เสียดายที่ที่ว่าการอำเภอปิดทำการในวันสุดสัปดาห์ จุดนัดพบของเราและ นัท-ณัฏฐ์ กิจจริต จึงไม่ได้เป็นที่หน้าอำเภออย่างที่ตั้งใจ*

หากนำผลงานโฆษณาปีนี้ของนัทมาเรียงต่อกัน คุณจะได้หนังรักขนาดยาวหนึ่งเรื่องพอดิบพอดี

แต่เดี๋ยวก่อน นั่นไม่ใช่เพราะพระเอกหนุ่มวัย 24 ปีคนนี้มีผลงานมาตลอดชีวิตการแสดง แต่จากผลงานหนังโฆษณาที่มีความยาวมากกว่า 10 นาที 2 เรื่อง และซีรีส์โฆษณาที่มีความยาวขนาด 4 ตอนอีก 1 เรื่อง ทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่าหนุ่มสถาปัตย์คนนี้มีอะไรน่าสนใจ

สืบสาวราวเรื่องก็พบว่า นัทไม่ใช่นักแสดงหน้าใหม่ในวงการ เขาผ่านงานซิตคอม ละคร กับทางค่ายใหญ่มาก่อน บทสนทนาด้านล่างจึงเต็มไปด้วยการเรียนรู้และค้นหาความภูมิใจในตัวเอง ก่อนกลับมาในสู่เส้นทางนักแสดงอิสระ

จากนักแสดงหนุ่มน้อยหน้าใส กลายเป็นพระเอกหนังโฆษณาที่มีฝีมือน่าจับตามอง ได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับอย่าง โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล ในหนังโฆษณา Heartbeat…จังหวะจะรัก ของ Central 70 Years, มอร์-วสุพล เกรียงประภากิจ ในหนังโฆษณา RiAeDo ของ Eversense Thailand และ อั๋น-วุฒิศักดิ์ อนรรฆพร ในซีรีส์โฆษณาชุด CAN The Series ของ KTC

นัท - ณัฏฐ์ กิจจริต
นัท - ณัฏฐ์ กิจจริต

บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมเราต้องแนะนำเขาให้คุณรู้จัก สิ่งเดียวที่พอจะบอกได้คือ อย่าเผลอไปสบตาเขาเข้าละกัน

*หมายเหตุ: สำหรับเด็กและเยาวชนที่เกิดหลัง พ.ศ. 2535 ‘นัดพบหน้าอำเภอ’ เป็นเพลงของราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ที่มีเนื้อหาบรรยายถึงการตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหน้า จึงเอ่ยปากชวนพ่อหนุ่มไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอ

นัท - ณัฏฐ์ กิจจริต

ช่วงหลังมานี้เห็นคุณในหนังโฆษณาเยอะเลย

จริงๆ ผมเข้าวงการมาสักพักแล้ว ช่วงที่หายไป 1 ปี ไปเรียนการแสดงเพิ่มเติม การได้เจอครูและกลุ่มเพื่อนเรียนการแสดงเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ทุกคนเหมือนคนบ้ามาก เต็มไปด้วยพลัง จริงจัง ทำการบ้าน ตีความบทบาทที่ได้รับแล้วโทรมาซ้อมบทเวลาตี 1 ตี 2 ก็ทำให้ผมค่อยๆ ชอบและเริ่มภูมิใจในสิ่งที่ทำเรื่อยๆ ชอบที่ได้อยู่ในแวดล้อมของคนที่ชอบและทำอะไรบางอย่างจริงจัง

เมื่อก่อนผมไม่ค่อยชอบตัวเองในพาร์ตการแสดงเท่าไหร่

แล้วไปพบเจออะไรถึงทำให้กลับมาทำสิ่งนี้อีกครั้ง

หลังจากเรียนการแสดง ผมเลิกคิดถึงปัจจัยอื่นๆ ผมมองการแสดงเป็นแค่งาน เมื่อเสร็จจากงานเราก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ยอมรับว่าก่อนหน้านี้คิดเยอะ คิดว่าชีวิตประจำวันจะเปลี่ยนไหม มันมีความคาดหวังแปลกๆ เต็มไปหมด ซึ่งสุดท้ายก็ส่งผลกับตัวเราเอง จริงๆ อาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้ ที่มีโอกาสทำงานมาแล้วบ้างแม้ไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนัก

ได้อะไรจากการเรียนการแสดงบ้าง

ครูจะพูดอยู่เสมอว่าถ้าซื่อสัตย์ต่ออาชีพ อาชีพจะให้เราเอง ทำให้เราเลิกคิดถึงสิ่งที่อยู่ไกลออกไป ได้บทมาก็ตีความและทำให้เต็มที่ นอกนั้นก็เป็นเรื่องเทคนิคการแสดง ได้วิธีการเข้าหาซีนต่อซีน วิธีการเข้าหาเรื่อง กับงานของ 70 ปี ห้างเซ็นทรัล ผมก็ใช้วิธีนี้

ในผลงานล่าสุด CAN The Series ด้วยเรื่องที่ดูเป็นเนื้อหาเข้าใจยาก แต่ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดดี ทำให้งานนี้สนุกและน่าสนใจมากสำหรับเรา พี่อั๋น (ผู้กำกับ) ช่วยตีความ จริงๆ แล้วบทบาทที่ได้รับเป็นชีวิตจริงของ พี่แดง-ชาญกิจ ชำนิวิกัยพงศ์ ผู้กำกับภาพในกองถ่าย ซึ่งพี่แดงเป็นคนที่มีแพสชันเรื่องปลาวาฬมาก เมื่อว่างจากการถ่าย ผมก็จะคอยถามพี่แดงเรื่องความรู้เกี่ยวกับปลาวาฬ ‘ปลาวาฬกินอะไรพี่’ ‘อ๋อ ปลาวาฬกินปลากะตัก’ หรือการออกเรือทะเลเป็นวันๆ เพื่อถ่ายภาพแค่ 4 วินาที เป็น 4 วินาทีที่จดจำไปตลอด เรื่องเล็กๆ เหล่านี้ก็ทำให้เราเข้าใจตัวละครมากขึ้น

ก็เลยทำให้งานราบรื่น

คิดว่าเป็นเพราะโชคดีที่เจอทีมงานที่มีพลังในการทำงานสูงมาก ผมเคยมีปัญหาเรื่องการร้องไห้ในซีน ก่อนหน้านี้ปัญหาจะถูกแก้โดยทีมงานเลือกเปลี่ยนซีนนี้ออก แต่การทำงานในช่วงหลังมานี้ต่างไปจากเดิม ใน CAN The Series พี่อั๋นบิลด์อารมณ์ในซีนร้องไห้อยู่นานมาก จะมาแล้วๆ แต่ไม่ได้เสียทีจนจะถอดใจ ผมหันกลับไปเห็นทีมงานทุกคนที่ตั้งใจรอ รอด้วยพลังงานที่บอกว่ารอได้ พอไม่มีบรรยากาศกดดัน อยู่ๆ ผมก็ร้องไห้ออกมา เป็นการร้องไห้ครั้งแรกในชีวิตการแสดง

สมมติถ่ายๆ อยู่ ผู้กำกับสั่ง ‘พี่ว่า…’ คือเขามักทำให้มากกว่าหรือไปให้มากกว่าที่เตรียมตัวไว้ เพื่อให้ซีนมันพิเศษขึ้น อย่างการรับส่งสั้นๆ ระหว่างตัวละคร ผู้กำกับเขาจะมีเซนส์ให้เรื่องออกมาดี มีรายละเอียดเล็กๆ ที่ไม่ได้อยู่ในบทและไม่ได้ต่างจากบท ทำให้งานออกมาสมบูรณ์

พอได้ทำงานร่วมกับคนเจ๋งๆ ที่มีพลังในการทำงานสูงๆ ยิ่งทำให้เราอยากทำงานในส่วนของเราให้ดี

นัท - ณัฏฐ์ กิจจริต
นัท - ณัฏฐ์ กิจจริต

บทบาทอื่นๆ ที่อยากแสดง

จริงๆ ผมอยากลองทำทุกอย่างที่ได้รับโอกาส แต่ก็ต้องดูปัจจัยหลายๆ อย่าง อยากลองบทที่สนุกๆ ได้ทดลอง ได้ทำอะไรหลุดๆ ไปเลย แบบนักแสดงฮอลลีวู้ดที่ต้องเพิ่มหรือลดน้ำหนักเร็วๆ หรือไปเป็นคนไร้บ้านเพื่อให้เข้าถึงบทบาทที่ได้รับ จริงๆ ผมไม่ได้เป็นคนเก่งขนาดนั้น แต่ก็อยากลองบทบาทที่มีเวลาให้ผมได้ทำงานกับตัวละครเยอะๆ ให้เวลาเตรียมตัวเพื่อทำให้ตัวละครมีมิติ

ชอบคำว่าทำงานกับตัวละคร

เป็นการใช้วิธีแทนค่าเพื่อให้ได้ความรู้ที่ต้องการ สมมติในบทคือกล้องพัง แต่เราไม่อินเรื่องกล้อง ดังนั้นเราจะแทนค่ากล้องด้วยสิ่งใด จะมีแบบฝึกหัดการแสดงอยู่ (หัวเราะ) สมมติในเรื่องมีฉากที่เราไปช่วยปลาวาฬไม่ทัน ปลาวาฬเกยตื้นตายหลายตัว ฉากนั้นผมคิดถึงหมาที่บ้าน ว่าถ้าหมาตายด้วยความผิดของเราที่ปล่อยให้มันวิ่งเล่นจนรถชน ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจะค่อยๆ ต่อยอดไปจนถึงจุดอารมณ์ที่ต้องการ จากนั้นจะเป็นหน้าที่ของบทพูด

สนุกจัง ขอตัวอย่างแบบฝึกหัดเพิ่มอีกได้มั้ย

นึกก่อนนะ ส่วนใหญ่จะเป็นวิธีการรับมือที่แตกต่างกันไป จริงๆ บทบาทที่ผมได้รับก็ไม่ได้มากมายขนาดนั้น พยายามทำตามที่ครูสอน ทำความเข้าใจเรื่องพื้นหลังตัวละคร เข้าใจความต้องการของซีนนั้น เราต้องรู้ว่าตัวละครเข้าไปในซีนนี้เพื่ออะไร ถ้าไม่ได้ความต้องการนั้นจะมีวิธีการใดบ้างที่เกิดขึ้น แต่ถ้าไม่ได้เป็นซีนที่มีความหมายอะไรมากมายผู้กำกับก็จะไม่กำหนดวิธีการ

วิธีการในที่นี้หมายถึง ผมเข้าไปในซีนนี้เพื่อบอกกับแม่ว่าผมจะออกไปข้างนอก ความต้องการของตัวละครแม่อาจจะต้องการให้เราไปหรือไม่ไป ถ้าความต้องการคือให้เราไปเราก็ไป แต่ถ้าความต้องการคือไม่ให้เราไป จะเกิด conflict ขึ้นในฉากนี้ วิธีการที่เราจะไปคืออะไรบ้าง เราอาจจะโมโหใส่ ซึ่งวิธีการเหล่านี้จะเป็นไปตามพื้นหลังนิสัยตัวละคร โดยมีผลมาจากการกระทำของตัวละครรอบข้าง เชื่อมโยงกันและกันทั้งหมด ซึ่งพอทำงานศึกษาความเชื่อมโยงเหล่านี้เรียบร้อย เราก็ต้องลืมเพื่อเข้าหาในฉากใหม่

กับบทพูดยาวๆ ที่ไหลลื่นนี่เป็นเพราะตัวตนนัทเป็นคนแบบนั้นอยู่แล้ว หรือเป็นวิธีการในการแสดง

ส่วนใหญ่ผมใช้วิธีแขวนเกี่ยวกับตัวละครที่เข้าฉากด้วยกัน ฟังให้มากๆ ว่าเขาจะส่งคำพูดอะไรออกมา อาจจะฟังดูตลกแต่เป็นเรื่องจริง มีคนเคยบอกว่าบทมีไว้จำเพื่อลืม ท่องให้ขึ้นใจไปเลย พอเข้าฉากแล้วให้ใช้วิธีการฟัง ถ้าเขาไม่พูดบทนี้ หรือไม่รู้สึกว่าต้องพูดคำนั้น ก็ไม่ต้องพูดออกมา ที่เจอบ่อยเลยคือ จะมีเหตุการณ์ที่ในประโยคคำพูดเดียวกัน แต่แค่เว้นวรรคหรือโทนเสียงต่างกันก็ทำให้ความหมายแตกต่างกัน

ผมก็ไม่ได้ใหม่แล้วนะ แค่ว่ามีความเข้าใจมากขึ้นตามลำดับ ตัวจริงผมโคตรธรรมดาเลยนะ เป็นคนทั่วไปสุดๆ เพื่อนที่มหาวิทยาลัยไม่มีใครสนใจกับความเป็นดาราเลย ล้อเลียนด้วยซ้ำไป ซึ่งผมชอบมากนะ มันเป็นรายละเอียดเล็กๆ ในชีวิตที่ผมอยากเก็บไว้ไม่อยากให้งานในวงการมาเปลี่ยน ก่อนหน้านี้ผมกลัวว่างานและชีวิตมันจะมารวมกันหมด

ฟังดูคุณสนุกกับงานแสดงไม่น้อยนะ มองอนาคตในวงการแสดงยังไงบ้าง

ผมมองงานแสดงเป็นงานอดิเรก แต่ไม่ได้ทำเหมือนเป็นงานอดิเรก ผมจริงจังกับทุกอย่าง

นัท - ณัฏฐ์ กิจจริต
นัท - ณัฏฐ์ กิจจริต
นัท - ณัฏฐ์ กิจจริต

แสดงว่าจะเห็นคุณในบทบาทสถาปนิก

เหตุผลที่เลือกเรียนสถาปัตย์เป็นเรื่องตรงกลางระหว่างการขีดเขียนวาดรูปที่เราชอบ และเป็นวิชาชีพที่เราสนใจ แต่ความชอบและความภูมิใจที่เกิดเกิดขึ้นระหว่างทาง เหมือนกับเรื่องการแสดง เมื่อเริ่มถึงจุดที่บอกตัวเองว่า เออ เราก็ทำได้ หรือมีโอกาสร่วมงานกับคนที่เจ๋งๆ เริ่มมีคนพูดถึง เริ่มจำงานของเราได้ ผมก็รู้สึกคิดไม่ผิดที่เลือก

คุณมีลายเซ็นที่มักจะใส่ลงไปในงานออกแบบบ้างมั้ย

ผมชอบเรื่องเส้น สาย ลาย ในพื้นที่ ชอบอะไรที่เป็นรูปทรงสมมาตร ชอบองค์ประกอบที่นิ่งแต่มีความซับซ้อนในนั้น เรื่องลายเซ็นและสไตล์งานตอนนี้ก็ยังพูดไม่ได้ (เขิน) ผมแค่รู้สึกว่าชอบหาอะไรในงานสถาปัตย์ ชอบเรื่องสัดส่วนที่ดี

ขอเดาว่าหนึ่งในสถาปนิกไอดอลของคุณคือ Tadao Ando

ใช่ๆ ชอบมากๆ งานเขาจะเป็นคอนกรีตหนักๆ อีกคนที่มากๆ คือ Richard Meier (ริชาร์ด ไมเออร์) งานของริชาร์ด ไมเออร์ ทุกงานจะเป็นสีขาว หรือคลาสสิกสุดๆ ก็จะเป็น Peter Zumthor (เพเทอร์ ซุมทอร์) อันนี้ทึ่งมาก เขาสร้างโครงไม้ขึ้นมาแล้วเทคอนกรีตเกิดเป็นโครงสร้างอาคาร จากนั้นเผาไม้ทั้งหมดจนเกิดเป็นพื้นผิวสัมผัส เขาเป็นคนที่เล่นกับความรู้สึกของคนได้โหดมากผ่านรายละเอียดเฉพาะตัว

ได้ยินว่าเรียนปีสุดท้ายแล้ว ขอฟังคอนเซปต์ thesis สักหน่อยสิ

thesis ที่ทำตอนนี้เป็นเรื่องตรงกลางระหว่างงานสถาปัตย์กับงานแสดง ออกแบบสถานที่สำหรับหนังไทย ซึ่งผมเรียกเองว่าเป็น Cinematic Architecture คือทำอย่างไรให้สถาปัตยกรรมจะชูความเป็นหนังไทยออกมา โดยทั่วไปหนังไทยดีๆ จะถูกให้ค่ารองจากหนังต่างประเทศ หรือไม่ก็ถูกซ่อนตัวหรือจำกัดรอบฉาย จะดีกว่าไหมถ้ามีพื้นที่ที่ฉายหนังไทยทั้งเก่าและใหม่ เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ แสดงเบื้องหลังการทำงานในทุกตำแหน่งสาขาที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่เชื่อมต่อกับโรงฉาย และเป็นที่ให้นายทุนได้เจอหนังไทยดีๆ ที่น่าสนับสนุน

คำถามสุดท้ายแล้ว คุณอยากให้คนจดจำคุณแบบไหน

ไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยนะ

ผมอยากให้คนจดจำเราแบบนี้แหละ ว่า ‘ตอนแรกโคตรติ๋มเลยว่ะ แต่ว่ามันก็โตขึ้นนี่หว่า’

นัท - ณัฏฐ์ กิจจริต
ขอบคุณสถานที่
ร้าน Maggio Living สุขุมวิท 101/2
www.maggioliving.com

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

หากไม่ร้องเพลงด้วยลูกเอื้อนอย่างคนรักลูกกรุง อาร์ม-กรกันต์ สุทธิโกเศศ ก็ร่ายกลอนสักบทของสุนทรภู่ โดยเราพยายามต่อกลอน เท่าที่ยังพอจำได้

ท่ามกลางความเงียบของโรงละคร 1,069 ที่นั่งในวันที่ไม่มีการแสดง อาร์มจดจ่อกับการจัดท่าทางหน้ากล้อง เช่นเดียวกับช่างภาพของเราที่วิ่งขึ้นลงระหว่างที่นั่งอย่างขะมักเขม้น

ก่อนที่เขาจะมานั่งอยู่ตรงนี้ เราใช้เวลา 47 นาที เพื่อพูดคุยกับอาร์ม ชายหลายบทบาทที่เป็นทั้งนักร้อง นักแสดง พิธีกร นักพากย์ ผู้ประกาศข่าวช่อง Workpoint 23 หน้ากากระฆังจาก The Mask Singer ทาสแมว พุทธมามกะ คนอกหัก คนที่ไม่เคยขอบคุณตัวเอง และคนสบาย ๆ ที่บอกว่าไม่ต้องจำเขาก็ได้ แค่รู้สึกดีต่อกันก็พอ

เจ้าตัวบอกกับเราว่า เขาไม่เคยมีเวลาตกตะกอนชีวิตอย่างนี้มาก่อน และคำถามของเรา ทำให้เขาได้ย้อนมองตนเองอีกครั้งในวันที่เติบใหญ่ แต่ยังไม่หยุดเติบโต

ชีวิตที่ขอบคุณทุกคนของ อาร์ม กรกันต์ คนรักเพลงลูกกรุง แมว วัด และการตื่น 6.00 น. มาอ่านข่าว

Work Work Work Work Work

ใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าเราจะได้คิวคุณมา หน้าตาตารางงานของคุณเดือนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

(เปิดโทรศัพท์ให้ดูตารางงานหลากสีที่มองไม่เห็นช่องว่าง)

งานประจำผมจะลงตารางอยู่แล้ว สีน้ำเงินคืออีเวนต์ สีเขียวคืองานพิชชิง สีดำคือมีงานอื่นจนต้องลางานประจำ ส่วนสีส้มคือธุระสำหรับศาสนา

สีส้มเป็นสิ่งที่ต้องมีในตารางเสมอไหม

มี เราจัดลำดับความสำคัญในชีวิต หลายคนบอกว่า เห็นทุกข์จึงเห็นธรรม แต่เรามีความสุขดี ไม่มีทุกข์อะไร เพียงแต่ชีวิตควรมีอะไรที่มั่นคง บางครั้งการวิ่งไปดูแลอาจารย์ที่เราเคารพอาจทำให้เหนื่อยกาย แต่ข้างในเราอิ่ม เลยเหมือนการพักผ่อน

มีเวลานอนบ้างไหม

นอนแปลว่าอะไรหรอครับ (หัวเราะ) ล้อเล่น เรื่องนอนสำคัญมาก เพียงแค่ช่วงนี้งานค่อนข้างหนักหน่วง เมื่อคืนโชคดีที่ได้นอนเก็บไว้ 6 – 7 ชั่วโมง ถือว่าโอเค คืนก่อนหน้านั้นนอน 5 ชั่วโมง เพราะเราต้องตื่นเช้ามาอ่านข่าวทุกวันจันทร์-ศุกร์ ไม่ว่าจะทำงานดึกยังไง 6 โมงก็ต้องตื่น แต่ไม่เบื่อนะ เป็นหน้าที่ที่เราชอบและสนุกที่จะทำ

การเป็นผู้ประกาศข่าวคือสิ่งที่คิดเอาไว้ตั้งแต่ต้นเลยไหม

เอาจริง ๆ ตอนเรียนคณะนิเทศ จุฬาฯ วิชาที่ไม่เคยสนใจเรียนเลยคือวารสารสนเทศ เพราะคิดว่าไม่ได้ใช้แน่ ๆ แต่สุดท้ายเราก็มาเป็นผู้ประกาศข่าว โชคชะตาผันผวนอยู่

จากตารางงานที่แน่นหนาของคุณ มีอะไรที่จะมาแทรกงานหรือสำคัญกว่างานได้บ้าง

เวลาผมจัดลำดับชีวิต ครอบครัวมาก่อนอันดับหนึ่ง วันพักผ่อนบางทีก็พาครอบครัวไปเที่ยว ส่วนอันดับสองคืองาน บางทีอันดับหนึ่งกับสองก็ไล่บี้กันบ้าง

ถามว่าเวลาไม่กลับบ้าน คุณพ่อคุณแม่มีบ่น มีถามถึงบ้างไหม พอดีเราปูทางเข้าวงการมาตั้งแต่เข้ามัธยมศึกษา ทำกิจกรรม เล่นละครนิเทศ เลิกดึกดื่นเที่ยงคืน บางวันค้างบ้านรุ่นพี่ ครอบครัวรู้ว่าเราไม่ใช่คนเหลวไหล เวลาที่ติดงาน ไม่ได้ไปทานข้าวด้วย เขาก็รู้ว่าทำงานจริง ๆ

ชีวิตที่ขอบคุณทุกคนของ อาร์ม กรกันต์ คนรักเพลงลูกกรุง แมว วัด และการตื่น 6.00 น. มาอ่านข่าว

Multiple Arms

ถ้าให้เลือกหนึ่งบทบาทที่คุณชอบที่สุด บทบาทนั้นคืออะไร

โห! อ่านข่าว นักร้อง พิธีกร นักแสดงละครเวที ตอบยากมากเลย เพราะทุกอย่างสนุกและมีเสน่ห์ในแบบของมัน ที่สำคัญคือได้เงิน แต่กระบวนการที่ชอบที่สุดขอเลือกการแสดงละครเวทีแล้วกัน

ในแง่งบ อาจต้องบอกว่าละครเวทีไม่ได้ตอบโจทย์ เพราะเป็นงานที่กินคิว ต้องเสียสละคิวให้คนอื่น ต้องรักสิ่งที่ทำมากถึงอยู่กับมันได้นาน แต่มวลมันอบอุ่น ถ้าเป็นภาพยนตร์หรือโทรทัศน์ใช้คิวน้อยกว่า ต่างคนต่างมาเจอกันเฉพาะเวลาก็จบ แถมยังเหนื่อยกว่า เพราะโลเคชันเปลี่ยน ขณะที่การแสดงในโรงละคร เราวางแผนชีวิตได้

อีกอย่างคือมันขับเคลื่อนไปด้วยกันทั้งองค์กร 30 – 50 ชีวิต นักแสดง ผู้กำกับ ทีมเสียง ทีมแสง ทีมเอฟเฟกต์ ทีมเสื้อผ้า เรามีเกมบัดดี้ให้เล่น ทั้งหมดคือเรื่องของความสัมพันธ์ของคนเดิม ๆ ในที่เดิม ๆ ได้แชร์มุมมองชีวิต โดยเฉพาะละครในมหาวิทยาลัย ละครนิเทศ

ในวัย 34 คุณมองเรื่องความสัมพันธ์อย่างไรบ้าง

บางทีเราสังเกตว่า ความสัมพันธ์เป็นเรื่องที่เหนื่อยและวุ่นวายกับชีวิตเหมือนกัน แต่เราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลก ด้วยหน้าที่การงานต้องไปเจอผู้คน เราทิ้งความสัมพันธ์ไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรให้ความสัมพันธ์ไม่ใช่สิ่งที่กระทบการทำงานและจิตใจ วัยนี้ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการมากกว่า

นอกจากการเป็นนักแสดงละครเวที มีบทบาทไหนที่ยังไม่ได้ทำ แต่อยากทำไหม

นั่นสิ พี่ยังไม่ได้ทำอะไรบ้างนะ (ทำท่าคิด) อาจจะเป็นเบื้องหลัง กำกับ หรือโปรดิวเซอร์ คิดว่าถ้าให้ทำก็ทำได้ แต่ยังไม่ถึงเวลา อนาคตอาจจะมีจังหวะเวลาที่เหมาะสม 

น้องมาเจอตอนที่พี่ไฟแรงเรื่องการเข้าวัดพอดี พี่ก็จะให้สัมภาษณ์ประมาณนี้นะ (หัวเราะ) ภาพพี่อีก 5 ปีอาจไม่ใช่แบบนี้ก็ได้ น่าจะเปลี่ยนไปแล้ว

แล้วจากที่เข้าวงการมา 13 ปี อาร์ม กรกันต์ เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะการมองชีวิต

ก็เปลี่ยนตามสิ่งรอบตัวที่หล่อหลอมเราขึ้นมา แต่สิ่งที่ อาร์ม กรกันต์ ยังเหมือนเดิมคือความใจดี สิ่งที่เพิ่มมาตามวัยคือกิจกรรม งาน วัด เพื่อน แมว

ส่วนมุมมองชีวิต คำถามที่ว่าชีวิตคืออะไรเป็นสิ่งที่ ครูป๋อม-ไศลทิพย์ จารุภูมิ อาจารย์คณะนิเทศเคยถามผมและเพื่อนเพื่อดูว่าเด็กคนนี้เป็นอย่างไร 

คำตอบของผมในวันนั้นกับวันนี้ยังคงเป็นคำตอบเดียวกัน ชีวิตคือการเรียนรู้เพื่อพัฒนา แต่เพิ่มเติมคือ เราเรียนรู้เพื่อปรับตัว เพราะโลกเปลี่ยนเร็วมาก คำตอบเราธรรมดาไม่หวือหวาเลยเนอะ เราเป็นคนอยู่กับความเป็นจริง เพราะอยากให้ใช้ได้จริง

ชีวิตที่ขอบคุณทุกคนของ อาร์ม กรกันต์ คนรักเพลงลูกกรุง แมว วัด และการตื่น 6.00 น. มาอ่านข่าว
ชีวิตที่ขอบคุณทุกคนของ อาร์ม กรกันต์ คนรักเพลงลูกกรุง แมว วัด และการตื่น 6.00 น. มาอ่านข่าว

คุณถือเป็นลูกชายคนหนึ่งของ Workpoint ออกรายการ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง ซีซั่นที่ 1 ในฐานะหน้ากากระฆัง คุณคิดว่าความดังคืออะไร และคุณมองว่าตัวเองดังหรือยัง

โห! สำหรับผมความดังคือการที่เราเดินไปแล้วคนทักเราถูก ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองดังไหม โดนคัดออกตั้งแต่แรก ๆ ด้วย (หัวเราะ) แต่ช่วงเป็นหน้ากากระฆังคือช่วงที่พีกมาก มีงานติดต่อเข้ามาไม่ขาด เคยชิมลางตอนไปทัวร์แบบไป-กลับช่วงนั้น ต้องยอมรับว่าเป็นกระแสจริง ๆ เดินไปไหนคนก็เรียก แต่พอเวลาผ่านไป คนใหม่ขึ้นมามันก็เป็นเรื่องปกติ เขาเรียกว่า โลกธรรม 8 เป็นธรรมดาของโลก

ถ้าเลือกได้คุณอยากให้คนจดจำ อาร์ม กรกันต์ ในมุมไหน

แต่ก่อนคิดว่าคงตอบได้ ตอนนี้ผมว่า ไม่ต้องจำอาร์มหรอก แค่เรามีไมตรีต่อกันก็พอแล้ว ถ้าคนลืมเรา แปลว่าอาจจะไม่มีงานในวงการ แต่ถ้าพูดถึงอุดมคติ วันหนึ่งที่คนไม่รู้จัก อาร์ม กรกันต์ เลยมันจะมาถึงแน่นอน เพียงแต่ช้าหรือเร็ว เพราะฉะนั้น เราเลยต้องเตรียมตัว จาก Someone เป็น No one เพราะมันคืออนิจจังของทุกคนที่สักวันต้องถูกลืม

ถ้าทำใจได้ตั้งแต่วันนี้ มันก็เคลียร์เลย เพียงแต่เรายังมีบทบาทหน้าที่ต้องทำ เพราะเรามีพ่อแม่ที่ต้องดูแล มีแมว 10 ตัวที่ค่าใช้จ่ายเยอะ มีบ้านที่ต้องผ่อน งานก็ต้องมีและต้องทำต่อไป

แต่เราไม่อยากให้คนมองเป็นสายบุญขนาดนั้นนะ เราไม่ได้ดีกว่าใคร ที่พูดไปเพราะแค่สนใจปรัชญาชีวิต เรื่องไม่ดีก็มีทำอยู่บ้าง โกหกสีขาว แกล้งแมวก็ยังทำอยู่ (หัวเราะ)

แล้วคุณอยากประสบความสำเร็จไหม ในด้านไหน

ง่าย ๆ เลย ขอให้ใช้ชีวิตต่อไปได้ เพราะเราใช้ชีวิตเกือบรายวัน หมายความว่าเตรียมตัววันนี้ เพื่อทำงานพรุ่งนี้ ประสบความสำเร็จให้ทำมาหากินพอเลี้ยงพ่อแม่และแมวได้ เพราะสิ่งที่ให้ความสำคัญที่สุดคือครอบครัว

คุณคิดว่าความความสำเร็จเกิดจากอะไรบ้าง

คนชอบบอกว่า คนที่ประสบความสำเร็จต้องเก่ง แต่ผมว่าต้องเฮงด้วย เพราะคนที่ตีระนาดเก่งกว่าผมมีเยอะ นักแสดง นักร้อง ผู้ประกาศข่าวหลายคนพูดได้เก่งกว่าผม ความเฮงเลยเป็นสิ่งที่คุมไม่ได้ แต่สิ่งที่เราทำได้คือการเตรียมความพร้อม เมื่อพร้อมและโอกาสมา จึงจะกลายเป็นความสำเร็จ แต่เห็นแบบนี้ผมก็ไม่ได้พร้อมตลอด 24 ชั่วโมงนะ เราก็มีวันที่ไม่พร้อม แต่พยายามทำให้ดีที่สุด

แล้วอาร์มอยากเฮงหรือเก่งมากกว่ากัน

อยากเก่งเยอะกว่า เพราะถ้าเฮงอย่างเดียวแล้วไม่เก่ง ยังไงก็แป๊ก เฮงในที่นี้ก็แค่ไม่อยากโชคร้าย แต่เราโชคดีอยู่แล้วที่เกิดมาในครอบครัวอบอุ่น สนับสนุนทุกอย่างที่อยากทำ โตขึ้นมาผมถึงรู้ว่า สิ่งที่เป็นพื้นฐานที่สุดคือความโชคดีที่สุด

ถ้าวันนี้ต้องขอบคุณใครสักคน อาร์ม กรกันต์ อยากขอบคุณใคร

เยอะเลย พ่อแม่ที่อ้าแขนรับเราอย่างสุดหัวใจ ขอบ คุณครูเอก-จิระชัย กุลละวณิชย์ ที่สอนเรามากกว่าการสอนร้องเพลง ท่านสอนวิธีวางตัวในสังคม สอนวิธีคิด การวางแผนชีวิต ท่านแบ่งปันประสบการณ์ให้อาร์มเยอะมาก เป็นข้อคิดที่มีค่าทั้งหมด

ขอบคุณเพื่อน คนที่อยู่รอบข้าง เป็นไหล่ให้เราซบในเรื่องหนักและเรื่องเบา ผู้ใหญ่ที่ให้โอกาส โดยเฉพาะใน Workpoint และทุกงาน มีความสุขทุกครั้งที่เขานึกถึงเราและทุกครั้งที่ได้ทำงาน

จากที่ฟังมา คุณไม่ขอบคุณตัวเองบ้างหรอ

นั่นคงเป็นเรื่องของตัวตน อาร์มมองว่าชีวิตยังไงก็ต้องดำเนินต่อไป เลยขอบคุณคนอื่นมากกว่า ถ้าเรายังอยากมีลมหายใจ เรายังอยากยืนอยู่ตรงนี้ ยังไงก็ต้องเดินต่ออยู่แล้ว

เข้าโรงละคร มาตกตะกอนแต่ละบทบาทชีวิตของ ‘อาร์ม กรกันต์’ นักร้อง นักแสดง ผู้ประกาศข่าว คนรักวัด และทาสแมว 10 ตัว

What Makes You, You?

ย้อนกลับไปวัยเด็ก ยังจำได้ไหมว่าอาชีพแรกที่คุณตอบครูว่าอยากทำคืออะไร

อยากเป็นวิศวกร แต่ไม่ได้อยากไปออกแบบหรือตรวจสอบอะไรเลย เราแค่ชอบคำนี้ เพราะเป็นคำศัพท์ภาษาไทยที่ออกเสียงแล้วดูเก่ง (หัวเราะ)

ต่อมาตอนที่อยากเข้านิเทศ จุฬาฯ มีภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน ของผู้กำกับไฟแรง 6 คน นั่นคือเหตุผลแรกที่อยากเข้าเรียน เพราะอยากเป็นผู้กำกับ ส่วนอีกเหตุผลคือ ไปดูละครนิเทศฯ แล้วอยากยืนอยู่บนนั้นบ้าง สังเกตว่าไม่ได้คิดถึงอาชีพในอนาคตเลย

แล้วอะไรคือเหตุผลที่อาชีพผู้กำกับไม่ได้ไปต่อ

เราลองเป็นเด็กฟิล์ม เรียนสาขาวิชาภาพยนตร์และภาพนิ่ง ตอนเรียนคิดว่ามันเหนื่อยจัง นี่คงไม่ใช่สิ่งที่เราทุ่มเทได้มากพอ แต่ก็เข้าภาค 2 ปีเต็ม ไม่ได้ย้ายสาย จบไปค่อยว่ากัน ก็คงจะทำงานเรื่องเพลงอยู่ดี เพราะตอนปี 3 ได้ไปประกวดร้องเพลงเวทีใหญ่ครั้งแรกคือ KPN Award Thailand Singing Contest 2009 ครั้งที่ 18 ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ Popular Vote พอมีคนเริ่มรู้จัก ไปออกงาน มันได้เงิน เราคิดคงจะทำสิ่งนี้แหละ เลยยึดเป็นอาชีพมา

จากที่ผ่านคุณเหมือนยังไม่ได้มีความฝันที่ชัดเจน ตอนนี้มีความฝันหรือยัง

ก็เห็นเลขบ้างบางคืน (หัวเราะ) ล้อเล่นครับ ตอนนี้ยังไม่มีเลย ฝันของผมคงเป็นการทำแบบที่ทำอยู่ทุกวันไปเรื่อย ๆ เป็นการ Maintain

ส่วนการเติบโต ผมมองว่าเป็นโบนัส

คุณเชื่อเรื่องโชคชะตาสร้างชีวิตบ้างไหม

เราคิดว่าหลายส่วนประกอบกัน ความชอบในเรื่องนั้น ๆ โชคชะตาก็คงมี แต่ความขวนขวายเราก็มีเอง ฝึกระนาดใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปี อย่างเรื่อง โหมโรง เดอะ มิวสิคัล คิดว่าอันนี้เป็นโชคชะตาเหมือนกัน เพราะเขาแคสต์กันมาเยอะมาก เราเป็นคนสุดท้าย เพิ่งรู้ด้วยว่าตอนนั้นถึงขั้นผู้บริหารไปทาบทามให้ พี่หนึ่ง จักรวาล ฝึกระนาดแล้ว

ที่ได้ไป เพราะไปลงเรียนการแสดงกับครูเงาะ เพื่อนเราชื่อ ครูลูกแก้ว ขับรถมาส่งที่บ้านแล้วเล่าให้ฟัง เราหูผึ่งบอกไปเลยว่า เราตีระนาดได้นะ ขอไปแคสต์ได้ไหม เพื่อนยังไม่เชื่อเลย แต่เขาก็นัดให้ ปรากฏว่าได้

เห็นไหม เรามีความพร้อมโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เริ่มจาก ป.4 แค่เล่นได้ แต่ยังประชันไม่ได้ กลายมาเป็นโอกาสให้เรา

คว้าทุกโอกาสที่เข้ามา ไม่รู้สึกเหนื่อยบ้างเหรอ

เหนื่อยมาก แต่เรากลัวที่จะปล่อยมันไป เพราะโอกาสไม่ได้เข้ามาทุกวัน สุดท้ายก็อยากลองกระโดดเข้าไปปู้ยี่ปู้ยำกับมันดูว่ารอดไหม ส่วนตอนนี้อายุ 34 แล้ว ถ้าไม่รอดก็ต้องปล่อยมันไป เก็บแรงไปทำในสิ่งที่ดีกว่า หรือเก็บแรงไปพักผ่อน

แม้กระทั่งบางคนที่ชอบบอกให้เราเก่งขึ้นกว่าเมื่อวาน มันเหนื่อยนะเอาจริง รู้สึกว่าแค่ทำให้ผ่านไปได้ด้วยดีก็ดีแล้ว ถ้ามีเวลามากพอค่อยติดปีกให้ตัวเองไปต่อก็ได้ แต่ต้องมีเวลาให้ตัวเองด้วย นอกเหนือจากจุดมุ่งหมายเรื่องงาน

ตอนนี้ใครนึกถึงอาร์มก็จะมีเสียงระนาดลอยมาด้วยทั้ง ๆ ที่คุณเรียนโรงเรียนคริสต์ คุณไปเริ่มจับระนาดได้อย่างไร

มันมาจากชาติปางก่อน (หัวเราะ) ล้อเล่นครับ พอดีผมอยากโดดเรียนตอนประถม ก็เลยไปเข้าชมรมดนตรีไทย เราก็ยืนหนึ่งเล่นระนาดเอกประถมคนเดียวในโรงเรียน 2,000 คน ทุกคนแย่งเล่นบอล แต่ผมไม่เล่นกีฬาเลย 

เออทำไมนะ (นิ่งคิด) ถ้าไม่ถามนี่จำไม่ได้แล้วนะ เพราะเคยพลาดไปยืนตรงโกลด์ฟุตบอลขณะที่โค้ชกำลังสาธิตการยิงพอดี อัดเข้าเต็มท้อง ผมเลยเกรง ๆ ตั้งแต่นั้น

มีอะไรที่คุณคิดว่าตัวเองทำ และคนอื่นไม่ทำอีกไหม

ชอบถือหนังสือธรรมะตั้งแต่ประถม เพราะคิดว่าเท่ หนังสือท่านพุทธทาสภิกขุ อ่านไม่รู้เรื่องแต่อยากอ่าน มีบางเล่มที่อ่านแล้วเข้าใจ นอกจากนี้ก็ชอบทำบุญ คิดโปรเจกต์เพื่อศาสนามาตั้งแต่เด็ก ๆ

แล้วเรื่องการร้องเพลง ก่อนประกวด KPN Award คุณไปฝึกร้องเพลงจากใคร

คุณพ่อ คุณแม่ คุณป้า ชอบถล่มร้านอาหารและยึดไมค์ร้องเพลง (หัวเราะ) เขาก็ร้องเพลงสุนทราภรณ์กัน เราเลยเรียนร้องเพลงจากสุนทราภรณ์ เพลงแรกที่ร้องคือ พรานทะเล ฟังวนและแกะตามต้นฉบับได้

เราฝึกร้องจากเพลงลูกกรุง เพราะคิดว่าเสียงมันเนิบดี แต่หารู้ไม่ว่าการผ่อนลมเนี่ยยาก กลายเป็นฝึกของยากก่อน พอมาร้องป๊อปเลยง่าย

ยังจำละครเวทีเรื่องแรกที่เล่นได้ไหม ถ้าย้อนเวลากลับไปเป็นผู้กำกับได้ คุณจะบอกอะไรกับเด็กคนนั้นบ้าง

จำได้สิ โตขึ้นผมจะขี่รุ้ง โรงเรียนของผมไปขอลิขสิทธิ์จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ถ้าย้อนกลับไปก็คงจะบอกให้เล่นไปเถอะ เพราะเป็นเด็กมาก อยากให้เขาสนุกให้เต็มที่ แต่ถ้าเด็กคนนั้นมาแสดงตอนนี้ โรงละครพังเลยนะ ไม่มีพื้นฐานอะไรทั้งสิ้น

ปัจจุบัน คุณแสดงละครเวทีไปกี่เรื่องแล้ว

ละครเวทีสุนทราภรณ์ เพลงรักเพลงแผ่นดิน โดยเพลงเอก ถือเป็นเรื่องที่ 10 ถ้านับละครที่คนดูต้องซื้อบัตรมาชม

เรยา เดอะ มิวสิคัล คือเรื่องแรก แสดงคู่กับ คุณชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต ส่วน โหมโรง เดอะ มิวสิคัล คือเรื่องที่ 3 

จากเรื่องที่เคยแคสต์มา คุณเคยอกหักตกรอบบ้างไหม

เคย มีเรื่องหนึ่งไปแคสต์มา 3 เดือน ยังไม่ได้แสดงนะ ทั้งซ้อมและท่องบทพูดบางส่วนมาแล้ว เป็นเรื่องในโรงใหญ่ ผู้กำกับมาจากอังกฤษ เวลาเราทำอะไร เขาจะเป็นคนตรวจการบ้าน เพราะฉะนั้นจะเป็นมาตรฐานเดียวกับที่อังกฤษ เรื่องนี้สร้างความหวังให้เราเยอะมาก เพราะเข้าไปแคสต์ 5 ตัวละคร คิดในใจว่าต้องได้สักตัว แต่ปรากฏว่า 3 เดือนไม่ได้เลยสักบท ก็อกหักไป แต่หลังจากนั้นก็ได้ไปเล่นเรื่อง เรยาฯ พอดี

อกหักครั้งนั้นคุ้มค่าไหม

การอกหักครั้งนั้นสอนเราเยอะมาก ทั้งเรื่องการร้อง เล่น วินัย กระบวนการการทำละครในมาตรฐานสากล เป็นการอกหักที่คุ้มค่า

เข้าโรงละคร มาตกตะกอนแต่ละบทบาทชีวิตของ ‘อาร์ม กรกันต์’ นักร้อง นักแสดง ผู้ประกาศข่าว คนรักวัด และทาสแมว 10 ตัว

ปัจจุบัน ดูคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยซื้อบัตรชมละครเวทีกันแล้ว คุณคิดอย่างไร หรือต้องเป็นละครเพลงเท่านั้นถึงจะมีคนชม

คิดว่าคนแค่ยังกลัวโควิด-19 อยู่ กับเรื่องของเศรษฐกิจ เพราะบัตรดูละครเวทีราคาไม่เหมือนดูหนัง คนต้องตั้งใจออกจากบ้าน แต่มันเป็นธุรกิจที่ลงทุนสูงเพื่อมอบความพึงพอใจที่ไม่เหมือนสื่ออื่น บางเรื่องมีอุดมการณ์สอดแทรก บางเรื่องเหมือนพาเราย้อนเวลากลับไปหาสิ่งที่ปัจจุบันคิดถึง

เมืองไทยเราอาจจะชินกับการแสดงละครเวทีที่ต้องมีการร้องเพลง แต่ของอเมริกา อังกฤษ ต่างประเทศเขามีละครพูดเยอะมาก อย่างของไทย เนื้อคู่ 11 ฉาก จากวันแรกถึงวันลา ของ พี่บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ ก็เป็นละครพูดที่เราชอบมากเหมือนกัน

ในฐานะนักแสดงละครเวทีอาชีพ คุณคิดว่าการเป็นนักแสดงที่ดีต้องมีอะไรบ้าง

ต้องมีวินัย เสียสละคิวให้คนอื่น เพราะเราไม่ได้เล่นแค่คนเดียว ต้องเล่นให้ทีมแสง Blocking เล่นให้ผู้กำกับดู วินัยสำคัญมาก เพราะขับเคลื่อนทั้งองค์กร และต้องเป็นคนที่ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ซึ่งเราพยายามมีให้ครบ แม้บางวันจะพร่องไปบ้าง

ละครเวทีสุนทราภรณ์ ได้ Restage อีกครั้งหนึ่ง บุคคลในตำนานและเพลงที่ถูกเรียกว่า ‘เพลงเก่า’ ให้พลังกับคุณที่เป็นคนรุ่นใหม่อย่างไรบ้าง

เรียกว่าให้พลังซึ่งกันและกันดีกว่า นี่เป็นเรื่องแรกที่เราจับมือทีมงานทุกคนเพื่อรวมพลังก่อนแสดง แล้วเรารู้สึกว่ากำลังจะเปลี่ยนชีวิตใครบางคน เพราะสื่อบันเทิงของคนรุ่นพ่อแม่ที่จิ้มถึงใจเขามีน้อยมาก เพลงที่เขาฟังตอนเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้วกลับมาฟังจนมีกำลังวังชามันแทบไม่มี 

เรามีความสุขที่ได้ออกไปแสดง เพราะรู้ว่ามันคือสิ่งที่ดีมาก พอจบการแสดง คนทั้งโรงละคร ผู้ใหญ่ที่นั่งรถเข็นมา มีไม้เท้ามาเป็นขาที่สาม คนที่จับมือลูกหลานมา เขาลุกขึ้นเต้นและยิ้ม กลับไปเรารู้ว่าเขาไม่จบแน่นอน เขาจะเอาเพลงที่ฟังไปคุยกับเพื่อน เพลงนั้นของศรีสุดา เพลงนี้ร้องตอนวันลอยกระทง เธอจำเรื่องในวันนั้นได้ไหม มันคือการจุดประกายความสุขต่อ

ทุกครั้งที่จะออกไปแสดง ผู้กำกับบอกเสมอว่า ลองหาเป้าหมายดู ละครสักเรื่องอาจทำให้คนที่อยากทำร้ายตัวเองชั่งใจคิด บางคนอาจมีความกล้าในการเผชิญสิ่งที่หวาดกลัว หรือเขาอาจกล้าที่จะบอกรักใครสักคน มันมีประโยชน์แน่นอน เพราะฉะนั้นเราจึงต้องทำให้ดีที่สุดทุกเรื่อง เช่นเดียวกับงานอื่น ๆ ในตอนนี้และในอนาคต ตราบใดที่คนยังเห็นว่าเราทำอะไรสักอย่างได้ เราก็จะคว้าโอกาสต่อไปและทำให้ดีเสมอ

อ้อ! อุปสรรคเดียวคือ เวลา เพราะเรามีเวลาจำกัดและต้องนอนครับ

เข้าโรงละคร มาตกตะกอนแต่ละบทบาทชีวิตของ ‘อาร์ม กรกันต์’ นักร้อง นักแสดง ผู้ประกาศข่าว คนรักวัด และทาสแมว 10 ตัว

ขอบคุณสถานที่

โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน

ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 (แผนที่)

เว็บไซต์ : siampicganesha

Facebook : KBank Siam Pic-Ganesha

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load