มีสถานที่บางแห่งที่ยิ่งรู้ประวัติมากเท่าไหร่ ยิ่งรู้สึกว่าสิ่งที่อยู่ข้างหน้าใหญ่กว่าที่ตาเห็น
พุทธมณฑล คือหนึ่งในนั้น
โปรเจกต์ที่เริ่มก่อน แต่ไม่ได้เห็นวันเสร็จ
พุทธมณฑล เป็นสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา ตั้งอยู่ในตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม มีพื้นที่รวมประมาณ 2,500 ไร่ จัดตั้งขึ้นในโอกาสเฉลิมฉลองวาระกึ่งพุทธกาล เมื่อ พ.ศ. 2500
แต่เส้นทางกว่าจะมาถึงพุทธมณฑลที่เราเห็นทุกวันนี้ไม่ได้ราบเรียบเลย
ในยุคที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมพุทธศาสนาอย่างเป็นระบบ และโครงการพุทธมณฑลคืออภิมหาโปรเจกต์ที่ใหญ่ที่สุดในยุคนั้น ความฝันคือการสร้างศูนย์กลางพุทธศาสนาระดับชาติที่จะเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยในโอกาสครบรอบ 25 พุทธศตวรรษ
แต่แล้วปัญหางบประมาณและความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก็เข้ามาขัดขวาง การก่อสร้างพุทธมณฑลต้องหยุดกึกไปด้วยปัญหาเรื่องงบประมาณ บวกกับเรื่องการเมืองที่สั่งสมมาจนถึงจุดแตกหัก เมื่อจอมพล ป. โดนจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก่อรัฐประหารยึดอำนาจในวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2500
ผู้ที่ริเริ่มโปรเจกต์จึงไม่ได้เห็นวันที่มันสำเร็จสมบูรณ์
ศิลป์ พีระศรี กับพระพุทธรูปที่กลายเป็นผลงานชิ้นสุดท้าย

หากพุทธมณฑลคือร่างกาย พระพุทธรูปองค์ประธานคือหัวใจ
หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของพุทธมณฑลคือ พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางลีลาขนาดใหญ่ ออกแบบโดยศิลป์ พีระศรี การก่อสร้างพระพุทธรูปแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2525 และมีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในวาระพระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี
แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือที่มาของการออกแบบ
พระพุทธรูปองค์นี้ อ.ศิลป์ พีระศรี ได้แรงบันดาลใจจากพระพุทธรูปปางลีลาศิลปะสุโขทัยภายในระเบียงคดของวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม แต่ออกแบบให้สมจริงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นริ้วจีวรที่มีสังฆาฏิพาดทับจีวร และมีกล้ามเนื้อเล็กน้อย ซึ่งการทำกล้ามเนื้อเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในศิลปะไทย และพบที่พระพุทธรูปองค์นี้เพียงองค์เดียวอีกด้วย
นั่นหมายความว่า พระศรีศากยะทศพลญาณ ไม่ใช่แค่พระพุทธรูปที่สวยงาม แต่คือการก้าวข้ามขนบเดิมของประติมากรรมไทยในทางที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน กล้ามเนื้อที่ปรากฏบนพระวรกายคือร่องรอยของสถาปนิกชาวอิตาลีที่มาเปลี่ยนวิธีมองศิลปะไทยไปตลอดกาล
2,500 กระเบียด ตัวเลขที่ซ่อนความหมายไว้
หนึ่งในรายละเอียดที่น้อยคนสังเกต คือขนาดของพระพุทธรูปองค์ประธาน
พระประธานแห่งพุทธมณฑลมีความสูง 2,500 กระเบียด ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขสุ่ม แต่ตั้งใจให้สอดคล้องกับวาระครบรอบ 2,500 ปีแห่งพุทธศาสนาที่โครงการนี้จัดตั้งขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลอง
ความละเอียดในรายละเอียดแบบนี้คือสิ่งที่บอกว่าทั้งจอมพล ป. พิบูลสงครามที่ริเริ่มโครงการ และศิลป์ พีระศรีที่ออกแบบพระพุทธรูป ต่างมองงานชิ้นนี้ว่าเป็นมากกว่าการก่อสร้าง — มันคือการสร้างสัญลักษณ์ที่คนรุ่นหลังจะได้รับรู้ตลอดไป
จากพุทธบุรีมณฑลสู่พุทธมณฑล ชื่อที่เปลี่ยนแต่เจตนาไม่เปลี่ยน

ก่อนที่จะเป็นพุทธมณฑลที่นครปฐม มีแผนเริ่มต้นที่แตกต่างออกไป
ก่อนหน้าจะมีพุทธมณฑลจังหวัดนครปฐม เคยมีการเสนอให้สร้างพุทธมณฑลที่จังหวัดสระบุรี เรียกว่า “พุทธบุรีมณฑล” มาก่อน
การเปลี่ยนจากสระบุรีมานครปฐม และการเปลี่ยนชื่อจากพุทธบุรีมณฑลเป็นพุทธมณฑล สะท้อนให้เห็นว่าโปรเจกต์นี้ผ่านการปรับเปลี่ยนหลายรูปแบบก่อนจะกลายเป็นสิ่งที่เราเห็นในวันนี้ แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนตลอดกระบวนการคือเจตนาที่จะสร้างศูนย์กลางพุทธศาสนาระดับชาติที่ยิ่งใหญ่
2,500 ไร่ที่เดินได้ไม่หมดในวันเดียว
ด้วยพื้นที่รวม 2,500 ไร่ พุทธมณฑล ไม่ใช่สถานที่ที่เดินผ่านแล้วจบ แต่คือพื้นที่ที่ออกแบบมาให้คนมาใช้เวลา
นอกจากพระประธานขนาดมหึมาที่เป็นจุดสนใจหลักแล้ว ภายในพุทธมณฑลยังมีพิพิธภัณฑ์ หอไตร ลานธรรม ทางเดินเข้าสู่พุทธสถาน และพื้นที่สีเขียวกว้างขวางที่เหมาะกับการนั่งสมาธิ เดินออกกำลังกาย หรือเพียงแค่นั่งเงียบคนเดียวท่ามกลางธรรมชาติ
ในช่วงเทศกาลสำคัญทางศาสนาอย่างวันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา หรือวันอาสาฬหบูชาพุทธมณฑลจะเต็มไปด้วยผู้คนจากทั่วประเทศที่มาร่วมพิธีกรรม แต่ในวันธรรมดา ที่นี่สงบพอที่จะทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองอยู่ห่างจากกรุงเทพมากกว่าระยะทาง 40 กิโลเมตรที่แท้จริง
มรดกของสองคน ที่คนละคนแต่ฝันร่วมกัน
เรื่องราวของพุทธมณฑลในแง่หนึ่งคือเรื่องของสองคนที่มาจากคนละโลก
จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีทหารผู้มีวิสัยทัศน์ในการสร้างชาติ และศิลป์ พีระศรี ศิลปินชาวอิตาลีที่มาสอนและสร้างงานในสยาม ทั้งสองคนไม่ได้อยู่เห็นความสำเร็จสมบูรณ์ของโครงการ แต่มรดกที่พวกเขาทิ้งไว้ยังคงยืนอยู่บนผืนดินนครปฐม สูงกว่า 16 เมตร เป็นพระพุทธรูปปางลีลาที่ไม่เหมือนองค์ใดในโลก
และในทุกครั้งที่คนไทยมายืนตรงหน้าพระประธานพุทธมณฑล สิ่งที่มองเห็นไม่ใช่แค่ประติมากรรม แต่คือการบรรจบกันของสองความฝันที่ใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะเป็นจริง
ข้อมูลเพิ่มเติม: พุทธมณฑล ตั้งอยู่ที่ ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่มีค่าเข้าชม เดินทางได้ด้วยรถสาธารณะจากสถานีรถไฟฟ้า MRT หรือ BTS หลายสาย
