“ยังครับ (นิ่งคิด) ยัง”

นนกุล หรือ นน-ชานน สันตินธรกุล ตอบคำถามสุดท้ายเราแบบนั้น ขณะสนทนากันในร้านอาหารจีนแห่งหนึ่ง ท่าทางสบายและรอยยิ้มตาหยี ทำให้เราเข้าใจว่าทำไมหลายคนรวมทั้งแฟนคลับจากแดนมังกรถึงตกหลุมรักเขา

ชายหนุ่มตรงหน้าเริ่มต้นบทบาทนักแสดงจากหนังสั้นเรื่อง Patcha is sexy และมีชื่อเสียงมากขึ้นจากบทบาท เน็ท ในซีรีส์ Hormones วัยว้าวุ่น ซีซั่น 3 จนกระทั่ง พ.ศ. 2560 ภาพยนตร์ฉลาดเกมส์โกง ประสบความสำเร็จด้านคำวิจารณ์และรายได้ในประเทศไทย อีกทั้งดังไกลถึงต่างประเทศ บทบาท แบงค์ ทำให้นนกุลกวาดรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมหลายเวที และเขามีโอกาสไปเล่นซีรีส์ที่ประเทศจีนถึง 2 เรื่องคือ Blowing in the wind และ Dive

ท่ามกลางความโด่งดัง เขากลับคิดว่าตนเองยังไม่พร้อมรับมือกับความสำเร็จ ขณะเดียวกันก็ตั้งใจจะกระโจนเข้าไปเมื่อมันมาถึง ท่ามกลางรางวัลและโอกาสที่ได้รับ นักแสดงหนุ่มยังท่องบท 400 รอบ และมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองในหลายด้าน เขากำลังรับบทบาทเป็นนักร้องและทำเพลงเองทุกกระบวนการ เพื่อพาตัวเองไปสู่จุดหมายที่ตั้งไว้

นนกุลจึงไม่ใช่นักแสดงเด็กที่ดังจากซีรีส์วัยรุ่นที่เราเคยรู้จัก แต่เป็นนักแสดงที่ตั้งเป้าหมายไปสู่จุดสูงสุดของอาชีพ ผู้มีความฝันอยากไปฮอลลีวูด ตั้งแต่ยังไม่เริ่มบทบาทนักแสดงอย่างจริงจังด้วยซ้ำ

ใช่ เขายังไม่คิดว่าตัวเองจะประสบความสำเร็จเร็วๆ นี้

นนกุล ชานน สันตินธรกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด
นนกุล ชานน สันตินธรกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

ตอนเด็ก คุณเป็นเด็กแบบไหน

เป็นเด็กค่อนข้างธรรมดา ซนๆ ทั่วไป ไม่ได้รู้สึกว่ามีความฝันอะไรเป็นพิเศษ เรียนก็ไม่ได้ประเสริฐศรีอะไร เล่นกีฬาก็เฉยๆ ผมเคยฝันว่าอยากเป็นนักวาดการ์ตูนด้วยซ้ำ เพราะเป็นอย่างเดียวที่ทำได้ดี เคยลองส่งไปสำนักพิมพ์ด้วย

ส่งไปสำนักพิมพ์เลยเหรอ

ตอนนั้นเด็กมาก (ลากเสียง) ส่งไปวิบูลย์กิจ เขาไม่ตอบ มองย้อนไปเราไม่ได้เขียนดีขนาดนั้น ไม่ได้มีฟีดแบ็กกลับมา เราเลยล้มเลิกความตั้งใจ หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีความฝันอะไรมากมาย ไม่เที่ยวเล่นด้วยนะ เรียนเสร็จก็เรียนพิเศษ กลับบ้าน มันธรรมดามาก

แล้วเด็กมัธยมธรรมดาคนหนึ่ง เริ่มคิดถึงอนาคตเมื่อไหร่

ยังไม่คิดถึงอนาคตครับ ช่วงมอสี่ผมไปแลกเปลี่ยนที่อเมริกาหนึ่งปี มีโอกาสได้เล่นอเมริกันฟุตบอล เลยอยากเรียนต่อ อยากเป็นนักอเมริกันฟุตบอล ตอนนั้นคิดแต่เอาสนุก สุดท้ายทะเลาะกับที่บ้าน เพราะที่บ้านไม่เห็นด้วย เขาเห็นว่ามันเป็นกีฬาที่ค่อนข้างมีความเสี่ยง พ่อแม่ผมเป็นคนหาข้อมูลเยอะ ไปเจอว่าบางคนแก่ตัวไปจะเป็นพาร์กินสัน อ้วกแตก กินข้าวไม่ได้ เพราะสมองช้ำใน เขากลัวมาก สุดท้ายผมไม่ได้เรียนต่อ ก็กลับมาเหมือนเดิม

พอกลับมามีความฝันเล็กๆ แล้วมันไม่ได้ไปต่อ เลยไม่ได้คิดเรื่องความฝันสักที จนกระทั่งจับพลัดจับผลูมาแคสงาน แต่ก็ไม่เรียกว่าจับพลัดจับผลูเท่าไหร่ เพราะผมเห็นเพื่อนไปแคสงานแล้วเท่ดี ผมอยากมีโอกาสแบบนั้นบ้าง เลยพยายามหาทาง แต่สุดท้ายมันมาด้วยโชคนิดหนึ่ง ผมไปเดินสยามแล้วมีคนมาขอให้ไปถ่ายคอลัมน์นิตยสาร เกี่ยวกับสไตล์การแต่งตัวของวัยรุ่น ผมก็เริ่มมีงานแคสมากขึ้นเรื่อยๆ

คุณมีความคิดอยากเป็นนักแสดงมาก่อนไหม

ไม่เคยคิดเลย เมื่อก่อนเวลาไปเจอเพื่อนของแม่ผม พี่สาวน้องสาวก็จะไปด้วย เพื่อนแม่ผมจะพูดว่า ลูกสาวน่ารักจังเลย ไม่พูดถึงผมเลย (หัวเราะ) ผมเลยไม่มีความมั่นใจเรื่องหน้าตา บุคลิก การแสดงนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย ผมเคยเล่นละครเวทีตอนประถมที่โรงเรียน เป็นแค่ตัวประกอบ ผมรู้สึกว่าการพูดไดอะล็อก การเป็นตัวนำ ช่างห่างไกลเหลือเกิน มันยาก

นนกุล ชานน สันตินธรกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

คุณเข้าวงการด้วยความสงสัยในความสามารถของตัวเอง แล้วจุดไหนที่รู้สึกมั่นใจและอยากมุ่งไปทางนี้จริงๆ

ตอนแรกเป็นการลองครับ ถามว่าเกร็งไหม ก็เกร็ง แต่พอเป็นเด็ก แล้วผมมีโอกาสทำงานหาเงินได้ด้วยตนเอง เลยรู้สึกภูมิใจเป็นพิเศษ ผมบอกตัวเองว่า ไม่เป็นไร เรายังใหม่อยู่ ผู้ใหญ่เขาคงเข้าใจ ก็เลยลองทำมาเรื่อยๆ จนถึงจุดที่ผมเห็นตัวเองกำลังพัฒนา ผมเคยไปถ่ายโฆษณาอยู่งานหนึ่ง แล้วพี่ผู้กำกับเขาชมว่า ‘พี่ชอบแอคติ้งเรานะ’ พอเริ่มมีคนชม ผมเลยรู้สึกว่ามันกำลังไปได้ดี แล้วถ้าเราอยากไปให้ไกลที่สุดมันคือที่ไหน คำตอบเลยเป็น ฮอลลีวูด

พอเริ่มตั้งเป้าหมายในใจ แล้วผมได้พูดออกไป มันเลยทำให้ความฝันนั้นแข็งแรงขึ้น จนเหมือนกับไม่ไปไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นจะผิดคำพูดตัวเอง จริงๆ อีกเหตุผล เป็นเพราะว่าความฝันมันช่วยพัฒนาชีวิตผมในหลายๆ ด้านด้วยครับ

พัฒนาด้านไหนบ้าง

หนึ่งเรื่องบุคลิกภาพ ความมั่นใจในตนเอง แล้วก็รายได้ อาชีพนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ผมได้คุยกับครอบครัวมากขึ้น เขาจะช่วยผมในเรื่องงานและให้คำแนะนำ ผมเชื่อว่าทุกคนจะรักในอาชีพของตัวเอง เมื่อเขาเห็นว่ามันพัฒนาหรือมันทำให้เขาเป็นเขาในเวอร์ชันที่ดีขึ้นได้ 

ความฝันของคุณคือการไปฮอลลีวูด คิดอยู่นานไหมกว่าจะตัดสินใจบอกคนอื่น

ครั้งแรกนานมากครับ เพราะมันกลัวไปหมด คนจะมองว่าเพ้อเจ้อหรือเปล่าวะ บ้าเปล่าวะ อยู่แค่นี้เอง เป็นใครมาจากไหน ผลงาน ชื่อเสียงก็ยังไม่มี แน่นอนว่าครั้งแรกที่พูดออกไปมันโคตร Defense ตัวเองไว้ประมาณหนึ่ง มันอาจจะเป็นความฝันที่ดูเพ้อเจ้อนะครับ (หัวเราะ) แต่ผมอยากไปให้ถึงฮอลลีวูด พอผมกล้าพูดครั้งแรก ครั้งที่สองก็กล้าขึ้นเรื่อยๆ

ผมรู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งเดียวที่เรากำลังทำได้ดี ผมมองไม่เห็นตัวเองในมุมมองอื่น ณ ตอนนั้น เลยรู้สึกว่าลองดูกับมันสักตั้งดีกว่า ผมอยากจะไปให้ไกล อยากจะรู้ว่าระดับโลกเป็นยังไง

เหมือนเป็นแรงผลักดันให้ตัวเอง ในขณะเดียวกันก็กดดันตัวเองด้วย

ใช่ มันจะได้กระตุ้นตัวเอง เวลาที่ผมเผลอขี้เกียจไปบ้าง เป้าหมายที่ผมพูดไว้กับคนอื่นหรือพูดไว้กับตัวเองมันจะกลับมาจิกหัวผม แล้วเป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับ เวลาผมท้อ ทำไม่ได้ สมมติเล่นบทดราม่าไม่ได้สักที เล่นไม่ได้จริงๆ แต่มันผ่านไปแล้วนะ ผมจะกลับมานอยด์ พอวันรุ่งขึ้นมันก็จะดีขึ้น เพราะเป้าหมายผมชัดเจน ช่างแม่ง ทำวันใหม่ให้ดี

นนกุล ชานน สันตินธรกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

ความสำเร็จของ ฉลาดเกมส์โกง ในตอนนั้น มันทำให้คุณเติบโตในฐานะคนคนหนึ่งหรือนักแสดงยังไง

ผมเติบโตเยอะมากๆ ครับ ไม่ว่าในแง่ชื่อเสียงหรือการปฏิบัติตัวในวงการ พอเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น มันไม่เหมือนตอนเราเริ่มต้นแล้วนะ เพราะคนเริ่มมองเรามากขึ้น วันที่ผมได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม มันยิ่งเป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่าผมเดินมาถูกทางแล้วนะ ผมกำลังไปได้ดีจริงๆ ในอาชีพนี้ เหมือนเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ย้ำเตือนผมเสมอว่า ทุกๆ งานต่อจากนี้เป็นต้นไป ผมจะไม่ให้มาตรฐานดรอปลงเป็นอันขาด ถ้าไม่พัฒนาขึ้น อย่างน้อยต้องอยู่ที่เดิม

แต่ชีวิตไม่ได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ มันค่อยๆ มากกว่า ดูจากอินสตาแกรม (หัวเราะ) มันค่อยๆ ขึ้น ไม่ได้พุ่งทีเดียวทะลุล้าน ผมรู้สึกว่ายังพอรับมือกับมันได้ 

มันพาโอกาสอะไรมาให้ชีวิตบ้าง

มีหนังและละครติดต่อเข้ามา มีซีรีส์ที่จีนติดต่อเข้ามา ซึ่งตอนที่ติดต่อมาก็ตกลงเลยครับ ไม่คิดเลย (หัวเราะ)  ภาษาไม่ได้ก็ช่างมันก่อน การที่เขาติดต่อมาเขาต้องรู้จักเราประมาณหนึ่ง แปลว่าเขาต้องเตรียมพร้อมอะไรบางอย่างไว้อยู่แล้วสำหรับคนที่พูดภาษาจีนไม่ได้ แต่ผมก็ทำการบ้านไปด้วยเหมือนกัน อย่างน้อยต้องไม่ให้เสียชื่อ เสียหน้า ผมอยากทำให้มันดี เพราะการที่ผมได้รับโอกาสนั้น มันยิ่งรู้สึกว่าเราค่อยๆ เป็นไปในทางที่ตั้งความฝันเอาไว้มากขึ้น

เขาไม่จำเป็นต้องเลือกคุณตั้งแต่แรก เพราะอุปสรรคเรื่องภาษา แล้วเขามีเหตุผลอะไรถึงเลือกคุณ

ถ้ายอมรับตรงๆ เพราะว่าการประสบความสำเร็จจากเรื่อง ฉลาดเกมส์โกง ครับ มันทำให้ผมมีชื่อเสียงในประเทศจีน เขาเลยเลือกผมไป พอผมได้ไปทำงานที่นู่น ผมได้ไปโชว์สกิลให้เขาเห็น ก็มีโอกาสเข้ามามากขึ้น งานต่องานไปได้เรื่อยๆ

แต้มต่อที่ทำให้คุณได้รับงานแสดงที่จีนหลังจากนั้นคืออะไร

วินัยครับ มันทำให้ผมรู้ว่าผมตัวเล็กแค่ไหน วงการบันเทิงบ้านเราถือว่าไม่ใหญ่มาก แต่ประเทศจีน ผมจำไม่ได้ว่าหลักแสนหรือล้าน นักแสดงเขาเยอะมาก จังหวัดหนึ่งก็แทบจะเท่ากับประเทศเราแล้ว เรียกว่าดังแค่จังหวัดเดียวก็เหมือนดังทั่วประเทศไทย มันทำให้ผมรู้สึกว่าแค่นี้ไม่พอจริงๆ แค่แสดงดีอย่างเดียวไม่พอ ทำไมเขาต้องมาเลือกผม ภาษาเขาก็ต้องดีกว่าอยู่แล้ว เขาเป็นคนจีน เพราะฉะนั้น ผมต้องมีอะไรอย่างอื่นอีกที่ทำให้ไปต่อได้เรื่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ

บรรยากาศการทำงานที่จีนเป็นยังไงบ้าง

ผมว่าคล้ายประเทศไทยนะ ตำแหน่งเหมือนกันหมดเลย ต่างกันแค่ระบบการทำงาน เขาถ่ายทำทุกวัน การถ่ายต่อวันก็ค่อนข้างเป็นระบบ สิบสองชั่วโมง ถ่ายกันสามสิบตอน ตลอดสามถึงสี่เดือน จบเป็นโปรเจกต์หนึ่ง ในฐานะนักแสดงผมว่ามันดีนะ เพราะเราได้โฟกัสกับตัวละครตัวเดียวไปเลย

ผมว่าการท่องบทภาษาจีนก็เป็นการเรียนรู้มากๆ มันทำให้ผมได้พูด ได้ฟังมากขึ้น พอไปอยู่ที่นู่น สามถึงสี่เดือน อยู่ด้วยกันทุกวัน ต่อให้ไม่อยากสนิทก็ต้องสนิท (หัวเราะ) ทุกคนน่ารัก

แต่ถ้าพูดถึงสิ่งที่ผมได้จากการไปแสดงที่จีน ผมเพิ่งรู้ว่าการท่องบท ไม่ว่าจะยาวสักแค่ไหน ถ้าท่องสี่ร้อยรอบ ยังไงก็จำได้ แบบไม่ต้องคิดนะครับ เข้าห้องน้ำก็ท่องได้ เล่นฟิตเนสอยู่ก็ท่องได้ นั่นเป็นจำนวนครั้งที่ผมทดลองดูแล้วรู้ ไม่ว่าจะภาษาอะไรก็พูดได้ แต่อาจจะผิวเผินนะครับ ต้องไปใส่ฟีลลิ่งอีกที เพราะผมไม่รู้ภาษาเขา การที่ทำแบบนั้นจะทำให้ไม่กังวลเวลาไปแสดง แอคชั่นปุ๊บ ไมค์จ่อ ผมจะโฟกัสแค่ Phasing ที่เหลือก็ใส่ฟีลลิ่ง แบ่งคำให้ถูก ให้ดูเป็นธรรมชาติ

การท่องบทสี่ร้อยรอบ ผมไม่ชอบนะ ใครจะไปชอบวะ อยู่กับตัวเองทั้งวัน แต่ถ้าไม่ทำ ผลลัพธ์มันจะออกมาไม่ดี

นนกุล ชานน สันตินธรกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

ความรู้สึกของการค่อยๆ ขยับเข้าใกล้การทำงานในฝันมากขึ้น เป็นยังไง

เป็นความรู้สึกที่ดีอยู่แล้วครับ ขณะเดียวกันผมต้องย้ำกับตัวเองเสมอ ตอนนี้ผมยังไม่มั่นใจว่ามันกำลังไปได้ดีจริงๆ หรือเปล่า เพราะสุดท้ายมันอาจเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น ทำให้ทำงานที่จีนไปต่อไม่ได้ คงต้องพักไปแป๊บหนึ่ง

ผมก็ไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าอะไรจะเกิด วันหนึ่งผมอาจไม่มีงานที่จีนแล้ว ก็เป็นไปได้เหมือนกัน สิ่งที่ผม Make Sure กับตัวเองได้ ที่ผมควบคุมได้ คือฝีมือของผมเท่านั้น สำหรับผมมันเป็นความดีใจที่เราก็กลัวอยู่ตลอดเวลา

แปลว่าคุณระมัดระวัง ไม่ได้ประมาท

ใช่ครับ ต่อให้ผมไม่ได้ไปจีน ต่อให้อยู่ผมที่ไทยอย่างเดียว มันก็ดร็อปได้เหมือนกัน ข้อแรก เราต้องทำตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ อยู่แล้ว ข้อสอง ถ้าสุดท้ายวันนั้นมาถึง ผมวางแผนว่าจะไปเรียนต่ออเมริกา ไปออดิชั่น ไปแคสงานที่นู่น

นักแสดงที่เก่งสำหรับคุณเป็นยังไง เมื่อไหร่ถึงจะพูดได้เต็มปากว่า ‘นนกุลเป็นนักแสดงที่เก่ง’

ผมมองว่าการแสดงที่ดีขึ้นอยู่กับการทำการบ้านเพื่อบทบทนั้นมากกว่า เพราะไม่มีทางที่คุณจะได้บทเหมือนกันตลอด ต่อให้บทเข้ามือขนาดไหนก็ต้องทำการบ้านอยู่ดี วันนี้ผมทำการบ้านสำหรับบทนี้ได้ดี แต่ว่าวันหน้าบทต่อไปที่ผมได้รับ แล้วผมทำการบ้านไม่ดี ก็เรียกว่าการแสดงไม่ดี มันไม่ใช่เล่นบทหนึ่งแล้วได้รับรางวัล จะกลายเป็นนักแสดงที่ดีเสมอไป

จากคนคนหนึ่งต้องกลายไปเป็นอีกบทบาทหนึ่ง ต้องทำการบ้านหนักขนาดไหน

สุดท้ายแล้วการจะเป็นตัวละครหนึ่งตัวได้ต้องรู้รายละเอียดชีวิตของเขา ผมจะเขียน Background Story ของตัวละครนั้น แล้วใช้สรรพนาม ‘ผมชื่อ’ ถ้าตัวละครหยาบกร้านหน่อยก็ ‘กูชื่อ’ เช่น ผมชื่อบี เป็นลูกคนเดียว ครอบครัวจีน ตอนเด็กๆ พ่อเคยเอากระบวยตีหัว ก็เลยไม่ค่อยชอบพ่อ มันเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่พอสร้างเรื่องขึ้นมา ผมจะเริ่มเชื่อมัน

ผมชอบนะ เวลาเขียน Background Story พอสร้างมันขึ้นมาแล้วเอาไปเชื่อมกับเนื้อเรื่อง อ๋อ เพราะอย่างนี้เขาเลยไม่ชอบ เขาเลยเกลียดพ่อ พอมีภาพในหัว แล้วตัวเราเชื่อ การแสดงก็จะสตรอง ถ้าเราทำเป็นแสดงว่าไม่ชอบ เพราะว่าตัวละครไม่ชอบ ผมว่ามันไม่ใช่ คนเราเวลาไม่ชอบอะไร มันมีเหตุผลบางอย่างเสมอ

แต่ถ้าเป็นตัวละครที่ต้องใช้ Physical อย่างคนตาบอด ผมก็ต้องทำให้ Body ผม Comfort กับสิ่งสิ่งนั้น เช่น ไปซื้อไม้ของผู้พิการทางสายตาแล้วลองหลับตาเดินดูว่าเขารู้สึกยังไง เขากลัวแค่ไหน เพราะบทใน พรจากฟ้า ผมเล่นเป็นคนที่เพิ่งเริ่มตาบอด ต้องมีความกลัวอยู่ด้วย เขาไม่ได้ตาบอดตั้งแต่เกิด เพื่อที่จะสัมผัสความรู้สึกนั้นผมเลยต้องทำอย่างนั้นจริงๆ 

บทบาทไหนทำการบ้านหนักที่สุด

คงเป็น ฉลาดเกมส์โกง ครับ เพราะแบงค์เป็นคนที่เนิร์ดมากๆ ตอนนั้นผมไม่ได้นึกถึง Background Story แต่พอมองย้อนกลับไปมันตรงพอดีเลย คือการที่เราท่องบททุกบทในเรื่องประมาณสามสิบรอบต่อวัน จริงๆ มันไม่ใช่สิ่งที่ดีนะสำหรับตัวละครอื่น สมมติรับบทเป็นคนที่ชิลล์ๆ ก็ควรจะไหลๆ ไป ไม่ต้องไปฟิกซ์กับบทมาก แต่พอเป็นตัวละครที่ค่อนข้างแข็ง การที่ผมไปท่องแบบนั้นมันก็เลยช่วยให้จูนอินกับตัวละครง่ายขึ้นด้วย

ผมติดมาจากแบงค์เยอะเหมือนกัน ต้องขอบคุณที่แบงค์มันเป็นคนที่มีวินัยมาก มันช่วยบวกความมีวินัยของผมมากขึ้น

นนกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

บทบาทที่อยากเล่นต่อจากนี้

บทแอคชั่นครับ แอคชั่นที่ผมหมายถึงเป็นแบบซูเปอร์ฮีโร่ John Wick, ยิปมัน เพราะผมชอบดูหนังแอคชั่นอยู่แล้ว มันมีเสน่ห์มาก ยิ่ง ยิปมัน ผมว่าเขาอิมโพรไวซ์หน้างานได้ เขาระดับปรมาจารย์แล้ว (หัวเราะ)

อีกอย่างหนังแอคชั่นเหมือนกับตัวผม ผมเป็นคนชอบเตรียมการ ผมรู้ว่าการจะถ่ายแอคชั่นในแต่ละซีน ไม่ใช่แค่ไปหน้ากองแล้วถ่าย ต้องซ้อมหลายเดือนเพื่อมาถ่ายช็อตนั้น ต้องเตรียมการมาดีมากๆ John Wick เขาซ้อมกันหกเดือน มันเป็นสิ่งที่ผมรู้สึกว่านี่คือ Craftsmanship ที่สวยงาม

แปลว่าคุณเป็นคนชอบการเตรียมตัว แล้วคุณเป็นคนขยันด้วยไหม

ขยันแค่กับสิ่งที่เราชอบ (หัวเราะ)

จากบทบาทนักแสดงเปลี่ยนมาเป็นคนทำเพลง เริ่มต้นยังไง

คิดมาสองปีแล้วครับ แต่ผมไม่ได้บอกใคร เพราะยังไม่เสร็จ ผมอยากเป็นคนมีความสามารถรอบด้าน แต่ผมมีความรู้เป็นศูนย์เกี่ยวกับเรื่องเพลง ก็เลยใช้เวลานานมากกว่าจะเสร็จ ส่วนเบื้องหลัง ผมอยากลองกำกับดู มันเป็นเพลงของผม แล้วผมก็รู้สึกว่าถ้าไม่ใช้โอกาสนี้ ก็ไม่มีโอกาสไหนแล้วที่จะได้ลองกำกับระดับสเกลมืออาชีพ

ผมอยากรู้ว่ามันจะเป็นยังไง เพราะผมเรียนภาพยนตร์มา อยากรู้ว่า Vision ในหัว พอมาทำงานระดับมืออาชีพจริงๆ เพื่อให้ Vision นั้นออกมาเป็นสิ่งที่จับต้องได้ มันต้องชัดเจนขนาดไหน ต้องประชุมงานกันแค่ไหน ต้องมีเรเฟอเรนซ์แค่ไหน กว่าจะเป็นสิ่งที่ผมอยากให้มันเป็น

เริ่มจากศูนย์แล้วมาทำเพลง ตลอดสองปีคุณเตรียมตัวยังไงบ้าง

หนึ่งปีกว่าๆ จะเป็นเรื่องเพลงมากกว่า การแต่งเพลง ถ้าเขาส่งเมโลดี้มา แล้วผมยังไม่ชอบ ก็ขอแก้ตรงนี้เพิ่มนะ ส่งกลับไปกลับมา แล้วการแต่งเนื้อเพลงจะใช้เวลาประมาณหนึ่ง เรื่องฝึกหัดร้องอีก กลายเป็นว่าผมใช้เวลากับมันนานมาก เพราะผมไม่ค่อยมั่นใจเรื่องร้องเพลงเท่าไหร่ แต่ผมเรียนเพิ่มเติมอยู่ตลอดครับ อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำเพลงออกมา เพราะก่อนหน้านี้ผมไปเรียนร้องเพลง มันไม่มีอะไรที่ผมจับต้องได้ เหมือนเรียนไปอย่างนั้น ผมไม่เห็น Improvement ที่ดี แต่การทำเพลง มันช่วยให้ผมมีวินัย ถ้าผมไปอัดเพลงแล้วทำไม่ได้ ก็จะเสียเวลาคนอื่น อย่างน้อยทำให้ได้มาตรฐานแล้วกัน

คุณต้องศึกษาการแต่งเพลงเพิ่มหรือเปล่า

เรื่องแต่งเนื้อเพลงผมไม่ได้ศึกษาเท่าไหร่ เผอิญเป็นคนชอบเขียนแคปชันอินสตาแกรมยาวๆ พอได้เมโลดี้มา ก็คิดง่ายๆ แบบคนมั่วๆ มันต้องมีคำเพื่อมาทับเมโลดี้ สมมติ ‘ลา ลา ลา ล้า’ ก็เป็น ‘ฉัน รัก คุณ นะ’ เพื่อให้มันตรงกับคอนเซปต์ ผมเขียนเป็นเป็นสิบดราฟต์เหมือนกันกว่าจะเสร็จ

การทำเพลงและการกำกับเบื้องหลัง แตกต่างกับงานแสดงของคุณที่ผ่านมายังไงบ้าง

ถ้าเทียบกันงานแสดงมันต่างมากอยู่แล้วครับ แต่เหมือนกันตรงทุกอย่างต้องฝึกซ้อม ต้องทำบ่อยจนชิน แล้วเราจะเริ่มคุ้นเคยกับมัน เรื่องงานแสดงผมแสดงมาหกถึงเจ็ดปี ผมรู้ขั้นตอนการเตรียมงานในฐานะนักแสดง เพื่อให้ผลงานออกมาตามที่ต้องการ แต่การร้องเพลงและการกำกับผมยังไม่เห็นตรงนั้น การร้องเพลงผมไม่รู้ว่าต้องทำยังไงเสียงถึงจะดี ผมรู้แค่ต้องวอร์มเสียง แต่ผมยังไม่ค้นพบหนทางที่รู้สึกว่า เนี่ยแหละ! มันจะทำให้ผมร้องเพลงเพราะจริงๆ 

นนกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด
นนกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

คุณพยายามพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เป็นเพราะคุณไม่คิดว่าตัวเองจะได้มาอยู่ตรงนี้หรือเปล่า

ใช่ครับ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผมเซ็ตความฝันไว้ใหญ่ ผมไม่อยากผิดคำพูดตัวเอง ถ้ามันไม่มีสงครามปะทุขึ้นมา ผมก็อยากจะไปให้ถึงตรงนั้น

คุณเป็นมาหลายบทบาท มองเห็นตัวเองในบทบาทไหนมากที่สุด

ถ้า ณ ตอนนี้ก็นักแสดงครับ แต่อนาคตก็อยากจะทำได้ทุกอย่างจริงๆ จะแสดงก็แสดงได้ สมมติมีงานร้องเพลงก็ร้องเพลงได้ ไม่ต้องฝึกซ้อมนานเป็นเดือน ถ้ากำกับก็อยากพูดด้วยความมั่นใจว่าผมต้องการแบบนี้ ต้องการแบบนั้น

มักมีคำพูดที่ว่า ‘ถ้าเป็นอะไร ก็เป็นสิ่งนั้นให้ดีที่สุดไปเลย’ ทำไมคุณถึงอยากเป็น ‘นนกุลที่เก่งรอบด้าน’

ผมอยากเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ทุกวันนี้แค่การแสดงอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีอย่างอื่นด้วย แล้วอย่างอื่นนั้นก็ต้องดีพอๆ กับการแสดง ผมไม่ใช่นักแสดงจากอเมริกา ไม่ใช่นักแสดงจากประเทศจีน ผมเป็นคนจากประเทศอื่น การที่ผมจะไปให้ถึงระดับท็อปของโลก มันต้องมีอะไรมากกว่าการแสดงและภาษา เพราะนักแสดงฮอลลีวูด นักแสดงจีนเขาไม่ได้เป็นแค่นักแสดงอย่างเดียว เขาเป็นทั้ง Actor, Producer, Screenwriter, Singer, Director ผมเลยต้องเป็นมากกว่าสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ 

คุณพร้อมจะเป็น ‘นนกุลที่เก่งรอบด้าน’ แล้วหรือยัง

ผมเลยต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ ผมมองว่ามันต้องใช้เวลากว่าทุกอย่างจะแข็งแรง ถ้าตอนนี้การแสดงผมแข็งแรงที่สุด ผมต้องขยับให้ทุกอย่างมันค่อยๆ แข็งแรงขึ้นเหมือนกัน ขณะเดียวกันผมก็ต้องประคองการแสดงไว้ด้วย

คำถามคือเมื่อวันหนึ่งโอกาสที่จะทำให้ผมไปถึงจุดนั้นมาแล้ว ผมมีคุณสมบัติพร้อมจะรับและรักษามันไว้ได้หรือเปล่า พูดตามตรงวันที่ ฉลาดเกมส์โกง ประสบความสำเร็จ ผมยังไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะแบกรับและรักษามันไว้ได้ ถ้าผมมีคุณสมบัติที่แข็งแรงกว่านี้ เช่นภาษาจีนผมแข็งแรง วันนี้ผมอาจจะมีงานจีนมากกว่านี้ ไปไกลกว่านี้แล้วก็ได้ แต่ถ้ามันมาถึงเร็ว ผมก็ไม่พร้อมอยู่ดีนะ (หัวเราะ)

คุณตั้งเป้าหมายไว้ไกลมาก เคยมีคนสบประมาท พูดบั่นทอนกำลังใจ คุณบ้างหรือเปล่า

เป็นคำที่ไม่ได้รุนแรงมากนะ ประมาณว่า ‘โอ้ย ทำไมต้องฝันไกลขนาดนั้น เอาประเทศไทยให้รอดก่อนมั้ย’

มันก็ไม่ได้รุนแรงอะไรมาก เป็นแค่ความคิดต่าง ผมโชคดีที่กิดในยุคศิวิไลซ์ คนไม่ค่อยสบประมาทใครแล้ว แต่ความศิวิไลซ์ก็เป็นข้อเสียอีกอย่างหนึ่ง สิ่งเดียวที่จะหยุดผมได้คือความขี้เกียจของตัวเอง เพราะว่าโลกที่ศิวิไลซ์ มากๆ แปลว่าอย่างอื่นก็พัฒนาด้วย ทุกวันนี้คนเรามีความสุขง่ายมาก เปิดมือถือคลิกเดียวก็มีความสุขแล้ว โดพามีนหลั่งแล้ว

แต่สมัยก่อนไม่ใช่ อาจไม่ได้เจริญเท่านี้ คนไม่ได้มีความสุขง่ายเท่าเรา เขาต้องพยายามหนักมากกว่าจะมีความสุขได้ เขาเลยถูกสอนให้พยายามก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ แต่กับคนสมัยนี้ทำแบบนั้นยาก เพราะไม่มีสถานการณ์มากดดัน แค่ดูมือถือ กินมาม่า ก็มีความสุขแล้ว สิ่งนั้นแหละจะหยุดการพัฒนาของเรา

มันมีบางวันที่ผมขี้เกียจไปเลยนะครับ ไม่ทำอะไรเลย นอนดูแต่ยูทูบ พอวันรุ่งขึ้นก็จะด่าตัวเอง ‘เมื่อวานทำอะไรวะ ทำไมใช้เวลาแบบนั้น’ ผมว่าสุดท้ายมันก็ต้องมีเวลาให้ตัวเองพักบ้าง แต่ก็ต้องไม่ลืมเป้าหมายด้วยเหมือนกัน

นนกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

ถ้าเป้าหมายที่ตั้งไว้อยู่ระดับ 100 ตอนนี้คุณอยู่ระดับไหน

สิบ ยี่สิบ ครับ เพราะตอนนี้ผมอยู่ในจุดที่ผมรู้สึกว่ามันถอยกลับมาได้ง่ายมาก

ถ้าถอยก็เป็น 0

มันยังไม่แน่นอน สิ่งไหนที่ผมยังควบคุมไม่ได้ ผมจะไม่กล้าพูดว่าผมทำสำเร็จแล้ว ทุกวันนี้ถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมันอาจจะกลับมาตรงสิบหรือห้าเลยก็ได้ บางทีโชคก็ช่วยให้ผมได้งาน แต่คุณสมบัติของผม ณ ตอนนี้ยังต้องประคองไว้ ยังเรียกว่าประสบสำเร็จไม่ได้

ถ้าความสำเร็จมาตอนนี้ คุณอาจจะรับมือกับมันได้ไม่ดีด้วยซ้ำ

ผมจะกระโจนเข้าไปนะ แต่ผมอาจจะรับมือได้ไม่ดีหรอก (ยิ้ม)

คุณเรียนรู้อะไรบ้างจากการเป็นนนกุลตลอดหลายปีที่ผ่านมา

เรียนรู้ว่าคนเราจะประสบความสำเร็จได้ ความพยายามอย่างเดียวไม่พอจริงๆ ต้องมีโชคด้วย เราต้องพร้อมที่จะทำในสิ่งที่ไม่ชอบ ผมรู้ว่าผมต้องการอะไร แต่ผมจะทำสิ่งที่ผมชอบหรือต้องการอย่างเดียวไม่ได้ บางทีผมก็ต้องทำสิ่งที่ไม่ชอบด้วย เพื่อให้ไปถึงตรงนั้นได้

วันที่ไปนั่งกินข้าวกับเพื่อนของคุณแม่ จากที่เคยชมว่าลูกสาวสวยมาก วันนี้เขาชมลูกชายหรือยัง

มีชมแล้ว (ยิ้ม)

คุณมองว่าชีวิตตัวเองในตอนนี้ประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง

ยังครับ (นิ่งคิด) ยัง

นนกุล ชีวิตที่ยังไม่ประสบความสำเร็จของนักแสดงที่ท่องบท 400 รอบและฝันจะไปฮอลลีวูด

ขอบคุณสถานที่ร้าน CHU Chinese Bangkok (สุขุมวิท 49)

Writers

อาทิตยา จันทร์เศรษฐี

นัก(หัด)เขียนและนัก(หัด)วาด สะสมสติ๊กเกอร์และโปสการ์ด ตกหลุมรักท้องฟ้าซ้ำไปซ้ำมา และสัญญากับตัวเองว่าจะอ่านหนังสือเดือนละเล่ม

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

หากพูดถึงยูทูบเบอร์เกาหลีในประเทศไทย Kyutae Oppa น่าจะเป็นชื่อแรก ๆ ที่ใครต่อใครนึกถึง

หลายคนอาจคุ้นหูชื่อนี้จากการขึ้นอันดับ 1 บนเทรนด์ทวิตเตอร์ ทั้งที่จริง ๆ คิวเทคือยูทูบเบอร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในวงการ เส้นทางชีวิตของเขาอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวที่มีคุณค่าและน่าสนใจมากมาย ที่แน่ ๆ มันมีอะไรมากกว่าแค่ข่าวร้ายช่วงต้นปีอย่างแน่นอน

ซิม คิวเท เจ้าของช่อง Kyutae Oppa ลืมตาและเริ่มเรียนรู้โลกที่จังหวัดชลบุรี แม้จะมีพ่อกับแม่เป็นคนเกาหลีแท้ ๆ จานโปรดที่ช่วยให้เขาเติบใหญ่กลับไม่ใช่กิมจิ แต่เป็นส้มตำไก่ย่าง 

เรียกว่าถึงจะมีสายเลือดแดนโสม แต่หัวใจก็เป็นไทยเต็มดวง

หนุ่มคิ้วเข้มนิยามตัวเองในวัยเด็กว่าเป็นคนขี้อาย การอกหักจากรักแรกตอนมัธยมเหมือนเป็นการสับสวิตช์ เปลี่ยนเด็กเก็บตัวให้กลายเป็นวัยรุ่นที่ทั้งรั่ว กล้า และบ้าบิ่น ช่องยูทูบ Kyutae Oppa หรือที่ก่อนหน้าใช้ชื่อ Kyutae TV ถือกำเนิดขึ้นในตอนนั้น

Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'

บุคลิกที่ขี้เล่น จริงใจ กล้าทำทุกอย่างที่ขวางหน้า ส่งให้ช่องของเขาพุ่งทะยานจนมีคนติดตามกว่า 8 ล้านใน 5 ปี เขาจริงจังกับเส้นทางนี้ถึงขั้นลาออกจากมหาวิทยาลัย หลังจากที่เรียนไปได้เพียง 3 เดือน

อาจเพราะความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา หลายคนจึงไม่รู้ว่า ซิม คิวเท เพิ่งจะมีอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น แต่นั่นก็ไม่ได้บ่งชี้ว่าประสบการณ์ของเขาน้อยไปกว่าใคร และอันที่จริง เขาน่าจะผ่านอะไรมามากกว่าคนที่แก่กว่าเขาไปแล้วด้วยซ้ำ

หลังปล่อยคลิปอธิบายความขัดแย้งระหว่างตนเองและทีมงาน สื่อแทบทุกสำนักก็ต่อคิวขอสัมภาษณ์จนเขาแทบไม่มีเวลาพักหายใจ เราจึงรู้สึกพิเศษไม่น้อยที่คิวเทเลือกเทคิวมาพูดคุยกับ The Cloud ในวันนี้

ขณะนั่งรอการมาถึงของโอปป้า เราได้แต่คาดเดาไปต่าง ๆ นานา ว่าหนุ่มอารมณ์ดีที่เราเห็นในช่อง หลังกล้องจะเป็นคนแบบไหน จะยิ้มแย้มบ้าบอแบบในคลิป หรือจะสุขุมนุ่มลึกเข้าถึงยาก

หนุ่มเกาหลีหัวใจไทยไม่ทิ้งให้สงสัยนาน ทันทีที่ได้เจอ คิวเทส่งยิ้มล้นปรี่ไม่ต่างจากที่เห็นในโซเชียลมีเดีย ความสนุกสนานในยูทูบเป็นอย่างไร ชีวิตจริงเขาก็เป็นแบบนั้น

อย่างไรก็ดี เมื่อการสนทนาเริ่มต้น เราจึงค่อย ๆ สัมผัสได้ถึงตัวตนความเป็นมนุษย์ของเขาทีละเล็กละน้อย เป็นชีวิตที่ไม่ได้มีเพียงมุมที่ยิ้มอิ่มสุข หากยังมีด้านที่จริงจัง ทุกข์ ไปจนถึงโศกเศร้า 

เขาเล่าทั้งหมดให้ฟังแบบตรงไปตรงมา 

ตรงหน้าของเราคือมนุษย์ที่จริงใจที่สุดคนหนึ่ง และคงถึงเวลาอันสมควรที่ทุกคนจะได้สัมผัสความจริงใจของยูทูบเบอร์วัยยังไม่เบญจเพสคนนี้

Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'

กิมจิไม่ค่อย ขอส้มตำดีกว่า

ชื่อ ‘ซิม คิวเท’ ของคุณ ที่แปลว่า คนที่ห่วงใยประเทศไทย มีที่มาจากอะไร

พ่อแม่ผมเป็นคนเกาหลี แต่ผมเกิดที่นี่ เมดอินไทยแลนด์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ตอนผมเกิด คุณปู่บินจากเกาหลีมาไทย เขาบอกพ่อกับแม่ว่า ไหน ๆ จะมาตั้งหลักที่ไทยอยู่แล้ว ลูกก็เกิดที่ไทยด้วย ก็อยากให้ตั้งชื่อที่เกี่ยวกับประเทศไทยหน่อย คุณปู่เสนอว่าให้ชื่อห่วงใยประเทศไทยดีมั้ย แต่ละพยางค์ในภาษาเกาหลีมีความหมายอยู่แล้ว ชื่อคิวเทลงตัวพอดี ซิมคือชื่อตระกูล ‘คิว’ ย่อมาจากคำว่าเข้าใจ ส่วน ‘เท’ มาจาก ‘แทกุก’ ที่แปลว่าประเทศไทย ก็เลยเป็น ซิม คิวเท แต่เพื่อนเรียกกันไม่ค่อยถูกนะ คิวเทบ้าง ไคยิวเทบ้าง เรียกหยาบ ๆ ก็มี ผมเลยให้เพื่อนเรียก ‘ซิม’ แล้วกัน น่าจะเรียกง่าย จำง่ายกว่า

แล้วคุณห่วงใยประเทศไทยจริงมั้ย

จริง ๆ ก็เหมือนผมเป็นคนไทยนะ ทุกครั้งที่ไปเกาหลีจะอยากกลับมาไทยตลอด ที่นั่นไม่มีอะไรที่เราคุ้นชินเลย เหมือนไปเที่ยวต่างประเทศมากกว่า รู้สึกชัดเจนเลยว่าประเทศไทยคือบ้านของเรา ถามว่าห่วงใยมั้ยก็ต้องห่วงอยู่แล้ว เพราะว่านี่คือบ้าน

ถามจริง ประเทศนี้มีอะไรให้คุณหลงรัก

อย่างแรกก็เรื่องอาหาร ผมชอบกินอาหารรสจัด เผ็ด ๆ อร่อย ๆ อย่างกิมจิผมก็ไม่ค่อย ขอเลือกส้มตำดีกว่า กินมาตั้งแต่เด็กแล้ว

และที่ประทับใจที่สุดคือผู้คน ผมว่านิสัยคนไทยไม่เหมือนคนเกาหลีนะ คนไทยค่อนข้างใจเย็น ใจดีกว่า คนเกาหลีแอบดุ (หัวเราะ) ถ้าไม่รู้จักกันจะเหมือนมีกำแพงกั้นอยู่ พออยู่เกาหลีนาน ๆ ผมกลายเป็นอีกคนหนึ่งเลย เป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าแสดงออก เข้าไปเฮฮากับใครไม่ได้ แต่ที่ไทยเราได้เป็นตัวของตัวเองเต็มที่

หมายความว่าไม่มีความคิดจะไปใช้ชีวิตที่เกาหลีเลย

ปกติผมกลับเกาหลีปีละครั้งอยู่แล้ว แต่ไม่เคยคิดจะกลับไปใช้ชีวิตที่นั่นยาว ๆ เคยมีที่คิดเล่น ๆ ว่าอยากดังที่เกาหลีบ้างเหมือนกัน แต่คิดไปคิดมาก็รู้ตัวว่าวันนี้มีความสุขอยู่แล้ว ผมอยากประสบความสำเร็จในไทยให้สุดมากกว่า

หลายคนเรียกคุณว่าเกาหลีตัวปลอม บ้างก็แซวว่าคุณพูดภาษาไทยไม่ชัด เคยน้อยใจบ้างรึเปล่า

ไม่เลย ผมว่าเป็นอะไรที่ดี จริง ๆ แล้วหนึ่งในสี่ของคนที่ติดตามช่อง Kyutae Oppa ก็ไม่รู้นะว่าผมเป็นคนเกาหลี เขาคิดว่าผมเป็นคนไทยที่แกล้งเป็นเกาหลี แต่ผมไม่น้อยใจเพราะมันเป็นกิมมิกดี ให้คนงงว่าสรุปเป็นเกาหลีหรือไทยกันแน่ คนดูจะสงสัยว่าไอ้นี่เป็นใคร แล้วก็อาจจะไปค้นหา เข้าไปดูคลิปของเราต่อ

แต่ทุกวันนี้ภาษาไทยของผมก็เก่งขึ้นเยอะนะ 

Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'
Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'

อกหัก…จึงกล้าแสดงออก

จากเด็กที่อยากทำงานเบื้องหลัง ไม่ค่อยกล้าแสดงออกตอน ม.ปลาย เปลี่ยนแนวมาอยู่หน้ากล้อง ทำช่องยูทูบได้ยังไง

ผมอกหัก ด้วยความเป็นเด็กด้วยเลยรู้สึกอกหักอย่างแรง ตลกดีเหมือนกัน ตอนนั้นอยู่ที่สถานบันเทิงพอดี ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดอะไร จู่ ๆ ก็อยากขึ้นไปเต้น จากที่เศร้า ๆ พอเต้นแล้วรู้สึกลืมเรื่องอกหักไปเลย เหมือนได้เจอความสุขที่แท้จริง เห็นผู้คนมองขึ้นมาบนเวที โฟกัสที่เราคนเดียว หลังจากวันนั้น ผมก็ลองเป็นคนอีกแบบหนึ่งดู ลองยกมือขอขึ้นเวทีในงานโรงเรียนบ้าง ลองทำตัวเป็นรุ่นพี่ที่ร้องเพลงตามบันไดบ้าง (หัวเราะ) ก่อนหน้านั้นผมไม่กล้าเลยนะ กลัวมาก 

พอรู้ตัวว่ามีความสุขที่ได้แสดงออก ทีแรกผมอยากเป็นนักร้อง แต่ก็คิดว่าเป็นไม่ได้ เพราะขนาดคนที่ร้องเพลงอยู่ข้าง ๆ ยังร้องเพราะกว่าเราเลย โลกนี้มี 7 พันล้านคน ผมคงไปถึงจุดที่เป็นนักร้องไม่ได้ ก็เลยมองหาอะไรบางอย่างที่จะทำให้เรามีชื่อเสียง ก็ได้เจอยูทูบ เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ฟรี จะมาจากไหน อายุเท่าไหร่ ก็สร้างได้ ก็ลองทำดู ทำมาเรื่อย ๆ จนถึงวันนี้

พอจะจำได้มั้ยว่าคลิปแรกมีคนดูเท่าไหร่

โห คลิปหนึ่ง 40 – 50 วิวเอง ตอนนั้นคิดเยอะมากนะ ผมเริ่มทำช่วง ม.6 ทำแล้วคนก็ล้อ เพื่อนที่โรงเรียนก็ล้อว่าไอ้นี่เป็นอะไร เด็ก ๆ รุ่นน้องก็หัวเราะ คุณครูก็ดูถูก ออกแนวเป็นห่วงเพราะใกล้จะต้องเข้ามหาลัยแล้ว แต่ไอ้นี่ยังไม่รู้เลยว่าจะไปมหาลัยไหน วัน ๆ ทำแต่คลิป

ยอดก็ไม่ได้ดี แถมมีคนดูถูกด้วย ทำไมคุณจึงยังทำต่อ

ก็โดนล้อโดนดูถูกไปแล้ว ผมขอทำต่อดีกว่า (หัวเราะ) 

แต่ผมไม่โกรธคนที่ล้อนะ เพราะผมก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริง ผมยังไม่ดังจริง ๆ และคุณภาพของคลิปที่เราทำก็ตลกด้วย สมัยนั้นคนยังไม่เข้าใจว่าทำยูทูบเป็นยังไง แต่เราไม่สนใจ โอเค มีคนล้อ งั้นลองทำอีกคลิปแล้วกัน ลองหาดูว่าแบบไหนคนถึงจะชอบ ทำไปก็ยังไม่ดีหรอก แต่มันทำให้เรากลายเป็นรุ่นพี่ทำคลิปประจำโรงเรียน แม้จะมียอดติดตามไม่ถึงร้อยคนก็เถอะ

แต่พอโดนล้อมาก ๆ เข้า ผมก็เขินจนทนไม่ไหว ทำคนเดียวเหงาไปหน่อย เลยบอกเพื่อนว่ามาทำด้วยกันเถอะ คุณครูจะได้ดูถูกมึงด้วยไง (หัวเราะ) แก๊งผมมี 4 คน ก็มาช่วยออกในคลิป พอทำด้วยกันกับแก๊งเพื่อนก็เหมือนยูทูบเป็นกิจกรรมที่ได้มาสนุกกัน ตอนผมถ่ายจะมีรุ่นน้องในโรงเรียนมาดูตลอด เพราะสิ่งที่เราทำตลกมาก ผมเลยมีกำลังใจจะทำต่อไป

ใครสอนคุณทำยูทูบ

ศึกษาเองหมดเลย หลายคนทำเป็นอยู่แล้ว มันแอบคล้ายหลักการตลาดนิดหน่อย เราต้องหาอะไรที่แตกต่างในตลาดเดียวกัน ในยูทูบมีคอนเทนต์กินแล้ว เฮ้ย เกาหลีเต้นสายย่อ เกาหลีดูหนังผีไทยยังไม่มีนี่หว่า งั้นผมลองทำดีกว่า 

ส่วนการตัดต่อ ผมก็ต้องเรียนเหมือนกัน ความโชคดีอย่างหนึ่งคือผมเรียนโรงเรียนอินเตอร์ เลยสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ไม่รู้อะไรก็เสิร์ช ยุคนั้นคลิปสอนตัดต่อที่เป็นภาษาไทยยังไม่ค่อยมี แต่ภาษาอังกฤษมีทุกอย่างที่เราอยากเรียน ได้เข้าใจตั้งแต่ตอนนั้นว่า ถ้าผมอยากเรียนอะไรก็เรียนเองได้ ไม่ต้องมีอาจารย์คอยสอน

ช่อง ‘Kyutae Oppa’ เริ่มเป็นที่รู้จักตอนไหน

คลิปแรกที่ดังน่าจะเป็นเกาหลีดูหนังผีไทย เราอัดคลิปตัวเองดูหนังผี แล้วตัดเฉพาะรีแอคชันตอนตกใจ ปรากฏว่ามีคนดูดคลิปผมไปลงในเพจ คนแชร์เป็นหมื่นเลย ผมรีบทักไปหาเขาว่าใส่เครดิตให้หน่อยได้มั้ย ตอนนั้นไม่มีความรู้ ไม่รู้เลยว่าการที่เขาเอาคลิปเราไปลงดีหรือไม่ดี คิดแค่ว่า ขอบคุณครับพี่ที่เอาคลิปผมไปลง ไหน ๆ ก็เอาไปแล้ว ฝากแปะชื่อผมด้วยได้มั้ย (หัวเราะ) วันนั้นยอดติดตามผมขึ้นมา 2,000 – 3,000 แล้วไม่นานก็ขึ้นไปถึงหลักหมื่น

ทุกวันนี้ คลิปที่คุณนำเพลงไทยมาแปลงเนื้อเป็นภาษาเกาหลีได้รับความนิยมมาก ๆ เล่าแรงบันดาลใจของคลิปแนวนี้ให้ฟังหน่อย

ช่วงโควิดผมว่างมาก เลยลองหาเพลงดัง ๆ ตอนนั้นเพลง วาฬเกยตื้น ของ GUNGUN มาแรง เลยลองแปลเนื้อเพลงดู วันเดียวก็เสร็จ ผมก็ร้องแล้วลงยูทูบ โอ้โห คนดูเยอะมาก 10 – 20 ล้าน งั้นผมทำต่อดีกว่า แค่นั้นเลย 

การร้องเพลงลงยูทูบทำให้คุณเข้าใกล้ความฝันวัยเด็กที่อยากเป็นนักร้องมากขึ้นมั้ย

ทุกวันนี้ก็ยังอยากเป็นนักร้องนะ แต่พอทำยูทูบ ผมก็ไม่มีเวลาเข้าหาดนตรีเท่าไหร่ มีช่วงที่ลืมความอยากเป็นศิลปินไปเหมือนกัน รู้สึกว่าศิลปินเป็นสิ่งที่ลึกซึ้ง ต้องทุ่มเท ต้องให้เวลามาก ๆ เดี๋ยวนี้มีแอบทำเพลงบ้างเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร ยังตั้งใจเต็มที่กับยูทูบเหมือนเดิม แต่กับอะไรที่จะตามมา ผมก็พยายามทำเรื่อย ๆ เพื่อให้วันหนึ่งมันสมบูรณ์

Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'

ถ้ารู้สึกเครียด ผมไม่ทำ

เคล็ดลับอะไรที่ทำให้ ‘Kyutae Oppa’ โดดเด่นกว่าช่องอื่น ๆ ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน

ผมขายตัวเองไว้ในนั้น เอาบางอย่างที่เป็นชีวิตจริงลงไปอยู่ในช่อง สิ่งที่ผมอยากเป็น การที่น้องสาวเป็นเด็กพิเศษ หรือสิ่งต่าง ๆ ที่พบเจอ ผมก็เอาไปละลายในช่อง บางคนอาจจะมองว่านี่เป็นการขายวิญญาณ แต่ผมว่านี่คือวิถีชีวิต คือการนำเสนอตัวตนให้คนดูตามที่ตัวบุคคล วิธีนี้เป็นอะไรที่อยู่ได้นานที่สุด

แล้วบุคคลที่ชื่อ ซิม คิวเท น่าติดตามยังไง

ผมสัญญากับตัวเองว่า ตอนอยู่หน้ากล้องต้องสนุก พลังงานต้องเต็มร้อย จะเช็กก่อนทุกครั้งว่าเรามีเรื่องเครียดอะไรรึเปล่า ถ้ามี ผมจะไม่ถ่ายเลย ผมว่าเป็นการไม่ให้เกียรติคนดู เพราะคนดูส่วนใหญ่มีเรื่องเครียดอยู่แล้ว เขาไม่ได้มาเอาความรู้ แต่อยากมาดูว่าวันนี้ผมทำอะไร อยากหัวเราะในสิ่งที่ผมทำ อยากเห็นผมบ้า เห็นผมโชว์พลังในที่สาธารณะ อยากเห็นผมมั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง ไม่ว่าจะทำอะไร ไปร่วมงานกับแขกรับเชิญคนไหน ผมจะไม่มีการเกร็งหรือกลัว ผมอยากให้พลังงานของผมช่วยให้คนดูมีความสุข นี่น่าจะเป็นจุดสำคัญที่สุดที่ทำให้คนติดตามผม 

คุณไม่ฝืนเลยเหรอที่ต้องเต้นหรือทำเรื่องตลกในที่สาธารณะ

ฝืนครับ ฝืนมาก ครั้งแรกผมก็ไม่กล้า คืนก่อนหน้านอนไม่หลับเลย วันนั้นนัดเพื่อนคนหนึ่งให้มาช่วยถ่าย ต้องเต้นกลางห้าง เราไม่เคยถ่ายคลิปในห้างมาก่อน ทั้งเกร็งทั้งกลัว (ทำท่าลุกลี้ลุกลน) เฮ้ย คนนั้นมองเราทำไม เฮ้ย คนนั้นสวยมากเลย เขินจัง ผมเกร็งไปหมด

จริง ๆ ผมลืมความรู้สึกนี้ไปแล้วนะ แต่ยูทูบเบอร์หลายคนก็ยังเป็นอยู่เวลาต้องถ่ายคลิปในที่สาธารณะ ทุกวันนี้ผมแบ่งช่องในสมองได้แล้ว ถ่ายคลิปคือถ่ายคลิป ทำอย่างอื่นคือทำอย่างอื่น ประสบการณ์ทำให้เราแบ่งได้ชัดเจนว่าเวลาไหนเครียดได้ เวลาไหนต้องถ่าย 

Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'

ทุกวันนี้ก็คือเต้นกลางห้างได้แบบชิลล์ ๆ

ตอนนี้ดีดนิ้วปุ๊บ เต้นได้เลย (หัวเราะ)

อะไรทำให้เด็กปี 1 ที่เพิ่งเรียนมหาลัยได้แค่ 3 เดือน ตัดสินใจลาออกไปเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง

ก่อนทำยูทูบ ผมอยากไปเรียนที่นิวยอร์ก อยากเป็นผู้กำกับอยู่หลังกล้อง แต่พออกหัก เริ่มทำยูทูบ ก็ไม่ได้อยากเรียนอะไรเป็นพิเศษ แต่พ่อแม่อยากให้เรียน และผมก็อยากรู้ เอ เรียนมหาลัยจะเป็นยังไง

ทีนี้มีอยู่วันหนึ่ง ผมไปถ่ายคลิปที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ลงคลิปเสร็จ มหาลัยก็ติดต่อมาว่าอยากให้ไปเรียนที่นั่น คณะนิเทศ ให้ทุนเรียนฟรี 4 ปีเลย ผมคิดในใจ ‘โห สบายจัด ทำยูทูบจนได้เข้ามหาลัย บ้าไปแล้ว (ทำเสียงสูง)’ 

แต่พอเข้าไปเรียนจริงไม่เหมือนที่คิดไว้ ผมต้องเรียนใหม่หมด ตั้งแต่วิธีเปิดกล้อง ชัตเตอร์สปีด เช็ดเลนส์ ตอนนั้นรู้สึกเหนื่อย ทำยูทูบ เรียนหนัก เดินทางก็ไกล เลยลองชั่งน้ำหนักดูว่า ระหว่างออกมาเรียนเองกับเรียนในมหาลัย อันไหนเร็วกว่า เรียนเองอาจจะไม่ละเอียดเท่ามหาลัย แต่ก็คงเร็วกว่า ได้เจอคนมากกว่า ผมมีเป้าหมายใหม่ด้วย อยากลองก้าวไปอีกขั้น เห็นยูทูบเบอร์หลายคนเริ่มเปิดบริษัทของตัวเอง ผมเลยลาออกหลังจากเรียนไปแค่ 3 เดือนเพื่อมาจดทะเบียนบริษัท ตอนนั้นอายุแค่ 19 

การเปิดบริษัทนับเป็นก้าวสำคัญของชีวิตเลยรึเปล่า

เป็นแรงบันดาลใจที่กระตุ้นให้เราตั้งใจทำงานมากขึ้น ตอนนั้นเป้าหมายผมเกินจริงมาก ยังเด็กด้วย คิดแผนว่าจะเปิดบริษัท จะมีลูกน้องกี่คน จะขายนู่นนี่นั่น ต้องมีเสื้อผ้านะ ต้องมีผู้ติดตาม 70 ล้านคนนะ จะมีรถกี่คัน วันหนึ่งต้องเปิดโรงเรียนสอนทำยูทูบให้ได้ 

ถึงวันนี้ทำอะไรไปแล้วบ้าง

ไม่ได้ทำเลยครับ (หัวเราะ)

พอลองทำบริษัทจริง ๆ ถึงได้รู้ว่าเราไม่ได้ชอบ เราแค่ทำตามคนอื่น ผมรวยขึ้น ดังขึ้นก็จริง แต่ว่าในใจรู้สึกว่าเดินผิดทาง ทุกวันนี้ยังมีบริษัทอยู่ แต่ก็ทำยูทูบเป็นหลัก ไม่ได้มีธุรกิจอะไรมากมาย

คิวเท ยูทูบเบอร์สายฮาชาวเกาหลี เด็กขี้อายที่ย้ายมาอยู่หน้ากล้อง ลองเปิดบริษัทในวัย 19 และการมองดาวเรียกสติ
คิวเท ยูทูบเบอร์สายฮาชาวเกาหลี เด็กขี้อายที่ย้ายมาอยู่หน้ากล้อง ลองเปิดบริษัทในวัย 19 และการมองดาวเรียกสติ

คนจริงใจมีน้อย

ทำยูทูบมา 5 ปี มีผู้ติดตามกว่า 8 ล้านคน เคยรู้สึกหมดไฟ อยากเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นบ้างรึเปล่า

ถ้าตอบว่าไม่ก็โกหกแล้ว มีแน่นอน ช่วงที่เหนื่อยและหมดไฟที่สุดคือ ตอนที่จะเปลี่ยนยูทูบจากงานอดิเรกมาเป็นอาชีพ ยากนะ ไม่รู้เลยว่าจุดเปลี่ยนคือตอนไหน ถามวันนี้ก็ยังตอบไม่ได้ 

มีช่วงที่บอกกับตัวเองเหมือนกันว่าจะทำยูทูบต่ออีกแค่ 3 ปี จริง ๆ ยูทูบเบอร์หลายคนเคยบอกตัวเองแบบนี้นะ แต่พอคิดแบบนี้แล้วชีวิตไม่มีความสุขเลย เหมือนเราให้วันหมดอายุกับตัวเอง ถึงจุดหนึ่งเลยเปลี่ยนความคิดใหม่ ได้รู้ว่าทำยูทูบไปเรื่อย ๆ ก็ดี จริง ๆ ไม่ว่าจะทำงานอะไรก็คงมีช่วงหมดไฟกันทั้งนั้น ผมลองตั้งใจใหม่ ลุยใหม่ จนความคิดที่จะทำยูทูบอีกแค่ 3 ปีหายไป ก็คงตั้งใจทำจนกว่าจะทำไม่ได้

หมายความว่าอาจจะมีวันที่คุณเลิกทำยูทูบ

มีอยู่แล้ว สักวันแหละ ทุกอย่างมีวันหมดอายุ แต่ก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าตอนไหน วันหนึ่งคนอาจจะไม่ดูเราแล้ว หรือเราอาจจะทำเหมือนเดิมไม่ได้ก็ได้ ไม่มีทางรู้ แต่ถ้าถามตอนนี้ก็ยังอยากทำช่องไปเรื่อย ๆ นะ

การเป็นบุคคลสาธารณะตั้งแต่เป็นวัยรุ่นให้อะไรและเอาอะไรไปจากคุณบ้าง

ให้ผมได้รู้จักกับธาตุแท้มนุษย์ ผมทำยูทูบมา 5 ปี ทุกคนรอบตัวเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ความคิด ความชอบ สังคม เวลาสั้น ๆ เอง แต่ทุกอย่างแทบไม่เหมือนเดิม ผมได้เรียนรู้เรื่องพวกนี้เยอะมาก

สิ่งที่เอาไปคือเวลา ผมได้สนุกสนานกับเพื่อนน้อยมาก ชีวิตผมไม่เหมือนของเพื่อนรุ่นเดียวกัน ตอนเพื่อนเรียนมหาลัย ผมทำงานแล้ว แทบไม่มีเพื่อนวัยเดียวกันเลย เพื่อนที่มีส่วนมากก็อายุมากกว่าเราหมด 

อีกอย่างที่เสียไปคือความเป็นส่วนตัวและความรู้สึก ผมไม่ได้มีสังกัดหรือบริษัทมาดูแล ต้องดูแลอารมณ์และชื่อเสียงของตัวเองตั้งแต่เด็ก เหนื่อยนะ ไม่มีผู้ใหญ่แนะนำ พ่อแม่เป็นคนเกาหลี เขาก็ไม่ได้เข้าใจทั้งหมดว่าสิ่งที่เราทำคืออะไร เราติดต่องานเอง ทำเองทุกอย่าง (นิ่งไป) 

ลืมไปเยอะเหมือนกันนะ ผ่านมานานแล้ว ตอนนั้นผมกลัวมาก กลัวไปหมดทุกอย่าง กลัวว่าจะพูดอะไรผิดรึเปล่า ไม่รู้ว่าออกจากบ้านแล้วจะมีคนว่าอะไรเรามั้ย เคยเจอดราม่าเหมือนกันเลยได้เข้าใจว่า อ๋อ เวลาดาราเจอเรื่องดราม่ารู้สึกแบบนี้นี่เอง แต่ถ้ามองถึงวันนี้ ผมคงบอกว่ามันดีแล้ว คุ้มแล้ว เพราะสิ่งนี้เป็นความสุขของเราจริง ๆ เราแค่ต้องหาให้เจอ เลือกโฟกัสให้ถูกจุด

คิวเท ยูทูบเบอร์สายฮาชาวเกาหลี เด็กขี้อายที่ย้ายมาอยู่หน้ากล้อง ลองเปิดบริษัทในวัย 19 และการมองดาวเรียกสติ

ช่วงปลายปีที่ผ่านมา คุณต้องเผชิญอุปสรรคครั้งใหญ่ในชีวิต ทั้งเรื่องความสัมพันธ์กับคนรักและเพื่อนร่วมงาน สิ่งที่ช่วยให้คุณผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้คืออะไร

เป็นเรื่องที่แปลกมากนะ ช่วงต้นปีมีวันหนึ่งที่เราเอามือขึ้นมาตบหน้าตัวเอง ไม่รู้เลยว่าเกิดจากอะไร ไม่รู้ว่าฝันอยู่รึเปล่า ช่วงนั้นชีวิตผมคงแย่เหมือนมีคนมาตบหน้าตลอดเวลา สมองเลยคิดแต่เรื่องไม่ดีจนมือเริ่มตบปึ้ง ตบปึ้ง ไม่ยอมหยุด ตบถึงตี 4 ช้ำเลยนะ แต่พอได้สติ ผมหันไปมองดาวที่อยู่บนฟ้าหน้าบ้าน ถึงได้รู้ตัวว่าเราอยู่ตรงนี้ ถ้าโฟกัสแค่สิ่งตรงนี้ ความคิดต่าง ๆ ก็จะไม่ทำร้ายเรา ไม่รู้สิ เหมือนสมองสอนตัวเอง อาจจะดูบ้านะ แต่เป็นอย่างนั้นจริง ๆ หลังจากวันนั้น ความคิดลบก็แทบไม่มีเลย ความโกรธก็น้อยลงมาก

ยากนะ กว่าจะผ่านมาได้ ตอนนั้นเหมือนมียมทูตคอยกระซิบตลอดว่า ทำแบบนี้ก็ได้นะ มีหลายวิธีที่สามารถแก้แค้นคนที่ทำไม่ดีกับเรา วิธีมืดก็มีตั้งเยอะ แต่ผมไม่ทำ ผมเลือกที่จะรอ 2 เดือน ให้ตำรวจดำเนินการ แต่ระหว่างนั้นผมก็ยังเห็นสิ่งไม่ดีที่เขาทำกับเรา ก็ทำได้แค่อดทน พออดทนได้ เรื่องดี ๆ ก็เกิดขึ้น คงเป็นความอดทนนี่แหละที่ทำให้ผมผ่านจุดนั้นมาได้

ถ้าให้สรุปเป็นบทเรียนหนึ่งข้อ

คนจริงใจหายาก

ตอนนี้ผมไม่กลัวอะไรแล้วนะ ถ้าโดนโกง โดนบอกเลิกอีก ก็รู้แล้วว่าต้องทำยังไง ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานหรอก คนรอบตัวทั้งหมดแหละ เราต้องดูก่อนว่าใครหวังผลประโยชน์อะไรจากเรารึเปล่า ก่อนหน้านี้ผมมีเพื่อนเยอะมาก แต่พอเกิดเรื่องนี้ขึ้น ผมก็เข้าหาคนน้อยลง มีแค่ไม่กี่คนเองที่จริงใจกับเรา เพิ่งได้รู้ว่าจริง ๆ แล้ว คนจริงใจหายากนี่หว่า ตอนเด็กเราไม่รู้ นึกว่าคนจริงใจมีอยู่ทุกที่ ข้างบ้านก็มี แต่เปล่า คนจริงใจมีน้อย และในเมื่อมีน้อยก็ต้องรักษาให้ดี

วันนี้ในวัย 23 คุณคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วรึยัง

ผมว่ายังนะ ประสบความสำเร็จเหรอ (นิ่งไป 20 วินาที)

ใช่ ผมว่ายัง แต่ผมก็ไม่ได้มีเป้าหมายนะว่าอยากเป็นแบบไหน แต่ก็พูดไม่ได้ว่าประสบความสำเร็จแล้ว การประสบความสำเร็จน่าจะมาพร้อมความคิดที่แข็งแกร่ง มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่เกรงกลัว มีปัญหาก็รับมือได้ทุกอย่าง วันนี้ผมมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น ผมยังอายุน้อย มีอีกหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้ ต้องเจออุปสรรคอีกเยอะในชีวิต

แสดงว่าคำว่า ‘ประสบความสำเร็จ’ ในนิยามของคุณไม่ใช่แค่หน้าที่การงาน แต่จิตใจต้องแข็งแกร่งด้วย

ถ้าคนติดตามในยูทูบเพิ่มขึ้น ผมดีใจอยู่แล้ว การได้ 10 ล้านซับก็สำคัญ (หัวเราะ) แต่ผมก็อยากให้ตัวเองโตขึ้นด้วย อยากให้เรา คนในทีม และช่องยูทูบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพไปพร้อมกัน อยากมั่นใจมากกว่านี้

ตอนนี้ยังมั่นใจไม่พออีกเหรอ

ผมว่ายังไม่พอ นี่เป็นแค่ช่วงเรียนรู้ ผมทำยูทูบมา 5 ปี แต่ก็เพิ่งได้เจออุปสรรคเกี่ยวกับคนครั้งแรก คนรอบตัวเคยโดนมาหมด ผมว่านี่คือประสบการณ์สำคัญที่คนทำธุรกิจทุกคนต้องเจอ ถ้าไม่เจอก็เหมือนยังไม่ได้เริ่ม ตอนนี้น่าจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นของคิวเท โอปป้า

คิวเท ยูทูบเบอร์สายฮาชาวเกาหลี เด็กขี้อายที่ย้ายมาอยู่หน้ากล้อง ลองเปิดบริษัทในวัย 19 และการมองดาวเรียกสติ

Writer

สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ

มนุษย์ภูเก็ต เด็กนิเทศที่ทำงานพิเศษเป็นนักเล่าเรื่อง โกโก้ หนัง และฟุตบอล ช่วยให้เข้านอนอย่างมีคุณภาพ

Photographer

A.W.Y

ช่างภาพจากเชียงใหม่ที่ชอบของโบราณ ยุค 1900 - 1990

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load