้านเราร้อนและชื้น เปรียบเทียบเมืองนอก กระดาษบ้านเขาจึงดูใหม่ อยู่ได้นานกว่าเราเยอะ แสตมป์รุ่นร้อยปีเขาขาวจั๊วะเลย แต่สิ่งพิมพ์บ้านเราดูแลยาก ถ้าดูแลไม่ดีไม่มีทางอยู่ถึงร้อยปี ดังนั้นพออยู่ที่นี่ก็ต้องดูแลให้ดีกว่าที่เมืองนอก”
เมื่อได้ของมาแล้ว กฤชทิพย์จะเก็บเอกสารทุกอย่างใส่ซองพลาสติกกันความชื้น แล้วรีบเก็บเข้าตู้กันชื้นในห้องรักษาอุณหภูมิ ถ้าจะจับกระดาษต้องใส่ถุงมือเท่านั้น และการถ่ายภาพต้องไม่ยิงแฟลชตรงๆ ใส่วัตถุเป็นอันขาด

สถาปนิกชาวเชียงใหม่เล่าว่าเขาเริ่มต้นจากการสะสมแสตมป์เมื่ออายุ 8 ขวบ กระดาษแผ่นเล็กๆ แต่ละดวงสอนให้เขารู้ว่ายังมีโลกภายนอกที่กว้างไกลกว่าเชียงใหม่ ยิ่งตามเก็บมากกว่า 60 ปี ประเภทของสะสมก็ขยายมากขึ้นเรื่อยๆ

“สุดท้ายมันไม่ใช่แค่กระดาษใบเล็กๆ แต่แสตมป์พาเราไปสู่โลกทั้งโลก จดหมายฉบับเดียวบอกเราได้หมดว่าอะไรเกิดขึ้นบ้างในตอนนั้น สิ่งที่สะสมทำให้เรารู้ ทำให้เราเข้าใจ ทำให้เรามีความสุข ทำให้เราไม่เหนื่อย ไม่พอ เพราะมันเป็นความรู้ทั้งนั้นครับ”

นักสะสมอาวุโสกล่าวตบท้าย

แม้ข้อความที่ซีดจางบนจดหมายเก่าจะแกะอ่านได้ยาก แต่ก็คุ้มค่าที่จะลองมาชมนิทรรศการด้วยตาตัวเองสักครั้ง เพราะโลกเก่าทั้งใบบรรจุอยู่ในนั้น

แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม

นิทรรศการ ‘ฝากไว้ในแผ่นดิน 140 ปี บี.กริม’

ยังจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยจากศิลปินร่วมสมัย 15 คน ที่ตีความและได้รับแรงบันดาลใจจากความโอบอ้อมอารี อันเป็นแนวคิดหลักในการดำเนินธุรกิจของบี.กริม

วันที่ : 10 มิถุนายน – 20 มิถุนายน 2561
สถานที่ : ห้องนิทรรศการชั้น 8 และ ผนังโค้งชั้น 7-8, หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
Website : www.bacc.or.th

18 มิถุนายน 2561
2 K

“โลกไม่มีวันเดินทางถึงวันนี้ถ้าไม่มีไปรษณีย์”

กฤชทิพย์ ศิริรัตนธำรงค์ สถาปนิกและนักสะสมประวัติศาสตร์ไปรษณีย์ (Postal History) เอ่ยขึ้น หากเราเงยหน้ามองโปสการ์ด จดหมาย และซองเก่าคร่ำคร่า ที่ประดับผนังนิทรรศการ ‘ฝากไว้ในแผ่นดิน 140 ปี บี.กริม’ ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จะเห็นว่าทุกชิ้นเต็มไปด้วยลายมือหวัดๆ และรอยประทับซีดจางบนกระดาษ

แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม

นักสะสมอาวุโสใช้เวลาราว 20 ปีรวมรวมหลักฐานประวัติศาสตร์เหล่านี้จากอเมริกาและยุโรป เขาพบกระดาษแห่งความทรงจำ 232 ชิ้นเกี่ยวกับห้างฝรั่งเก่าแก่ในไทยและความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับเยอรมนีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 – รัชกาลที่ 9 และคัดเลือกหลักฐาน 50 ชิ้นที่โดดเด่นที่สุดมาจัดแสดง เช่น ไปรษณียบัตรจากสมาคมชาวเยอรมนีในบางกอก ไปรษณียบัตรจากเบอร์ลินถึงนายห้างอดอล์ฟ ลิงค์ เจ้าของห้างบี.กริม ที่ไม่มีผู้รับปลายทาง เพราะสยามประกาศสงครามกับเยอรมนี จดหมายจากนายห้างลิงค์ที่ส่งไปโกเบ แต่ใช้เวลา 7 ปีกว่าจะถึงมือผู้รับเพราะสงครามโลก ไปจนถึงจดหมายจากสถานกงสุลเยอรมนีถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ

แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม

“ไปรษณีย์เชื่อมคนทั้งโลกเข้าหากัน สมัยก่อนการติดต่อค้าขายทุกอย่าง ถ้าส่งจดหมายไปต้องมีส่งกลับ ถ้าไม่ส่งกลับมันก็จบ ยุคนั้นไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีอีเมล ไม่มีไฟฟ้า ปากกาหมึกซึมยังไม่มีเลยครับ คนต้องจุดเทียนเขียนจดหมาย ใช้ปากกาคอแร้งจุ่มหมึกหนึ่งที เขียนสองสามคำในแสงเทียนแล้วจุ่มใหม่ โรแมนติกมาก เพราะสิ่งเดียวที่ช่วยให้เขาติดต่อหาโลกอื่นคือการเขียนจดหมายอย่างเดียว ไม่มีอย่างอื่น

“แต่สมัยก่อนไม่มีเครื่องบิน จดหมายใช้เวลาเป็นเดือน สองเดือน สามเดือน จากวันที่คุณนั่งเขียนไปถึงมือคนรับ ขณะที่อีเมลอาจใช้เวลาแค่ 2 วินาที คุณคิดดูสิว่ามันโหดร้ายมั้ย โหดร้ายมากนะครับ ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์เมื่อ 160 – 170 ปีก่อนคือคุณต้องเขียนจดหมายทุกวัน หยุดไม่ได้ เพราะถ้าคุณหยุด การติดต่อทุกอย่างจะหยุดหมด”

ไปรษณีย์ไทยเริ่มเปิดให้บริการในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ตรงกับช่วงเวลาพัฒนาเปลี่ยนแปลงประเทศที่นักธุรกิจจากทั่วโลกเดินทางมาติดต่อค้าขายกับสยาม ในปี 1878 (140 ปีที่แล้ว) ตำนานของบี.กริม ห้างขายยาบนถนนเจริญกรุงที่กลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศไทยได้เริ่มต้นขึ้น

แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม

เภสัชกรชาวเยอรมนีชื่อ แบร์นฮาร์ด กริม และหุ้นส่วนชาวออสเตรีย แอร์วิน มุลเลอร์ เปิดธุรกิจร้านขายยาสมัยใหม่แห่งแรกในสยามที่ถนนเจริญกรุง ‘ร้าน Siam Dispensary’ หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า ‘ร้านยาสยาม’ จําหน่ายยาคุณภาพดีจากเยอรมนี โดยมี ‘หมอกริม’ เภสัชกรเจ้าของร้านคอยให้บริการ สยามดิสเป็นซารี่ประสบความสำเร็จมากจนได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวให้เป็นร้านยาหลวงในราชสํานัก

แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม

ในวาระครบรอบ 100 ปีกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 5 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะพระบรมมหาราชวังและหมู่ปราสาท เจ้าของห้างขายยาทั้งสองจึงเปิด ‘B.Grimm and Co.’ เป็นห้างสรรพสินค้าเยอรมันแห่งแรกในสยามที่นำเข้าสินค้าก่อสร้างต่างๆ และยังเป็นห้างหลวงที่มีสิทธิ์ค้าขายส่งสินค้าให้แก่ราชสํานัก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ อาวุธ ไปจนถึงเหรียญตรา กิจการที่เฟื่องฟูนี้ทำให้เกิดห้างที่ 3 คือ ‘รัตนโกสินทรสัชการบริษัท’ (The Bangkok Outfitting Company) ตามมา

ภายหลังหมอกริมและนายมุลเลอร์เดินทางกลับไปพำนักที่ยุโรป กิจการของพวกเขาถูกขายต่อ อดอล์ฟ ลิงค์ เภสัชกรในบริษัทได้ก้าวเข้ามาเป็นหุ้นส่วนหลัก และตระกูลลิงค์ก็ดำเนินธุรกิจบี.กริมต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ต้องผ่านสงครามโลก 2 ครั้งในฐานะสมาชิกประเทศผู้แพ้สงคราม ต้องปิดห้างไปถึง 2 ครั้งเพราะเป็นกิจการของชาติศัตรู และประสบปัญหาค้าขายเพราะเศรษฐกิจโลกตกต่ำหลังสงครามทั้งคู่ แต่ครอบครัวชาวเยอรมนีนี้ก็ประคับประคองกิจการและขยายอาณาจักรมาจนถึงทุกวันนี้

ปัจจุบัน กิจการของบี.กริมเติบโตระดับหมื่นล้าน ครอบคลุมตั้งแต่พลังงานไฟฟ้า อสังหาริมทรัพย์ เครื่องปรับอากาศ ระบบรถไฟฟ้า อุปกรณ์การแพทย์ ไปจนถึงเสื้อผ้าและศิลปะ โดยประธานกลุ่มบริษัท บี.กริมคือ ฮาราลด์ ลิงค์ หลานปู่ของอดอล์ฟ ลิงค์ เภสัชกรเจ้าของห้างบี.กริม นั่นเอง

แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม

กฤชทิพย์พบร่องรอยจดหมายของบริษัทบี.กริมโดยบังเอิญ เนื่องจากงานอดิเรกของสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญการซ่อมแซมอาคารเก่าคือการสะสมแสตมป์ โปสการ์ด และจดหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย เขากว้านซื้อของเก่าเหล่านี้มามากมายจากในอเมริกาและยุโรป ส่วนใหญ่แล้วเป็นโปสการ์ดและจดหมายเก่าแก่เป็นภาษาต่างชาติที่ราชวงศ์ ขุนนาง และชาวต่างชาติ ใช้ติดต่อกับโลกภายนอก เนื่องจากชาวสยามทั่วไปเพิ่งได้เรียนหนังสืออย่างแพร่หลายในสมัยรัชกาลที่ 6

20 ปีที่แล้ว เมื่อบี.กริมอายุครบ 120 ปี นักสะสมได้เคยนำเสนอคอลเลกชันที่เกี่ยวข้องกับบี.กริมมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนั้นสิ่งจัดแสดงยังไม่สมบูรณ์เท่าครั้งนี้

“เขาดีใจมากที่เรามีของเกี่ยวกับครอบครัวเขา เลยขอให้ช่วยหาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบี.กริมและชาวเยอรมนีในไทยให้ในวาระครบรอบ 140 ปี”

กฤชทิพย์เคยใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกากว่า 30 ปี มีเครือข่ายสมาชิกสมาคมสะสมของเก่าสยามในอเมริกาและลอนดอน ในวันหยุดส่วนใหญ่เขาเดินทางไปตามเมืองใหญ่ในยุโรปเพื่อตามล่าสิ่งสะสมกระดาษที่เกี่ยวกับประเทศสยาม ตั้งแสตมป์ดวงเล็กๆ โปสการ์ดจดหมายเก่า หนังสือเก่า แผนที่เก่า และธนบัตรโบราณ

ระหว่างนั้นเขาได้แผ่นความทรงจำชิ้นแล้วชิ้นเล่าเกี่ยวกับบี.กริมมาประกอบกัน ทั้งหลักฐานการสื่อสารของผู้ก่อตั้งบี.กริม หลักฐานการสื่อสารระหว่างสมาชิกตระกูลลิงค์ หลักฐานการสื่อสารทางการทูตระหว่างกงสุลเยอรมนีและสยาม หลักฐานการสื่อสารทางธุรกิจของบี.กริม หลักฐานการสื่อสารของบริษัทเยอรมันที่เข้ามาทำธุรกิจในสยาม และชุดไปรษณียบัตรที่ส่งโดยสมาคมชาวเยอรมนีในบางกอก

แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม

งานนี้เราจึงได้เห็นตั้งแต่จดหมายและไปรษณียบัตรที่แบร์นฮาร์ด กริม และ แอร์วิน มุลเลอร์ เขียนจดหมายสั่งของจากเยอรมนี โปสการ์ดรูปภาพที่มุลเลอร์ส่งถึงภรรยาและลูกชายที่เวียนนา โปสการ์ดเชิญร่วมดูหนังฟังเพลงหรือเก็บต้นคริสต์มาสของสมาคมชาวเยอรมนีในบางกอก ไปรษณียบัตรติดตามขอแคตตาล็อกสินค้าบี.กริมจากสุราษฎร์ธานี ไปจนถึงจดหมายยุคหลังๆ ที่กลายเป็น Air Mail ไปรษณีย์ที่ส่งทางเครื่องบินแทนเรือ

แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม

สิ่งที่อยู่บนหน้าซองหรือหลังไปรษณียบัตรคือสิ่งบ่งบอกยุคสมัยและประเทศ แสตมป์บอกรัชสมัยและช่วงเวลา ตราประทับบนบ่งบอกว่ามีการเปลี่ยนถ่ายสินค้าที่ไหนบ้าง บางครั้งวันที่บนจดหมายใช้หลักปีแบบรัตนโกสินทรศกและคริสตศักราชควบคู่กัน หรือใช้ชื่อสยามและประเทศไทยคู่กันหลังเปลี่ยนชื่อประเทศใหม่ๆ แถมยังมีซองจดหมาย German Telegram Service ที่มีตราประทับว่า 1 att stamps run short,
postage paid. ซึ่งเป็นตราประทับชั่วคราวแทนช่วงที่แสตมป์ 1 อัฐขาดแคลน เป็นเหตุการณ์พิเศษในประวัติศาสตร์ทางไปรษณีย์ของสยาม

แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม

“กระดาษพวกนี้ต้องเก็บให้ดีกว่าลูก เพราะลูกดูแลตัวเองได้ แต่กระดาษช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ สิ่งที่เขาชอบคือความเย็นและความแห้ง แต่บ้านเราร้อนและชื้น เปรียบเทียบเมืองนอก กระดาษบ้านเขาจึงดูใหม่ อยู่ได้นานกว่าเราเยอะ แสตมป์รุ่นร้อยปีเขาขาวจั๊วะเลย แต่สิ่งพิมพ์บ้านเราดูแลยาก ถ้าดูแลไม่ดีไม่มีทางอยู่ถึงร้อยปี ดังนั้นพออยู่ที่นี่ก็ต้องดูแลให้ดีกว่าที่เมืองนอก”
เมื่อได้ของมาแล้ว กฤชทิพย์จะเก็บเอกสารทุกอย่างใส่ซองพลาสติกกันความชื้น แล้วรีบเก็บเข้าตู้กันชื้นในห้องรักษาอุณหภูมิ ถ้าจะจับกระดาษต้องใส่ถุงมือเท่านั้น และการถ่ายภาพต้องไม่ยิงแฟลชตรงๆ ใส่วัตถุเป็นอันขาด

สถาปนิกชาวเชียงใหม่เล่าว่าเขาเริ่มต้นจากการสะสมแสตมป์เมื่ออายุ 8 ขวบ กระดาษแผ่นเล็กๆ แต่ละดวงสอนให้เขารู้ว่ายังมีโลกภายนอกที่กว้างไกลกว่าเชียงใหม่ ยิ่งตามเก็บมากกว่า 60 ปี ประเภทของสะสมก็ขยายมากขึ้นเรื่อยๆ

“สุดท้ายมันไม่ใช่แค่กระดาษใบเล็กๆ แต่แสตมป์พาเราไปสู่โลกทั้งโลก จดหมายฉบับเดียวบอกเราได้หมดว่าอะไรเกิดขึ้นบ้างในตอนนั้น สิ่งที่สะสมทำให้เรารู้ ทำให้เราเข้าใจ ทำให้เรามีความสุข ทำให้เราไม่เหนื่อย ไม่พอ เพราะมันเป็นความรู้ทั้งนั้นครับ”

นักสะสมอาวุโสกล่าวตบท้าย

แม้ข้อความที่ซีดจางบนจดหมายเก่าจะแกะอ่านได้ยาก แต่ก็คุ้มค่าที่จะลองมาชมนิทรรศการด้วยตาตัวเองสักครั้ง เพราะโลกเก่าทั้งใบบรรจุอยู่ในนั้น

แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม แกะรอยจดหมายเก่าห้างบี.กริม ห้างเยอรมันแห่งแรกของสยาม

นิทรรศการ ‘ฝากไว้ในแผ่นดิน 140 ปี บี.กริม’

ยังจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยจากศิลปินร่วมสมัย 15 คน ที่ตีความและได้รับแรงบันดาลใจจากความโอบอ้อมอารี อันเป็นแนวคิดหลักในการดำเนินธุรกิจของบี.กริม

วันที่ : 10 มิถุนายน – 20 มิถุนายน 2561
สถานที่ : ห้องนิทรรศการชั้น 8 และ ผนังโค้งชั้น 7-8, หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
Website : www.bacc.or.th

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

11 มิถุนายน 2564
1 K

สิงโตทองและยูนิคอร์นขาวโอบโล่ตระการ อุ้งเท้าเหยียบข้อความ Dieu et mon Droit อวดโฉมอยู่หน้าประตู ร้อยปีหลังจากเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรย้ายที่ทำการจากเจริญกรุงไปอยู่เพลินจิต ตราแผ่นดินของสหราชอาณาจักรกลับมาอยู่บนถนนเจริญกรุงอีกครั้ง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

หลังจากสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยตัดสินใจขายอาคารและพื้นที่ทั้งหมด 23 ไร่ ในย่านเพลินจิต สร้างปรากฏการณ์ซื้อขายที่ดินที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยใน ค.ศ. 2018 สถานทูตและทำเนียบทูตอังกฤษย้ายไปอยู่ต่างพื้นที่กันเป็นครั้งแรก โดยปัจจุบันสถานทูตอยู่ที่ AIA Sathorn Tower และทำเนียบทูตอยู่ในอาคารสูงย่านเจริญกรุง ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ริมเจ้าพระยาได้ถนัดตา

“การย้ายทำเนียบทูตไม่ใช้สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ปกติทูตจะย้ายบ้านเมื่อย้ายไปประเทศใหม่ ทำเนียบใหม่นี้โมเดิร์นกว่าเดิมมาก”

ท่านทูตไบรอัน เดวิดสัน (Brian Davidson) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร​ประจำประเทศไทย ผู้กำลังจะย้ายไปเป็นกงสุลใหญ่ประจำฮ่องกงและมาเก๊า อธิบายเมื่อเปิดบ้านพักต้อนรับ 

“ที่นั่น (ทำเนียบทูตเดิม) มีความหมายกับเรามาก ตอนเรามาเมืองไทยเมื่อห้าปีก่อน เราไม่มีลูก แต่ตอนนี้เราเป็นครอบครัวที่มีลูกสามคน มีช่วงเวลาที่สวยงามและมีความสุขมากที่ตรงนั้น” สก็อตต์ ชาง (Scott Chang) สามีชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม FREC Bangkok กล่าวสมทบ

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : Numchok Sawangsri

ก่อนครอบครัวของคุณพ่อ 2 คนและเด็กๆ 3 คนจะย้ายออกจากประเทศไทย พวกเขาตัดสินใจร่วมมือกับกลุ่มช่างไม้รุ่นใหม่ชาวไทย เพื่อเก็บความทรงจำของสถานทูตย่านเพลินจิตในรูปแบบเฟอร์นิเจอร์และประติมากรรม ที่สร้างจากเศษไม้จามจุรีในสวน

The Cloud เคยเล่าประวัติและความพิเศษของสถานทูตอังกฤษเดิมไว้แล้ว ก่อนชิ้นส่วนเหล่านี้จะแยกย้ายไปอยู่ในที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เราจึงขอนำโปรเจกต์ที่ระลึกถึงพื้นที่เก่าแก่แสนสวยมาเล่าสู่กันฟัง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

“เราต้องการเก็บชิ้นส่วนของทำเนียบเดิมไว้ เป็นที่ระลึกว่าอดีตจะอยู่ร่วมกับเราในอนาคต ไม้พวกนี้มีความหมายกับพวกเรามาก มันอยู่ในสวนที่ลูกๆ วิ่งเล่น แต่ละชิ้นจึงเป็นตัวแทนความทรงจำดีๆ แสนพิเศษ เราจะนำชิ้นงานบางส่วนไปกับเราเป็นที่ระลึกถึงบ้านในกรุงเทพฯ บางส่วนมอบเป็นของที่ระลึก และอีกส่วนหนึ่งจะมอบให้สถานทูตที่นี่” 

งานไม้ที่ท่านทูตเอ่ยถึง ได้แก่ ม้านั่ง ประติมากรรม โต๊ะทานข้าว โคมไฟ และแจกัน งานนี้เกิดขึ้น ค.ศ. 2020 เมื่อเกิดการย้ายต้นไม้ใหญ่ในสวนสถานทูตเดิม กิ่งก้านต้นจามจุรีร่วงหล่นเป็นเศษเหลือทิ้ง สก็อตต์เห็นท่อนไม้เหล่านั้นก็เกิดไอเดียให้สหายดีไซเนอร์งานไม้ เฉย-ภาคภูมิ ยุทธนานุกร หรือ นานุ ออกแบบผลงานที่ระลึก เฉยจึงชักชวนเพื่อนฝูงช่างไม้กลุ่ม Grains & Grams ที่เขาก่อตั้ง มาร่วมสนุกออกแบบด้วย

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

“สก็อตต์โทรมาหาผมบอกว่าเสียดายไม้ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่เขาเสียดายมากกว่าคือความทรงจำทั้งหลาย สถานที่ตรงนั้นสวยจริงๆ เขาใช้เวลาอยู่กับมัน แล้วได้เห็นความเปลี่ยนแปลง เขาคงอยากจะเก็บอะไรไว้สักอย่างครับ ผมเลยขนไม้ไปโรงเลื่อย โรงอบ แล้วคิดว่าจะออกแบบของเครื่องใช้ในทำเนียบทูตใหม่ แต่สุดท้ายก็ทำให้เป็นงานศิลปะขึ้นหน่อย บ่งบอกถึงความทรงจำ ถึงความเปลี่ยนผ่านทางกาลเวลามากกว่า”

ดีไซเนอร์หลักโครงการนี้เล่าเสริมว่าทำเนียบนี้มีเครื่องใช้เพียบพร้อม ทั้งเฟอร์นิเจอร์โบราณจากทำเนียบเดิมที่ท่านทูตไบรอันเลือกมา เช่น โต๊ะกลมหินอ่อน ตู้ลายรดน้ำแบบไทย และตู้ไม้ฝังมุกจีน บวกกับเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยมากมาย ซึ่งนักออกแบบตกแต่งภายในดูแลให้เสร็จสรรพ ข้าวของที่เฉยและพรรคพวกประดิษฐ์ใหม่จึงเป็นของใช้ส่วนตัวที่ครอบครัวปรารถนา

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

พิษณุ นำศิริโยธิน สร้างโต๊ะทานข้าวตัวใหญ่ ซึ่งเป็นของที่ครอบครัวท่านทูตชื่นชอบและอยากนำไปใช้จริง

พิชาญ สุจริตสาธิต ทำโคมไฟรูปเห็ด ที่ได้แรงบันดาลใจจากโคมพลาสติกและแจกัน 33 ใบ หน้าตาไม่ซ้ำกันสักใบ ดึงความงามออกมาจากความสามัญ แจกันเหล่านี้ไม่ต้องใส่น้ำ เพราะตั้งใจว่าดึงดอกไม้ข้างทางหรือดอกไม้แห้งๆ มาใส่ก็สร้างรูปทรงที่สวยงามออกมาได้

ชานนท์ นครสังข์ ออกแบบม้านั่งปลายเตียง ซึ่งเรียบง่ายแต่สวยจับตา คุณสก็อตต์ถูกใจเลยวางไว้ที่โถงทางเข้าซึ่งติดภาพวาดศิลปินไทยที่เล่าเรื่องการทำสมาธิและหายใจ เหมือนเป็นมุมแกลเลอรี่ให้ชมงานศิลป์ ผ่อนคลายก่อนเดินเข้าตัวบ้าน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

ส่วนตัวหัวหน้าโปรเจกต์ เจ้าของสตูดิโอ Republic Nanu สร้างม้านั่งยาวและประติมากรรม 

“ไม้ก้ามปูก็มีลักษณะพิเศษ ลายมันสวยดีนะครับ ถึงแม้ว่าไม่ใช่ไม้เบอร์หนึ่งในการทำเฟอร์นิเจอร์ เพราะเนื้อหยาบกว่าไม้สักที่สัมผัสนุ่มนวล เนื้ออ่อนกว่าไม้แดงหรือไม้เต็งที่ทำโครงสร้างได้ดี แต่ด้วยสถานที่อยู่ มันเลยมีความหมาย ตอนเจอไม้กิ่งหนึ่งซึ่งมันโค้งๆ หน่อย ผมก็รู้แล้วแหละว่าอยากจะทำม้านั่ง ก็เลยผ่าครึ่ง ทำคานแขวน ยึดตรงกลางด้วยท่อนไม้สี่เหลี่ยมคางหมู ภาษาช่างเรียกว่าหางเหยี่ยว ให้แผ่นไม้ทั้งชิ้นแขวนอยู่ ถ้าเปรียบไม้นี้เป็นวิญญาณของสถานที่ มันก็ถูกแขวนเอาไว้เหมือนการแขวนนวม เลิกแล้วก็เหลือแต่ความทรงจำ” 

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“ส่วนประติมากรรมนี้ชื่อว่า Entropy เป็นคำฟิสิกส์ ถ้าใช้กับชีวิตทั่วไปก็สื่อถึงการที่ทุกอย่างย่อยสลายไปตามกาลเวลา ผมคุยกับสก็อตต์เรื่องความเสียใจต่อสิ่งที่หายไป เลยนึกถึงพระเจ้าสามองค์ของฮินดู คือ พระพรหมผู้สร้าง พระศิวะผู้ทำลาย และพระวิษณุผู้ปกป้องรักษา ในโลกความเป็นจริง คนเราก็หมุนอยู่รอบเรื่องนี้ ทั้งการทำลายล้างและการอนุรักษ์ ถ้าทำงานที่สะท้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระจ่างน่าจะเป็นสิ่งดี มองสถานการณ์กว้างๆ คือทุกอย่างต้องย่อยสลายเมื่อถึงวาระ ตัวผมเองเป็นทั้งผู้ทำลายและรักษาผ่านภาษาไม้ คือเอาไม้มาเฉาะจริงๆ”

เฉยชี้ให้ดูรอยปริแตกของไม้ชิ้นใหญ่ที่โดนง้างให้ฉีกคาออกจากกัน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“เฉาะให้มันแยกออก เหมือนเป็นการทำลาย แต่ก็มีตัวไม้ Butterfly รั้งเอาไว้ไม่ให้มันฉีกมากกว่านี้ เพราะฉะนั้น งานนี้เปรียบเสมือนโลกที่เกิดขึ้น ระหว่างความอยากอนุรักษ์ไว้กับการเปลี่ยนแปลง หรือพลังงานธรรมชาติที่มีทั้งการทำลายและรักษา ทั้งหมดอยู่ในนี้ครับ” 

ดีไซเนอร์เล่ารายละเอียด ขณะที่เด็กๆ ตัวจิ๋วกระจายตัวไปหยิบของเล่นรอบๆ ประติมากรรมที่ตั้งเด่นเป็นสง่า 

แล้วเด็กๆ มีส่วนร่วมมากแค่ไหนกับชิ้นงานเหล่านี้ เราชักสงสัย

“เอลเลียต รู้ไหมว่าม้านั่งนี้ทำจากอะไร” สก็อตต์หันไปถามลูกชาย “เอลเลียตโตที่สุด เขาจำบ้านเดิมได้มากที่สุด” 

“มาจากต้นไม้ที่บ้านเก่าของเรา!” เด็กชายตอบอย่างฉะฉานขณะปีนขึ้นโซฟา 

เด็กคนอื่นๆ นั้นอาจยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจ ถึงอย่างนั้นงานไม้เหล่านี้ก็จะเดินทางไปอยู่ในบ้านใหม่ อยู่ในเรื่องเล่าของพ่อสองคนยามเล่าถึงอดีตเมื่อลูกยังตัวเล็กๆ เมื่อเพลินจิตเคยเป็นบ้านแห่งความสุขสมชื่อ ความทรงจำที่บรรจุในงานไม้จะเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขายามเติบโตขึ้น

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
ภาพ : Numchok Sawangsri

“ประวัติศาสตร์สหราชอาณาจักรมีความงามและเรื่องราวมากมาย ทำเนียบทูตเป็นพื้นที่แสดงทิศทางในอนาคตของสหราชอาณาจักร ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีแง่มุมร่วมสมัยเพิ่มมากขึ้น แต่ละครอบครัวทูตคงมีแนวทางตกแต่งของตัวเอง อย่างบ้านเราก็มีงานศิลปินไทย ครึ่งหนึ่งเป็นศิลปินหญิงรุ่นใหม่ และงานศิลปะที่พูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งมูลนิธิสติให้ยืมมาจัดแสดงชั่วคราวเพื่อขายให้ผู้สนใจ และรายได้ส่วนหนึ่งจะเข้ามูลนิธิ ต่อไปก็น่าจะมีงานศิลปะจากอังกฤษมาตกแต่งมากขึ้น” ผู้อำนวยการ FREC Bangkok กล่าวตบท้าย

นอกจากเครื่องใช้ไม้จามจุรีที่เก็บเรื่องราวลึกซึ้งในของใช้ประจำวัน ดูเหมือนว่าทำเนียบสหราชอาณาจักรโฉมใหม่ จะสลัดภาพเดิมอันเสมือนพิพิธภัณฑ์เก่าแก่โอ่อ่า เป็นแกลเลอรี่ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะและข้าวของหลากหลายยุคสมัยและที่มา โดยถนอมคุณค่าของมรดกประวัติศาสตร์ในมิติอื่นๆ 

น่าจับตามองว่าเรื่องราวของทำเนียบใหม่บนถนนเส้นเดิมเลียบริมเจ้าพระยาจะเป็นอย่างไรต่อไป 

ดูผลงานของกลุ่มดีไซเนอร์ไม้เพิ่มเติมได้ที่ www.grainsandgrams.com

11 มิถุนายน 2564
1 K

สิงโตทองและยูนิคอร์นขาวโอบโล่ตระการ อุ้งเท้าเหยียบข้อความ Dieu et mon Droit อวดโฉมอยู่หน้าประตู ร้อยปีหลังจากเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรย้ายที่ทำการจากเจริญกรุงไปอยู่เพลินจิต ตราแผ่นดินของสหราชอาณาจักรกลับมาอยู่บนถนนเจริญกรุงอีกครั้ง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

หลังจากสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยตัดสินใจขายอาคารและพื้นที่ทั้งหมด 23 ไร่ ในย่านเพลินจิต สร้างปรากฏการณ์ซื้อขายที่ดินที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยใน ค.ศ. 2018 สถานทูตและทำเนียบทูตอังกฤษย้ายไปอยู่ต่างพื้นที่กันเป็นครั้งแรก โดยปัจจุบันสถานทูตอยู่ที่ AIA Sathorn Tower และทำเนียบทูตอยู่ในอาคารสูงย่านเจริญกรุง ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ริมเจ้าพระยาได้ถนัดตา

“การย้ายทำเนียบทูตไม่ใช้สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ปกติทูตจะย้ายบ้านเมื่อย้ายไปประเทศใหม่ ทำเนียบใหม่นี้โมเดิร์นกว่าเดิมมาก”

ท่านทูตไบรอัน เดวิดสัน (Brian Davidson) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร​ประจำประเทศไทย ผู้กำลังจะย้ายไปเป็นกงสุลใหญ่ประจำฮ่องกงและมาเก๊า อธิบายเมื่อเปิดบ้านพักต้อนรับ 

“ที่นั่น (ทำเนียบทูตเดิม) มีความหมายกับเรามาก ตอนเรามาเมืองไทยเมื่อห้าปีก่อน เราไม่มีลูก แต่ตอนนี้เราเป็นครอบครัวที่มีลูกสามคน มีช่วงเวลาที่สวยงามและมีความสุขมากที่ตรงนั้น” สก็อตต์ ชาง (Scott Chang) สามีชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม FREC Bangkok กล่าวสมทบ

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : Numchok Sawangsri

ก่อนครอบครัวของคุณพ่อ 2 คนและเด็กๆ 3 คนจะย้ายออกจากประเทศไทย พวกเขาตัดสินใจร่วมมือกับกลุ่มช่างไม้รุ่นใหม่ชาวไทย เพื่อเก็บความทรงจำของสถานทูตย่านเพลินจิตในรูปแบบเฟอร์นิเจอร์และประติมากรรม ที่สร้างจากเศษไม้จามจุรีในสวน

The Cloud เคยเล่าประวัติและความพิเศษของสถานทูตอังกฤษเดิมไว้แล้ว ก่อนชิ้นส่วนเหล่านี้จะแยกย้ายไปอยู่ในที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เราจึงขอนำโปรเจกต์ที่ระลึกถึงพื้นที่เก่าแก่แสนสวยมาเล่าสู่กันฟัง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

“เราต้องการเก็บชิ้นส่วนของทำเนียบเดิมไว้ เป็นที่ระลึกว่าอดีตจะอยู่ร่วมกับเราในอนาคต ไม้พวกนี้มีความหมายกับพวกเรามาก มันอยู่ในสวนที่ลูกๆ วิ่งเล่น แต่ละชิ้นจึงเป็นตัวแทนความทรงจำดีๆ แสนพิเศษ เราจะนำชิ้นงานบางส่วนไปกับเราเป็นที่ระลึกถึงบ้านในกรุงเทพฯ บางส่วนมอบเป็นของที่ระลึก และอีกส่วนหนึ่งจะมอบให้สถานทูตที่นี่” 

งานไม้ที่ท่านทูตเอ่ยถึง ได้แก่ ม้านั่ง ประติมากรรม โต๊ะทานข้าว โคมไฟ และแจกัน งานนี้เกิดขึ้น ค.ศ. 2020 เมื่อเกิดการย้ายต้นไม้ใหญ่ในสวนสถานทูตเดิม กิ่งก้านต้นจามจุรีร่วงหล่นเป็นเศษเหลือทิ้ง สก็อตต์เห็นท่อนไม้เหล่านั้นก็เกิดไอเดียให้สหายดีไซเนอร์งานไม้ เฉย-ภาคภูมิ ยุทธนานุกร หรือ นานุ ออกแบบผลงานที่ระลึก เฉยจึงชักชวนเพื่อนฝูงช่างไม้กลุ่ม Grains & Grams ที่เขาก่อตั้ง มาร่วมสนุกออกแบบด้วย

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

“สก็อตต์โทรมาหาผมบอกว่าเสียดายไม้ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่เขาเสียดายมากกว่าคือความทรงจำทั้งหลาย สถานที่ตรงนั้นสวยจริงๆ เขาใช้เวลาอยู่กับมัน แล้วได้เห็นความเปลี่ยนแปลง เขาคงอยากจะเก็บอะไรไว้สักอย่างครับ ผมเลยขนไม้ไปโรงเลื่อย โรงอบ แล้วคิดว่าจะออกแบบของเครื่องใช้ในทำเนียบทูตใหม่ แต่สุดท้ายก็ทำให้เป็นงานศิลปะขึ้นหน่อย บ่งบอกถึงความทรงจำ ถึงความเปลี่ยนผ่านทางกาลเวลามากกว่า”

ดีไซเนอร์หลักโครงการนี้เล่าเสริมว่าทำเนียบนี้มีเครื่องใช้เพียบพร้อม ทั้งเฟอร์นิเจอร์โบราณจากทำเนียบเดิมที่ท่านทูตไบรอันเลือกมา เช่น โต๊ะกลมหินอ่อน ตู้ลายรดน้ำแบบไทย และตู้ไม้ฝังมุกจีน บวกกับเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยมากมาย ซึ่งนักออกแบบตกแต่งภายในดูแลให้เสร็จสรรพ ข้าวของที่เฉยและพรรคพวกประดิษฐ์ใหม่จึงเป็นของใช้ส่วนตัวที่ครอบครัวปรารถนา

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

พิษณุ นำศิริโยธิน สร้างโต๊ะทานข้าวตัวใหญ่ ซึ่งเป็นของที่ครอบครัวท่านทูตชื่นชอบและอยากนำไปใช้จริง

พิชาญ สุจริตสาธิต ทำโคมไฟรูปเห็ด ที่ได้แรงบันดาลใจจากโคมพลาสติกและแจกัน 33 ใบ หน้าตาไม่ซ้ำกันสักใบ ดึงความงามออกมาจากความสามัญ แจกันเหล่านี้ไม่ต้องใส่น้ำ เพราะตั้งใจว่าดึงดอกไม้ข้างทางหรือดอกไม้แห้งๆ มาใส่ก็สร้างรูปทรงที่สวยงามออกมาได้

ชานนท์ นครสังข์ ออกแบบม้านั่งปลายเตียง ซึ่งเรียบง่ายแต่สวยจับตา คุณสก็อตต์ถูกใจเลยวางไว้ที่โถงทางเข้าซึ่งติดภาพวาดศิลปินไทยที่เล่าเรื่องการทำสมาธิและหายใจ เหมือนเป็นมุมแกลเลอรี่ให้ชมงานศิลป์ ผ่อนคลายก่อนเดินเข้าตัวบ้าน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

ส่วนตัวหัวหน้าโปรเจกต์ เจ้าของสตูดิโอ Republic Nanu สร้างม้านั่งยาวและประติมากรรม 

“ไม้ก้ามปูก็มีลักษณะพิเศษ ลายมันสวยดีนะครับ ถึงแม้ว่าไม่ใช่ไม้เบอร์หนึ่งในการทำเฟอร์นิเจอร์ เพราะเนื้อหยาบกว่าไม้สักที่สัมผัสนุ่มนวล เนื้ออ่อนกว่าไม้แดงหรือไม้เต็งที่ทำโครงสร้างได้ดี แต่ด้วยสถานที่อยู่ มันเลยมีความหมาย ตอนเจอไม้กิ่งหนึ่งซึ่งมันโค้งๆ หน่อย ผมก็รู้แล้วแหละว่าอยากจะทำม้านั่ง ก็เลยผ่าครึ่ง ทำคานแขวน ยึดตรงกลางด้วยท่อนไม้สี่เหลี่ยมคางหมู ภาษาช่างเรียกว่าหางเหยี่ยว ให้แผ่นไม้ทั้งชิ้นแขวนอยู่ ถ้าเปรียบไม้นี้เป็นวิญญาณของสถานที่ มันก็ถูกแขวนเอาไว้เหมือนการแขวนนวม เลิกแล้วก็เหลือแต่ความทรงจำ” 

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“ส่วนประติมากรรมนี้ชื่อว่า Entropy เป็นคำฟิสิกส์ ถ้าใช้กับชีวิตทั่วไปก็สื่อถึงการที่ทุกอย่างย่อยสลายไปตามกาลเวลา ผมคุยกับสก็อตต์เรื่องความเสียใจต่อสิ่งที่หายไป เลยนึกถึงพระเจ้าสามองค์ของฮินดู คือ พระพรหมผู้สร้าง พระศิวะผู้ทำลาย และพระวิษณุผู้ปกป้องรักษา ในโลกความเป็นจริง คนเราก็หมุนอยู่รอบเรื่องนี้ ทั้งการทำลายล้างและการอนุรักษ์ ถ้าทำงานที่สะท้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระจ่างน่าจะเป็นสิ่งดี มองสถานการณ์กว้างๆ คือทุกอย่างต้องย่อยสลายเมื่อถึงวาระ ตัวผมเองเป็นทั้งผู้ทำลายและรักษาผ่านภาษาไม้ คือเอาไม้มาเฉาะจริงๆ”

เฉยชี้ให้ดูรอยปริแตกของไม้ชิ้นใหญ่ที่โดนง้างให้ฉีกคาออกจากกัน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“เฉาะให้มันแยกออก เหมือนเป็นการทำลาย แต่ก็มีตัวไม้ Butterfly รั้งเอาไว้ไม่ให้มันฉีกมากกว่านี้ เพราะฉะนั้น งานนี้เปรียบเสมือนโลกที่เกิดขึ้น ระหว่างความอยากอนุรักษ์ไว้กับการเปลี่ยนแปลง หรือพลังงานธรรมชาติที่มีทั้งการทำลายและรักษา ทั้งหมดอยู่ในนี้ครับ” 

ดีไซเนอร์เล่ารายละเอียด ขณะที่เด็กๆ ตัวจิ๋วกระจายตัวไปหยิบของเล่นรอบๆ ประติมากรรมที่ตั้งเด่นเป็นสง่า 

แล้วเด็กๆ มีส่วนร่วมมากแค่ไหนกับชิ้นงานเหล่านี้ เราชักสงสัย

“เอลเลียต รู้ไหมว่าม้านั่งนี้ทำจากอะไร” สก็อตต์หันไปถามลูกชาย “เอลเลียตโตที่สุด เขาจำบ้านเดิมได้มากที่สุด” 

“มาจากต้นไม้ที่บ้านเก่าของเรา!” เด็กชายตอบอย่างฉะฉานขณะปีนขึ้นโซฟา 

เด็กคนอื่นๆ นั้นอาจยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจ ถึงอย่างนั้นงานไม้เหล่านี้ก็จะเดินทางไปอยู่ในบ้านใหม่ อยู่ในเรื่องเล่าของพ่อสองคนยามเล่าถึงอดีตเมื่อลูกยังตัวเล็กๆ เมื่อเพลินจิตเคยเป็นบ้านแห่งความสุขสมชื่อ ความทรงจำที่บรรจุในงานไม้จะเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขายามเติบโตขึ้น

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
ภาพ : Numchok Sawangsri

“ประวัติศาสตร์สหราชอาณาจักรมีความงามและเรื่องราวมากมาย ทำเนียบทูตเป็นพื้นที่แสดงทิศทางในอนาคตของสหราชอาณาจักร ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีแง่มุมร่วมสมัยเพิ่มมากขึ้น แต่ละครอบครัวทูตคงมีแนวทางตกแต่งของตัวเอง อย่างบ้านเราก็มีงานศิลปินไทย ครึ่งหนึ่งเป็นศิลปินหญิงรุ่นใหม่ และงานศิลปะที่พูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งมูลนิธิสติให้ยืมมาจัดแสดงชั่วคราวเพื่อขายให้ผู้สนใจ และรายได้ส่วนหนึ่งจะเข้ามูลนิธิ ต่อไปก็น่าจะมีงานศิลปะจากอังกฤษมาตกแต่งมากขึ้น” ผู้อำนวยการ FREC Bangkok กล่าวตบท้าย

นอกจากเครื่องใช้ไม้จามจุรีที่เก็บเรื่องราวลึกซึ้งในของใช้ประจำวัน ดูเหมือนว่าทำเนียบสหราชอาณาจักรโฉมใหม่ จะสลัดภาพเดิมอันเสมือนพิพิธภัณฑ์เก่าแก่โอ่อ่า เป็นแกลเลอรี่ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะและข้าวของหลากหลายยุคสมัยและที่มา โดยถนอมคุณค่าของมรดกประวัติศาสตร์ในมิติอื่นๆ 

น่าจับตามองว่าเรื่องราวของทำเนียบใหม่บนถนนเส้นเดิมเลียบริมเจ้าพระยาจะเป็นอย่างไรต่อไป 

ดูผลงานของกลุ่มดีไซเนอร์ไม้เพิ่มเติมได้ที่ www.grainsandgrams.com

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load