มีดีไซเนอร์ไม่กี่คนในโลกที่สามารถพูดได้ว่างานของตัวเองถูกสวมใส่โดยทั้งมิสยูนิเวิร์ส ลิซ่า BLACKPINK และบียอนเซ่ แต่ เอก ศรัณญ อยู่คงดี ไม่เพียงพูดได้ เขายังพูดได้อย่างไม่อวดโอ้ เพราะทุกงานที่ออกมาไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อชื่อเสียง แต่สร้างขึ้นเพราะเชื่อในบางอย่างเกี่ยวกับผู้หญิงอย่างแท้จริง
เอก ศรัณญ อยู่คงดี เริ่มต้นจากความเจ็บปวดของแม่ ไม่ใช่จากโรงเรียนดีไซน์

ศรัณญ อยู่คงดี ไม่ได้เรียนจบจิวเวลรี่ดีไซน์จากสถาบันชั้นนำในยุโรปหรืออเมริกา แต่เป็นคนที่มาจากสาขาออกแบบกราฟิก ก่อนจะค้นพบว่าตัวเองอยากทำงานกับโลหะและอัญมณี จุดเริ่มต้นที่แท้จริงของแบรนด์ SARRAN มาจากสิ่งที่เป็นส่วนตัวมากกว่าที่คิด
เมื่อศรัณญได้มีโอกาสแจ้งเกิดบนเวทีโลก เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังจะโด่งดัง แม้กระทั่งแฟชั่นดีไซเนอร์หญิงผู้ค้นพบผลงานของเขาเองก็คงคาดไม่ถึง รากของงานออกแบบเขาคือความรักที่มีต่อผู้หญิงในฐานะมนุษย์ ไม่ใช่ในฐานะลูกค้า — และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ SARRAN แตกต่างจากแบรนด์จิวเวลรี่ทั่วไปตั้งแต่ต้น
ดอกรัก ที่ไดแอน วอน เฟอร์สเทนเบิร์กอยากเจอตัวคนทำ
งานชิ้นแรกที่สร้างชื่อให้ เอก ศรัณญ คือต่างหู “ดอกรัก” ที่ทั้งสวยสะดุดตาจนถูกก๊อปไปวางขายทั่ว แต่สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นไม่ใช่การเจอก๊อปปี้ แต่คือการเจอ Diane von Furstenberg นักออกแบบแฟชั่นชาวเบลเยียมผู้ก่อตั้งแบรนด์ DVF ซึ่งเธอมีรายชื่ออยู่ในลำดับที่ 68 จากการจัดอันดับ “ผู้หญิงทรงอิทธิพลที่สุดในโลก” ของนิตยสาร Forbes
ไดแอนเห็นงานของศรัณญแล้วอยากพบตัว — และนั่นคือประตูที่เปิดให้ SARRAN เดินออกสู่เวทีโลกอย่างเป็นทางการ
SARRAN เล่าเรื่องผู้หญิงไทยผ่านดอกไม้และโครงสร้าง
DNA ของ SARRAN คือการใช้ดอกไม้ไทยเป็นแรงบันดาลใจหลัก แต่ไม่ใช่การทำให้ดอกไม้ดูสวยงาม แต่คือการถอดรหัสความหมายของดอกไม้แต่ละชนิดมาเล่าเรื่องของผู้หญิง
ศรัณญเล่าถึงกรรเจียก เครื่องประดับที่ ก้อย รัชวิน วงศ์วิริยะ สวมใส่ในงานรับพระราชทานน้ำสังข์จากสมเด็จพระสังฆราชฯ ว่า “ผมต่อยอดมาจากเครื่องประดับหูของไทย เหมือนการทัดดอกไม้ในสมัยก่อน พัฒนาเรื่องน้ำหนักไม่ให้เป็นภาระ ทำโครงสร้างให้รับกับใบหู ดังนั้น ไม่ว่าจะสะบัดหรือว่ายน้ำก็ไม่หลุด”
นั่นคือวิธีคิดของ เอก ศรัณญ — ความงามต้องเกิดจากการแก้ปัญหา ไม่ใช่แค่การสร้างภาพ
LALISA MV เมื่อลิซ่า BLACKPINK สวม SARRAN สู่ชาวโลก

หนึ่งในโมเมนต์ที่ทำให้ชื่อ SARRAN เป็นที่รู้จักในวงกว้างระดับโลกคือมิวสิกวิดีโอเพลง LALISA ของลิซ่า BLACKPINK ที่ชุดไทยในวิดีโอนั้นมาพร้อมเครื่องประดับจาก SARRAN ที่ผลิตขึ้นมาใหม่ใน 1 สัปดาห์
ชุดเครื่องประดับประกอบด้วยสองส่วน ส่วนแรกคือต่างหูและเครื่องประดับชิ้นบนที่ติดกับเกี้ยวยอดสีทอง และเป็นงานที่แฟนๆ ทั่วโลกพูดถึงไม่แพ้ตัวมิวสิกวิดีโอเอง
นอกจากลิซ่า ยังมี อลิเชีย คีส์ ที่สวมผลงานของ SARRAN ในคอนเสิร์ตเปิดห้าง ICONSIAM และในงาน MAD Museum ในอเมริกา มีคนของ Beyonce และ Rihanna มาซื้องานของ SARRAN ไปด้วย — ตัวเลขเหล่านั้นไม่ใช่แค่ความสำเร็จ แต่คือการพิสูจน์ว่าจิวเวลรี่ไทยไปได้ไกลกว่าที่คิด
SARRAN x มิสยูนิเวิร์ส เครื่องประดับบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ผลงานของ เอก ศรัณญ ยังปรากฏบนเวทีมิสยูนิเวิร์สหลายครั้ง ผ่านมงกุฎและเครื่องประดับที่เขาออกแบบให้ตัวแทนไทยและผู้ชนะบนเวทีโลก ซึ่งเป็นการนำความเป็นไทยไปวางในพื้นที่ที่มีคนดูทั่วโลกพร้อมกัน
SARRAN Life Studio ที่ River City Bangkok สตูดิโอที่มีชีวิต
ในปี 2567 SARRAN ย้ายมาเปิดสตูดิโอแห่งใหม่ในรูปแบบ Life Studio ที่ River City Bangkok ชั้น 23 ซึ่งศรัณญตั้งใจให้เป็นสตูดิโอที่มีชีวิต ไม่ใช่แค่ร้านขายเครื่องประดับ แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสประสบการณ์ที่ลึกกว่าการซื้อขาย
ปีเดียวกัน SARRAN ยังร่วมสร้างสรรค์แคมเปญ ‘The Journey’ กับร้านอาหารบ้านสุริยาศัยที่ฉลองครบ 100 ปี ผ่านคอลเลกชัน ‘เจริญ:บุนนาค’ ที่ชุบชีวิตดอกบุนนาคกลับมาเบ่งบานอีกครั้งในเครื่องประดับ และยังออกแบบ Trophy ในงาน Her Awards, UNFPA Thailand 2024 ที่มอบให้ประชากรหญิงผู้สร้างแรงบันดาลใจ
Every Woman Deserves Elegance : ความเชื่อที่ขับเคลื่อนทุกชิ้นงาน
ปรัชญาของ เอก ศรัณญ อยู่คงดี ชัดเจนตั้งแต่ต้น — เขาไม่ได้สร้างเครื่องประดับเพื่อคนรวยหรือคนดัง แต่สร้างเพื่อผู้หญิงทุกคนที่สมควรได้รับความงดงามในชีวิต
“ผมอยากสร้างโลกให้ความสำคัญกับดีไซน์มากกว่าวัสดุ” เขาเคยพูดไว้ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ SARRAN ยืนระยะมาได้มากกว่า 7 ปีในวงการที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็ว — เพราะเมื่อความคิดแข็งแกร่ง งานที่ออกมาจะทนทานกว่าวัสดุทุกอย่างที่ใช้ผลิต
