มีนักแสดงบางคนที่เมื่อหายไปจากจอ คนก็ยังจำเธอได้
อุ้ม สิริยากร คือคนแบบนั้น
ไม่ใช่เพราะเธอเป็นตำนาน แต่เพราะทุกครั้งที่เธอปรากฏตัว ไม่ว่าจะบนจอโทรทัศน์หรือบนอินสตาแกรมจากพอร์ตแลนด์ เธอเป็นเธอเองเสมอ ไม่เคยพยายามเป็นอะไรมากกว่านั้น
อุ้ม สิริยากร คือใคร?
อุ้ม สิริยากร มีชื่อจริงว่า สิริยากร พุกกะเวส เกิดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2517 ที่จังหวัดสมุทรปราการ ปัจจุบันใช้นามสกุลสามีว่า สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท
อุ้ม สิริยากร เป็นนักแสดง พิธีกร และนักเขียนชาวไทย เป็นที่รู้จักจากละครโทรทัศน์เรื่องแรกคือเรื่อง สามใบไม้เถา (2538) ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นนางเอกชั้นนำของวงการบันเทิงไทยในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ถึงต้น 2000
อุ้ม สิริยากร จบการศึกษาระดับอุดมศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกด้านโฆษณา ได้รับเกียรตินิยมอันดับ 2 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเธอไม่ได้เลือกวงการบันเทิงเพราะขาดทางเลือก แต่เลือกมันด้วยใจจริง

จากโฆษณาแชมพูสู่นางเอกตัวท็อป
อุ้ม สิริยากร มีผลงานชิ้นแรกคือโฆษณาแชมพูสระผมแบรนด์ดัง ต่อมาในปี 2538 เป็นที่รู้จักในละครโทรทัศน์เรื่องแรกคือเรื่อง สามใบไม้เถา
จากนั้น อุ้ม สิริยากร สร้างผลงานต่อเนื่องจนกลายเป็นนางเอกที่คนยุค 90 รู้จักดี ทั้ง ดาวเรือง, นางเสือดาว, จินตปาตี, บ่วงดวงใจ, เก้าอี้ขาวในห้องแดง, ตะวันลับฟ้า, อาญารัก, ลูกทาส และ สี่แผ่นดิน
แต่ผลงานที่ทำให้ชื่อของ อุ้ม สิริยากร ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยอย่างแท้จริงคือ มนต์รักทรานซิสเตอร์
มนต์รักทรานซิสเตอร์ บทที่ทำให้ได้รางวัลสุพรรณหงส์
ปี 2544 คือปีที่ อุ้ม สิริยากร พิสูจน์ให้โลกเห็นว่าเธอเป็นมากกว่านางเอกหน้าสวย
อุ้ม สิริยากร ได้รับรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 11 ประจำปี พ.ศ. 2544 สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักทรานซิสเตอร์ รวมถึงรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ครั้งที่ 26 สาขาผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในปีเดียวกัน
มนต์รักทรานซิสเตอร์คือหนังที่ อุ้ม สิริยากร รับบทหญิงชาวบ้านที่รอคอยสามีอย่างซื่อสัตย์และเจ็บปวด บทนั้นต้องการความลึกที่ไม่สามารถแสร้งทำได้ และ อุ้ม สิริยากร ก็ให้มันออกมาได้อย่างสมบูรณ์
นักแสดงที่ทำอะไรได้มากกว่าการแสดง
สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับ อุ้ม สิริยากร คือเธอไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นนักแสดง
อุ้ม สิริยากร ทำธุรกิจร้านอาหาร “Take / A / Seat” ในปี 2541 และในปีเดียวกันทำรายการ “บ้านอุ้ม” ใน เนชั่น แชนแนล มีคอลัมน์ “แหงนหน้าเล่า” ในนิตยสารแพรว และมีงานแปลเรื่องแรก “หญิงสาวกับต่างหูมุก”
อุ้ม สิริยากร เป็นนักเขียนและนักแปลที่มีผลงานหลายชิ้น ทั้งงานเขียนส่วนตัวและงานแปลวรรณกรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเธอเป็นคนที่รักภาษาและรักการเรียนรู้อย่างแท้จริง
ไม่แปลกเลยที่ อุ้ม สิริยากร จะเป็นคนที่คนในวงการบันเทิงพูดถึงในเชิงที่ไม่ใช่แค่ความสวยหรือความนิยม แต่พูดถึงในฐานะคนที่น่าคบหาและมีความคิดที่น่าฟัง
บทบาทใหม่ : แม่ลูกสองในพอร์ตแลนด์
หลังจากสร้างชื่อในวงการบันเทิงไทยมายาวนาน อุ้ม สิริยากร ตัดสินใจเปลี่ยนบทในชีวิต
อุ้ม สิริยากร แต่งงานกับ คริสโตเฟอร์ มาร์ควอร์ท ครูสอนพิเศษชาวอเมริกัน ในวันที่ 31 ธันวาคม ที่พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน ในบรรยากาศเรียบง่ายเป็นส่วนตัว มีเพียงครอบครัวและเพื่อนสนิทเท่านั้น โดยสิ่งที่ทำให้ทั้งสองคลิกกันลงตัวก็คือ “ธรรมะ”
ปัจจุบัน อุ้ม สิริยากร แต่งงานกับ คริสโตเฟอร์ มาร์ควอร์ท และเป็นคุณแม่ลูกสองของ น้องเมตตา และ น้องอคีคา และใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นการถาวร
ความท้าทายที่ไม่มีในบทละครไหน
ชีวิตใหม่ของ อุ้ม สิริยากร ฟังดูสวยงาม แต่มีบทที่หนักกว่าทุกบทที่เคยรับมา
เมื่อต้องรับบทเป็นคุณแม่ลูก 2 โดยที่ลูกคนเล็กมีปัญหาสุขภาพตั้งแต่แรกเกิดกับโรคสเตอร์จ-เวเบอร์ (Sturge-Weber Syndrome) เธอเล่าว่า บทบาทมนุษย์แม่ในชีวิตจริงหนักกว่าบทที่เคยได้รับในการแสดงทุกเรื่องที่ผ่านมา
อุ้ม สิริยากร ไม่ได้ซ่อนความจริงนั้นไว้ เธอเล่าให้ฟังอย่างตรงไปตรงมาถึงชีวิตที่ไม่ได้ราบเรียบอย่างที่ภาพบนโซเชียลมีเดียอาจทำให้คิด และนั่นคือสิ่งที่ทำให้คนรุ่นใหม่ยังติดตามเธออยู่ — ไม่ใช่เพราะชีวิตเธอสมบูรณ์แบบ แต่เพราะเธอซื่อสัตย์กับมัน

ปลูกผักในพอร์ตแลนด์ และชีวิตที่เลือกเอง
ปัจจุบัน อุ้ม สิริยากร ไม่ได้รับงานในวงการบันเทิงแล้ว แต่แฟนละครยังคงคิดถึงและติดตามไลฟ์สไตล์ของเธออยู่เสมอ โดยเฉพาะคอนเทนต์การแนะนำปลูกพืชผักสวนครัวบริเวณหลังบ้าน แม้จะอยู่ในต่างแดนแต่แปลงผักของเธอนั้นอลังการและมีผลผลิตงดงามไม่แพ้เมืองไทย
สิ่งที่ อุ้ม สิริยากร เลือกทำในชีวิตปัจจุบันบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวเธอมาก — เธอไม่ได้หายไปเพราะหมดความสามารถหรือหมดความนิยม แต่เพราะเธอพบสิ่งที่ต้องการมากกว่าในชีวิต
อุ้ม สิริยากร พูดกับลูกด้วยภาษาไทยตลอดตั้งแต่เขาเกิด เขาเลยเข้าใจทุกอย่างแต่พูดตอบเป็นภาษาอังกฤษ คงเพราะคนรอบตัวเกือบทั้งหมดพูดภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะพ่อที่ไม่ได้พูดภาษาไทย
รายละเอียดเล็กๆ แบบนั้นบอกว่า อุ้ม สิริยากร ยังรักษาความเป็นไทยไว้ในครอบครัวที่อยู่กลางโอเรกอน และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอยังเชื่อมโยงกับแฟนๆ ชาวไทยได้ตลอดเวลา
วัย 50 กะรัตที่ไม่ได้แกล้งทำเป็นวัย 30
อุ้ม สิริยากร เคยกล่าวถึงเหตุผลที่ไม่คงความอ่อนเยาว์ของใบหน้าไว้ว่า “อยากที่ได้ปล่อยตัวเองให้เป็นไปตามธรรมชาติ เธอแค่ดูแลตัวเองตามวิถีของเธอของคนวัย 50 กะรัตที่เป็นไปตามวัฏจักร”
ในยุคที่ทุกคนต่อสู้กับกาลเวลาด้วยคลินิกและฟิลเตอร์ อุ้ม สิริยากร เลือกที่จะปล่อยให้ตัวเองแก่ลงอย่างงดงาม และสิ่งนั้นทำให้เธอน่าสนใจมากกว่าการพยายามดูสาวอยู่เสมอ
บทส่งท้าย นักแสดงที่ดีที่สุดในบทบาทของตัวเอง
อุ้ม สิริยากร ไม่ได้หายไปจากชีวิตของคนที่รักเธอ เธอแค่เปลี่ยนเวทีจากหน้าจอโทรทัศน์ไปสู่ชีวิตจริงที่เธอกำกับเอง
และในบทบาทนั้น เธอเล่นได้ดีที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา oomsiriyakorn
