เนเธอร์แลนด์ พบ สวีเดน ศึกฟุตบอลโลกรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม F นัดสำคัญระหว่าง เนเธอร์แลนด์ กับ สวีเดน จบลงด้วยชัยชนะขาดลอย 5-1 ของทัพอัศวินสีส้ม ที่สนาม ฮูสตัน สเตเดียม (เอ็นอาร์จี สเตเดียม) เมืองฮูสตัน รัฐเท็กซัส เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 เป็นผลการแข่งขันที่ทำให้เนเธอร์แลนด์ขยับขึ้นเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม F และจะได้พบกับตูนิเซียในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ข่าวบอลสดใหม่ที่นี่
เกมที่มีความหมายสำคัญต่อทั้งสองทีม
ก่อนเกมนี้ ทั้งสองทีมต่างมีความหมายสำคัญต่อผลการแข่งขันนัดนี้ไม่น้อย เนื่องจากโรนัลด์ คูมัน ผู้จัดการทีมเนเธอร์แลนด์ ที่ผลงานในทัวร์นาเมนต์นี้ยังดูไม่น่าประทับใจนัก ต้องเผชิญหน้ากับสวีเดนที่เป็นจ่าฝูงกลุ่ม F อยู่ในขณะนั้น โดยรู้ดีว่าหากพ่ายแพ้ในนัดนี้จะสร้างความกังวลให้กับทีมอย่างมาก ในขณะที่เกรแฮม พอตเตอร์ ผู้จัดการทีมสวีเดน ก็รู้ดีว่าหากทีมสามารถเอาชนะได้ ก็เท่ากับเป็นการการันตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ไปโดยพฤตินัย โดยสวีเดนเข้าสู่เกมนี้ด้วยกำลังจากแนวรุกที่แข็งแกร่ง นำโดยอเล็กซานเดอร์ อิซัค ของลิเวอร์พูล และวิคเตอร์ เกอเคเรส ของอาร์เซน่อล
บรอบเบย์เปิดฉากด้วยสองประตูในครึ่งแรก

เกมนี้เนเธอร์แลนด์เริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยม โดย ไบรอัน บรอบเบย์ ยิงประตูแรกได้สำเร็จในนาทีที่ 5 และยิงประตูที่สองในนาทีที่ 17 ทำให้ทัพอัศวินสีส้มขึ้นนำไปก่อนถึง 2-0 ตั้งแต่ครึ่งแรกยังไม่จบเป็นผลงานจากการระเบิดฟอร์มสองประตูในช่วงเปิดสนามที่ช่วยให้เนเธอร์แลนด์ครองความได้เปรียบไว้ในมือ
ในช่วงท้ายครึ่งแรก สวีเดนเองก็มีจังหวะที่เกือบจะได้ประตูกลับมา โดยเกิดการตัดสินใจที่รวดเร็วของผู้ช่วยผู้ตัดสิน ที่ยกธงล้ำหน้าไม่ให้ประตูสำคัญของสวีเดนเป็นผล ก่อนหมดครึ่งแรก เนื่องจากกุสตาฟ ลาเกอร์บีลเก้ ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องในจังหวะฟรีคิก ทำให้สวีเดนต้องเดินเข้าห้องพักครึ่งแรกด้วยความผิดหวัง
กักโป้ยิงต่ออีกสองประตูในครึ่งหลัง

เข้าสู่ครึ่งหลัง เนเธอร์แลนด์ก็ไม่ปล่อยให้สวีเดนได้ตั้งตัว โดย โคดี้ กักโป้ ยิงประตูที่สามให้กับทีมได้สำเร็จในนาทีที่ 47 และยิงประตูที่สี่ในนาทีที่ 54 ส่งผลให้คะแนนพุ่งขึ้นไปเป็น 4-0 โดยที่ประตูที่สี่ของกักโป้ครั้งนี้ ยังถือเป็นประตูที่ 100 ของทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก 2026 อีกด้วย สะท้อนให้เห็นถึงความเหนือกว่าอย่างชัดเจนของทัพดัตช์ในเกมนี้ โดยสวีเดนไม่เคยมีช่วงเวลาใดเลยที่ดูเหมือนจะควบคุมเกมได้ ตลอดทั้งบ่ายวันนั้นเป็นของเนเธอร์แลนด์อย่างสมบูรณ์
สวีเดนตีไข่แตกผ่านเอลังกา

แม้จะตามหลังไปไกลถึง 4 ประตู แต่สวีเดนก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ โดย แอนโทนี่ เอลังกา สามารถยิงตีไข่แตกให้กับทีมได้สำเร็จในนาทีที่ 59 ทำให้สกอร์เป็น 4-1 และเป็นการลดความได้เปรียบของเนเธอร์แลนด์ลงเล็กน้อย ก่อนที่ในช่วงท้ายเกมคริสเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ก็ยิงประตูได้อีกครั้งในนาทีที่ 89 ซึ่งเป็นประตูที่สองของเขาในการลงเล่นฟุตบอลโลกติดต่อกันสองนัด ปิดสกอร์เป็น 5-1 ในที่สุด
สถิติการแข่งขันที่สะท้อนความเหนือกว่า
หากพิจารณาจากสถิติในเกมเนเธอร์แลนด์ครองบอลได้ 51% ต่อ 49% ของสวีเดน ยิงเข้าประตู 7 ครั้งจาก 10 ครั้งที่ยิงทั้งหมด ขณะที่สวีเดนยิงเข้าประตูได้ 8 ครั้งจาก 16 ครั้ง แม้สวีเดนจะมีจำนวนการยิงที่มากกว่า แต่ความแม่นยำและประสิทธิภาพในการจบสกอร์ของเนเธอร์แลนด์ก็เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้สวีเดนยังได้รับใบเหลืองไปถึง 3 ใบ เทียบกับเนเธอร์แลนด์ที่ไม่มีผู้เล่นคนใดถูกใบเหลืองเลยในเกมนี้ ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026
ผลกระทบต่อตารางคะแนนกลุ่ม F
ด้วยชัยชนะครั้งนี้ ทำให้เนเธอร์แลนด์ขึ้นเป็นจ่าฝูงกลุ่ม F ด้วย 4 แต้ม ผลต่างประตู +4 ส่วนสวีเดนตกลงไปอยู่อันดับสองด้วย 3 แต้ม ผลต่างประตูเท่ากับ 0 ขณะที่ญี่ปุ่นอยู่อันดับสามด้วย 1 แต้ม และตูนิเซียอยู่ท้ายกลุ่มโดยยังไม่มีแต้มเลย พร้อมผลต่างประตู -4 ทำให้กลุ่ม F ยังคงมีความเป็นไปได้หลากหลายสำหรับการลุ้นผ่านเข้ารอบต่อไป โดยทุกอย่างจะถูกตัดสินในนัดสุดท้ายที่ทั้งญี่ปุ่นและตูนิเซียจะลงเล่นกันในคืนเดียวกัน ผลการแข่นขันล่าสุด
สรุป
เนเธอร์แลนด์ พบ สวีเดน ชัยชนะ 5-1 ของเนเธอร์แลนด์เหนือสวีเดนในคืนนี้ เป็นผลงานที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง โดยมีไบรอัน บรอบเบย์และโคดี้ กักโป้เป็นพระเอกของเกม ยิงคนละสองประตูช่วยให้ทัพอัศวินสีส้มทิ้งห่างคู่แข่งได้ตั้งแต่ต้นเกม แม้สวีเดนจะมีกองหน้าระดับโลกอย่างอเล็กซานเดอร์ อิซัคและวิคเตอร์ เกอเคเรสในทีม แต่ก็ไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้ในเกมนี้ ทำให้เนเธอร์แลนด์กลับมาควบคุมชะตากรรมของตัวเองได้อีกครั้งในการลุ้นผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ของฟุตบอลโลก 2026 ข่าวฟุตบอลล่าสุดที่นี่
