มีคนบางคนที่เส้นทางชีวิตดูสวยงามในสายตาคนนอก แต่ถ้าได้นั่งฟังจริงๆ จะรู้ว่ามันเต็มไปด้วยช่วงเวลาที่ไม่มีใครเห็น ทั้งความเครียด ความสงสัยในตัวเอง และวันที่ต้องตัดสินใจใหม่ทั้งหมดโดยไม่มีอะไรรับประกัน
จิงจิง ยู หรือ ปริยพิชญ์ ยู คือหนึ่งในนั้น
จากนักเต้น สู่นางแบบที่ไม่ได้ตั้งใจจะเป็น

ปริยพิชญ์ซึ่งเรียนเต้นมาตั้งแต่เด็ก กลายมาเป็นแดนเซอร์เมื่ออายุ 12–13 ปี และถ้าชีวิตเดินตามแผนเดิม วันนี้เราอาจจะรู้จักเธอในฐานะนักเต้นมืออาชีพ ไม่ใช่นางแบบ
แต่โรงเรียนมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวเธอก่อน — ครูแนะนำให้ลองสมัครประกวดเดินแบบเพราะเห็นว่าเธอมีแขนยาว ขายาว คอยาว หน้าแปลก และนั่นคือจุดเปลี่ยนที่ไม่มีใครคาดไว้
อายุ 15 ปี จิงจิงได้เข้าประกวด Thai Supermodel Contest ปี 2012 จนได้ที่ 1 กับรางวัลเสริมอีก 2 รางวัล ในวันที่เธอยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าอยากเป็นนางแบบจริงๆ หรือเปล่า — แต่ผลลัพธ์บอกแทนว่าเธอเกิดมาสำหรับสิ่งนี้
คนต่างชาติคนแรกที่ ESteem ยอมรับ
หลังจากเริ่มต้นกับ KiSS Model Management ในไทย ความฝันในการก้าวออกไปสู่โลกกว้างก็ชัดขึ้นทุกวัน จิงจิงรู้สึกว่าเกาหลีจะทำให้เธอไปไกลมาก และคิดว่าวงการแฟชั่นที่โซลน่าจะชอบลุคของเธอมากกว่า
ปี 2017 ความเชื่อนั้นกลายเป็นความจริง เมื่อ จิงจิง ยู กลายเป็นนางแบบต่างชาติคนแรกที่ได้เซ็นสัญญากับ ESteem Entertainment สังกัดในเครือ SM Entertainment ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้
ที่โซล เธอเดิน Seoul Fashion Week ถ่ายแบบแฟชั่นและเครื่องสำอาง เป็นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์ดังอย่าง 8Seconds และมีโอกาสได้ร่วมงานกับศิลปินดังอย่าง iKon และ Lisa BLACKPINK — ชื่อของเธอเริ่มเป็นที่รู้จักในโลกที่กว้างกว่าเดิม
เมื่อทุกอย่างพังพร้อมกัน
แต่ชีวิตในวงการไม่ได้ราบรื่นตลอดไป
เมื่อโควิด-19 เปลี่ยนทุกอย่าง เธอสูญเสียผู้จัดการที่เป็นเหมือนแม่ ในความเคว้งคว้างจิงจิงกลับไปเกาหลีอีกครั้งและพบว่าเธอไม่ได้เป็นนางแบบแถวหน้าอีกแล้ว
การกลับไปครั้งนั้นไม่ใช่การกลับไปในฐานะดาวดังที่เคย แต่เป็นการกลับไปในฐานะ “หน้าใหม่” ที่ต้องเริ่มต้นใหม่เกือบทั้งหมด ไป 2 เดือนก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ต้องไปหาบ้านอยู่ จัดการชีวิตให้ลงตัว แล้วก็ไปอยู่จริงได้ 2 เดือนก็ยังไม่มีงาน ตอนแรกเครียดเหมือนกันว่าตัดสินใจถูกหรือเปล่าที่กลับไป
แต่แล้วเธอก็ระลึกถึงตัวเองในอดีต — เด็กสาว 15 คนที่เคยอยู่โดยไม่มีงาน 3-4 เดือนในเกาหลีแล้วยังไหว การบ่น 2 เดือนจึงรู้สึกเร็วเกินไปสำหรับคนที่ผ่านมามากกว่านั้นมาแล้ว
“Confident has no competition” คติที่สักไว้กับชีวิต
จิงจิงบอกว่าเธอสักคำว่า ‘Confident has no competition’ ไว้ และใช้มันเป็นคตินำทางชีวิต
ประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าเธอไม่เคยรู้สึกสงสัยในตัวเอง แต่มันหมายความว่าเธอเลือกที่จะไม่วัดคุณค่าของตัวเองด้วยการเปรียบเทียบกับคนอื่น ในโลกที่ทุกคนแข่งกันสวย แข่งกันดัง และแข่งกันได้งาน ความมั่นใจในตัวเองคือสิ่งที่ไม่มีใครแย่งไปได้
จากรันเวย์โซล สู่จอโทรทัศน์ไทย

ปี 2018 จิงจิง ยู ก้าวข้ามไปสู่โลกการแสดงครั้งแรกกับภาพยนตร์ App War แอปชนแอป และคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์นั้น พิสูจน์ว่าความสามารถของเธอไม่ได้หยุดอยู่แค่หน้ากล้องแฟชั่น
หลังจากเซ็นสัญญากับ GMMTV ในปี 2024 เธอได้รับความสนใจมากขึ้นจากผลงานในซีรีส์ต่างๆ ตลอดปี 2025 รวมถึง Hide & Sis และ Enigma Black Stage รวมทั้งผลงาน Whale Store xoxo และ MuTeLuv: Hello, Is This Luck? ที่ทำให้เธอเป็นที่พูดถึงในกลุ่มผู้ชมซีรีส์ไทยวงกว้าง
เส้นทางของ จิงจิง ยู จึงไม่ใช่เรื่องของคนที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่วันแรกแล้วก็รักษาไว้ได้ตลอด แต่เป็นเรื่องของคนที่รู้ว่าความสำเร็จต้องถูกสร้างใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และทุกครั้งที่ต้องเริ่มใหม่ เธอเลือกที่จะเริ่มด้วยความเชื่อมั่นในตัวเองก่อนสิ่งอื่นใด
